www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

The Black Dahlia , ดอกรักเร่ ที่สวยแค่สไตล์แต่ไร้เสน่ห์



เมื่อได้ข่าวการสร้างหนังเรื่อง The Black Dahlia ผมเองกระตือรือร้นรอดูอย่างใจจดใจจ่อ เพราะ แค่ชื่อชั้นและหน้าหนัง มันช่างเย้ายวนชวนเสียเงินเหลือเกิน ปัจจัยดึงดูดเหล่านั้นไม่ว่าจะเป็น

1. ไบรอัน เดอ พัลม่า ... หนึ่งในผู้กำกับในดวงใจผม ที่ผมนิยมชมชอบงานของเขาแทบทุกเรื่อง การเล่าเรื่องด้วยภาพเป็นความสามารถอันยิ่งยวดที่ทำให้งานของเขาชวนหลงใหลอยู่เสมอๆ จนทำให้ผมมักจะมีฉากในงานของเขาติดอยู่ในความทรงจำอันมาจากการโชว์ทักษะการกำกับชั้นเซียน อาทิเช่น ฉาก Long take สุดเขี้ยวใน Snake eyes , ฉากบนบันไดที่น่าจดจำใน The Untouchables หรือ ฉากเฉลยความจริงใน Mission: Impossible

ผลงานชิ้นล่าสุดอย่างเรื่องราวของหญิงร้ายใน Femme Fatale ที่ว่ากันว่า น่าผิดหวัง ก็ยังมีความจัดจ้านในการเล่าเรื่อง และ มีจุดหักกลางเรื่องที่กล้าหาญชาญชัยเป็นอย่างยิ่ง จุดเด่นร่วมในหนังทุกเรื่องของเขาก็คงตรงเสน่ห์ในการเล่าเรื่อง ที่กระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นของคนดูเสมอมา ขนาดงานที่ว่ามือตกอย่างหญิงร้ายเรื่องที่ว่า หรือจะเป็น Snake eyes ก็ยังมีลีลาที่เฉียบขาดซ่อนอยู่ในบทที่ค่อนข้างหลวม เรียกได้ว่า แม้มือจะตก แต่ถ้าเป็นหนังที่เข้าทางนั่นคือ ประเภทฟิล์มนัวร์ อาชญากรรม หรือ มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อน ก็ยังดูสนุกอยู่ดี (เห็นได้ชัดว่าพอมือตกในหนังไซไฟอย่าง Mission to Mars อะไรๆก็ฉุดไม่ขึ้น)

2.คดีฆาตกรรม อลิซาเบธ ชอร์ต ... เหตุการณ์จริงในปี 1947 ของ หญิงสาวหน้าตาคมขำผู้พิศมัยชุดสีดำ เจ้าของฉายา Black Dahlia บ้างก็ว่าฉายาของเธอมาจากการแต่งกายและหน้าตาอันงดงาม บ้างก็ว่ามาจากหนังที่เธอเล่นเรื่องThe Blue Dahlia ฯลฯ เธอก้าวเข้ามาวงการฮอลลีวู้ดเนื่องจากใฝ่ฝันอยากเป็นดารามีชื่อเสียง เหมือนหญิงสาวอีกเป็นพันเป็นหมื่น เป็นเรื่องน่าเศร้า ชื่อเสียงโด่งดังที่เธอหมายปองรวมทั้งฉายา แม่ดอกรักเร่ดำ (Black Dahlia - เดาว่าสีดำหมายถึงชุดของเธอ) นั้น เธอได้รับมาหลัง การตายของเธอ

คดีของเธอเป็นที่กล่าวขานกันมานาน ไม่ใช่แค่ตรง ไม่สามารถจับผู้ต้องสงสัยได้ แต่ยังเป็น รูปแบบฆาตกรรมซึ่งกระทำสยดสยองโหดเหี้ยมเกินมนุษย์มนา ด้วยการ เฉือนบริเวณศีรษะจากหูซ้ายไปหูขวาผ่าตรงปากจนฉีกออก และ หั่นครึ่งร่างกายของเธอ ขาดเป็นสองส่วน ที่เหี้ยมเกินทนคือ ผลจากการชันสูตรบอกไว้ว่า เธอยังมีชีวิตขณะถูกหั่นร่างกายก่อนจะตายในที่สุด ด้วยวัยเพียง 22 ปี ( ศพเธอดูจะโหดร้ายเกินจะเอามาลง Blog rate PG แห่งนี้ เลยฝากลิงค์ไว้เผื่อผู้สนใจ(แข็ง)พอจะตามไปดูภาพของจริงที่ถ่ายไว้ในทุกมุม ที่ //www.bethshort.com/morgue.jpg / //www.bethshort.com/morgshot.php / //www.bethshort.com/morgue.php )


(ภาพตัวจริง เปรียบเทียบกับ ในหนัง)


3. เจมส์ เอลรอย ... เจ้าพ่องานเขียนนิยายอาชญากรรมย้อนยุค ที่คอหนังทุกคนรู้จักงานของเขาดีจาก L.A. Confidential เป็นผู้นำเรื่องราวของ อลิซาเบธ ชอร์ต มาดัดแปลงเป็นนิยายเรื่อง The Black Dahlia

4.รายชื่อนักแสดง ... ไล่เรียงมาตั้งแต่ Josh Hartnett , Scarlett Johansson , Aaron Eckhart และ
Hilary Swank ล้วนเป็นรายชื่อของหนุ่มสาวหน้าตาดี มีรางวัลเป็นประกัน และ มากด้วยเสน่ห์ แถมยังมีคู่รักมาเล่นด้วยกันพร้อมข่าวหลุดมาว่า มีฉากร้อนแรงอยู่ในหนัง ยิ่งเป็นตัวล่อชั้นดีให้(ผม)เข้าไปพิสูจน์ในโรง

...4 ข้อข้างต้น น่าจะทำให้ ดอกรักเร่ดำดอกนี้ มีดีชวนให้เด็ดมาดอมดม แต่ ผลลัพธ์กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย

...หนังเริ่มต้นให้เรารู้จักนายตำรวจหนุ่มสองคนที่มีความสามารถในการชกมวย บั๊ดดี้ (Josh Hartnett) กับ ลี (Aaron Eckhart ) ทั้งคู่บนเวทีได้ชื่อว่าเป็น น้ำ กับ ไฟ ครั้นในเวทีการทำงานก็จับคู่เป็นคู่หูกัน โดย บั๊ดดี้เป็นเหมือนรุ่นน้องเฟรชชี่ของลี



ลี มีภรรยาสาวสวยนาม เคย์ (Scarlett Johansson ) ซึ่งดูมีเสน่ห์ฟุ้งกระจายในอากาศจนสัมผัสได้ทุกที่ที่เธอก้าวไปถึง


แต่แน่นอนพระเอกก็ยังคงเป็นพระเอก บั๊ดดี้ควบคุมตัวเองไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับเมียเพื่อน ก่อนที่เขาจะดันถลำลึกไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงอีกสองคนซึ่งนำพาอันตรายยิ่งยวดมาสู่ชีวิต คนหนึ่งตายไปแล้วนั่นคือ อลิซาเบธ ชอร์ต และ อีกคนคือหญิงสาวที่อาจมีส่วนเกียวข้องกับคดีนี้ แล้วความลับทั้งหลายก็ค่อยๆคลี่คลายออกมา ทั้งความลับของคนที่ตายแล้วและความลับของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเกี่ยวข้องในกันและกัน



...ดูเหมือน หนังต้องการแสดงให้เห็น ความลุ่มหลงของคนสองคนในงานที่ทำ คนหนึ่งหลงไปเพราะต้องคอยตามจัดการความลับและความผิดที่ซุกซ่อนไว้ในอดีต อีกคนหลงไปเพราะมนต์เสน่ห์ที่ไร้คำอธิบาย ก่อนที่ความลุ่มหลงจะทำลายชีวิตส่วนตัวให้วายป่วงทั้งสองคน

ดูเหมือน หนังต้องการแสดงให้เห็น ความเลวร้ายวิปริตของสังคมที่แม่ดอกรักเร่ดำเป็นเหยื่อหลงเข้าไปติดกับเพราะความฝันอันบริสุทธิ์

ดูเหมือน หนังต้องการจะผูกเรื่องราวในมุมมองใหม่เกี่ยวกับคดีนี้ และ ขุดหลุมให้คนดูอยากรู้อยากติดตาม โดยอำพรางเงื่อนงำในสไตล์หนังนักสืบ

ดูเหมือน หนังต้องการนำเสนอความ หญิงร้ายชายชั่ว หรือ เรื่องราว ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเพื่อนทรยศ ตามคอนเซ็ปท์หนังฟิล์มนัวร์

ความดูเหมือน ทั้งหลายนั้น ฉายให้เห็นใน The Black Dahlia แต่ หนังทำได้แค่ ดูเหมือนจะดี และเมื่อดูหนังแล้วต้องทำให้ย้อนกลับไปดู 4 ปัจจัยที่ว่าไว้ตอนต้น อีกครั้งหนึ่งว่าเพราะอะไร ถึงช่วยอะไรหนังไม่ได้เลย

1.ไบรอัน เดอ พัลมา ... ถ้าFemme Fatale หรือ Snake Eyes เป็นงานแนวถนัดที่มือตกแล้ว เรื่องนี้คงต้องบอกว่าเป็นงานที่มือตกเสียยิ่งกว่า เพราะสองเรื่องที่ว่าแม้บทจะหลวมๆ ยังชวนลุ้นชวนติดตาม แต่กับเรี่องนี้ ไม่รู้ว่า ความสามารถกระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นของเขาหายไปไหน ผมดูไปแบบแกนๆ รอว่าเมื่อไหร่หนังจะพาเราไปถึงที่หมายเสียที ข้อดีที่ไม่หายไปคือ ไบรอัน เดอ พัลมา ยังคงเล่าเรื่องราวได้อย่างมีสไตล์และมีงานด้านภาพที่เนี้ยบนิ้ง ภาพในหนังดูลึกลับและชวนค้นหา เช่น ฉากชกมวยเยี่ยม , ฉากฆาตกรรมบนตึกเจ๋ง ,ฉากยิงกันจากบนรถพระเอกแจ๋ว น่าเสียดายที่ หนังไม่ได้เล่าเรื่องด้วยภาพเพียงอย่างเดียว

2. คดีฆาตกรรม อลิซาเบธ ชอร์ต … แค่ชื่อคดีนี้ ก็มีมนต์ขลังลึกลับน่าค้นหาแล้ว ทั้งจากข้อเท็จจริงที่เป็นคดีแสนวิปริต เป็นคดีของคนดัง เป็นคดีที่จับตัวคนร้ายไม่ได้แถมมีผู้ต้องสงสัยเกือบยี่สิบคน แต่ เมื่อมาอยู่ในหนัง คดีนี้กลับลดความน่าสนใจไปฮวบๆ คดีของเธอกลายเป็นองค์ประกอบรองๆในหนังที่ถูกจับยัดด้วยรายละเอียดไร้ความจำเป็นหลายประเด็นที่ใส่เข้ามา แต่ ไม่ได้ช่วยขยายใจความหลักของหนัง (เช่น การชกมวย , ความสัมพันธ์ของคู่พระเอกนางเอก ฯลฯ) กว่าคดีนี้จะมามีบทบาทเด่นในช่วงท้าย ก็สายไปเสียแล้วที่จะเรียกความสนใจกลับคืน

3. เจมส์ เอลรอย ... พลังขับเคลื่อนอย่างที่เคยเห็นใน L.A. Confidential หายไปเกือบครึ่ง จน The Black Dahlia กลายเป็นงานที่เอื่อยเฉื่อยและดูไร้ชีวิตชีวา ทำให้อยากรู้ว่าตัวต้นฉบับนิยายของเขาจะเหมือนหรือต่างจากบทหนังที่ดัดแปลงมาอย่างไร เพราะถ้าดูในหนัง ไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่ว่ามาจากงานเขียนของคนเขียนคนเดียวกัน

4.รายชื่อนักแสดง ... 4 กำลังสำคัญในหนังทั้ง Josh Hartnett , Scarlett Johansson , Aaron Eckhart
,Hilary Swank เมื่อมารวมกัน ให้การแสดงในระดับแค่ งั้นๆ เสน่ห์เร่าร้อนของพวกเขาเมื่อเหมามาอยู่เรื่องเดียวกันกลับให้ความรู้สึกได้แค่ อุ่นๆ เราสามารถหาบทบาทการแสดงของพวกเขาที่ดีกว่านี้ได้ในหนังเรื่องอื่นๆแทบทั้งสิ้น จะมีก็ Hilary Swank ที่ดูจะดีกว่าใครเพื่อน และ หากจะมีใครซักคนแหกโผ โชว์ฝีมือให้น่าจดจำได้มากที่สุดในหนังก็น่าจะเป็น Mia Kirshner ที่มาในบทของ อลิซาเบธ ชอร์ต ดูลึกลับเย้ายวน เธอชวนให้คนดูพร้อมจะตกหลุมเสน่ห์ของเธอและสัมผัสความเศร้าจากสีหน้าแววตาได้จริงๆ




ปัจจัยหลักที่ทั้งสี่ข้อที่ตอนแรกเหมือนจะเป็นปัจจัยอัยแข็งแกร่งนั้นไม่สามารถช่วยพา ดอกรักเร่ดำนี้ไปได้ถึงฝั่งฝัน และตัวล่มนาวาลำนี้ตัวสำคัญก็น่าจะมาจาก บทภาพยนตร์ที่ยักแย่ยักยัน เหมือนจะเล่าไปในทิศทางหนึ่งแต่พอเล่าๆไปก็เริ่มแตกหน่อทิ้งประเด็นหนึ่งไปเล่าอีกประเด็นหนึ่ง แล้วพอมีหลายประเด็น หนังก็ไม่สามารถผูกมันให้เข้ากันดี พอมาเจอการเล่าเรื่องที่บังเอิญมือตก ของผู้กำกับ ยิ่งทำให้ยิ่งดูยิ่งรู้สึก หนังไม่ราบรื่นเบื่อๆขัดๆ พอจะมาขมวดจบในฉากเฉลยตอนท้ายซึ่งน่าจะอึ้ง มันก็แค่ อ๋อเหรอ แล้วก็จบไปโดยไม่มีอะไรให้ต้องจดจำ


สิ่งที่ชอบ

1.งานด้านภาพ ... ดูดีมีสไตล์ มุมกล้องการถ่ายทำก็แจ่มแจ๋ว การชอนไชของกล้องที่ลากเลื้อยพาคนดูไป เช่น ในฉากยิงกันที่รถก่อนไปพบศพอลิซาเบธ ชอร์ต ก็เหลือกิน

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.น่าเบื่อ ... พร้อมใจกันมือตกทั่วหน้า ทั้งตัวบทหนัง ทั้งการกำกับของเดอพัลม่า ทั้งเสน่ห์และฝีมือของเหล่าดารานักแสดง ชวนทำให้หนังขาดแรงดึงดูดและน่าเบื่อสนิทใจ

2.บทไม่ดี ... พอจะกล่าวได้ว่า The Black Dahlia โดดเด่นด้วยสไตล์แต่ตกม้าตายเพราะ บทภาพยนตร์ บทที่อยากเล่าหลายอย่าง แต่เอาดีไม่ได้ซักทาง แก่นเรื่องหลักไม่แน่น ไม่รู้จะยึดตรงไหนเป็นเนื้อหาหลัก ไปเน้นตรงไม่น่าจะเน้น ไอ้ตรงที่น่าจะให้ความสำคัญก็เล่าผานๆ การดำเนินเรื่องไม่ราบรื่น เล่าๆไปก็กระโดดไปอีกประเด็นหนึ่งแล้วก็ทิ้งเรื่องเก่าๆไว้ นึกจะเอากลับมาเล่าใหม่ก็หยิบเอามาเล่าต่อ เสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่จำเป็น เช่น เรื่องชกมวย ฯลฯ

3.เสน่ห์จืดจาง ... นักแสดงในเรื่องล้วนฝากฝีมือในระดับแสนจะธรรมดา ที่น่าผิดหวังคือ ไม่รู้ว่าจะเอาน้องสกาเล็ตต์ของผมมาทำอะไร ดูใช้ประโยชน์เธอได้ไม่คุ้มเอาเสียเลย หนังดึงเสน่ห์ของเธอออกมาได้น้อยกว่าที่เธอมีอยู่จริง

สรุป ... เริ่มต้นปีได้อย่างน่าผิดหวังกับหนังของไบรอัน เดอ พัลม่า หากคิดถึงเขา หยิบหนังเก่าๆมาดูยังจะสนุกเสียกว่า การเสียเงินสำหรับเรื่องนี้สำหรับผมเข้าข่ายเสียดายตังค์ หรือ ถ้าอารมณ์ค้างอยากดูหนังแนวตำรวจย้อนยุคแบบฟิล์มนัวร์ ก็ขอแนะนำให้ไปเช่า LA. Confidetial มาดูซ้ำ ยกเว้นจะเป็นแฟนของนักแสดงคนไหนเป็นพิเศษจะเข้าไปดูหน้าตาให้ชื่นใจก็พอไหว แต่หากหวังฉากร้อนแรงของน้องหนูสกาเล็ตต์(เหมือนผม) แนะนำว่าเอาเงินไปซื้อป๊อบคอร์นทำเสร็จใหม่ๆหน้าโรงหนังยังจะร้อนเสียกว่า



Blog พิเศษ ฉบับส่งท้ายปี


5 หนังไม่ชอบ + 10 หนังชอบ ประจำปี 2549
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&group=1&month=12-2006&date=31&blog=1

10 "ฉาก"ประทับใจจาก"หนัง"ปีที่ผ่านมา
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&group=1&month=12-2006&date=29&blog=1

10 ตัวละครประทับใจ จากหนังปีที่ผ่านมา
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&group=1&month=12-2006&date=27&blog=1


ขอฝาก"หนังสือรัก"ไว้กับผู้อ่านด้วยเน้อ กับ พ็อกเก็ตบุ้คเล่มแรก ที่หยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม



(วางขายตามร้านหนังสือทั่วไปแว้ว)
เมื่อ "หนัง" ให้อะไรมากไปกว่า "ความบันเทิง"





ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

ชวนคลิก ชวนคุยกับเจ้าของ Blog ที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง




ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป



Create Date : 04 มกราคม 2550
Last Update : 4 มกราคม 2550 17:36:38 น. 13 comments
Counter : 3580 Pageviews.

 
แวะมาทักทายก่อนเข้านอนค่ะ ง่วงแล้วไปนอนก่อนนะค่ะแล้วจะมาเยี่ยมใหม่


โดย: fonrin วันที่: 4 มกราคม 2550 เวลา:0:51:30 น.  

 

ขอให้มีความสุข

คิดสิ่งใดให้สมปราถนา ทุกๆประการ

สุขภาพร่างกาย แข็งแรง

ร่ำรวย ยิ่งๆๆขึ้นไป

นะค่ะ

ได้ไปเที่ยวไหนบ้างป่าวค่ะนี่

เริ่มต้นการทำงาน

อย่าง มีความสุข นะค่ะ


edit @ 2007/01/03 16:46:58


โดย: STAR ALONE (STAR ALONE ) วันที่: 4 มกราคม 2550 เวลา:2:39:31 น.  

 
อุๆ หดเลยครับกระผม ... สังหรณ์ใจตงิดๆ อยู่แล้วกับเรื่องนี้ เพราะได้กลิ่นไม่ค่อยดีมาจากเว็บวิจารณ์เมืองนอก ... น่าเสียดายเหลือเกิน ทั้งฝีมือ ผกก. และนักแสดงระดับเซียนเหยียบขี้เมฆทั้งหลาย โดยเฉพาะน้องสการ์เล็ต และเจ๊สแวงค์ (ได้ยินว่าเธอเล่นเป็นสาวร้ายด้วยนี่ครับเรื่องนี้) ... ส่วน มีอา เคิร์ชเนอร์ ที่มาเล่นเป็น "แม่ดอกรักเร่ดำ" ถึงแม้จะไม่ค่อยเคยได้ยินชื่อ แต่เมื่อเปรียบเทียบรูปเธอที่แต่งแล้ว กับรูปของ อลิซาเบธ ชอร์ต ตัวจริง ก็ดูมีส่วนคล้ายกันอยู่เหมือนกันนะครับนั่น

... แต่ก็ดีเหมือนกันที่คุณ จขบ. ช่วยชิมลางมาเรียบร้อยแล้น ... สัปดาห์นี้ผมจะได้ตัดเรื่องนี้ทิ้งไป เหลือเก็บแค่เพชรสีเลือด+กลิ่นหอม+พิพิธภัณฑ์(ตกค้าง) เท่านั้นพอ


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 4 มกราคม 2550 เวลา:10:11:00 น.  

 
ยังทำใจไม่ด้ายยยยยยย อยู่ดี - -*
ที่หนังเรื่องนี้ตัวอย่างออกจะน่าติดตามปานนั้น...
กำลังชั่งใจว่าจะไปพิสูจน์
รึเก็บเงินไว้ดูเรื่องอื่นดีอะคับ

ปล. ภาพนิ่งนี่สการ์เลตต์ออกจะงามงด 555+ (ในหนังแย่ขนาดนั้นเชียว เง้อ...)
ปล.2 ตัดสินใจแล้ว.. ถ้ามีเวลามากกว่านี้อาจจะไปลองของดู หลังจากดู Perfume กับ Blood Diamond ดีก่า


โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 4 มกราคม 2550 เวลา:14:19:36 น.  

 
แบบว่าเห็นสการ์เล็ต ในรูปโฉม Retro แบบมาริลิน มอนโรแล้วอยากจะวิ่งไปเจิมหนังเรื่องนี้ใจแทบขาด แต่ว่าพอมาอ่าน เริ่มคิดชั่งใจว่าจะไปดีไหมหนอ แต่ยังไงตอนนี้เซฟรูปเธอตามเน็ตมาเก็บสุดชีวิตเลยครับ


ปล. ผมไม่ได้หื่นนะครับผม แหะแหะ และก็สวัสดีปีใหม่ และมีความสุขมากๆ นะครับ


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 4 มกราคม 2550 เวลา:15:53:25 น.  

 
ตอนแรกนึกว่าจะสนุกมากนะครับเนี่ย แต่ถึงตอนนี้ยังไม่เห็นคห.ใครพูดถึงในทางบวกแบบฟันธงเลย งั้นไม่ดูดีกว่า...


โดย: ayres IP: 58.64.100.56 วันที่: 4 มกราคม 2550 เวลา:23:46:50 น.  

 
โฮ อ่านรีวิวแล้วแกว่งเลยนะคะเนี่ย ทั้งๆ ที่เป็นหนังอีกเรื่องที่รอดู ฮึกๆ


โดย: Clear Ice วันที่: 5 มกราคม 2550 เวลา:10:50:25 น.  

 
บทไม่ดี!!!! โอ้ งั้นไม่คิดแล้วค่ะ ตัดทิ้งจากเรื่องที่อยากดูไปเลย


โดย: azzurrini วันที่: 6 มกราคม 2550 เวลา:23:32:47 น.  

 


โดย: zzy IP: 222.46.18.34 วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:0:54:11 น.  

 
ไปลองของมาแล้วครับ
ไม่น่าเล้ยยยยย


โดย: nanoguy IP: 203.113.34.11 วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:18:27:00 น.  

 
^
^
ถ้าถึงขั้นคุณ จขบ. และน้องนาโนฯ (ผู้อยากลองของ) ประสานเสียงออกมาตรงกันแบบนี้ ... คงแสดงว่าเรื่องนี้ "แหกต่วย" ถึงระดับเจงๆ นะเนี่ย


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:11:20:37 น.  

 


โดย: เก่วาด IP: 222.123.149.9 วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:19:23:40 น.  

 
เป็นหนังที่เสียดายมากในตอนแรกที่ไปดูไม่ทัน เพราะอยากไปดูสกาเล็ตต์สุด ๆ เรื่องก็ดูดี
แต่พอได้ดูจากแผ่นปุ๊บ อืม...แกน ๆ จะดี แต่จะด้อยก็ไม่ใช่ พอมาอ่านในนี้ก็ "ถูกต้องนะคร๊า"
เอาสกาเล็ตต์มายืนโชว์แผลเป็นเปล่า ๆ เสียของจริง ๆ


โดย: ProJEcTEarTH IP: 203.151.38.48 วันที่: 31 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:46:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
4 มกราคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.