www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

มหาลัย' เหมืองแร่ , เหมืองแร่และชีวิตกับหน่วยกิตที่ต้องขุด



มหาวิทยาลัย สอนอะไรคุณ?

…มิตรภาพคืออะไร? ศักดิ์ศรี ความเป็นลูกผู้ชาย ความเป็นคน คืออะไร? คงไม่ยากหากจะพลิกตำราหาความหมายคำต่างๆเหล่านี้ หรือในยุคปัจจุบันแค่คลิก search ในอินเตอร์เน็ต ก็จะได้นิยามตามมามากมาย แต่ได้เห็นกับการได้เป็นมันแตกต่างกันเหลือเกิน

เหมืองแร่สำหรับอาจินต์

.....อาจินต์ เป็นคนล้มเหลวทางการศึกษา หากมองแค่ในแง่มุมมาตรวัดการศึกษาไทยที่เขาถูกรีไทร์ออกจากมหาวิทยาลัย

คนบางคนเมื่อพบกับความล้มเหลวเลือกที่จะสู้ บางคนเลือกที่จะหนี อาจินต์เลือกที่จะเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิต

... แม้ว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะพ่อที่ส่งเขาลงไปพังงา แต่ไม่มีใครห้ามเขาไม่ให้กลับขึ้นมากรุงเทพ การต่อสู้และเรียนรู้ครั้งใหม่ที่เหมืองแร่ เป็นการเรียนรู้ที่ต่างจากการเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เพราะวิชาที่เขาเลือกเรียนเก็บหน่วยกิตคือ วิชาชีวิต

.....หากอยู่เมืองกรุงเพื่อนของอาจินต์อาจเป็นได้แค่คนที่ชวนเขาไปเที่ยวไปดูหนัง แต่เพื่อนที่พังงาอย่างไอ้ไข่หยิบยื่นมิตรภาพความจริงใจที่หามิได้แม้แต่ในตำราเล่มไหน หากอยู่ในกรุงเทพสังคมที่รวมความสับสนอลหม่านของวัฒนธรรม เขาอาจเรียนรู้และลอกแบบคำว่า ลูกผู้ชาย จากการถือฟุตเหล็กเข้าตีกันเพื่อปกป้องศักดิ์ศรี แต่นายจอนและนายเลิศที่เหมืองแร่แสดงให้เขาได้เข้าถึงว่า ศักดิ์ศรีคืออะไร คำว่าลูกผู้ชายเป็นอย่างไร?

......เราจะมีเพื่อนที่ดีได้อย่างไร ถ้าเราไม่เคยเป็นเพื่อนที่ดีกับใคร เราจะเป็นเจ้านายที่ดีได้อย่างไร ถ้าเราไม่เคยเห็นมาก่อนว่าเจ้านายที่ดีเป็นยังไง เราจะมีลูกน้องที่ดีได้อย่างไร ถ้าเราไม่เคยเป็นลูกน้องมาก่อนและรู้ว่าหัวอกคนเป็นลูกน้องรู้สึกยังไง

จะมีคนมาบอกเราได้หรือ ว่าถึงเอาเขาไปฆ่าเขาก็ยังรักคุณเหมือนกับที่เพื่อนร่วมงานบอกอาจินต์ หากเราไม่รู้ว่าการทำตัวให้คนรักให้คนศรัทธาเป็นอย่างไร?

...อาจินต์ไม่ได้เป็นวัยรุ่นที่เจ๋งกว่าใครเพราะเขาลงใต้ ไม่ได้ดีกว่าใครตรงที่เขาอดทนได้นาน สิ่งที่น่ายกย่องของอาจินต์ไม่ใช่ช่วงเวลา 4 ปีที่เขาใช้ชีวิต ช่วงชีวิต 4 ปีของอาจินต์ก็อาจเป็นแค่วันเวลาอันสนุกสนานที่ผ่านพ้น ถ้าเขากลับมากรุงเทพและไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม ไม่ได้เก็บเกี่ยวอะไรหรือไม่ได้นำมันมาใส่ในชีวิตตัวเอง

ตัวอาจินต์ก็เป็นเหมือนเรือขุด หากเป็นเรือที่ไร้ความแข็งแรงต่อให้ขุดเหมืองแร่ที่มีแร่มากเท่าไหร่ก็ขุดอะไรไปไม่ได้ หรือ ขุดไปเรื่อยๆแต่ไม่รู้จักเก็บก็คงเป็นเรือขุดที่ไร้ความหมาย เหมือนคนที่ไม่มีศักดิ์ศรีไม่มีเกียรติยศไม่รู้จักเรียนรู้ต่อให้ผ่านประสบการณ์มากแค่ไหน ก็ได้แค่ผ่านเลยไป สิ่งเหล่านี้บางคนมีมาตั้งแต่เกิดบางคนไม่เคยมีแต่มันเป็นสิ่งที่สร้างและเรียนรู้ได้ ชีวิตของเราทุกคนไม่ได้มีพื้นฐานหรือวัตถุดิบมาตั้งแต่เกิด ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกขุดหาหรือไม่ เมื่อเครื่องจักรพังเราจะยอมแพ้หรือจะซ่อมแซมและเดินหน้าต่อไป

.....หากมีอาจินต์อีกคนที่ไปเหมืองแร่แต่เป็นอาจินต์ที่กินตามน้ำกับการโกง เป็นอาจินต์ที่อยู่อย่างไม่สนใจใคร ใช้ชีวิตอย่างเรื่อยเปื่อยไปวันๆ เหมืองแร่ของอาจินต์ก็จะไม่ต่างจากมหาวิทยาลัยที่เขาถูกรีไทร์ออกมา เป็นแค่สถานที่ที่ได้อยู่ ได้เรียน แต่ไม่ได้รับอะไรมาเลยนอกจากเนื้อความในตำรา

ถ้าหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันได้แค่ทำงานเพราะให้มันหมดไปวันๆ เลือกกินตามน้ำไปเรื่อยๆ ไร้มิตรภาพไร้น้ำใจ คงเป็นเรือขุดที่ขุดได้แต่ความว่างเปล่ากลับมา ไม่จำเป็นต้องไปหาเหมืองแร่ที่ไหน เพราะเหมืองแร่เป็นก็แค่แบบจำลองตัวอย่างชีวิตของอาจินต์ให้เราได้ดูแต่ที่เราอยู่คือสังคมโลกปัจจุบัน คงไม่ต้องลงไปไกลถึงพังงา คงไม่ต้องไปหาเรือขุด

เหมืองแร่ของอาจินต์และสิ่งที่เขาได้รับไม่ได้เกิดจากสถานที่ แต่เพราะความดีในตัวและการเรียนรู้ เหมืองแร่ของเราอาจอยู่ใกล้ตัวและอยู่กับเราทุกวัน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกขุดมันเมื่อไหร่ เราเลือกที่จะเรียนรู้ไปพร้อมกับมันหรือยัง


เหมืองแร่สำหรับผม

.....มหาลัย’เหมืองแร่ เป็นภาพยนตร์ที่ผมเข้าไปดูในโรงMajor Central world Plaza เมื่อวันพุธที่ผ่านมารอบ16.30 น.โดยไม่ได้อ่านหนังสือที่เป็นต้นฉบับมาก่อน การค้นพบเหมืองแร่ในโรงภาพยนตร์ทำให้ผมค้นพบว่า มหาลัย’เหมืองแร่เป็นหนังไทยที่ยอดเยี่ยมในเรื่องของงานสร้าง เป็นจุดเด่นที่เหนือกว่ามาตรฐานชัดเจน ความประณีตและตั้งใจในการกำกับภาพ แม้แต่แสงที่ตกกระทบในแต่ละฉากก็สมจริงและงดงาม ใส่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆอยู่แทบทุกฉาก อีกจุดหนึ่งที่น่าชื่นชมคือทีมนักแสดงที่ไม่มีจุดบกพร่องแม้แต่คนเดียวคือส่วนที่เหมืองแร่น่าจะได้รับคำชมทั้งทีม casting ที่ทำหน้าที่เลือกพนักงานเหมืองและพนักงานเหมืองทุกคนรวมทั้งตัวนักแสดงที่รับบทอาจินต์ให้การแสดงแบบเป็นธรรมชาติได้เป็นอย่างดี ในส่วนของความรู้สึกหนังเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ถ่ายทอดความรู้สึกดีแบบเล็กๆมาให้กับคนดูอยู่ตลอดเวลา ทั้งรอยยิ้มเล็กๆ น้ำตาปริ่มๆ ฯลฯ

..... แต่จุดที่เหมืองแร่แห่งนี้อ่อนแอเมื่อเปรียบกับโครงสร้างส่วนอื่นคือในเรื่องของการเล่าเรื่อง ความงดงามในสิ่งที่หนังสื่อออกมาถึงคนรับได้แต่ในความเป็นภาพยนตร์ หนังน่าจะมีความสามารถที่จะทำให้คนดูรู้สึกสนุกและมีอารมณ์ร่วมมากกว่านี้ การเล่าเรื่องที่น่าสนใจมีความจำเป็นที่ผู้เล่าจะต้องใส่ความน่าสนใจทั้งในแง่เนื้อหาและทักษะลีลาการเล่าเรื่อง เพราะคนดูไม่ใช่ทุกคนที่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้หรือรู้จักคุณอาจินต์ ไม่ใช่ทุกคนที่คาดหวังการเรียนรู้ว่าอยากจะได้เนื้อหาสาระจากการดูหนัง ดังนั้นการที่มหาลัย’เหมืองแร่เล่าเรื่องแบบไปเรื่อยๆ โดยถ้าเปรียบเป็นเสียงดนตรีแทบจะเป็นคีย์ของโน้ตที่ต่างกันไม่กี่ตัวตลอดเรื่อง ทำให้ผมรู้สึกได้แค่ชอบแต่มันไม่โดนใจ ไม่อร่อยเต็มที่

สิ่งที่ชอบ

1.โปรดักชั่น งานสร้าง การกำกับภาพและการกำกับศิลป์.....ประณีต ละเอียดอ่อน เอาใจใส่ บันดาลให้บรรยากาศทางใต้และเรือขุด เป็นภาพที่ทำให้ไม่มีใครรู้จัก ไม่เคยมีคนเห็น เห็นแล้วเชื่อถือได้ทันที และหนังยังทำให้คนดูสัมผัสไอดินกลิ่นฝนได้เต็มที่เหมือนได้ลงใต้ไปพร้อมกับอาจินต์

2.ทีมนักแสดง....ผมเห็นว่าเป็นหนังที่ผสมผสานทีมนักแสดงหน้าใหม่กับหน้าเก่ามาอยู่ด้วยกันได้อย่างเข้ากัน ไม่มีใครด้อยหรือใครเด่นกว่าใครจนชัดเจน แม้แต่ตัวอาจินต์ที่หากไม่ยึดติดกับภาพคุณอาจินต์ตัวจริงเสียงจริงซึ่งเป็นภาพที่ทำให้อาจดูพระเอกในเรื่องตกลงไป แต่มองว่าอาจินต์ในเรื่อง คือชายหนุ่มคนหนึ่งที่ลงใต้ไปครั้งแรกตามตัวหนัง ผ่านการเรียนรู้จนจบคอร์สสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตในเรื่อง ผมก็มองว่าเขาทำหน้าที่ตัวเอกได้ดี

3.ดนตรีประกอบ....การตัดสินใจใช้วง BSO มาบรรเลงเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง เพราะดนตรีประกอบช่วยขับภาพและความรู้สึกส่งออกมาจากจอ โดยไม่หลุดหรือกลืนไปกับบรรยากาศในหนังแต่อย่างใด

4.ผู้กำกับ....จิระ มะลิกุล สมควรได้รับการยกย่องและงานชิ้นนี้เป็นพัฒนาการในด้านคุณภาพขึ้นจากงานชิ้นก่อนชัดเจน ความสามารถในการเลือกสร้างหนังจากเรื่องสั้นหลายๆตอน แต่ออกมาได้ราบรื่นสมดุล เขาการคุมทุกองค์ประกอบให้เข้าที่เข้าทางลงตัว การผสมผสานทีมนักแสดงหน้าใหม่หน้าเก่ากับเนื้อหากับภาพและเสียง ทำให้ภาพที่ออกมาสวยงามไม่ใช่แค่ความงามของภาพแต่เป็นความงามในทุกมิติ

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.ความไม่เร่งเร้าไม่ชักจูง....ผมไม่ใช่คนที่จะชอบหนังที่เร่งเร้าอารมณ์เท่าไหร่นัก ในขณะเดียวกันผมก็มองว่า การเร้า การชักจูงหรือพาอารมณ์คนดูไปต่อให้สุดไม่ใช่สิ่งผิด หากหนังรู้จักวิธีที่จะนำพาไป ในเรื่องนี้หนังสามารถจะเร้าอารมณ์คนดูได้มากกว่านี้ในหลายๆตอนแต่ดูแล้วเป็นความตั้งใจที่ผู้สร้างจะไม่ทำ และกลับตัดบทในตอนนั้นๆเพื่อเปลี่ยนตอนต่อไปไปสู่เนื้อหาใหม่ การเชื่อมต่อนั้นหนังทำได้ไม่เห็นร่องรอยสะดุด แต่เมื่อหนังตัดอารมณ์คนดูเร็วไม่ทอดอารมณ์ต่อเนื่อง มันทำให้ผมไม่ทันจะอินกับมันก็ต้องปรับใจให้มารับรู้กับสถานการณ์ถัดไป ในฐานะคนดูหนังที่ไม่ได้อ่านหนังสือ ทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นความอ่อนแอของหนังเรื่องนี้ หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แนวหนังรูปแบบที่จะใช้การนิ่งพอที่จะส่งพลังให้ถึงคนดูได้จากการเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ ทำให้หนังเหมือนเพลงที่บรรเลงไปเรื่อยๆ มีบันไดเสียงต่างกันเพียงเล็กน้อย ฟังเผินๆเหมือนจะเล่นอยู่ไม่กี่โน้ตจนจบเพลง ซึ่งก็เพราะแต่ไม่มีท่อนฮุค

2.ปมขัดแย้ง......หนังเล่นกับอุปสรรคที่เกิดขึ้นกับตัวละครไม่หนักแน่นเท่าที่ควร อาจเป็นเพราะเนื้อหามีหลายตอนจนไม่รู้ว่าจะหยิบตรงไหนมาเป็นประเด็นหลัก ทำให้ประเด็นที่น่าจะเลือกเป็นปมขัดแย้งมันดูเป็นเหมือนปมเล็กๆที่คลี่คลายได้อย่างง่ายดายไปในแต่ละตอน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นความรักที่รอคอยที่หนังปูไว้ แต่เมื่อจบมันก็จบเท่านั้นและหนังก็ไปเล่นกับเรื่องถัดไปต่อ หรือ ประเด็นการรับมือกับตำแหน่งงานใหม่ที่ถูกท้าทายแต่ก็ผ่านไปง่ายๆเพื่อที่จะให้พระเอกก้าวไปสู่ตอนใหม่เลย

3.อารมณ์รัก...... แง่มุมความรักของอาจินต์ที่หนังทำออกมาได้ดูโดดๆลอยๆ ฉากที่คิดถึงคนรัก ภาพถ่ายของคนรักเป็นช็อตที่ทำได้ซึ้ง แต่ไม่เกิดความรู้สึกต่อเนื่อง จนเมื่อการได้รับข่าวร้ายซึ่งมันน่าจะเกิดผลกระทบความรู้สึกของคนดูได้มากกว่านี้ กลับได้ผลแค่รู้สึกเศร้าไม่มากและจบลงอย่างรวดเร็ว

สรุป....เป็นหนังไทยที่มีคุณสมบัติเป็นภาพยนตร์ที่ดีมีคุณภาพเต็มเปี่ยม ไม่ใช่หนังที่สามารถสร้างความสนุกเป็นวงกว้างได้มากกับคนดูทุกคนเหมือนอย่าง 15 ค่ำของผู้กำกับคนเดียวกัน ความสนุกของหนังยังต้องขึ้นกับมุมที่คนดูแต่ละคนจะสัมผัสว่ามันตรงใจมากน้อยแค่ไหน เป็นหนังที่ไปดูแล้วไม่น่าจะถึงขั้นไม่ชอบคงอยู่ระหว่างเฉยๆไปจนถึงชอบมาก สำหรับผมแค่ชอบแต่ยังไม่ถึงที่สุด และก็คงรู้สึกเสียดายหากจะพลาดหนังไทยดีๆเช่นเรื่องนี้ในโรง (แต่กลับเสียตังค์กับหนังฝรั่งที่คุณภาพแย่กว่าได้อยู่ร่ำไป)


ปล...คู่ผัวเมียสมิธไม่ใช่หนังแอคชั่นชนิดเอามันส์ หากใครหวังความสนุกแบบไร้ขีดจำกัดอัดความมันส์อาจต้องทำใจเพราะเป็นหนังชีวิตคู่เป็นหลักแต่ใส่เสื้อคลุมของหนังแอคชั่นแบบมีชั้นเชิงไว้เท่านั้นเอง (แล้วเขียนเสร็จจะกลับมาเล่าครับ)



ความเห็นของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป

ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง


Create Date : 10 มิถุนายน 2548
Last Update : 23 ตุลาคม 2548 13:31:44 น. 14 comments
Counter : 2236 Pageviews.

 
ขอบคุณค่ะ

ตั้งใจไว้ว่า อย่างไรก็ต้องดูให้ได้

แต่อยู่ต่างประเทศ

คงต้องรอหนังแผ่น

แล้วต้องเป็นของแท้ด้วย


โดย: พฤษภาคม 2510 วันที่: 10 มิถุนายน 2548 เวลา:22:47:24 น.  

 

พี่สาวชวนผมใหญ่แล้ว
ชวนให้ผมไปดูเรื่องนี้เป็นเพื่อน

อ่ายผมก็ไมรู้จักคุณอาจินต์ ไม่เคยอ่านผลงาน
ผมก็ยังไม่เร่งร้อนจาไปดู
คิดอยู่ในใจ ตรูจะรอดูDVD โว๊ย

พออ่านที่คุณเขียน ผมก็ยังลังเล อยู่ดี แฮ่ะ แฮ่ะ
แต่ผมกลับอยากจะไปดู ทวิภพ The Musical แน่ะ
น่าถูกเหยียบ มั้ยเนี่ย!!!!!


โดย: yyswim วันที่: 10 มิถุนายน 2548 เวลา:23:04:49 น.  

 
และแล้วก็กลับมาอัพแล้ว ไชโยๆจะได้มีที่อ่านเรื่องหนังดีดี
ชอบที่คุณเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ การเล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้นับเป้นสิ่งที่ไม่สามารถสะกดคนดูได้ แต่สำหรับผมได้อ่านเรื่องสั้นชุดนี้มาก่อนแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าผู้กำกับเขาทำได้ดีมากๆแล้วครับ เพราะเรื่องนี้ทำเป็นหนังยากจริงๆง่ะ
ถ้าไงลองหาหนังสือมาอ่านนะครับ สนุกมากๆ มีรายละเอียดเยอะมากและก็ได้ข้อคิดมากมายในการใช้ชีวิตครับผม


โดย: BedRoom วันที่: 11 มิถุนายน 2548 เวลา:0:06:26 น.  

 
ผมพาลูกสาวไปดู
ออกมาจากโรง
ผมมีข้อคิดที่สามารถจะสอนลูกสาวได้อีก
สองวันต่อมา ลูกบอกว่า
.
.
.
อยากดูอีก
.
.
ขอบคุณที่สร้างหนังได้ดี
ถึงแม้ว่าจะไม่เหมือนตอนอ่านหนังสือของพี่อาจินต์
แต่สำหรับคนที่ไม่เคยอ่าน
ได้ดูหนังแล้ว ก็จะตามอ่าน


โดย: เก้าปลา IP: 203.188.22.53 วันที่: 11 มิถุนายน 2548 เวลา:0:15:43 น.  

 
ผมกลับรู้สึกเฉยมากๆ กับมหาลัยเหมืองแร่นะครับ...

อาจเป็นเพราะผมเก็บอะไรในเรื่องมาได้ไม่มากพอรึเปล่า อันนี้ก็ไม่อาจทราบได้...

อีกอย่างคือ ผมมีความรู้สึกว่า คนที่เล่นเป็นคุณอาจินต์ (จำชื่อไม่ได้แล้ว) ยังเล่นแข็งๆ น่ะครับ..ง ถึงผมว่าส รูปร่างหน้าตาเค้า พอทำให้เราเชื่อได้ ว่านี่คือคุณอาจินต์ก็เถอะ...

พอดูแล้ว ผมอยากอ่านหนังสือครับ อยากรู้ว่ามันเป็นยังไงเท่านั้นเอง ไม่ได้เพราะประทับใจในตัวภาพยนตร์มากนัก...


โดย: nanoguy IP: 203.151.140.117 วันที่: 11 มิถุนายน 2548 เวลา:10:17:47 น.  

 
chage


โดย: 11 มิถุนายน 2548 IP: วันที่: 14:52:51 เวลา:202.28.181.9 น.  

 
ไปดูแล้วรู้สึกดีมาก แสดงให้เห็นถึงการเป็นคนจริง การอยู่กันได้ด้วยความสัตย์ การได้ใจลูกน้อง มิตรภาพที่ดี ดูแล้วรู้สึกอิ่ม ตื้นตันเป็นบางช่วง ออกมาจากโรงด้วยความรู้สึกยิ้มน้อยๆ อิ่มใจเล็กๆ อยากไปดูอีก แต่คงรอ DVD ( ของแท้ด้วย) จะได้ดุหลายๆรอบ ฮิฮิ


โดย: change IP: 202.28.181.9 วันที่: 11 มิถุนายน 2548 เวลา:14:58:02 น.  

 
สวัสดีค่ะ
โดยความเห็นส่วนตัวหนังเรื่องนี้ทำให้เห็นว่าเรื่องบางอย่างถ้ามองมุมหนึ่งมันคงแย่มากแต่ถ้าลองปรับมุมมองอีกแบบอาจพบว่ามีอะไรดีๆในแบบที่ไม่เคยเห็น หรือทำให้เห็นว่าสิ่ง/คนง่ายๆธรรมดาๆอาจสอนอะไรเราได้มากมาย
เช่นตอนที่พระเอกเสียใจเรื่องรัก ได้ลุงแก่ๆปลอบว่าน้ำแกงเสียยังให้ทิ้งแล้วเรื่องเสียๆที่ทำให้เสียใจจะเก็บไว้ทำไม

หนังเรื่องนี้อาจยังอ่อนในแง่ความสนุกและการทำให้เกิดอารมณ์ร่วมไปบ้างแต่ก็มีจุดดีๆที่ทำให้น่าจดจำหนังอยู่พอควร
และตัวละครที่ชอบคงเป็นไข่ สนเล่นได้น่ารักดีค่ะ



โดย: sunsun IP: 61.91.134.134 วันที่: 18 มิถุนายน 2548 เวลา:21:08:04 น.  

 
ไปดูเพราะเป็นหนังพี่เก้ง
และชอบ plot หนัง
แต่ยังไม่ได้ใจเท่าไหร่นะ

อืม dialouges ดีๆในหนังทำให้อยากอ่านหนังสือทันที


โดย: tong IP: 202.28.181.8 วันที่: 24 มิถุนายน 2548 เวลา:20:24:58 น.  

 
หนังเรื่องนี้ผิดคาดครับ ตอนแรกคิดว่าหนังคงเป็นประเภทอัตชีวประวัติ แต่ผมกลับตลกกับเรื่องนี้ มันมีมุขตลกที่เป็นธรรมชาติ ภาพสวย นักแสดงดี เป็น1ในดวงใจของหนังไทยปีนี้ครับ สำหรับผม 4 ดาว


โดย: SE7EN IP: 210.203.187.137 วันที่: 27 สิงหาคม 2548 เวลา:1:19:43 น.  

 
ชอบหนังเรื่องนี้นะ เพราะรักหนังสือสองเล่มนี้มาก

คุณจิระทำออกมา ไม่เสียหนังสือ

ที่ทำได้เท่านี้เพราะโจทย์เค้ายากไปป่ะ



โดย: แก้มยุ้ยค่ะ (หมวยแก้มป่อง ) วันที่: 11 กันยายน 2548 เวลา:9:43:46 น.  

 
ผมนั่งดูไปก็หาเรื่องจับผิดไปนะ แหะ ๆ ความรู้สึกผม มันยังขาด ๆ เกิน ๆ นิดหน่อย เหมือนเอาเรื่องสั้น ๆ มาต่อกันอ่ะครับ แต่แปลกที่ดูจบแล้วร้องไห้เฉยเลย ไม่ใช่น้ำตาไหลนะ ร้องไห้เลยแหละ ไม่ใช่มันเศร้านะครับ มันยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก จะว่าตื้นตันก็ได้ครับ


โดย: กิมคุงครับผม IP: 58.11.110.17 วันที่: 29 ตุลาคม 2548 เวลา:13:23:53 น.  

 

เป็นหนังไทยที่ดี นานๆจะมีสักเรื่อง ดูได้เรื่อยๆ แต่ได้อารมณ์ร่วม นักแสดงแสดงได้ดีทุกคน เนื้อเรื่องอาจจะไม่กลมกลืนเท่าไหร่เพราะนำเอาเรื่องสั้นมาต่อๆกัน


โดย: superpun IP: 210.1.33.130 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:16:03:07 น.  

 
ผมว่าหนังเหมือนเอาเรื่องสั้นมาต่อๆ กัน เหมือนหนังสือ ความลื่นไหลน้อยไปนิด แต่คงทำยากเหมือนกันนะ
ชอบ ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของพี่เก้งมาก ว่าแต่ไม่มีรีวิวหรือครับ
ผมว่าคุณน่าจะเพิ่มชื่อนักแสดงนำ และ ผู้กำกับหน่อยนะครับ จะได้สมบูรณ์แบบไปเลย


โดย: คนขับช้า วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:14:24:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2548
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
10 มิถุนายน 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.