www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

April Snow , บางครั้งความรักก็เจ็บปวดโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้




...ความรักของคุณอาจเริ่มต้นจาก การพบกันด้วยความบังเอิญ , เพื่อนแนะนำให้รู้จัก หรือ การเรียนการทำงานร่วมกัน ฯลฯ การเริ่มต้นของความรักมักเริ่มจากความสุขความงดงาม แต่ ความรักของ อินซู และ โซยอง ต่างออกไป ความรักของทั้งคู่เริ่มต้นจากความเจ็บปวดและโหดร้าย มันเริ่มต้นจากอุบัติเหตุ อุบัติเหตุของภรรยาอินซู และ สามีของโซยอง

....อินซูและโซยองได้รับแจ้งว่าคนรักของตัวเองประสบอุบัติเหตุอยู่ในโรงพยาบาล วันที่พวกเขาไปรับข้าวของที่เก็บมาจากในรถที่พลิกคว่ำ คือ วันที่ทั้งคู่พบความจริงว่า คนรักของทั้งคู่เป็นคนรักของกันและกัน

เมื่อนั้น ความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใย อยากให้คนรักตัวเองฟื้นขึ้นมา ความรู้สึกที่อยากจะเจ็บแทนภรรยาของตัวเอง แปรเปลี่ยนเป็น ความโกรธ ความแค้น ความผิดหวัง ความเสียใจ ไปจนถึง ความคิดที่ไม่อยากแม้แต่จะให้คนรักตัวเองฟื้นขึ้นมา เหมือนดั่งที่อินซูบอกภรรยาข้างเตียงว่า เธอน่าจะตายๆไปซะ ความคิดเช่นนี้เป็นวิธีการเดียวที่เขาจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาได้ เพราะเธอไม่มีโอกาสจะฟื้นตื่นขึ้นมารับฟัง , สารภาพหรือโต้เถียง เมื่อเธอและสามีของโซยองต่างก็อยู่ในภาวะโคม่า

...สามีและภรรยาของทั้งสองคนตกอยู่ในภาวะโคม่าที่ไม่สามารถรับรู้เรื่องราวได้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับ อินซูและโซยองก่อนหน้านั้น ที่ไม่เคยรับรู้ว่าคนรักของตัวเองไปมีความสัมพันธ์ชู้สาวกัน

... ในช่วงเวลาที่คนรักของแต่ละฝ่ายยังอยู่ในภาวะเจ้าชายเจ้าหญิงนิทรา ทั้งสองคนต้องรับผิดชอบดูแลร่างกายที่ยังหายใจ ไม่เพียงเท่านั้นทั้งคู่ยังต้องรับผิดชอบ บาปจากผลลัพธ์ของความรัก ที่คนรักตัวเองไปก่อไว้ นั่นคือ ความตายของคนๆหนึ่งจากอุบัติเหตุครั้งนี้ อินซูและโซยอง ต่างก็ต้องใช้ชีวิตเพื่อชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อไว้

... หากเราลองไปนั่งอยู่ในใจตัวละคร

- ถ้าเราเป็นอินซูหรือโซยอง แวบแรกที่รับโทรศัพท์ แล้วรู้ว่าคู่ชีวิตของเรา ประสบอุบัติเหตุอาการสาหัส ความรู้สึกตอนนั้นจะเป็นอย่างไร?

- แล้วเมื่อเราไปพบว่า อุบัติเหตุที่เกิดนั้นเกิดขึ้นในวันเวลาสถานที่ ที่ไม่น่าจะเดินทางไปได้ และ บนรถคันนั้นมีใครอีกคนนั่งอยู่ด้วย ความรู้สึกตอนนั้นจะเป็นอย่างไร?

- แล้วสุดท้ายพบว่า คนที่นั่งอยู่บนรถนั้นเป็นคนรักของคู่รักของเรา ทั้งสองคนแอบคบกันมานาน ความรู้สึกของเราจะต่างไปจากตอนแรกอย่างไร?

… สาม เหตุการณ์ข้างต้น ผสมผสานไปด้วย ความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใย(คนรัก) ความหวาดกลัว(ต่อความตายที่จะมาพรากคนรักไป) ความสงสัย(ว่าคนรักของเราจะมีความสัมพันธ์กับคนที่นั่งอยู่) ความกังวล(ว่าความสงสัยนั้นจะเป็นจริง) ความรู้สึกช็อคตกใจ(เมื่อรู้ความจริง) ความสับสน(ไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น) ความโกรธ ความเกลียด ความผิดหวัง ความเสียใจ และ ความเจ็บปวด

เราจะรับมือกับความวุ่นวายทางอารมณ์เหล่านั้นอย่างเดียวดายภายในเวลาสั้นๆได้หรือไม่

...หากชีวิตของทั้งอินซูและโซยองนั้นเคยมีเข็มทิศบอกเส้นทาง อุบัติเหตุครั้งนี้อาจทำให้เข็มบอกระยะทางบนรถหยุดนิ่งไป และ มันก็ทำให้ให้เข็มทิศในตัวของทั้งคู่หมุนเคว้งไปมาอย่างไร้เป้าหมาย ไม่สามารถบอกทิศทางได้ว่า จะต้องทำอย่างไรต่อไป

... หากคู่ชีวิตของตัวเองตายจากไป อินซูและโซยองที่ยังมีชีวิตอยู่คงมิอาจรับรู้ได้ว่า เกิดอะไรขึ้นในความสัมพันธ์นั้น นอกจากปล่อยให้จินตนาการเติมต่อว่าเพราะอะไร คนรักตัวเองถึงไปมีคนอื่น และ อาจต้องเจ็บปวดกับความจริงในจินตนาการที่สร้างขึ้นมาอย่างไม่หยุดหย่อน แต่หากทั้งคู่ฟื้นกลับคืน อินซูและโซยองก็ต้องเจ็บปวดกับการเผชิญหน้าความจริงที่รอคอย ไม่ว่าเส้นทางไหน ก็ไม่มีทางให้หลีกหนีความเจ็บปวดนั้นไปได้

... โซยองบอกอินซูในร้านอาหารที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกันอ่านข้อความที่คู่ชีวิตแอบส่งให้กันว่า “เรามาเป็นชู้กันเถอะ” อินซูบอกโซยองว่าหากภรรยาฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่เขาอยากทำคือ “การแก้แค้น”

การรักกันในวันที่จิตใจสับสน อาจทำให้คนบางคนไม่เข้าใจตัวเองได้เหมือนกันว่า ต้นอ่อนของความรักที่เติบโตมานั้น มันมาจากเมล็ดพันธุ์ของความรัก หรือ เป็นผลมาจากความเจ็บปวดที่ใช้รักเพียงเพื่อเยียวยา หรือ เป็นการโหยหาแทนที่เพื่อทดแทนความรักที่สูญเสียไป หรือ เป็นการแก้แค้นให้กับความเจ็บช้ำของตัวเอง

...แล้วเส้นทางที่ทั้งคู่เลือกเดินโดยมิได้ตั้งใจ ก็คือเส้นทางที่ย้อนรอยคนรักของตัวเอง เมื่อทั้งคู่เริ่มต้นจากมิตรภาพ และ ขยายขอบเขตไปเป็นความรัก ความรักที่ดูเหมือนจะเป็นยาที่ทำให้ความเจ็บปวดนั้นหายไป โดยหารู้ไม่ว่า ท้ายที่สุดแล้ว มันกลับส่งผลที่เจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม

... ในช่วงแรกของความสัมพันธ์ ทั้งสองคนเหมือนกับคนป่วยสองคนมาพบกันและเยียวยากันและกัน ไม่ว่าจะเป็นฉากการร่วมรักในตอนแรก หรือ ฉากที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกัน มันไม่ได้แสดงออกถึงความสุข ความปรารถนาที่มาจากความรัก ไม่มีความรู้สึกผิดเกิดขึ้น จนกระทั่ง เมื่อต้องหลบๆซ่อนๆ ในวันที่พ่อตาของอินซูมาเยี่ยม ฉากนี้เป็นการตอกย้ำ สถานภาพ ชู้รัก ให้แจ่มชัดในใจของเขาและเธอ เพราะ การหลบซ่อนและความรู้สึกผิด คือ สัญลักษณ์หนึ่งของความรักที่เป็นชู้รัก หลังจากนั้น เราจะเห็นว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มค่อยๆขยับจากการบำบัดเยียวยา มาเป็น ความรัก อย่างเต็มตัว แสดงให้เห็นจาก การที่ต่างก็ต้องหลบซ่อน ต่างก็ต้องเจ็บปวดเมื่อเห็นอีกฝ่ายใช้เวลาอยู่กับคู่รักของตัวเอง

ความรักของทั้งอินซูและโซยองจะยืนยาวไปได้นานเพียงใด?

....มันก็นานตราบเท่าที่ยังไม่มีใครรู้ นานตราบเท่าที่คนรักตัวเองยังไม่ฟื้น ในช่วงนี้เองที่ทั้งเขาและเธอรวมไปถึงคนดูอาจจะนึกในใจอยากจะให้ช่วงเวลานี้อยู่ต่อไปเรื่อยๆ เรายังไม่อยากให้คู่ชีวิตของทั้งสองคนต้องฟื้นขึ้นมา โดยเราอาจลืมนึกไปว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ไม่ได้ต่างจากสามี-ภรรยาตัวเอง จริงอยู่ที่ทั้งคู่ถูกกระทำมาก่อน แต่การถูกกระทำก็มิได้หมายความว่าจะทำให้ ความเป็นชู้ของเขาและเธอนั้นมีความชอบธรรมมากไปกว่าคู่ชีวิตตัวเอง

...คำถามหนึ่งจากตัวละครเอ่ยขึ้นว่า หากเราสองคนพบกันก่อนหน้านี้หรือหลังจากนี้มากๆจะเป็นอย่างไร หากไม่มีอุบัติเหตุนี้มาชักนำให้พบกัน หากย้อนไปนานกว่านี้ก่อนที่ทั้งคู่จะมีคนรัก ความรักจะยังเกิดขึ้นได้อีกหรือไม่

ความรักมีจังหวะในตัวเองเสมอ จังหวะที่มันถูกลิขิตมา และ จังหวะที่เราเลือกเดิน บางครั้งจังหวะความรักของเรามันไม่ได้สมหวังลงตัวแต่เราเองก็มีสิทธิที่จะเลือกเดินว่าจะเดินไปในทิศทางใด ดังนั้นผมเชื่อว่าใช่ว่าการย้อนเวลาถอยหลังหรือเดินหน้าแล้วทุกอย่างจะสวยงามไปกว่านี้ เขาและเธออาจไม่เจ็บปวดกับความรักที่ไม่สมหวังแต่ก็อาจไม่ได้มาพบกันหรือรักกันเสียด้วยซ้ำ

แม้รู้ว่ามีทางเลือกที่จะไม่เจ็บปวด แต่ บางครั้งความรักก็เจ็บปวดโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้

…แล้วความรักของอินซูและโซยองก็ต้องมาถึงทางแยก เหมือนกับสถานที่ทั้งสองคนพบกันในหนัง โรงพยาบาล โรงแรม และ ร้านอาหาร ทั้ง 3 สถานที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ล้วนตั้งอยู่บริเวณมุมสามแยกของถนนเส้นเดียวกัน ซึ่งมันก็เหมือนกับ ทางแยกของชีวิต ที่สุดท้ายต่างก็ต้องเลือกเส้นทางใดเส้นทางหนึ่ง เราไม่สามารถจะใช้ชีวิตอยู่ตรงทางแยกได้ตลอดไป

.... ใน Christmas in August พูดถึงภาพถ่ายว่าเปรียบเสมือนสิ่งที่ระลึกเป็นตัวแทนของความทรงจำ ถ้าเป็นเช่นนั้น ภาพถ่ายใน Christmas in August คือ ตัวแทนของความสุขอยู่ในใจ ที่จะดูกี่ครั้งแม้จะเศร้าแต่มันก็เปี่ยมสุข แต่ ภาพถ่ายใน April Snow เป็นตัวแทนของความเจ็บปวด ภาพที่ปรากฏในหนังทั้ง 2 ครั้ง ในครั้งแรกคือ ภาพที่ถ่ายจากกล้องวิดิโอ นั่นเป็นตัวแทนความสุขของชู้รักแต่มันคือความเจ็บปวดร้าวลึกของคนที่รับรู้ ภาพถ่ายครั้งที่สองถ่ายจากกล้องมือถือ นั่นเป็น ตัวแทนความสุขของชู้รักอีกคู่หนึ่งที่เมื่อหยิบมาดูในภายหลังก็ต้องเจ็บปวดอีกเช่นกัน

....ทั้ง April Snow และ Christmas in August ต่างเป็นเรื่องราวของความรักที่ไม่อาจครองคู่กัน โดยมีสิ่งขวางกั้นเป็นแค่หน้าต่างบานเดียว

หน้าต่างบานที่ โซยอง นั่งมอง อินซู จากร้านอาหารในตอนท้าย ก็ไม่ต่างกับ หน้าต่างที่ จุงวอน นั่งมอง ดาริม ใน จากร้านอาหารในตอนท้ายเช่นกัน มันเป็นเพียงหน้าต่างที่มีกระจกบางๆกั้นอยู่ แต่คนที่นั่งอยู่ข้างหลังหน้าต่างกลับไม่สามารถที่จะเปิดมันออกไปเพื่ออยู่เคียงคู่กับคนที่รักได้ เพราะ หน้าต่างใน Christmas in August คือ ความตายที่กำลังย่างกรายเข้ามา ส่วน หน้าต่างใน April Snow คือ พันธะครอบครัวและสถานภาพสมรสของทั้งสองคน

...ความรักที่ไม่อาจเป็นไปได้ของทั้งสองเรื่อง ก็เหมือนกับฤดูกาลตามชื่อเรื่อง ในโลกของความเป็นจริง ไม่ได้มี Christmas ในเดือนสิงหาคม และ หิมะก็ไม่ได้ตกในเดือนเมษายนซึ่งตรงกับฤดูใบไม้ผลิ

Spoiler alert ข้อเขียน ถัดจากนี้ไป เล่าถึงฉากจบของหนังเรื่องนี้

แม้ว่า ภาพสุดท้ายใน Christmas in August คือ การแยกจาก แต่ในความรู้สึกมันกลับเป็นความเศร้าที่แฝงไว้ด้วยความสุขใจของทั้งสองคน ในขณะที่ภาพสุดท้ายใน April Snow คือ การเคียงคู่ แต่ในความรู้สึกนั้นมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากตอนต้น มันยังให้ความรู้สึก เจ็บปวด ที่คงอยู่ ซึ่งต่างฝ่ายยังคงต้องเยียวยากันต่อไป

...ฉากในเรื่องบนรถตอนจบ ที่เราเห็นแต่ด้านหลังคนสองคนกำลังคุยกันเพื่อถามหาเส้นทางที่จะเดินทางต่อ นัยหนึ่งมันอาจเป็นชีวิตใหม่ที่ติดตั้งเข็มทิศของทั้งอินซูและโซยองที่ไร้ซึ่งพันธะ และกำลังจะเริ่มเดินทางครั้งใหม่ หรือ นัยหนึ่งมันอาจเป็นชีวิตในสถานภาพชู้ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงของเขาและเธอ และทั้งคู่กำลังถามหาทางออกของชีวิต หรือ ภาพที่เราเห็นเป็นเพียง ภาพความคิดของเขาและเธอที่หลุดพ้นเข้าไปในโลกความฝัน เป็นการหนีออกจากโลกที่ความจริงมิอาจสมหวังได้

เพราะ หากหิมะเปรียบเสมือนความรักของเขาและเธอในโลกความจริง หิมะที่มิอาจตกในฤดูใบไม้ผลิก็ไม่ต่างอะไรกับความรักของทั้งคู่ที่มิอาจอยู่เคียงคู่กันได้ แต่ ถ้าเป็นในโลกแห่งความฝัน โลกที่หิมะสามารถตกได้ในฤดูใบไม้ผลิ โลกใบนั้นมันก็จะเป็นโลกที่เขาและเธอได้ครองคู่กันอย่างมีความสุข

... ผู้กำกับ เฮอ จิน โฮ กับผลงานกำกับหนังรักที่เกี่ยวข้องกับฤดูกาลมาทั้ง Christmas In August, One Fine Spring Day และล่าสุด April Snow รูปแบบงานของเขา คือ งานที่เล่ารายละเอียดของเนื้อหาน้อยแต่ให้ความรู้สึกออกมามาก งานของเขาเน้นที่ความรู้สึก(emotion)มากกว่าจะเน้นที่เนื้อหา(content) ซึ่งผมรู้สึกแบบเดียวกันนี้กับงานของ หว่องกาไว และ ชุนจิ อิวาอิ ในแง่ที่ว่า สามคนนี้ถนัดเหลือเกินในการส่งความรู้สึกจากจอมาให้คนดู เป็นหนังที่คนดูสัมผัสได้ที่ อารมณ์ มากกว่า เนื้อหาเรื่องราว และหากเทียบกันทั้งสามคนแล้ว ความสามารถทำให้คนดูหลับขณะดูของ เฮอ จิน โฮ ดูจะมีมากกว่าเพื่อน เพราะทั้งสองเรื่องที่ผ่านมา ผมเองก็เคยหลับขณะดูรอบแรกมาแล้วทั้งคู่ เรื่องนี้ก็เช่นกัน โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า หนังของเฮอ จิน โฮจะดูไม่ค่อยเข้าไปโน้มน้าวคนดู ดังนั้นหากคนดูเลือกสังเกตการณ์อย่างห่างๆดูเรื่องราวในหนังเหมือนคนนอก มีโอกาสที่จะหลุดจากเรื่องราวไปได้ง่ายๆ

...อย่างไรก็ดีงานที่น้อยแต่มากของ เฮอจินโฮ ในเรื่องนี้ ทำให้ผมรู้สึกหิวเนื้อหารายละเอียดมากกว่าใน Christmas In August เพราะถึงแม้ Christmas In August หลายตอนที่หนังไม่ได้บอกรายละเอียด เช่น ไม่ได้บอกว่าพระเอกป่วยเป็นอะไร ,ไม่ได้บอกว่าจดหมายนางเอกเขียนว่าอะไร ฯลฯ จนเมื่อหนังจบ หนังสามารถทำให้คนดูอิ่มกับความรู้สึกโดยไม่ได้คิดต้องการรายละเอียดเหล่านั้นอีก April Snow เองก็ยังคงเดินตามรอยเดิมทุกประการ แต่สิ่งที่แตกต่างในความรู้สึกของผม คือ ผมกลับอยากให้ April Snow เล่าเรื่องราวมากกว่านี้ ระหว่างทางของหนังหลายช่วงที่ความว่างเปล่าของเนื้อหาเรื่องราวไม่สามารถคุมคนดูได้อยู่หมัดต่อเนื่อง และ อาจทำให้คนดูบางส่วนต้องเสียชีวิตด้วยการหลับระหว่างทางไปกับหนัง

ความน้อยที่หนังให้มา ไม่สามารถเกาะกุมและกระแทกความรู้สึกของผมได้ลึกเท่าหนังเก่าของเขาอย่าง Christmas in August ครั้นตัวเนื้อหาของหนังไม่ชวนให้ลุ่มหลงในเรื่องราวชู้รักของชู้รักแบบเดียวกันนี้ได้เท่ากับ In the mood for love แต่อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่ เฮอ จิน โฮ สื่อสารออกมาได้ชัดเจนและโดดเด่นเหลือเกิน คือ ความรู้สึกเจ็บปวด ของตัวละคร ที่ถ่ายทอดออกมา

.... ทั้งจากเนื้อเรื่อง ทั้งจากการคุมอารมณ์ของหนัง ทั้งจากดนตรีประกอบที่เปิดวนไปมา ทั้งจากตัวนักแสดง ทำให้คนดูต้องอึดอัดเจ็บปวด(และอยากเข้าไปปลอบประโลม ซอนเยจิน หากทำได้) นักแสดงในเรื่องคงต้องถูกเคี่ยวกรำและเหนื่อยไม่ใช่น้อย เพราะหลายฉากที่เราจะเห็นการแช่กล้องไว้อย่างใจเย็นแล้วให้นักแสดงค่อยๆเค้นอารมณ์ออกมา เช่น ฉากร้านอาหารของแบยอนจุนที่ค่อยๆให้เขาปล่อยความรู้สึกเจ็บช้ำ และ ฉากข้างถนนของซอนเยจิน ที่หนังกดเก็บอารมณ์ของเธอไว้มาตลอดก่อนหน้านั้น แล้วก็ถึงจุดสิ้นสุดของความอดทนในฉากนี้ สองฉากนี้ทั้งคู่เล่นกันได้ดีและทำให้อารมณ์ของหนังชัดเจนมากยิ่งขึ้น อีกหนึ่งฉากที่ผมชอบคือฉากงานศพในตอนต้น เป็น ฉากรวมความเจ็บปวดที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ตัวเอกของเราที่เจ็บปวดกับเรื่องของตัวเอง พวกเขายังต้องไปแบกรับความเจ็บปวดของคนอื่นเพิ่มเข้ามาอีก

... นักแสดงสองคนไม่ทำให้คนดูต้องผิดหวัง ผมไม่ใช่แฟนประจำของแบยอนจุน เพราะเคยดูหนังที่เขาเล่นแค่เรื่อง Untold Scandol เรื่องเดียว จึงไม่รู้ว่าเขามีพัฒนาการแตกต่างมากน้อยเพียงไร แต่ในเรื่องนี้เขาก็เล่นได้ดีชนิดไม่มีข้อให้ต้องตำหนิ แม้ว่าเขาจะแสดงได้ยอดเยี่ยมในฉากร้านอาหารหรือฉากร้องไห้ตอนท้าย แต่ที่ผมชอบมากกว่าคือฉากที่เขาเล่นแบบไม่ระเบิดอารมณ์ในหลายๆฉาก เช่น ฉากนั่งข้างเตียงภรรยาแล้วขอให้เธอตายไปเสีย หรือ ฉากที่ครุ่นคิด เขาสามารถแสดงถึงอารมณ์ที่กักเก็บข้างในได้ดี

ส่วน ซอนเยจิน ผมกลับเป็นแฟนประจำที่ดูหนังของเธอบ่อยโดยไม่รู้ตัว ในเรื่องนี้เธอได้บทที่หนักหนาแสนสาหัสที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิตการแสดงของเธอ จริงแล้วๆเธอเองก็แสดงให้เห็นพัฒนาการการแสดงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ Lover’s concerto , The Classic ไล่มาจนถึง A Moment to remember แต่เป็นพัฒนาการที่ค่อยๆเป็นค่อยไปมาก เพราะตัวบทไม่ได้เอื้อให้เธอได้แสดงความสามารถแตกต่างออกมา ภาพหญิงสาวอ่อนหวานบอบบางจึงเป็นภาพที่ติดตัวเธอมาตลอด ในเรื่องนี้การโชว์เนื้อหนังอย่างไม่คาดคิด อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เธอสลัดพ้นภาพลักษณ์เก่าๆ แต่เธอพิสูจน์ให้คนดูได้เห็นมากกว่านั้นว่า การแสดงของเธอต่างหากที่เธอทำได้ดีไม่แพ้นักแสดงชั้นแนวหน้าคนอื่น เธอไม่ใช่เล่นเป็นแค่บทคุณหนูผู้อ่อนหวานเหมือนภาพเก่าๆที่คนดูเคยรู้จักเธอ เมื่อถึงเวลาที่เธอแสดงออกถึงความเจ็บปวดเธอก็ถ่ายทอดมันออกมาให้คนดูรู้สึกอย่างที่เธอรู้สึก แม้ว่าจะเป็นฉากเล็กๆน้อยๆที่ไม่ได้ระเบิดอารมณ์ เช่น ฉากต้องซ่อนตัวในห้องน้ำ , ฉากที่ต้องฝืนใจทักพระเอกในตอนเดินสวนกันตอนท้าย , ตอนปฏิเสธเมื่อเขามาชวนออกไปเดินเล่นเพราะรู้ว่าความรักไม่อาจดำเนินหน้าต่อไป และ ฉากที่ผมชอบคือฉากร้านอาหารในตอนท้ายที่มองดูพระเอกผ่านหน้าต่างของร้านอาหาร ที่ ทั้งสุขและเศร้า น้ำตาของเธอแทบจะเรียกน้ำตาคนดูออกมาได้ทันที หรือจะเป็น ฉากที่เธอยิ้มอย่างมีความสุขเพียงฉากเดียวในเรื่อง เธอแทบจะทำให้คนดูต้องยิ้มและสงสารเธอไปพร้อมๆกัน ในฉากที่ตัวละครของเธอมีความสุขมากที่สุด เจ็บปวดน้อยที่สุด และ ผมชอบมากที่สุด นั่นคือ ฉากถ่ายรูปคู่กันริมชายหาด

... หนังเป็นเรื่องราวชู้รักของชู้รัก ที่ส่งแบบทดสอบท้าทายศีลธรรมและเล่นกับความคิดของคนดูอยู่ไม่น้อย ผมเชื่อว่า มีคนดูที่นั่งแอบคิดในใจให้คู่สามี-ภรรยาที่ประสบอุบัติเหตุไม่ฟื้นขึ้นมาอีก โดยตอนแรกก่อนที่สองคนนั้นจะสานความสัมพันธ์มากเลยไปถึงการมีความรัก เราและตัวละครอาจคิดแค่ 50/50 คือใจหนึ่งก็โกรธอยากให้ตายไปเสียใจหนึ่งก็อยากให้ฟื้น แต่เมื่อทั้งอินซูและโซยองเกินเลยไปจนเกิดเป็นความรัก เราอาจจะไม่อยากให้ทั้งคู่นั้นฟื้นขึ้นมาจากโคม่าอีกเลย โดยลืมนึกไปว่าสองคนนี้ก็ดำเนินเส้นทางเดียวกับสามีภรรยาตัวเอง แต่ใช่ว่าหนังจะชักนำให้คนดูคล้อยตามกับความผิดที่เกิดขึ้น

เพราะ หนังทำให้เรา เข้าใจ แต่ หนังเองไม่ได้สนับสนุนความสัมพันธ์ลักษณะนี้ ผลลัพธ์สุดท้ายของความสัมพันธ์ในเรื่องไม่ว่าฉากสุดท้ายจะมีความหมายว่าอย่างไร คนดู อินโซ และ โซยอง ย่อมรู้ว่า ใครก็ตามที่ยังมีชีวิตเหลืออยู่ต่อไป ล้วนก็ต้องเจ็บปวดแทบทั้งสิ้น

...ภรรยาของอินซู ต้องเจ็บปวดกับความรู้สึกผิดที่หักหลังสามีตัวเอง และเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าคนที่เธอรักตายจากไป

....อินซู ต้องเจ็บปวดเมื่อเห็นภรรยาฟื้นกลับมาและเขาต้องเดินจากโซยอง เขาต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อกับความรักที่ทำร้ายหัวใจตัวเองและต้องทิ้งความรักที่เยียวยาแผลใจ

....โซยอง ต้องเจ็บปวดเมื่อเห็นอินซูกลับไปอยู่ดูแลภรรยา ต้องเจ็บปวดกับความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถกลับมาทันดูใจสามีตัวเองเพียงเพราะใช้เวลานั้นไปอยู่กับอินซู

ทั้งอินซูและโซยอง ก็ต้องเจ็บปวดกับความรักที่ผ่านมาถูกหลอกลวงหักหลังจากคู่ชีวิตที่อยู่ร่วมกันมานานแรมปี และ ทั้งคู่ก็ยังต้องเจ็บปวดกับ ความรักที่เกิดขึ้นใหม่อย่างไม่ได้ถูกทำนองคลองธรรมและไม่อาจเป็นไปได้


สิ่งที่ชอบ

1.ความเจ็บปวด ... หนังถ่ายทอดออกมาได้ดีเหลือเกิน เชื่อว่าใครที่เคยมีประสบการณ์เหมือนตัวละคร หรือ คนดูที่ลองเข้าไปนั่งในใจตัวละคร จะรับรู้ถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นในเรื่องได้เป็นอย่างดี

2.ซอนเยจิน ... นี่เป็นการแสดงชิ้นโบว์แดงที่เธอสามารถสลัดภาพลักษณ์เดิมๆออกมาได้ เธอให้การแสดงที่น่าทึ่ง

3.ดนตรีประกอบ ... ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของหนังเฮอ จิน โฮ ดนตรีประกอบในหนังของเขา เสริมความรู้สึกสอดคล้องไปกับธีมของเรื่อง มันชัดเจนมากเพราะเมื่อมานั่งฟังดนตรีเหล่านั้นที่บ้าน เราสามารถที่จะหวนกลับไปคิดถึงภาพที่เราได้เห็นและความรู้สึกขณะดูในโรงได้ทุกฉากทุกตอน

4.เข้าใจ ... เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ถ่ายทอดความรู้สึกที่มีอยู่มากมายของคนที่ตกอยู่ในสภาวะนั้นได้แทบทุกมุมทุกด้าน บางครั้งเราเคยชินกับการตัดสินถูกผิดโดยไม่เคยเข้าใจจิตใจคน หนังไม่ได้สนับสนุนความรักที่ผิดศีลธรรมแต่ทำให้เราเข้าใจความรู้สึกของคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกับตัวละคร และ จุดนี้หนังทำได้ดีเพราะทำให้เราได้เข้าใจตัวละครในทุกด้านที่เขาเป็น ทั้งในด้าน คนที่ถูกหลอก คนที่ผิดหวัง คนที่เป็นชู้ คนที่มีความรัก คนที่เจ็บปวด ฯลฯ

5.ฉากจบ ... สวยงาม และ แฝงอารมณ์ที่ทั้งสุขทั้งเศร้าทั้งเจ็บปวดระคนกัน สุดแต่ว่าใครจะตีความหมายกับมันอย่างไร

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.ความรู้สึกว่างเปล่าในบางช่วง ... ผมยังรู้สึกว่าหลายฉากที่หนัง ให้ อะไรออกมาน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เมื่อมันให้มาน้อยมันก็ทำให้รู้สึกไม่อิ่ม ถ้าเป็นอาหารก็เหมือนกับว่าหนังใส่ emotion ได้มากพอแล้วแต่อยากให้หนังหยอด content ลงไปอีกหน่อย

สรุป ... หลับได้ง่ายๆสำหรับคนที่ไม่ชอบหนังเล่าเรื่องช้าๆ แต่ใช่ว่ามันเป็นหนังน่าเบื่อจนไม่ได้อะไร เพราะ หนังของเฮอจินโฮถึงจะเนิบช้าจนคนไม่คุ้นเคยหรือคนที่ได้สัมผัสงานของเขาครั้งแรกรู้สึกเหมือนไม่ได้เนื้อหาอะไร แต่หนังของเขาทุกเรื่องก็ถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้ดี มีอะไรแฝงให้ค้นหาเสมอ และที่น่าแปลกคือ ทั้งที่ดูรอบแรกจะชวนง่วงแต่การดูหนังของเขารอบสองไม่ได้ทำให้ง่วงมากขึ้น กลับทำให้อินกับหนังได้มากยิ่งขึ้น ได้เห็นอะไรมากขึ้น และชอบหนังของเขามากยิ่งขึ้น เรื่องนี้ก็เช่นกัน ผมชอบรอบที่สองที่ได้ดูมากกว่ารอบแรก

ปล ... ขอบคุณ คุณ WhaT iT'S W๐l2tH ที่ให้แหล่งดนตรีประกอบของเพลงนี้มาครับ อยากฟังอีกเวอร์ชั่นหนึ่งในหนังเรื่องนี้ตามไปอ่านได้ที่ Blog คุณ WhaT iT'S W๐l2tH ได้เลยครับ


เชิญชวน : ฝากเลือกหนังประทับใจ 10 อันดับของปีนี้ หนังผิดหวัง 5 เรื่องของปีนี้ และ 10 ฉากประทับใจเก็บไว้ในใจนะครับ ต้นปีหน้ามาคุยกันว่าคุณมีเรื่องไหนอยู่ในใจของปีที่ผ่านมา



ความเห็นของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป

ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง




Create Date : 23 ธันวาคม 2548
Last Update : 31 ธันวาคม 2548 2:18:43 น. 66 comments
Counter : 3377 Pageviews.

 
แวะมาอ่านค่ะ ขนาดอ่านก้อยังอินเลยอ่ะนะ ..


โดย: VSr. วันที่: 23 ธันวาคม 2548 เวลา:2:55:01 น.  

 
เมอร์รี่ คริสต์มาสค้า


โดย: grappa วันที่: 23 ธันวาคม 2548 เวลา:8:52:40 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ
แต่คิดว่าจะไปดูเร็วนี้

เขียนได้ดีมากเลยค่ะ


โดย: ต่ายจัง (nuanapa ) วันที่: 23 ธันวาคม 2548 เวลา:8:52:42 น.  

 
เป็นอีกบทที่ขอไม่อ่านค่ะ เพราะหวังว่าจะได้ดูเช่นกัน


ดูแล้วจะมาคุยด้วยนะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 23 ธันวาคม 2548 เวลา:14:33:19 น.  

 
อยากจะดูเหมือนกันครับ แต่เพราะต้องสอบแล้ว เลยต้องยอมตัด April Snow ออกจากโปรแกรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อะครับ...เดี๋ยวถ้าหลังสอบหนังเรื่องนี้ยังอยู่ น่าจะได้ไปดู


โดย: nanoguy IP: 203.151.140.118 วันที่: 23 ธันวาคม 2548 เวลา:23:11:58 น.  

 
ว่าจะไม่ดู ก็ต้องไปดูนะเนี่ย


โดย: ไ่่ก่ย่างคุกกี้กรอบหมีชอบหมด วันที่: 23 ธันวาคม 2548 เวลา:23:18:24 น.  

 
เพิ่งไปดูมาวันนี้คะ เรียบๆดีนะ
มีเกือบหลับด้วย
แต่รวมๆแล้วโอเค
เป็นเรื่องนึงที่ไม่อยากให้นางเอกกะพระเอกรักกันเท่าไหร่ สงสารนางเอกมากเลย
ชอบฉากจบเหมือนกัน
ส่วนตัวคิดว่า ไม่น่าจะมากันจริงๆ
น่าจะเป็นแค่ความนึกคิดมากกว่า
ไปดู the family stone มาแล้วคะ น่ารักดี
ดูสบายๆ เข้ากะบรรยากาศช่วงนี้
ตอนนี้กำลังรอดุ Narnia อย่างใจจดใจจ่อคะ


โดย: tong IP: 202.28.181.10 วันที่: 24 ธันวาคม 2548 เวลา:21:42:57 น.  

 
เราดู ปน ระคนความอึดอัดอ่ะค่ะ หนังเงียบเกินไป


โดย: ปีกที่ไม่อาจจะโบยบิน (WhaT iT'S W๐l2tH ) วันที่: 25 ธันวาคม 2548 เวลา:6:59:14 น.  

 
Merry Christmas ทุกความเห็นและทุกท่านที่เข้ามาอ่านอีกครั้งครับ

...กำลังรออยากดูThe Family Stone มากสุด(หนังมันเข้ากับอากาศช่วงนี้อย่างที่คุณ tong ว่าไว้จริงๆ) ตามมาด้วย นาร์เนีย และ เพนกวินครับ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 25 ธันวาคม 2548 เวลา:13:50:21 น.  

 
น่าดูจังเลยค่ะ กำลังคิดอยู่ว่ากลับไปแล้วจะดูอะไรดี ระหว่าง April Snow, The Family Stone, แล้วก็ Noel พี่ว่าเรื่องไหนน่าดูที่สุดคะ


โดย: azzurrini วันที่: 25 ธันวาคม 2548 เวลา:16:32:39 น.  

 
^
^
ความเห็นส่วนตัวแล้ว

...ถ้าเคยเจ็บปวดกับความรัก หรือ เคยมีประสบการณ์รักแบบกลับไม่ได้ไปไม่ถึง หรือ เคยหลงรักผลงานอย่างChristmas in August เลือก April Snow ก่อน

...ถ้าอยากดูหนังที่ให้ความรู้สึกดีๆ กุ๊กกิ๊ก คิกคิก หวานซึ้งตรึงใจ ดูไปยิ้มไป จับมือคนข้างๆอย่างเนียนๆ เลือก The Family Stone

...Noel มีคนไปดูในพันทิพก็บอกว่าดี บ้างก็ว่าพอใช้ โดยส่วนตัวแล้วบอกผ่าน

ปล ... เน็ตจากชุมชนหรือจ๊ะนั่น


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 25 ธันวาคม 2548 เวลา:18:26:08 น.  

 
(^____^) แทรคนี้ก็เพราะค่ะ


April Snow ทำให้รู้ว่า จังหวะและช่วงเวลา เป็นสิ่งสำคัญ ของความรัก อย่างหนึ่งก็ว่าได้


แล้วถ้า หิมะไม่ได้ตกลงมาในฤดูใบไม้ผลิตอนนั้น พวกเขาจะมานั่งถามกันไหมว่า ..."คุณอยากจะไปที่ไหน"


โดย: ปีกที่ไม่อาจจะโบยบิน (WhaT iT'S W๐l2tH ) วันที่: 25 ธันวาคม 2548 เวลา:20:08:48 น.  

 
สุดยอด ขอบคุณมากนะคะที่ทำให้เข้าใจเนื้อเรื่องที่ผู้กำกับต้องการจะสื่อ
ปกติเป็นคนไม่ชอบดูหนังแนวนี้ ดูแล้วเครียดค่ะ อ่านแล้วทำให้เข้าใจได้มากขึ้น เห็นมุมมองอีกมุมหนึ่งที่เราคิดไม่ถึง
ขอบคุณค่า


โดย: nana_teddy IP: 202.57.170.253 วันที่: 26 ธันวาคม 2548 เวลา:0:22:53 น.  

 
เมื่อวันเสาร์ได้ดูแต่นานะค่ะ ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้เลย



จะรออ่านคุณรีวิว The Wedding กับ The Notebook นะคะ

ขอบคุณที่แวะไปอวยพรค่ะ ขอให้พรนั้นกลับคืนมาสู่คุณเป็นสองเท่านะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 26 ธันวาคม 2548 เวลา:9:37:40 น.  

 
ไปดูมาแล้วค่ะ โดยรวมแล้วชอบค่ะ บางตอนอาจจะอืด ๆ บ้าง แต่ถือว่า ถูกใจ.....จนอยากได้ dvd เก็บไว้ดูเลยค่ะ ...


โดย: nat IP: 202.139.223.18 วันที่: 26 ธันวาคม 2548 เวลา:12:15:44 น.  

 
อ้อ..ได้ดูนานะแล้วชอบมากๆ ค่ะ


แต่ฉากที่นานะได้เห็นโชจิกับซาจิโกะตอนท้ายสุดนั่น ทำเอาเราร้องไห้ไม่หยุดจริงๆ (มันโดนค่ะมันโดน)



ตอนนี้อยากได้ซาวด์แทร็คเพลงนี้มาก แต่ไม่รู้มันมีขายมั้ย?


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 26 ธันวาคม 2548 เวลา:12:34:55 น.  

 
จนถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ


พอดีมีงานศพซะก่อน


โดย: varissaporn327 IP: 202.183.225.250 วันที่: 26 ธันวาคม 2548 เวลา:12:53:04 น.  

 
เป็นหนังที่อยากดูมากค่ะ แต่ที่เชียงใหม่... ไม่รุ้จะไปดูที่ไหนดี เพราะไม่เห็นเข้าซักโรงเลย

ปล. ชอบรูปจากเรื่อง Love Acctually รูปนี้จริง ๆ คิดถึงตอนนั้นเมื่อไหร่ อยากร้องไห้ตลอดเลย


โดย: baked วันที่: 26 ธันวาคม 2548 เวลา:13:24:29 น.  

 
เขียนดีมากๆคะ ชอบมาก


โดย: KaewKids IP: 61.90.250.15 วันที่: 26 ธันวาคม 2548 เวลา:16:47:35 น.  

 
ตอนดูรู้สึกจะวูบไป2วินาที บางช่วงมันเอื่อยจริงๆ


โดย: KajuakungWahaha วันที่: 26 ธันวาคม 2548 เวลา:20:13:52 น.  

 
เอิ๊กกกกกกก เรื่องนี้ก็อยากดู งั้นยังไม่อ่านอ่ะ

ว่าแต่พระเอกนี่ คนเดียวกะที่เล่น แฮร์รี่ ๆ อะไรนั่นเปล่า


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 27 ธันวาคม 2548 เวลา:16:45:50 น.  

 
เป็นหนังที่ดูแล้วได้อารมณ์มาก ๆ รู้สึกและพยายามคิดตามตัวละครตลอดทั้งเรื่องค่ะ เป็นสถานการณ์ที่บีบคั้นและทำออกมาได้สมจริงมาก

ได้ยินข่าวมาก่อนดูแล้วว่าเรื่องนี้โทนหม่น และอืด ก็เลยไม่แปลกใจเท่าไหร่ ประกอบกับเคยดู Chrismas in August มาแล้ว ก็เลยไม่รู้สึกเบื่อ ตรงข้าม กลับชอบเอามากๆ เค้าแสดงความรู้สึกของตัวละครได้ดีจริงๆ

คนที่มาดูด้วยซะอีกที่เบื่อเอามาก ๆ และถามว่า ดูเรื่องนี้แล้วได้อะไร ทำเอาเราอึ้งไปเลย คือเข้าใจความรู้สึก แต่ไม่เข้าใจว่าจะบอกคนถามว่าอย่างไรดี

แต่มาอ่านบทวิจารณ์ของคุณก็คิดว่าคงพอจะมีอะไรไปคุยกับคนที่ดูเรื่องนี้ด้วยกันได้แล้วล่ะค่ะ

อยากให้คุณลองพูดในแง่เปรียบเทียบกับ In the mood for love ของหว่องคาไวร์หน่อยได้มั้ยคะ


โดย: Lily of the Valley IP: 203.151.137.69 วันที่: 27 ธันวาคม 2548 เวลา:17:23:10 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ

Image hosted by Photobucket.com


โดย: Batgirl 2001 วันที่: 28 ธันวาคม 2548 เวลา:21:44:16 น.  

 
เขียนถึงเรื่องนี้ไปนิดหน่อยในบล็อกคุณตี๋หล่อมีเสน่ห์...
เอามาลงที่เม้นท์นี้ด้วยนะคะ
april snow นั้นชอบมากๆ (แต่ชอบ one fineฯ มากกว่า)
...ไม่เคยชอบแบยองจุนเลย มาดูเรื่องนี้แล้วก็รู้สึกว่าพี่แบแกน่ารักเหมือนกัน แต่ซอนเยจินน่าร๊ากกกชนะเลิศ
...คิดๆ ดู ตัวของนางเอกคงไม่เคยผ่านการเรียนรู้ที่จะค่อยๆ รักใครมาก่อน เพราะพ่อหาสามีให้ เธอได้สามีจากการดูตัว...การที่เจอกกับพระเอก ข้าพเจ้าว่าเธอยังจะมีการเรียนรู้ที่จะเริ่มรักไปทีละน้อยมากกว่าที่เธอมีกับสามี

"ตอนเริ่มจัดไฟน่ะ มันสนุก แต่ตอนเก็บน่ะ ไม่สนุกเลย มันลำบาก" เขาเล่า

"แต่คุณก็ยังสนุกในตอนเริ่มนี่" เธอแสดงความเห็น


การเป็นชู้กันก็คงเหมือนแบบการจัดไฟหรือเปล่า?

ตอนที่ต้องเก็บข้าวของ...ต้องเลิกรากันไป

มีแต่คนที่ต้องเศร้า


ไปนับแกะต่อล่ะค่ะ


โดย: เจ้าหญิงวีนัส (ohvenus ) วันที่: 29 ธันวาคม 2548 เวลา:4:13:43 น.  

 
รอดูเรื่องนี้มาตั้งนาน เพราะชอบทั้งยงจุนกะเยจิน เพิ่งได้ดูวันนี้ไม่ผิดหวังค่ะ ชอบหนังแนวนี้อยู่แล้ว ชอบที่ความเจ็บปวดเหมือนกันค่ะ ถึงเรื่องจะอืดไปนิด แต่โดยรวมชอบมาก

ปล.ซอน เยจินใจกล้ามากกับฉากเลิฟซีนในเรื่อง ไม่เคยเห็นเธอในแบบนี้มาก่อน


โดย: AsianDelight IP: 58.147.59.97 วันที่: 30 ธันวาคม 2548 เวลา:1:26:38 น.  

 
รีวิวได้ยอดเยี่ยมมากครับ


โดย: Kloster IP: 58.11.37.119 วันที่: 31 ธันวาคม 2548 เวลา:10:22:18 น.  

 


โดย: 987 IP: 58.147.81.38 วันที่: 31 ธันวาคม 2548 เวลา:11:09:54 น.  

 
สวัสดีค่ะ
เป็นหนังรักที่ทำให้นึกถึงประโยคนี้ค่ะ
"The Sameness is Attractive"
จุดดึงดูดเข้าหากันของคนทั้งคู่ คือ ความเหมือนกัน ทั้งความรู้สึก ชะตากรรม การดำเนินชีวิต

ชอบที่คุณเจ้าหญิงวีนัส เทียบประโยคการจัดไฟในเรื่องกับการเป็นชู้ ตอนดูไม่ทันได้นึก พอมาอ่านเห็นจะจริงค่ะ

แบยองจุนเรื่องนี้ดูน่ารักดี เคยดูเค้าเล่นเรื่องอื่น รู้สึกเฉยๆ ยังเคยสงสัยว่าทำไมดังจัง แต่เรื่องนี้น่ารักดี และรู้สึกว่าหน้าตาคล้ายพระเอก แฮร์รี่ พอตเตอร์

คุณผมอยู่ข้างหลังคุณ กล่าวถึงซอนเยจิน ว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงเพราะว่าสลัดภาพ หรือ สลัดผ้ากันแน่ค่ะ ที่ชนะใจคุณผมอยู่ข้างหลังคุณ 55555



โดย: april sweat IP: 61.91.136.222 วันที่: 1 มกราคม 2549 เวลา:21:22:35 น.  

 
เพิ่งไปดูมา ชอบค่ะ สื่ออารมณ์ได้ดีจริงๆด้วย โดยส่วนตัว ชอบตอนหิมะตกจัง ^v^


โดย: Maruko IP: 61.91.78.202 วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:22:42:02 น.  

 
เพิ่งไปดูมาเหมือนกันค่ะ รู้สึกชอบค่ะ มันได้อารมณ์แบบลึก ๆ ซาบซึ้งดี และก็เหมือนอย่างหลาย ๆ คนที่ไม่เคยชอบพี่แบฯ เลย รู้สึกว่าพี่เค้าดูจืด ๆ ยังไงไม่รู้ แต่พอมาดูเรื่องนี้ หลงรักเข้าเต็มเปาเลย .. ส่วนนางเอกได้ใจมานานแล้วค่ะ .. แล้วจะแวะเข้ามาอ่านอีกนะคะ


โดย: zadako IP: 202.142.216.106 วันที่: 4 มกราคม 2549 เวลา:11:18:28 น.  

 
แอบอ่านมาหลายเรื่องแล้วครับชอบที่คุณวิจารณ์ ทุกเรื่องเลย จะแอบอ่านต่อไปน(แล้วเข้ามาทักทายเป็นระยะๆ นะครับ ขอบคุณณมาก๐


โดย: Print 43 IP: 203.170.247.203 วันที่: 4 มกราคม 2549 เวลา:11:55:14 น.  

 
อ่านแล้วชักจะสงสัยว่าพี่เคยมีประสบการณ์แบบในเรื่องหรือเปล่า55


โดย: โยเกิร์ตรสสตอว์เบอร์รี่ IP: 202.28.181.9 วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:12:29:40 น.  

 
เพิ่งเข้ามาครั้งแรก อ่านคำวิจารณ์แล้ว ยิ่งทำให้ยากดูหนัง ชอบค่ะ


โดย: dd7 IP: 203.156.186.41 วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:14:38:24 น.  

 
เยี่ยมสำหรับ Review


โดย: จ.จาน IP: 58.136.169.210 วันที่: 6 มกราคม 2549 เวลา:11:16:20 น.  

 


สิ่งที่คุณเขียนมา มันก็จริงค่ะ คุณเจ้าของบล็อก
แต่ฉันไม่สามารถรับรู้ในสิ่งที่คุณพูดได้เลย
เพราะผู้กำกับและคนเขียนบทไม่สามารถสื่ออารมณ์ของหนังออกมาได้เลย (สักนิด)

ฉันรู้สึกเหมือนไปดูแค่ภาพเคลื่อนไหวบนจอ
ฉันขอฟันธงเลยว่า ถ้าเรื่องนี้ไม่ได้เบ ยอง จุน และ ซอน เย จิน มาแสดง

คงไม่มีใครกระแดะไปนั่งดูให้ง่วงหรอกค่ะ



ชอบหนังเกาหลีนะ แต่เรื่องนี้ผิดหวังมาก






rococogariya@hotmail.com


โดย: คนที่หัวเราะกับฉากน้ำมูกยืดของเบ ยอง จุน IP: 161.200.50.146 วันที่: 6 มกราคม 2549 เวลา:11:52:44 น.  

 
เยี่ยมสำหรับ Review
ห่วยแตกสำหรับหนัง


โดย: คนที่หัวเราะกับฉากน้ำมูกยืดของเบ ยอง จุน IP: 161.200.50.146 วันที่: 6 มกราคม 2549 เวลา:11:54:48 น.  

 
review เยี่ยมมากยังไม่ได้ไปดูเลย แต่ทำไม comment ผู้ที่ดูหนังมาแล้วไม่เห็นมีใครชอบเลย


โดย: dodi IP: 210.246.150.30 วันที่: 7 มกราคม 2549 เวลา:14:38:38 น.  

 
ขอบคุณสำหรับรีวิวนะคะ เราเพิ่งได้ดูหนังเรื่องนี้ช้าไปเกือยเดือน เกือบไปแล้วค่ะ คงเสียดายน่าดูถ้าไม่ยอมดูโรง

เรามีความเห็นใกล้เคียงกับคุณหลายเรื่อง ที่ชอบมากที่สุดคือการถ่ายทอดอารมณ์ของของตัวละคร ปกติเราเป็นคนแอนตี้หนัง หนังสือ หรือสื่ออะไรก็ตามที่สนับการมีชู แต่หนังเรื่องนี้ทำให้เรารู้สึกว่านี่ละคือ ความชอบธรรมที่ใครสักคนจะมีชู้ เห็นใจและสงสารความเจ็บปวดของตัวละครทั้งสองคนสุดซึ้งเลยค่ะ โดยเฉพาะนางเอก

เศร้านะ ที่มีความรักครั้งแรก ก็เมื่อเลยวัยสาววัยใสมาไกล รูปร่างเรือนร่างที่เต่งตึงอันควรที่จะได้มอบให้ชายผู้เป็นรักแรกกลับหย่อนยานลง ไม่สดใสเหมือนกับความรู้สึกที่ควรจะเป็นของรักแรก

นางเอกแสดงเก่งมาก โดยเฉพาะฉากที่ต้องไปซ่อนอยู่ในห้องน้ำ เล่นเอาเราน้ำตาร่วงเลย สงสารมากๆๆๆๆ คนที่ไม่เคยต้องมีชีวิตหลบซ่อน เหงา ว้าเหว่ หวดกลัว ทุกอย่างอยู่ในสีหน้าท่าทางของนางเอกในฉากนี้ทั้งหมด หนังฉลาดมากที่เขียนบทให้พอพระเอกเห็นก็เข้าไปสวมกวอดเงียบๆ โอย....น้ำตาร่วงอีกเผลาะ

แบยองจุนหล่อมาก เท่มากด้วยเช่นกัน ขนาดว่าไม่ได้เป็นแฟนเขายังรู้สึกถึงเสน่ห์ที่เปล่งพลังออกมาเต็มเปี่ยม เขาแสดงเก่งมากค่ะ โดยเฉพาะสายตา เขาเหมาะมากกับทที่ต้องใช้สายตา สื่อความรู้สึกออกมาเงียบๆแบบนี้แหล่ะ เขาคงเป็นดาราที่อนาคตไกล ไปผิดไปจาก พระเอก Old Boy และ พระเอก Shiri ขวัญใจของเรา คิดเล่นๆนะ น่าจะมีโปรเจ็คยักษ์สักเรื่อง ที่นำเอา เหลียงเฉาเหว่ย ทาเคโนะอุจิ ยูทากะ และแบยองจุน มาแสดงด้วยกัน มีหวังเราคงได้ดูหนังเงียบแน่ เพราะทั้งสามคนเป็ฯนักแสดงที่ ใช้สายตา เล่าเรื่อง บอกความรู้สึกได้เก่งมาก

ดูหนังเรื่องนี้แล้ว เห็นใจวงการหนังไทยที่คงจะต้องต่อสู้กันอีกยาวนานต่อไป โดยเฉพาะกลุ่มคนดูคนไทยที่ดูเหมือนว่า ยังคงชอบอะไรที่เป็นสูตรสำเร็จ และใจยังไม่กว้างมากพอ โดยเฉพาะห้องเฉลิมไทยของพันทิพ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 61.19.47.117 วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:12:27:57 น.  

 
เขียนได้ดีจังเลยค่ะ

เห็นด้วยกับเจ้าของบล็อกซะส่วนใหญ่
ต่างก็แค่... เราชอบ April Snow มากสุดในบรรดาหนัง 3 เรื่องของผู้กำกับคนนี้ที่ได้ดู

คงเพราะหนังต้องจริตเรามั้งคะ
หนังเงียบๆ... บทพูดน้อยๆ... รายละเอียดไม่ต้องมาก... เล่าเรื่องอย่างละมุนละไม

เราชอบซึมซับอารมณ์ความรู้สึกจากหนัง
แล้วจินตนาการสร้าง content ของเราเองค่ะ

และที่สำคัญ... เราชอบอารมณ์ที่พอดีๆ ค่ะ

One Fine Spring Day กะ Christmas in August
เรารู้สึกว่าตัวละครดู "ฟูมฟาย" มากไปนิด
เหมือนผู้กำกับจงใจให้เศร้าซะ... ดูแล้วเลยไม่เศร้า แต่เซ็ง

แต่สำหรับ April Snow... เราว่า "อารมณ์" กำลังดีเลยนะ


โดย: กาน้ำชากะเชี่ยนหมาก วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:20:53:04 น.  

 
หลงเข้ามาโดยบังเอิญ
แต่เป็นความบังเอิญที่จะกลายเป็นความตั้งใจในโอกาสต่อๆไป
เขียนได้ดีมากค่ะ ค่อนข้างเห็นด้วยกับเกือบทุกประเด็นเลย
ส่วนตัวแล้วพอดูหนังเรื่องนี้จบ คิดว่าสิ่งที่ ผกก.อยากบอกคือ ความรักไม่ได้ทำให้คนมีความสุขเสมอไป แต่ใครๆก็ยังโหยหาและอยากมีความรักต่อไป


โดย: หลงเข้ามา IP: 221.128.111.24 วันที่: 11 มกราคม 2549 เวลา:15:07:08 น.  

 
ชอบหนังเรื่องนี้มาก มากๆ จริงๆค่ะ^^


โดย: vant IP: 203.113.32.7 วันที่: 12 มกราคม 2549 เวลา:1:13:27 น.  

 
แวะมาเที่ยวเฉยๆ


โดย: non-0 IP: 161.246.1.32 วันที่: 12 มกราคม 2549 เวลา:13:36:19 น.  

 
ผมชอบเรื่องนี้มากครับ
แต่งานวิจารณ์ของคุณยังไม่อยาก อ่าน ว่าจะไปซ้ำรอบที่ 5 ก่อนออกจากโรง แล้วค่อยมาเก็บรายละเอียดกับของคุณอีกที

หนังเรื่องนี้ผมว่าน่าจะอยู่ที่อายุและชีวิตประสบการณ์ของคนดูที่ผ่านพบ หลายๆฉากเงียบมากทั้งคำพูดและการกระทำ แต่คนดูที่เข้าใจตามและคิดตามไม่สามารถกลั้นน้ำตาอยู่แน่นอน
เสียดายที่รอบที่ 3 ของผมมีเด็กมหาลัยมาดูกลุ่มหนึ่งนั่งหัวเราะกันตลอดเรื่อง เข้าใจว่ามาดูพระเอก ทำเอาอารมณผมในการดูหนังสดุดไปมากพอดู
ขอชมการวิจารณ์ของคุณ ผมเห็นแล้วอดที่จะเข้ามาดูไม่ได้ทุกครั้ง ยังไงอย่าหยุดเขียนนะครับ
ขอบคุณที่มีทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้น


โดย: Pae IP: 203.146.10.207 วันที่: 13 มกราคม 2549 เวลา:13:31:07 น.  

 
ขอบคุณมากๆค่ะที่เอามาให้อ่าน
เราชอบเรื่อง Christmas in August มากที่สุดที่คุณเอามาเปรียบเทียบ มันทำให้คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
เรายังไม่ได้ดูเรื่องนี้ แต่จากที่อ่านมันทำให้น่าสนใจที่จะทำให้ดูต่อไป


โดย: n_at_t IP: 203.188.40.226 วันที่: 13 มกราคม 2549 เวลา:18:51:16 น.  

 
รางวัลที่คุณได้รับเหมาะสมกับคุณมากค่ะ
ความตั้งใจในการเขียน ความละเอียดต่อเหตการณ์
มุมมองและเหตุผล ทำให้การเขียนที่ยาว ๆ ของคุณฉันติดตามอ่านจบค่ะ
ขอร่วมปรบมือให้คุณค่ะ


โดย: ปะการัง IP: 61.7.139.109 วันที่: 14 มกราคม 2549 เวลา:21:23:32 น.  

 
อยากดูจังเลย...


โดย: Sye_skp IP: 202.12.74.5 วันที่: 15 มกราคม 2549 เวลา:11:02:16 น.  

 
หากคุณชอบ Critsmas in August
แล้วคุณมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้
1. อายุคุณเลย 30 กว่าปีขึ้นไป
2. ชีวิตคุณเคยมีความรัก ที่แสนอยากจะจดจำไปตลอดชีวิต หรือ อยากจะลืม
3. คุณชอบดูหนัง (อยู่บ้าง)
อยากให้คุณลองดูเรื่องนี้ดู
นี่อาจจะไม่ใช่หนังที่ดีที่สุด แต่อาจจะเป็นหนังที่ดีที่สุดของคุณเรื่องหนึ่งก็ได้


โดย: Pae IP: 203.146.10.207 วันที่: 16 มกราคม 2549 เวลา:13:24:37 น.  

 
ขอโทษที่ครับ
ได้อ่านแล้วครับงานวิจารณ์ข้างบน
สุดยอดมากๆ

อย่าหยุดเขียนนะครับ


โดย: Pae IP: 203.154.154.162 วันที่: 16 มกราคม 2549 เวลา:13:44:17 น.  

 
อยากดูมากค่ะ สงสัยต้องรอดูแผ่น


โดย: nam IP: 203.147.28.82 วันที่: 16 มกราคม 2549 เวลา:21:04:04 น.  

 
ไปซื้อแผ่นมาดูแล้ว เลยมาอ่านวิจารณ์ของคุณค่ะ เห็นด้วยกับ ที่คุณวิจารณ์ตอนจบไว้


โดย: jangs IP: 203.188.60.40 วันที่: 21 มกราคม 2549 เวลา:14:56:36 น.  

 
เพิ่งดูจบเมื่อครู่นี้ค่ะ ยังไม่หายอึดอัด เป็นอย่างที่คุณบอกนั่นแหละว่าคนดูอาจแอบแช่งให้ทั้งสามีและภรรยาของทั้งคู่ตาย เราก็เป็นหนึ่งในนั้นนะ
คงได้เข้ามาเป็นขาประจำบทวิจารณ์ของคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะ


โดย: Nongoom IP: 58.147.46.187 วันที่: 23 มกราคม 2549 เวลา:22:45:39 น.  

 
หิมะฤดูร้อน...
ฟังดูเหมือนความขัดแย้งแบบเป็นไปไม่ได้
แต่....เรื่องความรัก
เป็นเรื่องของคนสองคน
กับเวลาและโอกาสที่เหมาะสมจริงๆ

ถ้าใครยังไม่ดูแนะนำให้ดู....คนเดียว
คุณจะได้..มีสมาธิกับหนัง...
แล้วคุณจะได้รับรู้ และทราบซึ้งกับอารมณ์ของหนังจริงๆนะ


โดย: หนึ่ง IP: 203.154.97.197 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:56:10 น.  

 
ชอบมากค่ะ หนังเรื่องนี้ และก็ชอบบทวิจารณ์ด้วย
อยากให้มีหนังโรแมนติกแบบนี้เยอะ หนังมีรายละเอียดให้คิดเยอะค่ะ


โดย: ทิพ IP: 203.118.85.44 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:55:24 น.  

 
หนังเรื่องนี้มีแผ่นออกมาขายหรือยังครับ
ผมชอบนางเอกมากๆเลย


โดย: คนข้างบ้านคุณ IP: 202.57.180.50 วันที่: 3 มีนาคม 2549 เวลา:22:55:40 น.  

 
แค่ได้ชมตัวอย่างหนังก็ซึ้งกินใจแล้วค่ะ แต่อยากดูมาก ที่ลพบุรี รอดูว่าเมื่อไหร่จะเข้าชนโรงฯ ซะที รอแล้ว รอเล่า ไม่ทราบว่าเค้าไม่มีผู้นิยมชมชอบ พระเอกสุดหล่อบ้างเล้ย จนถึงวันนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะได้ชมหนังเรื่องนี้ แล้วไม่ทราบเหมือนกันว่า มี VCD ออกหรือยัง หากท่านใด พอจะทราบ ขอความกรุณาช่วยบอกหน่อยนะคะ คือว่า รอซึ้งอินกับหนังเรื่องนี้อยู่ ขอขอบคุณล่วงหน้ามากค่ะ
" สาว ลพบุรี "


โดย: "เฟรินส์ใต้น้ำ" IP: 203.148.178.122 วันที่: 30 มีนาคม 2549 เวลา:12:42:08 น.  

 
VCD วางตลาดแล้วนะคะ แต่ DVD ยังไม่ออกค่ะ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 61.19.47.117 วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:55:35 น.  

 
ในที่สุดก็ได้ดูเรื่องนี้ค่ะ มีvcdให้ดูแล้ว ชอบนางเอกค่ะ สวยจริงๆ ดูแล้วกลับมาอ่านวิจารณ์อีกครั้ง ถ้าเป็นเราหละ จะตัดสินใจอย่างไร


โดย: nam IP: 58.147.117.238 วันที่: 17 พฤษภาคม 2549 เวลา:21:31:43 น.  

 
ชะตาฟ้าลิขิต ที่ไม่อาจจะมีทางเลือกไปสู่ การดำเนินชีวิตอย่างต่อเนื่องได้ สุดท้าย แล้ว รอรักข้ามภพ ก็ดีเหมือนกัน คงไม่นานจนเกินไป แค่เพียงเกิดมาอีก หลายภพ หลายชาติ เดี๋ยวเราก็จูลคลื่นหากันได้เองแฟล่ะนะ..


โดย: "เฟรินส์ใต้น้ำ" IP: 203.148.178.122 วันที่: 15 กรกฎาคม 2549 เวลา:15:24:00 น.  

 
คือมีขอสงสัยง่ะสรุปตอนจบง่ะเสียงของใครง่ะ เยจินหรือว่าภรรยาพระเอก


โดย: โอ๊ะโอ๋ IP: 58.8.152.83 วันที่: 20 กรกฎาคม 2549 เวลา:1:33:58 น.  

 
ไม่ได้ดูหนังเลย แต่ว่ากำลังจะได้ไปดูในงาน Edinburgh International film festival วันเสาร์นี้แหละนะ


โดย: buaying@rayong IP: 129.215.16.12 วันที่: 16 สิงหาคม 2549 เวลา:17:02:12 น.  

 
หลังจากดูเรื่องนี้จบ แล้วมาอ่านที่นี่ ความรู้สึกมันอินมากๆ อินกับทั้งคู่พระนาง ส่งต่อความรู้สึกผิด และเจ็บปวด ชอบเหมือนอย่างที่ จขบ. บอกครับ ในฉากที่เยจินมอง เฮียแบ ผ่านทางกระจกร้านอาหาร มันทำให้ผมรู้สึกเศร้ามากๆ น้ำตาร่วงออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

ปล. เป็นหนังที่ดีมากเรื่องนึงครับ ที่ส่งต่ออารมณ์ได้ถึงใจคนดูอย่างผมเรื่องนึง


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 7 ตุลาคม 2549 เวลา:22:18:14 น.  

 
เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา ... ไม่ได้ไปไหนเลยไปค้น DVD ที่ซื้อไว้มาดู ... หลังจากที่ดูจบ ก็ต้องรีบเข้ามาอ่านคำวิจารณ์ของคุณ.."ผมอยู่ข้างหลังคุณ" เพราะมีบางช่วงที่ไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหา หรือเจตนาของหนังที่ต้องการจะสื่ออกมา ...
โดยเฉพาะฉากรัก ...ตอนแรกคิดว่า เพราะพระเอกกับนางเอกคู่นี้เค้าไม่ค่อยถนัดบทแบบนี้รึเปล่า ... (ดูแล้วอึดอัดจัง) แต่คนข้างๆ เค้าบอกว่า ... หนังอาจจะต้องการบอกว่า เพราะเหตุนี้รึเปล่า ... คู่ของแต่ละฝ่ายเลยเป็นชู้กัน ..


โดย: คนแอบอ่าน IP: 203.121.172.121 วันที่: 17 เมษายน 2550 เวลา:10:44:21 น.  

 

เสาร์ที่ผ่านมา ลืมดูแล้วมาเจอใรเวปพันทิพย์
เลยกดลิงค์เข้ามาค่ะ อ่านแล้วอินอ่ะ สงสัยต้องรีบหามาดูซะแล้ว
เขียนดีมากๆเลย ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะคะ


โดย: Sweet Pumpkin IP: 58.10.102.94 วันที่: 21 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:29:30 น.  

 
ผมว่า มันก็ สนุกดี...ดูแล้วเครียดๆ


โดย: wintersonata IP: 202.28.117.237 วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:15:33:47 น.  

 
ดูแล้วดูอีกคล้ายๆชีวิตตัวเองเลยแต่เราไม่ถึงขั้นนั้นเพราะละอายต่อบาปรู้แต่ว่าการหักห้ามใจมันทรมานมากรักเค้ามากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ถ้าเราได้เจอกันก่อนหน้านี้คงจะดีเหมือนอย่างบทที่เค้าพูดในหนังเลย


โดย: TUKTUK IP: 222.123.58.171 วันที่: 10 ธันวาคม 2551 เวลา:19:29:47 น.  

 
เน€เธฃเธฒเธ”เธนเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡เธ™เธตเน‰เธŠเน‰เธฒเธเธงเนˆเธฒเธ—เธธเธเธ„เธ™..เธ‹เธทเน‰เธญDVDเธกเธฒเนเธŠเนˆเน„เธงเน‰เธญเธขเธนเนˆเธ™เธฒเธ™เน€เธžเธฃเธฒเธฐเน€เธ„เธขเน„เธ”เน‰เธขเธดเธ™เธงเนˆเธฒเน€เธ›เน‡เธ™เน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡เธŠเธนเน‰..เธเธฅเธฑเธงเธกเธฒเธ..เน€เธžเธฃเธฒเธฐเธ‹เธตเธงเธดเธ•เธ•เธฑเธงเน€เธญเธ‡เน€เธˆเธญเธกเธฒเนƒเธ™เธญเธ”เธตเธ•..เธงเธฑเธ™เธงเนˆเธฒเธ‡เน€เธฅเธขเน€เธ›เธดเธ”เธ”เธน..เธˆเธšเนเธฅเน‰เธง..เธ‡เธ‡..เน€เธ›เธดเธ”เธ”เธนเธญเธตเธเธฃเธญเธš.. เธ™เธญเธ™เธ„เธทเธ™เธ™เธฑเน‰เธ™เธ„เธดเธ”เธ—เธฑเน‰เธ‡เธ„เธทเธ™..เธกเธฑเธ™เธ–เธนเธเธซเธฃเธทเธญเธœเธดเธ”..เธ—เธณเน„เธกเน€เธฃเธฒเน€เธŠเธตเธขเธฃเนŒเนƒเธซเน‰เธ—เธฑเน‰เธ‡เธ„เธนเนˆเธชเธกเธซเธงเธฑเธ‡..เนเธฅเน‰เธงเธ•เธญเธ™เธˆเธš..เน€เธชเธตเธขเธ‡เนƒเธ„เธฃ..เธ•เธทเนˆเธ™เน€เธŠเน‰เธฒเธกเธฒ..เน€เธ›เธดเธ”เธ”เธนเธ‹เน‰เธณเธญเธตเธ 3 เธฃเธญเธš เธ”เธนเธญเธขเนˆเธฒเธ‡เธฅเธฐเน€เธญเธตเธขเธ”..เธญเธฒเธฃเธกเธ“เนŒ เธเธฒเธฃเนเธชเธ”เธ‡เธญเธญเธเธ‚เธญเธ‡เธ—เธฑเน‰เธ‡เธžเธฃเธฐเน€เธญเธ..เธ™เธฒเธ‡เน€เธญเธ..เนเธฅเน‰เธงเธเน‡เธชเธฃเธธเธ›เน€เธ›เน‡เธ™เธซเธ™เธฑเธ‡เธ—เธตเนˆเธŠเธญเธšเธกเธฒเธเธ—เธตเนˆเธชเธธเธ”.. เนเธฅเน‰เธงเธเน‡เน€เธฃเธดเนˆเธกเธ„เน‰เธ™เธซเธฒเธ„เธณเธ•เธญเธšเธ‰เธฒเธเธˆเธš.. เธˆเธฒเธเน‚เธฅเธเธญเธดเธ™เน€เธ•เธญเธฃเนŒเน€เธ™เน‡เธ•..เนเธฅเน‰เธงเธเน‡เน€เธˆเธญเนƒเธ™Youtube..เนเธŸเธ™เธ„เธฅเธฑเธšเน€เธญเธฒเธ‰เธฒเธdirector cut เธ‚เธถเน‰เธ™เน‚เธžเธชเธ•เนŒ...เธฎเธดเธฎเธด..เธ„เนˆเธญเธขเธชเธกเธซเธงเธฑเธ‡เธซเธ™เนˆเธญเธขเน€เธžเธฃเธฒเธฐเนƒเธ™เธฃเธ–เธ„เธทเธญเธžเธฃเธฐเน€เธญเธเนเธฅเธฐเธ™เธฒเธ‡เน€เธญเธ..เน€เธ‚เธฒเธ„เธ‡เธˆเธฐเน„เธ›เนƒเธ™เธ—เธตเนˆเธ—เธตเนˆเธžเธงเธเน€เธ‚เธฒเน€เธ„เธขเน„เธ›เธซเธ™เนˆเธฐ


โดย: เนเธŸเธ™เธซเธ™เธฑเธ‡เน€เธเธฒเธซเธฅเธต IP: 125.26.149.7 วันที่: 13 เมษายน 2552 เวลา:20:14:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
23 ธันวาคม 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.