www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

Madagascar , มิตรภาพกับการเรียนรู้ชีวิต และ นกเพนกวิน



...สวนสัตว์เสมือนหนึ่งสัญลักษณ์ของความเป็นเด็ก ครั้งแรกที่เราได้ไปสวนสัตว์มักเป็นเมื่อตอนที่เรายังเล็กๆ และ ในขณะเดียวกันมันก็เป็นสัญลักษณ์ของครอบครัว เพราะ สวนสัตว์มักเป็นสถานที่ ที่เราได้ไปครั้งแรกกับครอบครัว มากกว่าไปกับเพื่อนหรือคนรัก มันจึงเป็นภาพความอบอุ่นและความทรงจำที่ดีให้ระลึกถึง กับ ภาพพ่อจูงมือไปดูยีราฟ แม่เดินไปซื้อไอติมมาให้ลูกระหว่างนั่งพักดูกวาง ฯลฯ

ในยุคสมัยปัจจุบัน ภาพนี้ค่อยๆจะเลือนหายไป เมื่อพ่อแม่สมัยใหม่เลือกสอนให้ลูกรู้จักสัตว์ป่า ด้วยการกดรีโมทดูช่อง Discovery Channel หรือ Animal Planet โดยลืมไปว่า การได้ไปเที่ยวสวนสัตว์นั้นมันเกิดคุณค่าจิตใจกับเด็กๆได้มากแค่ไหน มันเป็นมากกว่าการได้รู้จักสัตว์แต่มันยังเป็นการได้ร่วมมีกิจกรรม และ คืนสู่ความเป็นครอบครัวอีกครั้งหนึ่ง และ มันสามารถเป็นภาพความทรงจำที่เราโตขึ้นไม่ลืมไปได้ง่ายๆ คุณเองก็คงยังพอจำได้ถึงวันก่อนๆที่เคยไปสวนสัตว์

ดังนั้น การที่ DreamWorks เลือก Madagascar มาสร้างนับว่าเป็นเรื่องฉลาดทีเดียว เพราะมันเป็นหน้าหนังที่ชวนให้คนดูอยากเข้าไปดู สวนสัตว์ที่เขาเคยไปเที่ยว เข้าไปรู้จักสรรพสัตว์ที่เราเคยได้เจอ และ นั่นคือการที่เราได้ย้อนกลับไปพบความรู้สึกในวัยเยาว์ หนังเรื่องนี้เป็นทั้งตัวแทนความเป็นเด็กและความเป็นครอบครัว ตั้งแต่หน้าหนังเอง

...แน่นอนว่าสวนสัตว์ย่อมไม่ใช่บ้านเกิดของสัตว์ทั้งหลายในนั้น คนที่ไปเยี่ยมชมมีความสุขที่ได้เห็นสัตว์ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน แต่สัตว์เหล่านั้นมันจะรู้สึกสนุกตามไปด้วยหรือไม่ ภายใต้รั้วที่มันไม่มีโอกาสได้ก้าวข้ามออกมา

.... Alex ราชสีห์หนุ่มผู้เป็นดาวประจำสวนสัตว์ ไม่เคยคิดแม้สักครั้งที่อยากกลับป่าบ้านเกิดที่แท้จริง อะไรที่ทำให้มันไม่อยากกลับ หากไม่ใช่ว่า อาหารดีๆที่มีคนประเคนให้ทุกมื้อ , เสียงแซ่ซ้องโห่ร้องเวลามันขึ้นโชว์ , ของที่ระลึกต่างๆนานาที่สร้างขึ้นโดยมีตัวเขาเป็นต้นแบบ ชื่อเสียงและความสะดวกสบาย คือ สิ่งที่รั้งเขาไว้ให้มีความสุขกับบ้านปลอมๆแห่งนี้

Alex ไม่ได้มีอะไรต่างไปจากมนุษย์ การปลุกสำนึกรักบ้านเกิดมันคงเกิดได้ยาก เมื่อความสุขภายนอกยังห่อล้อมเป็นกิเลสให้เราหลงใหลกันได้ง่ายๆ ในยุคที่วัตถุมีคุณค่าสูงกว่าจิตใจ ในฉากหนึ่งที่ Gloria ฮิปโปสาวให้ Alex ไปปลอบเพื่อนรัก เขาตอบไปว่า เขาได้มอบสิ่งที่ดีที่สุดไปแล้วจนไม่รู้จะให้อะไรอีก สิ่งที่ Gloria อยากให้เขามอบให้เพื่อน คือ คำปลอบใจ ความห่วงใย ในขณะที่สิ่งที่ดีที่สุดที่เขาแปลความหมายและเข้าใจว่ามอบให้เพื่อน คือ ของที่ระลึก

Alex เป็นอีกด้านหนึ่งของมนุษย์ในระบบทุนนิยมที่เราเห็นได้ในทุกวี่วัน เมื่อ เราเริ่มไม่รู้ว่า อะไรคือความสุขภายนอก อะไรคือความสุขภายใน อะไรคือสิ่งที่มีความหมายต่อจิตใจ

.... Marty ม้าลายเพื่อนซี้ของ Alex คิดตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง เขาเฝ้ามองภาพวาดทิวทัศน์บนฝาผนัง พร้อมกับเฝ้าฝันว่า เมื่อใด ที่เขาจะได้กลับคืนสู่ป่าอันเป็นบ้านเกิดตัวเอง ป่าที่สร้างจากต้นไม้จริงๆจะต่างจากป่าที่รายล้อมด้วยตึกที่อยู่รอบตัวนี้อย่างไร กิจกรรมซ้ำซากทุกวันมันอาจทำให้มีสิ่งละอันพันละน้อยมาบำรุงบำเรอความสุข แต่ความสุขในชีวิตของ Marty ที่เฝ้าฝันมันไม่ใช่แค่เพียงเท่านี้

เมื่อบวกกับความสงสัยใคร่รู้ จึงพาให้ Marty ออกไปสู่โลกนอกสวนสัตว์ และ ทำให้เพื่อนๆทั้ง 3 ต้องออกตามหา จนนำไปสู่การเดินทางไปสู่ Madagascar ผืนป่าบนเกาะที่อยู่ห่างไกลออกไป ที่นี่ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้จักกันและกันมากขึ้น และ เรียนรู้ชีวิตจริงที่ไม่ใช่แค่มีอยู่ในกรงหรือในเมือง

... เมื่อสัญชาติญาณสัตว์ป่าในตัว Alex ถูกปลุก อันเนื่องจาก ความหิวโหย หนึ่งในความต้องการของสิ่งมีชีวิตทุกเผ่าพันธุ์ มันจึงตามมาด้วยสัญชาตญาณที่ต้องเอาตัวรอด นั่น คือ การล่าเหยื่อหาอาหาร ในป่าคงไม่มีใครมานั่งเสิร์ฟสเต็กจานโปรดให้เหมือนในสวนสัตว์ จะมีก็แต่ เพื่อนพ้องของมันนี่เองที่จะกลายเป็นสเต็กจานโต

เมื่ออยู่ในเมืองพวกเขาคือเพื่อน เมื่อต้องคืนสู่ป่า มันก็ย่อมเข้าสู่วัฏจักรธรรมชาติที่แท้จริง เมื่อ เพื่อน กับ เพื่อน ต้อง แปรสถานะไปเป็น ผู้ล่า กับ เหยื่อ

....ความหิว ทำให้เราต้องหาอาหาร ความหนาว ทำให้เราต้องหาเสื้อผ้ามานุ่งห่ม ฯลฯ สิ่งหนึ่งที่มนุษย์ต่างจากสัตว์คือ เราไม่ได้ใช้ชีวิตตอบสนองความต้องการหรือแรงผลัก( Id ) ในใจ ด้วยอาศัยแค่เพื่อความสุขเป็นหลัก (Pleasure principle) แต่ มนุษย์ยังมีความยับยั้งชั่งใจ ยังมีเหตุผล มีศีลธรรม มีคุณธรรม (Superego) ที่คอยทำให้เรารู้จักคิดและทำแตกต่างจากสัตว์

Alex ก็เช่นกัน แม้ว่าสัญชาตญาณในตัวจะตื่นและหิวกระหายเพียงใด แต่

มิตรภาพ คือ สิ่งที่ยับยั้งสัญชาติญาณในตัวของ Alex เขายอมที่จะอยู่อย่างหิวโหยและอดอยาก เพื่อ ปกป้องเพื่อนให้พ้นจากอันตราย

มิตรภาพ คือ สิ่งที่ Marty เชื่อมั่นในตัว Alex เขาไม่ยอมทิ้ง Alex ให้ต้องเผชิญโลกที่น่ากลัวภายนอกนี้แต่เพียงลำพัง เขาและเพื่อนพ้องเสี่ยงเอาชีวิตเข้าไปเพื่อดึง Alex ให้ออกจากฐานะ ผู้ล่า ให้กลับมาอยู่ในฐานะ เพื่อน เช่นเดิม

มิตรภาพ ไม่ได้แค่ฉุดดึง Alex ให้หลุดพ้นสัญชาติญาณนักฆ่าเท่านั้น แต่ มันยังทำให้ Alex ได้กลับมาค้นพบความสุข ที่มากกว่า สเต็กชิ้นโต มากกว่า เสียงปรบมือของคนดู มันคือ ความสุขทางใจ ที่เขาหาได้จากมิตรภาพและไม่ต้องเสียเงินแลกซื้อมา

...ในขณะที่ Alex สัตว์ป่า มีความเป็นมนุษย์และคิดอย่างมนุษย์ น่าเศร้าตรง บางครั้งเราก็เห็นมนุษย์บางคน ใช้วิธีคิดและใช้ชีวิตไม่ต่างจากสัตว์ นั่นคือ ยึดหลักการทำตามความต้องการของตัวเป็นหลัก ยึดหลักความสุขเป็นอันดับหนึ่ง

Alex ยังรู้จักยับยั้งชั่งใจ ยอมหิวโซและยอมอดตาย ไม่กินเพื่อน เพื่อให้เพื่อนรอด ในขณะที่มนุษย์บางคนที่กินโดยไม่บันยะบันยังอย่างน่ารังเกียจ ไม่ได้กินเพื่ออยู่รอด แต่กินเพื่อให้อยู่ดีมีฐานะมีชื่อเสียงกว่าเดิม ยอมกระทั่ง กินได้แม้แต่กับเพื่อนตัวเอง

...การเดินทางครั้งนี้ มันทำให้แต่ละคนล้วนต้องพบกับสิ่งประหลาดใจ ทำให้ Marty รู้ว่า ป่า ที่ Marty ค้นพบ ไม่ได้สวยงามอย่างที่เขาคิด และ มันก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ Alex จินตนาการ

..ป่าของ Marty ไม่ได้มีแต่ภาพสวยงามที่ Marty เคยฝันถึง Marty อาจเป็นเหมือนเด็กๆที่จินตนาการโลกภายนอกว่าจะสวยสดงดงาม แต่เมื่อเขาได้พบโลกของความจริง ก็จะพบว่า ธรรมชาติไม่ได้มีแต่ภาพสวยงามเหมือนภาพวาดบนฝาผนัง หรือ ไพเราะสวยงามดังเพลง what a wonderful world ที่ขับร้องบนจอ

ในฉากนั้นเป็นอีกฉากหนึ่งที่ผมเองชอบมาก เพราะโลกที่สวยงามตามเนื้อเพลง มันก็คือ ชีวิตจริงที่เราจะได้เห็น นั่นคือภาพอันโหดร้ายของการอยู่รอดแห่งสรรพสัตว์ วงจรอาหารที่ถูกกินกันเป็นทอดๆ สัตว์เล็กที่กลายเป็นเหยื่ออันโอชะของสัตว์ใหญ่

...และในขณะเดียวกันป่าแห่งนี้ ซึ่งเหมือนโลกภายนอกที่ Alex วาดไว้ว่าน่ากลัวไม่น่าอยู่อาศัย มันก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ Alex หวาดกลัว ความกลัวที่จะไม่ได้รับยอมรับชื่นชมเหมือนครั้งเป็นดาวในสวนสัตว์ ได้รับการพิสูจน์ว่า ความเป็นดาวของเขานั้นไม่ได้ลดน้อยถอยลงเมื่อเปลี่ยนสถานที่ ตัวตนของตัวเองต่างหากที่จะบอกได้ว่าเราจะเปล่งประกายได้มากแค่ไหน ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ใด

....ไม่ใช่แค่ Alex และ Marty ที่จะประหลาดใจกับบ้านใหม่ที่พวกเขาค้นพบ เหล่า 4 สหายขั้วโลกก็แปลกใจไม่แพ้กัน เมื่อพวกเขาไปถึงขั้วโลกแล้วมีแต่ความว่างเปล่า กับความหนาวเหน็บ พร้อม ความรู้สึกสั้นๆของพวกมันว่า เอ่อ Well, this sucks!

...การเดินทางครั้งนี้ทุกคนต่างได้เรียนรู้ ต่างได้ค้นพบ ความหมายของ ชีวิต ที่แท้จริง เหมือนกับการได้ออกจากกะลาใบใหญ่ที่ครอบงำตัวตนไว้

กะลาที่เป็นความสวยงามในอุดมคติ ที่ครอบ Marty ให้ฝันหวานถึงบ้านป่าอันสวยงาม ก่อนจะพบว่า ชีวิตในโลกภายนอกที่แท้จริงมีความสวยงามและความโหดร้ายอยู่ควบคู่กัน ทั้ง การฆ่า การล่าเหยื่อ การกินและถูกกิน ฯลฯ

กะลาที่เป็นความสุขจากวัตถุ ที่ครอบ Alex ให้มีความสุขชั่วคราวไปวันๆ ก่อนจะพบว่า เขาหลงลืมชีวิตและไม่ได้ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตไปมากแค่ไหน

--- สัตว์ในกรงที่อยู่ในเมืองใหญ่ ก็ไม่ได้ต่างจาก คนที่อยู่ในตึกในเมืองใหญ่ เท่าใดนัก

เราอาจเป็นเหมือน Alex ที่พอใจกับความสุขฉาบฉวย และ ยอมติดกับในกรงที่ขังตัวเองเพราะความสุขนั้น ใช้ชีวิตในวงเวียนเดิมอย่างซ้ำซาก จนเราลืมไปว่า ความสุขที่แท้จริงหรือคุณค่าทางจิตใจมันเป็นอย่างไร ? ---

...หากไม่มี "เพื่อน" คงไม่มีใครไปตาม Marty ที่หนีออกไป ปล่อยให้เขาเผชิญชะตากรรมในโลกภายนอกเพียงผู้เดียว Alex เองก็จะสามารถมีความสุขในสวนสัตว์ได้ตามเดิม

...หากไม่มี "เพื่อน" ก็คงไม่มีใครไปตามหา Alex เมื่อมีโอกาสเดินทางออกจากเกาะ ปล่อยให้เขาเจ็บปวดกับตัวตนที่ค้นพบอย่างโดดเดียว Marty กับ พวกพ้อง ก็คงจะหนีเอาตัวรอดจากการเป็นอาหาร

...สุดท้ายแล้วทั้ง Alex และ Marty ต่างค้นพบว่า บ้านที่ทั้งสองคนอยากอยู่ บ้านที่ทำให้ทั้งคู่พบความสุขในการใช้ชีวิต ไม่ได้ต้องการปัจจัยภายนอก อย่าง ต้นไม้และสายน้ำใน madargascar หรือ อาหารเลิศรสและเครื่องเคราในสวนสัตว์กลางกรุง

บ้านของพวกเขา ต่อให้สวยงามเพียงใด ก็ไม่ใช่บ้านที่เขามีความสุขเลย หากไม่มี "เพื่อน" ไม่มี มิตรภาพ น้ำใจ และ ความเอื้ออาทร ซึ่งสามารถเสกสรรให้ทุกที่ สามารถกลายเป็นบ้าน ที่ทั้ง 4 คน(ตัว)จะอยู่อย่างมีความสุขไม่ว่าจะเป็นที่ใดบนโลกก็ตาม

...หนัง Animation ในอดีต คือ หนังสำหรับเด็กๆหรือผู้ใหญ่หัวใจเด็กเท่านั้น แต่ในยุคปัจจุบัน หนัง Animation พยายามที่จะเข้าไปอยู่ในโลกของคนดูทั้งสองกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ นั่นจึงทำให้เกิดความหลากหลายที่มากขึ้น (เราจึงได้เห็น Animation อย่าง Animatrix , Final Fantasy , Princess Mononoke ฯลฯ)

...หาก Spirited away คือ การจับเอาสาระและเนื้อหาในโลกของผู้ใหญ่มาเป็นแก่น แล้วแต่งองค์ทรงเครื่อง ด้วยการเล่าเรื่องหรือเส้นสายลายสีแบบเด็กๆ Madagascar มาในลีลาตรงกันข้าม คือ ส่วนที่เป็นแก่นนั้นอยู่ในโลกของเด็กๆ สาระและเนื้อหาไม่ได้หนักแน่น เล่าเรื่องแบบง่ายๆด้วยเรื่องราวที่ไม่ซับซ้อน แต่ มุขตลกหรือความฮาที่เป็นเครื่องเครานั้น เอาใจโลกของผู้ใหญ่อยู่มากทีเดียว

หลายมุขนั้นก็อาจต้องอาศัยการรู้จักมักคุ้นกับสิ่งที่หนังนำมาล้ออยู่พอสมควร นั่นจึงทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างมีความสุขไปกับมันได้ แต่อาจเป็นความสนุกที่ไม่กินใจเท่าใดนักสำหรับผู้ใหญ่จำนวนหนึ่ง(ผมเป็นหนึ่งในนั้น) ด้วยว่า เนื้อหาหรือแก่นของมันที่นำมาเสนอไม่หนักแน่น ไม่ลึกซึ้ง ราบเรื่อย ความขัดแย้งหรือจุดไคลแมกซ์เบาบาง ทุกอย่างคลี่คลายลงอย่างง่ายดาย เหมือน การฟังนิทานสำหรับเด็กๆเรื่องหนึ่ง (เมื่อเทียบกับ Shark tales จากค่ายเดียวกัน เรื่องนั้นมันอาจสนุกและฮาน้อยกว่า แต่กลับกินใจคนดูและรู้สึกว่ามันลึกมากกว่า)

...เนื้อหาสาระที่หนังสอดแทรก ในเรื่อง มิตรภาพ เด่นชัด แต่ในเรื่องของความเป็นสัตว์หรือเรื่องป่านั้น หนังเหมือนไม่รู้จะหาทางไปอย่างไร รู้สึกว่ามันลักลั่นทำให้ประเด็นที่หนังเปิดไว้หลายส่วนต้องปิดตัวเองไปกลายๆ เหลือเพียงประเด็นมิตรภาพในท้ายที่สุดอย่างเดียว ซึ่งประเด็นนี้หนังก็ทำได้ดีในระดับพอดีตัว ไม่ได้เด่นกว่าเรื่องอี่นๆที่เคยสร้างขึ้นมา นั่นจึงทำให้ผมรู้สึกว่า ในแง่เอาสาระหรือความลึกซึ้งหนังมีให้ในระดับปานกลาง

ความโดดเด่นของหนังอยู่ที่มุขแพรวพราวตลอดเรื่อง หนังไม่มีกั๊กอารมณ์ขันจากบทสนทนา ชนิดที่เรียกว่า พูดกันไม่เกิน 3 ประโยคก็จะมีมุขให้ยิ้มให้ขำกันได้ต่อเนื่อง หลายๆอารมณ์ขันมาจากการล้อเลียน หรือ มุขประจำที่เราได้เห็นกันบ่อยเหลือเกินในช่วงหลัง คือ การนำเอาสกอร์ของหนังดังๆหรือเพลงประกอบที่คุ้นหูมาใส่ในฉาก ซึ่งเรื่องนี้ก็เข้าใจที่จะเล่นเพราะจังหวะที่เอามาใส่นั้นมันลงล็อคได้ดี

...คาแรกเตอร์หลักๆต่างก็ทำหน้าที่ตัวเองได้ดี เสียงพากษ์จาก Chris Rock ทำให้ผมเห็นหน้าม้าลายเป็นหน้าเขาได้โดยอัตโนมัติ แต่กับ ฮิปโป Gloria โดย Jada Pinkett Smith และ ยีราฟ Melman โดย David Schwimmer ยังไม่สามารถเรียกความเด่นให้กับตัวเองได้เท่าไรนัก ตัวละครอื่นที่อาศัยในป่า เช่นหัวหน้าเผ่ากับเลขาส่วนตัวที่เต้นท่า robot ก็ฮาติดตาดีจริงๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อารมณ์ขันและเสน่ห์ของหนัง จะลดทอนลงไปมากทีเดียว หากไม่มีทีมนักแสดงชุดนี้ >> เพนกวินสโมสร

ไม่รู้ทีมคัดเลือกตัวนักแสดง ไปได้นักแสดงกลุ่มนี้มาจากขั้วโลกไหน ทั้ง 4 ตัว เป็นนักแสดงที่ขโมยซีนของจริง เป็นตัวประกอบที่เด่นที่สุดในรอบปีที่ผมได้ดูหนังมา ไม่ว่าจะเป็นจังหวะ สีหน้าท่าทางเอาจริงเอาจัง หรือ สีหน้าอวดฉลาด พวกเขาเล่นได้มันเขี้ยวมาก ไดอะล็อกที่ได้รับก็แสบๆทั้งสิ้น ทุกฉากทุกตอนที่พวกเขาโผล่ออกมาเป็นพระเอกของ Madagascar อย่างแท้จริง “ just smile and wave “

สิ่งที่ชอบ

1.มุขตลก ... ไม่ขำ ก็ ยิ้มอยู่เรื่อยๆ ตรงไหนที่ไม่รู้ว่าหนังล้ออะไร มันก็ยังสามารถทำให้ผมนั่งยิ้มในโรง SF MBK เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาได้อยู่ดี หนังประสบความสำเร็จในการทำให้คนดูมีรอยยิ้มอย่างเต็มเปี่ยม

2.เพนกวิน 4 สหาย ... เป็นดาราประกอบที่โดดเด่นที่สุดในรอบปี จากหนังทั้งหมดที่ผมได้ดูมา ชอบจริงๆให้ดิ้นตายซิ

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.จบแล้วจบเลย ... หนังขาดเสน่ห์บางอย่างที่จะติดหูติดตาไปเมื่อหนังจบ ไม่ได้เกิดความรู้สึกประทับใจ หรือ กินใจ เหมือนกับเรื่องอื่นๆที่ได้ดู ส่วนตัวแล้วเป็นจากตัวหนังเองที่อ่อนในเรื่องเนื้อหาและจับสาระอย่างเบาบาง การเอาขำอย่างเดียว จึงได้แค่ความประทับใจจากความเฮฮาของหนังเท่านั้น

สรุป ... เอาสนุกไม่ผิดหวัง เอาฮาคุ้มค่าตั๋ว เอาความกินใจมีน้อยไปนิด เสียดายก็ตรงที่ว่า หากหนังยอมใส่ความหนักเข้าไปในเนื้อหาเรื่องราวอีกนิด ความประทับใจนี้จะอยู่นาน มากกว่า เป็นแค่ความประทับใจที่มาจากความสนุกเท่านั้น



ความเห็นของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป

ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง


Create Date : 04 ตุลาคม 2548
Last Update : 4 ตุลาคม 2548 23:46:37 น. 25 comments
Counter : 2136 Pageviews.

 
วันนี้เราว่าจะดูค่ะ แต่ชาวบ้านที่ไปด้วยอยากดูเรื่องอื่น เลยจำยอม ดูเรื่อง บราเธอร์ กริม ไป

ก็สนุกดีเหมือนกันค่ะ


ส่วนเรื่องนี้ . . . หาโอกาสไปดูอยู่ค่ะ (ขออนุญาติอ่านนิดเดียวนะค่ะ) เดี๋ยวกลับมาคุยเรื่องนี้ใหม่ค่ะ


โดย: ปีกที่ไม่อาจจะโบยบิน (WhaT iT'S W๐l2tH ) วันที่: 4 ตุลาคม 2548 เวลา:1:52:49 น.  

 
คิดจะไปดูเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ อยากไปดูดาราประกอบที่โดดเด่นที่สุดในรอบปี (ท่าทางจะฮา) ^-^


โดย: วิริญ (Wirincity ) วันที่: 4 ตุลาคม 2548 เวลา:2:01:48 น.  

 
สวัสดีค่ะ

กะลังคิดอยู่ว่าจะดูในโรงดีมั้ยน้อ
(พอดีต้องเอากะตังค์ไปซื้อหนังสืออะค่ะ)


เลยขออ่านข้ามๆ ไปก่อนนะคะ



สบายดีนะคะ?


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 4 ตุลาคม 2548 เวลา:9:48:24 น.  

 
ดูมาเมื่อวันศุกร์ครับ คนเยอะมากๆๆ
อาจจะเป็นเพราะว่า เฝ้ารอมานานมากครับ เลยตั้งความหวังไว้กับเรื่องนี้สูงทีเดียว
มุขโดนๆ น้อยครับ แล้วที่โดนก็ไม่ค่อยแรงครับ อย่างที่พี่บอก จบแล้วก็จบกันไป ไม่มีอะไรให้จดจำ เป็นพิเศษ


โดย: infonoom (infonoom ) วันที่: 4 ตุลาคม 2548 เวลา:13:27:35 น.  

 
อืม...ขอบคุณค่ะ ถ้าอย่างนั้นรอแผ่นดีกว่า ต้องเตรียมตัวไปงานหนังสือเหมือนกัน


โดย: gluhp วันที่: 4 ตุลาคม 2548 เวลา:13:44:47 น.  

 
ชอบเรื่องนี้ค่ะ

ชอบมากๆๆๆๆ โดยเฉพาะนกเพนกวิน ท่านนายพล


โดย: หมวยแก้มป่อง วันที่: 4 ตุลาคม 2548 เวลา:14:07:23 น.  

 
ดูมาเมื่อวันเสาร์ค่ะ ชอบนกเพนกวินมากๆ
จอมขโมยซีนที่ทำให้ขำได้ตลอด ออกมาทีไรเอาใจไปทุกที


โดย: NPilcae IP: 58.10.9.64 วันที่: 4 ตุลาคม 2548 เวลา:15:01:04 น.  

 
ขอบคุณสำหรับการนำเสนอครับ
สำหรับคนอยากดูแต่ขาดอิสระอย่างผม
มันช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมากเลยครับ


โดย: เซียวเปียกลี้ วันที่: 4 ตุลาคม 2548 เวลา:16:15:57 น.  

 
^
^
คนข้างบนโดนขังเหรอ
เรื่องนี้ชอบน้องกลอเรียค่ะ...น่ารัก

=)


โดย: hunjang วันที่: 4 ตุลาคม 2548 เวลา:17:09:11 น.  

 
ชอบเพนกวินเหมือนกัน

ชอบคุณวิจารณ์หนังด้วยค่ะ ^o^


โดย: Pat :o) วันที่: 4 ตุลาคม 2548 เวลา:21:43:31 น.  

 
หนูดูไม่รู้เรื่อง SAw2 ก็ไม่รู้เรื่อง


โดย: มารูโกะ IP: 58.8.184.251 วันที่: 5 ตุลาคม 2548 เวลา:16:59:05 น.  

 
รอคุณผม... มาตั้งหลายวันแน่ะ ให้วิจารณ์หนังเรื่องนี้ คิดว่าไง คุณก้อไม่น่าจะพลาด

อิอิ สำหรับเราชอบเรื่องนี้มากนะ ดูเรื่องแล้วคิดว่าโอเคที่ ซ่อนสาระเอาไว้ในความเบา ที่สำคัญ ชอบภาพ สีสันในเรื่องมาก งานCG เรื่องนี้สวยจริง ๆ มันต่างจากงานการ์ตูนหลัง ๆนี่มาก

ตอนดูเราคงเพลิดเพลินกับภาพสวย ๆ อารมณ์ขำ ๆ ซ่อนเนื้อหาดี ๆไว้มั้งมันเลยติดอยู่ในความทรงจำ

ตัวละครชอบ gloria มากที่สุด ในเรื่องของ คาแรคเตอร์ สะโพกที่ย้ายไปมา นี่มันน่ารักดีจัง
สำหรับเจ้าเพนกวิน ชอบบทบาทมาก เจ๋ง...

ใครอยากดูภาพสวย ๆจากเรื่องนี้ มาดูได้นะ
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=naamo&group=6


โดย: BeHappier วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:12:22:38 น.  

 
ไม่อยากบอกเลยว่า ผมไม่ได้ไปชมที่โรง แต่ได้แผ่นจากน้องมาดู ซึ่งเป็นdvd ที่ชัด และเสียงดีมากเลยครับ

ผมอยากดู เพราะ เพนกวิน สี่ตัวนี้และครับ ผมว่ามันโดดเด่นที่สุดแล้วครับ ส่วนตัวละครอื่นๆ ก็เหมือนกับพี่ว่า หนังขำ ดู ฮาๆ กับครอบ ตัวหนังเองคงเน้น แค่ มิตรภาพนะครับถ้าให้เด็กดู แต่ถ้าผู้ใหญ่ดูก็ต้องคิดมากแบบพี่ และผมคิดแน่นอน

ช่วงนี้ผมคงไม่ได้ดูหนังเท่าไร กะว่าจะหาแผ่นมาดู ได้ ชาร์ลี กับ ช๊อกโกแลต แบบแผ่นมาแล้วครับ จะดูคืนนี้และครับ แล้วผมจะแวะเข้ามาใหม่นะครับ


โดย: BIZZAR IP: 158.108.192.65 วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:16:24:47 น.  

 
ยังไม่ได้ดูครับจึงมาอ่านคำวิจารณ์ก่อน ซึ่งได้อ่านคำวิจารณ์ถึงเหล่าเพนกวิน และนึกภาพตามก็ขำแล้วครับ เพราะเห็นหนังตัวอย่างนิดหน่อย พอจะเห็นภาพเลยว่าจะขำประมาณไหน ไปดูแน่นอนครับ


โดย: gonz IP: 203.130.144.55 วันที่: 12 ตุลาคม 2548 เวลา:13:00:19 น.  

 
หนังเลอะเทอะมากนะคุณผม มิตรภาพ ระหว่างสิงโต กะม้าลาย เนี่ยนะ เปรียบเทียบความต่างของสัตว์สัญชาติอเมริกันเนี่ยนะ ไม่เอาน่า สัตว์ นะคุณ ไม่ใช่คน ?? คนมันยังกินคนด้วยกันเลย แล้วสัตว์ล่ะ จะมายึดถืออุดมการณ์ มิตรภาพไว้ได้ขนาดใหน หนังมันใสเกินไปครับ ผมรับไม่ได้ ม้าลายโง่ๆแบบนี้ สมควรตาย


โดย: joblovenuk วันที่: 14 ตุลาคม 2548 เวลา:14:35:54 น.  

 
คุณข้างบนมาแนวรุนแรงนะคะ
อย่างที่ข้างบนว่า หนังนำเรื่องใสๆ มาทำให้เป็นผู้ใหญ่ เราว่าหนังไม่ได้เลอะเทอะ แต่มองโลกในแง่ดีมากกว่า มนุษย์ดูแล้วน่าจะละอายนะ ขนาดสัตว์ยังมีมิตรภาพต่อกัน แต่คนกับฆ่าฟันกันเพื่อผลประโยชน์เนี่ย
ป.ล. เป็นอีกเรื่องนึงที่เพราะเสียงเด็กร้อง ทำให้ดูไม่สนุกเท่าที่ควร


โดย: chocolateสอดไส้ฯ IP: 61.90.97.146 วันที่: 16 ตุลาคม 2548 เวลา:16:36:21 น.  

 
ที่ไปดูเพราะชอบเพนกวินเลยนะคะเราเนี่ย
ไม่ผิดหวังเพราะขำ แต่ที่คุณพูดเห็นด้วยเลยค่ะ
มันประทับใจที่มันขำมากกว่าความกินใจน่ะ


โดย: quin toki วันที่: 16 ตุลาคม 2548 เวลา:18:19:22 น.  

 
ชอบตอนมันทำ ซูชิ เห็นแล้วหิว
เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย อิอิ


โดย: แมวน้อยสีขาว IP: 58.10.216.149 วันที่: 26 ตุลาคม 2548 เวลา:0:37:00 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ
แก่นไม่แข็งแรง
และเหมือนจะมีประเด็นเกี่ยวกับสัญชาตญาณดิบ แต่ก็ลบเลือนบางเบาในตอนจบ

บทตัวฮิปโปหายไปกับสายลม

ชอบเพนกวินโหด


โดย: น้องส้วม IP: 203.130.135.5 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2548 เวลา:10:34:21 น.  

 


โดย: ดก้าท IP: 210.1.7.12 วันที่: 12 เมษายน 2549 เวลา:13:19:07 น.  

 
ฮาสุดยอด


โดย: EE IP: 124.157.178.128 วันที่: 21 เมษายน 2549 เวลา:17:50:06 น.  

 
***ชอบมากค่ะ***


โดย: อิอิ IP: 124.120.238.216 วันที่: 1 มกราคม 2550 เวลา:8:55:09 น.  

 


โดย: spirit IP: 124.157.227.130 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:14:20:02 น.  

 


โดย: คนน่ารัก IP: 58.9.102.36 วันที่: 11 เมษายน 2550 เวลา:11:19:33 น.  

 
ไปดูแบบไม่ได้ตั้งใจ
เพราะไม่มีอะไรให้ดู
เดินเข้าโรงไปแบบเซ็งๆ
เฮ้ยจะดูนี่จริงเหรออออ
แล้วก็ขำกร๊ากตลอดเรื่องไปเลยค่ะ


โดย: The SoVo (http://kangalala.spaces.live.com/) IP: 122.17.203.214 วันที่: 22 กันยายน 2550 เวลา:9:37:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2548
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
4 ตุลาคม 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.