กุมภาพันธ์ 2564
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
12 กุมภาพันธ์ 2564

:: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ - “ผมเพียงแต่จะบอกว่า...” ::


:: “ผมเพียงแต่จะบอกว่า...” ::

เขียน : ปกรณ์ พงศ์วราภา












ผมซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านในเดือนสิงหาคม ปี 2542
ตอนนั้นผมเป็นเด็กหนุ่มอายุ 24 ปี เพิ่งเรียนจบและทำงานได้ประมาณ 3 ปี
ก่อนหน้านั้นผมตามอ่านนิตยสาร GM Magazine มาพักใหญ่แล้ว
เพราะชอบในเนื้อหา บทสัมภาษณ์บุคคลต่าง ๆ
แต่สิ่งหนึ่งที่ผมจะต้องเปิดอ่านเป็นอันดับแรกทุกครั้ง
คือ บทบรรณาธิการ “จากโต๊ะจีเอ็ม”
ซึ่งเขียนโดยคุณปกรณ์ พงศ์วราภา ประธานบริษัทในเครือ GM Group


บทบรรณาธิการหนึ่งหน้ากระดาษ
ให้ความรู้ ให้แง่คิดที่ดีมากในทุก ๆ เรื่อง
ข้อเขียนสั้น ๆ เหล่านี้ถูกนำมารวมเล่มไว้ในหนังสือ



“ผมเพียงแต่จะบอกว่า...”


และหากจะถามว่าหนังสือเล่มใดที่ส่งผลต่อวิธีคิดของผมตั้งแต่วัยหนุ่มมาจนถึงปัจจุบัน
“ผมเพียงแต่จะบอกว่า...” ย่อมเป็นหนึ่งในหนังสือเล่มสำคัญของชีวิตผมอย่างไม่ต้องสงสัย
(นอกเหนือจากนี้ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ส่งอิทธิพลต่อวิธีคิดของผมมาก ๆ
เช่น ค้นหา โดยคุณนวลศิริ เปาโรหิตย์ , เต้าเต๋อจิง โดย ท่านเล่าจื๊อ , คู่มือมนุษย์ โดยท่านพุทธทาส
ปรัชญาชีวิต โดย คาลิล ยิบราน , หนังสือเซนหลายเล่ม , หนังสือหลายเล่ม ของ โอโชและกฤษณมูรติ
วันอังคารแห่งความทรงจำกับครูมอร์รี (Tuesdays with Morrie) โดย Mitch Albom เป็นต้น)


แม้งานเขียนในหนังสือเล่มนี้จะถูกเขียนไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2534 จนถึงปี พศ. 2542
แต่พอผมนำกลับมาอ่านใหม่อีกรอบในปีที่เกิดโควิดนี้
เรื่องราวที่คุณปกรณ์เขียนเอาไว้ก็ยังร่วมสมัย
รูปแบบการเมืองซึ่งเคยเกิดขึ้นใน 20 ปีก่อน ก็ยังคงเกิดขึ้นในปีนี้
คุณภาพของผู้นำประเทศ และคุณภาพของนักการเมือง ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป
จากที่คุณปกรณ์เคยเขียนไว้เลย

รวมทั้งวิกฤตใหญ่ร้ายแรงภายในประเทศ
คุณปกรณ์เคยผ่านภาวะวิกฤตของชีวิตในช่วงฟองสบู่แตก ปี 2540
ปีนั้นธุรกิจล้มหายตายจากไปมากมาย คนตกงานจำนวนมหาศาล
ผมชอบที่คุณปกรณ์เขียนไว้ว่า



“เรายังมีชีวิตอยู่ เราต้องอยู่ต่อไป
ด้วยกำลังใจและความเข้าอกเข้าใจต่อกัน”



เพราะภายใต้วิกฤตใหญ่หลวงนั้น จะนำเรากลับคืนมาสู่พื้นฐานของความจริงแห่งชีวิต
แม้ความจริงนั้นจะเจ็บปวดมากเพียงใดก็ตาม
เราต้องหาทางอยู่รอด ในความล้มเหลว ไม่ใช่ความเลวร้ายไปทั้งหมด
ตราบใดที่ยังมีสติ มีกำลังใจ ไม่มีอะไรที่เราจะผ่านไปไม่ได้


ปี พศ. 2540 เกิดวิกฤตเศรษฐกิจซึ่งหนักหนาสาหัสทั่วโลก
และปี พศ. 2564 ประเทศไทยและทั่วโลกเกิดวกฤตโควิด 19
วิธีที่เราจะรับมือกับปัญหาหนักหน่วงซึ่งถาโถมเข้ามาในชีวิต
ไม่ได้มีอะไรผิดแผกแตกต่างกันเลย
คนที่ตาย ก็ตายไป
คนที่ยังอยู่ ก็ต้องสู้ต่อไป

ผมชอบทัศนคติในเรื่อง “ความรวย” ที่คุณปกรณ์เขียนไว้



“ผมรู้ว่าเราทุกคนอยากรวย แต่ความรวยต้องไม่ใช่วิถีทางเดียวที่คนหนุ่มจะมุ่งไป
ขอให้หยุดคิดสักนาทีหนึ่ง เราควรจะเก็บเกี่ยวความรวยอย่างสมเหตุสมผล
ไม่ใช่ความรวยที่เอาเปรียบคนอื่น ไม่ใช่ความรวยที่ทำให้คนส่วนใหญ่หรือประเทศชาติเดือดร้อน
ความเป็นคนมีจริยธรรมที่จะสบตากับใครก็ได้ นี่สิเป็นสิ่งสำคัญ
ถ้าเราสามารถเดินโดยไม่ต้องก้มหน้าหลบใคร เราอยู่บนถนนสายเล็ก ๆ ก็ได้
อย่าหลงไปกับภาพมายาบนถนนใหญ่ นั่นไม่ใช่ความจริง”



และอีกประโยคที่ว่า


“ผมเข้าใจที่เราต่างบากบั่นเพื่อจะไปให้ถึงเส้นชัยแห่งความรวย
โดยความจริงใจ ผมปรารถนาให้คนหนุ่มทั้งหลายประสบความรวยสมหวังดังตั้งใจ
แต่ผมอยากเพิ่มเติมว่าความรวยเป็นสิ่งดีของชีวิตก็จริง
แต่มันเป็นเพียงอย่างหนึ่งไม่ใช่ทั้งหมด เราไม่ต้องเอาเวลาทั้งชีวิตไปปีนป่ายบันไดนี้หรอก
เราต้องทำสิ่งดีอย่างอื่นด้วย มีอะไรอย่างอื่นที่เราต้องทำนอกจากคิดเรื่องรวย ?
ผมเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องยากเย็นที่คนหนุ่มจะรู้คำตอบ
ถ้าคุณไม่รู้ จะโกรธไหมถ้าผมจะบอกว่า
ไม่มีทางที่คุณจะรวยหรอก”



หลายประโยคในหนังสือเล่มนี้ คล้ายเข็มทิศนำทางความคิดของผมในช่วงวัยหนุ่ม
20 ปีผ่านไป ในวันที่ต้องปิดร้าน เป็นคนว่างงานโดยสมบูรณ์แบบ
ผมค้นหนังสือเล่มนี้ออกมาอ่านอีกครั้ง ในวันที่ผมไม่ได้เป็นเด็กหนุ่มไฟแรงคนเดิม
แต่กลายเป็นผู้ชายที่เดินทางมาถึงจุดกึ่งกลางของชีวิต
มีครอบครัวต้องดูแล มีปัญหาที่ต้องแก้ไขรับมือ
หนังสือเล่มนี้เหมือนครูซึ่งกลับมาอย่างถูกที่ถูกเวลาอีกครั้ง
ในช่วงเวลาที่ผมยุ่งยากลำบากใจในการตัดสินใจบางเรื่องซึ่งเกี่ยวพันกับคนจำนวนหนึ่ง
ความรับผิดชอบ มโนธรรมสำนึก ความเมตตา และความเข้มแข็ง
ทุกอย่างประเดประดังเข้ามาในวันที่ทุกอย่างไม่เป็นใจ
ผมนั่งอ่านหนังสือเล่มนี้แบบรวดเดียวจบ
และพบคำตอบบางอย่างที่ช่วยให้การตัดสินใจของตัวเองง่ายขึ้น ปล่อยวางขึ้น

ผมชอบประโยคนี้ที่คุณปกรณ์เขียนไว้
เมื่อถูกตั้งคำถามว่าชีวิตเป็นอย่างไร



“ทุกวันนี้ผมใช้ชีวิตของผมอย่างไร ?
บอกได้ว่าผมพยายามใช้ชีวิตอย่างคนที่รู้ทันคนและรู้ทันชีวิต
นี่เป็นปรัชญาการใช้ชีวิตหรือเปล่า ? --- ผมไม่รู้
แต่ผมรู้ว่าที่จริงชีวิตสอนเราตลอดเวลา
ถึงตอนนี้ผมขอยืนยันว่า “การรู้ทันคนและรู้ทันชีวิต” เป็นเรื่องสำคัญ
ความรู้เท่าทันนี้ ผมหมายถึงทั้งความดีและความชั่ว
ถ้าคุณเข้าใจคนและเข้าใจชีวิต ถ้าคุณรู้ทันถึงความเป็นไปที่มันจะต้องเป็นไป
คุณก็จะมีชีวิตอย่างเป็นสุขโดยไม่เจ็บปวดบ่อยนัก”



ใช่ , บางคราวชีวิตมันก็เจ็บปวด
เมื่อเราต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย
แต่ใครล่ะที่ไม่เคยพ่ายพลั้งเจ็บปวด
ใครล่ะที่จะมีความสุขได้ตลอดเวลาโดยไม่เคยพบกับความทุกข์
แล้วเราเป็นใคร มีสิทธิอะไรที่จะพบแต่ความสมหวัง


ผมเพียงแต่ออยากจะบอกว่า
ต้องขอบคุณหนังสือเล่มนี้มาก ๆ ที่มาอยู่อย่างถูกที่ถูกเวลา
และช่วยให้ผมพบ “คำตอบ” ที่ตนเองจะต้องตัดสินใจ





























































 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2564
24 comments
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2564 6:10:38 น.
Counter : 447 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณทนายอ้วน, คุณblue_medsai, คุณTui Laksi, คุณmultiple, คุณชีริว, คุณtoor36, คุณSleepless Sea, คุณkatoy, คุณThe Kop Civil, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณcomicclubs, คุณzungzaa, คุณ**mp5**, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณสองแผ่นดิน, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณhaiku, คุณSweet_pills, คุณหอมกร

 

 

โดย: โอน่าจอมซ่าส์ 12 กุมภาพันธ์ 2564 6:38:09 น.  

 

ชอบชื่อหนังสือจัง "เพียงแต่ผมอยากจะบอกว่า..." เป็นการแสดงความคิดเห็นแบบสุภาพมาก รู้สึกถึงการเปิดโอกาสให้คนฟังเห็นต่างและมาแสดงความคิดเห็นร่วมกัน

 

โดย: ทนายอ้วน 12 กุมภาพันธ์ 2564 7:49:49 น.  

 

ไว้โหวตทีหลังนะคุณก๋าเล่มนี้ดีจริงๆ
ทันสมัยตลอด ที่เหมาะกับบ้านเราตอนนี้ก็คือ
คำว่า ไม่มีอะไรน่ากลัวกว่า คนที่แสร้งว่าเป็นคนดี จ้า

 

โดย: หอมกร 12 กุมภาพันธ์ 2564 7:52:20 น.  

 

ผู้แพ้ได้รับเสียงปรบมือ
ดีจัง

 

โดย: นาฬิกาสีชมพู 12 กุมภาพันธ์ 2564 8:03:16 น.  

 

เล่มนี้ ดีจัง ชอบๆๆ

--สวัสดีตอนเช้าค่ะ--

 

โดย: Love Memoirist (blue_medsai ) 12 กุมภาพันธ์ 2564 8:23:37 น.  

 

เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง 


ขอบคุณแง่คิดดีดีครับ

 

โดย: เซียน_กีตาร์ 12 กุมภาพันธ์ 2564 9:02:13 น.  

 

สวัสดียามเช้าค่ะคุณก๋า
หนังสือดีมีคุณค่าตามตัวอักษร ผ่านมากว่า 20+ ปี
นำมาอ่านอีกก็ยังไม่ตกยุค ชอบที่รีวิวเลยคร้า
เหมือนได้อ่านตามแบบสรุปย่อเลยค่ะ

สุขสันต์วันตรุษจีน มีความสุขกับเรื่องต่างๆ
ผ่านไปอย่างราบรื่น

 

โดย: Tui Laksi 12 กุมภาพันธ์ 2564 9:13:11 น.  

 


พศ.2542 อ.เต๊ะ ลองนับดู อุ้ย ทำงานมา 10กว่าปีแล้ว
หลงเรียก คุณพี่ก๋า ซะตั้งนาน 555

คุณพี่ก๋า บอก เอ็งก็ยอมๆ รับซะมั่ง เรื่องแก่อะ 555

สมัยหนุ่มๆนี่ มุ่งเรื่องเงิน อย่างเดียวเลยครับ
ก่อนจะมาเป็นอาจารย์นี่ ที่ไหน ให้ เงินเดือนมาก ก็ย้ายไป เปลี่ยนงานบ่อย พอโตมากขึ้นถึงเริ่มเข้าใจว่า มีเงินอย่างเดียว บางทีก็ไม่มีความสุขนะครับ

อ่านเรื่องวันนี้แล้ว เหมือนบอกเป็นนัยๆว่า คุณพี่ก๋าตัดสินใจได้แล้วมั่งครับนี่ ถึง อ.เต๊ะ ไม่เอาใจช่วย ก็ยัง มั่นใจว่า
คนเราต้องมีลัม มีลุก คุณพี่ก๋าต้องก้าวเดินต่อไปได้แน่นอนครับ อิอิ

 

โดย: multiple 12 กุมภาพันธ์ 2564 9:42:19 น.  

 

หนังสือที่ส่งผลตจ่อวิธีคิดหลายๆเล่มก็ได้ผ่านตาจากรีวิวในบล็อกพี่ก๋านี่ละครับ
ช่วงต้นปี 40 วิกฤตต้มยำกุ้งไทยเป็นศูนย์กลางของวิกฤตเลยนะครับ ตอนนั้นยังเรียนอยู่เลยไม่รู้เรื่องราวอะไรมาก แต่เจ๊งกันรัวๆ
หลังจากผ่านช่วงนั้นมาได้ก็เหมือนประเทศไทยจะดีขึ้นอยู่พักใหญ่เหมือนกนันะ จนกระทั่งปี 49

รู้ว่าตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย แต่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ กับอีกคนที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย
ไม่รู้แบบไหนแย่กว่ากันครับ

ประโยคที่คัดมาวันนี้ชอบทุกอันเลยครับ

 

โดย: ชีริว 12 กุมภาพันธ์ 2564 10:42:27 น.  

 

ชอบ การจั่วหัวเรื่องไว้แบบนั้น ชวนให้ติดตามอ่านครับ

ตอนเช้าเน็ตที่บ้าน ใช้ไม่ได้.. เพิ่งใช้ได้ตอน 9 โมงกว่า
พอเข้าเน็ตได้ก็รีบเข้าเยี่ยมเยือนเพื่อน ๆ

เห็นคนเขียนตะพาบครั้งนี้เยอะกว่าทุกคราวครับ

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 12 กุมภาพันธ์ 2564 11:29:34 น.  

 

โดยรวมแนวคิดที่เขาต้องการจะสื่อนั้นดีครับ ในบริบทของสังคมเรานี้ ช่วงต้นปี 40 ผมยังอยู่มัธยมอยู่เลย รู้ว่าคนฆ่าตัวตายเยอะ เจ๋งกันเยอะ

ประเทศจะรุ่งเรื่องแบบยุคน้าชาติ หรือสมัยทักษิณคงไม่มีอีกแล้ว ตอนนี้เรายังลงไปไม่ถึงก้นเหวเลยนะครับ

มันยากจริงๆ ที่จะรู้จักพอดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน อำนาจ เมีย ผมเห็นพวกข้าราชการใหญ่มีเมียน้อยทั้งนั้น มีเมียน้อยอยู่ฝรั่งเศสอย่างงี้ ผู้หยิงที่ไปเป็นเมียน้อยก็นะ ถ้าโดนหลอกผมจะไม่ว่าอไรหลอก แต่นี่ตั้งใจเลย อย่างว่าเงินมั้งง้างได้ทุกอย่าง

ชัยชนะในความเงียบ ผมนึกถึงฟุตบอลนะ เล่นไม่ดีแต่อีกฝ่ายทำลูกเข้าประตูตัวเอง แมตช์นั้นคงไม่มีใครพูดถึงก็แค่ชนะแมตช์ทั่วๆ ไปแบบห่วยๆ แต่ถ้าแพ้แม้ว่าจะเล่นดี มันก็ 0 แต้ม แต่เอาเข้าจริงๆ มันก็ขัดกับปรัชยาของคล็อปป์นะ แต่รายนั้นเน้นเล่นเป็นระบบมากกว่า แม้ว่าจะแพ้ก็ไม่คิดมาก แต่ต้องเป็นระบบ

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 12 กุมภาพันธ์ 2564 11:38:16 น.  

 

สวัสดีครับ

มาอ่านรีวิวและข้อคิดจากหนังสือดีๆอีกเล่มครับ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ

 

โดย: Sleepless Sea 12 กุมภาพันธ์ 2564 12:04:02 น.  

 

สวัสดีอีกครั้งครับ

มาชวนไปชิมอาหารทำเองครับ - Claudia's favorite

 

โดย: ทนายอ้วน 12 กุมภาพันธ์ 2564 13:19:23 น.  

 

พอเทียบอายุแล้ว น่าจะยุคเดียวกันครับคุณก๋า 555
เห็นคุณก๋ารีวิวแล้ว อยากอ่านมากครับ ยังมีขายอยู่มั๊ยครับ ต้องไปหาสักหน่อยแล้ว โดนใจตรงความรวยมากครับ ตอนทำงานใหม่ ๆ ผมก็ฝันไว้แบบนี้เหมือนกัน พอทำงานไปเรื่อย ๆ รวยหรือไม่รวยก็ไม่เป็นปัญหา
ที่โดนใจอีกอันนึง ชัยชนะบนความเงียบยังไม่สู้คนแพ้ที่ได้รับเสียงปรบมือ สายกีฬาอย่างผมเจอประจำเลยครับ
ที่น่ากลัวมากที่สุดคนที่เสแสร้งว่าเป็นคนดี
เรื่องการเมืองไม่อยากพูดเลยครับ ได้แต่ทำใจ

 

โดย: The Kop Civil 12 กุมภาพันธ์ 2564 13:31:00 น.  

 

ชอบภรรยาผู้นำทุกคนเลย รู้สึกว่าเพียบพร้อม เหมาะสม

ผู้ชายที่ได้ภรรยาที่ดี เป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลก

 

โดย: comicclubs 12 กุมภาพันธ์ 2564 13:49:35 น.  

 

เป็นหนังสือที่น่าอ่านมากเลยค่ะเล่มนี้ คนทุกคนไม่มีใครที่ไม่เคยทำพลาด ไม่มีใครที่มีความสุขได้ตลอดเวลา และก็ไม่มีใครที่ไม่เคยประสบปัญหา

 

โดย: zungzaa 12 กุมภาพันธ์ 2564 15:40:54 น.  

 

แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ

 

โดย: **mp5** 12 กุมภาพันธ์ 2564 15:47:39 น.  

 

เมื่อคืนก็นั่งคิดว่าหนังสืออะไรที่ชอบและยังติดในความทรงจำ " แม่เล่าให้ฟัง" หนังสือในวัยเด็กที่คุณพ่อซื้อมาให้อ่านค่ะ

 

โดย: mcayenne94 12 กุมภาพันธ์ 2564 19:05:07 น.  

 

สวัสดีครับน้องแตง

ทุกความสำเร็จของผู้ชาย
มักจะมีผู้หญิงอยู่เบื้องเสมอครับ
ผู้นำระดับโลกเกือบทุกคนถ้าปฏิบัติต่อภรรยาไม่ดี
เขาไม่มีวันเป็นผู้นำที่ดีได้ครับ


 

โดย: กะว่าก๋า 12 กุมภาพันธ์ 2564 19:50:39 น.  

 

โอ้ ในที่สุดก็เจอการ์ตูนที่อ่านตรงกับพี่ก๋าแล้ว
เป็น Battle Royale ซะงั้น ไม่คาดคิด!!

การ์ตูนรายละเอียดเยอะกว่ามากๆครับ เพราะมีเวลาใส่รายละเอียดด้วย
หนังฝรั่งที่คล้ายกับ BR หลายคนนึกถึง Hunger Game
เห็นคนแต่ง Hunger Game ถึงกับไม่ดู BR เพราะกลัวพล็อตซ้ำ
แต่ฉากไล่ฆ่าผมว่า BR สนุกกว่าเยอะ

Saw ยังไม่ได้ดูเลยครับ
เห็นโปสเตอร์หนังเป็นแขนคนโดนหั่นออกมาแล้วไม่กล้าดู

ยุคโควิดกับยุค 40 หางานยากพอๆกันเลยครับ เป็นกำลังใจให้เด็กรุ่นนี้สู้ต่อไป
เดี๋ยวขอรัฐเอาเงินไปขยายขนาดหน่วยราชการแป๊บ พวกนี้ผลผลิตไม่ต้องสร้าง
เข้าสังคมสูงอายุแล้วก็แบก productivity กัน 4 เท่านะเด็กๆ~

 

โดย: ชีริว 12 กุมภาพันธ์ 2564 20:38:57 น.  

 

สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

"ผมเพียงแต่จะบอกว่า" อ่านจากที่เธอรีวิวและตัวอย่างที่
ยกมาประกอบนั้น นับเป็นหนังสือที่ให้ข้อคิด การแก้ปัญหา บาง
ข้อความเป็นข้อให้กำลังใจแก่คนที่กำลังมีความทุกข๋ ครูชอบอยู่
ข้อความหนึ่งที่คุณปกรณ์กล่าวถึงผู้ชายที่ดีว่า

"ผู้ชายต้องรับผิดชอบอยู่สองอย่าง คือ รับผิดชอบในสิ่งที่พูด
และรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ" ผู้ชายลักษณะนี้ ค่อนข้างหายากนะ
แต่ถ้าใครมีเพื่อน คนรัก และสามี ที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ ถือว่า
โชคดีมากทีเดียว จ้ะ

โหวดหมวด รีวิวหนังสือ

 

โดย: อาจารย์สุวิมล 12 กุมภาพันธ์ 2564 22:27:13 น.  

 

หนังสือน่าสนใจครับ
ชีวิตเวียนวน แน่นอน ไม่แน่นอน เลือกที่จะทำดี ทำชั่ว อยู่ที่การกระทำของเราเอง

วันนี้ วันเที่ยว ไปเดินเที่ยวห้าง คนยังมาเที่ยวน้อยมากครับ ผิดกับช่วงปกติ

 

โดย: สองแผ่นดิน 12 กุมภาพันธ์ 2564 23:43:36 น.  

 

สวัสดีครับคุณก๋า

อุ๊ย เอนทรี่นี้ได้รู้อายุคุณก๋าแล้ว
คุณก๋าเป็นรุ่นพี่

จากหนังสือเล่มนี้ ชอบวรรคทองที่ยกมามากเลยครับ

“เรายังมีชีวิตอยู่ เราต้องอยู่ต่อไป
ด้วยกำลังใจและความเข้าอกเข้าใจต่อกัน”

และที่พูดเกี่ยวกับความรวยก็ชอบครับ ให้ข้อคิดอย่างดีทีเดียว

 

โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา 12 กุมภาพันธ์ 2564 23:52:48 น.  

 

อ่านประวัติคุณปกรณ์ช่วงที่มีหนี้ปริมาณมาก
ได้ภรรยามาช่วยด้านการเงินอย่างจริงจังทั้งที่ภรรยาจบสัตวบาลมา
ช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรคจนประสบความสำเร็จ
นับเป็นคุณสมบัติผู้อยู่เคียงข้างตามตัวอย่างประโยคที่คุณก๋ายกมานะคะ

เป็นหนังสือดีที่น่าอ่านอีกเล่มค่ะคุณก๋า

 

โดย: Sweet_pills 13 กุมภาพันธ์ 2564 0:02:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 371 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]