www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

Perfume: The Story of a Murderer , ทำความรู้จักและเข้าใจ ฆาตกรน้ำหอมมนุษย์



...ฌอง แบ็ปติส เกรอนุย มีจมูกที่พิเศษกว่าใครในโลกนี้ จมูกที่เขายืนยันว่าดีที่สุดในปารีส จมูกที่แยกแยะกลิ่นได้ทุกชนิดและดมกลิ่นได้ไกลเป็นหลักกิโล

แต่ สุดท้ายแล้ว เขา คือ ฆาตกร ที่ตามฆ่าหญิงสาวบริสุทธิ์เพื่อนำกลิ่นจากร่างกายเธอมาทำเป็นน้ำหอม

น้ำหอมมนุษย์ของเกรอนุย มีสูตรเหมือนน้ำหอมปกติทั่วไปที่มีส่วนประกอบของกลิ่นหอม สิบสองชนิด สี่ชนิดแรกเป็นคอร์ดนำ อีกสี่ชนิดเป็นคอร์ดหลัก และ อีกสี่ชนิดเป็นคอร์ดพื้นฐาน ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยกลิ่นสุดท้ายที่พิเศษสุดซึ่งจะทำให้กลิ่นหอมเป็นตำนาน



แผนการของเกรอนุย จำต้องใช้ หญิงสาวให้ครบสิบสามคน นั่นคือจุดเริ่มต้น ของ เกรอนุย ฆาตกรน้ำหอมมนุษย์ ที่เลือกหญิงสาวบริสุทธิ์ ทุบที่ศีรษะ โกนหัว แล้วนำไขมันไปดูดซับกลิ่นของเหยื่อมาทำเป็นน้ำหอม

หากเกรอนุยเป็นแค่ฆาตกรโรคจิตแล้วจบกัน หนังเรื่องนี้ก็จะเหมือนหนังฆาตกรรมต่อเนื่องเรื่องอื่นๆที่ไปเน้น ความระทึกขวัญกดดันอย่าง Silence of the lambs เน้นการสืบสวนและตามไล่ล่าเหมือน Se7en หรือ เน้นเลือดท่วมจอสมองไหลไส้ทะเล็ดเหมือน Saw

Perfume ไม่ได้เป็นเช่นนั้น มันมีอะไรที่มากไปกว่า การไล่ล่าของคนโรคจิตหนึ่งคน

หนังเริ่มต้นด้วยเสียงบรรยายที่จะพาคนดูรู้จักเกรอนุยตั้งแต่วินาทีแรกที่ถือกำเนิด แล้วก็พาเราเดินตามรอยชีวิตของเขา หนังจะค่อยๆทำให้เราเข้าใจ พฤติกรรมของเกรอนุย ว่ามันมิใช่ไร้ที่มาแต่อย่างใด เกรอนุย เป็นฆาตกรและในเวลาเดียวกันเขาก็เป็นเหยื่อสังคม Perfume พาเราเดินทางไปพร้อมกับ เกรอนุย บนเส้นทางของการทำน้ำหอมมนุษย์

และหากจะเข้าใจ เกรอนุย ก็จำต้องเข้าใจถึง ความสัมพันธ์และความผูกพันของสิ่งมีชีวิต

Attachment theory หรือ ทฤษฎีว่าด้วยความผูกพัน มีส่วนหนึ่งกล่าวไว้ว่า ไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์เมื่อถือกำเนิดขึ้นมาย่อมต้องมีความผูกพันกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง(object)ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ หรือ สิ่งของ ดังนั้นนอกจาก แม่คนลูกคน , แม่ลิงลูกลิง ฯลฯ ซึ่งเป็นความผูกพันของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เดียวกัน เราจึงยังจะเห็น ลูกหมูถูกเลี้ยงโดยแม่เสือซึ่งให้นมแทนและลูกหมูนึกว่าเสือเป็นแม่ , ลูกเป็ดเดินตามคนที่เห็นเป็นคนแรกหลังคลอดเพราะนึกว่าคนเป็นแม่ ฯลฯ ตัวอย่างเหล่านี้ความผูกพันกำเนิดขึ้นมาแม้ว่าจะต่างสปีชี่ส์

เด็กแรกเกิดทุกคนก็ย่อมมีคนที่เขาผูกพันด้วย นับตั้งแต่ลืมตา ก็จะมี หมอที่ทำคลอดเขาออกมา มีพยาบาลที่ดูแลในชั่ววินาทีแรกคลอด มีแม่ที่รออุ้มลูกและให้นม ฯลฯ ผู้คนเหล่านั้นผูกพันกับทารกทางผัสสะทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น สัมผัสทางร่างกาย , รูปร่างหน้าตาที่เด็กมองเห็น , กลิ่นที่เด็กได้รับ , เสียงที่เด็กได้ยิน ก่อให้เกิดความผูกพัน และ ทำให้เด็กสามารถที่จะไว้วางใจคนใกล้ตัว

...เกรอนุย คือ ข้อยกเว้น เขาไม่มี object ที่จะผูกพัน ไม่มีใครที่ให้ความรักความอบอุ่น สิ่งเดียวที่ประสาทสัมผัสเขารับรู้ได้ตั้งแต่ลืมตาดูโลกมีเพียง กลิ่น รอบตัว แม้เขาจะร้องแทบขาดใจ คนเป็นแม่ก็ไม่คิดจะเหลียวมอง

กลิ่น ทำหน้าที่เป็นทั้ง หมอ พ่อ แม่ และ พยาบาล ในยามแรกคลอดของเกรอนุย กลิ่นเป็นเหมือนสัญลักษณ์แทนความผูกพันและเชื่อมโยง(connect)เขาให้เข้ากับโลกใบนี้

...ไม่ใช่แค่ว่า จะไม่มี คนให้ผูกพัน คนที่อยู่ใกล้ตัว คนที่ควรจะเป็นผู้ให้ความรัก พวกเขาเหล่านั้นก็ล้วนเป็นคนที่ปฏิเสธ(reject) ทอดทิ้ง และ ล้วนคิดร้ายต่อ เกรอนุย

แม่คลอดเขาเหมือนถอดรองเท้าที่ใต้แผงขายปลากลางตลาดสด ฉีกรกทิ้งด้วยตัวเอง แล้วปล่อยเขาอย่างไร้เยื่อใย หวังว่าจะตายไปเหมือนลูกหลายคนก่อน เช่นเดียวกับ เด็กๆในสถานเด็กกำพร้า ก็รังเกียจและตั้งใจฆ่าเขาให้ตายเพราะไม่ต้องการให้มาแย่งที่พักแย่งของกิน

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ไม่มีใครต้องการ เกรอนุย คุณค่าของเกรอนุยเป็นแค่ สินค้า ที่นำมาซึ่ง กำไรและชิ้นงานของผู้ครอบครอง เกรอนุย เหมือนไม่มีตัวตนตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นมา

และนั่นก็เหมือนคำสาป ที่ใครก็ตามต้องการเกรอนุย ล้วนได้ดี แต่เมื่อไหร่ก็ตามเกรอนุยจากไป หรือ เขาเหล่านั้นไม่ต้องการเกรอนุยอีกต่อไป คนกลุ่มนั้นก็จะต้องพบกับความพินาศฉิบหายวายป่วงตามมา ราวกับอาถรรพณ์ และ ราวกับความเกลียดชังมนุษย์ทุกผู้ทุกนามภายในจิตใต้สำนึกของเกรอนุย

...เกรอนุย เอาตัวรอดในแต่ละวันโดยใช้ความสามารถพิเศษจากประสาทรับกลิ่นที่ไวเกินใคร และ มีเพื่อน เป็น กลิ่นรอบตัว

ชีวิตของเกรอนุย พลิกผันเมื่อเขาเข้าตัวเมืองปารีส ที่นั่นทำให้เขาได้สัมผัสกลิ่นหอมอีกมากมายร้อยพันที่เขาไม่เคยสัมผัส ย่านของคนร่ำรวยเต็มไปด้วยกลิ่นหอมปรุงแต่งและกลิ่นหอมอันบริสุทธิ์ที่ต่างไปจากแหล่งอาศัยของเขา และ กลิ่นของหญิงสาวคนขายลูกพลัมคือจุดเริ่มต้น ความลุ่มหลงของเกรอนุย



...หากกลิ่นคือ เพื่อน คือ พ่อแม่ คือ object เดียวที่เกรอนุยผูกพันบนโลกใบนี้ ความสุขยามที่เกรอนุยรับสัมผัสกลิ่นหอมครั้งนั้น ก็คงเหมือนกับ คนทั่วไปที่ได้สัมผัสความรัก และ เธอคนขายพลัมก็อาจจะเป็นคนคนแรกที่เขาอยากจะเชื่อมโยง นอกจากกลิ่นที่เปรียบเสมือน object เดียวที่เชื่อมต่อเขากับโลกใบนี้

การที่ เกรอนุย พยายามหาทางถนอมกลิ่นไว้ตลอดไป นัยยะหนึ่งก็คงเหมือนกับ เราๆที่ต้องการจะเก็บความรักไว้ให้ยาวนาน

ซึ่งหากเป็นคนทั่วไปอาจเลือกจีบใครคนนั้นเป็นแฟน อาจคบใครคนนั้นเป็นเพื่อน นั่นคือ วิธีการที่เราจะสามารถถนอมความรักความสัมพันธ์ไว้กับตัว แต่ วิธีการผูกสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเช่นนี้ เกรอนุย ทำไม่เป็น

เพราะ เกรอนุย ไม่เคยมีความผูกพันกับใคร ในชีวิตของเขาหากไม่ใช่มีความสัมพันธ์กับคนเพื่อทำงาน เขาไม่เคยผูกพันในความรู้สึกกับใคร และ ความจริงเลวร้ายกว่านั้น เกรอนุย ไม่เคยได้รับความรักจากใคร

เกรอนุย อาจรู้เรื่อง กลิ่นและน้ำหอมเป็นอย่างดี แต่สิ่งที่เขาสอบตกโดยสิ้นเชิงคือเรื่องของ “คน”




ดังนั้น หลังจากเขาเผลอคร่าชีวิตหญิงสาวคนแรกที่ทำให้เขาต้องลุ่มหลง เขาจึงเพียรที่จะหาวิธีการที่จะเก็บกลิ่นหอมนั้นไว้ให้อยู่กับตัว และ นั่นทำให้หญิงสาวรายแล้วรายเล่า ต้องกลายมาเป็นเหยื่อสังเวยให้กับ เกรอนุย ชายหนุ่มที่โหยหาความรักความผูกพัน ไม่ใช่แค่นั้น จุดพลักผันสำคัญถัดมาซึ่งสร้างความเจ็บปวดยิ่งกว่าสำหรับเกรอนุยและเย้ยหยันชีวิตของเขาบนโลกใบนี้ คือ การที่ร่างกายเขาไม่มีกลิ่นตัว

สำหรับคนอื่น การไม่มีกลิ่นตัว คงไม่มีความหมายมากมาย แต่สำหรับเกรอนุย นี่เป็นเรื่องใหญ่ เพราะการได้กลิ่นจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มันทำให้เขาสัมผัสได้ถึงตัวตนและการคงอยู่ของสิ่งนั้น ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ลำธาร หรือ ผู้คน และ มันสามารถเชื่อมตัวเขาให้ผูกพันกับสิ่งนั้นๆ แต่ เมื่อตัวเขาไม่มีกลิ่น มันก็ไม่ต่างอะไรกับ การไร้ตัวตน

นั่นทำให้ การเดินทางเก็บกลิ่นกายมนุษย์ของเกรอนุยไม่ใช่แค่ความลุ่มหลง จุดประสงค์เดิมจากแค่ต้องการถนอมกลิ่นนั้นไว้ให้ยาวนาน ต้องการถนอมความสุขไว้กับตัวให้นานเท่านาน ยังหมายถึง การพยายามที่จะสร้างให้ตัวเองมีความหมายมีตัวตน



...สุดท้ายแล้ว น้ำหอม ที่เกรอนุยทำสำเร็จ สามารถสร้างพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ให้คนหลงใหลและศิโรราบ ทำให้ผู้คนต้องมนต์และปลดปล่อยความรู้สึกทางเพศออกมาในฉากระเริงกามกลางเมืองกราสส์ เป็นสัญลักษณ์อีกอันหนึ่งที่ย้ำสิ่งที่เราเชื่อมาตลอดว่า น้ำหอมของเกรอนุย มีความหมายเป็นตัวแทน แรงขับของความรักและความต้องการทางเพศที่อยากจะมีความสัมพันธ์กับผู้คน อยากจะมีคนรัก เป็น Libidinal drive ที่มนุษย์ทุกคนก็มีตามทฤษฎีของ ซิกมันด์ ฟรอยด์ แต่เสียดายที่ แรงขับของเกรอนุย ไม่ได้รับการตอบสนองและแสดงออกมาผิดวิถีคนทั่วไป



เกรอนุย ยิ่งพยายามเท่าไหร่ มันก็ไม่มีความหมายอันใด เพราะผู้คนพ่ายแพ้และเห็นคุณค่าของน้ำหอม ไม่ใช่ ตัวเกรอนุย

เกรอนุย ยิ่งพยายามเท่าไหร่ เขาก็ไม่อาจฟื้นคืนชีวิตของหญิงสาวแรกรักแรกหลงใหล และ ไม่อาจหลีกหนีฝันร้ายจากการฆ่าหญิงสาวคนขายลูกพลัม

ฝันร้ายเป็นสัญลักษณ์ที่บอกให้เรารู้ว่า เกรอนุย อาจไม่ใช่คนที่จิตใจมืดมนจนไร้ความดีงาม เพราะหากเป็นเช่นนั้น ผลงานของเขาไม่ควรสร้างฝันร้ายให้เกิดขึ้น เพียงแต่ เมล็ดพันธุ์ของความดีในตัวไม่เคยผ่านการรดน้ำให้เติบโต เขาไม่เคยได้รับการสอนสั่งว่าอะไรถูกอะไรผิด เขาเติบโตมายิ่งกว่าสัตว์บางชนิดที่ขาดความรัก เขามีเพียงสัญชาตญาณการอยู่รอด การมีฝันร้ายเป็นตัวแทนของ ความรู้สึกผิดในจิตใต้สำนึกที่หลงเหลือคอยปลุกเขายามค่ำคืน

...หากเพียงแม่ไม่ใช่แม่ใจยักษ์แต่มีความรักให้กับลูก ไม่ใช่แม่ที่เที่ยวทิ้งลูกเรี่ยราดเหมือนที่พบเห็นในสังคมปัจจุบัน หากเพียงมีคนที่ทำให้เขารู้สึกถึงการมีคุณค่าและมีตัวตน หากเพียงเกรอนุยมีคนสอนวิธีการผูกสัมพันธ์กับคน หากเพียงหัวใจของเกรอนุยได้รับการรดน้ำให้ชุ่มฉ่ำจากความอบอุ่นจริงใจ หรือ หากเพียงวันนั้นบังเอิญ หญิงสาวคนแรกคนขายพลัมคนนั้นไม่ใช่คนตาบอดและหันกลับมามีปฎิสัมพันธ์กับ เกรอนุย ชีวิตของเขาอาจไม่ลงเอยเช่นนี้



คงไม่มี เกรอนุย ฆาตกรน้ำหอมมนุษย์ และ คงไม่มี ฆาตกรที่ไร้ศีลธรรมอีกจำนวนมากในสังคมปัจจุบัน สภาพสังคมเช่นในปารีสยุคศตวรรษ 18 ในหนัง ยังคงถ่ายทอดสืบต่อมาเป็นร้อยปี กับ ผลงานการสร้างฆาตกรขึ้นมาจากมือของสังคมที่ทอดทิ้งเด็กให้เติบโตโดยไร้การสั่งสอน และ ขาดความรักความผูกพันกับผู้คน เด็กที่เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่เคยรู้จักความถูกผิด เติบโตอย่างไม่รู้จักรัก รับรู้แต่ความเกลียดชังและต้องหาทางเอาตัวรอดจากสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย จะโทษเด็กคนนั้นอย่างเดียวได้อย่างไรเมื่อเขาทำผิดไป ในเมื่อหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบไม่เคยหันมาทำหน้าที่ดูแล

...ทอม ทีคแวร์ ผู้กำกับหนังชาวเยอรมันที่สร้างงานสุดฮิปอย่าง Run, Lola, Run และ งานสุดอาร์ตหนึ่งในไตรภาคนรกสวรรค์ ที่มีแผ่นวางขายในบ้านเราแล้วอย่าง Heaven คุมทิศทางหนังเรื่อง perfume ชนิดที่เรียกว่าเอาคนดูอยู่หมัด หนังแทบจะไม่มีฉากเหี้ยมโหดหรือเชือดไส้ให้ตับแลบ แต่หนังก็อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความหดหู่และเย้ายวนชวนให้คนดูติดตามเรื่องราวในหนังชนิดไม่อยากจะให้คลาดสายตา แม้ว่าในฉากนั้นจะดูเหมือนไม่มีอะไรเลยก็ตาม หนังผสมผสานสไตล์ของหนังยุโรปที่คนดูอาจขยาดให้ออกมาดูง่ายและดูสนุก

ในตอนที่ผมดูหนังมันให้ความรู้สึกเดียวกับตอนที่ผมอ่านนิยายเรื่อง โกธ คดีตัดข้อมือ นั่นคือ ผู้เสพสารอย่างผมรู้สึกถูกดึงให้เข้าไปอยู่ในความรู้สึกนึกคิดและจิตใจของฆาตกร และ คนเขียนหรือผู้กำกับก็ดูเหมือนจะเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ ซึ่งนั่นทำให้เราต้องรู้สึกขนลุก

หนังชักจูงเราให้เป็นพวกเดียวกับ เกรอนุย ชนิดไม่รู้ตัวเลยว่า แม้เราจะเอาใจช่วยหญิงสาวหลายคนให้รอดพ้นเงื้อมมือเกรอนุย แต่ในใจลึกๆน้ำหอมขวดนี้ก็มีเสน่ห์ที่ทำให้เราแอบเอาใจช่วยเกรอนุย เพราะอยากรู้อยากเห็น ผลลัพธ์สุดท้ายว่าจะน้ำหอมในอุดมคติขวดนี้จะมีกลิ่นเช่นไร

การดัดแปลงงานเขียน Das Parfum ของนักเขียนชาวเยอรมัน พาทริค ซีสกินด์ ให้ออกมาได้ขนาดนี้ถือว่าน่าอัศจรรย์ เพราะถึงแม้ผมเองจะยังหาตัวหนังสือที่ซื้อไว้ไม่เจอ แต่ แค่พล็อตย่อหรือเค้าโครงเรื่อง ก็พอเดาได้แล้วว่า นี่ไม่ใช่หนังที่จะสร้างออกมาได้ง่ายๆ ในเมื่อ พระเอกที่แท้จริงของหนังหรือนิยายไม่ใช่ เกรอนุย แต่เป็น กลิ่น ดังนั้นจะทำอย่างไรให้กลิ่น ออกมาในหนังซึ่งสามารถสื่อสารกับคนดูแค่ภาพและเสียง นอกจากนี้ เนื้อหาในหลายๆส่วนของเรื่องนี้ก็มีความเหนือจริง(surreal)และเป็นนามธรรม(abstract)สูง คงต้องปรบมือให้กับทั้งผู้กำกับและคนเขียนบทที่บันดาล ปารีสในยุคศตวรรษที่สิบแปดให้มีกลิ่นออกมาพร้อมสร้างสรรค์ความเป็นนามธรรมให้คนดูจับต้องได้เป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม หนังเองก็มีช่วงที่ผมรู้สึกว่ามัน หลุด และเหมือนผู้กำกับจะนำเสนอได้ไม่น่าเชื่อถือ คือ ฉากระเริงกามที่เมืองกราสส์ จากจุดเริ่มต้นที่ เกรอนุย ไปยืนตรงกลางแล้วสะบัดมือราวกับเชียร์ลีดเดอร์แล้วผู้คนก็ โอ้ว อ้าว มีปฏิกิริยาตอบสนอง ก่อนจะหันเข้าหาคนใกล้ตัว จังหวะ โอ้ว อ้าว ตอบสนองของผู้คนหลังได้กลิ่นนั้นมันดูตลกและไม่น่าเชื่อถือ

คนสำคัญอีกคนที่ทำให้ Perfume มีความโดดเด่นคือ เบน วิชอว์ นักแสดงหนุ่มที่รับบทเกรอนุย ไม่ต้องดูที่ไหนไกล แค่จ้องเข้าไปในแววตาของเขา ก็ทำให้เราสัมผัสได้ถึง ความว่างเปล่าอย่างแท้จริงของผู้ชายชื่อเกรอนุย ความหมกมุ่นของเขาไม่ใช่ความสนุกสนานเหมือนฆาตกรโรคจิตในหนังเรื่องอื่นๆ ไม่ใช่ความทะเยอทะยานอยากสร้างงานให้เลื่องชื่อ แต่มันคือ ความเชื่อที่จะสร้างคุณค่าและการมีตัวตนให้กับตัวเอง



ดัสติน ฮอฟแมน โผล่มาในบทรับเชิญที่เรียกรอยยิ้มให้กับคนดูและช่วยผ่อนความตึงเครียดของหนังได้ในระดับกำลังดี ที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือหนังเรื่องนี้ช่างเลือกเหลือเกิน ในการนำ หญิงสาวที่ล้วนมีเสน่ห์ตรึงตาตรึงใจ โดยเฉพาะคนแรกและคนสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับเกรอนุย (ผมเองตกหลุมรักสาวคนขายพลัมอย่างแรงและอย่างแรง)


สิ่งที่ชอบ

1.ผกก.. ... ชมไปแล้ว

2.นักแสดงนำ ... ชมไปแล้วเช่นกัน

3.งานสร้าง ... งานสร้างของหนังอยู่ในระดับเกรด A ทุกฉากในหนังแทบจะส่งกลิ่นออกมานอกจอ ไม่ว่าจะเป็น กลิ่นเหม็นในตลาดสด หรือ กลิ่นหอมของกุหลาบนับพันดอก บทที่จะสวยหนังก็สวยเหลือเกิน บทที่จะต้องโสโครกหนังก็ทำได้สกปรกจับใจ


4.การเล่าเรื่อง ... มีเสน่ห์ในความเรียบเรื่อย หนังไม่ได้มีเลือดโชก ไม่ได้มีฉากบีบคั้นอารมณ์ ไม่ได้มีการหักมุมซับซ้อน หนังเดินเรื่องไปข้างหน้าทิศทางเดียว แต่ กลับทำให้คนดูจดจ่อกับเรื่องราวอย่างถอนตัวไม่ขึ้น และ สร้างความจิตตกหดหู่ลุ้นระทึกไปในคราวเดียว การเล่าเรื่องเช่นนี้คงหาได้ยากหากเป็นหนังฮอลลีวูดสูตรสำเร็จทั่วๆไป

5.สาวๆในเรื่อง ...

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.ฉากโปรยกลิ่นของเกรอนุย... ฉากเปลือยนั้นโอเค แต่ ที่ไม่โอเคและทำให้อารมณ์สะดุดเหมือนหนังหลุดออกไปเลย คือ ฉากก่อนหน้านั้นที่เกรอนุยโปรยกลิ่นแล้วผู้คนคลั่งไคล้เป็นบ้าเป็นหลัง ซึ่งดูตลกและนักแสดงที่ได้กลิ่นดูเว่อร์มากกว่าหลงใหลจริงๆ

สรุป ... Perfume เป็นหนังที่ประสาทอย่างมีศิลปะ เป็นหนังที่ผมไม่ได้นำมาเสนอว่า “ต้องดู” เพราะไม่ใช่หนังที่จับคนดูส่วนใหญ่และอาจมีคนดูบางกลุ่ม ไม่ชอบ แต่ขอนำเสนอว่าเป็นหนังที่ “น่าลองต้องดม” เป็นอย่างมาก ยิ่งช่วงนี้ไม่มีหนังอะไรน่าสนใจหรือก็มีแต่หนังสูตรสำเร็จแบบเดิมๆ และ ถ้าคุณเป็นคนชอบอะไรจิตๆแบบ หนังสือ โกธ คดีตัดข้อมือ ที่สามารถทำให้เราเข้าไปอยู่ในหัวของตัวละครจิตป่วยได้อย่างสมจริงจนรู้สึกขนลุก คุณคือกลุ่มสำคัญที่ห้ามพลาดหนังเรื่องนี้




ขอฝาก"หนังสือรัก"ไว้กับผู้อ่านด้วยเน้อ กับ พ็อกเก็ตบุ้คเล่มแรก ที่หยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม



(วางขายตามร้านหนังสือทั่วไปแว้ว)
เมื่อ "หนัง" ให้อะไรมากไปกว่า "ความบันเทิง"





ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

ชวนคลิก ชวนคุยกับเจ้าของ Blog ที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง




ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป




 

Create Date : 16 มกราคม 2550
62 comments
Last Update : 16 มกราคม 2550 9:03:54 น.
Counter : 30583 Pageviews.

 

อ่านแล้วทำให้อยากไปดูมากๆ เลยคะ

 

โดย: พลอย (Super_VIP ) 16 มกราคม 2550 9:09:22 น.  

 

มาอ่านค่ะ แววจะไม่มีเวลาได้ทันดูในโรงแหงๆ เสียดายมากค่ะ

เพิ่งอ่านหนังสือจบไปไม่นาน พออ่านกระทู้นี้แล้วรู้สึกว่า มีอะไรที่หนังต่างจากหนังสือเยอะเหมือนกันแฮะ ((ในส่วนของรายละเอียดน่ะค่ะ)) ^^

 

โดย: Clear Ice 16 มกราคม 2550 9:33:45 น.  

 

น่าดูมากๆๆ

 

โดย: ดาว..กลางวัน (ดาว..กลางวัน ) 16 มกราคม 2550 10:13:42 น.  

 

+ อย่างแรกที่ผมรู้สึกได้ตั้งแต่ช่วงต้นๆ ของหนังเรื่องนี้คือ ... นี่เป็นหนังที่สร้างออกมาจากหนังสือ (รู้ว่ามีคนนำ Das Perpum มาแปลเป็นไทยวางขายแล้ว แต่ยังไม่เคยได้อ่าน) ... เพราะจะมีหลายตอนเลยที่ภาพสวยงามราวกับจินตนาการ, แช่มช้อยราวกับบทกวีอันไพเราะ หรือเซอร์เรียลหลุดโลกไปเลย ... แต่ที่น่านับถือ (โดยเฉพาะ ผกก. Tom Tywker และคนเขียนบท) ก็คือความสามารถในการบันดาลให้คนดูจินตนาการถึง 'กลิ่น' ต่างๆ ขณะนั่งชมได้เยี่ยงนั้น ... (เคยอ่านมาว่าในหนังสือ ก็เขียนถึงกลิ่นต่างๆ ไว้ละเอียดซะจนแทบจะเรียกได้ว่าสูดดมออกมาได้เลยทีเดียว) ... นี่ถ้ามีโรงหนังแบบส่งกลิ่นได้ก็คงดีนะครับ (แต่กลิ่นปลาเน่าในตลาดสดนี่ขอยกเว้นได้มั้ยเนี่ย - -")
+ เรื่องนี้นำศาสตร์ของกลิ่น และการทำน้ำหอมมาอธิบายได้อย่างเป็นคุ้งเป็นแคว ... ทำให้คนที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับเรื่องนี้อย่างผม ดูเพลินไปด้วยเลยแฮะ ... แล้วยิ่งมีประเด็นจิตวิทยาอยู่ด้วย ก็เลยยิ่งทำให้ชอบหนังเรื่องนี้
+ การแสดง ก็อยู่ในระดับเจ๋ง โดยเฉพาะตัวเกรอนุย (เบน วิชอว์) เพราะมาดเค้าตอนมอมแมม มันดูทำให้น่าเชื่อถือว่าเป็นฆาตกรโรคจิตได้จริงๆ แต่ในขณะเดียวกันภายใต้สีหน้าและแววตา ก็ยังแฝงความรู้สึกอื่นๆ แบบที่เกรอนุยเป็นอยู่ด้วย ... ลุงดัสติน ฮอฟแมน (หายไปนานคิดถึงจัง) กับ อลัน ริคแมน ก็ทำหน้าที่ของตนเองได้ดี ... คุณ จขบ. ชอบ 'เหยื่อ' คนแรกเหรอครับ? สำหรับผมชอบคนสุดท้ายแฮะ ... จริงๆ ชอบเธอ (ราเชล เฮิร์ด วูด) มาตั้งแต่เรื่อง Peter Pan แล้วล่ะ ยังคิดอยู่เลยว่าโตขึ้นมาต้องสวยแน่นอน ... แล้วก็จริงซะด้วยสิ


=== Spoiler alert ===
+ หนังสามารถนำประเด็นนามธรรม มาพูดให้เป็นรูปธรรมได้ค่อนข้างชัดเจน เช่นประเด็น ...
- ความต้องการ 'มีตัวตน' ที่โยงกับการเป็นมนุษย์ไร้กลิ่นของเกรอนุย
- การที่พระเอกไม่เคยมีใครสอนให้รู้จักคำว่ารัก และวิธีการแสดงความรักที่คนบนโลกทำกันนั้นเป็นอย่างไร (ภาพแฟล็ชแบ็ค ตอนเกรอนุยเห็นตัวอย่างจากฉาก 'หมู่' แล้วย้อนกลับไปคิดถึงสาวขายลูกพลัม)
- การสั่งสอนอบรมตั้งแต่เด็กเป็นแบ็คกราวด์ที่แข็งแรงอันจะช่วยค้ำจุนและบ่งชี้พฤติกรรมของคนๆ นั้นเมื่อโตขึ้น (ตอนที่เกรอนุยทดลองกลั่นกลิ่นของโลหะต่างๆ รวมทั้ง แมว! นั้น บ่งบอกได้อย่างดีว่าเค้าอยู่ในสภาวะจิตไม่ปกติ)

+ สภาพศพของเหยื่อแต่ละคน ก็ไม่ได้ถูกทำให้น่าเกลียดแต่อย่างใด (เพราะเกรอนุยก็ไม่ได้ต้องการทำแบบนั้น) เลยมองดูเป็นเหมือนภาพงานศิลป์แบบหลอนๆ มากกว่า ... ส่วนนางเอก ถึงแม้จะรู้ว่าเธอเป็นเหยื่อรายสุดท้าย ที่จะทำให้น้ำหอมของเกรอนุยเป็น 'ที่สุด' ... แต่ก็อดใจแอบช่วยลุ้นให้เธอรอดไม่ได้อยู่ดี
+ เหตการณ์ตึกของดัสติน ฮอฟแมนถล่มหลังจากเกรอนุยจากไปเรียนต่อนั่น เหนือความคาดหมายของผมแฮะ (เพราะไม่ได้คิดตอนที่มันสั่นๆ ทุกทีก่อนหน้านั้น) ... แล้วมาเปรียบเปรยถึง 'หายนะ' หลังจากที่เกรอนุยย่างก้าวผ่านแต่ละสถานที่ไป ... ก็เปรียบเทียบได้เจ๋งดี
+ ฉากเซอร์เรียลหลุดโลก ช่วงท้ายเรื่อง ... ทั้งฉาก 'X หมู่' ที่ทำให้เกรอนุยรอดพ้นจากการประหารชีวิต ... จนถึงฉาก 'สูงสุดคืนสู่สามัญ' ของเกรอนุย ดูแล้วเกินจะเชื่อและประหลาดไปสักหน่อย ... แต่เมื่อโทนของหนังทั้งเรื่องมันมาทำนองนี้ (อาร์ตๆ/แปลกประหลาด/เหมือนภาพฝัน) อยู่แล้ว ก็เลยพออนุโลม ไม่ถือว่าพิกลเกินไป

 

โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 16 มกราคม 2550 11:45:44 น.  

 

อิอิ ฉากโปรยกลิ่น ทำให้เรานึกถึงโฆษณา AXE

 

โดย: แพนด้ามหาภัย 16 มกราคม 2550 11:51:43 น.  

 

ชอบมั่กๆ...
ทั้งแม่สาวขายพลัมกับลอร่า โอ้ววววว ไม่ไหวแล้นน

Ben Whishaw เล่นได้เยี่ยมไปเลยครับ

แต่ว่าเนื้อเรื่องบางส่วนก็สะดุดๆเหมือนกัน
อย่างเช่นเรื่องพ่อของลอร่า ทั้งๆที่เป็นคนที่ฉลาด มองสถานการณ์ได้ทันท่วงทีทุกอย่าง แต่ดันเอากุญแจห้องลูกตัวเองวางไว้หัวเตียงซะงั้น - -*


ปล. ชอบประเด็น "การไร้ตัวตน" ของเกรอนุยมากๆครับ เปรียบเปรยได้ใจจริงๆ

 

โดย: nanoguy IP: 203.113.34.10 16 มกราคม 2550 12:46:14 น.  

 

เคยอ่านเรื่อง "น้ำหอม" ที่ลงในสตรีสาร สมัยก่อน
น่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน
ยังรู้สึกว่า ถ้าทำเป็นหนัง คงยาก ที่จะสื่อความหมาย
..
น่าไปดู
..
ปล.
เหมือนคนข้างบน
ชอบประเด็นของ การไร้ตัวตน เหมือนกัน

 

โดย: NooNok [MiChiYo] 16 มกราคม 2550 16:54:29 น.  

 

หนังฉายอยู่โรงเฮ้าส์หน้าออฟฟิศ แต่รอบไม่สะดวกดูสักทีแฮะ วันนี้ท่าจะต้องหาทางจนได้แหละน่า...

 

โดย: Bkkbear (Bkkbear ) 17 มกราคม 2550 10:52:13 น.  

 

ชอบตรงหนังไม่พยายามโชว์เหนือกว่านิยาย
เป็นอีกเรื่องที่บอกกับคนสร้างและคนดูว่า
ถ้าคุณเข้าใจนิยายเรื่องไหนเป็นอย่างดี ไม่จำเป็น
ต้องดัดแปลงเรื่องราวอะไรมาก คุณก็สร้างงาน
ออกมาได้ดีไม่แพ้นิยายแน่นอน

แต่ตอนอ่านนิยายแปล ผมเฉยๆนะ ไม่สนุกเท่าไหร่

 

โดย: เอกเอง IP: 58.8.182.44 17 มกราคม 2550 23:31:52 น.  

 

ไม่ชอบช่วงก่อนจบของหนังเหมือนกัน
คืออารมณ์มันสะดุดน่ะ เวอร์ไปนิด

-ชอบการเปรียบเทียบที่ตัวเอกนั้นไม่มีกลิ่นตัวด้วย

-มันเป็นเรื่องของคนที่ขาดความรัก - รู้จากหนังตอนฉาก"หมู่"แล้วตัวเอกคิดไปถึงสาวขายลูกพลัม

แต่โดนรวมดีครับ

ปล.ไม่น่าเชื่อว่าผกก.run lola run ที่ออกแนว mv หน่อยจะกำกับหนังย้อนยุคแบบนี้ (ไม่นับ heaven นะ ผมถือว่าเค้าไม่ได้เขียนบท เหมือนมันไม่ใช่หนังแนวของเค้า)

 

โดย: mayhem IP: 202.44.136.50 18 มกราคม 2550 14:20:50 น.  

 

ทำรายงานเรื่องนี้อยู่น่ะ ต้องวิเคราะห์ผ่านทฤษฎีของฟรอยด์ ใครมีความเห็นช่วยโพสไว้หน่อยนะ แต๊งกิ้วๆๆๆๆๆ

 

โดย: สวัสดี IP: 124.120.108.49 20 มกราคม 2550 15:03:26 น.  

 

สำหรับตัวเอง ถ้าดูเพื่อผ่อนคลายคงไม่เหมาะ เพราะเต็มไปด้วยความน่าหดหู่ อึดอัด ลุ้นๆๆ และ ขบคิดตลอดเรื่องเลยค่ะ
ที่จริงตอนดูอยากดูหนังที่ผ่อนคลาย ก็เลยออกจะมึนๆๆ ซักหน่อย

แต่ดูเสร็จแล้วกลับไปคิดต่อ เป็นหนังที่ดีมาก ในแง่ บททำให้เห็นที่มาของฆาตกร เกรอนุยได้แจ่มมาก และ การลำดับเรื่องการนำเสนอทำได้กระชับน่าสนใจ น่าติดตามค่ะ

ฉากที่ตลกมากในเชิงทำให้หนังดูแบบลดเกรดจาก A ลงมานิดนึง(โดด โดด หลุด หลุด จากฉากอื่นๆ ซึ่งทำได้เนียน เนียน ดีมาตลอด )คือ ฉากเหมือนโฆษณาโคโลญจ์ ขำขำนะแต่ไม่เหมาะค่ะ

คุณ ผมอยู่ข้างหลังคุณ วิจารณ์ได้ยอดเยี่ยมอีกแล้วนะคะ
ขอถามนิดนึงนะคะ ทราบชื่อผู้หญิงขายลูกพลัมไหมคะ และ เธอเป็นคนประเทศไหนน่ะค่ะ
ชอบด้วยเหมือนกัน เธอน่ารักดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ

 

โดย: Mr.Bear's dream (Mr.Bear's dream ) 20 มกราคม 2550 21:29:37 น.  

 

ผมอ่าน Fiction Perfume ก่อนไปดู (แต่ยังไม่จบ)

- ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องที่ชอบมากครับ
- เห็นด้วยกับฉากเกรอนุลย์โปรยน้ำหอม ดูมันหลุดโลกจากอารมณ์ของหนังเรื่องนี้ไปเลยครับ
- เกรอนุยเป็นฆาตกรโรคจิตไม่กี่เรื่องที่ผมอดสงสาร และสมเพชในชะตากรรมของเขา

PS. หวังว่าคุณ aorta คงหา Fiction เจอนะครับ ผมอ่านที่แปลจากเยอรมันมาเป็น Eng ได้จาก Asia Book ครับ ส่วนมากเขาจะเล่นคำเปลือง แต่ก็สร้างมโนภาพทำให้เราอ่านจนติดใจครับ
- Rose คงทำแผ่นออกมาดีนะ ไม่ดีผมจะไปเก็บแผ่น Zone อื่นแทน

 

โดย: takky_sc 20 มกราคม 2550 22:23:11 น.  

 

ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ หนังเข้าโรงน้อยจริงๆ วันนี้กะไปดูที่เมเจอร์รัชโยธิน แต่ว่าคนเยอะมากๆ ลืมไปว่ามีหนังใหญ่เข้าพอดี เรื่องที่อยากดูเลยหดเหลือแค่สามรอบ เซ็งตรงที่จะดูรอบ 14.55 ซึ่งเป็นพากย์ไทย (แต่ก็ยังอยากดู) รอคิวตั้ง 20 นาที พอจะซื้อตั๋ว ปรากฎว่าไม่มีรอบแล้ว มีอีกทีเป็น 21.45 เลยไม่เอา เหนื่อย คนเยอะด้วยเลยกลับบ้าน อยากดูแต่ลำบากจัง

 

โดย: kim IP: 202.28.181.10 20 มกราคม 2550 23:02:11 น.  

 

อ่านแล้วอยากไปดูจังค่ะ
ว่าแต่คงไม่ได้ดูแหงเลย

 

โดย: ลิปดา-พิลิปดา IP: 161.200.255.162 21 มกราคม 2550 21:01:28 น.  

 

(ช่วยตอบคุณ Mr.Bear's dream) เสิร์ชจาก imdb แล้ว เธอชื่อ Karoline Herfurth เป็นสาวเยอรมันนั่นเอง หนังที่เล่นมาก่อนหน้านี้เลยมีแต่หนังเยอรมันเกือบทั้งหมด
... ส่วนคุณ kim ถ้าตั้งใจไปดูหนังที่เหลือรอบน้อยๆ แบบนี้ แนะนำว่าทางที่ดีก่อนออกจากบ้าน ควรเช็ครอบชัวร์ๆ จากเน็ตก่อนอ่ะคับ จะได้ไม่ต้องไปแล้วเสียเที่ยว (และเสียอารมณ์) อีก

 

โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 22 มกราคม 2550 13:12:30 น.  

 

ขอบคุณคุณ บลูยอชท์ นะคะ
สำหรับ ชื่อของเธอค่ะ
คุณ บลูยอชท์ น่ารักมีน้ำใจจังเลยค่ะ

 

โดย: Mr.Bear's dream 22 มกราคม 2550 21:42:21 น.  

 

^
^
อิๆ เล่นชมกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้ ผมก็เขิลล์แย่ดิฮับ แหะๆ
ผมถือคติว่า "อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย" ครับ ... ไหนๆ ก็มาสิงสถิตย์อยู่ในบล็อกนี้เป็นปีๆ แว้ว ถ้ามีข้อมูลอะไรที่พอจะช่วยตอบ แทนคุณ จขบ. ให้เพื่อนๆ ร่วมบล็อกได้ (เพราะเค้าอาจไม่ได้มาเปิดอ่านหน้านี้บ่อยๆ) ก็ต้องช่วยๆ กันไปอ่าคร้าบผม

 

โดย: บลอทช์ยู IP: 202.69.140.233 23 มกราคม 2550 10:15:43 น.  

 

 

โดย: Mr.Bear's dream 23 มกราคม 2550 22:07:38 น.  

 

ยังไม่ได้ดูค่ะ (แล้วก็ไม่กล้าไปดูเรื่องนี้ด้วย เพราะกลัว - -")
แต่อ่านแล้วสงสารเกรอนุยจัง

 

โดย: a r i t s u m e m o o n (a r i t s u m e m o o n ) 23 มกราคม 2550 23:09:05 น.  

 

ขอบคุณมากครับ จากการที่ได้อ่านการวิเคราะห์ตีความต่างๆ ทำให้ผมเข้าใจสิ่งที่หนังจะบอกมากขึ้น และรักหนังเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้นครับ

ไม่ได้ดูหนังที่เอาผมอยู่หมัดอย่างนี้มานานมาแล้วครับ ดีใจที่ความรู้สึกอย่างนี้กลับมาอีกครั้ง (อธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก)

ที่ชอบที่สุด คือ หนังแสดงภาพให้ได้รู้สึกว่าเหม็นมากและหอมมาก แม้จะไม่ได้กลิ่นอะไรในโรงหนังเลยก็ตามครับ

ไม่รู้ว่ามีใครลุ้นเหมือนผมหรือเปล่า คือว่า คนดูจะได้เห็น "บางสิ่ง" จากหญิงสาวที่เป็นเหยื่อทุกๆคน แต่ดั๊นไม่ได้เห็น "บางสิ่ง" นั้น จากเหยื่อคนสุดท้าย มันน่าเสียดายจริงๆ นั่งลุ้นตั้งนาน สุดท้ายไม่ได้เห็น แอบเซ็ง ฮ่าฮ่าฮ่า

 

โดย: MIKE IP: 58.64.103.142 24 มกราคม 2550 1:09:08 น.  

 

เกรอนุย หน้าคล้าย ๆ อนาคิน สกายวอล์กเกอร์ เลยล่ะ

เห็นฉาก x หมู่แล้วนึกถึงโฆษณา axe

ในขณะที่เห็น ... ของ ผญ 12 คนแรก แต่ ผญ คนสุดท้าย น่ารักมากๆ แต่ไม่เห็นอะไรเลย !?

สรุป ชอบครับ แปลกดี จบเงียบๆดี

 

โดย: skycreeper IP: 58.8.182.41 24 มกราคม 2550 2:41:00 น.  

 

ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ค่ะ
ไม่ได้หวังว่ามันจะอลังการณ์และดีขนาดนี้
ที่ไปดูเพราะเนื้อเรื่อง และเห็นว่านำเสนอแบบ surreal

ปล. ฉากเปลือยหมู่ ที่มันแปลกๆ น่าจะเป็นเพราะควบคุมยาก
นักแสดงส่วนใหญ่เป็นตัวประกอบ ก็เลยแสดงออกแบบเกร็งๆ
(แอบฮ่านิดหน่อย แต่ก็เอาเถอะ)

 

โดย: enuging IP: 58.8.84.90 25 มกราคม 2550 17:17:59 น.  

 

ด้วยความที่เป็นทั้งจิตแพทย์และคนรักหนัง ทำให้บทความนี้ของคุณ"ผมอยู่ข้างหลังคุณ" เข้าถึงและน่าอ่านมากๆ
หนังสือเล่มหน้าไม่ลองรวมงานเขียนเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร ในฐานะปัจเจกบ้างเหรอครับ

ปล. เห็นด้วยมากๆ กับคุณ MIKE IP

 

โดย: ผมน่าจะทำได้ดีกว่านี้ IP: 58.9.78.176 25 มกราคม 2550 20:04:38 น.  

 

^
^
เห็นด้วยตรงประเด็น "บางสิ่ง" น่ะครับ พึมพัมในใจ โธ่! กรูช่วยลุ้นแทบแย่ แห้วซะงั้น T-T

 

โดย: ผมน่าจะทำได้ดีกว่านี้ IP: 58.9.78.176 25 มกราคม 2550 20:10:39 น.  

 

ไปดูมาเมื่อวานค่ะ อืม เห็นบทวิจารณ์มาหลายวันล่ะ กะว่าไปดูแล้วจะเข้ามาอ่าน วันนี้เลยได้โอกาสเข้ามาอ่านสักที วิจารณ์ได้ตรงใจดีจริงๆ ค่ะ

 

โดย: เอ๋ IP: 202.28.180.201 28 มกราคม 2550 16:49:02 น.  

 

เพิ่งไปดูเรื่องนี้มาเมื่อวาน ...

บอกไม่ถูกว่า ชอบหรือไม่ชอบดี รู้แต่ว่า ฉากหมู่ตอนสุดท้ายนั้น ทำได้ไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่ แต่สิ่งนึงที่ชอบในหนังเรื่องนี้ก็คือ การทำให้คนดูในโรงหนัง รับรู้ถึง 'กลิ่น' นั้น ๆ ว่า มันหอมเย้ายวนแค่ไหน ....

 

โดย: ... กระซิบรัก จากความทรงจำ ... (... กระซิบรัก จากความทรงจำ ... ) 1 กุมภาพันธ์ 2550 11:37:21 น.  

 

ไปดูมา...แล้วแอบอินอย่างรุนแรง

เผลอสูดหายใจ อยู่หลายทีเหมือนกัน

 

โดย: แพนด้า ยากูซ่า IP: 58.10.146.109 1 กุมภาพันธ์ 2550 12:52:05 น.  

 

ดูหนังแล้วอยากย้อนไปหาหนังสือมาอ่านจังค่ะ
ใครพอจะทราบชื่อสำนักพิมพ์กับชื่อหนังสือบ้างคะ

 

โดย: Sabine IP: 203.121.179.141 13 มีนาคม 2550 15:05:34 น.  

 

เป็นหนังที่ทำให้เราแอบเอาใจช่วย
ฆาตกรโรคจิตนะเนี่ย ยังคิดว่าทำไมเราซาดิสต์จัง
ดีใจที่คนอื่นก็คิดคล้ายๆกัน
คือในความคิดพระเอกเหมือนเค้ากำลังเป็นนักวิทยาศาสตร์ทำการวิจัยอยู่นะนั่น
นึกว่านางเอกจะรอดแล้วเชียว
อย่างไรก็ตาม จะเก่งแค่ไหน
พระเอกก็เสียท่าให้กับผู้เชี่ยวชาญกลิ่น
ระดับโปรอีกท่านคือ เจ้าหมาน่ารัก

 

โดย: and then IP: 202.5.87.141 26 มีนาคม 2550 0:51:12 น.  

 

เป็นหนังชั้นเลิศครับ ดูแล้วซาบซึ้งไปกับภาพสวย เนื้อเรื่องดี
รู้สึกผิดนิดๆที่ดันไปสงสารพระเอกซะได้ที่ชีวิตน่าสงสารขนาดนั้น จริงๆเค้าคงแค่ต้องการความรักที่จะทำให้ตนเองมีตัวตนบนโลกนี้ได้

 

โดย: วิญญาณในห้องใต้ดิน IP: 203.150.137.180 30 มีนาคม 2550 21:27:54 น.  

 

Das perfum เป็นหนังสือนอกเวลาของที่เยอรมัน
และตอนที่หนังเข้า ที่โรงเรียนบังคับดู
ประทับใจมากๆ

 

โดย: kapiklik IP: 202.5.82.249 2 เมษายน 2550 13:31:33 น.  

 

ไม่ทราบว่าเรื่องนี้มีเป็นหนังสือที่แปลเป็นภาษาไทยมั้ยครับ ถ้ามีเป็นของสำนักพิมพ์ไหน จะไปซื้อมาอ่านครับ

 

โดย: บาส IP: 58.9.45.189 4 เมษายน 2550 19:43:27 น.  

 

เพิ่งได้ดูจากแผ่น ความเห็นก็คงเหมือนๆ กับทุกท่าน และเห็นด้วยอย่างแรงกับท่าน MIKE IP อุตส่าห์ลุ้นตั้งนาน อดซะ ถ้ามีให้ดูล่ะก็ จะยกให้เป็นหนังยอดเยี่ยมไปเลย 555

 

โดย: AronSun IP: 124.120.240.232 10 เมษายน 2550 1:26:50 น.  

 

เย้ๆ ในที่สุดก็หาบทวิจารณ์หนังเรื่องนี้ได้สักที เพราะดูแล้วก็ยังงงๆอยู่ในหลายๆตอนว่าต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ แต่พอได้อ่านบทวิจารณ์ชิ้นนี้แล้ว ก็ทำให้เข้าใจมากขึ้น ขอบคุณมากนะคะ แต่ที่จริงก็ยังมีบางจุดที่ยังงงไม่หายอยู่เลยล่ะ เหอๆ

 

โดย: JoySS IP: 124.121.126.117 18 เมษายน 2550 17:53:19 น.  

 

เพิ่งได้ดูจากแผ่นค่ะ ชอบบรรยากาศของหนังจัง
ตะหงิดๆตั้งกะพระเอกได้กลิ่นไกลเป็นกิโล ดูจะ surreal ไปนิดด..
พอมาถึง X หมู่ เลยฮาเลยค่ะ ตอนแรกก็คิดในใจว่า ขนาดนั้นเลยเรอะ แต่ที่ขำคือไทยแลนด์แดนสยามเซ็นเซอร์ซะจนมัวไปหมด ยังดีนะคะที่ไม่ตัดฉากนี้ออกไป ไม่งั้นหนังเสียหายหลายแสนแน่ ^^
ชอบที่ได้เกร็ดความรู้เรื่องทำน้ำหอมเยอะดีค่ะ
ได้กลิ่นตลาดปลา กลิ่นดอกกุหลาบ กลิ่นตัวสาวๆ ลอยมาจากหน้าจอ (ทดลองดมแก้วด้วย แต่เราไม่เก่งเหมือนเกรอนุยแฮะ)
สุดท้าย.. สาวคนแรก กะคนสุดท้าย สวยดีนะคะ ถ้าไม่ได้อ่านบล็อกนี้คงยังไม่ทราบว่า สาวคนแรกเธอตาบอด โถๆๆ (ดูอยู่ตั้งนาน)

 

โดย: มนัสวีร์ IP: 58.8.115.138 23 พฤษภาคม 2550 11:41:23 น.  

 

ยังไม่ได้ดูเลย แต่ได้อ่านแล้วสนใจมาก คาดว่าต้องไปหามาดูแน่นอน ขอบคุณสำหรับบทวิจารณ์ดีๆค่ะ

 

โดย: mel IP: 124.120.42.43 3 มิถุนายน 2550 23:06:53 น.  

 

ฆานประสาทฆาตกรรม
Perfume : The Story of a Murderer

มนุษย์ทุกคนหลงรักกลิ่นอันหอมหวลและชิงชังความเน่าเหม็น แต่ทว่าโอกาสที่เราจะได้สัมผัสกลิ่นอันพึงปรารถนานั้นก็หาได้อยู่ในความควบคุมแสนง่ายดายของตัวเราเองเพียงลำพังไม่ ความหอมหวลเจิดจรุงในชีวิตมนุษย์ บ้างพระเจ้าหรือธรรมชาติประทานให้คล้ายดังมีโชคชะตาบันดาลสุข บ้างก็ต้องดั้นด้นแสวงหาเอาเองอย่างทุกข์ทรมานจนกว่าจะได้ความสุขที่ฝันใฝ่นั้นมาครอบครอง ฌอง-แบ็บติส เกรอนุย พระเอกในภาพยนตร์เรื่องนี้เดินชีวิตของตนตามหนทางที่สอง ใช่ว่าเขาเลือกเส้นทางนี้เพราะใจปรารถนาสั่ง หากแต่มันถูกบังคับให้เป็นไปเพียงเพราะว่าเขาไม่มีแล้วซึ่งโอกาสในทางเลือกอื่น
ผลงานล่าสุดของ ทอม ทิคเวอร์ ผู้กำกับชาวเยอรมันที่มีผลงานน่าประทับใจทั้งจาก Run, Lola, Run และ The Princess and The Warrior กับ Perfume: The Story of a Murderer ภาพยนตร์เรื่องใหม่นี้ได้ตอกย้ำและยืนยันถึงมุมมองแห่งศิลปินของเขาอีกครั้งว่าโลกแห่งมายาภาพของ ทิคเวอร์นั้นช่างงดงามและทรงเสน่ห์เสียยิ่งกระไร...
Perfume ตามติดชีวิตของฌอง-แบ็บติส เกรอนุยตั้งแต่เริ่มต้นลืมตาดูโลกจนถึงลมหายใจเฮือกสุดท้ายเพื่อสำรวจถึงแก่นแท้พฤติกรรมประหลาดและจิตใจที่แสนซับซ้อนของเขา
ภาพยนตร์เปิดฉากมากับเรื่องราวของเกรอนุยในวันอ่านคำพิพากษาที่เต็มไปด้วยฝูงชนชาวฝรั่งเศสที่เคียดแค้นเกลียดชัง แต่แทนที่ประสาทเบื้องลึกของเขาจะสำนึกหรือรู้สึกผิดในผลกรรม เกรอนุยกลับยังคงแน่วนิ่งเสมือนสงบสุขอยู่ในอีกโลกหนึ่งซึ่งแฝงเร้นอยู่ภายในจมูกของตน ณ ที่นั่นคืออาณาจักรอันลึกลับที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะอนุญาตให้เราท่านได้มีโอกาสเข้ามาเป็นแขกวงในเพื่อเยี่ยมชมและสัมผัสถึงเนื้อแท้ความคิดของเขาผู้นี้
หากผู้ชมรู้สึกสงสารเกรอนุยที่ต้องตกเป็นเหยื่อของชะตากรรมอันโหดร้ายดังที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ ก็ย่อมเห็นดีเห็นงามคล้อยตามไปกับพฤติกรรมเหล่านั้นของเขาว่าล้วนแล้วแต่สมเหตุสมผล แต่หากว่าผู้ชมยังคงรู้สึกต่อต้านและค้านในเหตุผลแห่งการกระทำของฆาตกรผู้นี้อยู่ ก็ย่อมที่จะสะท้อนถึงตัวของผู้ชมอีกเช่นกันว่ายังคงมองชีวิตของเกรอนุยด้วยสายตาของผู้ที่ไม่ยอมเข้าใจ...
และไม่ว่าเราจะพิพากษาชีวิตของเกรอนุยอย่างไรก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของนานาจิตตัง...

เกรอนุยเกิดมาจากความไม่ต้องการและเติบโตมาตามยถากรรมที่โหดร้าย จากร้อยพันประสบการณ์แสนเน่าเหม็นของเขานี้เองที่บ่มเพาะและซึมลึกจนได้กลายเป็นจิตใต้สำนึกที่วิปริตพิสดาร ก่อความปรารถนาแรงกล้าเพื่อโหยหาสัมผัสแห่งกรุ่นกลิ่นอันหอมหวลจากที่ใดสักที่หรือจากใครสักคน...
ภาพความปราณีธรรมดาๆ ของหญิงสาวขายลูกพลัมที่มีต่อผู้ชราไร้บ้านคนหนึ่งนั้นได้กลายเป็นความหอมหวลที่ทรงไว้ซึ่งอานุภาพแห่งรักบริสุทธิ์ เกรอนุยหลงไหลในความงามและกลิ่นหอมที่เขาเพิ่งได้สูดสัมผัสมานั้นอย่างจับใจ มันคือสัมผัสแห่งความปรารถนาดีที่ตัวเขาเองไม่เคยได้รับหรือมันคือกลิ่นอันแสนเย้ายวนแห่งเรือนกายของสตรีเพศที่เป็นไปตามสัญชาตญานของชายชาตรีกันแน่ สำหรับคำตอบของเกรอนุยแล้ว ทั้งสองเหตุผลที่กล่าวมาล้วนแต่ประกอบผสมผสานกันจนเป็นเนื้อเดียว
ต่อมากลิ่นหอมอัศจรรย์นั้นก็ได้กลายเป็นความปรารถนาสูงสุดในชีวิตของเขา และยังเป็นเงื่อนไขต่อมาในภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ทำให้เกรอนุยยอมกระทำแม้กระทั่งการคร่าชีวิตของผู้บริสุทธิ์เพื่อการทดลองประหลาดๆ อันจะทำให้เขามีโอกาสสัมผัสกลิ่นหอมอันเปี่ยมเสน่ห์นั้นอีกครั้งหนึ่ง
เกรอนุยหลงใหลการสูดกลิ่นเป็นชีวิตจิตใจ เขาไม่เคยแบ่งแยกระหว่างความต่างของกลิ่นเหม็นและกลิ่นหอม จากพฤติกรรมประหลาดนี้เองที่ทำให้อาณาจักรแห่งกลิ่นของเขานั้นไม่มีวรรณะหรือชนชั้นใดๆ มาแบ่งแยกความแตกต่างของแต่ละสิ่งออกจากกันได้ ทุกอย่างเป็นไปโดยเสมอภาคไม่เว้นแม้กระทั่งระหว่างความดีและความชั่ว เกรอนุยไม่เคยพิพากษาหรือประเมินให้ น้ำหนักแก่การกระทำของตนว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือเป็นสิ่งที่ผิด เขาเพียงแค่ทำไปตามแต่ความปรารถนาเบื้องลึกแห่งจิตจะบังคับบัญชา
นั่นย่อมแสดงว่าการฆาตกรรมเหยื่อแต่ละรายของเกรอนุยเป็นไปอย่างไร้เดียงสา ปราศจากสามัญสำนึกเยี่ยงมนุษย์ปุถุชนในระดับมาตรฐานทั่วไป

เกรอนุยฆาตกรรมหญิงสาวเพื่อนำมาปรุงเป็นน้ำหอมสูตรพิเศษตามกรรมวิธีที่ได้ศึกษามาจากนักประดิษฐ์น้ำหอมแห่งเมืองกลาส ผสานด้วยวิธีการใหม่ที่ตัวเขาเองคิดค้นขึ้นจนกลายมาเป็นประเด็นฆาตกรรมในภาพยนตร์เรื่องนี้
วัตถุประสงค์ของเกรอนุยคือการนิมิตรน้ำหอมกลิ่นอัศจรรย์ซึ่งตัวเขาเองนั้นเคยสัมผัสมาก่อนแล้วจากเรือนร่างของสาวขายลูกพลัม กลิ่นกายแห่งสตรีอันเย้ายวนที่เขาพลั้งมือฆ่าตายด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
เหตุใดกลิ่นนี้จึงมีอิทธิพลต่อตัวเขามากนัก คำตอบคงเป็นเพราะว่ามันคือสัมผัสแห่งรักครั้งแรกของเกรอนุย ความรักที่เขาไม่เคยได้รับหรือรู้สึกมาก่อนในชีวิตอันแสนโสมมนี้ และน่าจะด้วยเหตุนี้กระมังที่เพียงแค่แผ่วผ่าน กลิ่นหอมชวนอัศจรรย์ใจในอดีตนั้นกลับทำให้เกรอนุยยังคงจดจำมันได้แม่นยำเสมือนได้สูดดมอยู่ในทุกลมหายใจเข้าออก...
ยิ่งไปกว่านั้น เกรอนุยยังต้องการนำพากรุ่นกลิ่นอันทรงอานุภาพนี้มาสู่มนุษย์ปุถุชนผู้อื่นให้ได้มีโอกาสรับสัมผัสสุนทรียรสแห่งกลิ่นนั้นด้วย การปรุงน้ำหอมอันแสนประณีตแต่ทว่า น่าสยดสยองนี้จึงได้เริ่มต้นขึ้น การเริ่มต้นที่เป็นจุดจบของชีวิตหญิงสาวกว่าสิบคนผู้ต้องตกเป็นเหยื่อแห่งการฆาตกรรม
เกรอนุยค้นพบว่ามนุษย์แต่ละคนนั้นมีกลิ่นเฉพาะตัว (น่าจะคล้ายสารฟีโรโมนในร่างกายมนุษย์ ) แต่ที่น่าแปลกยิ่งกว่านั่นคือตัวเขาเองกลับไม่มีกลิ่นใดๆ ปรากฏอยู่เลย ร่างกายที่ปราศจากกลิ่นนี้แสดงนัยยะถึงความไม่มีอยู่ของตัวตนให้ผู้อื่นในโลกได้นึกถึงหรือจดจำ ตลอดทั้งชีวิตของ เกรอนุยไม่เคยเป็นที่ต้องการของใครและไม่เคยได้รับความรักหรือแม้กระทั่งเศษเสี้ยวแห่งความเอื้ออาทรของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง การที่โลกนี้มีหรือไม่มีเกรอนุยย่อมไม่ใช่ความแตกต่าง และจากการเป็นมนุษย์โปร่งแสงของเขานี้เองที่ทำให้เกรอนุยต้องการเป็นบุคคลสำคัญ (Somebody) ปรารถนาที่จะให้ทุกคนรักและจะยังคงจดจำเขาได้ในฐานะของอัจฉริยะผู้ปรุงน้ำหอมมือหนึ่งของโลก
ภาพยนตร์เดินทางมาจนถึงฉากที่เปิดประเด็นทิ้งไว้ตอนต้นเรื่อง นั่นคือฉากการพิพากษาโทษของเกรอนุย ณ บัดนี้มันกลับตาลปัตรแตกต่างไปจากเดิมราวหน้ามือเป็นหลังมือ หยดน้ำหอมกลิ่นอัศจรรย์ที่เกรอนุยซับลงบนผืนผ้าบางเบาแล้วโปรยกลิ่นหอมนั้นไปตามกระแสลมเพื่อกระจายฤทธานุภาพของมันให้แผ่ขยายออกไปครอบงำจิตใจฝูงชนที่บ้าคลั่งก่นด่าอยู่นั้นให้สงบลง ฝูงชนเริ่มเคลิบเคลิ้มไปกับความหอมหวลแสนสุขเสมือนกำลังสถิตอยู่บนสรวงสวรรค์ในทันที
เกรอนุยยินดีและพอใจกับอำนาจที่มีอยู่ในมือเพราะมันสามารถบัญชาทุกสิ่งที่ตัวเขาเองปรารถนาได้ หากทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ไม่อาจบันดาลได้ดังใจ นั่นคือการเรียกคืนชีวิตของหญิงสาวขายลูกพลัมให้ฟื้นขึ้นมาดังเดิม หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของกลิ่นแห่งน้ำหอมที่ฝูงชนกำลังสัมผัสอยู่ในขณะนี้
ทุกคนหลงรักกลิ่นน้ำหอมของเขาแต่ทว่าไม่มีใครเลยสักคนที่รักตัวเขา
ทุกคนสดุดีเกรอนุยในทันทีแต่เหตุใดเขากลับยังไม่รู้สึกถึงความสุขที่แท้จริงในชีวิต...

Perfume: The Story of a Murderer แสดงประเด็นเนื้อหาได้อย่างน่าสนใจและปรากฏความลึกซึ้งของภาษาภาพยนตร์ตามสมควร ไม่ดูหนักอึ้งจนเกินไปหรือกลวงโป๋จนหาสาระไม่เจอ เรียกได้ว่าผู้กำกับพยายามผสมผสานความบันเทิงและตัวสาระที่อยากบอกกล่าวได้อย่างเหมาะสมลงตัว โดยเฉพาะประเด็นว่าด้วยการประเมินคุณค่าของคนด้วยภาพลักษณ์สมมุติซึ่งถูกฉาบเคลือบอยู่ภายนอก และเจ้าน้ำหอม (Perfume) ในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความฉาบฉวย ตื้นเขินในการประเมินคุณค่าระหว่างกันนั้นได้อย่างงดงามและรับใช้เรื่องราวได้เป็นอย่างดี
เรื่องราวเกี่ยวกับน้ำหอมย่อมเป็นธรรมดาที่จะต้องถูกเล่าโดยมีเมืองปารีสหรือประเทศ ฝรั่งเศสเป็นฉากหลัง ความโด่งดังของชนชาติแห่งเมืองน้ำหอมนี้ถูกผูกรวมเข้ากับประเด็นปัญหาชนชั้นหรือความขัดแย้งในยุคศักดินานั้นได้อย่างเหมาะเจาะและชัดเจน
หากเปรียบน้ำหอมคือกลิ่นประจำกายของบุคคลในราชสำนักยุคศักดินาสวามิภักดิ์หรือไม่ก็เศรษฐีผู้มั่งคั่งเงินทอง และกลิ่นของความเน่าเหม็นน่ารังเกียจคือตัวแทนของปุถุชนไพร่ทาสหรือยาจกผู้ยากจนแล้ว ย่อมแสดงว่ามนุษย์เรา ( ไม่ว่าในอดีตหรือปัจจุบัน )ใช้ฐานะทรัพย์สินเงินทองและยศถาบรรดาศักดิ์เป็นมาตรวัดประเมินคุณค่าของคน ( ยกย่องกลิ่นหอมและปฏิเสธกลิ่นเหม็น )
มาตรวัดในสายตาของสังคมฝรั่งเศสยุคศตวรรษที่สิบแปดดังกล่าวทำให้เกรอนุยต้องพยายามถีบตัวเองไปให้ถึงจุดสูงสุดอันหอมหวลนั้นให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีการที่ผิดหลงหรือร้ายแรงฉกาจฉกรรจ์เพียงใด และยังก่อให้เกิดคำถามตามมาว่า เกรอนุยผิดไหมที่อยากจะเป็นคนสำคัญและได้รับการเหลียวมองบ้างจากสังคมที่ตนเองอาศัยอยู่...
เกรอนุยต้องการการมองเห็นที่ควรต้องเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ( Human dignity )ของเขาบ้างในฐานะที่เขาเองก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมต่างระดับนี้เฉกเช่นกัน

ในฉากที่เกรอนุยใช้น้ำหอมสะกดฝูงชนเรือนหมื่นได้อยู่หมัดนั้น สะท้อนให้เห็นอย่าง ชัดเจนว่ามาตรในการประเมินคุณค่ามนุษย์ว่าผู้ใดจะเป็นคนดีหรือเป็นคนเลวนั้น เราท่านหาได้พินิจพิเคราะห์ถึงเนื้อแท้แห่งการกระทำอย่างจริงๆจังๆ ไม่ หากแต่กลับไปให้น้ำหนักกับรูปกาย ภายนอกหรือทรัพย์สินเงินทองที่แม้จะทรงอานุภาพแค่เพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าว หากแต่ก็ง่ายต่อการโน้มนำอคติหรือฉันทาคติของฝูงชน ( หากตีความว่าอานุภาพของ “น้ำหอม” คือสัญลักษณ์แทนอำนาจของชนชั้นผู้ดีหรือเจ้าขุนมูลนายในสังคมฝรั่งเศสยุคนั้น )
เพียงชั่ววูบแห่งสติที่ขาดไปนี้อาจทำให้มนุษย์เราเห็นคนที่ชั่วร้ายเลวทรามกลายเป็นทูตสวรรค์ไปเสียได้ในพริบตา เข้าตำราแบบไทย ๆ ที่ว่า “เห็นกงจักรเป็นดอกบัว”
มนุษย์เราจะเคารพบูชาหรือสดุดีใครสักคนหนึ่ง เราดูที่กลิ่นของความร่ำรวยใน ยศฐาบรรดาศักดิ์หรือดูตรงคุณค่าแท้จริงในตัวของเขากันแน่ เราแต่ละคนย่อมเห็นต่างกันออกไปได้ไม่มีข้อยุติ...
แต่ใน Perfume: The Story of a Murderer ฝูงชนทุกคนกลับเห็นตรงกันว่ากลิ่นหอมนี้เป็นสัญญะแห่งฑูตสวรรค์อย่างแน่นอน แม้แต่บิดาของเหยื่อสาวแสนสวยรายสุดท้ายที่เบื้องต้นคล้ายจะทัดทานอานุภาพนี้ได้ แต่แล้วในท้ายที่สุดก็ไปไม่รอด หรือว่านี่ผู้กำกับทอม ทิคเวอร์ กำลังแสดงข้อธรรมความจริง (The Truth) ให้เราท่านได้ดูชมกันแน่ว่าไม่มีมนุษย์หน้าไหนหรอกที่สามารถเอาชนะอานุภาพของอำนาจแห่งยศฐาบรรดาศักดิ์ในลักษณะนี้ได้
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจในภาพยนตร์เรื่องนี้คือการรับรู้ถึงกลิ่นแห่งความตายอยู่ทุก ขณะจิตตามหลักมรณานุสติในพุทธศาสนา

นอกจากสัญลักษณ์ของความไร้ตัวตนแล้ว เกรอนุยยังเป็นตัวแทนของความตายในอีกทางหนึ่งด้วย เป็นความตายที่เงียบงันและเคลื่อนตัวอย่างแผ่วเบายากแก่การตรวจจับด้วยประสาทสัมผัสในระดับสามัญ และจากคุณลักษณะพิเศษที่เนื้อตัวของเกรอนุยไม่มีกลิ่นใดๆ นี่เองทำให้เขาสามารถหยิบยื่นความตายให้กับเหยื่อหญิงสาวได้อย่างง่ายดายโดยที่เธอเหล่านั้นไม่มีโอกาสได้ระแวดระวังภัยหรือรับรู้ลางร้ายนั้นก่อนเป็นการเตือนล่วงหน้า
ตามท้องเรื่องในภาพยนตร์แล้ว เมื่อตัวละครของเกรอนุยได้เดินทางออกจากบุคคลใดมาก็ย่อมที่จะนำพาความตายมาสู่บุคคลนั้นด้วยในขณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นแม่บังเกิดเกล้าที่ถูกแขวนคอ มาดามกาย่าผู้รับเลี้ยงเด็กของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า นายจ้างของเกรอนุยที่โรงฟอกหนัง เจ้าของร้านน้ำหอมที่สอนวิชาเบื้องต้นให้แก่เกรอนุย หรือแม้กระทั่งสามีของเจ้าของโรงงานน้ำหอมในเมืองกลาส อะไรคือสารัตถะในประเด็นเหล่านี้คือสิ่งที่เห็นควรต้องขบคิดและค้นหากันต่อไป...
ก่อนที่ความตายของแต่ละคนจะมาเยือน ตัวละครเหล่านั้นมักได้รับอะไรบางอย่างมาในรูปของความสุขฉาบฉวย (ในกรณีแม่ของเกรอนุยคือความสุขจากการปลดทุกข์ซึ่งแทบจะไม่ต่างกันเลยกับการได้เข้าห้องน้ำเมื่อยามปวดหนัก ) บางคนบ้างก็ได้เงินเพียงเล็กน้อยมาครอบครอง บ้างก็ได้เป็นเจ้าของชื่อเสียงเกียรติยศและความร่ำรวย ( สูตรน้ำหอมนับร้อยนับพันสูตรที่เกรอนุยเขียนให้เจ้าของร้านที่เขาไปช่วยงานอยู่ ) ความสุขที่มีอายุขัยแสนสั้นนั้นมักทำให้มนุษย์เราหลงลืมที่จะทำความเข้าใจความหมายที่แท้จริงของชีวิต ว่าคือความไม่จีรังยั่งยืนของสรรพสิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความไม่จีรังยั่งยืนของเครื่องทรงกายภายนอกที่มักนิยมนำมาปรุงแต่งชีวิตทั้งที่เป็นเพียงมายาภาพซึ่งสลายตัวมันเองได้ในชั่วพริบตา ไม่ควรแก่การยึดมั่นถือมั่นเป็นสรณะของชีวิต ( ไม่ควรจริงจังและให้ความสำคัญกับลาภยศสรรเสริญว่าเป็นยอดแห่งความปรารถนาของมนุษย์ )
ความสุขที่เป็นเพียงมายาภาพจากการได้รับการยอมรับและยกย่องสรรเสริญนี้ เกรอนุยเองก็ได้ประจักษ์มาแล้วกับตาก่อนที่จะก้าวเดินเข้าสู่ความตายในฉากจบของภาพยนตร์ มันไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงยิ่งใหญ่อย่างที่เขาเคยวาดหวัง การยอมรับนับถือหรือชื่อเสียงเหล่านั้นกลับเป็นเพียงแค่ความฉาบฉวยของรสชาติเสมือนหนึ่งกลิ่นน้ำหอมที่ลอยโชยผ่านมาแล้วก็ค่อยๆ เลือนหายจากเราไปในไม่กี่วินาที รวดเร็วและแผ่วเบาเกินกว่าที่จะหาแก่นสารหรือสาระใด ๆ จากมัน
แต่ถึงกระนั้นมนุษย์เราส่วนใหญ่ก็ยังคงบูชามายาภาพภายนอกอยู่ต่อไปโดยไม่เคยรับรู้ถึงจุดสิ้นสุดอันแสนสั้นของมัน และไม่เคยที่จะตระหนักถึงเวลาในชีวิตอันแสนน้อยนิดของตัวเอง
“ความตาย” จึงถือเป็นอีกหนึ่งกลิ่นที่ฆานประสาทของมนุษย์โดยทั่วไปไม่เคยรู้จักหรือเรียกได้ว่ามนุษย์เรามืดบอดต่อการรับรู้ความจริงข้อนี้ก็คงจะไม่เป็นการผิดนัก
หากแต่บิดาของเหยื่อสาวรายสุดท้ายคือผู้ที่เหมือนจะยังเปิดประสาทสัมผัสนี้อยู่บ้างเพื่อ รับรู้ถึงอันตรายแห่งชีวิตของบุตรีตน ดังนั้นจึงได้พยายามหาทางปกป้องสิ่งอันเป็นที่รักนี้อย่างถึงที่สุด แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่รอด ทุกสิ่งที่มีค่าหรือควรแก่การหวงแหนในชีวิตของมนุษย์ล้วนแล้วแต่ต้องจากเราไปทั้งสิ้น ความจริงข้อนี้ที่แท้ก็คงเป็นเพียงสัจธรรมธรรมดาๆ ที่ยิ่งเข้าใจได้เร็วเท่าไหร่ ความทุกข์ในใจก็จะยิ่งลดน้อยลงได้เร็วขึ้นเท่านั้น...

เกรอนุยจบชีวิตตัวเองลงด้วยการให้ทานเป็นเนื้อหนังต่างอาหารแก่กลุ่มยาจกที่นิ่งผิงไฟอยู่ในตลาดปลาอันเป็นสถานที่ที่เขาเกิด ความเน่าเหม็นที่โชยฟุ้งของที่นั่นยังคงเตือนสติให้เขารับรู้ถึงอดีตอันเน่าเหม็นของตัวเอง ความสกปรกในชีวิตยังไม่ได้ถูกชำระออกไปอย่างถูกวิธี หากแต่ได้รับการประทิ่นปรุงใหม่ด้วยกรุ่นกลิ่นของน้ำหอมที่ทรงอานุภาพในการกลบเกลื่อนและบิดเบือนความเน่าเหม็นโสมมนั้นแทน
มันไม่ใช่วิธีการชำระให้ชีวิตนี้สะอาดขึ้นอย่างถูกต้อง แต่มันคือการหลอกลวงตัวเองว่าอดีตอันเลวทรามเน่าหนอนนั้นได้ถูกย้อมใหม่ให้บริสุทธิ์แล้วด้วยความดีงามแสนฉาบฉวย
เรื่องราวฆาตกรรมเลวร้ายในเมืองกลาสก็เช่นกัน คล้ายว่าจะได้รับการคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นแต่แท้จริงแล้วกลับไม่ใช่ ตราบใดที่ปัญหายังไม่ได้ถูกแก้ มันก็จะยังคงเป็นปัญหาที่ซุกซ่อนปมอยู่ในเบื้องลึกแห่งสำนึกของมนุษย์และสังคมอยู่ต่อไป

Perfume: The Story of a Murderer ใช้วิธีการถ่ายภาพที่เน้นการซูมกล้องแบบซอกซอนชอนไชไปตามเนื้อตัวร่างกายของหญิงสาวเหมือนพยายามจะเค้นกลิ่นหอมนั้นให้ออกมาให้ได้ด้วยการเพ่งมองที่แนบชิดและการจับจ้องที่นานพอ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของผู้กำกับที่ใช้งานด้านภาพเพื่อสื่อให้ผู้ชมจินตนาการถึงกลิ่นต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอมที่ชวนเย้ายวนหรือกลิ่นเน่าเหม็นที่ดูสกปรกและน่ารังเกียจ
งานดนตรีประกอบได้รับการดูแลอย่างพิเศษและเห็นได้ชัดว่าถูกใช้โดยผ่านกระบวนการคิดที่รอบคอบแล้ว จนถือได้ว่าดนตรีประกอบกลายมาเป็นตัวช่วยสำคัญอีกแรงหนึ่งที่ผู้กำกับใช้ในการดำเนินเรื่องควบคู่ไปกับงานด้านภาพและการแสดงโดยรวมที่ดูลงตัว
ที่เห็นควรกล่าวถึงเป็นพิเศษ คือ พระเอกของเราในบทของ ฌอง-แบ็บติส เกรอนุย แสดงโดย เบน วิสชอว์ ดาราละครเวทีวัย 23 ปี ที่ผู้กำกับไปคัดสรรมาและผ่านกระบวนการเคี่ยวเข็ญจนเหมาะสมกับบทที่มืดหม่นและซับซ้อนหากแต่ท้าทายความสามารถนี้ หน้าตาของ เบน วิสชอว์ จัดประเภทได้ยากว่าเป็นกลุ่มคนหล่อหน้าตาดีหรือว่าขี้ริ้วขี้เหร่ หรืออาจจะเรียกได้ว่าหน้าตาของเขานั้นธรรมดาเอามาก ๆ ซึ่งก็อาจถือเป็นความจำเป็นของบทในลักษณะนี้ด้วยที่ต้องไม่เรียกร้องความสนใจจากผู้ชมจนเกินควร แต่ถึงกระนั้นเขาก็ทำหน้าที่ถ่ายทอดความเป็นคนซับซ้อนนี้ออกมาได้ดีในระดับที่ต้องได้รับคำชม
อย่างไรก็ตาม น้ำหอมหรือน้ำปรุงก็ยังคงเป็นวัตถุเสริมสร้างเสน่ห์ให้มนุษย์เราอยู่ต่อไป เหมือนดังเช่นที่ภาพยนตร์เรื่อง Perfume นี้ได้นำพาเรื่องราวอันทรงเสน่ห์มาให้ผู้ชมได้สัมผัส แต่หากจะแตกต่างกันบ้างในบางจุด ก็คงเป็นที่คุณค่าของภาพยนตร์ดี ๆ สักเรื่องหนึ่งนั้นมีอายุขัยที่ยาวนานและยังทำหน้าที่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมได้ไม่มีวันจบสิ้น แต่อายุขัยของกลิ่นน้ำหอมนั้นช่างแสนสั้นและเปราะบาง อ้อยอิ่งแล้วอำลาลมหายใจของมนุษย์เราไปเพียงแค่ชั่ววินาที...



 

โดย: beer IP: 203.154.187.177 19 มิถุนายน 2550 12:50:19 น.  

 

พาทริค ซูสคินท์ (Patrick Süskind) นะคะ ไม่ใช่ ซีสกินด ค่ะ
เรื่องนี้แสดงความเป็นปารีสที่ว่าเป็นเมืองแห่งกลิ่นได้อย่าง เจ็บแสบ ประชดประชันค่ะ ทั้งกลิ่มหอมที่สุดจนถึงเหม็นที่สุดโดยเฉพาะฉากแรกในตลาด

 

โดย: k IP: 128.176.233.225 12 กรกฎาคม 2550 20:14:41 น.  

 

ว่าแล้วสาวเรื่องคุณต้อง แถมยังชอบสาวขายลูกพรัมคนเดียวกับผมอีกต่างหาก แต่ชีวิตเกรนุยน่าสงสารมากนะครับ เกิดมาไม่มีคนสนใจ พอใครได้ดีก็ทิ้งเค้าถึงได้ตายทุกคน เหมือนฉากที่เค้าคิดว่าสาวขายลูกพรัม มองไม่เห็นขาย แต่ความจริงเธอเห็นเพียงแต่เขาคิดไปเอง

 

โดย: Golfxxjung IP: 125.25.209.25 20 กรกฎาคม 2550 0:31:26 น.  

 

ชอบหนังเรื่องนี้มากครับ ชอบการกำกับ บท งานสร้างฉาก การถ่ายทำ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงของเบน วิชอว์ ที่ทำให้คนดูรู้สึกขนลุกสุดๆได้ด้วยเพียงใบหน้าที่เรียบเฉย (จำฉากบันไดที่พาดขึ้นไปหาหญิงสาวที่อยู่บนชั้นใต้หลังคาในยุ้งฉางได้ไหม) แต่ไม่ถูกใจหนังในช่วงท้ายที่ดูเกินจริงหลุดโลกมากไปหน่อยทำให้อารมณ์ดราม่าที่สั่งสมมาดีตั้งแต่ต้นแทบจะกลายเป็นสิ่งที่ไร้ความหมายและไม่น่าเชื่อถือไปเลย

 

โดย: Ripley IP: 202.5.95.205 19 กันยายน 2550 14:53:31 น.  

 

ผมเห็นมานานแล้วในร้านวีดีโอ แต่ไม่กล้าหยิบ

พอผมได้ดูจนจบแล้ว ก็พูดได้เลยว่า นี่คือ "หนังดีที่ถูกลืม" จริงๆ เป็นหนังเกรด A และทุนสูงด้วย ผมมีความเห็นเหมือน จขกท.เช่นกันที่บอกว่า ดูหนังเรื่องนี้แล้ว ได้กลิ่น จริงๆ

 

โดย: YoiChi IP: 202.57.178.112 28 กันยายน 2550 13:33:54 น.  

 

.............ผมว่า น่ะ ฉาก ที่ โปรย กลิ่น อ่ะ
มัน เป็น อาไร ที่ สุด ยอด จริงๆ ตอนดู ไม่ได้ นึก ถึง ความ เว่อ เลย กลับ รู้ ศึก ตื่นตา ตื่น ใจ มาก กว่า...คิด ดู ซิ ถ้า มี แบบนี้ จริงๆ มัน จะ เป็น แบบไหน

 

โดย: monkey IP: 61.7.174.221 29 กันยายน 2550 19:53:35 น.  

 

แบบว่า งง อะ
ตกลง ญ ขายลูกพลัม ตาบอดเรอะ !?
แล้วตอนสุดท้ายมันโดนทึ้งกินเนื้อเรอะ!?
น่าสงสารเกรอนุยอ่า ไร้ตัวตนจัง

 

โดย: ploy IP: 124.120.219.151 30 กันยายน 2550 1:37:16 น.  

 

9/10

หนังอะไรก็ไม่รู้ ดังก็ไม่ดัง ไม่ค่อยไม่คนพูดถึง แต่ทำไมดูแล้วมันชวนติดตามดีจริงๆ หลายๆฉากสร้างกลิ่นกับคนดูได้

หนังเรื่องนี้แฝงไปด้วยความน่ากลัว+โรคจิต ของตัวเอก ที่ดูไปแล้วก็ลุ้นตลอดว่าเค้าจะทำอะไรต่อไป จะฆ่าใตรอีก

แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเอาใจเชียร์ให้เขาทำสิ่งที่เขาปรารถนาสำเร็จ ฉากจบเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากๆ และก็สมควรแล้วที่ต้องได้รับกรรมในสิ่งที่เค้าก่อมาทั้งหมด

สุดยอด สุดยอด

 

โดย: นักวิจารณ์สมัครเล่น IP: 125.24.181.222 3 พฤศจิกายน 2550 11:26:21 น.  

 

ชอบๆมากเกือบจะทั้งเรื่อง
แต่พอมาตอนจบ เขากลับเทน้ำหอมเพื่อต้องการที่จะได้รับความรักจากคนอื่นบ้าง
แต่เขาคิดผิดเพราะความลุ่มหลงในกลิ่นนั้นมันมีแรงดึงดูดมหาศาล จึงทำให้เขาถูกรุ้มกินทั้งร่างกายทั้งที่ยังมีชีวิต ดูแล้วมันสยองไงมะรู้

 

โดย: เอเอ้ IP: 124.120.77.23 25 พฤศจิกายน 2550 15:23:04 น.  

 

ดูจบไปเมื่อวันก่อน เข้าหน้านี้ไม่ได้

ในที่สุดก็เข้าได้สักที

ชอบโปรดักชั่นเรื่องนี้คะ งานสวยเหลือเกิน

กับพ่อหนุ่มเบน แค่แววตาก็หลอนแล้ว

เรื่องนี้เคยอ่านหนังสือแต่ไม่จบ คาไว้ต้องไปรื้อมาอ่านใหม่

ดูหนังยังไม่แรงเท่าอ่านหนังสือเลยคะ เพราะตอนอ่านนี้ บรรยายกลิ่นได้ฉุนติดจมูกเลย

 

โดย: ejw IP: 122.30.162.61 2 ธันวาคม 2550 15:36:40 น.  

 

เข้ามาอ่านแล้วค่ะ
อยากดูเลยอะ หาที่ไหนดี

 

โดย: 004 IP: 58.9.247.235 23 กุมภาพันธ์ 2551 23:35:37 น.  

 

เรากลับคิดว่า เกรนุยส์เทน้ำหอมใส่ตัวเพราะตั้งใจจะฆ่าตัวเอง หลังจากระลึกได้ ว่าสาวพลัมเป็นรักกลิ่นแรกและรักกลิ่นเดียวของเขา ไม่มีรักกลิ่นไหนได้อีก แม้กลิ่นสาวงาม13คนก็ยังไม่สร้างความลุ่มหลงให้เขาได้อีก

 

โดย: เห็นว่าอย่างนี้น่ะ IP: 125.24.85.49 24 กุมภาพันธ์ 2551 23:15:25 น.  

 

ขอบคุณนะคะที่ทำให้เข้าใจได้มากขึ้น..

^^

 

โดย: wilmington 13 มีนาคม 2551 0:16:29 น.  

 

เอ่อ ถ้าคุณเจ้าของ Blog ได้เข้ามาอ่านนะครับ คือผมได้อ่านบทความของเวปเด็กดี คนเขียนชื่อ Cammy ในหัวข้อ ฆาตกรโหดสะท้านโลก
มีหัวข้อหนังเรื่องนี้ แถมบางคำ บางประโยค ผมได้กลิ่นคุณหึ่งเลยครับ ด้วยความนับถือ

 

โดย: นกเค้าเหมียว IP: 125.25.47.130 13 มิถุนายน 2551 15:15:29 น.  

 

เพิ่งดูหนังใน UBC จบ แหะๆ ไม่ค่อยเข้าใจรู้แต่ว่าได้กลิ่น และ สยองกะหนังเรื่องนี้มั่ก -*-
แต่มาอ่านบทความของพี่เจ้าของบล๊อกแล้วก็เข้าใจขึ้นมาโดยพลัน

 

โดย: vodca 19 กุมภาพันธ์ 2552 22:20:18 น.  

 

ปันยาอ่อน

 

โดย: 555 IP: 58.8.158.62 5 มิถุนายน 2552 19:56:51 น.  

 

หนังค่ายยุโรปก็ทำดีได้ไม่แพ้ hollywood จริงๆ ดีกว่าศิลป์กว่าอีก
ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่ดัง ไม่แพร่หลายในเมกา
แล้ว... ชอบบบบบ... สาวขายพลัมเหมือนกันเลยย (เธอตาไม่บอดนะครับ) เสียดาย ดูทาง True vision ถูกตัดฉากออกหมดเลยยย

ไม่ยอม ต้องหา DVD มาเก็บ เอาแบบไม่มีเบลอด้วย ให้ได้

 

โดย: ดอน IP: 124.122.7.119 9 มิถุนายน 2552 4:55:35 น.  

 

อ่านต้นฉบับแล้ว ดูหนังแล้ว
คนทำหนังเรื่องนี้เก่งมากค่ะ
ขนาดไม่ได้กลิ่น แต่เห็นภาพยังทำให้เราจินตนาการออกว่าในตลาดขายปลานั้น กลิ่นจะรุนแรงขนาดไหน

 

โดย: ลิง IP: 222.123.20.209 22 สิงหาคม 2552 18:48:23 น.  

 

อ่านแล้วอ่านอีก
ดูแล้วก็อยากดูอีก
เป็นหนังที่ประทับใจค่ะ กลิ่นของหนังยังอวลอยู่ในจมูก

 

โดย: katt1963 IP: 110.164.25.58 19 พฤศจิกายน 2552 21:53:04 น.  

 

สาวขายลูกพลัมไม่ได้ตาบอดนะคะ ตอนที่เป็นสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อเกรอนุยเดินเข้าไปใกล้เธอ เธอก็สะดุ้งและหันมาดูตามปกติ ที่เห็นว่าเธอมองผ่านเกรอนุยไปเหมือนไม่เห็น (หรือตาบอด) นั้น เป็นช่วงที่เป็นความคิดคำนึงของเกรอนุย หลังจากที่เกรอนุยรู้ตัวแล้วว่าตัวเองไม่มีกลิ่นค่ะ (แปลว่าเขาไม่มีตัวตนให้คนรู้สึกได้ - ตามความรู้สึกของคนที่มีกลิ่นเป็นโลกทั้งใบแบบเขา - นั่นเอง

 

โดย: นานะ IP: 125.24.114.83 10 ธันวาคม 2552 20:19:24 น.  

 

ดูหนังโรงไม่ทัน download ที่ web ใดได้บ้าง มีใครรู้ไหม ครับ

 

โดย: apinunt IP: 203.131.209.141 6 มกราคม 2553 15:53:58 น.  

 

เพิ่งได้ดูครั้งแรกค่ะ ชอบเรื่องนี้มาก เป็นเรื่องที่ติดตรึงใจทีเดียวค่ะ และขอชมว่าวิจารณ์ดีและลึกซึ้งมากค่ะยกเว้นเรื่องที่สาวคนนั้นตาบอดนะคะ สาวคนนั้นตาไม่ได้บอด แต่ผู้ชายคนนั้นจินตนาการว่าตัวเองไม่มีตัวตนมากกว่าค่ะ

 

โดย: movie lover IP: 206.53.152.240 9 มกราคม 2554 17:23:32 น.  

 

หนังสือเล่มนี้ ตีพิมพ์อีกครั้งแล้วค่ะ
ในรูปแบบปกแข็ง

อ่านรีวิวคุณแล้ว อยากไปหาหนังมาดูเลยค่ะ

 

โดย: ลี่ IP: 1.46.70.108 13 พฤษภาคม 2561 9:39:31 น.  

 

สาวคนแรกนางไม่ตาบอดนะ

 

โดย: น้ำทิพย์ IP: 58.10.212.75 28 กันยายน 2561 0:16:34 น.  

 

These are in fact fantastic ideas in concerning blogging.
You have touched some fastidious things here. Any way keep
up wrinting. I have been surfing online more than three hours today, yet I
never found any interesting article like yours. It is pretty worth enough for me.
In my view, if all webmasters and bloggers made good content as you
did, the web will be much more useful than ever before.
I couldn_t resist commenting. Perfectly written! //marketing.com

 

โดย: Alejandrina IP: 212.47.252.101 6 พฤศจิกายน 2562 10:58:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
16 มกราคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.