www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

Assault on Precinct 13 , อีกหนึ่งความจนตรอกที่ระทึกคุ้มค่า



...คุณรับผิดชอบชีวิตคนอื่นไปทั่ว แล้วเคยรับผิดชอบชีวิตตัวเองหรือไม่ เรารับผิดชอบชีวิตตัวเราเองดีแล้วหรือยัง...

....จิตแพทย์ผู้ดูแลตั้งคำถามนี้กับ นายตำรวจJake Roenickที่จมจ่อมอยู่กับชีวิตที่ติดกับดักด้วยเหล้าและยาจากความรู้สึกผิดในอดีตที่ต้องรับผิดชอบในการตายของลูกน้องตัวเอง บทRoenickที่แสดงโดยEthan Hawkeเป็นบทที่อาจเรียกได้ว่าสามารถโยงความต่อเนื่องในความคิดไปถึงหนังดราม่าตำรวจเข้มข้นอย่างTraining Dayได้เลยทีเดียว(น่าสนใจตรงที่ทั้งคู่นั้นชื่อแรกของตัวละครEthan Hawkeใช้ชื่อJakeเหมือนกัน) ทั้งสองเรื่องเขาคือนายตำรวจที่ต้องยืนอยู่ระหว่างตำรวจดี ตำรวจเลว และผู้ร้าย ในเรื่องนั้นเขาคือละอ่อนหน้าใหม่แห่งวงการตำรวจที่เรียนรู้และเลือกที่จะเป็นตำรวจดี และในเรื่องนี้ความเป็นดราม่าเข้มข้นถูกแทนที่ด้วยแอคชั่นสถานการณ์ซึ่งเขาเติบโตมาเป็นนายตำรวจหัวหน้าสถานีตำรวจซึ่งกำลังจะปิดตัว ข้าวของกำลังถูกย้ายไปอีกที่ สายโทรศัพท์ถูกตัดขาด เหลือเพียงเขากับลูกน้องอีก2คนอยู่ฉลองปีใหม่ วันใหม่ เพื่อทำการปิดสถานีอย่างเป็นทางการ แต่วันใหม่ไม่ได้มาอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อสถานีของเขาถูกรับมอบหมายให้ฝากขังอาชญากรคนสำคัญและคนร้ายอีก3คนที่รถเสียกลางพายุหิมะ ตามมาด้วยเหตุการณ์ถล่มโรงพักด้วยเหล่าตำรวจเลวเพื่อฆ่าปิดปากอาชญากรกับผู้อยู่ในเหตุการณ์

...คาดว่าการมาฉายพร้อมเจ้าพ่อวังค้างคาวร่วมกับการโปรโมทอย่างเบาบาง และไม่มีดาราระดับแม่เหล็กอาจทำให้สถานีตำรวจแห่งนี้ถูกลืมเลือนไปอย่างรวดเร็วทั้งที่จะว่าไปแล้ว Assault on Precinct 13 จัดได้ว่าเป็นหนังแอคชั่นสถานการณ์ที่สนุกเรื่องหนึ่ง(เพิ่งรู้ว่าเป็นหนังรีเมค ผมเองก็ไม่รู้จักต้นฉบับเลยแม้แต่น้อย) หนังทำได้ดีตั้งแต่ฉากเปิดตัวแม้ว่าจะซ้ำซากแล้วกับเรื่องเปิดตัวที่ส่วนใหญ่จะเป็นอดีตอันขมขื่นของพระเอก( หนังเรื่องนี้ดูแล้วอยู่ในชะตาเดียวกับHostageอยู่ไม่น้อยตรงที่มีการเปิดเรื่องคล้ายกัน,ใช้บริการผู้กำกับจากฝั่งยุโรปเหมือนกันและมีกระแสคนดูในไทยไม่ต่างกันเท่าที่ประเมินจากคนรอบตัวและคนในโรง) เป็นการเปิดตัวหนังและตัวEthan Hawkeได้น่าสนใจ การแสดงของEthan Hawkeในฉากนี้เล่นได้เฉียบขาดไม่น้อยรวมทั้งการถ่ายทำที่ดูสมจริงและชวนติดตาม ตามไปจนถึงการไล่ต้อนตัวละครเอกให้จนตรอกหนังทำได้ดีกับสภาวการณ์ที่ดูสิ้นหวังของเหล่าพระเอกว่าจะเอาตัวรอดไปได้อย่างไร การถูกไล่ไปอยู่ในสถานที่ท่ามกลางอีกฝ่ายด้านนอกแล้วชวนคิดถึงหนังในตระกูลซอมบี้ทั้งหลายไม่ได้ ตำรวจเลวภายนอกก็เสมือนกับผีดิบที่สูญเสียความเป็นตำรวจและความเป็นคนเพราะความโลภ ในขณะที่ตำรวจดีๆก็สามารถกลายเป็นผีดิบหรือพวกเดียวกับตำรวจเลวด้านนอกได้เหมือนกันหากถูกสูบเลือดดีๆและได้รับเชื้อร้าย(ความโลภ ความเห็นแก่ตัว ฯลฯ)เข้าไป

....น่าเสียดายเมื่อมาถึงจุดหนึ่งดูเหมือนบทหนังจะตีบตันไม่สามารถจะสร้างความเข้มข้นมากไปกว่านี้ได้ทั้งที่น่าจะทำได้อีกมากเพราะปมขัดแย้งในตัวมีอยู่เพียงพอที่จะนำมาเล่นแม้แต่จุดที่หนังพยายามสร้างความหักเหหรือสร้างความสงสัยเช่นใส่ตัวละครตัวหนึ่งเข้าไปก็เป็นการใส่แบบตามสูตรสำเร็จเพียงเพื่อให้มีไม่ได้ใส่ใจกับมันมากมาย ผลลัพธ์ช่วงหนึ่งของหนังเลยกลายเป็นการเปลืองถล่มกระสุนมากมายฆ่าเวลากับการเข้าบุกอย่างดูไร้หัวคิดไม่มีแผนไม่พลิกแพลง และทำให้ตัวร้ายอย่างMarcus Duvall(Gabriel Byrne)เป็นตัวละครที่ไม่มีดีมากไปกว่าความสามารถใน “การใช้คำพูดกล่อมคนอื่นให้ทำชั่วด้วยเหตุผลที่ฟังแล้วดูดี” เท่านั้นเอง (แต่ผมชอบฉากที่เขาบอกลูกน้องฉากนั้นจริงๆ มันสะท้อนภาพคนในสังคมมากมาย ที่ทำสิ่งผิด แต่กลับมีเหตุผลที่ดีให้กับการทำผิดนั้นตลอดเวลา จนไม่เคยที่จะรู้ตัวแม้แต่นิดว่าความเลวร้ายมันกัดกินใจจนยากที่สมองจะคิดหรือตระหนักได้แล้ว)

......ตัวละครอื่นๆที่มาเล่นในเรื่อง มีส่วนช่วยหนังอยู่มากตรงที่ตัวละครเหล่านี้หนังไม่ให้ความสำคัญของใครไปมากกว่ากัน หนังพร้อมจะฆ่าตัวละครในเรื่องได้อย่างไม่ลังเลอันส่งผลให้มันมีความเข้มข้น ชวนลุ้นตามแบบเดาไม่ถูกไปได้ตลอด(อันเป็นผลที่ทำให้ผมจะต้องเศร้ากับฉากหนึ่งในเรื่องที่ผู้กำกับใจร้ายเหลือเกิน) ตัวละครที่เด่นและแผ่รัศมีล้นจอโดยแทบจะไม่ต้องเล่นอะไรมากมายแค่ยืนเฉยๆหรือพูดประโยคเท่ๆออกมาคงไม่พ้น Laurence Fishburne ท้ายที่สุดความตื่นเต้นระทึกขวัญของหนังไม่สามารถลากคนดูไปถึงจุดสูงสุดในช่วงท้ายเรื่อง ฉากในป่าอ่อนพลังลงไปมากเมื่อเทียบกับตอนต้น น่าเสียดายจุดเด่นของเรื่องนี้ตรงความคาดเดาไม่ได้ระหว่างตอนต้นถึงปลายกลับกลายเป็นเรื่องที่ไม่ยากต่อการคาดเดาเมื่อมาถึงฉากช่วงท้ายนี้

....Jake Roenickไม่เคยรู้ตัวว่าชีวิตของเขาถูกตรึงติดอยู่กับที่บนเก้าอี้พร้อมเหล้าและยามาจากความกลัวที่ต้องเผชิญหน้าความรู้สึกเจ็บปวดและความรู้สึกผิดในใจที่คอยหลบมันมาเสมอ เขาเขยิบเข้าใกล้มนุษย์ธรรมดาอย่างเราๆมากกว่าBatmanที่สามารถหาทางออกได้ด้วยการใส่หน้ากากออกไปชดเชยความรู้สึกผิดและเผชิญหน้ากับความกลัวแต่คนธรรมดาๆได้ที่เลือกได้แค่ว่าจะเดินหน้ากล้าเผชิญหรือถอยหลังหรือหยุดอยู่กับที่แล้วใช้ยาเสพติดเป็นตัวเยียวยาความเจ็บปวดในใจ เราทุกคนล้วนเคยทำสิ่งผิดพลาด และหลายครั้งเรารู้สึกผิดกับสิ่งเหล่านั้นแต่เราไม่เคยได้ตระหนักถึงว่าอดีตเหล่านั่นมันบั่นทอนอนาคตและตัวเราไปมากแค่ไหนเหมือนกับJake Roenickเฝ้าแต่นั่งอยู่กับที่คอยรับผิดชอบชดเชยอดีตที่ผ่านไปแล้วของคนที่ตายจากไปจนลืมที่จะสนใจรับผิดชอบชีวิตตัวเอง เหตุการณ์ครั้งนี้ที่จนตรอกต้องสู้ไม่ใช่แค่ความระทึกคุ้มค่าเงินกับคนดูเท่านั้นแต่มันก็คุ้มค่าสำหรับJake Roenickเพราะมันทำให้เขาสามารถโยนยาทิ้งแล้วหันมารับผิดชอบชีวิตด้วยตัวเอง ไม่ใช่ให้ยาและสุรามาบงการชีวิตอีกต่อไป

สิ่งที่ชอบ

1.ความสนุกตื่นเต้นและสถานการณ์จนตรอก....หนังทำได้สนุกชนิดลุ้นหืดดีทีเดียว เนื้อเรื่องและสภาวะการณ์ไล่ต้อนอาจดูไม่สมเหตุสมผลชนิดยิงกันยิ่งกว่าสงครามกลางเมืองโดยไม่มีใครมาสนใจแต่หากตัดเรื่องของเหตุผลนั้นทิ้งไปต้องยอมรับว่าหนังทำได้ชวนติดตาม ฉากแอคชั่นก็สมจริงรุนแรงสะใจพระเดชพระคุณ (ชนิดยิงกันเห็นสมองปลิว หรือจ่อหัวกันจะจะ จนนึกว่าดูพระเอกตามยิงเหล่าซอมบี้)

2.ฉากเปิดตัวและการกำกับภาพ...ตั้งแต่ฉากเปิดตัวที่หนังถ่ายทำออกมาได้ดูดิบสมจริง(อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่ามันทำให้ผมเชื่อมโยงไปกับTraining dayได้ส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของภาพที่ออกมาในโทนที่คล้ายๆกัน) รวมถึงผสมผสานหลายรูปแบบของการเลือกมุมกล้องและการเล่นกับภาพทำให้หนังเพิ่มระดับความตื่นเต้นให้กับคนดูได้ ทั้งๆที่เรื่องราวช่วงนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าการไล่ต้อนคนกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่งเท่านั้นเอง

3.Ethan Hawke....หากเข้ามาชมเรื่องนี้โดยพลาดช่วงแรกไปอาจมองว่าเป็นการแสดงธรรมดาๆของเขาเท่านั้น แต่ถ้าได้ทันในฉากเปิดตัวเชื่อได้ว่าคนดูน่าจะประทับใจในผีมือการแสดงของที่เล่นได้ถึงอกถึงใจดีไม่น้อย

4.ความคาดเดาไม่ได้....มีส่วนช่วยให้สนุกกับหนังเรื่องนี้ไปด้วย ยิ่งเนื้อเรื่องกล้าที่จะฆ่าตัวละครไปเรื่อยๆ แม้แต่ตัวละครที่คนดูไม่คาดคิด(ผมด้วย) ทำให้หนังสูตรสำเร็จเรื่องนี้ไม่น่าเบื่อเพราะคนดูรู้ตอนจบแน่ๆต้องมานั่งลุ้นเอาว่าที่ว่ารอดแน่ๆจะแน่หรือ จะรอดอย่างไร และใครจะรอดบ้าง

5.บทพูด....นอกจากบทพูดของตัวร้ายที่เล่าไว้ข้างต้น หนังยังมีบทพูดแสบๆ กัดเจ็บๆ ชวนยิ้มได้ตลอดเรื่อง แถมบทพูดของพระเอกตอนท้ายที่พูดว่า "ตรงนี้มีตำรวจแค่คนเดียว" เท่เหลือกิน(คิดถึงInfernal Affairขึ้นมาเลยตอนดู)

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.อ่อนในชั้นเชิง....หนังเด่นในเรื่องความดุเดือดและความสมจริงของฉากแอคชั่นและอ่อนในส่วนของความสมจริงของเนื้อหารวมไปถึงการเล่นชั้นเชิงในส่วนสถานการณ์,ความไม่ไว้วางใจ, ไส้ศึก, กลยุทธฯลฯ หนังใส่ส่วนนี้มาพอเป็นแค่น้ำจิ้มแล้วไปเน้นหนักที่ฉากแอคชั่นแทน น่าเสียดายทรัพยากรดีๆที่มีอยู่ในหนังไม่ว่าจะเป็นเหล่าดาราคุณภาพและพล็อตที่เอื้อต่อการเล่นเรื่องราวเหล่านี้แต่หนังใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่าเท่าไรนัก

2.อ่อนพลังในตอนท้าย...ฉากในป่าช่วงสุดท้าย หากจะเด่นก็เด่นตรงการเล่นจังหวะและการกำกับภาพให้คนดูรู้สึกกดดัน แต่ในส่วนของพล็อตแล้วมันคลี่คลายชนิดสูตรสำเร็จเหลือเกิน ความเข้มข้นของหนังลดทอนมาในช่วงปลายๆก่อนหน้านี้เล็กน้อยแล้วและความลุ้นหืดที่มีมาตลอดแทนที่จะช่วยส่งคนดูให้ลุ้นหมดลมหายใจหนังกลับใส่ออกซิเจนมาให้คนดูแทนชนิดกลัวคนดูจะหมดลม

สรุป...จากที่ไม่ตั้งใจจะดูในตอนแรกเพราะคิดว่าจะรอแผ่นแล้วเกิดเปลี่ยนใจเข้าโรงSF MBKรอบ16.50น.ของวันนี้ไป ก็พบว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกเป็นความรู้สึกเหมือนกับตอนที่ได้ดูHostageเมื่อไม่นานมานี้ตรงที่เป็นหนังแอคชั่นดูสนุกคุ้มค่าเงิน ไม่ได้เป็นแค่หนังแอคชั่นสูตรสำเร็จไร้สมอง มีดีกว่าที่คิดและคาดไว้ เหมาะสำหรับแฟนๆหนังแอคชั่นทีเดียวหากรู้สึกเบื่อเจ้าพ่อวังค้างค้าวแล้วไม่รู้จะดูอะไร


หากคุณเข้าเว็บบล้อกนี้เป็นครั้งแรก ขอเชิญชวนไปเริ่มต้น คลิกที่นี่เลยครับ --> หน้าแรก

เชิญชวนแวะไปอ่านไปคุย ค้นหาหนังเรื่องเก่าๆได้ที่ ---> ห้องเก็บหนัง


Create Date : 22 มิถุนายน 2548
Last Update : 22 มิถุนายน 2548 1:19:18 น. 10 comments
Counter : 1383 Pageviews.

 
แวะมาดูคะ


โดย: Angel Tanya วันที่: 22 มิถุนายน 2548 เวลา:3:12:37 น.  

 
อยากดูเรื่องนี้จังครับ... ยิ่งอ่านตรง "สิ่งที่ชอบ" แล้ว ยิ่งอยากดู...

รอเงินเช่นเคยครับ...


โดย: nanoguy IP: 203.151.118.204 วันที่: 22 มิถุนายน 2548 เวลา:9:14:16 น.  

 
แวะมาอ่านตามประสาขาประจำค่ะ

เอ..ทำไมวันนี้ในกล่องคอมเม้นท์ไม่มีรูปเปมือนเคยหละคะ

ทำให้พอเป็นตัวอักษรสีขาวอย่างเดียวนี่

แยกออกจากพื้น BG ยากมากเลยอ้ะ

แต่เขียนแล้วอยากดูมากเลยค่ะ

คงรอเป็นแผ่น

อ้อ..แต่เราชอบ Training Day นะ

เข้มข้นมากๆ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 22 มิถุนายน 2548 เวลา:11:53:41 น.  

 
^
^
...เอ ตอนนี้ยังมีรูปอยู่นะครับ ถ้ายังไงลองเข้ามาดูอีกรอบนะครับ( หุหุ กลยุทธหลอกคนเข้าบล้อกอย่างหนึ่ง)

.....Training Day ฮ้อคเล่นดีแต่ถูกเดนเซลที่เขี้ยวอย่างร้ายกาจแย่งเด่นไปตัวคนเดียวเลย


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 22 มิถุนายน 2548 เวลา:12:18:04 น.  

 


ไปดูมาเมื่อวานค่ะ รอบ 15.30 เอสเอฟ บางกะปิ


งานนี้หลงรัก Ethan Hawke เต็มๆ




ไม่ชอบฉากในป่าเช่นกันค่ะ หนังแผ่วปลายอย่างน่าเสียดาย





แ ต่ โ ด ย ร วม ๆ แ ล้ ว ก็ ส นุ ก ส ะ ใ จ ดี ค่ ะ


โดย: มัชฌิมา วันที่: 22 มิถุนายน 2548 เวลา:12:26:40 น.  

 
เป็นหนังที่น่าดูอ้ะคับ แต่คงต้องรอแผ่นตามเคย


โดย: หมื่นทิพ TRAVOLTA (เทพบุตรตบะแตก!! ) วันที่: 26 มิถุนายน 2548 เวลา:2:33:58 น.  

 
เช่าแผ่นมาดูค่ะ (เหตุผลเดียวที่อยากดูเลยเพราะ Ethan Hawke เอิ๊ก ๆ ๆ)
ก็มัน ๆ ดี


โดย: tae IP: 203.209.105.231 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2549 เวลา:22:57:25 น.  

 
สนุกกว่าที่คาดหวังเอาไว้ครับ ดูเหมือนอีธานจะถูกโฉลกกับหนังบู๊แบบนี้มากกว่าหนังอาร์ตน่าเบื่อที่พูดภาษากวีที่ฟังไม่รู้เรื่องทั้งเรื่องแบบHamlet


โดย: Ripley IP: 202.5.95.205 วันที่: 19 กันยายน 2550 เวลา:13:28:48 น.  

 
หนังเรื่องนี้สนุกมากเลยค่ะขอบคุณมากค่ะที่แนะนำให้เข้ามาค่ะ


โดย: ลลิตา IP: 58.8.189.124 วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:23:21:31 น.  

 
เหีย


โดย: gi IP: 58.8.189.124 วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:23:30:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2548
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
22 มิถุนายน 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.