กุมภาพันธ์ 2564
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
15 กุมภาพันธ์ 2564

:: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ - ความสุขไม่ได้หาย...แค่หาให้เจอ ::


:: ความสุขไม่ได้หาย...แค่หาให้เจอ ::

เขียน : จางเต๋อเฟิน
แปล : อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี










นิยายขายดีในใต้หวันและจีนเล่มนี้
ดำเนินเรื่องด้วยตัวละครหลักสองคน
คือ “หลี่รั่วหลิง” หญิงสาวผู้มีภาพลักษณ์ภายนอกสมบูรณ์แบบ
มีความรู้การศึกษาที่ดี จบจากต่างประเทศ มีคู่ชีวิตที่ดีทัดเทียมกัน
มีหน้าที่การงานที่ก้าวหน้า ได้รับการยกย่องจากเพื่อนและคนรอบข้าง
และอีกหนึ่งตัวละครปริศนาที่ได้เข้ามาในชีวิตของรั่วหลิง
นั่นคือ “ชายชราคนหนึ่ง” ซึ่งบังเอิญรั่วหลิงได้ไปพบกับเขา
ในคืนที่เธอกำลังเผชิญปัญหาในชีวิต รถของเธอน้ำมันหมด ลืมโทรศัพท์มือถือ
จึงตัดสินใจเดินไปเคาะประตูบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ในบริเวณนั้นเพื่อขอความช่วยเหลือ
ชายชรา คือ ผู้ต้อนรับเธอเข้าไปในบ้าน
บทสนทนาทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นจากเหตุการณ์บังเอิญนี้


ชายชราราวกับอ่านใจของรั่วหลิงได้ทุกอย่าง
จนในที่สุดเธอจึงเลือกเล่าเรื่องราวปัญหาในชีวิตให้เขาฟัง
จากนั้นก็กลับมายังบ้านหลังนี้อีกหลายครั้ง
เพื่อรับคำแนะนำให้เธอทำตาม ให้คำถามเป็นการบ้านเพื่อให้เธอไปหาคำตอบ


รั่วหลิง คือ ผู้หญิงที่ดูภายนอกแล้วน่าจะมีความสุข
แต่ในชีวิตจริงของเธอกลับมีแต่ความทุกข์
สามีนอกใจและกำลังขอหย่า
เข้ากับแม่สามีไม่ได้เพราะเธอไม่มีลูก แม้จะแต่งงานมา 10 ปีแล้วก็ตาม
เพื่อนร่วมงานที่สนิทมากที่สุดกลับเลื่อยขาเก้าอี้ของเธอ
และยอมเป็นชู้กับเจ้าของบริษัท เพื่อผลักดันตัวเองให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าเธอ
ปัญหาถาโถมเข้ามาทุกทิศทุกทาง ทั้งการงาน ความสัมพันธ์และความรัก
จนเธอได้มาพบกับชายชราคนนี้
เขาค่อย ๆ ให้คำแนะนำกับเธอ ให้เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนมุมมองในชีวิต
เริ่มต้นจากการส่งเธอไปพบกับลูกศิษย์ของเขาแต่ละคน
ซึ่งศิษย์เหล่านั้นก็ได้ให้คำแนะนำและการปฏิบัติตนที่ช่วยให้เธอค่อย ๆ เข้าใจปัญหาของตัวเอง


ชายชราพูดถึง “วงกลม 5 ชั้น”
วงที่อยู่ด้านในสุด คือ ตัวตนที่แท้จริงของเรา
ในนั้นมีสิ่งที่ทุกคนต่างก็ต้องการจะมี นั่นก็คือ ความรัก ความสุขใจ ความสงบ
วงถัดมาซึ่งล้อมรอบตัวตนที่แท้จริง คือ ร่างกาย
วงถัดมาวงที่สาม คือ อารมณ์
วงถัดมาวงที่สี่ คือ ความคิด
และวงสุดท้าย คือ การแสดงบทบาทสมมติ หรือ สิ่งที่เราแสดงออกกับคนรอบข้าง




มนุษย์ส่วนใหญ่ตัดสินใจโดยใช้ “จิตสำนึก” ซึ่งเป็นส่วนเพียงร้อยละ 5
ขณะที่ส่วนจิตใต้สำนึก อีกร้อยละ 95 เราไม่เคยนำมาใช้
ทั้ง ๆ ที่ในมีผลต่อการตัดสินใจของเรา
ดังนั้น เราจึงควรขยายพื้นที่จิตสำนึกเข้าไปในพื้นที่ของจิตใต้สำนึก
เพื่อทำให้เราเข้าใกล้ตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง
โดยปรับร่างกายให้เชื่อมต่อกับอารมณ์
รู้ทันความคิด และความจริงซึ่งเกิดขึ้นกับตนเอง
พิจารณาสถานภาพต่าง ๆ ขณะที่เรากำลังดำเนินชีวิต
ว่าเรายอมรับความจริงที่เป็นอยู่ได้มากมายแค่ไหน
เพื่อค้นหาตัวตนที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่ภายในจิตใต้สำนึก


แม้แต่ความเจ็บปวดหรือความทุกข์ที่เกิดขึ้นในชีวิต
เราก็ควรยอมรับความจริงให้ได้ (ในหนังสือช้ำคำว่า “ยอมสวามิภักดิ์”)
การยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น จะทำให้เราผ่อนคลาย
มองหาทางออกอื่นๆ ที่เหมาะสมกว่าการใช้อารมณ์อันวู่วามขาดสติตัดสินใจ

นิยายค่อย ๆ พารั่วหลิงไปพบกับบุคคลต่างๆ ซึ่งเปลี่ยนชีวิตเธอ
เริ่มตั้งแต่การเรียนรู้ในเรื่องจิตวิทยา ครูสอนโยคะ นักโภชนาการ
และคนที่เคยประสบปัญหาชีวิตคล้าย ๆ กันกับเธอ
คนที่มีปมในใจในวัยเด็กแล้วสามารถคลี่คลายปมนั้นลงได้ด้วยตนเอง


เมื่ออ่านประวัติของผู้เขียนจะพบว่ามีความคล้ายคลึงกันมากกับตัวละครรั่วหลิง
หญิงสาวผู้เคยประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน แต่งงานกับผู้ชายที่มีชื่อเสียง
แต่สุดท้ายชีวิตคู่จบลงด้วยการหย่าร้าง มีปัญหาเป็นโรคซึมเศร้า
จนต้องเข้ารับการบำบัด เข้ารับการอบรมพัฒนาจิตใจ ฝึกโยคะ และเปลี่ยนแปลงตัวเอง
จางเต๋อเฟินใช้เวลาบำบัดตัวเองนาน 4 ปี จึงตัดสินใจเขียนนิยายเล่มนี้
เพื่อบอกเล่าและแบ่งปันประสบการณ์ในการผ่านทุกข์ที่มีของตัวเธอ
จนเธอกล้าพูดว่าตัวเองนั้นสามารถยอมรับชีวิตที่ไม่มีความสุขของตนเอง
(แม้คนภายนอกมองเข้ามาแล้วจะคิดว่าเธอมีความสุขมากก็ตาม)
เธอกล้ายอมรับความไม่สมบูรณ์แบบในชีวิตตัวเอง


ผมชอบฉากที่ชายชราถามรั่วหลิงว่า

“คุณเป็นใคร ?”
“ฉันคือรั่วหลิง”
“นั่นมันชื่อของเธอ แต่คำถามของฉันคือ คุณเป็นใคร ?”
รั่วหลิงตอบว่า “ฉันทำงานอยู่ในบริษัทคอมพิวเตอร์ เป็นผู้จัดการ”
“นั่นก็ยังไม่ใช่คำตอบ”
นิ่งคิดไปชั่วขณะคิดถึงเรื่องราวในอดีตของตน เธอร้องไห้แล้วจึงตอบว่า
“ฉันเป็นคนมีกรรม พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่ฉันยังเด็ก
ฉันแต่งงานแต่ไม่มีความสุขในชีวิตคู่ ทำงานก็เจอแต่คนพาล”
“นั่นเป็นเพียงความเข้าใจที่เธอมีกับชีวิตตนเอง เป็นเพียงมุมมองที่ใช้ตีค่าตัวเอง” ชายชรากล่าว




เอาเข้าจริง
ผู้คนรอบข้าง เรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิต สิ่งของต่าง ๆ ที่เราครอบครองอยู่
ก็เป็นภาพสะท้อนจากภายในของตัวเรา เหมือนกระจกเงา
ทุกข์ร้อนใดในชีวิต ก็เป็นผลมาจากความคิด
ความเจ็บปวดใดที่มี ก็เป็นผลมาจากความสืบเนื่องจากสิ่งต่าง ๆ ที่เราเคยผ่านพบ
และ เก็บมันไว้ในซอกหลืบใดซอกหลืบหนึ่งของความทรงจำ
แผลนั้นพร้อมจะถูกสะกิดให้เจ็บ มีมุมมืดที่ยังรอวันสะสาง
แต่คนส่วนใหญ่มักออกแรงทั้งหมดไปกับการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ นอกตัว
พยายามเปลี่ยนแปลงคนที่ตัวเองไม่พอใจ ซึ่งไม่แทบไม่เคยสำเร็จผลใดใด
นอกจากซ้ำเติมให้ตัวเองยิ่งเจ็บปวด


ความสุขที่เราตามหา
แท้จริงมันไม่ได้หายไปจากชีวิต
แต่คนส่วนใหญ่หามันไม่เจอ
เผลอไปคิดว่ามันอยู่นอกตัว

ความรัก ความสุขใจ ความสงบ
ที่ทุกคนปรารถนา ก็มีอยู่แล้วในเนื้อในตัว
ในหัวใจของเราทุกคน
ขอเพียงค้นให้พบเจอ
ความสุขที่คิดว่าไม่เคยมีก็จะปรากฏขึ้น
แล้วใครก็มอบสิ่งนี้ให้เราไม่ได้ นอกจากตัวเราเอง



























 




 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2564
25 comments
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2564 5:38:17 น.
Counter : 552 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณทนายอ้วน, คุณmultiple, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณตะลีกีปัส, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณTui Laksi, คุณหอมกร, คุณSleepless Sea, คุณzungzaa, คุณInsignia_Museum, คุณcomicclubs, คุณnonnoiGiwGiw, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณเริงฤดีนะ, คุณThe Kop Civil, คุณสองแผ่นดิน, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณSweet_pills, คุณhaiku, คุณnewyorknurse

 

พอแก่ๆแล้วเข้าใจเลยว่าเราอยู่บ้านเฉยๆก็สุขได้ สุขกับสวนดอกไม้ รดน้ำต้นไม้ 10 นาทีก็สุข ทำกับข้าวให้แม่กิน หลานกินก็สุขแล้ว จะสุขให้มากขึ้นเข้าครัวอบขนมให้คนในบ้านกิน ยิ่งเห็นแม่หยิบขนมกินยิ่งสุขครับ

 

โดย: ทนายอ้วน 15 กุมภาพันธ์ 2564 7:04:53 น.  

 

แค่มาบล็อกนี้
ก็พบความสุขแล้วค่ะ

 

โดย: นาฬิกาสีชมพู 15 กุมภาพันธ์ 2564 7:53:27 น.  

 

มาบ้านคุณก๋า เหมือนได้มาฝึกสมอง ฝึกวิธีคิด ฝึกการคอมเม้นท์นะครับนี่ เย้ย 555

คือ อ.เต๊ะ คิดเสมอว่า ถ้าเม้นท์เรื่องยากๆ บ้านคุณก๋าได้ บล็อกอื่นนี่ สบายๆเลยนะครับ

ที่ว่า หนังสือฮาวทูที่ขายดีที่สุดในประเทศจีนและไต้หวัน ยอดขายกว่า 300,000 เล่ม อ.เต๊ะ ลองไปหารายละเอียดในหนังสือดู เพราะสงสัยว่าทำไมมันถึงขายดีได้

ลองดูสารบัญ ไปเจอ บทที่ 3 เขาเขียนว่า

การร่วมรักเปรียบได้กับการเที่ยว สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ --- เราต้องการอะไรกันแน่ ยึ๋ยกึ๋ยหื๋ย อันนี้ เสียง อ.เต๊ะอุทานออกมานะครับ 555

ในที่สุด อ.เต๊ะ ก็ได้คำตอบ หนังสือเล่มนี้ขายดี เพราะบทที่ 3 นี่เอ้งงง เสียงสูง

คุณก๋าบอก เอ็งนี่มันอ่านใจข้าออก ข้าซื้อมาปุ๊บ ก็อ่านบทที่ 3 นี่ก่อนเลย เสร็จแล้วข้าก็ไปขึ้นรถไฟเหาะต่อ เย้ย ไม่ใช่ซื้ ข้าไปช่วยมาดามทำกับข้าวต่อ พูดผิดว้อย 555

ปล.คุณก๋า (คนรักนะแต่ไม่แสดงออก) บอก ต่อไปนี้ ข้าจะไม่เล่าอะไรให้เอ็งฟังอีกแล้ว มันจำไม่เคยลืมเล้ยยย ไอ้นี่ 555

 

โดย: multiple 15 กุมภาพันธ์ 2564 8:59:03 น.  

 

ถ้าไม่มีความทุกข์
ก็คิดว่าหาความสุขเจอแล้วค่ะ
ขนาดหกล้มฟกชำดำเขียว
ก็ยังมีความสุขพอประมาณ
เพราะคิดได้ว่าถึงคราวเคราะห์

สวัสดียามเช่านะคะ

 

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า 15 กุมภาพันธ์ 2564 9:10:30 น.  

 

สวัสดีมีสุขค่ะ

แค่ชื่อเรื่องก็น่าสนใจแล้วค่ะ
อายุมากขึ้นทุกวัน ไม่ต้องไขว่คว้าอะไรให้มากแล้วค่ะ
อยู่คนเดียวนิ่งๆนานๆได้ สบายใจค่ะ

แต่ชอบออกท่องเที่ยวมากกว่า ไม่ได้เที่ยวไกลๆเลยปีนี้
อยากท่องโลกกว้างอีกแล้วค่ะ

 

โดย: ตะลีกีปัส 15 กุมภาพันธ์ 2564 9:58:57 น.  

 

สวัสดียามเช้าค่ะคุณก๋า...มัวเพลินดูเทนนิส AO2021 ภาคเช้า
เลยมาเปิดอีกหน้าต่างอ่านบล็อกด้วย..ช้าไปหน่อย

หนังสือเล่มนี้ขายดีแสดงว่า มีอีกหลายๆคนยังไม่รู้จักตัวตนเอง
ว่า"คุณเป็นใคร" ชอบจัง คำถามนี้ที่ชายชราถาม ให้คิดเลย
เป็นเราก็คงตอบแบบรั่วหลิงละ...

บทความในกรอบอันท้ายสุด...ตอบโจทย์บทสรุปของหนังสือ
ที่เข้าใจดีมากๆเลยค่ะ ทุกปัญหาเกิดจากที่ตัวเรา ความคิดเรา
"ความสุขไม่ได้หายไปไหนเลย...อยู่ที่เรา หาให้เจอ !"

 

โดย: Tui Laksi 15 กุมภาพันธ์ 2564 11:13:06 น.  

 

ยอดขายขนาดนั้นโอเคเลยครับ 555

ตะวาคุณจินเล่าว่า ร้านหนังสือในเจียงใหม่ปิดตัวลงแห๋มแล้ว
ต้องบอกว่า เสียดายมากครับ วงการหนังสือ
...

ผมว่านักเขียนข้างบน เขามีแนวเขียนสอดแทรกความคิดไป
ในตัวละครบางตัว ผมว่านักเขียนคิดลึกซึ้งมาก

ในไทยผมก็เห็นนะครับ ผมติดตามเรื่องราว เกี่ยวกับป่า การ
เดินทางในป่า... เขียนดีมาก ๆ
เมื่อเข้าไปอ่าน พบว่านักเขียนท่านนั้นมีชีวิตอยู่ในกท. เป็น
นักหนังสือพิมพ์ เคยเข้าป่าบ้่าง แต่เขียนถ่ายทอดบรรยากาศ
ในป่าชีวิตในป่าได้ดี ผมว่านักเขียนท่านนั้นช่างสังเกตเก็บ
รายละเอียดมีศิลปะในการเขียนชวนติดตาม

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 15 กุมภาพันธ์ 2564 11:17:29 น.  

 

บรรพบุรุษจีนเชื้อชาติเดียวกับคุณก๋าเนี่ย
เก่งทุกเรื่องจริงๆ นะ แม้แต่เรื่องวรรณกรรม
สมแล้วที่ประเทศเขาก้าวไปสู่เวทีระดับโลกจ้า




 

โดย: หอมกร 15 กุมภาพันธ์ 2564 11:47:22 น.  

 

สวัสดียามเที่ยงครับ

มาอ่านรีวิวหนังสือดีๆด้วยครับ
ความสุขไม่ได้หาย หาให้เจอ ชอบคำนี้ครับ

 

โดย: Sleepless Sea 15 กุมภาพันธ์ 2564 12:20:49 น.  

 

บางครั้งก็จริงนะคะความสุขไม่ได้หายไปไหน แค่เราไม่ทันได้นึกถึงมัน 555 แต่ก็ไม่บ่อยนะ

 

โดย: zungzaa 15 กุมภาพันธ์ 2564 12:28:04 น.  

 

สวัสดีครับคุณก๋า
สรุปเนื้อหาได้น่าสนใจมากครับ
การแก้ปัญหาชีวิตที่ได้จากผู้ที่ทำสำเร็จมาแล้ว
อ่านแล้วคิดว่าน่าจะนำมาปรับใช้ได้เลย

 

โดย: Insignia_Museum 15 กุมภาพันธ์ 2564 13:32:24 น.  

 

สวัสดีครับคุณซัง

ความสุขหาง่ายใกล้ตัว
เพียงแต่คนส่วนใหญ่ไม่ทันสังเกตเห็น
ว่ามันอยู่ใกล้ตัวมากจริงๆครับ


 

โดย: กะว่าก๋า 15 กุมภาพันธ์ 2564 13:35:29 น.  

 

เราหามันไม่เจอจริงๆ แหละ เพราะโดนพรากเอาไปด้วย 555

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 15 กุมภาพันธ์ 2564 14:13:47 น.  

 

การยอมรับความจริง อาจจะไม่สุขมาก แต่ก็ไม่ทุกข์

การต่อต้านความจริง คงอยู่กับทุกข์นั้นไม่รู้จบ

 

โดย: comicclubs 15 กุมภาพันธ์ 2564 15:18:18 น.  

 

เห็นด้วยกับน้องแตงเลยครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 15 กุมภาพันธ์ 2564 15:47:42 น.  

 

ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่ตัวเรา
ใจเรา
เพียงแต่..หยุดขบคิด
และหาให้เจอ
เป็นดังนั้นจริงๆค่ะ

 

โดย: เริงฤดีนะ 15 กุมภาพันธ์ 2564 17:52:34 น.  

 

สวัสดี ยามเย็น จ้ะ น้องก๋า

หนังสือที่แนะนำว้นนี้ "ความสุขไม่ได้หาย แต่หาไม่เจอ"
เป็นหนังสือที่อ่านจากคำวิเคราะห์และตัวอย่างที่ยกมาประกอบ นับ
ว่า เป็นหนังสือที่มีคุณค่ามากอีกเล่มหนึ่งนะ เป็นการเขียนขึ้นจาก
ประสบการณ์จริง ถึงจะใช้ว่าเป็นนิยายก็เถอะ แต่ก็ได้บอกไว้ว่า คล้ายกับชีวิตของคนแต่ง คือ จางเต๋อเฟิน
มีคำกล่าวไว้ว่า หนังสือที่คนเขียนเขียนขึ้นนั้น มักจะมี
การแทรกชีวิตของคนเขียนลงไปด้วย เหมือนงานเขียนของท่าน
สุนทรภู่ ก็มีประวัติของท่านอยู่ไม่น้อย ทั้งชีวิต นิสัยใจคอ
หนังสือประเภทนี้ ครูว่าอ่านดีนะ เพราะว่า ได้เห็นชีวิต
และการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นของตัวละคร ทำให้คนอ่านอาจจะ
สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้

ชอบเขาเปรียบชีวิตคน มี 5 วงกลม ชั้นในสุด เป็นตัวตน
ที่แท้จริง เป็นการซ่อนสิ่งที่เราต้องการ วงถัดมา คือ ร่างกาย
ซึ่งเห็นชัดเจนกว่าวงในสุด วงต่อมา อารมณ์ อีกวง คือ ความคิด และวงนอกสุด การแสดงบทบาทสมมติ ที่เราต้องรู้จากบุคคล
ที่ล้อมรอบเราอยู่ตลอดเวลา

สรุปแล้ว ทุกเรื่องก็อยู่ที่ "จิต" อีกนั่นแหละ ความสุข
ความทุกข์ อยู่ที่ใจ อยู่ที่เราสร้างเองทั้งนั้น เนาะ ไม่ได้อยู่นอก
ตัวของเราที่จะต้องพยายามไขว่คว้าหามัน นั่นคือ สอนให้พิจารณาจิตตัวเอง อะไรที่ทำให้ทุกข์ ก็อย่าไปเอามาอยู่ในใจ
แบกเอาไว้ แบกเยอะก็ทุกข์เยอะ ปล่อยไปตามธรรมชาติของ
มัน ควบคุมจิตให้นิ่ง รับรู้แต่สิ่งที่ดี ๆ เข้ามา ก็พอ เนาะ อิอิ

โหวดหมวด แนะนำหนังสือ

 

โดย: อาจารย์สุวิมล 15 กุมภาพันธ์ 2564 18:04:46 น.  

 

หนังสือที่อ่านแล้วใช้ได้
ก็อาศัยหลักธรรมะมาเขียน
ในรูปแบบต่างๆ ให้ผู้อ่านรู้สึกแตกต่างไป แต่ที่จริง
แก่นของเนื้อหาก็ธรรมะนั้นเองค่ะ

 

โดย: mcayenne94 15 กุมภาพันธ์ 2564 18:58:06 น.  

 

เห็นแค่ชื่อหนังสือก็น่าอ่านมากละครับ ผมแปะไว้ก่อนนะครับ

 

โดย: The Kop Civil 15 กุมภาพันธ์ 2564 21:00:22 น.  

 

“วงกลม 5 ชั้น”
วงที่อยู่ด้านในสุด คือ ตัวตนที่แท้จริงของเรา
ในนั้นมีสิ่งที่ทุกคนต่างก็ต้องการจะมี นั่นก็คือ ความรัก ความสุขใจ ความสงบ
วงถัดมาซึ่งล้อมรอบตัวตนที่แท้จริง คือ ร่างกาย
วงถัดมาวงที่สาม คือ อารมณ์
วงถัดมาวงที่สี่ คือ ความคิด
และวงสุดท้าย คือ การแสดงบทบาทสมมติ หรือ สิ่งที่เราแสดงออกกับคนรอบข้าง
พออ่านชีวิตของรั่วหลิงแล้ว คล้าย ๆ กับสังคมราชการ เป๊ะเลยครับ วงกลม 5 ชั้นนี่ ส่วนใหญ่จะเจอวงสุดท้ายทั้งนั้นเลยนะครับ
ชอบตรงบทสรุปมาก ๆ ครับ ความสุขอยู่กับตัวเราตลอด เพียงแต่ว่าจะหาเจอหรือเปล่า อยากจะอ่านหนังสือเล่มนี้อีกละครับ 555
ผมรอหนังสือ ผมเพียงแต่จะบอกว่าอยู่ ใกล้ถึงแล้วครับ
ปีนี้ผมว่าแมนซิฯ เข้าป้าย น่าจะชัวร์นะครับ

 

โดย: The Kop Civil 15 กุมภาพันธ์ 2564 22:07:43 น.  

 

ชื่อหนังสือน่าสนใจครับ
สุขอยู่ในใจอยู่ที่ใจ แค่รอให้หาเจอ
แต่เราเที่ยววิ่งหาความสุขจอมปลอม สุขเปลือกนอก

 

โดย: สองแผ่นดิน 15 กุมภาพันธ์ 2564 22:35:38 น.  

 

สวัสดีครับคุณก๋า

โอ๊ยยย แค่ชื่อหนังสือก้ชอบเลยครับ

ความสุขไม่ได้หาย แค่หาให้เจอ
ใช่เลยครับ เพราะเรามักมองหาสิ่งไกลตัวมากกว่าใกล้ตัว
นึกถึงช่วงเริ่มทำงานใหม่ๆ เลิกงานก็ไม่ค่อยอยากจะตรงกลับบ้าน
ต้องแวะเดินนู่น ดูนี่ หลายครั้งก็หาข้าวกินข้าวนอกบ้าน
เพราะจะได้ไม่เป็นภาระที่พ่อกับแม่ต้องซื้อหรือทำเผื่อไว้ให้
แต่จริงๆ แล้ว การรีบกลับบ้านแล้วไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันมันเป็นความสุขที่หาได้ง่าย และได้มากกว่าครับ
นึกถึงเรื่องราวเก่าๆ ^^

 

โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา 15 กุมภาพันธ์ 2564 23:10:58 น.  

 

ขอบคุณสำหรับกำลังใจด้วยครับ

จากบล็อก อีกเล่มที่ชอบ ทั้งละครและนิยายคือ เคหาสน์ดาวครับ
ผมทันดูเวอร์ชั่น แท่ง-นุสบา ครับ

 

โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา 15 กุมภาพันธ์ 2564 23:13:03 น.  

 

นับถือและขอบคุณผู้เขียนค่ะคุณก๋าที่แบ่งปันประสบการณ์ในการผ่านความทุกข์
และความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิตตนเองให้ผู้อ่านข้อคิดดีๆไปนะคะ

ขอบคุณกำลังใจค่ะคุณก๋า
ฝันดีนะคะ

 

โดย: Sweet_pills 15 กุมภาพันธ์ 2564 23:18:38 น.  

 


สวัสดีค่ะน้องก๋า

 

โดย: newyorknurse 16 กุมภาพันธ์ 2564 0:57:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 375 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]