www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

The Guardian , "สถิติ" ไม่สำคัญเท่า "ทัศนคติและเจตคติ"



เจค ฟิสเชอร์ (แอชตัน คุทเชอร์) เป็นนักกีฬาว่ายน้ำชั้นยอดชนิดจะสมัครเรียนที่ไหน แทบทุกมหาวิทยาลัยก็พร้อมจะอ้าแขนรับ แต่เขากลับเลือกมาสมัครเป็น coast guard งานที่ต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยงลงไปกลางทะเลที่บ้าระห่ำเพื่อช่วยชีวิตคนที่กำลังจะจมน้ำ

เขาก้าวมาด้วยความมั่นใจและแสดงความกร่างอย่างเต็มที่ เมื่อเขาประกาศตั้งแต่วันแรกกลางที่ประชุมว่า เขาตั้งใจจะลบทุกสถิติของการฝึกที่ป้ายเคยมีการบันทึกไว้



บังเอิญเหลือเกินที่เจ้าของสถิตินั้นยืนอยู่ในห้องด้วย เขาคือ เบน แรนดัลล์ (เควิน คอสท์เนอร์) ครูฝึกสุดเก๋าที่เพิ่งมารับงานครูฝึกชั่วคราว ผู้ที่จะใช้ความเก๋ามาละลายความกร่าง และ สอนให้เขาหรือใครก็ตามได้รู้ว่า

ในทุกๆอาชีพ สถิติ นั้นสำคัญก็จริง แต่ เจตคติและทัศนคติ ต่อวิชาชีพคือสิ่งสำคัญยิ่งกว่า


...จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหมอส่วนใหญ่หวังสร้างสถิติที่จะเป็นหมอที่ผ่าตัดได้เร็วที่สุดโดยไม่ได้มีจิตใจห่วงใยหรือเมตตาต่อคนไข้ , หากตำรวจส่วนใหญ่หวังสร้างสถิติว่าใครจะจับผู้ร้ายได้มากกว่ากัน โดยมิได้มีจิตใจคิดปกป้องดูแลประชาชน เช่นเดียวกับ นักกู้ภัยที่มัวแต่หมกมุ่นหวังยอดว่าจะช่วยคนได้มากที่สุด

ผลลัพธ์ก็คงเหมือนฉากหนึ่งในหนังตอนทดสอบลอยตัวกลางน้ำ ที่ เจค เพิกเฉยต่อการช่วยเพื่อน เพราะการช่วยเพื่อนไม่ได้ทำให้สถิติของเขาดีขึ้นมา ไม่ได้ช่วยให้เขาสอบผ่าน

เราหลายคนก็อาจเคยมุ่งมั่นกับการทำสถิติเช่นเดียวกับ เจค จนลืมอุดมการณ์ และ ทอดทิ้งทัศนคติหรือเจตคติต่อวิชาชีพ

ฉากนี้จะช่วยสะท้อนให้เราได้เห็นว่า หากคนทำงานในอาชีพนั้นหวังแต่สถิติ ผลออกมาเราก็คงเจอหมอที่สนใจรักษาเฉพาะเคสยากๆหรือเฉพาะที่ได้ลงข่าว เราก็คงเจอแต่ตำรวจที่จะช่วยประชาชนก็แค่เมื่อมีคนเห็นและบันทึกไว้ในสมุดให้จดจำ

และ นั่นคือ บทเรียน ที่ เบน พยายามสอนให้ เจค ได้เรียนรู้ เขาให้เจคได้ทำลายสถิติจนหนำใจก่อนที่เจคจะได้รู้ว่า สถิติ หรือ ตัวเลขทั้งหลายที่เขาหมกมุ่นมันไม่ได้เกี่ยวกับอะไรกับงานของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับ ชีวิต คนอื่น อาชีพที่มีชีวิตเพื่อนมนุษย์แขวนไว้บนเส้นด้ายรอคอยการช่วยเหลือ



สำหรับอาชีพส่วนใหญ่ ผลลัพธ์ของการทำงานเป็นช่วงกว้างตั้งแต่น้อยไปมาก เช่น ขาดทุนมาก ขาดทุนน้อย เท่าทุน กำไรน้อย กำไรมากๆ ฯลฯ ความสำคัญของสถิติจึงอาจมีสัดส่วนสำคัญในวิชาชีพ แต่อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการช่วยชีวิตคนอื่นๆ เช่น หมอ , coast guard , ทีมกู้ชีพ ฯลฯ

เป็นอาชีพที่มีผลลัพธ์แค่สองอย่างคือ ช่วยได้ กับ ช่วยไม่ได้

เป็นอาชีพที่ต้องผ่านความลำบากใจเมื่อจำเป็นต้องเลือกว่า จะ ช่วยใครก่อน ช่วยใครหลัง หรือ จะช่วยใคร และ ไม่ช่วยใคร

เป็นอาชีพที่หลายคนไม่อยากให้ลูกเรียนต่อ เพราะ การช่วยได้หลายคนก็มองว่าเท่าทุน เพราะเป็นความคาดหวังพื้นฐานจากคนทั่วไป แต่เมื่อใดก็ตามที่ช่วยไม่ได้ก็อาจต้องแบกรับ น้ำตา คำด่า จากญาติๆ

กับอาชีพเหล่านี้ หากหวังเพียงแต่ให้ผู้คนจดจำในเรื่องของสถิติ ตัวคนทำงานคงไม่มีความสุขกับการทำงาน และ ผู้ประสบเคราะห์ภัยก็คงไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่

พระเอกที่แท้จริง หรือ ฮีโร่ตัวจริง ไม่ได้อยู่ที่ช่วยใครได้มากกว่า แต่อยู่ที่ว่า ในใจของเจ้าของวิชาชีพนั้น มีใจช่วยใครจริงหรือไม่ เพราะอาชีพเหล่านี้ ผลตอบแทนไม่ได้เป็นตัวเลขหรือผลกำไร แต่คือ รอยยิ้มและความดีใจในการได้มีชีวิตรอดกลับมา

...ถึง เบน จะสอนเจคและลูกศิษย์ได้หลายคน เขาช่วยชีวิตคนในท้องทะเลได้นับร้อย ปัญหาเดียวที่เขาแก้ไม่ได้ คือ ชีวิตคู่ที่กำลังจมลงต่อหน้าต่อตา อันเนื่องมาจาก การทุ่มเทที่เขามีให้กับงาน

กว่าที่เขาจะรู้ตัวว่า เขาเองก็ไม่ต่างจาก คู่สามีภรรยาคู่หนึ่งที่กำลังจมน้ำ คนเป็นสามีใช้สัญชาติญาณเอาตัวรดด้วยการกดหัวภรรยาหวังจะขึ้นกระเช้าหนีไปก่อน มันก็ไม่ต่างอะไรจากตัวเขาที่ช่วยคนมากมายโดยที่กำลังกดภรรยาให้จมในทะเลของชีวิตคู่โดยไม่รู้ตัว



The Guardian ... เป็นหนังแนวแมนๆ สไตล์นักเรียนสุดกร่าง พบ ครูฝึกสุดเก๋า ที่คนดูจะรู้สึกฮึกเหิมหัวใจพองโต และ ประทับใจไปกับวีรกรรมของตัวละคร และแน่นอนว่าจะต้องตามมาด้วยสูตรสำเร็จที่คนดูจะได้พบ เช่น การฝึกหฤโหด , เพื่อนพระเอกไม่เอาไหน ฯลฯ แล้วตัวละครได้เรียนรู้ก่อนนำไปสู่ไคลแมกซ์ในตอนจบ



แม้จะเป็นสูตรที่คนดูสามารถเดาได้แทบจะทุกบททุกตอนว่า ตัวละครไหนจะสอบผ่าน ตัวละครนี้จะเจออะไรต่อ แต่ผู้กำกับ แอนดรู เดวิส ก็ยังสามารถทำให้คนดูรู้สึกสนุกและตื่นตัวตลอดเวลา เป็นผลงานการกำกับหนังแอคชั่นที่กลับมาได้อย่างน่ามีความหวังของเขา หลังจากขึ้นไปสู่จุดสูงสุดกับ The Fugitive แล้วก็ไม่สามารถไปได้ดีกับหนังแอคชั่นอีกเลยไม่ว่าจะเป็น Collateral Damage หรือ Chain Reaction หนังที่เต็มไปด้วยงบประมาณที่ถูกเผาผลาญกับฉากประเภทระเบิดภูเขาเผากระท่อม แต่ให้อารมณ์ตื่นเต้นกดดันได้น้อยมาก

ปัจจัยช่วยหนุนให้ The Guardian ตื่นเต้นมากขึ้นมาจาก ฉากกลางน้ำและกลางท้องทะเลทั้งหลาย ที่หนังสร้างออกมาได้อย่างสมจริงทั้งเทคนิกการถ่ายทำไปจนถึงงานสร้าง ภาพเหตุการณ์บนผืนน้ำฉีกความคุ้นเคยจากหนังแนวนี้ที่เรามักจะได้ดูการกู้ชีพช่วยเหลือซ้ำๆจาก เหตุการณ์บนบก เช่น ไฟไหม้ , ตึกถล่ม ฯลฯ



บทของหนังพยายามใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆและให้ความสำคัญกับพล็อตรองหลายๆส่วน รวมทั้งพยายามใส่ปูมหลังที่มาของสองตัวละครสำคัญในเรื่อง ให้เราได้รู้ว่า แต่ละคนมีอะไรเป็นแรงผลักดันในจิตใต้สำนึกที่เลือกมาทำอาชีพนี้ เสียดายที่หนังรีบคลี่คลายแผลในใจของตัวละครคนหนึ่งง่ายและเร็วเกินไป จนยากจะเชื่อได้ว่า ฝันร้ายนับปีๆจะสามารถหายได้ภายในห้านาทีในฉากนั้น

นอกจากบทหนังที่เป็นสูตรสำเร็จ หนังยังได้นักแสดงสำเร็จรูปอย่าง เควิน คอสต์เนอร์ ที่มาในบทโปรโตไทป์รูปแบบ ซึมเศร้า กินเหล้า อมทุกข์ บทประเภทที่หยิบหนังของเขามาสิบเรื่องจะพบว่าเกินครึ่งตัวละครของเขามาในบทแบบนี้ และดูเขาเองก็จะไปได้ดีกับบทประเภทนี้ จนทำให้บอกไม่ได้ว่าเขาเล่นหนังดีหรือไม่ เพราะตัวเขาก็คล้ายไปหมดทุกเรื่อง แถมชะตากรรมในตอนจบก็ซ้ำๆกันเสียอีก

เช่นเดียวกับคู่หูในหนัง แอชตัน คุชเชอร์ ที่การแสดงก็เล่นได้ไม่ดีไม่แย่อะไรเป็นพิเศษ อย่างน้อยก็พอแสดงให้เห็นว่า เขายังพอมีดีกว่าหน้าหล่อๆกับข่าวดังๆของเขาและเดมี่มัวร์ ซึ่งเขากับพระเอกหน้าหล่ออีกคนที่ผมจำสับสนอยู่เสมอนั่นก็คือ จอจ์ช ฮาชเน็ตต์ ก็ยังต้องรอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ต่อไป

คนที่มีบทเล็กๆและจับคู่กับเควิน คอสต์เนอร์ได้ดีมากกว่าคือ เซลา วอร์ด ในบทภรรยา เธอทำให้เชื่อถือได้ว่า สองคนนี้คือ คู่สามีภรรยาที่ยังรักกันแต่ไม่มีความสุขกับการมีชีวิตอยู่ร่วมกัน ทั้งสองคนเล่นได้ดีและพล็อตชีวิตคู่อับปางในส่วนนี้ทำออกมาได้น่าประทับใจทีเดียว

จุดเดียวที่ถือว่าน่าผิดหวัง และ ทำให้เสียงในใจผมดังตลอดเวลาก็คือสิบนาทีสุดท้าย ที่ผมคิดว่า ไม่นะๆ อย่าพาหนังไปจบแบบนั้น เมื่อหนังพยายามฝืนเดินหน้าเข้าหาหลักสูตรภาคบังคับของหนังแนววีรบุรุษ ทั้งที่หนังจะไม่เลือกจบแบบนี้ก็ได้ แต่ หนังยังอุตส่าห์จงใจใส่ฉากสุดท้ายมาที่ดูแล้วขัดธรรมชาติและแสนจะบังเอิญเพียงแค่หวังผลทางอารมณ์กับคนดู จนทำให้แทนที่หนังเรื่องนี้จะมีดีฉีกตัวออกมา สุดท้ายก็ได้ชื่อว่า เป็นหนังสูตรที่ดีแต่ก็ไม่พ้นกับหนังแนวนี้เรื่องเดิมๆ

สิ่งที่ชอบ

1.ฉากช่วยชีวิตในน้ำ ... ตั้งแต่ฉากเปิดเรื่องหนังที่ดูสมจริงและชวนลุ้น รวมถึงฉากอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการลงน้ำล้วนทำออกมาได้ดีเยี่ยม

2.ความสนุกตื่นเต้น ... ต้องยกเครดิตให้กับ แอนดรูว์ เดวิส ที่สามารถคุมตัวหนังที่ทุกอย่างนั้นเป็นสูตรสำเร็จให้คนดูไม่รู้สึกว่าซ้ำซากหรือน่าเบื่อ

3.ความสัมพันธ์พระเอกกับภรรยา ... แม้เป็นช่วงสั้นๆก็ยังอิน

4.มุมมองวิชาชีพ ... ชอบแง่มุมที่หนังสะท้อนให้ได้เห็นชีวิตและมุมมองของคนประกอบอาชีพนี้ และทำให้อาชีพอย่าง ยามฝั่ง หน่วยกู้ชีพ ฯลฯ ที่มักจะถูกมองข้าม มีผู้คนหันมาให้ความสำคัญมากขึ้น นอกจากนี้ประเด็นเรื่องสถิติและทัศนคติก็ถือว่าให้ข้อคิดที่ดี

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.ตอนจบ ... อย่างที่บอกไว้ว่าข้อดีของหนังเรื่องนี้คือการทำให้สูตรสำเร็จทั้งหลายไม่น่าเบื่อ ไม่จำเจ แต่หนังก็มาตกม้าตายตรงตอนจบที่เจตนาจงใจ จนทำให้ หนังที่น่าจะมีความเป็นตัวของตัวเองเรื่องนี้ตกที่นั่งเดียวกับเรื่องก่อนๆในแนวเดียวกัน

สรุป ... ถือได้ว่าเป็นตัวเลือกของหนังแอคชั่นดราม่าที่ดี ในช่วงเวลานี้ หนังทำได้สมจริง สนุกตื่นเต้น และ ทำให้คนดูรู้สึกฮึกเหิมได้สมดังตั้งใจไม่ชวนให้รู้สึกเสียดายตังค์ เป็นงานกลับมาที่น่ามีความหวังของผู้กำกับแอนดรูว์ เดวิส

ป.ล. เพิ่งดู A hill have eyes จบ โอ้ มันช่างโหดตื่นเต้นได้ใจจริงๆ / 2 หนังที่ได้ดูมาล่าสุดและจะเข้าฉายสัปดาห์หน้าที่ขอแนะนำว่าห้ามพลาด นั่นก็คือ ผีสำหรับเด็กๆใน Monster house อนิเมชั่นชั้นเยี่ยม กับ ผีสำหรับผู้ใหญ่ใน เปนชู้กับผี หนังผีไทยพันธุ์แท้ แล้วจะเล่าให้ฟังอีกทีว่าทำไมถึงห้ามพลาดจ้า

ป.ล.2 ... อันเนื่องมาจาก blog นี้ >> //www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&month=10-2006&date=28&group=5&blog=1
ขออนุญาติแอบโหด ฝากถึง ผู้ที่นำบทความใน blog นี้ไปดัดแปลงแล้วอ้างว่าเป็นของตัวเองในเชิงพาณิชย์(เช่น ตีพิมพ์ในคอลัมน์ตัวเอง หรือ ส่งงาน) ว่า กรุณาเคารพตัวเองด้วยนะครับ จับได้อีกครั้งไม่ใช่แค่แจ้งต้นสังกัดกับบก. ยังจะแจ้งดำเนินคดีด้วยจ้า เพราะบทความเหล่านี้มีกฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครองเหมือนกันเน้อ

ส่วนเพื่อนๆที่เอาไปบทความจากในนี้ไปปะในสเปซ , ในบล้อก , ส่งฟอร์เวิดเมลล์ เจ้าของบล้อกยินดีเสมอจ้า (ขอแค่ลงลิงค์ที่มาก็พอ)



ขอฝาก"หนังสือรัก" พ็อกเก็ตบุ้คเล่มแรก ที่พูดถึงความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ ของ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ไว้กับผู้อ่านด้วยเน้อ


หนังสือเกี่ยวกับอะไร ? มีที่มาอย่างไร ? ชวนไปอ่านเบื้องหลัง ไปรู้จักหนังสือได้ที่ //www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&group=13&month=10-2006&date=19&blog=1


(วางขายตามร้านหนังสือทั่วไปแว้ว เช่น ซีเอ็ด , นายอินทร์ , B2S แอบเห็นบางสาขาลดอยู่จ้า 15% ฯลฯ )



ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

เริ่มต้นอ่านครั้งแรก ชวนคลิก ชวนคุยกันที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง



ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 29 ตุลาคม 2549
Last Update : 30 ตุลาคม 2549 19:54:33 น. 18 comments
Counter : 3610 Pageviews.

 
อื่มม... เรื่องนี้ผมขอบายตั้งแต่เห็นตัวอย่าง + โปสเตอร์แล้วล่ะครับ
ไม่ดึงดูดเลย - -

ว่าแต่ The Departed+Infernal Affairs สามภาค เมื่อไหร่จะได้อ่านครับ ตั้งหน้าตั้งตารอเชียว ^^


โดย: nanoguy IP: 203.113.35.9 วันที่: 29 ตุลาคม 2549 เวลา:17:40:11 น.  

 
ขออนุญาตเอาบทความไปโพสต์ลงสเปซได้ไหมอ่าคะ แล้วเครดิตมาให้เวปนี้อะ ถ้าไม่อนุญาตเราจะได้ไม่ทำอีก เพราะเราก็ก็อบหนังดีๆไปโพสต์ที่สเปซเราหลายเรื่องแล้วเหมือนกัน ( แต่เราให้เครดิตทุกครั้งนะ )


โดย: น้ำฝน IP: 58.8.105.101 วันที่: 29 ตุลาคม 2549 เวลา:18:05:34 น.  

 
^
^
... ยินดีเสมอครับ จะเอาไปปะในสเปซ ในบล้อก หรือ ส่งเป็นฟอร์เวิดเมลล์(อย่างเรื่อง เพื่อนสนิท กับ just like heaven ที่มีคนไปเจอแล้วกลับมาบอก) ผมเองก็เป็นปลื้มและยินดีเสมอ ขอแค่ลงลิงค์ที่มาก็พอแล้ว

... แต่ที่โพสต์ไว้ข้างต้นคือในกรณี ที่เอาไปดัดแปลงแล้วแอบอ้างว่าเขียนเอง หรือ เอาไปใช้ในเชิงพาณิชย์เช่นเขียนใส่คอลัมน์ตัวเอง ซึ่งผมค่อนข้างคุ้นตากับบทความที่คล้ายคลึงแบบนี้มาสองครั้ง แบบนี้ เจ้าของบล้อก ไม่ปลื้มครับ

nanoguy ... แหะๆ มันเป็นโปรเจคต์ใหญ่ครับขอเวลาอีกซักนิด (จริงๆแล้ว เจ้าของบล้อกจับปลาหลายมือเองอะ ช่วงนี้ดูหลายเรื่องก็เลยเขียนเรื่องโน้นเรื่องนี้ค้างไว้ สรุปยังไม่เสร็จซักเรื่อง


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 29 ตุลาคม 2549 เวลา:22:33:03 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเลยค่ะเรื่องนี้
เป็นความพยายามอีกครั้งของลุงคอสเนอร์
หวังว่าเรื่องนี้แกคงไม่เจ็บตัวอีกนะ หุ หุ


โดย: renton_renton วันที่: 30 ตุลาคม 2549 เวลา:7:21:27 น.  

 
คิดว่าเรื่องนี้ผมคงไม่ดู เพราะกะอยู่เหมือนกันว่าน่ะจะเป็นหนังสูตรสไตล์แอ๊คชั่น (ไม่ใช่แนวผมเท่าไหร่) ก็เลยอ่านไปแล้วทั้งหมด ... แต่ผมก็เหมือนคุณ nanoguy ครับ คือรออ่านเม้นต์ของ The departed + I.A. 1-3 เช่นกัน (ของผม ขอแถม Monster house อีกเรื่องนึงได้มั้ยเนี่ย?)


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 30 ตุลาคม 2549 เวลา:14:17:06 น.  

 
จริง ๆ เบื่อลุงคนนี้แล้วค่ะ แต่ตอนดูหนังตัวอย่าง มีเพลงโปรดขึ้นมา กรี๊ดเลย แต่ยังไม่รู้จะได้ไปดูหรือเปล่า


โดย: unwell วันที่: 30 ตุลาคม 2549 เวลา:16:47:09 น.  

 
อ่านรีวิวแล้วนึกถึงการ์ตูนเรื่อง "ทคคิว" เลยครับ


โดย: hAmlet IP: 124.121.138.64 วันที่: 30 ตุลาคม 2549 เวลา:18:07:43 น.  

 
ตอนนี้ได้แต่มาตามอ่านครับ คงไม่ได้ไปดูแหงๆ เลยครับ


ปล. แต่ก็มีเรื่องที่เล็งไว้ 2 เรื่องที่จะต้องไปดู คือ Candy กับ Step Up ครับ


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 30 ตุลาคม 2549 เวลา:22:26:19 น.  

 
เนื้อเรื่องโดยรวมแอบคล้ายหนังสือการ์ตูนเรื่องหนุ่งของญี่ปุ่น ที่ชื่อว่า"ทคคิวะ"เลยนะคะเนี้ย

และด้วยเหตุนี้แหละคะ เลยทำให้อยากจะไปดูหนังเรื่องนี้ พรุ่งนี้จะไปดูแล้วอดใจรอแทบไม่ไหว


โดย: zadwaan IP: 161.200.255.162 วันที่: 30 ตุลาคม 2549 เวลา:22:42:29 น.  

 
ทำไมหมู่นี้พี่ผมฯ ดูหนังเยอะจัง
หรือจะเก็บกดจากช่วงเก็บตัวทำหนังสือ ;p
แต่ก็ดีค่ะ จะได้แวะเข้ามาอ่านบ่อยขึ้น ^^


โดย: คิม IP: 203.107.217.194 วันที่: 31 ตุลาคม 2549 เวลา:0:09:40 น.  

 
ไปดูมาแล้วเมื่อวานนี้
โดยรวม เราว่าทำออกมาได้ดีนะ
แต่ไม่ชอบตอนจบแค่อ่ะ ทำไมต้องทำเหมือนสูตรสำเร็จของหนัง action hero

PS: ขอบคุณ คุณผมอยู่ข้างหลังคุณมากๆค่ะสำหรับ review ดีๆ ทั้งหมดในเวป


โดย: cuppa' IP: 206.73.209.94 วันที่: 31 ตุลาคม 2549 เวลา:9:28:07 น.  

 
ขอแก้ข้างบน ไม่ชอบแค่ตอนจบอ่ะ


โดย: cuppa' IP: 206.73.209.94 วันที่: 31 ตุลาคม 2549 เวลา:9:38:23 น.  

 
เจ้าหัววุ้น (ฮา)


โดย: NarinNil IP: 203.107.170.155 วันที่: 31 ตุลาคม 2549 เวลา:9:47:29 น.  

 
ยังไม่ได้ดู


โดย: จบ IP: 58.10.234.94 วันที่: 31 ตุลาคม 2549 เวลา:11:06:56 น.  

 
อย่าพลาดเลยค่ะ..

คุณจะได้ความรู้สึกบางอย่างที่มากกว่าความสนุก..


อย่าพลาดเลยค่ะ..


โดย: kEe..keE IP: 125.25.54.237 วันที่: 31 ตุลาคม 2549 เวลา:12:43:33 น.  

 
เสียงหัวเราะ..

น้ำตา..

ความอิ่มเอม..

หาได้จากเรื่องนี้..แน่นอน
สัญญา..สัญญา!!


โดย: ..yIngyIng.. IP: 125.25.54.237 วันที่: 31 ตุลาคม 2549 เวลา:12:51:19 น.  

 
มีไครู้มั้ยว่า เพลงตอนจบชื่อเพงว่าอะไร บอกหน่อยๆชอบๆจะหาฟัง ของหนังเรื่อง The Guardian อ่ะ


โดย: Fear IP: 58.8.75.206 วันที่: 16 พฤษภาคม 2550 เวลา:3:24:12 น.  

 
ชอบตอนที่ kevin corner บอกว่าผมเหมือนสามี ของสามีภรรยาคู่หนึ่งที่เคยช่วย ฟังแล้วกินใจดี


โดย: เหน่ง IP: 58.8.100.202 วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:23:48:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
29 ตุลาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.