www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

Seven Swords , ... ที่ควรยาวกลับสั้น ที่ควรสั้นกลับยาว ...



ผมควบม้าเซ็กเทาเข้าโรงเตี๊ยมสยาม ก่อนตะวันตกดินในวันจันทร์ที่ผ่านมา พร้อมชำระเงิน 120 ตำลึง เพื่อมีส่วนร่วมกับกระบี่ทั้ง 7

Seven Swords สร้างจากบทประพันธ์ของเนี่ยอูเช็ง(บทประพันธ์ของนักเขียนท่านนี้ ที่นำมาสร้างเป็นหนังและเรารู้จักกันดีคือ นางพญาผมขาว) เป็นภาพยนตร์ที่ผู้สร้างตั้งใจจะสร้างออกมาทั้งสิ้น 6 ภาค โดยสร้างละครทีวีควบคู่ไปพร้อมๆกัน งานชิ้นนี้เป็นการกลับมากำกับหนังกำลังภายในของฉีเคอะ หลังจากว่างเว้นไปนานและปล่อยให้หนังกำลังภายในปรัชญานิ่งสงบสยบเคลื่อนไหวอย่าง Crouching Tiger Hidden Dragon กับ กำลังภายในแฝงปรัชญาเล่นสีอย่าง Hero ได้ออกมาโลดแล่นให้ชาวโลกได้ประจักษ์ถึงหนึ่งในตระกูลของภาพยนตร์ที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต เขาเลยกลับมากับ Seven Swords

....ยุคสมัยที่เหล่าจอมยุทธต้องกลายเป็นผู้ถูกล่า ไม่เว้นแม้แต่ลูกเด็กเล็กแดงหรือคนเฒ่าคนแก่ล้วนมีค่าหัว จากเหล่านักล่าฆ่าหัวที่รับบัญชามาจากฮ่องเต้

เรื่องราวของ 7 กระบี่ เป็นเรื่องราวของคุณธรรมน้ำมิตร การต่อสู้ร่วมกัน การเสียสละเรื่องราวส่วนตัวเพื่อปกป้องประชาชน เรื่องราวความรักซับซ้อนหลายเส้า (ไม่ว่าจะเป็น ฮาน – หยวนหยิน – ลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้าน / ลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้าน – จูเส้าหนาน – มุกมรกต / หยวนหยิน– หยุนชง) รวมทั้งเรื่องราวที่อยู่ในฝักของกระบี่แต่ละเล่ม ไม่ว่าจะเป็น

หยุนชง กระบี่ไร้รูป ต้องมาต่อสู้ร่วมกับคนอื่นๆพร้อมกับความขัดแย้งที่มีอยู่ในใจ ทั้งความแค้นที่มีอยู่ก่อนและความรักที่เริ่มบังเกิดขึ้น ความแค้นหากไม่ลืม มันก็จะตามติดตัวไปไม่รู้จักจบจักสิ้น และ ความรักหากก่อเกิด ก็จะทำให้เขาต้องมีห่วงหรือพันธะ ส่งผลให้ไม่สามารถจะทำหน้าที่ได้ดีพอ สิ่งที่เขาเลือกได้คือการต้องเลือกที่จะลืมความแค้นและสละความรัก เพื่อปกป้องส่วนรวม

จูเส้าหนาน กระบี่มังกร กลับเลือกที่จะรักและเสี่ยงเอาชีวิตกับกระบี่เข้าไปพ่วงกับความรัก เขาเลือกที่จะปลดโซ่ตรวนหญิงสาวที่เคยถูกตีตราเหมือนกับที่ตัวเองเคยเป็นด้วยกระบี่ของเขา เชื่อทุกวาจาที่เธอเอ่ย และยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อหญิงคนที่เขารัก สุดท้ายกระบี่ที่ไม่เคยแพ้ใครกลับต้องหลุดมือไปเพียงครั้งเดียว ครั้งเดียวที่เขาปล่อยกระบี่เพื่อความรักนั่นเอง

กระบี่ที่เหลืออีก 5 เล่มล้วนมีที่มาแตกต่างกัน บางคนก็มาจากถิ่นฐานเดียวแต่ไม่เคยรู้จักกัน บางคนก็มาจากหมู่บ้านเดียวกัน ทั้ง 7 คนมารวมกันเพื่อหนึ่งเดียว คือ ปกป้องผู้คนจากการเข่นฆ่าอย่างโหดร้ายของเหล่านักฆ่า หมู่บ้านแห่งนี้จะต้านไปได้อีกนานเพียงใด เมื่อพวกเขาค้นพบว่ามีหนอนบ่อนไส้อยู่ในพวกเดียวกัน

.... หากเทียบกับงานเก่าๆแล้ว 7กระบี่ เป็นงานที่ฉีเคอะดูจะหมายมั่นปั้นมือ ผสมผสานความเป็นหนังกำลังภายในกับการเล่าเรื่องที่แฝงปรัชญาแบบเนิบนิ่ง ซึ่งผลที่ออกมามันไม่เหมาะกับเขาเอาเสียเลย หนังของเขาที่ประสบความสำเร็จอย่างเดชคัมภีร์เทวดา โหดเลวดี ฯลฯ เป็นหนังที่แฝงข้อคิดให้อะไรกับคนดูได้อยู่แล้ว ภายใต้ความเถื่อนดิบ ตรงไปตรงมา อึกทึกครึกโครม ครั้นพอเขามาจับงานชิ้นนี้ จะเห็นได้เลยว่าช่วงที่หนังเนิบนิ่งมันเป็นช่วงที่น่าเบื่อและอืดอาด กราฟความน่าติดตามมันตกลงฮวบๆ แล้วพอถึงฉากแอคชั่นอึกทึกครึกโครมหนังกลับทำได้ดีแบบตรงกันข้าม แถมอารมณ์หรือความเป็นดราม่าที่หนังส่งออกมา ในช่วงอึกทึกเรากลับซาบซึ้งได้มากกว่าช่วงเนิบนิ่งเสียด้วยซ้ำ หนังมีหลายส่วนที่สามารถเพิ่มเรื่องราวเข้มข้นได้ไม่ยากเลย เอาแค่ส่วนความรักที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน รักสามเส้า 2 ต่อ ก็เพียงพอในการจะทำให้เรื่องราวดำเนินไปอย่างเข้มข้น แต่พอฉีเคอะสร้างเงื่อนปมนั้นไว้ กลับไม่ขมวดให้แน่นต่อและปล่อยให้มันคลายตัวไปอย่างง่ายดาย

....เรื่องราวของตัวหนังและตัวละคร ขาดความลุ่มลึกทั้งที่พยายามจะสอดแทรกปรัชญาไว้ มันเป็นเพียงลมปากที่ตัวละครพูดออกมาแต่คนดูหาสัมผัสได้ไม่ เข้าใจว่าเป็นเรื่องยากที่จะให้รายละเอียดตัวละครให้ครบ 7 ตัวภายใต้เวลาที่จำกัด แต่ด้วยเวลาที่จำกัดนี้เองหนังกลับไปให้เวลาในส่วนอื่นๆที่ไม่จำเป็น มันทำให้ผมจำรูปกระบี่ได้มากกว่ารูปหน้าตัวละคร อันเกิดจากว่าหนังไม่สามารถกระจายความสำคัญให้ทัดเทียมได้เหมาะสม มีเพียง Donnie Yen และ หลี่หมิง ที่โดดเด่นเพราะตัวบทให้รายละเอียดตัวละครไว้มาก บวกกับตัว Donnie Yen เอง ใส่ความลึกทางการแสดงเข้าไปให้กับบทตัวเอง และ หลี่หมิง ใส่หน้าหล่อๆกับการแสดงเหมือนที่ผ่านมา ทำให้เป็น 2 กระบี่ที่คนจำได้ไม่ยาก กับอีก 2 กระบี่ที่คนจดจำได้เพราะตัวนักแสดงอย่าง หยางไฉ่หนี และ ลูยี่ ที่มีความสำคัญเพราะต้องเป็นตัวนำเรื่องในตอนต้น ส่วนที่เหลือกลับไม่สามารถแจ้งเกิดบนเวทียุทธภพครานี้ ได้

นักแสดงคนอื่นๆที่แม้ไม่ใช่ 1 ใน 7กระบี่ แต่กลับฝากฝีมือการแสดงได้น่าจดจำมากกว่าคือ ตัวละคร สาวเกาหลีมุกมรกต, ลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้าน, เด็กที่ใช้เชือกแทนกระบี่ และ วายุไฟ ที่บ้าได้ถึงใจแต่ก็แสดงออกถึงความเหงาเปล่าเปลี่ยวร้าวลึกภายในได้ดี ประโยคที่เขาบอกว่าตัวเขาและกระบี่มังกรนั้นคล้ายคลึงกัน มันไม่ใช่คำพูดที่เกินเลยแต่อย่างใด

....การตัดต่อและลำดับเรื่องมีส่วนสำคัญที่ทำให้หนังไม่เป็นเอกภาพ ไม่แน่ใจว่าบทดั้งเดิมที่เขียนไว้ดีหรือไม่ดี แต่การเลือกเล่าเรื่อง และ การตัดต่อ ทำให้ตัวหนังไม่ลงตัว ส่วนหนึ่งคาดว่าน่าจะเป็นจากปณิธานตอนแรกที่จะสร้างออกมา 6 ภาค สังเกตหลายคราแล้วว่า หนังที่ตัดสินใจจะทำเป็นหลายภาคตั้งแต่แรกเช่นนี้ มักประสบคราเคราะห์เหมือนๆกัน คือ ภาคแรกที่ออกมามักจะขาดๆเกินๆ เหมือนมีของแต่ปล่อยไม่หมด ตั้งใจจะปล่อยก๊อกสองภาคถัดๆไป แต่เมื่อภาคแรกเกิดปัญหา ผลตามมาคือคนดูไม่ต้อนรับ นั่นทำให้หนังจบลงแค่ภาคแรกนี่เอง (เท่าที่เห็นมีเพียง LOTR ที่ประกาศศักดาสร้างรวดเดียว 3 ภาค และแบ่งสรรปันส่วนเรื่องราวในแต่ละภาคได้ลงตัว)

....แม้ว่าหลายต่อหลายส่วนของ หนังจะยังไม่ลงตัว แต่ต้องยอมรับว่าฉากฟันกันช้งเช้ง แขนขาขาดเป็นขาด ทำกันได้สนุกถึงใจดี ไม่ได้มีลีลามากมายและเป็นสไตล์หนังจีนกำลังภายพันธุ์แท้ คิวบู๊ที่เกิดขึ้นเข้มข้น ดุดัน และ สวยงาม ไม่ใช่แค่ฉากต่อสู้กันตัวต่อตัว แต่รวมไปถึงฉากแอคชั่นที่เกิดต่อเนื่องยาวๆเช่น ฉากเข้าตีที่พำนักของวายุไฟ ก็ทำออกมาได้สนุกน่าติดตามเป็นอย่างมาก พร้อมปลุกคนดูที่หลับไหลให้ติดตามตัวหนังต่อจนจบ


กระบี่ของฉีเคอะ ครานี้กลับไม่ได้สัดส่วนดั่งใจหมาย อาจมาจากหลากหลายปัจจัย แต่สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนมากสุดขณะสัมผัสกระบี่ คือ

ที่ควรยาวกลับสั้น

-ฉากรวมพลคนทั้ง 7... รวบรัดและงงๆมาก ทุกอย่างเกิดในชั่วพริบตาหลังอุกกาบาตตก และ 2 คนจากหมู่บ้านที่มาเพื่อขอความช่วยเหลือ ดันจับพลัดจับพลูต้องกลายเป็นส่วนร่วมใน 7 กระบี่ไปชนิดรวบรัดตัดตอน แถมพอได้กระบี่ก็มีพลังวัดแก่กล้าขึ้นมาทันที

-รายละเอียดกระบี่ทั้ง 7... คุณธรรมน้ำมิตรใดๆไม่สามารถจะทำให้คนดูรู้สึกร่วมได้เลย หากคนดูไม่รู้จักตัวละครนั้นมากพอ และ ไม่เห็นว่าพวกเขามีความสัมพันธ์เยี่ยงไร และ นี่คือสิ่งที่ควรจะยาวและแจกแจงรายละเอียดแต่หนังกลับมีเพียงสั้นๆ

-พบหน้ากันก็รักกันได้ในชั่วพริบตา... มันทำให้ผมอยากมีโอกาสควบม้าเข้าเมืองนี้ยิ่งนัก กับการได้เห็นลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้าน รักใคร่ชอบพอกระบี่มังกรเพียงแค่น้ำกระเซ็นโดนหน้าและดื่มโลหิตศัตรู เท่านี้ก็พร้อมทิ้งอดีตคนรักได้ในพริบตา การขมวดปมรักสามเส้าตรงนี้มีประโยชน์ต่อการดำเนินเรื่องแต่หนังกลับรวบรัดตัดตอนเหลือเกิน

ที่ควรสั้นกลับยาว

-ฉากส่งม้า... ไม่รู้จะส่งอะไรกันมากมายเพราะเท่าที่เห็นก็มีม้าไม่กี่ตัว เพราะหนังใช้เวลานานมาก หากหนังปูเรื่องราวมาบ้างแล้วว่าอาฮานมีความผูกพันกับม้า ก็พอเข้าใจ แต่อยู่ๆตอนปล่อยม้าเกิดอาลัยรักขึ้นมา ก็เข้าใจได้ยากและฉากนี้ทำให้ผมอาการหนักถึงขั้นหลับได้ชั่วครู่ (ตื่นมาได้แต่ด่าตัวเองในใจ “ไอ้หลานเต่า ดันเผลอหลับซะได้ เงินตั้ง 120 ตำลึง” )

-ช่วงเวลาหลังจากขึ้นเขา... ที่ดำเนินเรื่องไม่ไปไหนเลย เป็นช่วงเวลาที่ค่อยๆเฉลยเบื้องหลังตัวละครกันแบบซื่อๆ ไม่มีชั้นเชิง

-ฉาก Flashback ที่ใช้เล่าเรื่อง... หนังหยิบมาใช้หลายครั้งกับวิธีการเดิมๆ ซึ่งมันอาจเหมาะกับหนังที่เล่าเรื่องอย่าง Hero แต่ไม่ใช่กับเรื่องนี้ เพราะเมื่อถึงครั้งสุดท้ายมันก็ออกไปทางน่าเบื่อพร้อมอดคิดไม่ได้ว่าไม่เห็นจำเป็นต้องมาย้อนหลังตรงนี้เลย เล่าแบบธรรมดาไปแต่แรกก็น่าจะได้

ฯลฯ

สิ่งที่ชอบ

1.ฉากต่อสู้ ... ถึงอกถึงใจ การออกแบบและกำกับคิวบู๊ทำออกมาได้งดงาม ไม่ได้ลีลางดงามเหมือนบทกวีอย่างใน Crouching Tiger Hidden Dragon ไม่ได้งดงามมีสีสันสะดุดตาอย่าง Hero แต่งดงามอย่างดุดัน ถึงเลือดถึงเนื้อ สะใจคอหนังกำลังภายในเป็นอย่างยิ่ง เป็นฉากแอคชั่นในหนังกำลังภายในยุคหลังๆที่จัดได้ว่ายอดเยี่ยม

2.ความเป็นหนังกำลังภายใน ... ผมสนุกกับกับหนังกำลังภายในแบบนี้ ในแง่ความบันเทิงหรือ มีอารมณ์ร่วมในฉากต่อสู้มากกว่า มันให้อารมณ์หนังการต่อสู้แบบหนังกำลังภายในของจริง ความรู้สึกนี้อธิบายได้ด้วยความรู้สึกที่ว่าอยากหยิบกระบี่ออกมารำฟาดฟันหรืออยากขี่ม้าหลังดูหนังจบ

3.สาวๆ กับ ตัวร้าย ... ไม่เพียงแต่งามหยดย้อย แต่ ตัวละครหญิงสาวในเรื่อง โดดเด่นเหนือตัวละครหนุ่มๆ ทั้งจากการแสดงและตัวบทที่ส่งให้ ไม่น่าแปลกใจที่ผมจำใบหน้าทั้ง 3 นางเมื่อหนังจบมากว่าใบหน้าชายหนุ่มในเรื่อง (เอ หรือ ผมจะเป็นแบบนี้แค่คนเดียว) ในขณะที่ตัวร้ายที่รับบทโดย Sun Hong-Lei ถึงบทจะดูป่วยจิตไปบ้างแต่ตัวเขาเองก็ให้การแสดงที่น่าจดจำ

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.ที่ควรยาวกลับสั้น ที่ควรสั้นกลับยาว

2.การลำดับเรื่องราวและการตัดต่อ .. มีส่วนอย่างยิ่งที่ทำให้หนังไม่สมดุลย์ และ ส่งผลให้คนดูอาจไม่รู้เรื่องได้

3.สีตุ่นๆ ... โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ชอบหนังโทนสีแบบนี้เพราะมันทำให้ปวดตาขณะรับชม ไม่รู้ว่าเพราะความเก่าแก่ของโรงเตี๊ยมสยาม หรือ เป็นจากตัวหนังเอง

4.ขาดความคม – ชัด – ลึก ของบทและตัวละคร

สรุป ... 7 กระบี่ยังมีข้อบกพร่องอยู่มาก หากต้องไปฟาดฟันในเวทียุทธภพ คงได้แค่โชว์ลีลาแต่จะคว้าตำแหน่งเจ้ายุทธภพมาคงยากอยู่ ปัญหาของตัวกระบี่คือการขาดความเป็นเอกภาพ ทำให้ไอ้โน่นขาดนิดเกินหน่อยอยู่ตลอด แต่สิ่งที่เป็นเหมือนบัวหิมะช่วยชุบชีวิตไม่ให้ ลมปราณแตกซ่านไปเสียก่อนคือ ฉากต่อสู้ที่เร้าใจได้อารมณ์หนังจีนกำลังภายใน จนอดคิดไม่ได้ว่า หากให้ฉีเคอะเลือกกำกับเฉพาะฉากแอคชั่นแล้วให้ผู้กำกับที่ถนัดทำหนังสเกลใหญ่ๆมากำกับหนัง หรือ ฉีเคอะตัดสินใจทำหนังเรื่องนี้ให้เป็นแอคชั่นมันส์ถึงใจตามถนัดไม่ต้องนิ่งเนิบ หนังน่าจะสนุกกว่านี้รวมทั้งส่งผลให้สารสาระที่จะให้คนดูก็จะเข้าถึงได้มากกว่านี้ (หรืออีกความหวังหนึ่งคือรอลุ้น ดีวีดี ที่ฉีเคอะนำฉากที่ถูกตัดไปกลับมาใส่ สมดังความตั้งใจเดิมที่หนังยาว 4 ชั่วโมงว่าจะเป็นอย่างไร ที่กลัวก็กลัวจะว่าส่วนที่เติมจะเป็นการเติมฉากประเภทปล่อยม้า ให้นานขึ้นนี่ซิ)




ความเห็นของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป

ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง


Create Date : 14 กันยายน 2548
Last Update : 14 กันยายน 2548 21:37:42 น. 24 comments
Counter : 2091 Pageviews.

 
Thanks for info ka


โดย: Justin's mom (Baby I love you ) วันที่: 14 กันยายน 2548 เวลา:11:47:28 น.  

 
อยากดูเรื่องนี้มากเลยค่ะ.



โดย: แก้มยุ้ย (หมวยแก้มป่อง ) วันที่: 14 กันยายน 2548 เวลา:12:20:25 น.  

 
สุดยอดครับ
สิ่งที่ติดในใจผม
คุณบรรยายออกมาได้ดีกว่าที่ผมอธิบายกับตัวเองซะอีก

แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่า7กระบี่เก่งซะปานนั้น
ถ้าลงมือตั้งกะที่พี่วายุเพลิงบุกหมู่บ้านงวดแรก
คนรอดจะเพิ่มขึ้นอีกเยอะเรย


โดย: เซียวเปียกลี้ วันที่: 14 กันยายน 2548 เวลา:16:19:53 น.  

 
ขอให้เป็น ฉีเคอะ กำกับเถอะ อยากดูเสมอ ชอบมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว

เอ่อ ตกลงควบม้า "เซ็กเทา" หรือ "สินเธาว์" กันแน่คร้าบบ


โดย: เสือจุ่น (เสือจุ่น ) วันที่: 14 กันยายน 2548 เวลา:16:21:16 น.  

 
ช่วงนี้อดอยาก ไม่ได้ดูไรเลยยย มะได้ไปไหนด้วย ว่าแต่ มันมีหนัง กำลังภายในเข้าโรงด้วยเหรอ ไม่ได้ดูหนังจีนกำลังภายในนานแล้ว ส่วนมาก ดูแต่ละคร ครั้งสุดท้ายที่ดูนี่เซียวฮื้อยี้ จนจำไม่ได้ละใครเป็นใคร แฮะๆๆ


โดย: aMp (sugarhut ) วันที่: 14 กันยายน 2548 เวลา:17:47:22 น.  

 
เอาตังค์จากไหนเยอะแยะมาดูหนังคะเนี่ย?

อิจฉาจริงๆ เลย

เรื่องนี้คงต้องรอแผ่นเหมือนกัน


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 14 กันยายน 2548 เวลา:18:03:53 น.  

 
ขอบคุณค่ะ ทำให้รู้สึกว่าหนังก็ไม่ได้แย่อย่างที่เค้าว่ากัน เด๋วจะรีบหาเวลาไปดูดีกว่า


โดย: เด็กหน้าจอ IP: 58.8.245.59 วันที่: 14 กันยายน 2548 เวลา:18:18:04 น.  

 
Thanks for inf ka


โดย: Justin's mom (Baby I love you ) วันที่: 14 กันยายน 2548 เวลา:21:49:20 น.  

 
อยากดูภาพ 3 สาวมั่งอะ


โดย: BeHappier วันที่: 14 กันยายน 2548 เวลา:22:01:37 น.  

 
ผิดหวังกับหนังเรื่องนี้ค่ะ

แต่ชอบหลี่หมิง เฮียยังคงความหนาวเย็นไว้ได้อย่างเหนียวแน่น


โดย: melancholia IP: 58.10.76.97 วันที่: 15 กันยายน 2548 เวลา:1:53:31 น.  

 
ผิดหวังกับหนังเรื่องนี้ แย่อย่างที่เค้าว่ากัน


โดย: too IP: 202.183.157.35 วันที่: 17 กันยายน 2548 เวลา:22:56:36 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ฉากบู๊ทำได้เร้าใจดี
ผู้หญิงสวยดี โดยเฉพาะสาวเกาหลีที่ใบหน้างามเย้ายวนใจ จึงไม่แปลกใจที่ชายที่เย็นชาจะตกหลุมรักเธอได้
ส่วนอาฟาง ที่เห็นจูเส้าหนานแล้วตกหลุมรักทันทีทั้งมีอาฮานเป็นแฟนอยู่แล้ว อาจเป็นได้ที่ว่าอาฮานอาจไม่ใช่ สเป็ค คนที่ใช่สำหรับเธอ แต่จูเส้าหนานตรงกับสเป็คก็เป็นได้นะคะ

ดูหนังเรื่องนี้ แล้วคิดถึงพวกกระบวนการยอดมนุษย์ผดุงความยุติธรรมของญี่ปุ่น
ต้องมีช่วงเพลี่ยงพล้ำให้ข้าศึกเป็นต่อก่อน และสุดท้ายถึงจะงัดไฮไลท์ของตัวเองออกมาจนชนะได้
สู้ต่อไปเถอะฉีเคอะ เอ้ย เจ็ดกระบี่


โดย: 1993 IP: 61.91.136.191 วันที่: 18 กันยายน 2548 เวลา:13:37:14 น.  

 
พูดได้ถูกต้อง แต่จริงๆแล้วสีหนังไม่ได้มืดครับ ของผมดูชัดเจนดี(ที่SF)


โดย: Pick IP: 210.86.207.113 วันที่: 19 กันยายน 2548 เวลา:1:56:40 น.  

 
การสร้างหนังที่ตั้งใจจะให้ยิ่งใหญ่ มักจะเป็นแบบนี้มั๊ง คือพยายามเกินไป ทั้งที่บางอย่างมันไม่จำเป็นกับเรื่อง เลยดูฝืดๆ


โดย: ผมก็อยู่ข้างหลังคุณ IP: 203.170.188.25 วันที่: 19 กันยายน 2548 เวลา:9:48:21 น.  

 
เรื่องนี้ข้าพเจ้าก็ดูที่สยามเหมือนกันค่ะ มีข้อสงสัยว่าโรงอื่นที่ฉายแบบพูดภาษาจีนบรรยายไทยทำไมถึงไม่มี ทั้ง ๆ ที่ CTHD & Hero ข้าพเจ้าก็ได้ดูที่โรงหนังเมเจอร์ แล้วก็พูดจีนเสียด้วย

โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าหนังมืดไปหน่อย ทำให้ดูยากว่าใครเป็นใคร ถ้าไม่เห็นกระบี่ก็จะไม่รู้เลยว่าเป็นใครกันแน่ ฉากรวมตัว 7 นักกระบี่ไม่รู้ว่าโดนตัดหรืออย่างไร กำลังหลบอุกกาบาตดี ๆ กลายเป็นมารวมกัน 7 คนเฉยเลย แรก ๆ ยังไม่เก็ทด้วยซ้ำว่ารวมสองคนที่มาจากหมู่บ้าน กับตาแก่ที่มาแจ้งเหตุเอาไว้ใน 7 คนนี้ด้วย คือรวดเร็วจนจับประเด็นไม่ทัน

อีกอย่างคือตอนเปิดเรื่อง ที่มีคคนมาสู้กันโดยหลบอยู่หลังโคม ข้าพเจ้าดูก็มิใคร่จะเชื่อว่าคือตาแก่คนที่มาป่วยในหมู่บ้านนี่ คือทำไมเค้าต้องสู้โดยไม่ให้คนดูเห็นหน้าด้วย ดู ๆ ไปจนมาป่วยในหมู่บ้านข้าพเจ้ายังนึกว่าเป็นคนละคนกันอยู่เลยค่ะ จนเพื่อนมาบอกว่าก็คนนี้แหล่ะ ถึงได้รับมุขทัน

ถ้าคุณอ่านกำลังภายใน เรื่องที่สาว ๆ จะหลงรักชายหนุ่มโดยฉับพลันนั้นเป็นเรื่องธรรมดามากค่ะ บางเรื่องพระเอกนั่งอยู่ในเหลา นางเอกเดินขึ้นบันไดมา มองพระเอกทีเดียวก็หน้าแดงไม่มีสาเหตุ (นี่แหล่ะความน่ารักของกำลังภายใน) แล้วยิ่งมาช่วยชีวิต ขณะกำลังตกใจสุดขีด แถมยังทำมาดเท่ห์ดื่มเลือดศัตรูให้ดูซะอีก เป็นข้าพเจ้าก็คงรู้สึกว่าชอบ นางอาจจะไม่ได้ชอบอาฮั่นจริง ๆ เพราะอาฮั่นก็เป็นชาวบ้านธรรมดา ๆ เท่านั้นเอง แต่คนนี้เท่ห์มาก ๆ ไม่แปลกเลยค่ะที่จะรัก


โดย: Lily of the Valley IP: 203.151.137.69 วันที่: 20 กันยายน 2548 เวลา:12:27:33 น.  

 
ไปดูหนังเรื่องนี้ เพราะมีคนบอกว่
พี่ ฉีเคอะนะพี่ ๆ ก็เลย ยอมเสียเงิน 120 เข้าไปดู
แต่ดูไปถึง ตอนที่ หญิงเกาหลี โดนกล่าวหาว่า วางยาพิษในน้ำ ก็เกิดอาการกำเริบ หลับไปสะก่อน
เลยตัดสินใจ ลุกเดินออกจากโรงหนังมาเฉยๆ เอาเป็นว่า ใครเสียดายตังไม่ต้องไปดูครับ รอ VCD ก็แล้วกัน


โดย: CrazyA IP: 203.188.40.194 วันที่: 21 กันยายน 2548 เวลา:8:29:22 น.  

 

วิจารณ์ดีคับ อยากเขียนเก่งแบบนี้แหละ

เรื่องนี้ ผมชวนเพื่อนไว้แล้ว เขาบอกไม่ชอบ ผมก็ตื๊อเขาให้ไปดูด้วยกัน เขาบอกงั้นต้องวันศุกร์ไปแล้ว

ว๊า หนังจะออกซะก่อนมั้ยเนี่ย ถ้าต่างคนต่างก็ไม่อยากจะไปดู

....นี่ กว่าฉีเคอะจะมาเยี่ยมอีกที อีกกี่ปีก็มิทราบ



โดย: yyswim วันที่: 21 กันยายน 2548 เวลา:19:47:41 น.  

 
เขียนได้ดีครับ อยากดูบ้างจัง


โดย: green IP: 203.156.142.35 วันที่: 26 กันยายน 2548 เวลา:16:47:11 น.  

 
เยี่ยมครับ ตามอ่านงานรีวิวมาหลายเรื่องแล้วครับ เขียนดีครับ ส่วนตัวชอบมากให้ข้อมูลก่อนตัดสินใจควักเหรียญอีแปะก่อนเข้าโรงเตี๊ยมหนังได้ดี
ขอบคุณที่สละเวลามานั่งเขียน (คงไม่ใช่ยืนเขียนหรือนอนเขียนแน่ๆ) บทความดีๆประกอบหนังให้ได้อ่านกัน
ขอคารวะใบไผ่เขียวหนึ่งจอก


โดย: Wjade IP: 61.90.87.57 วันที่: 28 กันยายน 2548 เวลา:12:07:38 น.  

 
ว้า เสียดายจัง นานๆ จะเห็นหลีหมิง มาเล่นหนังบู๊ซะที ติดใจแกจากเทพบุตรผู้พิชิตมากๆ เลย ว่าจะหามาดูซะหน่อย คงตองลองดูว่าเแย่ขนาดนั้นจริงรึเปล่า


โดย: buttosai IP: 70.130.90.89 วันที่: 16 มกราคม 2549 เวลา:13:00:49 น.  

 
อยากดูเหมือนกันจ๊า


โดย: 47 ronin IP: 203.113.41.70 วันที่: 16 มกราคม 2549 เวลา:22:41:19 น.  

 
หึๆๆๆๆ


โดย: ตกโกว คิ้วป้าย (มารกระบี่เเสวงพ่าย) IP: 202.180.83.6 วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:18:33:17 น.  

 


โดย: a IP: 203.154.52.67 วันที่: 20 พฤษภาคม 2549 เวลา:20:33:48 น.  

 


โดย: b IP: 203.154.52.67 วันที่: 20 พฤษภาคม 2549 เวลา:20:40:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
กันยายน 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
14 กันยายน 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.