www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

The Omen , ซาตานอยู่รอบตัวเรา



ข้อมูล:หนังมีความยาว 110 นาที / หนังได้รับเรท R / กำกับโดย John Moore จากผลงาน Flight of the Phoenix , Behind Enemy Lines ฯลฯ / นำแสดงโดย Liev Schreiber , Julia Stiles , Seamus Davey-Fitzpatrick , Mia Farrow ฯลฯ/ ใน IMDB.com ให้คะแนนเรื่องนี้ 5.7/10 ส่วนใน //www.rottentomatoes.com ให้เรื่องนี้ Rotten ด้วยคะแนน 30% / เด็ก Damien ในเวอร์ชั่นต้นฉบับ รับเชิญมาเล่นบทสมทบเป็น นักข่าวแทบล็อยด์คนหนึ่ง


...หนังผีเก่าๆที่เขาว่าคลาสสิค อย่าง The Exorcist เมื่อผมได้มีโอกาสดูตอนโตไม่กี่ปีก่อน ด้วยความเก่าของหนัง และ ด้วยประสบการณ์บวกวิวัฒนาการของผีมาหลายชั่วอายุขัย การมาดูผี The Exorcist ในยุคนี้ มันไม่ทำให้ผมขนหัวลุกตกใจปิดตา ผมสามารถนั่งดูหน้าตาเฉยได้จนจบ แม้ฉากเด็กผี(สิง)หมุนรอบคอติ้วๆอ๊วกแหวะๆแหย่ไม้กางเขนก็ยังเฉยๆ แต่ The Omen ที่เป็นหนังเก่าเก็บไม่แพ้กัน ผมหยิบมาดูช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แม้มีฉากชวนตกใจแค่ไม่กี่ฉาก แต่เมื่อหนังจบลง มันสร้างความรู้สึกสิ้นหวังสลดหดหู่และเสียวสยอง ในความพ่ายแพ้ของมนุษย์ และ ทำให้ขนลุกได้มากกว่า

... การคิดจะ Remake ใหม่ในปีนี้ นับว่าน่าสนใจมากก็ตรงที่ มันสามารถเปิดตัวหนังได้อย่างเหมาะเจาะในวันที่ 6 / 06/ 2006 เลข 666 อันหมายถึง Beast , ความชั่วร้าย หรือ Anti-Christ และในที่นี้คือ เด็กน้อยที่มีนามว่า Damien

... เรื่องราวของ Robert Thorn (Liev Schreiber) นักการฑูตที่สูญเสียลูกทันทีหลังคลอด ภรรยาของเขายังไม่รู้ความจริง เขาตัดสินใจยอมหลอกภรรยาและรับเด็กมาเลี้ยงตามคำแนะนำของพระในโรงพยาบาล ผลลัพธ์ของการเอาเด็กเขามาเลี้ยงเอาเมี่ยงเขามาอม ส่งผลให้ครอบครัวแสนอบอุ่นต้องผจญกับหายนะที่ทยอยเข้ามาคร่าทุกชีวิตในครอบครัวและผู้เกี่ยวข้อง เพียงเพื่อกรุยทางให้เด็กคนนี้ได้มีโอกาสเติบโตและก้าวขึ้นมาทำลายล้างโลก ในฐานะ ซาตานที่กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ทั้งที่ซาตาน เป็นคาแรคเตอร์ที่น่าจะขายได้ เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้าย เป็น ผู้ร้ายในจอที่ดี แต่ ซาตานบนจอเซลลูลอยด์มักไม่ค่อยมีโอกาสแจ้งเกิด หนังหลายเรื่องที่พยายามเอาซาตานมาเป็นตัวละครหลักมักต้องอกหักไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งที่ เขาอยู่รอบตัวเราในโลกของความจริง

...ไม่จำเป็นว่า ต้องรอ วันที่ 6 เดือน 6 ปี 2006 เพราะ ซาตานหรือความชั่วร้ายถือกำเนิดอยู่ทุกวี่วัน และ มันไม่ได้ถือกำเนิดมาเป็นแค่ตัวคน บางครั้งมันก็ถือกำเนิดอยู่ในใจเรา

ซาตานอาจไม่ได้ปรากฏตัวออกมาให้เห็นเป็นตัวเป็นๆ แต่ ความชั่วร้ายที่ถูกส่งมากับมนุษย์ทำให้สาวกของซาตานยังมีชีวิตอยู่ทุกยุคสมัย เขาอาจอาศัยอยู่ในคราบของหญิงสาวหน้าตาดี , ชายหนุ่มใส่สูท,คนชราท่าทางอ่อนโยน ฯลฯ มันไม่ได้เป็นภาพลักษณ์ภายนอกแต่มันอยู่ภายในจิตใจ และ มนุษย์เราก็มักจะตกเป็นเหยื่อของพวกมันอยู่ร่ำไป พวกมันจะจู่โจมเข้าที่ ความอ่อนแอในใจของมนุษย์

...สำหรับมนุษย์ที่มองชีวิตตัวเองยังไม่สมบูรณ์พร้อม ไม่รู้จักพอ ยังมี ความต้องการ กิเลสตัณหาราคะ ความทะยานอยาก ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คือความอ่อนแอในใจที่ง่ายต่อการโจมตี ตัวอย่างเช่น ตัวละคร Kevin Lomax (Keanu Reeves) ทนายหนุ่มไฟแรงจากหนังเรื่อง The Devil's Advocate เมื่อได้รับข้อเสนอที่เย้ายวนของ ชายวัยกลางคนเสื้อสูทผู้ยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้ การที่จะพาตัวเองไปพบความสำเร็จ ลาภยศ เงินตรา มันทำให้เขายอมแลกกับการทำผิดเล็กน้อยจนถลำลึกเข้าไปทุกที กว่าจะรู้ว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อของซาตาน มันก็สายเกินการณ์ เมื่อความสูญเสียมันใหญ่หลวงเกินคาดคิด เพราะ ในใจเขาปล่อยให้ซาตานเข้ามาครอบงำ และ เขาก็กำลังจะก้าวเป็น ซาตานในเสื้อสูท อีกคนหนึ่งในไม่ช้า

...สำหรับมนุษย์ที่เราเห็นว่า มีเงินมีทองมากมาย มีชีวิตการงานมีครอบครัวสมบูรณ์แบบ ก็ใช่ว่า มันจะเป็นภูมิคุ้มกันต่อการถูกจู่โจมจากซาตาน คนรวยเป็นพันล้านไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะไม่โกง เพราะ อีกกิเลสหนึ่งของมนุษย์คือ ความกลัว เพราะ กลัวการสูญเสียบางครั้งเราจึงยอมทำอะไรผิดๆเพียงเพื่อประคองสิ่งที่มีอยู่ให้อยู่กับเราไปตลอด Robert Thorn ใน The Omen กลัวภรรยาจะเสียใจและไม่อาจทำใจได้ เขาจึงปล่อยให้ความรักที่มีต่อภรรยาเป็นเหมือนเรือนำพาซาตานเข้ามาสู่ในครอบครัว

... ดังนั้น ภูมิคุ้มกันซาตานจะเกิดขึ้นได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า เรามี หรือ เราขาด วัตถุปัจจัยภายนอก แต่ ขึ้นอยู่กับว่า เราเคยสร้างภูมิคุ้มกันภายในจิตวิญญาณเรามากหรือไม่ หากเพียงเรารู้จักพอ เรารู้จักยอมรับความผิดหวัง เรารู้จักยอมรับการสูญเสีย เราไม่ยึดมั่นถือมั่นกับปัจจัยรอบตัว เรามีคำสอนของศาสนาที่เรานับถือศรัทธาอยู่ในใจ มันก็จะเป็นภูมิคุ้มกันชั้นดีที่ไม่ถูกจู่โจมจากซาตานรอบตัว


... ธรรมชาติของหนัง Remake คือ การต้องถูกจับไปเปรียบเทียบกับหนังต้นฉบับอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผมเองไม่นิยมหนัง Remake แบบซ้ำรอยเดิม ชนิด ช็อตต่อช็อต ฉากต่อฉาก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลคิดอะไรไม่ออกหรือเคารพต้นฉบับ ส่วนตัวแล้ว ผมชอบ การ Remake ที่ผู้กำกับสามารถแสดงให้เห็นมุมมองและวิสัยทัศน์ของตัวเอง ยิ่งหนังยิ่งเก่า ถูกนำมาสร้างใหม่ยิ่งน่าจะมีประเด็นอะไรที่สามารถสร้างความแปลกใหม่ตามกาลเวลาที่ล่วงเลย

การ Remake มาทำใหม่สามารถสร้างความแตกต่างได้โดยจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงทั้งหมด เพราะถ้าเอามาทำใหม่แล้วไม่ต่างอะไรเลย ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเสียเวลาทำใหม่ คนที่ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับก็ไม่มีความจำเป็นต้องเสียเงินไปดู เวอร์ชั่นใหม่เช่นเดียวกัน

ตัวอย่างหนังสยองขวัญรีเมคที่คิดออกที่ได้ดูในช่วงหลายปีนี้ แล้วรู้สึกชอบในในการดัดแปลงคือ Ringu ที่ต้นฉบับญี่ปุ่นสยองขวัญแบบหนังจบแต่อารมณ์คนดูยังหลอนอยู่(จนผมนำมาตั้งชื่อเป็นล็อคอินหลอกคนอ่าน) พอมาเปลี่ยนแปลงเป็น The Ring ฉบับฮอลลีวูด แม้หนังจะคงโครงเรื่องเดิมหลายๆอย่าง แต่หนังมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย ที่ทำให้มันเหมือน เป็น หนังใหม่ของผู้กำกับคนใหม่ ได้โดยไม่ต้องลอกของเก่าแต่อย่างใด

... The Omen ฉบับ 2006 กับ ฉบับ 1976 มีความแตกต่างกันน้อยมาก มีเพียงแค่การตายบางฉาก และ คาแรกเตอร์ตัวละครเท่านั้นที่เปลี่ยนไป ส่วนการดำเนินเรื่องที่เหลือลอกต้นฉบับมาแทบจะทั้งกระบิ ชนิดที่ว่าใครดูนานแล้วอย่างผมก็คงแทบจะจำไม่ได้ว่ามันต่างกันอย่างไรเสียด้วยซ้ำ เราเดาได้ว่าตัวละครที่เห็นจะตายในฉากใด ด้วยวิธีการเช่นใด และ หนังจะดำเนินเรื่องไปถึงจุดจบอย่างไร เรียกได้ว่า ใครได้ดูต้นฉบับมาก่อน เกิดอาการดูไปได้แค่เรื่อยๆว่ามันจะเป็นอย่างไร แต่ไม่ชวนให้ติดตามเนื้อหาเลย เพราะเดาได้แทบทั้งสิ้น ซึ่งยิ่งนี่เป็นหนังสยอง การรู้ก่อน เป็นจุดอ่อนอันร้ายกาจ

...ความแตกต่างที่มีอยู่บ้างและน่าสนใจของเวอร์ชั่นใหม่คือ ฉากเปิดเรื่องที่โยงที่มาของดาวหางกับการถือกำเนิดบุตรซาตานไปกับ มหันตภัยธรรมชาติของจริง เช่น สึนามิ , 9/11 ฯลฯ เพื่ออธิบายให้เข้ากับคำทำนายที่ว่าซาตานกำลังจะถือกำเนิดใหม่ เป็นการบรรยายได้อย่างชวนเชื่อชวนติดตาม ชวนทำให้คนดูรู้สึกมีส่วนร่วมในหนังเพราะตัวอย่างที่ยกมาเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงใกล้ตัว นอกจากนี้ข้อดีของเวอร์ชั่นใหม่คือ การพยายามอธิบายเหตุผลหลายต่อหลายตอน ให้ดูมีที่มาที่ไปของการกระทำไม่ว่าจะเป็นของซาตานหรือมนุษย์ ไม่ต้องให้เราไปเดาเอาเอง

...หนังต้นฉบับ เล่าเรื่องได้สยองแบบเสียวสันหลัง บรรยากาศความชั่วร้ายที่อบอวลอยู่ตลอดเวลาทำให้คนดูอดไว้ใจไม่ได้ ยิ่งเด็ก Damien เติบโตมากขึ้น มีคนตายมากขึ้น ยิ่งทำให้เราเดาไม่ได้ว่า ธรรมะจะเอาชนะซาตานได้อย่างไร และ ใครจะอยู่รอดเพราะตัวละครสำคัญๆถูกฆ่าตายอย่างไม่มีเยื่อใย จนไปถึงฉากจบที่ปิดเรื่องราวของหนังได้ชวนหดหู่สิ้นหวังยิ่งนัก ในฉบับรีเมค 2006 นี้ การสร้างบรรยากาศและฉากเสียวสันหลังถือว่าทำได้ดี สำหรับคนที่ยังไม่ได้ดูต้นฉบับมาก่อน น่าจะตกใจและขนลุกได้ในหลายฉาก (เสียดายที่ฉากเด็ดๆไปโผล่ในหนังตัวอย่างเสียเยอะแล้ว ) มีหนึ่งฉากสำคัญที่ใครได้ดูต้นฉบับมาแล้วมาเห็นในภาคนี้ต้องรู้สึกผิดหวัง เพราะมันเป็นฉากที่มาแบบไม่ทันตั้งตัวและช็อกคนดูได้แน่นิ่ง คือ ฉากตัดคอตอนท้าย ที่ต้นฉบับทำได้ชวนช็อคมาก แต่เวอร์ชั่นนี้กลับใจไม่ถึงเท่าไหร่

...นอกจากบรรยากาศและพล็อตเรื่องแล้ว นักแสดงสองคนที่ผมติดตามาจากต้นฉบับ คือ Damien เด็กชายซาตานกลับชาติมาเกิดรับบทโดย Harvey Stephens ที่ผมประทับใจมากกว่า เวอร์ชั่นใหม่ที่ได้ Seamus Davey-Fitzpatrick มารับบทนี้ เขาดูพยายามทำสีหน้าชั่วร้ายมากไปหน่อยตรงข้ามกับต้นฉบับ ที่ดูเฉยๆนิ่งๆธรรมดาเหมือนเด็กทั่วไป แต่พอต้องแสดงสีหน้าแสยะยิ้มหรือแสดงแววตาชั่วร้าย มันสะกดคนดูได้มากกว่า ยิ่งฉากสุดท้ายตอนหนูน้อยหันมาหาคนดูยิ่งชวนขนลุก และ อีกหนึ่งนักแสดงคือ Gregory Peck ที่รับบท Robert Thorn เวอร์ชั่นใหม่นี้ได้ Liev Schreiber ก็ใช่ว่าเขาจะเล่นได้แย่ แต่การแสดงแบบหน้าตายของเขามันดูไม่ทำให้เห็นพัฒนาการการเปลี่ยนแปลงของตัวละครนี้ได้มากนัก เขาแสดงอารมณ์ผ่านสีหน้ารักห่วงใยหรือเจ็บปวด(ตอนรู้ความจริงเรื่องลูก+ความรู้สึกต่อเมีย)ได้ดี แต่มันเป็นการแสดงออกแค่ช่วงสั้นๆแค่นั้น พอหมดจากช่วงนั้นเขาก็มาอยู่ในโหมด"หน้าตาย"เหมือนเดิม ฉากการตัดสินใจตอนท้ายของเขาจึงไม่แรงพอเหมือนต้นฉบับ เขาไม่สามารถคุมหนังได้อย่างมีพลังเหมือนกับที่ Gregory Peck ทำได้

นักแสดงที่ดูเด่นกว่าต้นฉบับคือ บท Katherine Thorn ภรรยาที่ได้ Julia Stiles เธอทำให้เราได้เห็นหญิงสาวที่ดีใจกับการเป็นแม่ ก่อนจะค่อยๆหวาดกลัวลูกตัวเอง หวาดระแวง และ รังเกียจ ได้อย่างน่าชื่นชม คงต้องชมตัวบทในเวอร์ชั่นใหม่นี้ด้วยที่ช่วยให้เธอได้มีมิติมากกว่าเดิม


สิ่งที่ชอบ

1.Julia Stiles … ชอบอยู่แล้ว มาดูเรื่องนี้ก็ยังคงชอบอยู่ เธอเล่นได้ดีฝีมือไม่มีตกแม้นี่จะเป็นหนังสยองขวัญเรื่องแรกของเธอ เธอก็ทำได้ดีกว่า ร้องกรี๊ดๆตกใจแต่ดันวิ่งไปหาผีหรือฆาตกร เหมือนนักแสดงหญิงในหนังสยองขวัญทั่วไป

2.ความน่ากลัว ... ผมในฐานะคนเคยดูต้นฉบับแล้ว มาดูเวอร์ชั่นนี้สิ่งที่ผิดหวังคือหนังแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ ผู้กำกับยังมีความสามารถในการที่จะทำฉากที่เราก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นให้น่ากลัวและสะดุ้งตกใจได้อยู่ บางฉากก็ให้บรรยากาศสยองแบบเสียวสันหลังได้ดีเช่น ฉากเด็กปีศาจหายไปจากชิงช้า , ฉากการฆ่าเลือดเย็นที่รพ. เรียกได้ว่า ใครไม่เคยดูต้นฉบับมาก่อน หนังเรื่องนี้น่าจะตอบโจทย์ความต้องการหนังน่ากลัวให้กับคนดูได้


สิ่งที่ไม่ชอบ

1.การรีเมคแบบ "รัก(จึง)ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง" ... ส่วนตัวแล้ว ไม่ชอบหนังที่ดัดแปลงจากหนังสือแล้วไม่มีการดัดแปลงเลยจนเหมือนดูหนังสือในโรงภาพยนตร์ เช่นเดียวกับ หนังรีเมค ที่สร้างใหม่แบบไม่มีอะไรแตกต่างจากต้นฉบับเลย มันดูเป็นการโชว์ความสามารถในหลายๆด้าน เช่น การกำกับ , การออกแบบงานสร้างฯลฯ แต่มันขาด ความคิดสร้างสรรค์ และ มันทำให้คนที่เคยดูมาก่อนแล้วไม่ได้อะไรจากการดูของใหม่


สรุป ... ใครเคยดูต้นฉบับมาแล้ว เวอร์ชั่น 2006 จะดูก็ได้มันไม่ได้เลวร้ายอะไร เพียงแต่มันไม่มีอะไรให้แปลกแตกต่างกว่าเดิม จนสำหรับผมให้อารมณ์แบบเฉยๆไปจนจบ แต่ ใครไม่เคยรู้ไม่เคยดูมาก่อน The Omen รุ่นนี้ก็ถือเป็นหนังสยองระทึกขวัญที่ดี มันไม่ใช่หนังผีแลบลิ้นหลอกแบร่ๆ แต่เป็นหนังสยองที่เล่าเรื่องการถือกำเนิดของซาตานและความตายอันโหดร้าย หนังมีครบองค์ประกอบชั้นยอด ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงมีฝีมือ จังหวะล่อหลอกคนดูให้ตกใจ พล็อตและเนื้อหาที่หลอนชวนให้ขนลุก (ความจริงที่หลุมฝังศพช่วงท้าย ชวนสยองไม่น้อย) จนทำให้คนดูดูจบโดยไม่รู้สึกเสียดายตังค์


ป.ล. ตอนแรกจะตั้งชื่อหัวข้อบล็อกนี้ว่า The Omen , โกหกภรรยาพาให้โลกแตก เพราะบทสรุปของนิทานเรื่อง The Omen สอนให้รู้ว่า คำผู้ใหญ่ที่สั่งสอนมาว่า การโกหกภรรยาทำให้โลกแตกได้ เป็นความจริง เพราะจะว่าไปความผิดเดียวที่ Robert Thorn ทำคือ การโกหกภรรยา ว่าเด็กที่เธอเห็นคือลูกของเธอ จนพาลพาไปให้โลกต้องพบวิบัติภัยในท้ายที่สุด

ป.ล.2 ... ยังอาสาเป็นหน้าม้ามาเชียร์ต่อ หนังยังไม่ออกจากโรง ตอนนี้ย้ายกลับไปอยู่โรงสยามเหมือนเดิมแล้ว >> Always: Sunset on Third Street , บางสิ่งที่ไม่อาจเห็นได้ด้วยตา แต่สัมผัสได้ด้วยใจ


คนอ่าน Blog นี้ ช่วยรายงานตัวด้วยคร้าบ (คลิกที่ตัววิ่งนี้ได้เลย)


ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ เริ่มต้นอ่าน Blog นี้มีข้อสงสัย + แวะเวียนมาพูดคุยถาม-ตอบ คลิกไปคุยกันที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง



ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 13 มิถุนายน 2549
Last Update : 13 มิถุนายน 2549 1:01:34 น. 15 comments
Counter : 2741 Pageviews.

 
ไม่เคยดูเวอร์ชั่นเก่าเลยค่ะ
ส่วนเรื่องนี้ ก็ดูได้สนุกดี เรื่อยๆ เหมือนกำลังตามล่าความจริงซะอย่างงั้น และมีสะดุ้งพอให้รู้สึกว่ากะลังดูหนังเขย่าขวัญพอหอมปากหอมคอ


โดย: octavio วันที่: 13 มิถุนายน 2549 เวลา:5:59:58 น.  

 
เวอร์ชั่นเก่า มีสามภาคป่าว น่ากลัวมากๆ จำได้ว่า กลัวจนนอนไม่หลับไปเลย

ภาคนี้ก็น่าสนใจมากครับ เห็นตัวอย่างฉากหวาดเสียวน่ากลัวหลายฉากเลย


โดย: ตี๋น้อย (Zantha ) วันที่: 13 มิถุนายน 2549 เวลา:10:41:24 น.  

 
อ่านได้เต็มที่

เพราะหนังแนวนี้ไม่ดูแน่นอนค่ะ

เราว่าหนังน้อยเรื่องค่ะที่รีเมคแล้วจะทำได้ดีเท่าหรือดีกว่าต้นฉบับน่ะค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 13 มิถุนายน 2549 เวลา:19:42:18 น.  

 
ไม่เคยดูฉากเก่าแฮะ แต่รู้สึกไม่ชอบใจพล็อตลอยๆของมันอะครับ... มันมีอะไรที่ไม่สมเหตุสมผลเยอะเกินไปหน่อย..

รึผมจะคิดมากไปนะ - -*


โดย: nanoguy IP: 203.113.34.9 วันที่: 13 มิถุนายน 2549 เวลา:21:58:48 น.  

 
ผมไม่เคยดูหนังต้นฉบับครับ
ฉบับรีเมคเลยสร้างความตกใจ และขนลุกกับผมได้พอสมควร
ชอบ Mia Farrow อีกคน รอยยิ้มจอมปลอมของเธอดูแล้วมันขนลุกชอบกล

ส่วน Julia Stiles ผมชอบเธอมานานแล้ว
ใน 10 Things I Hate About You ... เธอน่ารักมาก

เหตุผลหนึ่งที่ไปดูเรื่องนี้ เป็นเพราะ Stiles นี่ล่ะครับ


โดย: King Of Pain (King Of Pain ) วันที่: 13 มิถุนายน 2549 เวลา:22:57:40 น.  

 
แจม คห.คุณสาวไกด์ฯ #3 ... ที่เป็นแบบนั้น ผมว่าคงเป็นเพราะคนส่วนใหญ่เลือกนำหนังดี หนังคลาสสิคมารีเมคอ่ะจิคับ ถึงได้ทำออกมาห่วยกว่าต้นฉบับ ... จริงๆ ลองเลือกหนังแย่ๆ มาทำมั่ง น่าจะดีเนอะ จะได้เป็นหนังรีเมคที่ดีกว่าต้นฉบับอ่ะ 555

สำหรับเรื่องนี้ที่ผมเลือกไม่ดู เหตุผลสำคัญก็คงเพราะมันเป็นหนังรีเมคนี่แหละครับ ... ต้นฉบับ ถึงจะไม่เคยดู (เกิดไม่ทัน เหอะๆ) แต่ก็ได้ยินความขลังมานานตั้งแต่เริ่มติดตามอ่านข้อมูลหนังใหม่ๆ แล้ว ... ดังนั้น ก็เลยคิดว่าถ้าจะดู ขอไปดูต้นฉบับเลยดีฝ่าอ่ะครับ


โดย: บลูยอชท์ IP: 210.1.33.130 วันที่: 14 มิถุนายน 2549 เวลา:13:32:51 น.  

 
ลืมไปนิด ... ถ้าเป็นของไทย หนังที่เกี่ยวกับพญามารนี่นึกไม่ออก แต่ถ้าเป็นละคร ก็ต้องเป็นเรื่อง "เงา" ที่แม้ไม่ใช่พญามารวสวัตตี (ชื่อพญามาร ที่มาผจญพระพุทธเจ้า) โดยตรง แต่เป็นท่านท้าวพญายมราช ที่จำแลงกายมาเป็นมนุษย์ แถมยังชื่อ "ท่านชายวสวัต" เสียด้วย ... เวอร์ชันล่าสุด เอ็คแซ็คท์สร้างไว้เมื่อหลายปีก่อน ที่ให้คุณแซม ยุรนันท์มาเป็นท่านชาย ... จริงๆ ผมทันดูเวอร์ชันก่อนหน้านั้นด้วย ตอนเด็กๆ เลย จำได้ว่ากลัวมากกกก ........... และหนังสือนวนิยาย เกี่ยวกับ นรก และสวรรค์ (ที่อาจทำให้ใจผมบังเกิดหิริโอตตัปปะมากขึ้นมาจนทุกวันนี้) ก็คือ เรื่อง เงา นี่แหละครับ และอีกเรื่องนึงก็คือ หอมกลิ่นปาริชาติ

ลป. : ชอบตรงที่คุณ จขบ. เปรียบเปรยถึงซาตานที่อยู่ข้างกายเราทุกคน เมื่อใดก็ตามที่ใจเราพ่ายแพ้ต่อกิเลส เมื่อนั้นซาตานก็จะสำแดงเดชในทันที ...


โดย: บลูยอชท์ รีไรท์ IP: 210.1.33.130 วันที่: 14 มิถุนายน 2549 เวลา:13:44:13 น.  

 
ไม่เคยดูหนังต้นฉบับมาก่อนเหมือนกันค่ะ

แต่รู้สึกว่าไม่ค่อยประทับใจกับหนังเรื่องนี้เท่าไหร่นัก หนังทำให้บรรยากาศแลดูน่ากลัวมาก ๆ แต่เอาเข้าจริงๆ กับไม่ได้น่ากลัวตามที่เราคาดหวังเอาไว้เลย (เอ! หรือว่าเราไม่ได้เป็นพวกขวัญอ่อน???)

ส่วนตัวเด็กเองก็แสดงออกมาไม่ได้รู้สึกน่ากลัว จนทำให้รู้สึกว่าไม่สมกับเป็นจอมมารซาตานที่กลับมาบังเกิดยังโลกนี้ ยิ่งดูแล้วยิ่งนึกถึงซาตานในเรื่อง Devil's Advocate ที่นักแสดง แสดงได้อย่างน่าเชื่อถือว่าเป็นจอมมารซาตานตัวจริง เสียงจริง (จำชื่อนักแสดงไม่ได้อะ ใช่อัล ปาชิโน หรือปล่าวค่ะ จขบ ช่วยมาคอนเฟิร์มอีกทีด้วยนะคะ)

หาก Davinci Code ทำให้พระเยซูคริสต์ เป็นมนุษย์ธรรมดา ๆ คนหนึ่ง เรื่อง Omen ก็ทำให้ จอมมารซาตาน กลายร่างเป็นเด็กโมโหร้ายธรรมดา ๆ คนหนึ่ง เช่นกันค่ะ แต่โดยส่วนตัวสรุปแล้ว ผิดหวังกับความตั้งใจรอดูอย่างมากค่ะ

ปล. มีดีอย่างเดียวคือนางเอก ชอบ Julia Stiles เหมือนกันค่ะ ชอบเธอนานแล้ว(อีกเหมือนกันค่ะ)
แล้วก้อชอบเธอจากเรื่อง 10 Things I Hate About You ... (เช่นกันค่ะ อิอิ) ตั้งแต่นั้นติดตามเธอแสดงทุกเรื่องเลย รู้สึกได้เลยว่าเธอเป็นนักแสดงหญิงที่มีพัฒนาการด้านการแสดงสูง แต่เสียดายที่หลัง ๆ เธอไม่ค่อยมีบทบาทการแสดงที่เด่นๆ เท่าไหร่นัก ได้แต่หวังว่าโอกาสดี ๆ คงมีมาถึงเธอเร็วๆ นี้ค่ะ


โดย: aorengja IP: 203.107.194.210 วันที่: 14 มิถุนายน 2549 เวลา:23:13:22 น.  

 
ต้องดูให้ได้ เพราะเราหลงรัก Julia Stiles มาตั้งแต่เรื่อง บ้านทรายทองแร้น อ้าวว..ป่าวหรอกกะลังเครียดเห็นหนังเรื่องนี้ที่อยากดูเลยแวะเข้ามาอ่าน ha ha ป่วนนิดๆอย่าคิดมาก bye..


โดย: โจเซฟิน วันที่: 15 มิถุนายน 2549 เวลา:15:44:37 น.  

 
เวอร์ชั่นเก่าสยองดี


โดย: มารีออง IP: 61.47.108.97 วันที่: 15 มิถุนายน 2549 เวลา:22:16:47 น.  

 
ดูแล้วเมื่อวันที่ 6 เดือน 6
ดูแล้ว ไม่น่ากลัวเท่าที่คิด


โดย: nant_go IP: 58.8.84.215 วันที่: 15 มิถุนายน 2549 เวลา:23:29:03 น.  

 
ไม่เคยดูต้นฉบับครับ
แต่ดู Remake แล้ว ผมคิดว่า...
- Plot เรื่องง่ายไปหน่อย บางฉากเดาง่ายมาก บางเรื่องไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่
- ฉากตื่นเต้น ทำได้ดีครับ ผมสะดุ้งไปเหมือนกัน
- ชอบพี่เลี้ยงของ Demien มากเลยครับ หน้าตาชั่วร้ายสะใจดีจริงๆ


โดย: hAmlet IP: 124.121.136.68 วันที่: 16 มิถุนายน 2549 เวลา:0:00:28 น.  

 
ยังไม่ได้ดูนะครับ แต่ก็ไม่เข้าใจแต่ต้นแล้วว่าทำไมเลือกเรื่องนี้มารีเมค เพราะมันยังไม่ได้เก่าชนิดควรจะนำมารีเมค แล้วถ้ามาทำใหม่จะแปลงมันอย่างไรให้ดูแตกต่างและดีกว่า

ยังจำเวอร์ชั่นแรกของริชาร์ด ดอนเนอร์อยู่ได้เลยว่าทำได้ดีทีเดียว พอมาเห็นตัวอย่างเวอร์ชั่นนี้แล้วก็ถอนใจ แค่เลือกตัวแสดงก็รู้สึกไม่ผ่านแล้ว คงจะรอดูตอนเป็นดีวีดีแหละ


โดย: Bkkbear IP: 124.120.201.31 วันที่: 17 มิถุนายน 2549 เวลา:14:46:42 น.  

 
6.5/10 คะแนน

ถือว่าดูได้ครับ สนุกเหมือนกัน แต่หนังค่อนข้างเดาเนื้อเรื่องง่ายมาก และบางฉากก็จงใจเกินไป ดูแล้วนึกถึง Final Destination เหมือนกันนะ


โดย: นักวิจารณ์สมัครเล่น IP: 125.24.181.222 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:14:41 น.  

 
วันนี้พอมีเวลา ผ่านมาเลยแวะเข้ามาอ่าน

ชอบต้นฉบับมากกว่าครับสำหรับเรื่องนี้


โดย: น้ำใส IP: 118.174.94.115 วันที่: 23 ตุลาคม 2551 เวลา:4:17:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2549
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
13 มิถุนายน 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.