ตุลาคม 2564
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
4 ตุลาคม 2564

:: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ - รูมี : บทกวีแห่งการตื่นรักและการตื่นรู้ ::


:: รูมี : บทกวีแห่งการตื่นรักและการตื่นรู้ ::

เขียน : Maulana Jalaluddin Rumi
แปล : มนัส ปรัชญาถาวรกุล









ท่านรูมีเป็นกวีชาวเปอร์เซีย เกิดในปี ค.ศ. 1207
ตลอดชีวิตท่านได้เขียนบทกวีเอาไว้เป็นจำนวนมาก (ประมาณ 70000 บท)
บทกวี “รหัสยนัย” มีแนวคิดของนิกายซูฟี ซึ่งเป็นนิกายหนึ่งของศาสนาอิสลาม
ถ้อยคำ สัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ท่านเขียนไว้
ล้วนกล่าวถึงพระเจ้า ความจริง ความงาม และสัจธรรมของชีวิต



“ความรัก” ในบทกวีของท่าน จึงมิได้หมายความถึงความรักหนุ่มสาวที่เร่าร้อน
หากแต่เป็นความรักความศรัทธาที่มีต่อสิ่งที่มีความยิ่งใหญ่เหนือตน
เข้าใจและมองเห็นความยิ่งใหญ่ของพระผู้สร้างด้วยความนอบน้อมถ่อมตน
แต่ในขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้คุณสมบัติของพระเจ้า
เพื่อค้นพบคุณสมบัติของ
“พระผู้เป็นเจ้า” ที่มีอยู่ในตัวเองด้วยเช่นกัน


ความตื่นรู้ใน
“ความเป็นหนึ่งเดียว” ระหว่างตัวเรากับพระเจ้า
จึงอยู่พ้นไปจากความเป็นศาสนานั้นศาสนานี้
มีเพียง
“สภาวธรรม” เท่านั้นที่บทกวีได้กล่าวถึง



ผมพบว่างานเขียนท่านรูมี ทำหน้าที่อย่างซื่อตรงต่อความจริง
เฉกเช่นเดียวกับงานเขียนบทกวีเต๋า บทกวีเซ็น
คำสอนในพุทธพจวะ หรือแม้แต่คำสอนในไบเบิ้ล

กวีมีหน้าที่เขียน คนอ่านมีหน้าที่ตีความตามความรู้สึกของตน
บทกวีทำหน้าที่เหมือนกระจกส่องสะท้อนความจริง ความงาม ในใจ ในความคิดของผู้อ่าน
เปิดโอกาสให้ผู้อ่านก้าวข้ามกรอบความคิดเดิม
ลองตั้งคำถามใหม่ ๆ ให้กับตนเอง
เพื่อจะได้สำรวจตรวจสอบความคิด ความเชื่อของตน จนเกิดเป็นศรัทธา
และ “ศรัทธา” นี้เองที่จะทำให้ผู้อ่านได้สัมผัสกับ
“พระเจ้า” ที่มีอยู่แล้วในตนเอง




--------------------------------------------------------




สามารถสั่งซื้อหนังสือเล่มนี้จากเพจ Rumi Thai ได้ครับ
หนังสือมีรูปเล่มที่สวยงาม พร้อมภาพประกอบสีน้ำตลอดทั้งเล่ม







































Create Date : 04 ตุลาคม 2564
Last Update : 4 ตุลาคม 2564 8:13:59 น. 20 comments
Counter : 496 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณตะลีกีปัส, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณThe Kop Civil, คุณเริงฤดีนะ, คุณmcayenne94, คุณkae+aoe, คุณtuk-tuk@korat, คุณblue_medsai, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณmultiple, คุณlovereason, คุณLittleMissLuna, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณhaiku, คุณชีริว, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณสองแผ่นดิน, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณSertPhoto, คุณnewyorknurse


 
สวัสดีมีสุขค่ะ

ยิ่งเงียบเท่าไรก็ได้ยินชัดเจนเท่านั้น
ชอบค่ะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 4 ตุลาคม 2564 เวลา:8:18:30 น.  

 
ช่วงนี้ต้องตื่นตลอดเลยค่ะ วิ่งเรื่องแม่ แม่อยู่ icu งดเยี่ยม


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 4 ตุลาคม 2564 เวลา:9:09:24 น.  

 
เมื่อคืนครึ่งแรกลิเวอร์พูลสู้ไม่ได้เลยนะครับ ครึ่งหลังสนุกมาก ลูกของฟาบินโญ่เสียดายเหมือนกัน


โดย: The Kop Civil วันที่: 4 ตุลาคม 2564 เวลา:9:09:54 น.  

 
ความเงียบ คือ ราก ของสรรพจริง
ช่วยยึดเหนี่ยว ลำต้น และเนื้อเยื้อ คือ ร่างกายและจิตใจ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 4 ตุลาคม 2564 เวลา:9:24:21 น.  

 
ดูจากหน้าปกและเนื้อหาแล้วตินตนาการว่า
หนังสือเล่มนี้คงจะเป็นหนังสือที่สวยงามทีเดียวค่ะ
การได้ออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นเรื่องดีค่ะ
เย็นเป็นคนค่อนข้างเกียจคร้านถ้าไม่จำเป็นต้องเสียเหงื่อ
เพราะฉะนั้นแค่ก้าวเดินจริงจังสำหรับตัวเองก็จัดว่าเก่งมากเลยค่ะ
เรื่องงานในบ้าน เคยขยันสุด ตัดหญ้าเครื่องไฟฟ้าผู้หญิงก็ตัดได้สบาย แต่ตอนนี้สังขารเสื่อมมือแขนขาใช้มามาก ไปหมดนิ้วล็อกมือชา ไหล่ติด ฯ เหลือแต่ปากคอยจู้จี้คนอื่นไปค่ะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 4 ตุลาคม 2564 เวลา:9:35:53 น.  

 
ที่จริงหลักธรรมทุกศาสนาก็ดีเนาะเจ้า
แต่คนที่นำไปใช้เป็นเครื่องมือบางอย่าง
มันก็เลยเป็นปัญหา


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 4 ตุลาคม 2564 เวลา:13:46:09 น.  

 
วันนี้ ลูกไปโรงเรียนวันแรกแล้วใช่ไม๊คะ

ตื่นเต้นแทนจริงๆ ทางนี้ยังสอบออนไลน์อยู่ค่ะ




โดย: Love Memoirist (blue_medsai ) วันที่: 4 ตุลาคม 2564 เวลา:14:45:33 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

ขอบคุณกำลังใจที่ให้ผัดไทยด้วยนะคะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 4 ตุลาคม 2564 เวลา:14:58:50 น.  

 
เนื้อหาเข้าใจยากมากเลยครับพี่ก๋า 55555
คือพอพูดถึง พระเจ้า มันดูเป็นนามธรรม มากๆ
เวลาอ่านต้องอินๆ หน่อย มีสมาธิ น่าจะพออ่านได้ต่อเนื่องอยู่ครับ ^^


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 4 ตุลาคม 2564 เวลา:17:03:30 น.  

 
เห็นหน้าปกแล้วนี่ ซุ้มประตูโค้ง ทรงนี้ ลวดลายแนวนี้
นึกถึง สถาปัตยกรรมอิหร่าน หรือเปอร์เซีย ทันทีเลยนะครับ

ส่วนภาพคนเหมือนจะเป็นสีน้ำ หรือ สีหมึกเห็นไม่ชัด
แต่ถ้ามี รุปประกอบ สไตล์แบบนี้ อ.เต๊ะ ซื้อครับ
อาศัยดูรูปเอา 555

ปล.เครื่องตัดหญ้าน้ำมันจะหนักและเหม็นควันแน่นอน
อีกหน่อย ไฟฟ้าน่าจะพัฒนาแรงเท่าเครื่องน้ำมันก็ได้นะครับ
เพราะแบตเดี๋ยวนี้มี แรงๆหลายแบบเหมือนกันนะครับ



โดย: multiple วันที่: 4 ตุลาคม 2564 เวลา:19:09:34 น.  

 
อืมมม แต่ละข้อนี่มันใช่เลย แต่ข้อนี้ผมไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ (ข้อแรก) ผมไม่คิดว่าอีลุงมันจะเป็นพรวิเศษสำหรับผมนะครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 4 ตุลาคม 2564 เวลา:20:49:53 น.  

 
สวัสดีค่าพี่ก๋า
อ่านบทกวีของรูมีแล้วคิดว่าเหมาะกับแนวพี่ก๋ามากเลยค่ะ
แต่ใดๆ ก็คือแต่ละคนต้องตีความตามความรู้สึกของแต่ละคน ไม่ต้องเข้าใจเหมือนกัน แค่รู้สึกถึงบทกวีในความเข้าใจของเราใช่มั้ยคะ
นี่ถามพี่ก๋าแต่ก็เริ่มงงละ 555
บทกวีที่พี่ก๋ายกมา ชอบบทนี้มากค่ะ
ข้าพเจ้า
เผาแต่ละเสี้ยวขณะของชีวิตให้มอดไหม้
เพื่อให้มันกลับกลายเป็นความรัก
งืออ อันนี้ดี ทัชใจเหมาะกับนักเขียนนิยายเลยค่ะ อิอิ
ขอบคุณที่แนะนำหนังสือบทกวีดีๆ ค่า


โดย: lovereason วันที่: 4 ตุลาคม 2564 เวลา:20:50:17 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณก๋า ต้องขอโทษคุณก๋า
และพี่น้องบล็อกแก๊งค์ทุกคนที่มา
ทักทายในบล็อกนะคะ ที่ช่วงนี้ไม่ได้มา
ตอบอันเก่าและหายไปนานเลยค่ะ
ชีวิตมีปัญหาเยอะ ค่อนข้างหนัก
เลยพัก ๆ ไปก่อน ตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้วค่ะ
เลยกลับมาเขียนงานอีก

บทกวีของรูมีนี่ดีจังนะคะ
สวยงามดีและให้ข้อคิด
อ่านแล้วนึกถึงของคาลิล ยิบรานเลยค่ะ
อันนั้นชอบมาก เป็นเล่มโปรดเลย
ชอบข้อความเงียบและกระจกค่ะ
ใช้ได้จริงและเป็นความจริงมาก ๆ

ขอบคุณที่ไม่เม้นและโหวตในบล็อกนะคะ
เรื่องนี้กว่าจะดูจบก็ใช้เวลาพอสมควรค่ะ
ใช้อานิสงค์เก่าในการเรียนรร.คาทอลิก
เลยเข้าใจมากกว่าคนอื่นหน่อยนึง 555
หนังสนุกดีค่ะ แต่คนที่ไม่ชอบจะบ่นเบื่อก่อนเลย
เพราะบทพูดมันยาวมากกกก เหมือนได้ฟัง
เทศนาในโบสถ์ก็มิปานค่ะ
55


โดย: LittleMissLuna วันที่: 4 ตุลาคม 2564 เวลา:21:19:20 น.  

 
*พิมพ์ผิดค่ะ ขอบคุณที่ไปเม้นและโหวตในบล็อกนะคะ 5555


โดย: LittleMissLuna วันที่: 4 ตุลาคม 2564 เวลา:21:20:33 น.  

 
เปอร์เซียมีมนต์เสน่ห์แบบประหลาดๆดีนะครับ เป็นแขกที่สะอาดและสวยงาม พูดแล้วก็อยากไปอิหร่านอีก
งานเขียนโบราณที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน อ่านแล้วก็ชวนให้นึกถึงสภาพสังคมยุคนั้นไปด้วย
ตอนนั้นอิสลามเข้าไปในเปอร์เซียแล้วสินะครับ


โดย: ชีริว วันที่: 4 ตุลาคม 2564 เวลา:21:43:22 น.  

 
สวัสดี ยามดึก จ้ะ น้องก๋า

วันนี้เพื่อนที่ไปอินเดียด้วยกันมาชวนไปเที่ยวสวนของเขาที่ชลบุรีที่ซื้อทิ้งไว้ ยี่สอบกว่าปี ตอนซื้อไร่ละสองหมื่น ตอนนี้ขายได้ไร่ละ แสนแล้ว มีที่ตั้ง 38 ไร่ เศรษฐีเลยเนาะ อิอิ

หนังสือ รูมี บทกวีแห่งการตื่นรักและการตื่นรู้
จากตัวอย่างบทกวีที่ยกมาเป็นตัวอย่าง เป็นสิ่งที่เตือนใจ เตือนสติเรา
ได้เป็นอย่างดี จ้ะ ครูเชื่อว่า หลักของแต่ละศาสนาจะมีจุดมุ่งหมาย
เดียวกัน คือ การทำให้คนนับถือเป็นคนดีทั้งนั้น เพียงแต่ว่า หลัก
การสอนของแต่ละศาสนามีวิธีการที่แตกต่างกันเท่านั้น จ้ะ

โหวดหมวด รีวิวหนังสือ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 4 ตุลาคม 2564 เวลา:21:53:51 น.  

 
สวัสดีครับคุณก๋า

จากประโยคสั้นๆที่ยกมา ได้อ่าน และได้คิดตามไปด้วยครับ
ชอบใจความที่ว่า บางทีความเจ็บปวดอาจสร้างประโยชน์แก่เรา
เพราะในขณะเดียวกัน ความสุขก็สามารถทำให้เราทุกข์ได้เช่นกัน


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 4 ตุลาคม 2564 เวลา:22:18:58 น.  

 
หนังสือน่าสนใจครับ
ทางเดียวกัน ทำตามเหมือนกัน แต่ประสบความสำเร็จแตกต่างกัน หรือ ล้มเหลว
สังคม การเข้าสังคม คนอื่น/ตัวเอง แตกต่างกัน

วันนี้ ไม่มีฝนครับ



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 4 ตุลาคม 2564 เวลา:22:43:22 น.  

 

สวัสดีค่ะน้องก๋า


โดย: newyorknurse วันที่: 5 ตุลาคม 2564 เวลา:0:41:46 น.  

 
"ความงดงาม ที่เธอประจักษ์ในตัวฉัน คือเงาสะท้อนตัวตนของเธอเอง"

มันคือประโยคบอกรัก ที่ไม่มีคำว่ารักจริงๆค่ะ ^__^


โดย: settembre วันที่: 1 พฤศจิกายน 2564 เวลา:18:27:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 379 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]