www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

Crying Out for Love, In the Center of the World , ความทรงจำและเทปคาสเสตต์/ความรักและใจกลางโลก



...เมื่อเป็นนิยาย ก็เป็นนิยายที่ขายดีเป็นอันดับ 1 ด้วยยอดขายกว่า 4 ล้านเล่ม เมื่อเป็นการ์ตูน ก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เมื่อเป็นละคร ก็ติดกันงอมแงมทั่วเกาะญี่ปุ่นจนกลายเป็นปรากฎการณ์ เมื่อหนังตัวอย่างเข้าฉายในไทย ก็เป็นหนังตัวอย่างที่ทำได้น่าดูและซาบซึ้งมากๆที่สุดเรื่องหนึ่งในรอบปี และ เมื่อผมเดินเข้าโรงลิโดในวันพฤหัสที่ผ่านมารอบ20.10 น.ก็พบว่า เมื่อเป็นภาพยนตร์ ก็เป็นเรื่องของ..

Crying Out for Love
….ริทซิโกะ คือ คู่รักของซากุ ทั้งคู่มีแผนการที่จะแต่งงานกัน ในวันที่ริทซิโกะกำลังจะย้ายบ้าน คือวันที่มีการพัดผ่านเข้ามาของพายุหมายเลข 29

วันที่มีการพัดผ่านเข้ามาของพายุหมายเลข 29
...... คือ ช่วงเวลาสุดท้ายของอากิ อากิป่วยเป็นลูคีเมีย ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตเธอ เพราะเป็นช่วงเวลาที่เธอได้อยู่กับ ซากุ

ซากุและอากิ
..... เด็กหนุ่มสาวมัธยมที่อยู่โรงเรียนเดียวกัน อากิเป็นเด็กสาวที่สมบูรณ์พร้อมทั้งรูปร่างหน้าตาและความสามารถ เธอกับซากุสนิทสนมกัน อากิชอบชวนซากุไปเที่ยวด้วยกันเสมอ เธอชอบนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของซากุ ทั้งสองคนมักจะเดินกลับบ้านด้วยกัน ใช้เวลาว่างร่วมกัน อากิอยากได้ sony walkman ราคาสามหมื่นกว่าเยน หนทางที่จะได้มาคือการเขียนโปสการ์ดส่งสถานีวิทยุเพื่อชิงรางวัล และเรื่องของซากุที่เขียนส่งไป คือเรื่องโรมิโอ และ จูเลียตที่เป็นลูคีเมีย เขาได้รางวัล และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการสื่อสารด้วยเทปคาสเสตต์

เทปคาสเสตต์
....คือความทรงจำที่เหลืออยู่ของทั้งคู่ เป็นสัญลักษณ์ของการมีตัวตน เป็นสิ่งที่ทั้งคู่ใช้สื่อสารพูดคุยเรื่องราวความรู้สึกที่ผ่านเข้ามาในแต่ละวัน แลกเปลี่ยนสิ่งที่อยากจะพูดอยากจะคุย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง หนังที่ตัวเองชอบ วันเดือนปีเกิดของตัวเอง ฯลฯ มีเพียงม้วนสุดท้าย ที่ซากุยังไม่เคยได้ฟัง ม้วนสุดท้ายของอากิที่เธออัดไว้ในวันหลังจากที่เธอเกือบได้ไป In the Center of the World

In the Center of the World
......คือ สถานที่ในความทรงจำของทั้งสองคน เป็นสถานที่ที่ทั้งคู่ได้รู้จักจากการไปพักค้างแรมที่โรงแรมร้าง โรงแรมที่ทั้งคู่ได้เขียนชื่อตัวเองเคียงคู่กันบนบานกระจกเก่าๆ ได้พบสถานที่ก่อนที่มันจะกลายเป็น Center of the Worldของทั้งคู่ และ มันเป็นสถานที่ๆต้องมาพบกับลูคีเมีย

ลูคีเมีย
...คือ โรคที่พลัดพรากให้ทั้งคู่เริ่มห่างกัน อากิต้องเข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล หลายครั้งที่ซากุได้เพียงแต่มองผ่านห้องฆ่าเชื้อสัมผัสผ่านม่านบางๆ คนรอบข้างของอากิเริ่มจากไปด้วยโรคเดียวกัน ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมทั้งคู่ ความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว แต่สิ่งที่น่ากลัวคือชีวิตของคนใดคนหนึ่งที่ต้องยังคงอยู่โดยไร้ซึ่งอีกคน ทั้งคู่ตัดสินใจจะตามความฝันไปยัง Center of the World ในช่วงเวลาที่อากิยังมีแรงและลมหายใจ ในวันที่มีการพัดกระหน่ำเข้ามาของพายุหมายเลข29

วันที่มีการพัดกระหน่ำเข้ามาของพายุหมายเลข29
....คือช่วงเวลาที่อากิได้บันทึกตัวตนลงในเทปคาสเสตต์ม้วนสุดท้าย เทปม้วนสุดท้ายที่ซากุยังไม่เคยได้รับฟัง

Crying Out for Love, In the Center of the World
...คือการเดินทางตามหาความทรงจำในอดีตของซากุ ผ่านเทปคาสเสตค์ที่เคยบันทึกไว้ ไปในสถานที่ที่เคยใช้ชีวิตร่วมกัน , ถนนเส้นที่เคยเดิน , เชิงบันไดที่อากิเคยนั่งรอ เปียโนในโรงยิม , ความลับในห้องแล็ป , ร้านถ่ายรูปของลุงชิเงะ , รูปถ่ายที่เคยถ่ายไว้ด้วยกัน ฯลฯ

การเดินทางในเส้นทางที่ไม่มีอากิครั้งนี้ นอกจากการตามหาความจำที่หายไป ยังเป็นการคลี่คลายสาเหตุที่เทปม้วนสุดท้ายที่ซากุไม่เคยได้รับฟัง การใช้ชีวิตทุกวันนี้ที่เหมือนปกติ เหมือนกับการสามารถลืมเลือนความทรงจำที่เกิดขึ้นในอดีตได้แล้ว แท้จริงหาเป็นเช่นนั้นไม่เพราะเมื่อเริ่มต้นฟังเทปคาสเสตต์ จิตใจของซากุก็เหมือนถูกขุดค้นขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับพบว่าในใจเขาไม่เคยลืมอดีตไปได้เลย เพียงแต่มันถูกเก็บกดไว้เบื้องลึก ปั่นป่วนในใจเหมือนคลื่นที่ไม่มีวันสงบ ก่อนที่จะมาค่อยๆคลี่คลายและจัดการกับมันอย่างแท้จริงในท้ายทีสุด

..........หนังมาในท่วงทำนองเดียวกับ A walk to remember หรือ Love story คนดูรับรู้ถึงชะตากรรมของนางเอกและวาระสุดท้ายของเธอล่วงหน้า ได้แต่นั่งเฝ้ามองชีวิตของเธอก่อนเวลานั้นทั้งที่รู้ว่าจะจบลงอย่างไร ยิ่งผู้กำกับทำให้คนดูมีส่วนร่วมได้มากเท่าไหร่ การเดินทางสู่ปลายทางก็ยิ่งทำให้หัวใจคนดูถูกบีบคั้นมากเท่านั้น เรื่องนี้ก็เฉกเช่นเดียวกันที่หัวใจคนดูจะต้องถูกบีบและอึดอัดเป็นช่วงๆ ทุกครั้งที่ซากุเดินทางตามรอยในอดีต

...... ความแตกต่างที่โดดเด่น 2 อย่างคือ 1.หนังไม่ได้จบลงแค่การตายไปของใครคนใดคนหนึ่ง แต่หนังเล่าเรื่องต่อไปอีก เรื่องราวชีวิตของคนที่เหลืออยู่หลังการจากไปของอีกคนว่าเป็นอย่างไร การสืบสานสิ่งที่อีกฝ่ายยังทำไม่สำเร็จ และ 2.การเล่าเรื่องไปพร้อมๆกันสองเหตุการณ์ สองคู่ และ สองช่วงเวลา ระหว่างซากุในวัยผู้ใหญ่กับริทซึโกะ และ ซากุในวัยหนุ่มกับอากิ

หนังมีความลับของเทปม้วนสุดท้ายที่ซากุไม่เคยได้ฟัง ที่ทำให้คนดูอยากรู้ว่า มีความลับอะไรซ่อนอยู่คอยดึงความรู้สึกคนดูอยู่ตลอดมากไปกว่าความซาบซึ้ง มีฉากที่พร้อมบีบหัวใจคนดูให้ร้องไห้ชนิดเอาอยู่หลายฉาก เช่น ฉากการถ่ายรูปของซากุและอากิที่แสนเศร้า ฉากบอกรักหลังเล่นเปียโน ฉากที่สนามบินของทั้งคู่ ฯลฯ และ ท้ายที่สุดหนังก็มาเชื่อมโยงทุกสิ่งกันได้อย่างบังเอิญแบบจงใจไปบ้าง แต่ก็ยอมรับได้เพราะหัวใจคนดูถูกชักจูงให้เกิดความรู้สึกร่วมไปพร้อมกับอากิเรียบร้อยแล้ว

....หนังแตกต่างจากหนังสือมากพอสมควร และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการดัดแปลงบทประพันธ์ที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม หนังไม่ได้ยกหนังสือมาทั้งเล่มและก็ไม่ได้ดัดแปลงจนกลายเป็นคนละเรื่อง หนังสร้างความเป็นตัวของตัวเองแต่ก็คงอารมณ์และธีมเดียวกับการอ่านหนังสือได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง และจะไม่เกินเลยไปถ้าผมจะบอกว่าสำหรับผมหนังเรื่องนี้เป็นไม่กี่เรื่องที่ผมดูหนังพร้อมกับอ่านหนังสือ แล้วรู้สึกซาบซึ้งกับหนังมากกว่าการอ่านหนังสือ

ถ้าได้อ่านหนังสือจะพบว่ามีส่วนที่หนังเสริมมาจนกลายเป็นเรื่องหลักเช่น เทปคาสเสตต์ หรือ เรื่องของรึทซิโกะ ที่ไม่พบในหนังสือ ทำให้หนังมีความน่าสนใจและเดินหน้า ต่างจากหนังในแนวทางเดียวกันก่อนหน้านี้ จากที่ยกตัวอย่างข้างต้น

สิ่งที่ชอบ

1.ความรู้สึก...ตามที่เล่าไป เนื้อเรื่องหลักๆแบบนี้สร้างมานักต่อนักแล้ว ดังนั้นถ้าจะสร้างใหม่การจะจับอารมณ์คนดูนั้นไม่ง่ายนักเพราะคนดูก็เคยดูหนังทำนองนี้มาแล้วมากมายเช่นกัน แม้ว่าเรื่องนี้จะสร้างความแตกต่างในส่วนของพล็อตรองเข้ามา แต่ก็ต้องยอมรับว่าในตัวพล็อตหลักของซากุและอากิ ผู้กำกับก็เล่าเรื่องได้อย่างเก่งกาจในหลายฉากที่ตั้งใจจะกระชากใจคนดูและก็ทำสำเร็จ

ถึงแม้ว่าหนังทั้งเรื่องอาจจะไม่โดนแบบสุดๆ ไม่มีความคลาสสิคและฉากจี๊ดๆอย่างแรงเท่าหนังโรแมนติกสองช่วงเวลาอย่างThe Classic ไม่ทำให้น้ำตาไหลพรากๆอย่างThe Letter แต่หนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังที่มีความเศร้าซึ้งในตัวเอง บริสุทธิ์งดงาม ผมชอบมากกว่าหนังโรแมนติกหลายเรื่องที่ผ่านมา และ เป็นเรื่องเดียวที่หนังจบแล้วเพลงขึ้นผมยังไม่อยากลุกออกไปจากโรง

2.นักแสดง.....ถ้าไม่นับความตั้งใจโดยไม่จำเป็นในการโชว์ขาอ่อนหลายฉากของอากิแล้ว นักแสดงที่รับบทนี้ก็มีทั้งเสน่ห์ความน่ารัก และ ความสามารถในการแสดงที่ทำให้คนดูเองก็คงเหมือนกับซากุ คือไม่สามารถจะลืมเธอไปได้อย่างง่ายดาย

ซากุในวัยผู้ใหญ่ก็เล่นได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ในบทชายหนุ่มที่ยังคงไม่ลืมความเจ็บปวดในวัยเยาว์ของตัวเอง เช่นฉากที่ไปฟังอากิเล่นเปียโนแล้วโทรกลับหาเพื่อน นักแสดงที่เหลือก็ทำหน้าที่ตัวเองได้ดี

3.การดัดแปลงมาเป็นบทภาพยนตร์....เมื่อเปรียบเทียบกับหนังสือการดัดแปลงอย่างยอดเยี่ยมของหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นตัวอย่างในการสร้างหนังจากบทประพันธ์ได้เป็นอย่างดี คนเขียนบทหนังสามารถจะใส่บทใหม่ๆ ใส่เนื้อหาใหม่ๆ ใส่เทปคาสเสตต์ ใส่ริทสึโกะ ใส่ลุงชิเงะ ใส่เด็กส่งเทป ใส่ซากุในวัยผู้ใหญ่ ลงไปในหนัง ดัดแปลงช่วงเวลาของหนังสือ โดยทั้งหมดที่ทำไปคือการทำให้ดีกว่าเดิมในแง่ของการเป็นภาพยนตร์ แบบไม่เสียของเดิมแม้แต่น้อย ยิ่งถ้าลองคิดดูว่าถ้าหนังสร้างจากบทประพันธ์ล้วนๆคงจะน่าเบื่อและไม่ดีเท่านี้เป็นแน่

4.หนังตัวอย่าง...ถ้าใครได้ชมไม่รู้จะคิดเหมือนกับผมหรือไม่ ว่าหนังตัวอย่างของเรื่องนี้เป็นหนังตัวอย่างที่เศร้ามากๆ ดึงดูดให้อยากเข้าไปดูในโรง และ จับใจคนดูมากกว่าหนังใหญ่หลายเรื่องด้วยซ้ำ

5.ฉากจบ...เพลงที่ไพเราะเป็นอย่างยิ่งของ Ken Hirai อารมณ์ที่ปลดปล่อยกับฉากสำคัญสุดท้าย เป็นการจบที่งดงามมากๆ เป็นฉากจบที่คนดูพร้อมจะนั่งต่อไปเรื่อยๆจนกว่าภาพและเพลงจะจางหายไป

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.ความรู้สึก....การเล่าเรื่องแบบตัดสลับกัน 2 ช่วงเวลานอกจากเป็นจุดเด่นแล้ว ผมคิดว่าก็เป็นจุดอ่อนเช่นกันสำหรับหนังเรื่องนี้ หลายฉากที่จัดเข้าขั้นจี๊ดโดนใจ หนังทำได้ดีชนิดเรียกน้ำตาให้ปริ่มเข้าถึงอารมณ์คนดู แต่กลับไม่ยอมตามอารมณ์ไปต่อ หนังกลับเปลี่ยนฉากไปฉากอื่นแทน นอกจากนี้การตัดสลับฉากเล่าเรื่องยังทำให้ความรู้สึกผ่อนลงเป็นช่วงๆ จะเห็นได้ว่าถ้าหนังตามต่อไปอีก หรือแช่อารมณ์คนดูต่อ อย่างในฉากสุดท้ายที่จบลงพร้อมเพลงที่ขึ้นมา คนดูก็พร้อมจะตายไปได้ง่ายๆเลยทีเดียว

สรุป...เชื่อว่าเป็นหนังที่ทำออกมาเข้าถึงคนดูได้หมู่มาก คือ ทุกคนที่ได้รับชมน่าจะชอบ แต่ชอบมากชอบน้อยคงแล้วแต่คน เป็นเรื่องแรกที่ผมเห็นว่าเมื่อหนังจบคนดูส่วนใหญ่รวมทั้งผมยังไม่ลุกจากที่นั่ง เหมือนความรู้สึกมันยังคั่งค้างอยู่บนจอภาพยนตร์ และเป็นหนังรักโรแมนติกที่อาจไม่ได้ดีที่สุด ไม่กระชากน้ำตาคนดูให้ไหลพรากๆ แต่เป็นหนังที่ทำให้คนดูต้องดูไปน้ำตาซึมไปเป็นช่วงๆ ควบคู่ไปกับการตกเข้าไปอยู่มีส่วนร่วมของอารมณ์ความรู้สึกในช่วงเวลาเดียวกับซากุและอากิได้อย่างไม่รู้ตัว

Spoiler
ถึงแม้ว่าผมจะไม่ชอบหนังสือเท่ากับในหนัง แต่การได้เสพควบคู่กันทั้งหนังและหนังสือเล่มนี่คือการเติมเต็มเรื่องราวของกันและกันได้เป็นอย่างดี ในหนังสือเหมือนกับซากุยังไม่พร้อมที่จะเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไปและยังมีความค้างคาใจที่ยังเก็บไว้อยู่ ในหนังคือการที่อากิกลับมาปลดปล่อยโซ่ตรวนนั้นพร้อมกับให้ซากุได้รับรู้ว่าความทรงจำของทั้งคู่จะไม่มีวันจางหายไป

ในหนังสือซากุเล่าในวันที่ไปโปรยเถ้ากระดูกพร้อมพ่อแม่ของอากิไว้ว่า “เรื่องพวกนี้มันไม่มีความหมายอะไรสำหรับผม ที่นี่จะเป็นที่ไหนก็ช่าง มันไม่ได้สำคัญอะไรเลย เพราะที่ที่ผมปรารถนานั้น มันไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้...ตอนนี้ไม่มีอากิแล้ว ไม่มีเรื่องอะไรที่จะพูดคุยกันอีกต่อไป......ท่ามกลางบทสนทนาของพ่อแม่อากิกลับไม่มีอากิอยู่ เพราะฉะนั้นที่นั่นจึงไม่มีผมอยู่ด้วย จะว่าไปตอนนี้ที่นี่ก็ไม่มีผมอีกแล้ว ดูราวกับว่าผมกำลังสะเปะสะปะหลงทางอยู่ที่ไหนสักแห่ง ที่ไม่ใช่ทั้งอดีตและปัจจุบัน ผมเองก็ไม่เข้าใจว่ามาที่นี่ทำไม พอรู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ตรงนี้แล้ว มาอยู่ในที่ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน และผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร”

และในหนังอากิได้ตอบกลับซากุผ่านเทปม้วนสุดท้ายที่เขายังไม่เคยได้รับฟังว่า “ ความทรงจำที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาทั้งหมด ทำให้ชีวิตฉันสุขสว่างมาก ขอบคุณที่เธออยู่กับฉัน ฉันจะไม่ลืมเลือนช่วงเวลาที่มีค่าที่ได้อยู่กับเธอ ฉันขอเพียงครั้งสุดท้าย โปรดโปรยเถ้ากระดูกของฉันไปยังสายลมแห่งอูลูรู และใช้ชีวิตของเธอต่อไปเถอะ ฉันดีใจมากที่ได้เจอเธอ ลาก่อน”

....ทั้งหนังและนิยาย อากิไม่มีโอกาสได้ไปที่ใจกลางโลกอย่างที่เธอต้องการ แต่ใจกลางโลกของเธอมีซากุอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าท้ายที่สุดที่นั่นจะมีเพียงซากุกับเถ้ากระดูกของเธอ แต่หนังและหนังสือบอกเราไว้แล้วว่า ถึงแม้คนหนึ่งจะจากเราไปแต่เขาจะไม่จางหายไปเพราะขอเพียงคิดว่าเขายังอยู่เขาก็จะยังอยู่กับเราเสมอ ที่ใจกลางใจของเรา


ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง




ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป



Create Date : 26 มีนาคม 2548
Last Update : 27 มีนาคม 2549 0:43:05 น. 45 comments
Counter : 2252 Pageviews.

 
มาเยี่ยมครับ

ผมชอบฉากสุดท้ายของหนังเรื่องนี้มากๆเลย มันสวยมากๆ

จริงๆที่อยากดูเรื่องนี้มากๆ ตั้งแต่ตอนรู้ข่าวเพราะว่าอยากดู โค ชิบาซากิครับ แต่ปรากฏว่ามีบทอยู่จึ๋งนึง --__--'' แถมไม่พูดไม่จา ทำขากะเผลกๆ ทั้งเรื่องนั่นแหละ


โดย: merveillesxx วันที่: 26 มีนาคม 2548 เวลา:16:19:20 น.  

 
^_^ เข้ามาดูนักวิจารณ์หนังฝีมือเยี่ยมแห่งbgและพันทิป.comเค้าคุย

กานค่า.......ฮี่ๆๆ ขอบคุณสำหรับวิเคราะห์ดีๆ นะคะ T_T~*


โดย: Mu_in_love (Mu_in_love ) วันที่: 26 มีนาคม 2548 เวลา:20:01:01 น.  

 
เข้ามาเยี่ยมชมกิจการเฉยๆค่ะ หนังเรื่องนี้ยังไม่ได้ดูเลย


โดย: 26 มีนาคม 2548 IP: วันที่: 22:24:06 เวลา:210.213.14.60 น.  

 
เอ้าโพสต์อีกที.... ทำมายชื่อสมาชิกมันไม่ขึ้นก็ไม่รู้ - tulip


โดย: 26 มีนาคม 2548 IP: วันที่: 22:26:18 เวลา:210.213.14.60 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ดูแล้ว อาจมีความเห็นแตกต่างไปจากคุณผมอยู่ข้างหลังคุณ โดยส่วนตัวไม่ได้อ่านหนังสือ แต่คิดว่าหนังทำได้ดีระดับนึง แต่เมื่อหนังทำให้มีริทซึโกะแล้ว น่าจะทำให้ริทซึโกะดึงอารมณ์หนังมากกว่านี้ เช่น ควรให้อุปสรรคในความรักระหว่างซากุและริทซึโกะ เป็นหลักเนื่องจากทั้งคู่ต่างก็มีปมในใจกับอากิ ไปคนละอย่าง คือ ซากุยังรู้สึกผิดและไม่สามารถให้อภัยตัวเองกับการตายของอากิได้ ทำให้เกิดความอาลัยอาวรณ์ที่ไม่จบสิ้น ส่วนริทซึโกะเองเนื่องจากทำภาระกิจที่ได้รับมอบหมายจากอากิไม่สำเร็จ(unfinish business) และปม 2 ปมนี้จากคนสองคนทำให้ความสัมพันธ์ง่อนแง่น ควรฉายให้เห็นว่าความรักของสองคนคาบลูกคาบดอกตลอด รักไม่รัก ชอบไม่ชอบ (โดยที่ทั้งคู่ต่างไม่รู้ตัวที่เป็นอย่างนี้เพราะปมในอดึตกับอากิ เป็นเหตุ)และ สุดท้ายทั้งสองสามารถช่วยกันแก้ปมในใจของกันและกันได้สำเร็จโดยผ่านการใช้เรื่องราวเกี่ยวกับอากิในอดีต มาเติมเต็มกันและกัน แต่หนังกลับให้เวลาเกือบตลอดเรื่องเล่าเกี่ยวกับความรักในอดีตของซากุและอากิมาก แม้ความรักที่ฉายออกมาหวานแต่ตนเองรู้สึกว่าจืดชืดเนื่องจากรู้สึกเยิ่นเย้อ เป็นความรักที่เป็นสูตรสำเร็จ ไม่มีที่มาที่ไป จึงไม่ค่อยอิน และขมวดปมระหว่างซากุกับริทซิโกะสั้นไปค่ะ


โดย: sunsun IP: 61.90.115.163 วันที่: 27 มีนาคม 2548 เวลา:11:24:30 น.  

 
ปล. ชอบนักแสดงหญิงสองคนมากค่ะ อากิน่ารัก เซ็กซี่ ส่วนริทซิโกะสวยและดูมีเสน่ห์แบบเงียบๆค่ะ


โดย: sunsun IP: 61.90.115.163 วันที่: 27 มีนาคม 2548 เวลา:11:28:24 น.  

 
ไม่รู้เพราะอะไร?
ตอนดูก็รู้สึกดีกับหนังประมาณหนึ่งเท่านั้น....
แต่พอกลับไปอ่านหนังสือที่ลงทุนซื้อมา (ไม่คุ้มเลย รู้งี้ยืนอ่านฟรีก็ดี 55)
กลับปรากฏว่า รักหนังเรื่องนี้มากๆ เลย

ต้องชื่นชม ผู้กำกับ + เขียนบท จริงๆ ที่สามารถดัดแปลงเรื่องราว "ธรรมด๊า ธรรมดา" เรื่องนั้น
ให้กลายมาเป็นหนังโรแมนติก น่าประทับใจแห่งปีได้
..................
:D


โดย: it ซียู วันที่: 31 มีนาคม 2548 เวลา:0:40:23 น.  

 
ฉากที่ชอบที่สุดในเรื่องเป็นฉากระหว่างริทซึโกะกับซากุที่สนามบิน อธิบายไม่ถูกเหมือนกันครับว่าทำไมถึงชอบ

เรื่องนี้เรียกน้ำตาผมไม่ได้ แต่ก็รู้สึกดีนะเพราะแต่ละฉากมันดูไม่ค่อยยัดเยียดเท่าไหร่



โดย: sleeper_j IP: 61.91.208.219 วันที่: 4 เมษายน 2548 เวลา:20:27:34 น.  

 
-เมื่อเราตาย ความรักจะตายไปด้วยหรือเปล่า
-เป็นหนังรักเนื้อหาธรรมดาแต่ทำให้ถึงในทางของมันอ่ะ (ร้องด้วยอ่ะ)
-บทแบทนี้ดูมาก้อเยอะแล้ว แต่ก้อยังรู้สึกว่านักแสดงทำหน้าที่ได้ดีอ่ะ ไม่มากไป ไม่น้อยไป


โดย: wahahahaha IP: 221.128.82.66 วันที่: 8 เมษายน 2548 เวลา:9:46:58 น.  

 
ค่อนข้างเห็นด้วยกะคุณ Sunsun ที่ว่าน่าจะเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างริทซึโกะกะซากุมากกว่านี้ และเนื้อเรื่องค่อนข้างจะบังเอิญไปซักหน่อยที่ริทซึโกะคือเด็กผู้หญิงคนนั้น มันบังเอิญไปหน่อยนะคะ มันดูการ์ตูนมากเกินไป แต่โดยรวมๆ แล้วก็ชอบหนังเรื่องนี้นะคะ อาจจะไม่เท่ากะที่ชอบ love letter ของ Shuiji iwai แต่ก็รู้สึกดีเมื่อออกจากโรงหนังคะ


โดย: tong IP: 202.28.181.8 วันที่: 10 เมษายน 2548 เวลา:11:58:55 น.  

 
ไม่ได้เล่นเน็ตเป็นอาทิตย์เลยครับ
ไปต่างจังหวัดมาสองรอบ
พอดีเมื่อกี๊เพิ่งไปดูหนังเรื่องนี้มา เลยแวะมาเยี่ยม

ชอบมากครับ ซื้อแผ่นมานานแล้วแต่ยังไม่ได้ดู พอได้ข่าวว่ามันจะเข้าก็เลยรอดูในโรง ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ
เห็นเปรียบเทียบกับ The Classic และ The Letter สำหรับผม ผมชอบเรื่องนี้มากกว่าทั้งคู่เลยน่ะครับ

...เดี๋ยววันสองวันนี้จะเขียน blog บ้าง รุ้สึกว่า blog ตัวเองใยแมงมุมเริ่มเกาะแล้ว


โดย: Dr Syntax วันที่: 10 เมษายน 2548 เวลา:20:52:59 น.  

 
Dr Syntax
...ใยเกาะจริงๆละครับผมไปมาแล้ว

tong
...ตอนดูเรื่องความบังเอิญก็รู้สึกเหมือนกันว่าแหม มันจะอะไรบังเอิญขนาดนั้นๆ แต่อารมณ์มันพาไปแล้นนน


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 10 เมษายน 2548 เวลา:23:05:42 น.  

 
ได้อ่านที่ คุณtongบอกว่าชอบ love letter ของ Shunji iwai
รู้สึกดีใจจังค่ะ เพราะตัวเองก็ชอบหนังรักเรื่องนี้มาก เป็นหนังรักที่ชอบเป็นอันดับต้นๆเลยค่ะ


โดย: sunsun IP: 61.90.115.208 วันที่: 13 เมษายน 2548 เวลา:15:25:57 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเลยค่ะแล้วจะหามาดูนะคะ


โดย: Lana IP: 58.10.133.248 วันที่: 19 สิงหาคม 2548 เวลา:20:14:00 น.  

 
เข้ามาอ่านและแวะทักทายค่ะ


โดย: GateJaa IP: 61.91.144.216 วันที่: 19 สิงหาคม 2548 เวลา:21:29:59 น.  

 
หวัดดีจ้า มาดูจ้า ไปแล้วจ้า เดี๋ยวมาใหม่จ้า


โดย: ขวัญใจช่างภาพ IP: 203.188.34.131 วันที่: 22 สิงหาคม 2548 เวลา:1:43:24 น.  

 
อ่านแล้วก็ยิ่งอยากดู T___T


โดย: auoauaou IP: 61.91.95.51 วันที่: 23 สิงหาคม 2548 เวลา:0:59:53 น.  

 
ชอบหนังเรื่องนี้จัง


โดย: preaaw IP: 61.91.161.53 วันที่: 23 สิงหาคม 2548 เวลา:2:13:21 น.  

 
อ่านหนังสือแล้ว ต้องหาหนังมาดู...


โดย: ไม่ได้ตั้งใจโสด วันที่: 27 สิงหาคม 2548 เวลา:16:43:32 น.  

 
ชอบตั้งแต่อ่านแล้ว น้ำตาซึม ขอบคุณที่เอามาแบ่งปัน


โดย: ohyoyo IP: 203.144.160.238 วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:23:51:25 น.  

 
boo


โดย: 2 กันยายน 2548 IP: วันที่: 12:18:43 เวลา:203.151.140.122 น.  

 
เข้ามาหาข้อมูลเรื่องนี้ จะไปหามาดู เพราะดูในโรงไม่ทัน


โดย: boo IP: 203.151.140.122 วันที่: 2 กันยายน 2548 เวลา:12:22:47 น.  

 
จะไปหามาดูเหมือนกัน อยากดูมาก ๆ ขอบคุณนะคะสำหรับข้อมูล


โดย: hana1106 IP: 61.91.70.40 วันที่: 5 กันยายน 2548 เวลา:14:51:47 น.  

 
ตอนดูตัวอย่างหนัง คิดว่าต้องเป็นหนังเศร้ามากๆแน่
ดูเรื่องนี้จบแล้วไม่ร้องไห้ค่ะ
แต่รู้สึกเศร้ามากๆ เศร้าแบบอยากร้องไห้น่ะค่ะ
เป็นหนังที่ดีนะคะ

ขอบคุณสำหรับหน้านี้ค่ะ


โดย: Kitchen IP: 61.90.96.111 วันที่: 5 กันยายน 2548 เวลา:14:59:29 น.  

 
แวะมาอ่านค่ะ

ดีจัง อยากอ่านเรื่องย่อและตอนจบมานานแล้วค่ะ
แต่ก็ยังจะดูละครอยู่นะ


โดย: pompoko IP: 158.108.212.44 วันที่: 5 กันยายน 2548 เวลา:23:52:40 น.  

 
หาดีวีดีได้ที่ไหนอ่ะ คลองถมไม่เห็นเลย
ได้ดูตอนแฟนต้าจัดเทศกาลหนังเอเชีย
ชอบนางเอกอ่ะ น่ารัก

แต่ทำไมหนังญป.กับเกาหลี
มันฮิตเป็นกันจังไอ้ลูคีเมียเนี่ย
นึกอะไรไม่ออกก็เป็นโรคนี้ไว้ก่อน


โดย: เล็ก IP: 203.144.143.3 วันที่: 11 กันยายน 2548 เวลา:0:27:43 น.  

 
อยากดูจังเลยค่ะ ตอนนี้ติดตามละคร แต่น้องที่ได้ดูversionหนังบอกว่าสนุก จะหา vcd ได้ที่ไหนพอจะมีใครทราบบ้างค่ะ ..


โดย: akichan IP: 61.91.217.40 วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:11:43:28 น.  

 
เพิ่งได้อ่านหนังสือค่ะ เศร้านะ แต่ไม่ร้องไห้ อยากดูที่เป็นหนังจัง ต้องไปหามาดูซะแล้ว


โดย: อร IP: 158.108.2.7 วันที่: 21 กันยายน 2548 เวลา:16:29:43 น.  

 
หนังซึ้ง เศร้ เหงา เหม่อเลยแหละครับ


โดย: ลูแน็ตส์ IP: 203.151.140.118 วันที่: 1 ตุลาคม 2548 เวลา:11:14:24 น.  

 
พึ่งได้ดูครับ ร้องไห้ไปหลายยก


โดย: hamee IP: 202.183.190.14 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2548 เวลา:17:07:30 น.  

 
อ่านเรื่องนี้ก่อนได้ดูหนังค่ะ
จริง ๆ ตอนเริ่มอ่านก็ไม่ได้ชอบมากนะคะ เพราะเนิ้อเรื่องโดยรวมไม่ค่อยมีอะไร เน้นคำพูดซึ้ง ๆ มากกว่า แต่พออ่านจบก็รู้สึกประทับใจค่ะ
ถ้าเราได้เคยเสียใครไปสักคนในตอนแรกจะรู้สึกว่า จะอยู่ไม่ได้ เหมือนที่พระเอกคร่ำครวญซะ แต่เอาเข้าจริง ๆ "เวลา" จะช่วยเราได้ค่ะ เราไม่ได้ลืมเขานะคะ แต่เขามีชีวิตอยู่ในความทรงจำ ในใจของเราเสมอ
หนังสือจะบอกว่า สักวันนึงเราจะก้าวข้ามมันไปได้ และก็ต้องทำด้วยตัวเอง ไม่มีใครช่วยได้ เหมือนที่ปู่ของซัคบอก
ทำให้เราไม่ชอบหนังเลยค่ะ
เพราะหนังให้อากิมาเป็นคนปลดปล่อยซัค ซึ่งมันไม่ตรงกับประเด็นดั้งเดิมและกินใจของหนังสือเลยค่ะ
สำหรับนักแสดง เราไม่ชอบ อากิ เลยค่ะ ดูเป็นนางแบบเกินไป ไม่น่ารักอย่างที่คิด จริง ๆ น่าจะเป็นใสกว่านี้ และเห็นด้วยว่าโชว์ขาอ่อนมากไป
ส่วนริทสึโกะน่าจะมีอะไรมากกว่านี้ เธอเป็นตัวละครที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดูน้ำเน่าอย่างน่าเสียดาย


โดย: Snowflake IP: 203.130.144.55 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2548 เวลา:10:12:19 น.  

 
เข้ามาจ่ายค่าอ่านอีกครั้งค่ะ

กุ้งได้ดูเรื่องนี้มาพักใหญ่แล้ว เลยค่อนข้างจะลืมรายละเอียดมันไปบ้าง

สำหรับกุ้งเอง กุ้งได้อ่านเวอร์ชั่นการ์ตูนมาก่อน (แต่ไม่ค่อยชอบนักค่ะ เพราะภาพวาดไม่สวย - เออ เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย) แล้วค่อยมาดูหนัง ส่วนหนังสือซื้อมาจากดูหนังเสร็จแต่ยังอ่านไม่จบเลยค่ะ ต้องไปรื้อมาอ่านต่อซะแล้วเนี่ย


โดย: ข้าวเกรียบกุ้ง IP: 161.200.255.164 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2548 เวลา:21:27:03 น.  

 
ชอบมากๆหนังเรื่องนี้ ....
ปกติเป็นคนที่ร้องไห้ยากมากๆ แต่พอดูเรื่องนี้แล้ว T_T เศร้าสุดๆ

เรื่องนี้ไม่เก็ยเป็น VCD แน่นอน ต้อง DVDเท่านั้น แต่พยายามหาเป็น DVD แต่ก็หาไม่ได้ สงสัยจะต้องตามหาเป็น version ต่างปท.ซะแล้ว


โดย: CuteCie IP: 58.11.214.175 วันที่: 5 เมษายน 2549 เวลา:17:36:20 น.  

 
อ่าน comment แล้ว อยากดูขึ้นมาเลยแหะ ^_^


โดย: Kid IP: 203.99.252.249 วันที่: 10 เมษายน 2549 เวลา:14:52:48 น.  

 
สวัสดีค่ะ เราชอบหนังเรื่องนี้ ซึ้งในความรักของทั้งสองคน เห็นด้วยกับคุณในเรื่องของเพลงตอนจบว่าเพราะเอามากสำหรับเรามันเป็นหนังในใจเลยล่ะค่ะ รองจาก Il mare และ love letter


โดย: น้ำหวาน IP: 61.90.234.10 วันที่: 27 เมษายน 2549 เวลา:0:51:59 น.  

 
.....เพิ่งได้ดู จากแผ่นวีซีดีเมื่อไม่นานมานี้

..............ชอบมาก เป็นหนังที่ชอบที่สุดที่ได้ดูมาตั้งแต่ต้นปี 49 จนถึงตอนนี้


โดย: ดร คลองตาล IP: 202.5.87.141 วันที่: 15 พฤษภาคม 2549 เวลา:4:10:04 น.  

 
เคยดูแต่ภาคละครครับ...ชอบเช่นกัน


โดย: jryn IP: 210.246.75.166 วันที่: 28 พฤษภาคม 2549 เวลา:23:12:00 น.  

 
พึ่งได้ดูครับ ช้าไปไหม ชอบมากๆ


โดย: roger IP: 58.64.102.4 วันที่: 4 ตุลาคม 2549 เวลา:13:34:14 น.  

 
เพิ่งจะได้ดูจาก DVD ที่เพิ่งออกมา หนังทำมาได้ดีกว่า My Girl and I ที่ดูมาก่อนหน้านี้ มีความซับซ้อนมากขึ้น เป็นหนังที่ดีเรื่องนึงเลย


โดย: Superpun IP: 202.69.140.233 วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:9:01:13 น.  

 
Just watched from dvd. This movie could get me so deep into the story... It is a nature of love that may happen to anyone at anytime.


โดย: Goodwill IP: 222.228.27.237 วันที่: 12 เมษายน 2550 เวลา:22:21:09 น.  

 
ดูทั้งหนัง
ดูทั้งละคร
อ่านทั้งหนังสือ
ประทับใจทุกอย่าง
กลับมาอ่านอีกครั้ง
น่าไปหาแผ่นมาดูอีกซักรอบเนอะว่ามั๊ย


โดย: september IP: 203.131.212.85 วันที่: 1 มิถุนายน 2550 เวลา:15:48:41 น.  

 
ได้ดูฉบับละครค่ะดูแล้วน้ำตาค่อยๆ ไหลริน ส่วนหนังสือไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ค่ะ


โดย: anne IP: 61.7.169.170 วันที่: 8 สิงหาคม 2550 เวลา:18:33:04 น.  

 
เพิ่งได้ดูนะ ไม่รู้ช้าไปรึป่าว

แต่เรียกน้ำตาจากผมได้เลย


โดย: Tor IP: 58.9.185.15 วันที่: 8 กันยายน 2550 เวลา:20:58:52 น.  

 
แวะเข้ามาอานเพราะคิดถึงหนังเรื่องนี้ค่ะ
แล้วก็เป็นรีวิวที่ยอดเยี่ยมมากๆค่ะ อ่านไป คิดถึงหนังไป น้ำตาก็ซึมแล้วค่ะ เป็นหนังที่เราประทับใจมากๆเลย

แล้วก็ขอบคุณรีวิวดีๆแบบนี้ด้วยคะ
ขอบคุณมากๆ


โดย: Juxtapozes IP: 124.122.218.100 วันที่: 20 สิงหาคม 2551 เวลา:22:36:14 น.  

 
อ่านเสร็จแล้วก็นึกถึงทุกครั้งเลย
หนังมันจับใจผมมากครับ


โดย: dek IP: 58.137.99.77 วันที่: 31 ธันวาคม 2551 เวลา:17:34:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
26 มีนาคม 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.