www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

The Host , สัตว์ประหลาด สนุกประหลาด



“ครอบครัวแกโง่อย่างนี้ทั้งบ้านหรือเปล่า”

เพื่อนของ นัมอิล น้าชายคนหนึ่งในบ้าน ถามเขาขึ้นมาในหนัง



...ผมแอบพยักหน้าในใจว่า ใช่ แต่ พวกคนที่เหลือในหนังไล่ไปตั้งแต่ตำรวจจนถึงผู้มีอำนาจในหนัง ก็ล้วนโง่เง่าบ้าบอคอแตกไม่แพ้กัน

และผมก็ไม่แปลกใจที่ตัวละครในหนังจะเป็นแบบนี้ เพราะนี่ก็เป็นเหตุผลที่ผมเลือกไปดู The Host

... ไม่ใช่เพราะ มันเป็นหนังของทีมงานเทคนิคพิเศษจาก Pirates of the caribbian 2

... ไม่ใช่เพราะ มันเป็นหนังปลากะโห้ยักษ์มีขาบุกเขมือบผู้คน

... ไม่ใช่เพราะ มันเคยไปอวดศักดิ์ศรีบนเวทีเทศกาลหนังเมืองคานส์ เพราะขนาดเจ้าของรางวัลคานทองนิเวน์อย่าง The Wind That Shake the Barley ผมยังไม่ได้ไปดู

เหตุผลหลักและเป็นเหตุผลเดียวล้วนๆ ที่ทำให้ผมอยากดูสัตว์ประหลาดตัวนี้ คือ หนังเรื่องนี้เป็นฝีมือการกำกับของ บอง จุน โฮ จากหนัง Memories of Murder

เมื่อ 3 ปีก่อนนั้น Memories of Murder กวาดเงินไปมากมายแถมยังเข้าชิงรางวัลเป็นว่าเล่น ด้วยเห็นว่าเป็น พล็อตของนายตำรวจสองคนตามล่าฆาตกรฆ่าต่อเนื่องที่เกิดในแถบชนบท ด้วยเนื้อเรื่องแบบนี้ ก็คิดว่าน่าจะเข้าทาง แต่เมื่อได้แผ่นมาดู ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

หนังไม่ได้ตื่นเต้นลึกลับกดดันแบบ seven ไม่ได้มีการแกะรอยโชว์ความฉลาดของพระเอกหรือการหักเหลี่ยมกันของสองฝ่าย ไม่ได้มีฉากแอคชั่นยิงกันลั่นทุ่ง หนังไปให้ความสำคัญกับสภาพจิตใจที่เปลี่ยนไปของฝั่งพระเอกโดยไม่มีแม้แต่เงาของผู้ร้ายให้เห็นหน้า (หรืออาจจะเห็นหน้าแล้วก็ไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่) กระนั้นก็ดีปรากฏว่า หนังกลับสนุกอย่างไม่น่าเชื่อ

Memories of Murder คือหนังที่สร้างออกมาได้แปลกและแตกต่างจากหนังที่มีเนื้อเรื่องทำนองนี้ตามท้องตลาด แถม หนังยังสนุกประหลาดๆอีกต่างหากกับการไปแวะพูดถึงประเด็นต่างๆนานารอบตัวละครมากไปกว่าแค่เรื่องของ ฆาตกร เรียกได้ว่า หนังแจ่มทั้งเนื้อหาและรูปแบบการเล่าเรื่อง

และทำให้ผมมั่นใจว่า การตีตั๋วเข้าไปดู The Host ก็ไม่น่าจะเป็นหนังสัตว์ประหลาดดาษๆอย่างที่เคยๆดูมา เหมือนกับประสบการณ์ที่ได้ดู Memories of Murder

และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

...แม้เปลือกที่หนังนำเสนอให้เห็นภายนอกจะเป็นแค่เรื่องของ สัตว์ประหลาด + ครอบครัวประหลาด แต่แก่นที่หนังซุกซ่อนไว้นั้น มีการกล่าวถึงผู้คนมากไปกว่านั้น เพราะหนังไล่เรียงพาดพิง วิพากษ์ แอบด่า ไปตั้งแต่ ชนชั้นล่าง ชนชั้นปกครอง ฝรั่ง คนเกาหลีด้วยกัน และ ยุคสมัยที่คนเอเชียกำลังถูกครอบงำโดยอิทธิพลจากฝั่งตะวันตก

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า



.... สัตว์ประหลาดรูปร่างหน้าตาเหมือนปลากระโห้มีขา (ว่ากันว่ามันเป็นลูกอ๊อดกลายพันธุ์) ถือกำเนิดขึ้นมาจาก การที่นักวิทยาศาสตร์ชาวเกาหลีเชื่อฟังนักวิทยาศาสตร์อเมริกัน เทสารเคมีเก่าๆ ทิ้งลงแม่น้ำฮาน วันดีคืนร้ายหลายปีต่อมา

ผลพวงของสารเคมีเหล่านี้ สร้าง สัตว์ประหลาดที่รูปร่างหน้าตาเหมือนปลา มีขาเหมือนกบ มีหางเหมือนจิ้งเหลน ฯลฯ มันบุกขึ้นฝั่ง มันไล่ชน ไล่ฟัด ไล่งาบผู้คน และ เหยื่อรายสุดท้ายที่มันฉวยคว้าก่อนที่มันจะหนีกลับเข้าไปใต้ผืนน้ำคือ ฮุนเซียว เด็กนักเรียนที่เป็นเหมือน เทพี ของครอบครัวตัวแทนชนชั้นล่างที่โง่ๆซื่อๆเอ๋อๆ ครอบครัวหนึ่ง อันประกอบไปด้วย

ปู่ ที่เป็นคนซื่อๆประนีประนอมและไม่ชอบมีเรื่องกับใคร

กังดู พ่อที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเอาไหน ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งขโมยหนวดปลาหมึกย่างของลูกค้าไปกิน

นัมจู น้าสาวนักยิงธนูผู้ไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งทั้งที่แม่นเป้า เพียงเพราะความช้าในการตัดสินใจทำให้เล็งเป้านานไป

นัมอิล น้าชายบัณฑิตตกงานผู้มีนิสัยหุนหันพลันแล่นและมักมีปมที่คิดว่าตัวเองถูกลืม

...ในครอบครัวนี้ดูเหมือนว่านอกจากปู่แล้ว คนที่ดูปกติดีที่สุดมีเพียง คนเดียว คือ ฮุนเซียว และ คนปกติที่สุดในบ้านคนนี้ก็ถูกสัตว์ประหลาดรวบตัวหายไป

ไม่น่าเชื่อเลยว่า หลังจาก ฮุนเซียว ถูกจับไป เราก็จะพบว่า เราแทบจะไม่เห็นคนปกติหลงเหลือในหนังอีกเลย (ยกเว้นไว้ให้สองพี่น้องที่โผล่มากลางเรื่อง)



...กระนั้นก็ดีแม้ครอบครัวของฮุนเซียวที่หลงเหลืออยู่จะดูไม่ค่อยปกติ แต่พวกเขานี้ยังมีจิตใจที่บริสุทธิ์ดีงาม ในขณะที่ตัวละครส่วนที่เหลือที่หนังทิ้งไว้ให้ ล้วนมีแต่ด้านดำมืดไว้ในจอ ไม่ว่าจะเป็น เห็นแก่ตัว หวังสินบน ไม่รู้จริง ไม่ฟังใคร เอาใจฝรั่ง ฯลฯ

และสิ่งที่ครอบครัวนี้ต้องเจอ คือ เรื่องราวที่บ้าบอคอแตกจากคนรอบตัว ไม่แพ้ ความแปลกประหลาดของพวกเขา

คนในครอบครัวได้รับการติดต่อจาก ฮุนเซียว จากสัญญาณมือถือที่มาแบบติดๆขัดๆ พวกเขาต้องการไปตามตัวช่วยเหลือเธอกลับมา แต่ว่าไม่สามารถทำได้ เพราะ ครอบครัวเขาถูกกักกันในฐานะผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อไวรัสจากสัตว์ประหลาด พวกเขาจึงต้องหาทางหนีไปช่วยฮุนเซียว สิ่งที่น่าสลดใจเกิดขึ้น คือ ในบรรดาเจ้าหน้าที่เป็นสิบเป็นร้อยไม่มีใครสนใจหรือรับฟังพวกเขาแม้แต่คนเดียว

คำพูดของพวกเขาล่องลอยไปในสายลม เพียงเพราะ พวกเขาเป็นคนธรรมดา

...ผู้มีอำนาจทั้งหลายในเรื่อง ไล่ไปตั้งแต่ข้าราชการ หมอ เจ้าหน้าที่ ไม่เคยรับฟัง ไม่มีทีท่าสนใจใยดี คำพูดของคนธรรมดาๆอย่างครอบครัวนี้ และ เห็นเรื่องอื่นสำคัญกว่า น่าตลกตรงเรื่องราวที่พวกเขามองว่าสำคัญกว่า ดันไม่ใช่ การไล่ล่าสัตว์ประหลาดที่อาละวาดทำร้ายประชาชน สิ่งที่รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญ คือ การมุ่งมั่นตามล่าไวรัสที่เชื่อกันว่า แพร่มาจากสัตว์ประหลาดตัวนี้ และ ความเชื่อนี้ก็มาจากฝรั่งอีกเช่นกัน

ปัญหามี แต่ ไม่คิดวิธีที่จะแก้ปัญหา คิดแต่ว่า จะเอาหน้าอย่างไร และ จะเอาใจฝรั่งอย่างไร เหมือนส่งคนตาบอดมาคลำงาน หากครอบครัวนี้จะโง่ แต่เขาก็อยู่ถูกที่ ตรงข้าม กับเจ้าหน้าที่รัฐหรือชนชั้นปกครองทั้งหลาย ที่โง่เง่าพอกันแต่ดันมาอยู่ผิดที่ผิดทาง

ไม่ต้องดูอื่นไกล ในตอนใกล้จบ ที่สัตว์ประหลาดบุกอาละวาดบนฝั่งครั้งสุดท้าย ภาพที่กล้องแพนผ่านให้เราได้เห็นบนจอหนังคือ ภาพหัวหน้าเจ้าหน้าที่ตั้งอกตั้งใจใช้ มือถือ Nokia N series ถ่ายภาพมัน แทนที่จะหาทางกำจัดหรือช่วยประชาชนใกล้ตัว

หากครอบครัว กังดู เหมือนคนโง่หรือคนบ้า แต่สิ่งที่เขาพยายามต่อสู้มองหา คือ สิ่งที่มีตัวตนนั่นก็คือ ฮุนเซียว

ในขณะที่

ฝั่งรัฐที่น่าจะเป็นชนชั้นกลางถึงสูงที่น่าจะมีไอคิวสูงกว่า กลับวิ่งไล่ล่า สิ่งที่ไม่มีตัวตน นั่นคือ ไวรัสที่ไม่มีอยู่จริง


... ประเทศใดๆก็ตาม หากไม่ได้มีรัฐหรือเจ้าหน้าที่เหมือนในหนัง ประชาชนในชาติควรจะดีใจ เพราะชาติไหนที่มี รัฐบาลที่ทุ่มทุนแก้ไขปัญหาชนิดหว่านแหแต่แก้ปัญหาไม่ตรงจุดแบบนี้ มีแต่ได้ก้มหน้าตายอย่างสมยอม จาก สัตว์ประหลาดที่เป็นตัวแทนของ ความยากจน ความอดอยาก ความเอาเปรียบจากชาติอื่น กัดกินจนตายไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินของตัวเอง

...มองลงมาที่ชนชั้นล่าง ซึ่งได้ครอบครัวของกังดูเป็นตัวแทนนำเสนอ

ความไม่ฉลาดไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะนี่ก็เป็นความจริง ที่โอกาสทางการศึกษาของพวกเขาจะด้อยกว่าคนกลุ่มอื่นๆ และ ก็ไม่น่าแปลกอะไร ที่ฮุนเซียวจะได้ใช้มือถือรุ่นกระจอกๆซึ่งมีสัญญาณห่วยๆอย่างที่เธอบอกพ่อไว้ตอนต้น ซึ่งมือถือคนจนเครื่องนี้ ก็ดันทำหน้าที่ช่วยเหลือเธอไม่ได้เต็มที่ยามคับขัน มันช่วยแค่ให้เธอส่งคำพูดขอความช่วยเหลือขาดเป็นห้วงๆ เพราะสัญญาณไม่ดีนัก พ่อเธอเก็บหอมรอบริบเงินก่อนหนึ่งตั้งใจจะซื้อเครื่องใหม่ให้ แต่ วันนั้นมาไม่ถึง

ไม่ใช่แค่ ความจน ที่ทำให้มีมือถือสัญญาณห่วยๆจนหาตำแหน่งไม่ได้ แต่ ความจนและความเป็นชนชั้นล่าง การเป็นคนธรรมดาสามัญ มันก็ทำให้พวกเขาเป็นเสียงที่ไม่สำคัญในสังคม

พวกเขาพูดไม่รู้กี่ครั้ง ตะโกนไม่รู้กี่หน วิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง แต่ ก็ไม่มีใครสนใจฟังว่า ลูกสาวของครอบครัวนี้ยังไม่ตาย วิธีพิสูจน์ง่ายๆเพียงแค่เช็คต้นตอสัญญาณมือถือ ว่า ฮุนเซียว ถูกจับตัวไปอยู่จุดไหนของแม่น้ำฮาน ก็ไม่เคยมีใครคิดจะใส่ใจ

...หนังยังซ้ำเติมตอกย้ำชีวิตของคนไม่มีความหมายอย่างพวกเขา ด้วยตลกร้ายในฉากที่นักวิทยาศาสตร์ฝรั่งตาเข ถามกังดูผู้พ่อเหมือนเอาใจใส่เพียงเพื่อจะหาคำวินิจฉัยว่า ไวรัสขึ้นสมอง

นี่คือสิ่งที่ ฝรั่งในหนัง กระทำซ้ำกับ คนเกาหลี ในหนังอีกครั้ง

และ หากไล่ไปให้ดีๆก็จะพบว่า จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งก็มาจาก การเชื่อฟังฝรั่งของคนเกาหลี และ ความอวดดีเห็นแก่ตัวของฝรั่งนี่เอง

...ต้นตอของ สัตว์ประหลาด มันมาจากไหน มันมาจากความสกปรกของแม่น้ำฮานอันเกิดจากฟอร์มาลีนที่ถูกเททิ้งลงแม่น้ำ เท่านั้นหรือ เปล่าเลย

ต้นตอแท้จริง ไม่ใช่ ความสกปรกของสารเคมี แต่มาจาก ความสกปรกโสมมในใจคน ด้วยเหตุผลง่ายแสนง่าย ที่ว่า เทลงไปไม่เป็นไร แม่น้ำกว้าง

...เหตุผลของความมักง่ายเช่นนี้ มีให้เห็นทุกชนชาติ หากมันออกจากปากผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ และ ในหนัง ผู้มีอำนาจตัดสินใจคือฝรั่งมังค่าที่อยู่เหนือกว่าคนเกาหลีด้วยกัน และ บังเอิญในหนังเรื่องนี้ เกาหลีถูกฝรั่งครอบงำตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะ ไม่เพียงสัตว์ประหลาดจะมาจากฝรั่งเท่านั้น คนเกาหลีที่ถูกรังแกผ่ากะโหลกอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย่างกังดู ก็เพราะ เหตุผลของนักวิทยาศาสตร์ฝรั่งนี่เอง ฝนเหลืองที่โปรยปรายทั่วเมืองก็ไม่ได้ช่วยหรือเกิดประโยชน์อันใด หนำซ้ำหลายคนต้องตายไปเพราะฝนก็เพราะเหตุผลจากฝรั่งอีกเช่นกัน

พวกเขาเชื่อฝรั่งทุกอย่าง ทั้งที่นักวิทยาศาสตร์ฝรั่งในเรื่องถูกออกแบบคาแรคเตอร์ให้ไม่น่าเชื่อถืออย่างยิ่ง ทั้งที่ข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาไม่มีหลักฐานเรื่องไวรัส แต่สำหรับ ครอบครัวกังดู ที่เป็นคนเกาหลีด้วยกันมีหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอัน กลับไม่คิดจะรับฟัง ดูแล้วก็สะทกสะท้อนใจเพราะบางมุมในบางประเทศก็มีทีท่าเช่นนี้คล้ายๆกัน

... หากถอดรูปภายนอกออกอีกชั้น เราก็จะพบว่า สิ่งที่หนังกำลังพูดถึงไม่ใช่แค่ เกาหลี/อเมริกา แต่สังคมและมนุษย์ที่หนังกำลังวิพากษ์อยู่นั้น ปรากฏพบเห็นได้ทุกเชื้อชาติทุกตำบล มันสะท้อนให้ย้อนกลับมาคิดว่า

สัตว์ประหลาดจะน่ากลัวเพียงใด แต่ ชีวิตมนุษย์ต้องสูญเสียไปก็เพราะต้นตอจากมนุษย์ด้วยกันเอง

ดูหนังจนจบแล้วก็ไม่แน่ใจว่า สัตว์ประหลาดในหนัง หรือ มนุษย์ด้วยกันเอง ที่ทำลายชีวิตคนไปมากกว่ากัน




...สำหรับครอบครัวตัวละครเอกในเรื่อง พวกเขาอาจจะฉลาดกว่านี้อาจมีวิธีการที่ดีกว่านี้ หรือ เกิดมีความสามารถผุดขึ้นมากะทันหันในตอนใกล้จบ หากพวกเขาเข้าไปอยู่ใน หนังฮอลลีวูดหรือสูตรสำเร็จทั่วไป ที่ตัวเอกมักจะฉลาดหรือสมาร์ทกว่าชาวบ้าน หรือไม่ก็บังเกิดความเก่งกาจฉลาดล้ำได้ภายในสองชั่วโมง

แต่ The Host ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะ ตัวละครใหนังจากตอนต้นไม่ฉลาดอย่างไรจบไปก็ยังโง่เช่นเดิม ครอบครัวนี้เคยทะเร่อทะร่าอย่างไรตอนสุดท้าย(ขว้างขวดไฟ)ก็ทะเร่อทะร่าตามนั้น



มิเพียงเท่านั้น ผู้กำกับดูจะชอบการแกล้งเล่นกับความรู้สึกคนดู (ซึ่งมีมาตั้งแต่หนังเรื่องก่อน) เช่น ให้เข้าใกล้ตัวร้าย (ฆาตกร / สัตว์ประหลาด) เหมือนจะจับได้ อยู่ในกำมือ แล้ว ต้องเจ็บใจเพราะเผลอปล่อยหลุดมือไป หนังทำให้คนดูเชื่อไปในทางหนึ่ง ก่อนที่จะเปลี่ยนใจแกล้งกันดื้อๆ ที่เห็นชัดคือ ฉากบทสรุปริมแม่น้ำ

...หากนั่งดู The Host ด้วยความคาดหวังหนังสัตว์ประหลาดบุกโลกที่ตื่นเต้นหายใจไม่ทั่วท้อง หรือ กะไว้ว่าน่าจะซาบซึ้งกับการร่วมมือต่อสู้ของครอบครัว หรือ จะฮึกเหิมกับการลุกขึ้นสู้ของคนตัวน้อยๆที่โต้ตอบกับสัตว์ประหลาด หนังอาจตอบสนองความต้องการส่วนนี้แค่ความรู้สึก พอดูได้ เพราะ หนังไม่มีความตั้งใจแม้แต่น้อยที่จะเข้าไปจับความรู้สึกคนดูให้มีอารมณ์ร่วมไปกับหนัง

แต่หากลองเปิดใจลบความคาดหวังเก่าๆออกไป ฉีกสูตรสำเร็จต่างๆในหัวที่คุ้นเคยหรือเคยดูมา ค่อยๆเก็บรายละเอียดตามไปกับแง่มุมที่หนังนำเสนอ สังเกตบทสนทนาของตัวละครตามไปด้วย จะพบว่า ยิ่งไล่เก็บได้มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งพบว่า หนังสัตว์ประหลาดเรื่องนี้สนุกอย่างประหลาด

ผู้กำกับแสดงให้เห็นว่า ฝีมือของเขาหากต้องการจะทำหนังแอคชั่นล้วนๆก็สามารถที่จะโชว์ได้ ดูได้จาก สองฉากที่เจ๋งเป็นอย่างยิ่ง คือ

ฉากฮุนเซียวกระโดดขึ้นข้างบน ที่สะกดคนดูให้หายใจไม่ทั่วท้องและล่อหลอกคนดูด้วยการถ่ายทำชนิดไม่ให้คนดูได้หายใจหายคอ ฉากนี้เป็นเหมือนฉากที่ผู้กำกับโชว์กึ๋นให้เห็นว่า หากเขาคิดจะทำหนังให้เป็นเอเลี่ยนถล่มเมืองให้ระทึกขวัญตลอดเรื่องก็ไม่น่ายากเกินความสามารถ

กับ

ฉากสัตว์ประหลาดบุกขึ้นฝั่งริมแม่น้ำตอนต้นเรื่องที่ถ่ายมุมกว้างชนิดดูน่าทึ่งสมจริงเป็นอย่างยิ่ง



...แต่ผู้กำกับเลือกที่จะไม่เล่าหนังอย่างที่คนดูหนังสัตว์ประหลาดเคยดูมา หนังอุดมไปด้วยความเป็นตลกร้ายที่กระจายไปตั้งแต่ คาแรกเตอร์ตัวละคร และ เนื้อความในหนัง

คนดูจะพบกับตลกร้ายแฝงอยู่ในบทสนทนาแทบจะตลอดเวลา แถมยังวิพากษ์หลอกด่าทั้งอเมริกาและคนเกาหลีด้วยกันไปจนถึงคนอีกหลายๆกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการบอกโต้งๆ หรือ การแอบกัด กระทั่งเอาเท้าลูบหน้าจอก็ยังมีให้เห็นชนิดถ้าฝรั่งคิดตามทันคงสะดุ้ง

หนังเล่นตลกกับความตายหลายครั้ง จนกลาย เป็นตลกร้ายที่เหมือนจะขำแต่ก็หัวเราะไม่ออก และ หนึ่งใน ฉากตลกร้ายที่ผมชอบที่สุด คือ การนับจำนวนกระสุนผิดของกังดู ซึ่งไม่เพียงสะท้อนความโง่ที่ตรงกันข้ามกับที่พ่อเพิ่งชื่นชมในฉากก่อนหน้านั้นไม่นาน ยังเป็นการซ้ำเติมความผิดในใจของตัวละครกังดูให้หนักหนาสาหัสเข้าไปอีก

หากนั่งดูตัวละครตัวนี้เพลินๆ เราอาจไม่รู้สึกอินไปกับตัวละครในหนังเท่าไหร่นัก เพราะ การจงใจสร้างความแปลกของตัวละครซึ่งห่างไกลจากเราๆ หรือ ไม่ได้พบเห็นคนแบบนี้บ่อยๆ แต่ ลองคิดๆไปใครเป็น กังดู คงต้องเจ็บปวดเสียใจ และ ทรมานแสนสาหัส



เพราะไม่เพียงแต่ความผิดในใจจากการคว้ามือผิดคนจนลูกสาวถูกจับตัวไป แต่ตัวเองยังเป็นต้นเหตุของการตายอีกหนึ่งชีวิต

ตัวละครกังดูนี้ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะ หนังพลิกไปมาระหว่าง คนไม่ได้เรื่อง กับ คนที่ดีกว่าที่คิด ให้คนดูเดาไม่ถูก เช่น คนเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องในตอนต้น ที่ไม่ไปงานลูก ขโมยหนวดปลาหมึก ชอบหลับไม่รับผิดชอบ แต่ไม่กี่ฉากถัดมาเราก็จะเห็นว่า เราเข้าใจผิดไป เขารักลูกตามแบบฉบับของคนอย่างเขาที่จะเป็นได้ ฉากเงินเก็บเพื่อลูก ฉากชวนลูกกินเบียร์ ล้วนสะท้อนความรักลูกที่มีอย่างล้นเหลือ

และ นั่นทำให้ เบียร์กระป๋อง ในตอนกลางเรื่องที่เพียงฟองเบียร์ฉีดออกมาให้ฮุนเซียวเห็น กับ ฉากนั่งกินข้าวร่วมกันที่เป็นจินตนาการ จึงสร้างความรู้สึกเศร้าได้อย่างน่าประหลาด

สิ่งที่ชอบ

1.ประเด็นในหนัง ... สิ่งที่หนังนำเสนอทำให้หนังเรื่องนี้มีอะไรมากไปกว่า แค่ สัตว์ประหลาดบุกโลก และ การผนึกกำลังของครอบครัว ยังมีประเด็นยิบย่อยมากมายที่หนังใส่ไว้ และ ก็ใส่เข้าไปได้ชนิดไม่ประดักประเดิด เป็นตัวอย่างของหนังที่มีบทที่ดี ที่ผู้กำกับหนังไทยน่าดูเป็นตัวอย่างไว้ว่า หนังเจ๋งๆไม่จำเป็นต้องอาร์ตจ๋า,หนังสัตว์ประหลาดจะเมายาอี จะบี้ยาบ้า จะเป็นปลากะโห้กินลิโพ ถ้าบทมันดี มันก็ทำให้คนดูและนักวิจารณ์ชื่นชมได้พร้อมๆกัน

2.การเล่าเรื่อง ... ไม่ใช่แค่ประเด็นน่าสนใจ การเล่าเรื่องแม้จะเรียงลำดับไม่ซับซ้อน แต่ก็แหวกสูตรสำเร็จทั่วๆไปที่ไม่ได้ไปเน้นแค่ สัตว์ประหลาด กับ ฝ่ายธรรมะ หนังแวะเวียนไปเล่าไปสนใจเหตุการณ์อื่นๆที่ดูเหมือนว่าไม่น่าจะสำคัญ หนังไม่ได้เน้นการปลุกเร้าอารมณ์ และ ไม่ได้สนใจแอคชั่นตระการตา กลับแทรกด้วยตลกร้ายมากมาย ซึ่งก็เป็นในรูปแบบเดิมๆของ ผกก.บอง จุน โฮ เขาเอาสไตล์ของตัวเองมาใส่ไว้ในหนังสัตว์ประหลาดได้อย่างน่าประทับใจ และ ผลออกมาก็ทำให้ผมเองเพลิดเพลินไปตลอดความยาวสองชั่วโมงของหนังเป็นอย่างยิ่ง

3.สัตว์ประหลาด ... เยี่ยม ทั้ง การออกแบบตัวสัตว์ประหลาดและการเคลื่อนไหว เหมือนจริงจนน่ากลัว

4.ผู้กำกับ ... แม้จะตั้งใจ ด่า ฝรั่งมากไปนิด แต่ หนังก็ไม่ได้เป๋เสียทิศทาง เขายังคุมหนังให้อยู่ในกรอบและผสมความเป็นหนังตลาดขายความบันเทิงกับสาระและสิ่งที่อยากจะพูดในหนังได้ลงตัว

สิ่งทีไม่ชอบ

1.CG ไฟไหม้ตอนจบ ... สัตว์ประหลาดในหนังถูกออกแบบและสร้างมาได้อย่างน่าทึ่งตื่นตาตื่นใจ รายละเอียดเล็กๆเก็บได้หมด แม้กระทั่งน้ำลายของกะโห้ยักษ์ แต่บทแค่ไฟไหม้กลับทำหลอกตาได้อย่างน่าเกลียดเป็นอย่างยิ่ง

สรุป ... The Host เป็นหนังสัตว์ประหลาด ที่ฉีกขนบสูตรสำเร็จ ของ หนังสัตว์ประหลาด ที่ผ่านๆมา สำหรับคนดูที่ไม่เคยดูหนังของผู้กำกับคนนี้มาก่อน จะต้องรู้สึกเหมือนกับว่า แม้จะกินมาม่า(หนังสัตว์ประหลาด)มาเกือบร้อยๆห่อ แต่มาม่า(หนังสัตว์ประหลาด)ห่อนี้รสชาติกลับไม่ซ้ำกับที่เคยๆกิน แต่ถามว่าจะอร่อยถูกลิ้นหรือไม่ คงแล้วแต่คน แต่คุณภาพของที่อยู่ในห่อนั้นจัดได้ว่าครบเครื่องและมีคุณค่ามากกว่าห่ออื่นๆที่เคยมีมาแล้ว ตัวผมเองนั้นชอบมากทีเดียว


เริ่มต้นอ่าน Blog นี้มีข้อสงสัย + แวะเวียนมาพูดคุยถาม-ตอบ คลิกไปคุยกันที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง



ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป



Create Date : 13 กันยายน 2549
Last Update : 13 กันยายน 2549 0:36:25 น. 43 comments
Counter : 8873 Pageviews.

 
รวมพลคนประหลาด 55


โดย: สายลมอิสระ (สายลมอิสระ ) วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:0:37:02 น.  

 
"เหยื่อรายสุดท้ายที่มันฉวยคว้าก่อนที่มันจะหนีกลับเข้าไปใต้ผืนน้ำคือ ฮุนเซียว เด็กนักเรียนที่เป็นเหมือน เทพี..."

อ่า นึกถึงชาละวันเลยแฮะ แต่เรื่องนี้ไม่มีไกรทองนิ

นานๆ จะตะลุยอ่านบล็อกนี้ได้อย่างสบายใจ ทุกทีจะต้องคิดว่าไม่อ่านดีกว่า เดี๋ยวจะหามาดู เสร็จแล้วก็ไม่ได้ดูสักที แต่เรื่องนี้ไม่คิดจะดูอยู่แล้ว เพราะทนเห็นปลากะโห้ไม่ได้ อี๋มาก ช่วงนี้รู้สึกภูมิต้านทานเรื่องพวกนี้จะต่ำผิดปกติ


โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ (the grinning cheshire cat ) วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:1:08:43 น.  

 
ว่าจะไปดูศุกร์นี้ล่ะครับ เห็นคนเชียร์กันจัง
แต่สงสัยไอ้ที่อยากดูมานานอย่าง The wind that shake the Barley จะแป่วไปอีกทีแล้ว


โดย: jonykeano วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:2:03:58 น.  

 
เกือบไม่ได้ดูแล้ว... เพราะเพื่อนมันบอกไม่หนุก
แต่ด้วยความไว้ใจคนในพันทิป... เลยถ่อไปดูคนเดียว

โฮ่ๆๆๆๆ ดีเกินคาดจิงๆ [อาจเพราะทำใจหน่อยๆไว้แล้ว] เนื้อหาต๊องๆไปหน่อย เสียดสีออกนอกหน้า แต่ดูแล้วก็ชวนติดตามตลอด กลั้นหายใจเป็นช่วงๆ... สรุปแล้วดีใจมากๆที่ได้ดูค้าบบบ


โดย: sushiboy69 (sushiboy69 ) วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:5:24:35 น.  

 
หนังกัดๆๆๆๆๆๆ ฝรั่งเต็มๆๆๆๆ
มีเอื่อยๆ เรื่อยๆ อ้อยอิ่ง บ้าง
เเต่สนุกดีครับ


โดย: bigwores วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:9:16:39 น.  

 
อ่านแค่ช่วงต้นนะ พอเข้าเนื้อเรื่องก็ข้ามไปก่อนน่ะ

เพราะยังหวังว่าจะได้ดูอยู่ หวังว่า หวังว่า อะนะ


ดูแล้วจะมาอ่านอีกทีเนาะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:10:00:40 น.  

 
นอกจากที่เห็นคุณ จขบ. กับใครอีกซักคนเป็นหน้าม้าเรื่องนี้ไว้ที่ "หน้าแรก" แล้ว ... เพื่อนผมอีกคน (ที่เป็นคอหนังอินดี้จ๋า) ก็โทรมาพร่ำเพ้อถึงเรื่องนี้กับผมใหญ่เลย บอกว่าต้องไปดูให้ได้นะ แล้วค่อยมาคุยกัน .......ตอนนี้ผมอ่านแค่สแกนๆ ส่วนบนกับส่วนล่าง ตรง Spoiler ก็ยังไม่ได้อ่านเหมือนกัน แต่พอรู้เลาๆ แล้วว่ามีเนื้อหาบางส่วนเป็นแนวจิกกัด ตลกร้าย (ซึ่งเป็นของชอบของผมพอดี) อืม ... ถ้าเสาร์นี้ได้ดู เด๋วอาทิตย์หน้าจะมาเขียนใหม่นะครับ


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:10:24:31 น.  

 
ในที่สุดก็วิจารณื The Host แล้ว มองได้ลึกซึ้งอีกตามเคยล่ะค่ะ

ดูหนังแล้วมาอ่านบล็อกนี้ต่อนี่ได้มุมมองที่กว้างขึ้นจริงๆนะ

ที่ชอบที่สุดของเรื่องนี้คงเป็นวิธีการจบเรื่องน่ะค่ะ การจากไปของเทพีกับการเข้ามาแทนที่ด้วยเด็กผู้ชายที่รอดชีวิต มันก็เหมือนกับเรื่องต่างๆในโลกของความจริงที่จะไม่ได้จบอย่างแฮปปี้เอนดิ้งเสมอไป ดูเศร้าๆหน่อยแต่ก็ทำให้รู้สึกว่านี่ล่ะ "ความจริง"

*ป.ล. (>__<'') รออ่านหนังสืออยู่นะคะ


โดย: lonea IP: 161.200.255.164 วันที่: 14 กันยายน 2549 เวลา:9:22:15 น.  

 
มาอ่านเพราะส่งสงสัยจะไม่ได้ดู แต่อยากดูมากๆ คะ อ่านแล้วยิ่งอยากดู


โดย: แก้มป่อง IP: 202.142.193.16 วันที่: 14 กันยายน 2549 เวลา:17:24:14 น.  

 
เข้ามาเสียค่าบริการครับ

อ่านจบแล้วรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้ห่วยแบบที่หลายๆคนกล่าวไว้ก็ต้องบอกว่าสมเป็นคุณ ผมอยู่ข้างหลังคุณ กระมังครับ ^^'' ที่เสนอแง่ที่แตกต่าง(แต่ก็ตรงไปตรงมา)

/me ว่าแต่จะได้ไปดูมั้ยนะเรา


โดย: Kuro Noire IP: 58.136.9.187 วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:2:05:41 น.  

 
เชียร์ให้ไปดูเหมือนกันครับ สำหรับหนังสัตว์ประหลาดไอเดียประหลาด แต่สนุกจริงๆ ทั้งในส่วนของฉากแอคชั่นและเนื้อเรื่อง ลองไปดูกันครับ


โดย: Ethan Hunt IP: 203.150.212.213 วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:13:41:49 น.  

 
โอ้ว... ตีความได้ละเอียดและชัดเจนเหมือนเดิมเลยนะครับ
ผมเพิ่งไปดูมาเมื่อวาน ยอมรับเลยว่าประเด็นที่จับได้มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง
พอมาอ่านแล้ว อืม... ใช่เลย... จริงด้วย... เอ่อเนอะ... อ๋อมันเป็นงี่นี่เอง...
ไม่รู้จะว่าไงแล้วครับ... เห็นด้วยทุกตัวอักษรครับ


โดย: kimprite วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:13:53:47 น.  

 
สุดๆแล้วเรื่องนี้


โดย: nanoguy IP: 161.200.255.164 วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:14:44:10 น.  

 
ชอบหนังเรื่องนี้มากเพราะความที่มันไม่เหมือนหนังสัตว์ประหลาดเรื่องอื่นนี่แหละครับ + ชอบบทวิจารณ์ของคุณด้วยครับ


โดย: gilgalud IP: 210.246.160.2 วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:17:40:41 น.  

 
ตอนแรกว่าจะไม่ดูแล้ว แต่พอมาอ่านบทวิเคราะห์อันนี้แล้ว ก็คิดว่า "น่าดูเหมือนกันแฮะ"

ขอบคุณครับ


โดย: absent-minded IP: 158.108.54.198 วันที่: 16 กันยายน 2549 เวลา:13:01:38 น.  

 
ชอบมาก ๆ เหมือนกันค่ะ ^^
ไปดูทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าผกก.คือใคร
เห็นมีซงคังโฮกับเบดูนาก็ตัดสินใจไปดูเลยค่ะ ชอบมุขตลกสไตล์นี้มาก ๆ (ฉากกลิ้ง ๆ ในโรงยิม ฮาโคตร)

กลับมาหาข้อมูลในเน็ต เลยเพิ่งรู้ว่าที่แท้ก็ของผกก. memories of murder กับ barking dogs never bite นี่เอง (ชอบทั้งสองเรื่องเลยค่ะ ว่าไปแล้วผกก.คนนี้ก็ชอบ recycle นักแสดงเหมือนกันนิ :P)

เขียนได้ดีมากเลยค่ะ จะรออ่านวิจารณ์หนังเรื่องต่อ ๆ ไปนะคะ


โดย: lulla IP: 161.200.255.164 วันที่: 17 กันยายน 2549 เวลา:0:59:00 น.  

 
อ่านมาจากในกระทู้เฉลิมไทยแล้วต่อมานี่หนะครับ พอดีให้จ่ายค่าบริการด้วยก็ขอจ่ายซักนิด

เรื่องนี้ผมไม่ชอบเลยหละครับ ถึงจะอ่านที่คุณเขียนหลังไปดูมาแล้ว ว่าหนังสื่อถึงอะไรบ้าง ทั้งที่ผมคาดถึงและคาดไม่ถึงที่พึ่งรู้ตอนอ่าน blog นี้แล้วก็ตามครับ ตอบไปในกระทู้แล้ว ไม่เขียนซ้ำ
ละกันนะครับ

ในส่วนของ blog เขียนได้ดีมากเลยครับ ละเอียด
ดีมากๆเลย เรื่องอื่นก็เขียนได้ดีครับ ไว้จะแวะมาอุดหนุนใหม่นะครับ

ปล. ความเห็นไม่ตรงกันอย่าโกรธกันนะครับ
มันเป็นแค่ความเห็นของผมคนเดียวเท่านั้น
เองครับผม


โดย: zeron IP: 58.147.33.99 วันที่: 17 กันยายน 2549 เวลา:1:10:06 น.  

 
^
^
... ยินดีเสมอครับกับความเห็นที่แตกต่าง ขอเพียงแค่ไม่พาดพิงความเห็นคนอื่น(ตัวอย่างความเห็นที่แตกต่างแบบชวนทะเลาะ เช่น คนที่ชอบๆได้ยังไงไม่เห็นมีดีเลย หรือ คนที่ไม่ชอบยังดูหนังไม่เป็น ฯลฯ >> ถ้าความเห็นแบบนี้เจ้าของบล้อกขอลบครับ)

ชอบไม่ชอบอย่างไร มาคุยกัน มาแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้เลยครับ คนที่คิดต่างก็อาจจะได้รู้อะไรดีๆเพิ่มเติมไปด้วย

... ขอบคุณทุกความเห็นที่แวะเวียนมาพูดคุยและแสดงความเห็นกันนะครับ + ยินดีต้อนรับเพื่อนๆคนใหม่ๆที่เพิ่งเข้ามาด้วยครับ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 17 กันยายน 2549 เวลา:1:47:21 น.  

 
ดูแล้วชอบจังเลยค่ะเรื่องนี้
มันไม่เหมือนหนังสัตว์ประหลาดทั่วๆไป
เพราะมันดำเนินไปบนพื้นฐานของความรัก ออกแนวdrama แอบเสียน้ำตาไปด้วยแหละ
อิอิ


โดย: somini (sommini ) วันที่: 17 กันยายน 2549 เวลา:14:35:42 น.  

 
สงสัยต้องเสียตังค์ไปดูสะแล้ว
ไม่รู้ออกไปรึยัง


โดย: jr 2 IP: 124.157.160.213 วันที่: 18 กันยายน 2549 เวลา:11:46:35 น.  

 
+ อืม ... มันประหลาดแบบแหม่งๆ มึนๆ ดีครับ ... ห่างไกลจากที่คิดไว้ตอนได้ดูหนังตัวอย่างครั้งแรกเยอะมากกกก ... แต่จินตนาการได้ใกล้เคียงขึ้น ตอนที่สแกนบล็อกนี้ก่อนไปดูจริง กับตอนที่เพื่อนที่ดูมาแล้วโทรมาเล่า (พร่ำเพ้อ) ให้ผมฟังว่าห้ามพลาดเชียวนะ ...
+ จริงๆ แล้ว กะโห้ยักษ์น่าจะเป็นสัญลักษณ์มากกว่า (ถ้าใครหวังจะเข้าไปดูเอ็ฟเฟ็กต์ สัตว์ประหลาดไล่เขมือบคนอย่างเมามัน ก็คงไม่สะใจเท่าไหร่ ... แต่ก็มีให้เห็นอยู่ประปราย) แต่ประเด็นจริงๆ ของหนังน่าจะเป็นเรื่องจิกกัด วิพากษ์สังคมซะล่ะมากกว่า ... ซึ่งหนังก็ทำได้ถึงในจุดนี้ ยิ่งได้มาอ่านบล็อกนี้ก็ยิ่งเห็นชัดเจนขึ้นอีกครับ
+ งงๆ นิดนึง ตอนช่วงใกล้จบ ที่กังดูโผล่ออกมาจากคอนเทนเนอร์ หลังจากที่ถูกเจาะหัว แล้วเจ้าทหารฝรั่งพวกนั้น ทำเหมือนจัดบาร์บีคิวปาร์ตี้กันอยู่เหรอไง? เพราะจริงๆ สภาพตั้งรับรอสัตว์ประหลาด ก็ไม่น่าจะอยู่กันสบายๆ แบบนั้น / กับอีกตอนนึงที่ว่า ถ้าน้านัมอิล เป็น 'คนไม่เอาไหน' ในสายตาเพื่อนๆ ทำไมเพื่อนคนที่หลอกไปดูสัญญาณมือถือถึงต้องบอกให้ทุกคนระวังว่าหมอนี่มันร้ายอ่ะครับ ... แสดงว่าจริงๆ เค้าก็น่าจะเจ๋งพอสมควร เพื่อนถึงได้รู้อ่า
+ จริงๆ จะจบแบบหนังเกรดบี ให้มีกะโห้ยักษ์อีกตัว (หรือหลายตัว) โผล่ขึ้นมาอีกก็ได้ เพราะฟอร์มาลดีไฮด์ที่เทลงแม่น้ำไปตั้งเยอะ ไม่น่าทำให้เกิดการ mutation แค่ตัวเดียว แต่หนังก็ไม่เลือกเช่นนั้น ... แล้วบทสรุป ก็ไม่รู้ว่า นัมจู กับ นัมอิล เปลี่ยนตัวเอง (ให้ ตัดสินใจเร็วขึ้น กับ 'เอาไหน' มากขึ้น ตามลำดับ) ได้รึเปล่า (แต่ก็น่าจะได้ จึงยิงธนูถูกกะโห้ยักษ์ กับ หาตำแหน่งหลานสาวจนเจอ) ... แต่คนที่เปลี่ยนไปแน่ๆ คือ กังดู ที่เป็นผู้ใหญ่และมีความรับผิดชอบมากขึ้นเยอะ เพราะว่า ต้องดูแลกิจการร้านสืบต่อจากพ่อ, เปลี่ยนสีผมตัวเองให้ดูเป็นคนธรรมดา, ดูแลเจ้าเด็กน้อยแทนลูกสาว และที่สำคัญที่สุดคือ ตามหาลูกสาวจนเจอกับเป็นคนลงดาบสุดท้ายฆ่ากะโห้ยักษ์อีกด้วย ...


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 18 กันยายน 2549 เวลา:12:41:33 น.  

 
+ อ้อ ... ตกประเด็นสงสัยไปอีกเรื่องนึงว่า ตอนที่นัมจูถูกเหวี่ยงตกท่อไป ถ้าจำสภาพไม่ผิด มันจะเป็นท่อเล็กๆ แคบๆ ขนาดเกือบพอดีตัว แต่สูงเกินเอื้อมมือถึงขอบ เลยสงสัยว่าเธอปีนขึ้นมาได้ยังไงอ่ะครับ?


โดย: บลอทช์ยู IP: 202.69.140.233 วันที่: 18 กันยายน 2549 เวลา:13:23:09 น.  

 
เฮ่อ ... นานๆจะได้เข้ามาซะที

มาอ่านบทวิจารณ์หนังเรื่องที่เพื่อนชวนดูอีกแล้วค่ะ

แต่คราวนี้โลไม่ได้ชวน แต่โลบอกว่าน่าสนใจ ให้ไปดู

เล่นวิจารณ์หนังแบบนี้ ก็น่าดูแย่สิคะ 555+

ยิ่งอยากดูอยู่ กระตุ้นต่อมเสียตังค์อีกแล้ว

หนังสือออกมะไหร่ บอกด้วยนะคะ จะรออ่านค่ะ ^ ^


โดย: ฟีเลีย IP: 61.47.105.7 วันที่: 18 กันยายน 2549 เวลา:18:54:38 น.  

 
ความเห็น21 ครับ
ตรงที่บอกว่านัมอิล ไม่เอาไหนนี่ ผมว่าคนนี้เรื่อง
พยายามให้คาเรกเตอร์เป็นบัณฑิต ที่ตกงาน
ทั้งๆที่มีความสามารถ เพียงแต่ เขาไม่ประสบ
ความสำเร็จหางานทำไม่ได้เท่านั้นเองครับ
อาจจะสะท้อนถึง วัฒนธรรมเกาหลี อะไรบางอย่างว่า เก่งอย่างเดียวไปไม่รอดหรือเปล่า?
แต่เพื่อนๆคงรู้กันหละว่าหมอนี่หนะเก่ง
เพียงแต่มันไม่รุ่งในการงานเท่านั้นเอง

ส่วนฉากที่ว่านั้นน่าจะเป็นฉากแสดงความสามารถ
ได้เลยนะครับนั่นว่าเขาเก่งยังไง แต่เสียดาย
ไม่เน้นเท่าที่ควร ทำให้ผมดูแล้วรู้สึกว่าอารมณ์
ตอนนี้มันขาดๆไปนิดนึง น่าจะเพิ่ม อีกสักนิด
เพื่อให้รู้ว่านัมอิลก็ไม่ใช่หมูๆนะเฟ้ย

ปล. ดูซิกลายเป็นเข้ามาอ่านประจำซะแล้ว คุณผมอยู่ข้างหลังคุณครับ เรื่องหน้ามีอะไรน่าสนใจไหมครับเดี๋ยวว่าจะไปดูซะหน่อย แนะนำด้วยนะครับ


โดย: Zeron IP: 203.114.126.232 วันที่: 19 กันยายน 2549 เวลา:12:33:13 น.  

 
อ้อ ... ครับๆ เกิดดวงตาเห็นธรรม ... น่าจะใช่ ตามที่คุณ Zeron ว่าไว้ เพราะธีมหลักของเรื่อง มันจิกกัดวิพากษ์วัฒนธรรมอยู่แล้ว ประเด็นนี้ก็คงเป็นตามที่คุณเขียนไว้แหละ ข้าน้อยขอคารวะ 1 จอกครับ \\_/-


โดย: #21 IP: 202.69.140.233 วันที่: 19 กันยายน 2549 เวลา:13:53:15 น.  

 
วิจารณ์ได้ดีครับ
งั้นหนังเรื่องนี้ก็ท่าทางน่าดูนะเนี่ย


โดย: Kajohnsak IP: 221.128.89.112 วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:8:06:50 น.  

 
ชอบมากครับ ดู2รอบ พากษ์ไทยกะซาวน์แทรค
ชอบซาวน์แทรคมากกว่าครับ


โดย: key IP: 124.121.95.14 วันที่: 23 ตุลาคม 2549 เวลา:23:20:46 น.  

 
แค่อ่านบทวิจารณ์ก็ฮาแล้ว
ชอบหนังตลกร้าย
ต้องไปหามาดูแล้วละ


โดย: kangalala IP: 122.16.120.225 วันที่: 28 มกราคม 2550 เวลา:14:42:00 น.  

 
พึ่งดูจบไปวันนี้เองครับ รู้สึกชอบหนังเรื่องนี้มากๆ ทั้งๆที่ไม่ชอบหนังเกาหลี (แต่ชอบ Sex is Zero) หนังขบกัดได้ลึกมากๆ เศร้าก็คือตอนจบ
ยังแคลงใจเลยมาหาข้อมูลเพิ่ม ได้ได้เต็มเหยียด ขอบคุณมากครับ


โดย: John Lemon IP: 124.120.148.93 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:19:07:27 น.  

 
ชอบหนังเสียดสี จิกกัดแบบนี้จริงๆเลยครับ ถึงไม่ทันโรง ก็ไปดู DVD เอาครับ ขอบคุณ


โดย: โล-กุ้ง IP: 58.136.18.114 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:21:04:44 น.  

 
ไม่ชอบเรื่องนี้เลย
ผมกินมาม่ามาร้อยห่อ
ห่อนี้ไม่อร่อยแต่อย่างน้อยห่อนี้ก็รสกิมจิไม่ใช้รสหมูสับทั่วไป
ต้องกินข้าวมันไก่บ้างละล่ะ


โดย: ปรกติชอบ จิกกัด นะ แต่อันนี้มันไม่ใช่ IP: 58.9.127.180 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:1:16:53 น.  

 
งง ตอนแรกๆ สัตว์ประหลาดลงน้ำ
แล้วไมมีวิ่งมาอีกทางอ่ะ


โดย: ปรกติชอบ จิกกัด นะ แต่อันนี้มันไม่ใช IP: 58.9.127.180 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:1:20:23 น.  

 
เห็นสีหน้าตัวละครตอนตั้งใจแน่วแน่
แล้วนึกถึงตัวการ์ตูนในเรื่องโจโจ้เลย
-------------------
นึกถึงอีกว่า ถ้าเด็กผู้ชายนั่น รีบเข้าท่อไปก่อน ตามที่อุนเซียวบอก เธอคงจะหนีทัน และไม่ตาย เพราะไม่ต้องเสียเวลาแวะไปลากเด็กเข้าไปด้วย

ภาพตอนหลังเห็นศพเธอจับยึดเขี้ยวปลากะโห้เอาไว้ เหมือนไม่ยอมถูกกลืนลงท้อง หรือพยายามจะดึงตัวเองออกจากท้องปลากะโห้ อีกมือก็กอดเด็กผู้ชายไว้ด้วย เห็นแล้วก็นับถือ
---------------------------------
ตัวละครกังดู ไม่ว่าอะไรเรื่องหกล้มแล้วฉุดมือผิดคน เพราะของอย่างนี้มันพลาดกันได้ แต่รู้สึกโทษว่าอยู่บ้างเรื่องนับกระสุนพลาด ...ทั้งที่มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ สำหรับตัวละครที่ค่อนข้างมีปัญาหาทางสมองเพราะเหตุการณ์ตอนเด็กอย่างนั้น ...ตั้งใจว่า จะเอามาเป็นบทเรียนว่าอย่าไว้ใจอะไรที่คนอื่นยื่นมาให้ง่ายๆ เดี๋ยวจะเป็นอย่างคุณปู่


โดย: .............. IP: 202.133.135.228 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:14:18:59 น.  

 
มาช้าไปหน่อย แต่จะไปเช่าดูทั้ง 2 เรื่องเลย เขียนดีจังชอบอ่าน


โดย: วา IP: 58.9.1.46 วันที่: 31 มีนาคม 2550 เวลา:20:45:38 น.  

 
คนบ้า


โดย: น้เย็น IP: 125.24.193.183 วันที่: 26 เมษายน 2550 เวลา:7:45:21 น.  

 
...


โดย: karn IP: 58.147.95.95 วันที่: 9 มิถุนายน 2550 เวลา:17:23:29 น.  

 
8/10 คะแนน

สำหรับผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นหนังตลกครับ คนดูบางคนยังไม่เข้าว่า มันเป็นหนังตลก+สยองขวัญ หลายๆฉากที่น่าจะทำได้เศร้า แต่ผมดูไปก็ขำไป อย่างเช่นตอนที่แห่กันไปเยี่ยมศพญาติๆ ซึ่งหนังตั้งใจทำให้มันตลกอยู่แล้ว (รึป่าวนะ?)

อย่างไรก็ตามในความตลก มันก็ยังแฝงไว้ด้วยความเศร้าและสาระดีดีมากมาย

ส่วนตัวผมชื่นชอบหนังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก อยากให้คนที่อาจจะจริงจังกับหนังมากเกินไป (มีหลายคนที่ไม่ชอบเรื่องนี้) เปลี่ยนแนวคิดในการชมใหม่ แล้วจะรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เพียงหนังสัตว์ประหลาดที่เต็มไปด้วยความซีเรียส หรือหดหู่เหมือนเรื่องอื่นๆที่ผ่านมา


โดย: นักวิจารณ์สมัครเล่น IP: 125.24.181.222 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:13:51 น.  

 
เพิ่งได้ดูเมื่อกี้ค่ะ ดูแล้วขัดใจมาก ๆ ว่าทำไมคนเมกาถึงไร้สามัญสำนึกให้คนเกาหลีเทสารเคมีลงแม่น้ำ (ในฉากแรก) พอมาอ่านแล้วก็เลยรู้ว่าคือ เป็นหนังด่าสหรัฐนี้เอง แถมดูท่าทางไม่มีใครสนใจจะจับสัตว์ประหลาด มัวแต่ฉีดสารป้องกันไวรัสกันอยู่ ไม่มีใครสนใจคำพูดของผู้เป็นพ่อตอนที่ได้รับโทรศัพท์ (ไอ้) คุณตำรวจก็ยียวนกวนประสาท ไม่รับฟังเสียงประชาชนเอาซะเลย

เสียดายเรื่องซีจีตอนจบเหมือนกัน เสียดายจริง ๆ ไฟไม่เนียนเอาซะเลย
ขอบคุณสำหรับบทความนะคะ อ่านแล้วกระจ่าง เข้าใจขึ้นเยอะเลย เพราะว่าตอนแรกกะจะดูหนังสัตว์ประหลาดแบบมันส์ ๆ เหมือนกัน


โดย: noonan IP: 202.139.223.18 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:31:22 น.  

 
สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด


โดย: not IP: 125.24.2.4 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:00:06 น.  

 
เนยะคตนรีเยีรตะยรนีเยตึ





โดย: ดะคึพรนึค IP: 125.24.90.243 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:43:34 น.  

 
ขอบคุณนะคับ


โดย: คอหนัง IP: 110.164.238.173 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:02:34 น.  

 
โหน่ากลัวจัง
เฟมีเรื่องขัดใจอยู่หลายเรื่องเพราะเฟดูเอเลี่ยนทีไรเฟพยายามห้ามสติตัวเองไว้ว่า
เอเลี่ยน ไม่มีจริงจนได้มาเห็นภาพเหล่านี้เฟเลยเชื่อ
สนิทเลยว่าเอเลี่ยนมีจริงค่ะ
เอ........แต่เฟสงสัยอีกอย่างหนึ่งค่ะว่าพวกพี่ๆไปหาภาพพวกนี้มาจากไหนกันหรอค่ะเฟอยากรุ่ค่ะ?


โดย: เฟ ชุตติมา สุดจิตสมโภชน์ IP: 172.16.8.68, 203.185.68.9 วันที่: 25 สิงหาคม 2554 เวลา:20:14:11 น.  

 
ว้าว.......วิเศษมากค่ะอยากพบเห็นจริงๆเลยและอยากเป็นพี่นักศึกษาที่โดนกินเป็นเหยื่อรายสุดท้ายค่ะ แก้มอยากเล่นหนังหรือละครอ่ะค่ะแก้มแค่อายุ 10 ปีเองค่ะความสามารถพิเศษของแก้มคือ
ร้องเพลง ค่ะดาราที่ชอบหรอ : วงเกอร์รี่เบอร์รี่ค่ะและก็ บี้ เอ้ก ฟาง นท แป้ง แกรนด์ ค่ะมีอีกหลายๆอย่างเลยค่ะแต่กลัวกระดานไม่พอเลยหยุดอยู่แค่นี้ก่อนค่ะ


โดย: แก้ม กลินตา ไพวิภาลิน IP: 172.16.8.68, 203.185.68.9 วันที่: 25 สิงหาคม 2554 เวลา:20:23:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
กันยายน 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
13 กันยายน 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.