www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

Shall we dance , คุณเต้นรำกับคู่ของคุณครั้งสุดท้ายเมื่อไร



...ผมได้ดูShall we danceที่เป็นหนังญี่ปุ่นครั้งแรกหลายปีก่อน ทางม้วนวิดิโอที่บ้าน และพบกับ


-เรื่องราวของชายหนุ่มพนักงานอ๊อฟฟิสที่ใช้ชีวิตกับครอบครัวอยู่ไปวันๆ ใช้ชีวิตกับงานในสภาพมนุษย์เงินเดือนเหมือนหุ่นยนต์ที่ไร้ชีวิตชีวา เหมือนห่อหุ้มด้วยเปลือกของความชืดชาและซ้ำซาก วันหนึ่งเค้าเงยหน้าไปพบกับหญิงสาวหน้าตาเศร้าบนตึก จึงทดลองตามขี้นไปและพบว่าเป็นโรงเรียนสอนเต้นรำ เมื่อนั้นเพียงเพราะการอยากรู้จักกับเธอมากขึ้น เขาจึงตัดสินใจสมัครเรียนเต้นรำ

-ความประทับใจของหนังคือความเรียบง่าย ค่อยเป็นค่อยไปเราจะเห็นว่าความชืดชาและความอ้างว้างของพระเอกค่อยๆหลุดออกทีละชั้นจากการได้รู้จักกับการเต้นรำ และ จากที่เริ่มต้นเหมือนกับจะเป็นความรักในเชิงชู้สาว ก็กลับกลายเป็นความรักต่อการเต้นรำ และนำชีวิตชีวากลับมาสู่ในครอบครัว และทำให้คนดูรู้สึกมีความสุขประทับใจ พร้อมกับมีรอยยิ้มภายในอย่างเงียบๆ

.....ผมได้ดูShall we danceที่เป็นหนังฝรั่งนำมาremakeใหม่โดยผู้กำกับPeter Chelsomที่สร้างงานประทับใจมาแล้วอย่างSerendipity อีกครั้งวันนี้ ที่SF MBKรอบ18.45น. และพบกับ

-เรื่องราวแบบเดิม เรียกได้ว่าหนังถอดแบบมาแทบจะฉากต่อฉากตั้งแต่ต้นจนจบมีเพียงการดัดแปลงในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ

-ถึงแม้ว่าผมจะติดภาพของต้นฉบับอยู่มากและอดจะเปรียบเทียบตอนดูไปด้วยไม่ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่ากับฉบับดัดแปลงนี้ดัดแปลงได้เข้ากับยุคสมัยได้ดีทีเดียวและรายละเอียดที่ใส่เพิ่มเติมหรือดัดแปลงก็ทำออกมาได้ประทับใจ

-ความประทับใจที่ได้จากฉบับนี้จึงไม่ได้น้อยไปกว่าต้นฉบับเดิมเลยและยังออกจะมีส่วนดีกว่าในเรื่องของการเต้นรำว่ามันเปลี่ยนชีวิตตัวละครอื่นๆนอกจากพระเอกได้อย่างไร

Mr.Clark...กล้าที่จะยอมรับความรู้สึกของตัวเอง และ ทำให้กล้าที่จะคุยกับคู่ชีวิตและนำชีวิตชีวากลับมาได้อีกครั้ง

Paulina...ลืมความเศร้าความผิดหวังและสนุกกับการเต้นรำอีกครั้ง

Link...ถอดเปลือกออก(วิก)และยอมรับเนื้อแท้ตัวเองอย่างที่เป็นจริงๆ

Miss Mitzi...ค้นพบสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีชีวิตได้อีกครั้งหนึ่งนอกจากเหล้า

Beverly Clark....รู้ว่าอะไรคือของขวัญที่สามีอยากได้ รู้จักสามีมากยิ่งขึ้นและสำคัญไปกว่านั้นรู้ว่าชีวิตคู่ที่ตัวเองเคยให้นิยามไว้(witness to our lives)แท้จริงแล้วมันเป็นอย่างไร

.......การเต้นรำก็คงไม่ต่างจากการใช้ชีวิตคู่ หลายครั้งที่ใครคนใดคนหนึ่งหยุดเต้นไปแล้วแต่อีกคนยังเต้นอยู่โดยไม่หยุดมองหรือจับมือคู่เต้นให้ไปด้วยกัน สุดท้ายก็คงต้องเหลือคนที่เต้นเพียงคนเดียว หรือถ้าเต้นคนละstepกันโดยไม่คิดที่จะมาปรับหรือพูดคุย สุดท้ายก็อาจจะต้องเหยียบเท้า สะดุดล้ม และเลิกร้างกันไป

.....คุณได้เต้นรำและพูดคุยกับคู่เต้นในชีวิตจริงของคุณครั้งสุดท้ายเมื่อใด

สิ่งที่ชอบในต้นฉบับ

1.พระเอก+นางเอก...พระเอกในต้นฉบับนั้นเล่นทำให้เรารับรู้ได้ถึงความรู้สึกเบื่อ เซ็ง และจำเจกับชีวิตได้อย่างแท้จริง เหมือนกับ"คนธรรมดาทั่วไป"คนหนึ่งที่พบได้ในสังคมปัจจุบันไม่ใช่เป็น"พระเอก"

.....ในขณะที่นางเอกในต้นฉบับนั้นเป็นคนสวยและดูดี ดูออกว่าเธอสวยแต่อมทุกข์ มีความสามารถในการเต้นรำที่ไม่ได้แสดงออกมาและมีอะไรบางอย่างที่เก็บงำไว้ตลอดเวลา

2.บทเพื่อนพระเอก...เล่นได้แบบบ้าเต็มร้อยและถึงอกถึงใจจริงๆ

3.ความประทับใจ...ในบรรยากาศแบบอมยิ้มมีความสุขอย่างเงียบๆค่อยๆเป็นค่อยไป

4.ธีมของหนัง...ที่แสดงถึงการเริ่มต้นจากความรักเชิงชู้สาว พาไป ความรักในการเต้นรำ และนำไปสู่ความรักในครอบครัว

สิ่งที่ชอบในฉบับนี้

1.ความประทับใจ...หากต้นฉบับเป็นความประทับใจแบบภายใน ฉบับนี้ก็เป็นความประทับใจที่ออกมาภายนอกด้วยคือไม่เพียงแต่ยิ้มข้างในแต่ใส่ความเป็นcomedyให้คนดูยิ้มและหัวเราะออกมาภายนอกได้

2.เต้นรำเปลี่ยนชีวิต...จากที่กล่าวข้างต้น ในเรื่องนี้ความรู้สึกในแง่พัฒนาการของความรักที่เปลี่ยนไปของพระเอกจากเชิงชู้สาวไปสู่รักการเต้นและรักครอบครัวได้ไม่เด่นเท่าที่ควร แต่ก็เด่นในอีกด้านหนึ่งที่ทำให้เห็นว่าการเต้นรำในเรื่องนี้สนุกสนานและมีผลการเปลี่ยนแปลงตัวละครอื่นๆอย่างไรบ้าง

3.Susan Sarandon...เธอคือคนที่เติมเต็มหนังเรื่องนี้และสร้างความแตกต่างจากต้นฉบับอย่างแท้จริง เป็นการแสดงที่ไม่โดดเด่นแต่คอยเสริมบทอื่นๆและเนื้อเรื่องได้เป็นอย่างดี และเป็นนักแสดงที่เปล่งประกายที่สุดในหนังเรื่องนี้

4.Stanley Tucci...ถ้าคุณได้ดูต้นฉบับคุณจะรู้ว่าบทนี้เล่นได้บ้าติดตาขนาดไหนจนน่าจะเป็นเรื่องลำบากสำหรับคนที่มารับบทนี้ที่จะทำให้ลืมภาพเดิมได้ แต่เขาก็เล่นได้เป็นตัวของตัวเองได้ดี (ที่ชอบมากไม่ใช่ฉากเต้นรำแต่เป็นฉากตอนท้ายที่ออกมาจัดการเพื่อนร่วมงาน)

5.Book of love....ท่ามกลางเพลงเต้นรำที่คึกคักและสนุกสนาน เพลงนี้กลับเป็นเพลงที่สะกดผมได้มากที่สุดกับฉากในตอนท้ายที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี ไพเราะมากๆเมื่ออยู่ในหนังเรื่องนี้

6.ฉากจบ.....เรื่องต้นฉบับจะจบแบบเงียบๆและค่อยๆให้คนดูรู้สึกกินใจกับการเต้นรำครั้งสุดท้าย แต่ตอนจบของเรื่องนี้ที่มีการเพิ่มเติมกุหลาบและการเต้นรำในห้างซึ่งมันเติมเต็มความรู้สึกอิ่มให้กับหนังได้มากยิ่งขึ้น

7.บทอื่นๆ....ในฉบับนี้มีการกระจายความสำคัญให้ตัวละครอื่นได้ไม่น้อยหน้าพระเอกนางเอก(ในต้นฉบับคนที่โดดเด่นมีเพียงพระเอก/นางเอกและเพื่อนพระเอกที่ใส่วิก) และยังใส่เบื้องหลังเบื้องลึก โดยเฉพาะบทเพื่อนพระเอกที่ใส่วิกที่ให้ความสนใจในมิติของการยอมรับตัวตนเองมากกว่าลักษณะลูกบ้าในการเต้นรำ


สิ่งที่ไม่ชอบ

1.Richard GereและJennifer Lopez...คนแรกเล่นเรื่องนี้ได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของเขา บางฉากก็หลุดความเป็นRichard Gereออกมาและเล่นได้น่ารัก แต่กับทั้งเรื่องผมก็ยังรู้สึกว่าเขายังไม่สามารถสลัดความเป็นตัวเองออกไปได้(ผมรู้สึกว่าเค้าเป็นอีกหนึ่งคนที่เล่นกี่เรื่องก็เหมือนกับจับตัวเองมาใส่บทนั้นแต่ไม่ได้เล่นเป็นคนนั้นจริงๆ) ในขณะที่Jennifer Lopezก็เต้นได้ดีแต่กับบทตัวละครนี้เธอไม่สามารถใส่ลักษณะอมทุกข์ ความลึกลับและน่าสนใจให้โดดเด่นได้เลย ค่อนข้างเรียบทั้งที่เป็นบทที่มีความหมายต่อตัวหนังมากทีเดียว(อาจเป็นเพราะผมติดตากับนางเอกต้นฉบับมาแล้วด้วย)

2.ฉากโผล่มาของนางเอกที่หน้าต่าง....มันดูไม่น่าประทับใจ หรือดูมีอะไรที่ทำให้พระเอกต้องตัดสินใจลงจากรถขึ้นไปหาได้เลย(ผมกลับรู้สึกว่าดูมืดๆน่ากลัวๆมากกว่า)

3.บทพระเอกและพัฒนาการของพระเอก....ทำให้ผมรู้สึกเชื่อและสัมผัสความโดดเดี่ยว ซ้ำซากเบื่อหน่ายของพระเอกได้น้อยและไม่รู้สึกเท่ากับที่หนังพยายามแสดงให้เห็น

สรุป.....ถ้าคุณไม่เคยดูต้นฉบับ หนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังรักโรแมนติกที่ให้ความรู้สึกดีและประทับใจได้อะไรมากไปกว่าเรื่องความรักของคนสองคน และแนะนำให้ลองหาต้นฉบับมาชมคุณก็จะประทับใจในอีกมุมหนึ่งถึงแม้จะเป็นเรื่องเดียวกัน พล็อตเดียวกันก็ตาม

.....สำหรับคนที่ได้ดูต้นฉบับมาแล้ว ผมเองก็ยังเชื่อว่านี่เป็นฉบับดัดแปลงที่ทำออกมาได้เข้ากับยุคสมัยและทำออกมาได้สนุกสนานประทับใจได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง ไม่น้อยไปกว่าต้นฉบับ มิหนำซ้ำยังมีบางจุดที่เด่นกว่าด้วยซ้ำ

....เรียกได้ว่าทั้งคู่ทำให้ผมดูไปขยับเท้าไป ต้นฉบับอาจเป็นความสนุกแบบwaltzแต่ฉบับนี้ก็มีความสนุกครึกครื้นในแบบรุมบ้า และถ้ามีใครมาถามว่า"Shall we dance?" ก็คงไม่รอช้าที่จะตอบYesในทันที

ปล...และกับลิลี่ชูชู่ที่เพื่อนหลายคนแนะนำมาทั้งหน้าและหลังไมค์ ผมคงไม่มีโอกาสได้พบกับเธอเสียแล้วทั้งที่วันนี้ตอนเย็นตั้งใจจะไปพบเธอแท้ๆแต่รอบของเธอเลื่อนไปเป็นเวลาที่จะไม่สะดวกดู คงจะผลัดไปพบกับ Hana&Alice แทน

ปล2....Touch ออกรวมเล่มปกแข็งเล่ม1 ใหม่แล้วคร้าบบบ







Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2548
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2548 17:35:37 น. 1 comments
Counter : 1582 Pageviews.

 
ท้ายที่สุด ทุกคนในเรื่องนี้ ค้นพบ ตัวเอง

เป็นสิ่งสะท้อนให้กับผู้ชมว่า
เราค้นตัวเราพบหรือยัง ^-^

เรื่องอื่นๆ ยังไม่ได้ดูค่ะ


โดย: MDA วันที่: 11 มีนาคม 2548 เวลา:14:14:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
17 กุมภาพันธ์ 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.