www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

5x2 , สมการความรักของคน 2 คน



....สมการความรักของคุณเป็นอย่างไร คุณเคยคิดย้อนหลังกลับไปหรือไม่ว่า ผลลัพธ์ของสมการที่ได้ออกมา มันเป็นผลมาจากอะไร บางคนใช้วิธีลัดในการให้ได้ผลลัพธ์ แต่ บางคนคิดแบบตรงไปตรงมาก็ได้ผลลัพธ์เหมือนๆกัน เราเองไม่ค่อยที่จะได้คิดย้อนหลังกลับไปหรอก

จนเมื่อวันหนึ่ง เรามาพบว่าผลลัพธ์ของสมการนี้มันผิด เราจึงเริ่มที่จะหาว่ามันผิดตรงขั้นตอนไหนของวิธีคิด หรือ มีตัวแปรใดบ้าง ที่ทำให้การคำนวณผิดพลาดไป

และในเรื่องนี้ 5 คือ จำนวนช่วงชีวิต ช่วงเวลาของความรัก 2 คือ จำนวนคนที่ทำให้สมการนี้สมบูรณ์

... หากเปรียบความรักเหมือนกับโจทย์ โจทย์บางข้อ เราสามารถหาคำตอบให้มันได้อย่างง่ายดาย แต่กับบางข้อเรากลับคิดให้ตายก็หาไม่ได้ว่า วิธีการคลี่คลายมันเป็นอย่างไร

โจทย์บางข้อเราต้องปล่อยทิ้งไว้อย่างไร้คำตอบจนสิ้นสุดกระบวนการ โจทย์บางข้อเกิดได้ผลลัพธ์ที่ผิดพลาด แล้วเราเองก็พยายามหาว่า ตัวแปรใดที่ทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้น บางครั้งก็ทันที่จะแก้ไข แต่บางครั้งมันก็สายเกินไป

...เรื่องราวความรักของคนเราทุกคน ล้วนมีโครงสร้างที่เหมือนกัน นั่นคือ พบรัก ร่วมชีวิต และจบลงที่การสิ้นสุดของความรัก ซึ่งเป็นได้ตั้งแต่ อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า แยกทาง หรือหย่าร้าง

5x2 พาคนดูเดินทางร่วมกัน บนเส้นทางของความรักที่ผ่าน 5 ช่วงสำคัญของชีวิตที่เหมือนๆกับคนทั่วไป ตั้งแต่การเริ่มต้น ไปจนถึง การสิ้นสุด โดยเริ่มเล่าเรื่องจากการสิ้นสุดไปจบลงที่การเริ่มต้น

การเลิกรา ..เมื่อจุดสิ้นสุดของความรัก คือ การแยกทาง ไม่ว่าใครก็ใครล้วนต้องเจ็บปวด ไม่มีคนแพ้ไม่มีคนชนะอย่างที่ Marion ว่าไว้ สิ่งที่เกิดขึ้นมันแค่ความรักที่สิ้นสุดลง

การสิ้นสุดของความรักค่อยๆปิดฉากลง พร้อมกับประตูลิฟต์ที่ค่อยๆปิดเข้าหากัน โดยมีดนตรีประกอบที่คึกคักร่าเริงตรงข้ามกับภาพบนจอ พร้อมกับสิ่งที่คนดูและตัวละครเริ่มมองหาว่าอะไรเป็นปฐมบทก่อนหน้านี้ ที่ทำให้ความรักจบลงด้วยการเลิกรา

ครอบครัว ....พ่อ-แม่-ลูก ที่อยู่พร้อมหน้ากันเป็นภาพที่คนดูไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องราวการหย่าร้างในฉากก่อนหน้านี้ แต่แล้วเมื่อถึงงานปาร์ตีของคนสองคู่สลับแลกเรื่องราวกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิและบทบาทความเป็นชาย ,เรื่องราวของความปรารถนา ไปสิ้นสุดที่เรื่องของการสารภาพผิด

มันทำให้เราเห็นว่าภาพพ่อ-แม่-ลูก นั้นเป็นแค่ภาพของบุคคลที่ใกล้ชิดสนิทสนม แต่เป็นภาพของอารมณ์ที่มีรอยแตกร้าวเล็กๆรอวันแตกสลาย

การตั้งครรภ์ ....เป็นช่วงเวลาแห่งความปิติ ที่ชีวิตใหม่อันเป็นผลลัพธ์ของความรักจะถือกำเนิดขึ้น เป็นตัวแปรใหม่ในสมการ ที่จะทำให้ครอบครัวต้องเปลี่ยนแปลงนั่นคือนอกจากจะมีฐานะสามี-ภรรยาแล้ว ยังเพิ่มบทบาทของการเป็นพ่อ-แม่คนอีกด้วย

ความรักจากเดิมที่มีแค่ 2 ทิศทาง(ชาย - หญิง) เริ่มมีทิศทางใหม่ๆเกิดขึ้น แต่บนจอกลับเป็นตรงกันข้าม ความขัดแย้งที่เห็นบนจอถูกเก็บงำไว้อย่างมิดชิด คนดูที่เป็นบุคคลที่ 3 ย่อมเกิดคำถามขึ้นในใจว่า อะไรคือความห่างเหินที่เกิดขึ้นกับคนกำลังจะเป็นพ่ออย่าง Gilles อะไรที่ทำให้เขาหนีการพบหน้า Marion หนังใช้เวลาวนเวียนไปมากระตุ้นความอยากรู้คนดูอย่างไม่หยุดหย่อน ก่อนจะย้อนกลับไปที่

การแต่งงาน ....เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการตกลงปลงใจที่จะแบ่งปันชีวิตร่วมกัน แต่ในคืนของความสุข ความปรารถนาบางอย่างก็เริ่มสร้าง ตัวแปรที่จะทำให้สมการความรักของคนสองคนต้องจบลงด้วยความเจ็บปวด และซ่อนเก็บไว้รอวันค้นพบ

การพบรัก ...ไม่มีใครรู้ได้เลยว่าวันข้างหน้าเรื่องราวความรักของคนสองคนจะจบลงอย่างไร ทุกชีวิตคู่ล้วนมีความสวยงามของความรักที่เริ่มต้นเหมือนกันเหมือนกับ Gilles และ Marion ที่ต้องตาต้องใจกันริมชายหาด

เมื่อคนสองคนมาพบกัน และกำลังจะเริ่มสร้างโจทย์ชีวิตของกันและกัน หนังฉายให้เห็นแสงอาทิตย์ริมฝั่งได้งดงามเช่นเดียวกับความรักของทั้งคู่ที่กำลังเริ่มต้น

5 ช่วงเวลาของคน 2 คนที่เล่าย้อนหลัง ทำให้เราได้สำรวจเรื่องราวของความรักที่สิ้นสลาย ณ. ปลายทาง แต่เมื่อเราสำรวจเรื่องราวไปข้างหน้าเราจะพบว่า

การพบรัก ...ของทั้ง Gilles และ Marion เกิดขึ้นตั้งแต่การนอกใจทางความคิดของ Gilles กับคู่รัก

ฉาก Sex ของเขาและเธอ เป็น การปิดฉากความรัก และ คือการเริ่มต้นของ Gilles และ Marion หนังเปิดฉากด้วยฉากการร่วมรักที่รักนั้นจืดจาง มีแต่ความขมขื่นที่ฉายออกมา

การแต่งงาน ..กับการปล่อยความปรารถนาในใจของ Marion เธอต้านทานชายหนุ่มอเมริกันคนนั้นเต็มที่ หรือเธอยอมให้ความต้องการในตัวครอบงำ? ประเด็นที่หนังวางไว้อาจจะเป็นต้นตอของรักร้าวในชีวิตคู่คนสองคนนี้ นั่นอาจเป็นสิ่งที่หนังจงใจให้คนดูไม่รู้อย่างทั้งหมด

เราจะเห็นได้ว่าเป็นฉาก Sex ฉากเดียวในเรื่องที่เราไม่เห็นคนสองคนร่วมรักกัน(ตรงข้ามกับอีก 2 ฉากที่ชัดเจน) น่าขันที่มันก็อาจเป็นฉากการร่วมรักฉากเดียวในเรื่องเช่นกัน ที่แสดงออกถึงความปรารถนา ความใคร่ หรือ ความโหยหาทางอารมณ์อย่างเต็มเปี่ยมของคนสองคน คนสองคนที่เป็นคนแปลกหน้ากัน

การตั้งครรภ์ ...การที่หนังเล่าในส่วนก่อนหน้านี้ไม่หมด ทำให้เรื่องราวในส่วนนี้ตั้งคำถามไว้มากมาย เป็นฉากที่เรื่องราวไม่ได้ดำเนินมากแต่กลับสร้างความฉงนให้คนดูครุ่นคิดมากที่สุดจากทั้ง 5 ตอน ว่าสาเหตุที่ Gilles เหินห่าง Marion เพราะอะไร? (ลูกไม่ใช่ลูกของเขา หรือ เขารู้เรื่องราวในคืนแต่งงาน หรือ มันอาจเป็นเรื่องของเขาและภรรยาที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคนดูเลย)

ครอบครัว ....ความรู้สึกผิด จากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้อาจพอเป็นคำอธิบายให้คนดูได้ว่าเพราะอะไร Marion จึงยอมให้สามีไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางเพศที่ผิดแผกออกไปโดยที่ตัวเองรับรู้ และตัว Gilles เองก็เลือกที่จะสร้างปมหรือตัวแปรให้สมการความรักของเขาและเธอยิ่งยุ่งยากขึ้น เมื่อเขาตอบรับคำชวน

ช่วงเวลานี้บทสนทนาในหนังเต็มไปด้วยการยอกย้อน , ประเด็นการนอกใจและการทำตามใจปรารถนา (ทำไมเราต้องหักห้ามความปรารถนาของตัวเอง?) ไปจนถึงประเด็นสิทธิทางเพศ ( คำว่า Macho ที่ตัวละครหยิบยกมาอ้างก็เจ็บแสบดี)

การเลิกรา .....หากฉาก Sex ต้นเรื่อง คือ จุดเริ่มต้นของความรัก ฉาก Sex ในตอนท้ายก็คงเป็นการสิ้นสุดความรักเช่นกัน (และเป็นฉาก Sex ที่แสดงขมขื่นพร้อมรักที่จืดจางเช่นเดียวกันอีกด้วย) แม้ว่าทั้งคู่ดูยังมีเยื่อใยหลงเหลือต่อกันแต่ การเล่าเรื่องที่เต็มไปด้วยความอึดอัดกดดัน มันก็ถ่ายทอดความรู้สึกให้เราได้รับรู้ว่าความรักของทั้งคู่แตกสลายเกินจะเยียวยา อันมาจากปมหรือตัวแปรที่แต่ละคนต่างสร้างมันขึ้นมาและไม่สามารถที่จะสาวปมเหล่านั้นให้คลี่คลายเหลือเพียงแค่ความเจ็บช้ำที่กระทำต่อกัน

...เคยสังเกตมั้ยว่า หากความรักนั้นยังเป็นความสุข ไม่เกิดความเจ็บปวด เรามักจะเคยชินแต่การมองความรักไปข้างหน้าโดยไม่ค่อยหันย้อนกลับมาดูข้างหลัง (เช่นพรุ่งนี้จะกินอะไรกัน, ปีหน้าจะไปฉลองที่ไหน, จะแต่งงานกันเมื่อไหร่ ฯลฯ) และเมื่อเดินไปข้างหน้าเราก็อาจจะสร้างปมละเล็กละน้อยทิ้งไปไว้โดยไม่รู้ตัวหรือสร้างบาดแผลเล็กๆน้อยๆทิ้งไว้ประปรายตลอดเส้นทาง ปัญหาบางอย่างที่ดูเล็กๆน้อยๆก็ถูกมองข้ามไป

จนเมื่อความรักมาถึงทางแยก ถึงจุดสิ้นสุด เราจึงเริ่มที่จะมองย้อนหลัง (เหมือนกับหนังเรื่องนี้) มองกลับไปว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับการเดินทางที่ผ่านมา กว่าจะสาวปมด้ายหาเพื่อสะสางบางครั้งมันก็สายเกินไปเสียแล้วที่จะจัดการ

5x2…. อาจทำให้คนดูที่คาดหวังหนังโรแมนติคจากการโฆษณาต้องส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง เพราะตัวหนังหาใช่อย่างที่คิด มันเป็นหนังที่เล่าเรื่องราว ของ ความรักที่ล้มเหลว เรื่องราวความรักที่เริ่มเล่าจากจุดตั้งต้นไปจนถึงปลายทาง

หนังส่วนใหญ่ ปลายทางคือการพบรักหรือแต่งงานของตัวละคร ซึ่งที่จริงแล้วในโลกปลายทางความรักของชีวิตจริงยังอยู่ไกลกว่านั้นอีกมาก และ หนังเรื่องนี้เป็นผู้ถ่ายทอดให้เราได้เห็นตั้งแต่ต้นจนจบ

ผมชอบการเล่าเรื่องของ Francois Ozon หนังทั้ง 5 ส่วนนั้นเล่าเรื่องในตัวของมันเอง และ เชื่อมต่อกันโดยไร้ความต่อเนื่องของเหตุการณ์ ซึ่งยากที่จะประสานรวมเป็นเนื้อเดียวได้ แต่ หนังกลับสามารถประสานรอยต่อโดยปราศจากตัวเชื่อมระหว่างเหตุการณ์ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน (ตลกดีที่หนังบางเรื่องเล่าแบบต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบกลับรู้สึกว่าหนังมันกระโดดไปมาตลอดเวลา)

อีกทั้งความแตกต่างของตอนต้นกับตอนท้าย มันแสดงทักษะการเล่าเรื่องบนจอภาพยนตร์ ที่ทำให้เราได้เห็นความแตกต่างชัดเจนของ ความหวังอันแช่มชื่น กับ ความหมองหม่นอึดอัด ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งที่มันตั้งอยู่บนเรื่องราวเดียวกัน ...เรื่องราวของความรักของคนสองคน...

...นอกจากนี้ การแสดงของตัวเอกทั้งสองคนก็เล่นเข้าคู่กันได้ดี โดยเฉพาะฝ่ายหญิงที่ดูจะเด่นกว่าเล็กน้อย (ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจหากย้อนกลับไปดูหนังเก่าๆของ Francois Ozon ที่ดูจะมีความสามารถในการสร้างตัวละครหญิงให้ฉายแววเจิดจรัสอยู่เป็นประจำ และ ยิ่งบันเทิงสโมสรเข้าไปใหญ่เมื่อเขาสร้างหนังที่มีแต่ตัวละครหญิงทั้งเรื่องอย่าง 8 women เป็นหนังเพลงฆาตกรรมที่สนุกที่สุดเรื่องหนึ่งที่เคยดูมา) การเล่าย้อนของหนังและการเล่าแบบเผยไม่หมด เป็นความฉลาดที่ทำให้คนดูได้ขบคิด และย้อนคิดตามวิธีการเล่าเรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนคู่นี้ น่าชื่นชมตรงที่ผู้กำกับรู้จักเลือกใช้เทคนิกให้เข้ากับหนังของตัวเอง

สิ่งที่ชอบ

1.การถ่ายทอดความรัก....ไม่ค่อยมีคนถ่ายทอดความรักตั้งแต่ต้นจนจบมาเป็นหนังให้ได้ดูกันนัก เราจะได้เห็นหนังส่วนใหญ่เล่าแค่บางช่วง เช่น ช่วงพบรักถึงแต่งงานหรือหย่าร้าง ช่วงทะเลาะถึงแยกทาง ฯลฯ และ ด้วยกลวิธีการเล่าย้อนรอยมันยิ่งทำให้ได้กลับไปสำรวจเรื่องราวความรักให้เห็นว่า ความรักและชีวิตคู่ ไม่ใช่แค่เรื่องของความสุขหรือทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่ง

เรื่องราวความรักและการใช้ชีวิตคู่นั้น มันทั้งหวานทั้งขมตลอดเส้นทาง และ ที่ปลายทางนั้น ไม่ใช่เกิดจากฟ้าลิขิตไว้ แต่เป็นคนสองคนนั้นเองที่กำหนดอนาคตตัวเองไว้ตั้งแต่แรกแล้วโดยไม่รู้ตัว

2.นักแสดงและผู้กำกับ....ทั้งสองนักแสดงนำอยู่บนจอในแต่ละช่วงเวลาที่ต่างกันทั้ง 5 ตอน ได้อารมณ์ตามที่หนังต้องการสื่อออกมาได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นตอนพบรัก ที่ดูแล้วก็ทำให้เราเชื่อในความรักครั้งแรกของทั้งคู่ หรือ ตอนท้ายที่แสดงออกมาได้อารมณ์อึดอัดกดดัน ตามอารมณ์ของหนังในขณะนั้น ซึ่งคนที่สมควรได้รับคำชมไม่ใช่แค่นักแสดง แต่ย่อมรวมไปถึงผู้กำกับอย่าง Francois Ozon ที่กำกับหนังเรื่องนี้ให้ออกมาได้ดังใจคิดไว้

3. ความสามารถในการเล่าเรื่อง...การเล่าย้อนหลังไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่จะเล่าอย่างไรให้คนดูมีความรู้สึกร่วมไปทั้ง 5 เหตุการณ์ที่แตกต่าง จะเล่าอย่างไรให้คนดูรู้สึกว่า 5 ส่วนนี้เป็นเรื่องราวเดียวกันในวิธีการเล่าที่ต่างกัน จะทำอย่างไรที่จะไม่ใส่ฉากเชื่อมประสานของแต่ละเหตุการณ์(เพราะแต่ละช่วงต่อช่วงมันก็จะมีช่วงเวลาที่ขาดหายไปไม่ได้ต่อเนื่องกัน) และทำให้คนดูไม่รู้สึกสะดุด นั่นคือสิ่งที่ Francois Ozon ทำออกมากับ 5x2 ให้ผมได้รับชมที่โรงสกาล่ารอบ 19.00น. เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา

4.เพลงและดนตรีประกอบ... เพราะติดหูตามออกมาจากโรงภาพยนตร์ และ น่าตลกที่เพลงปิดท้ายของฉากแห่งความหมองหม่นนั้นครึกครื้น แต่ เพลงปิดท้ายฉากแห่งความสดใสและความหวัง กลับเศร้าสร้อย แม้ว่ามันจะขัดแย้งกัน แต่คนดูกลับรู้สึกว่ามันเข้ากันได้อย่างน่าประหลาดใจ

สรุป.. หนังไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกซาบซึ้งหรืออินกับตัวหนังมากมาย แต่มันทำให้ผมชอบ ความรักที่หนังนำเสนอกับวิธีการนำเสนอออกมา มันทำให้หวนกลับมามองตัวเองได้ไม่ยากเย็น มันทำให้คนดูสามารถกลับไปทบทวนชีวิตรักชีวิตคู่ของตัวเอง สิ่งที่ผ่านไปแล้วอาจแก้ไขไม่ได้แต่เราป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งที่ไม่ต้องการได้

เป็นหนังดราม่าที่ไม่หนักไม่เบาจนอาจดูธรรมดาเกินไปสำหรับบางคน และมันก็เป็นหนังที่ดีมีคุณค่ากับการดูกับบางคนที่สนใจในเรื่องราวชีวิตคู่ นอกจากจะได้ชมเรื่องราวหรือสารที่หนังนำเสนอแล้วคนรักหนังก็จะได้ดูทักษะทางภาพยนตร์ชั้นยอดไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่อง การแสดง การกำกับ ที่อยู่ในระดับยอดเยี่ยม



ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง




ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 25 สิงหาคม 2548
Last Update : 10 เมษายน 2549 1:05:59 น. 26 comments
Counter : 1957 Pageviews.

 
ไปดูมาแล้วหรือครับ
ไวจริงจริง


โดย: เ ม ฆ ค รึ่ ง ฟ้ า วันที่: 25 สิงหาคม 2548 เวลา:0:25:07 น.  

 
อ่านจบแล้ว..อยากดูขึ้นมาเลย.. เห็นใบปิดหน้าสยามหลายที ไม่แน่ใจว่าเป็นแนวไหน..
มีเวลาจะลองแวะหารอบไปดูมั่ง


โดย: Shanky IP: 203.170.164.171 วันที่: 25 สิงหาคม 2548 เวลา:13:57:17 น.  

 
ดีใจมากครับ ที่หนังได้ฉายโรงใหญ่ๆ อย่าง สกาล่า (แต่ตอนนี้ย้ายไปโรงสยามแล้ว)

เวอร์ชันฉายโรงตัดออกไป 6 นาที แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรมากมายครับ แต่ SEX SCENE ตอนแรกที่อึดอัดมากๆ เลยแหละ

ชอบมากครับ หนังเรื่องนี้ ดูจบแล้วเศร้ามาก


โดย: merveillesxx วันที่: 25 สิงหาคม 2548 เวลา:22:24:00 น.  

 
ไปดูมาแล้วค่ะ แฟนพาไปดู เป็นหนังที่ถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างไม่ประดักประเดิด ไม่ติดขัด flow มากๆทีเดียว จนถึงตอนจบ ยังหันไปถามแฟนเลยว่า จบแล้วเหรอ คิดไม่ถึงว่าเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงเต็มจะสามารถเล่าชีวิตคู่ของคนสองคนได้อย่างสมบูรณ์แบบนี้


โดย: กาก้า IP: 203.144.210.96 วันที่: 26 สิงหาคม 2548 เวลา:9:22:54 น.  

 
ได้ทันดูโรง สกาล่า ...ค่ะ ใหญ่ดี บรรยกาศอับชื่นเหมือนเดิม เเต่ก็มีกลิ่นครุ่นความขลัง.. .
DVD คงไม่ตัดมั้ง เพราะในโรงตัดกระจาย


โดย: hungerry IP: 61.47.97.220 วันที่: 26 สิงหาคม 2548 เวลา:12:22:04 น.  

 
เฉยๆ กับหนังของโอซงมาโดยตลอด จนเรื่องนี้ล่ะครับ

ชอบมาก จริงๆ เหมือนกัน


โดย: จีง...อ๊ะป่ะ? IP: 202.44.136.50 วันที่: 26 สิงหาคม 2548 เวลา:14:58:09 น.  

 
เ ม ฆ ค รึ่ ง ฟ้ า ....เหะๆ ไวบ้างช้าบ้างสลับกันไปครับ แต่ช้ามากเดี๋ยวคนดูกันหมดแล้วจะไม่มีคนมาคุย

Shanky...ขอบคุณครับที่ตามมาตอบจากไทยดีวีดี ถ้าได้ดูแล้วก็กลับมาคุยกันใหม่นะครับ

merveillesxx ...6 นาทีเลยเหรอครับ นานเหมือนกันนะนั่น คงต้องรอแผ่นแล้วว่าอะไรที่ขาดหายไป ได้ยินว่าดีวีดีจะมี 2*5 ด้วย คือ เล่าจากหน้าไปหลัง ถ้าดูคงได้อารมณ์อีกแบบ

hungerry...นี่ละครับ เสน่ห์ของสกาล่า

กาก้า...รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเหมือนกัน

จีง...อ๊ะป่ะ? ...ชอบเรื่องนี้เหมือนกันครับ ยังดูสระว่ายน้ำไม่จบ ว่าจะไปดูต่อเหมือนกัน


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 26 สิงหาคม 2548 เวลา:21:30:43 น.  

 
Think of me


โดย: 27 สิงหาคม 2548 IP: วันที่: 21:03:16 เวลา:58.10.168.219 น.  

 
...หนังเค้าดีจริงครับ
ไปดูที่ house มา ทั้งโรงมีอยู่ 3 คน ได้บรรยากาศเหงามาก
เพลงประกอบทำได้ลงตัวดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป มาถูกที่ถูกเวลา นักแสดงเล่นเป็นธรรมชาติดี
โดยเฉพาะใครที่กำลังจะแต่งงาน แนะนำให้ไปดูเลยครับ


โดย: sungod IP: 210.246.74.254 วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:19:01:28 น.  

 
เพิ่งไปดูที่ house วันนี้เองค่ะ ตอนแรกก็คาดหวังว่าจะเป็นหนังรัก (ปกติจะหลบหลีกการรู้เรื่องราวเกี่ยวกับหนังก่อน ก็เลยไม่ทราบเลยว่าจะมาแนวนี้ ได้ยินแต่คำกล่าวที่ว่าเป็นหนังรักทีดีมาก) ค่ะ เข้าไปดูปุ๊บ งงเลย ยิ่งดู ๆ ก็รู้สึกว่าแปลก พอดูจบถามตัวเองว่าสนุกไม๊ก็บอกว่าไม่ แต่ไม่รู้ทำไมชอบ อาจเป็นเพราะการดูหนังรักที่ครบทุกช่วงระยะทางนั้นมีไม่มาก (อาจไม่มีเลยด้วยซ้ำ) แล้วตัวละครเค้าแสดงได้ดีจริง ๆ ดิฉันชอบฉากสนทนาในโต๊ะอาหารกับพี่ชายและแฟนของพี่ชายเป็นพิเศษ โดยเฉพาะประเด็นที่พูดกันเกี่ยวกับการนอกใจ


โดย: Lily of the Valley IP: 58.10.224.253 วันที่: 28 สิงหาคม 2548 เวลา:21:31:29 น.  

 
วันนี้ไปลิโด้มาค่ะ

แต่ดูคูโร่ตามคำเชียร์ของคห.ที่๓

ก็ชอบนะคะ..แต่ไม่ถึงกับรักน่ะค่ะ

ยังไม่อ่านละเอียดนะคะ เผื่อยังได้ไปดู

ได้ดูแล้วจะกลับมาอ่านอีกทีค่ะ


สบายดีนะคะ?


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 29 สิงหาคม 2548 เวลา:0:19:37 น.  

 
sungod ... คราวก่อนไปดูผีเสื้อที่House คนเดียวเหงาๆเช่นกัน แต่เจ้าของโรงก็ใจป้ำดีมาก ยอมฉายให้เราเป็นเจ้าของโรงหนัง

Lily of the Valley... ใช่จริงๆ หนังรักที่เล่าทุกระยะทางของชีวิต มีให้เห็นไม่มาก / ยินดีต้อนรับเข้าบล้อกครับ

สาวไกด์ใจซื่อ ... คูโร่ทำให้น้ำตาไหลพรากๆมั้ยครับ(เห็นหลายคนไปดูมาบอกถูกหมากระชากน้ำตามาแล้ว) / สบายดีครับ พรุ่งนี้จะไป เกี่ยวรัก(About Love)


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 29 สิงหาคม 2548 เวลา:1:07:28 น.  

 
เพิ่งไปดูมาครับเมื่อวาน โอ้วววฺ ผมชอบมากนะ เดินออกมาจากโรงพร้อมกับถกเถียงกับแฟนเรื่อง Fidelity ใหญ่เลย...


โดย: Filippo วันที่: 29 สิงหาคม 2548 เวลา:9:44:39 น.  

 
"การเล่าเรื่องของ Francois Ozon หนังทั้ง5ส่วนนั้นเล่าเรื่องในตัวของมันเอง และเชื่อมต่อกันโดยไร้ความต่อเนื่องของเหตุการณ์ซึ่งยากที่จะประสานรวมเป็นเนื้อเดียวได้ แต่หนังกลับสามารถประสานรอยต่อโดยปราศจากตัวเชื่อมระหว่างเหตุการณ์ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน (ตลกดีที่หนังบางเรื่องเล่าแบบต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบกลับรู้สึกว่าหนังมันกระโดดไปมาตลอดเวลา)"
เห็นด้วยค่ะ ชอบจุดนี้เหมือนกัน แสดงให้เห็นถึงกึ๋นของผู้กำกับอ่ะเนอะ
ชอบดนตรีและเพลงประกอบหนังเรื่องนี้มาก ๆ เหมือนกันค่ะ และคิดว่าเพลงมีส่วนช่วยมากในด้านการต่ออารมณ์ระหว่างเหตุการณ์ทั้ง 5 เหตุการณ์ มันเหมือนกับเพลงเป็นตัวนำพาอารมณ์และผู้ชมไปสำรวจชีวิตคู่ของเค้าทั้งคู่
โดยส่วนตัว ชอบฉาก & ภาพสุดท้ายของหนังที่สุดค่ะ ภาพเค้าทั้งคู่เดินลงไปในทะเลด้วยกัน สี แสงและองค์ประกอบสวยมาก และสำหรับตัวเอง ถือว่าเป็นยาบรรเทาความอึดอัดที่มีมาตลอดทั้งเรื่องได้ดีทีเดียวค่ะ
ปล. ดู P.S. วันพุธที่แล้ว 16.30 ค่ะ & ขอแอดบล็อกไว้เช่นกันค่ะ


โดย: sanonoi วันที่: 29 สิงหาคม 2548 เวลา:23:53:39 น.  

 
ชอบเรื่องนี้มากเหมือนกัน ทั้งการเล่าเรื่องและเพลงประกอบ

แต่ว่าดูไปยุงกัดไปนี่สิ...คันจริงๆๆๆๆ


โดย: แบ่งกันเซ็ง IP: 58.10.48.212 วันที่: 30 สิงหาคม 2548 เวลา:12:30:59 น.  

 
ไปดูเรื่องนี้เพราะอ่านหน้านี้จริง ๆ เลยนะเนี่ย ;) แต่ว่าตอนแรกไม่กล้าอ่านละเอียดเท่าไหร่ แต่ชอบวิธีการเล่าเรื่องมากเลย ดูแล้วก็.. อืม.. ก็ดีนะ แต่เราไม่ถึงกับชอบมาก ๆ อาจจะเป็นเพราะว่าปกติเราไม่ค่อยเข้าใจวัฒนธรรมฝรั่งแบบนี้เท่าไหร่ ก็เลยไม่ค่อยอินกับเนื้อเรื่องแบบนี้ แต่โดยรวมแล้วก็ดี รู้สึกดีกับวิธีการที่หนังพยายามจะบอกเรา -- อ่านหน้าโรงเค้าบอกว่า เรื่องนี้ถูกคาดว่าจะเป็นหนังฝรั่งเศสที่ดีที่สุดของปีนี้เลยนี่คะ


โดย: rough scape IP: 203.107.217.194 วันที่: 3 กันยายน 2548 เวลา:23:12:06 น.  

 
Filippo ... ถกกันแล้วเข้าใจมากขึ้นหรือทะเลาะกันมากขึ้นแบบในหนังครับ

sanonoi ... PS. ก็ดูแล้วครับแต่ขอเบี้ยวไม่เขียนตอนนั้นเพราะมันยุ่งๆอยู่ / แสงที่ริมทะเลงดงามจริงๆครับ

แบ่งกันเซ็ง... อืม ยุงที่ลิโด ยังไม่เคยเจอครับ คงรำคาญน่าดูเลยนะนั่น

rough scape ... ไปอ่านเพราะหน้านี้ ถ้าทำให้ผิดหวังก็ต้องขออภัย แหะๆ แต่ถ้าถูกใจก็ขอคิดค่าบริการเป็นความเห็นเช่นเคยหรือการแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนกันนะครับ / เรื่องความชอบผมก็รู้สึกแบบนั้นครับ คือ ไม่อินในแง่ความรู้สึกแต่ชอบสิ่งที่หนังนำเสนอและตัวหนังเองที่เยี่ยมยอด


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 4 กันยายน 2548 เวลา:13:03:45 น.  

 
มาเขียนเติมอ่ะค่ะ อีกอย่างของหนังเรื่องนี้ที่ชอบมากเลยก็คือชื่อเรื่องอ่ะค่ะ

ปล วันนี้ก็ไปดู charlie and chocolate factory มาแหละ เมื่อไหร่พี่จะเขียนล่ะคะ จะรออ่าน ;)


โดย: rough scape IP: 203.107.217.194 วันที่: 4 กันยายน 2548 เวลา:22:57:39 น.  

 
^
^
... จะไปดูพรุ่งนี้เหมือนกันครับ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 5 กันยายน 2548 เวลา:0:36:20 น.  

 
มันเป็นสไตล์เก๋สำหรับฝรั่งเศสหรือยังไงไม่ทราบถึงได้ชอบเล่าเรื่องย้อนหลังแบบนี้ Irreversable ก็ทำแบบเดียวกันเด๊ะ เพียงแต่เรื่องนั้นสุดโหดไปหน่อย สำหรับ 5 x 2 นี้ เสียดายที่เซ็นเซอร์ฉากบนเตียงไปเพียบ ทำให้ความรู้สึกที่อยากบอกบางอย่างหายไปอย่างน่าเสียดาย มุมมองเรื่องความสัมพันธ์ของฝรั่งเขาไปไกลกว่าเรามาก ชีวิตคู่ไทยๆ ยังวนเวียนอยู่กับความสัมพันธ์แบบลิเกๆ จนบัดนี้ เมื่อไรจะมีคน(กล้า)ทำเบื้องหลังชีวิตรักหนูแหม่มมั่งนิ คงซับซ้อนน่าดู ..อิอิ

ดูหนังเรื่องนี้จบแล้วก็บอกไม่ถูกว่าชอบหรือไม่ มันก็ดีอะ แต่ไม่ประทับใจเท่าที่ควร ไม่รู้เพราะอะไร อาจจะเพราะวิธีคิดแบบฝรั่งเศสกระมัง คิดแบบกระท่อนกระแท่น แล้วให้คนดูไปสรุปเอาเอง เหอๆๆ แต่ชอบการแสดงที่เป็นธรรมชาติดีนะครับ ทำให้เรารู้สึกตามได้ ไม่เหมือนละคอนทีวีเพื่อกู..เอ๊ย เพื่อคุณ ที่ถลกกระโปรงตบกันได้ทุกซีน

ยังไงก็ชื่นชมบทวิจารณ์นะครับ ตั้งใจดูหนังได้ดี ผมไม่สามารถดูละเอียดอะไรขนาดนี้ได้หรอก


โดย: Bkkbear IP: 58.10.193.128 วันที่: 7 กันยายน 2548 เวลา:0:03:29 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ
5x2 ชอบมาก เครียดมากเลยตอนช่วงขึ้นตอน3 ต่อตอน4 อ่ะค่ะ ปวดหัวไปเลย
การแสดงเยี่ยมสุดๆ
แหมเสียดายไม่น่าตัดเลยนะ

โรงงานชอคโกแลตน่ารักมากๆค่ะ แม้บางช่วงจะดูซ้ำๆกันไปบ้าง
ชอบคุณปู่ย่าตายายของชาร์ลีจังเลย
แต่ยังทำให้เราอยากกินชอคโกแลตไม่ได้อ่ะ
แค่มีพี่เดปป์หนูก็ไปดูแล้วค่ะ อิๆ



โดย: quin toki วันที่: 8 กันยายน 2548 เวลา:10:33:29 น.  

 
bb


โดย: 11 กันยายน 2548 IP: วันที่: 18:20:40 เวลา:58.10.145.7 น.  

 
เพิ่งไปดูที่ house มามะกี้ครับ เป็นหนังที่ผมชอบอีกเรื่องนึงในรอบปีนี้


โดย: joblovenuk (joblovenuk ) วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:3:42:21 น.  

 
ต้องรอดูแผ่นหละค่ะ อยู่ห่างไกลความเจริญ


โดย: nam IP: 203.113.70.11 วันที่: 19 กันยายน 2548 เวลา:10:45:46 น.  

 
ชอบเพลงประกอบมากกกกกกก

โดยเฉพาะเพลงะตอนที่มีคู่ของพี่ชายมากินข้าวด้วยกัน

แล้วเพลงที่เปิดตอนเต้นกันน่ะคะ

เพราะมากเลย


โดย: นางสาวแสนดี..sandy วันที่: 22 กันยายน 2548 เวลา:16:56:09 น.  

 
hjmghljm,.lf;xkt;.nm gfjghkhgm,hjd


โดย: yo IP: 125.27.120.180 วันที่: 14 มีนาคม 2551 เวลา:18:27:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2548
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
25 สิงหาคม 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.