www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

2046 , ไปแล้วอย่าลืมกลับมา



....ถ้าจะไปดู 2046 คงต้องรู้ก่อนว่า รถไฟที่พาเราไปสัมผัสเรื่องราวขบวนนี้ขับเคลื่อนโดย หว่องกาไว จะช่วยทำให้เรารู้ตัวก่อนว่าจะไปเจอกับหนังแบบไหน

เพราะถึงเค้าจะทำหนังแอคชั่น คุณก็จะได้พบกับหนังหว่องกาไวอยู่ดี นอกจากนี้รายละเอียดหลายส่วนจากหนังเรื่องเก่าๆจะถูกหยิบเข้ามาใส่ (ผู้หญิงชื่อซูไหล่เจิน / การพูดความจริงใส่โพรง / นกไร้ขา) ซึ่งถ้าไม่เคยดูก็พอรู้เรื่องอย่างกล้อมแกล้ม แต่ถ้าเคยดูก็จะจับและตามรถไฟที่จะไป 2046 ได้ง่ายขึ้น ผมจึงคิดว่าถ้าจะดูหนังเรื่องนี้ให้สนุกและเข้าถึงได้มากขึ้น การได้ดูหนังเรื่องก่อนๆจะมีส่วนช่วยอยู่มาก โดยเฉพาะ In the mood of love และ Days of being wild

......หว่องกาไว เป็น ผู้กำกับไม่กี่คนในโลกปัจจุบัน ที่มีตัวตนในภาพยนตร์ของตัวเองชัดเจนมาก ไม่ว่าจะสร้างมากี่เรื่องกี่แนว ทุกเรื่องก็ดูเหมือนมีลายเซ็นต์ของเค้าโปะอยู่แล้ว เชื่อว่าคนดูก็จะมีทั้งขาจรและขาประจำที่ชื่นชอบหนังของหว่องกาไว ซึ่งกลุ่มหลังนี้จะคุ้นเคยและพร้อมตามเนื้อเรื่องและเข้าถึงอารมณ์ของหนังได้เมื่อหนังเดินหน้าไปตลอดเวลา ในขณะที่กลุ่มเฉยๆหรือขาจร อาจจะแค่ชอบในบางส่วน บางอย่างแต่ไม่รู้สึกและกลืนไปกับหนังทั้งเรื่อง มีงงๆเป็นช่วงๆ กว่าจะจับอะไรปะติดปะต่อได้ก็ต้องใช้เวลาเมื่อหนังจบ ---> ผมอยู่ในกลุ่มขาจร

......ผมไม่เคยดูหนังของหว่องกาไวจบรวดเดียว ที่ผ่านมาผมชอบเป็นส่วนๆ เป็นตอนๆ แต่พอดูทั้งเรื่องแล้วจะรู้สึกเบื่อๆ ไม่สามารถจะเข้าไปถึงอารมณ์ความต่อเนื่องของหนังได้ คือรู้สึก แต่เข้าไม่ถึง มีเรื่องเดียวที่ผมดูได้จนจบคือหนังสั้นที่เค้ากำกับใน BMW (อาจเป็นเพราะมันเป็นหนังสั้นและเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าดีที่สุดในชุดนั้น ที่ได้ดูความสวยงามของความเหงาและรถเต้นรำ) หนังยาวของหว่องกาไวที่ชอบมากสุดคือIn the mood for love

......ความเหงา เหมือนกับเป็นรากหลักของหนังของเค้าที่ผ่านมาๆ ก่อนจะแตกหน่อแตกกิ่งก้านเป็นเนื้อเรื่องที่ต่างกันไป ทั้งหนังกำลังภายในอย่าง Ashes of Time เรื่องของชู้รัก เรื่องของรักร่วมเพศ ฯลฯ เรื่องราวจะถูกถ่ายทอดผ่านวิธีการถ่ายภาพที่เป็นเอกลักษณ์ ไดอะล็อกที่คมกริบ สัญลักษณ์ที่ซ่อนเร้น และการเล่าเรื่องแบบหว่องกาไว(55ไม่รู้จะบรรยายยังไง)

.....จนมาถึง 2046 หนังที่เดินหน้าพูดถึงโลกอนาคต ทั้งที่จริงอยู่ในโลกแห่งอดีตที่เล่าซ้อนทับกัน

โจวมู่หวัน เป็นนักเขียนที่เล่าถึงโลกอนาคต 2046 ดินแดนที่คนไปค้นหาอดีตที่สูญหายไป คนที่ไปไม่มีใครกลับมาได้อีก กับ เรื่องราวในยุคปัจจุบันที่ตัวเค้าใช้ชีวิตอยู่ พร้อมเรื่องราวความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่ผ่านมาในชีวิต

....หนังเรื่องนี้เล่าในเรื่องความสัมพันธ์โ ดยมีโจวมู่หวันและอดีตของเค้าเป็นเสมือนศูนย์กลาง (ถ้าได้ดู In the Mood for Love ก็จะช่วยให้รู้จักเค้ามากยิ่งขึ้น ในเรื่องนั้นเค้าแต่งงานแล้วและภรรยาเค้าไปมีสัมพันธ์กับสามีของ ซูไหล่เจิน เขาและซูไหล่เจิน จึงได้มาพบกัน) การเล่าเรื่องที่ตัดสลับไปมา ทั้งสลับอดีต/ปัจจุบัน สลับปัจจุบัน/อนาคต ยิ่งทำให้มันอาจเป็นหนังของหว่องที่ทำให้คนดูงงได้มากที่สุดขณะดู และกว่าจะเข้าใจก็คือตอนออกมาจากโรง (แหะๆ คนดูคนนั้นคือผมเอง สารภาพว่าส่วนหนึ่งที่งงเพราะ ตอนดูตอนแรกผมเข้าใจผิดว่า ตัวละครหญิงตัวแรกนั่นคือจางซิยี่)

....โจวมู่หวัน กับเบื้องหลังอดีตที่เจ็บปวด เริ่มต้นชีวิตที่จะว่าไปก็เหมือนกับ "นกไร้ขา" คำเปรียบเปรยเวลาตัวเค้าพูดถึงคนอื่น นกไร้ขา มีปีกที่อิสระเสรี แต่ไม่มีเวลาที่จะได้หยุดพัก ชีวิตของมันได้แต่บินเรื่อยไป แม้แต่คิดจะหาที่พักให้เกาะเกี่ยวก็ไม่มีโอกาส ไม่ต่างจากคนบางคน ที่ดูเหมือนไร้ซึ่งพันธะแต่ในใจนั้นกลับแสวงหาที่ให้ยึดเกาะ น่าเศร้าที่คนๆนั้นไร้ขาที่จะเกี่ยวเกาะที่พักพิง ชีวิตจึงได้แต่บินล่องลอยต่อไป

เค้าเลือกที่จะขอ"ยืมเวลา"จากคนอื่นและให้คนอื่นยืมเวลาเขาไปใช้เพียงเพื่อจะใช้เวลาปัจจุบันของตัวเองให้ผ่านไป

เค้าเขียนถึงนิยายที่พูดถึง 2046 ตัวละครของเค้าก็เดินทางไป 2046 แต่จริงแล้วเป็นตัวเขาต่างหากที่ยังอยู่ใน2046และยังไม่ยอมกลับมา

“สลัดอดีตให้ได้ แล้วตามหาผม” ที่เขาตั้งใจจะบอกกับซูไหล่เจิน แต่แท้จริงแล้วเป็นเขาเองต่างหากที่บอกกับตัวเองว่า “สลัดอดีตให้ได้ แล้วไปหาเธอ”

.....เราหลายคนทุกวันนี้ก็อาจจะเหมือนกับโจวมู่หวัน อดีตที่เจ็บช้ำยังไม่ไปไหน บางคนอาจเลือกที่จะยอมรับแล้วเดินสู่อนาคตที่แท้จริง บางคนก็อาจเลือกที่จะเดินไปอนาคตแต่ยังไม่ยอมตัดอดีตให้พ้นไป อนาคตนั้นมันก็คือ 2046 นั่นคืออดีตที่เรายังก้าวไม่พ้นอย่างแท้จริง

คงไม่ผิดที่เราเลือกจะไป 2046 บ้างเป็นบางครั้ง แต่ในความเป็นจริง เราคงต้องกลับมาสู่โลกปัจจุบันและก้าวเดินไปบนอนาคตที่แท้จริงด้วยเช่นกัน เพราะไม่เช่นนั้นไม่เพียงแต่คนรอบข้างเราที่ต้องเจ็บปวด(ดังเช่นไบ่หลิง) ตัวเราเองทั้งที่เจ็บปวดอาจจะยังไม่รู้ว่าเจ็บด้วยซ้ำไป

2046 ... อาจเป็นสถานที่หนึ่ง อาจเป็นอดีต อาจเป็นอนาคต อาจเป็นห้องๆหนึ่ง ที่ใครๆก็คงคิดอยากจะไปหรือยังตกอยู่ในนั้น แต่อย่าลืมว่าชีวิตคนเราอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นไปแล้วก็อย่าลืมกลับมา


สิ่งที่ชอบ

1.ความเป็นหว่องกาไว....ไม่รู้จะบรรยายอย่างไร เพราะไม่ว่ากี่เรื่องต่อกี่เรื่อง สิ่งที่ผมชอบเหมือนกันทุกเรื่องของเค้า คือ เอกลักษณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ไดอะล้อกอันเฉียบคมไม่ได้สักแต่คิดคำเท่ๆมาใส่ แต่เป็นบทพูดที่มีความหมายและอธิบายความเป็นไป ทิศทางของเรื่องได้เป็นอย่างดี การกำกับภาพก็เป็นอีกหนึ่งความโดดเด่นที่ถ่ยทอด อารมณ์ความรู้สึกออกมา (ผมสัมผัสความเหงาเรื่องนี้ได้น้อยกว่าเรื่องก่อนๆ ที่ผมสัมผัสได้คือความเจ็บปวด,ความไม่หลุดพ้นจากอดีต และเรื่องของความสัมพันธ์มากกว่า)

2.จาง ซี่ยี่.....ดาราคนอื่นๆในเรื่องผมคิดว่าอยู่ในระดับมาตรฐาน แต่กับจาง ซี่ยี่ ผมรู้สึกว่าเธอโดดเด่นมาก ดูหนังเธอมาหลายเรื่อง จริงๆแล้วก็รู้สึกว่าหลังๆเธอเล่นไม่ค่อยต่างกัน ทั้งสีหน้าท่าทางแต่พอเรื่องนี้ใส่ชุดสีสดๆ ฉากในหนังและบทของเธอ มันทำให้เธอโดดเด่นและร้อนแรงเป็นพิเศษ เมื่อถึงคราวต้องเจ็บปวดเธอก็ใส่อารมณ์ได้เป็นอย่างดี

3.ความช่างคิด....ดังที่บอกว่าการใส่"อะไร"เข้ามาในหนังใช่ว่าจะเอาเท่เข้าว่าแล้วมันจะดีได้ เช่น การหยิบส่วนผสมของเรื่องเก่าๆมาใส่ หรือที่มาของตัวเลข 2046 (ทั้งที่เป็นเบอร์ห้อง ทั้งที่เป็นตัวเลขของอนาคต แต่มันกลับหมายถึงการไปหาอดีต) ไดอะล็อกที่ตัวละครพูด มันแสดงออกว่าผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดี มันทำให้คนที่ดูจบได้อะไรกลับออกมาคิดต่อและถกเถียงกันต่อไป

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.ความเป็นหว่องกาไว..ดังที่ผมสารภาพไปตอนต้นว่า ผมเองไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่เข้าถึงหนังของเค้าได้ตลอดเวลาทั้งเรื่อง ตอนดูเรื่องนี้ก็ไม่ต่างจากเรื่องก่อนๆคือรู้สึกเนือยๆเรื่อยๆบางช่วง งงๆในบางตอนที่ดู กว่าจะจับอะไรต่อมิอะไรได้ก็เมื่อหนังจบแล้วจึงจะกระจ่างในความรู้สึกและความเข้าใจ

สรุป....เชื่อว่าต้องมีคนที่ชอบมากๆ ทั้งแฟนประจำและหน้าใหม่ (ที่เชื่อว่าต่อไปก็คงจะไปตามงานเก่าๆของเค้ามาดู) และ คนที่ทั้งชอบผสมไม่ชอบอย่างผม ถามว่าถ้าหนังเรื่องใหม่ของเค้าออกมาอีกก็คงจะดูอีก แต่เรื่องนี้เป็นหนังในใจหรือไม่คำตอบคือ ไม่ และก็จะมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ออกมาพร้อมกับบอกว่าไม่สนุก ไม่รู้เรื่อง ไม่ชอบ(และก็เชื่อว่ากลุ่มนี้ถ้าไปตามงานเก่าๆของเค้ามาดู ก็มีโอกาสไม่ชอบเช่นกัน) ดังนั้นเงินค่าตั๋วสำหรับเรื่องนี้ไม่เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับคนดูกลุ่มสุดท้าย ส่วนผมในกลุ่มที่สองที่พอรู้ตัวมาก่อนแล้ว ว่าจะไปดูหนังที่เป็นหนังของหว่องกาไว เงิน100 บาทที่เดินทางผ่านลิโด้ 3 รอบ 16.15 น.ทำให้ผมรู้สึกคุ้มค่าเมื่อผมปะติดปะต่ออะไรได้ตอนออกจากโรงมาแล้ว

ปล..ของบางอย่างที่ให้ยืมกันไม่ได้ คุณว่าคืออะไร?

ปล2....คุณหรือเปล่าครับ ที่เดินออกตอนกลางเรื่องในรอบเดียวกับผม พอดีเห็นมีคนเดินออกไปจากโรงแล้วไม่กลับมาเลยไม่รู้ว่ามีธุระหรือหนังไม่เข้าทางจริงๆ (ถ้าไม่ชอบก็ถือว่าใจเด็ดมาก เรื่องที่ผมไม่ชอบส่วนใหญ่ผมจะยอมนั่งทนดูต่อเพราะเสียดายตังค์ แล้วค่อยมาบ่นด่ากับเพื่อนที่หลัง)



ความเห็นของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป

ตามอ่านเรื่องใหม่ๆและเรื่องเก่าที่น่าสนใจได้ที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง




 

Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2548
29 comments
Last Update : 23 กันยายน 2548 0:33:42 น.
Counter : 1664 Pageviews.

 

สวัสดีค่ะ
ได้มีโอกาสดูหนังหว่องกาไวบ้าง รู้สึกว่าการดูหนังของหว่องกาไวให้ทำจิตว่างๆและไปสัมผัสอารมณ์หนังอย่างเดียวก่อน ส่วนเนื้อหาจะดูรู้เรื่องเมื่อดูหนังจบแล้วทั้งเรื่องจึงจะปะติดปะต่อได้บ้างว่าหนังกล่าวถึงอะไรอยู่ และเห็นด้วยว่าถ้าจะให้รู้เรื่องมากขึ้นถ้าได้ดูผลงานของเขาเรื่องอื่นๆมาด้วยจะเข้าใจหนังเค้าง่ายขึ้นค่ะ
ปล. ช่วงนี้ได้มีโอกาสซื้อดีวีดีหนังของเขามาดูหลายเรื่อง คิดว่าหนังของเขาแม้ดูรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างแต่ก็มีเสน่ห์ดีค่ะ

 

โดย: sunsun IP: 61.91.117.34 17 เมษายน 2548 17:40:22 น.  

 

ขอชื่นชมว่าทำ blog ได้ดีมากครับผม
Update บ่อย ๆ นะครับ

 

โดย: หวดเจ้ง IP: 203.113.71.4 25 กรกฎาคม 2548 12:25:24 น.  

 

หวดเจ้ง...ขอบคุณครับ เช็คเรื่องใหม่ๆหรือการupdateในแต่ละหน้าได้ที่ "หน้าแรก" ได้เลยนะครับ (คลิกตรงGroup blog ด้านซ้ายบน)

 

โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" 25 กรกฎาคม 2548 16:27:56 น.  

 

ตัวผมเองเพิ่งได้ดูหนังของพี่หว่องก็เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกนี่แหละคับฟังเขาพูดมาเยอะว่าหนังเขามีเสน่ห์ยังงู้นยังงี้พอได้มาดูเองถึงได้รู้ว่าเจ๋งอย่างที่เขาบอกจริง(ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเข้าเนื้อเรื่องทั้งหมดก็ตามทีเถอะ) ตอบ ปล.แรก ผมว่าของบางอย่างที่ให้ยืมไม่ได้นี่หมายถึงหัวใจของเขาหรือเปล่าคับ อาจจะเพิ่งรู้ตัวหลังจากที่เจอคุณซูลี่เจิน ตอบ ปล.สอง ผมเองไม่ได้มีโอกาสเข้าไปดูในโรงคับแต่ได้ดูเป็นvcdแทนดูรอบเดียวจบคับรู้สึกไม่ค่อยอยากให้จบเลยด้วยซ้ำ(จะมีใครรู้สึกแบบนี้บ้างไหมเนี่ย)

 

โดย: เหลือเพียงความว่างเปล่า IP: 58.10.85.116 26 สิงหาคม 2548 23:39:30 น.  

 

เพิ่งได้ดูหนังเมื่อวานเองคับ
ชอบมาก ๆ เรื่องนี้ยกให้เป็น 1 หนังสุดโปรดไปเลย

 

โดย: Strange a little boy IP: 168.120.73.159 29 สิงหาคม 2548 13:12:43 น.  

 

อืมตอนดูหนังเรื่องนี้ในโรงยอมรับเลยว่ามีบางช่วงที่เกือบจะหลับใน ถ้าไม่ได้ภาพสวยๆมุมกล้องเจ๋ง แสงสี และเพลงเพราะๆของหนังช่วยเอาไว้

เป็นหนังที่ดูแล้วต้องตีความทุกคำพูดของตัวละครแต่ละตัวเลย ซึ่งถ้าใครไม่ชอบหนังแนวนี้อาจตายคาโรงได้ (เพราะหนังยาวมากอ่ะ)

แต่โดยส่วนตัวชอบโคตรๆๆๆ(ส่วนหนึ่งเพราะทาคุยะเล่นด้วยแหละถึงมีแรงจูงใจให้ไปดู555) ตอนเดินออกจากโรงเริ่มมึนๆกะตัวเองว่านี่ชั้นถึงปลายทาง 2046 แล้วรึยัง -_-"

**ใครซื้อDVDมาดูแล้วบ้างคะอยากรู้ว่ามีเบื้องหลังรึป่าว

 

โดย: kimura IP: 203.151.140.114 6 กันยายน 2548 0:09:42 น.  

 

เพิ่งดูวันนี้เองค่ะ
แหะ ๆ งง น่ะ
ไม่ถึงกับชอบนะ แต่ก็ไม่ได้เกลียดอะไร
เรากลับชอบกงลี่ในเรื่อง แฮะ(บทหนูจางจื่ออี้ เยอะไปหน่อย เอ๊ะ ยังไง 555)

 

โดย: tae IP: 203.118.84.131 9 กันยายน 2548 0:22:17 น.  

 



กำลังดูอยู่ค่ะ แต่ว่าไม่ค่อยเข้าใจ

เลยเข้ามาหาความรู้ก่อน....

ขอบคุณที่มีบล๊อคดีๆ แบบนี้

 

โดย: อย่ามาทำหน้าเขียวใส่นะยะ...login ไม่ได้ IP: 61.90.141.59 9 กันยายน 2548 16:45:56 น.  

 

ชอบ Chunging Express มากค่ะ

 

โดย: khunphan IP: 202.142.200.253 13 กันยายน 2548 19:55:33 น.  

 

ying

 

โดย: 14 กันยายน 2548 IP: 22:54:21 61.90.5.140 น.  

 

ดูแล้วเศร้า รู้เรื่องหรือเปล่าไม่รู้อะ แต่เศร้า ได้อารมณ์มากๆ ชอบอะ

 

โดย: gogo IP: 61.91.131.10 15 กันยายน 2548 21:57:49 น.  

 

มาจ่ายค่าบริการค่ะ
เคยเจอกับความคิดเห็นของคุณผมอยู่ข้างหลังคุณที่พันทิพมานานแล้วค่ะ (สะดุดชื่อสุดๆ) เพิ่งมีโอกาสมาอ่านบลอกวันนี้เอง คุณตั้งใจทำบลอกดีมากเลยค่ะ แล้วก้อชอบรีวิวที่อ่านด้วย ส่วนตัวแล้วเคยดูหนังหว่องกาไวมาหมดทุกเรื่อง ยกเว้น in the mood for love ที่ดูไม่จบเพราะว่า หมั่นไส้ความสวยของจางหมั่นอี้ เอ้ย ม่ายช่าย หลับไปก่อนค่ะ คือเราสังเกตว่า หนังคุณหว่องแกจะทำให้ละเมียดละไมขึ้นเรื่อยๆถ้าลองเปรียบเทียบตั้งแต่ chungking [ ไม่นับ as time goes by ละกัน ] แกจะเริ่มทำหนังให้ช้าลง เล่นกับภาพและการส่งอารมณ์ให้คนดูด้วยองค์ประกอบทั้งหมด ไม่ว่า ภาพ โทนสี การแช่ภาพทิ้งไว้ ฯลฯ เราดูเรื่องนี้จบไปสองรอบ ชอบปานกลางงค่อนไปทางมากค่ะ แล้วก้อแอบน้ำตาไหลกะเหตุผลที่ Fay Wong ต้องยืนพล่ามภาษาญี่ปุ่นอยู่คนเดียว ไม่มีอะไรน่าสะเทือนใจมากไปกว่าการกระทำของคนที่สิ้นหวัง

 

โดย: Min' Mee IP: 58.8.185.91 15 กันยายน 2548 22:11:03 น.  

 

ชอบมากเลยค่ะ เพิ่งดูเป็นครั้งแรกค่ะ แต่ก้อประทับใจมากๆๆ จางซิยี่กลายเป็ผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากๆๆ การแสดงออกทางอารมณ์สุดยอดมากๆๆ ภาพสวยทั้งเรื่อง ดนตรีประกอบก้อดี ชอบมากค่ะ อยากดูทุกวันเลย อยากเห็นไป่หลินทุกวัน

 

โดย: chichi IP: 203.156.46.233 15 กันยายน 2548 23:08:22 น.  

 

มองในแง่ความเป็นศิลปและความเป็นส่วนตัวก็เก๋ดีนะครับ หนังของเขาซับซ้อนทางความคิดจนบางทีเข้าขั้นสับสน ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงต้องตัดต่อแล้วตัดต่ออีก..ไปเรื่อยๆ ถ่ายไปคิดไปเขียนบทไป ทีมงานก็ต้องอดทนไป.. คงมีผู้กำกับไม่กี่คนที่มีบารมีทำอย่างนี้ได้ นึกถึงซิดนีย์ ลูเมทที่กำกับ The Interpreter นั่นก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน ด้นไปเรื่อยๆ ถ่ายกันไปสองปีกว่าจะจบ โชคดีที่ได้ดาราที่ยอมรับวิธีการทำงานแบบใช้สัญชาตญาณนี้ แต่หนังของเขาก็ดูเป็นเรื่องเป็นราวง่ายกว่าหว่องกาไว

บอกตามตรงว่าดูดีวีดีไปหลับไปสามตลบกว่าจะจบเรื่อง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม เหมือนถูกสะกดจิตให้อยู่ในภวังค์ ทั้งๆ ที่ก็ชอบความลึกลับและเสน่ห์ของการนำเสนอ เหมือนกระแสความคิดของตาหว่องมันซึมเข้ามาในสมองหรือไงไม่ทราบ สติพาลป่วนไปด้วย อิอิ.. เขาคงต้องถ่ายจนมีฟุตเตจมหาศาล พอที่จะมายำใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องราว (ซับซ้อน)ขนาดนี้ เห็นด้วยว่า จางซี่ยี่ ตีบทได้โดดเด่นกว่าใคร ว่าแล้วก็ย้อนกลับมานึกถึงหนังไทย มีใครบ้างไหมที่หัดคิดอะไรซับซ้อนแบบนี้ได้มั่ง ..คุณเป็นเอกหรือ ? อือม..ความกระโดกกระเดกดูจะโดดเด่นเป็นเอกมากกว่า ฮาๆ แต่เอาเถอะ อย่างน้อยเราก็มีผู้กำกับที่คิดอะไรนอกกรอบเป็นตัวของตัวเองอยู่บ้าง หวังจะได้ดูหนังไทยสวยๆ เท่ๆ แบบนี้สักเรื่อง..

 

โดย: Bkkbear IP: 61.90.124.3 24 กันยายน 2548 10:43:12 น.  

 

หนังหว่องกี่เรื่องๆดูแล้วก็เหงาทุกทีอ่ะค่ะ รู้สึกอย่างนั้นนะ ก็เลยชอบเรื่องนี้ด้วย ชอบตรงที่มีหุ่นยนตร์แปลกๆ โลกอนาคตในรถไฟแปลกๆ นั่นด้วย แต่สงสัยว่าป๋าเบิร์ดออกมาทำไมแค่นั้น..

มาแปะไว้ว่าอ่าน blog หน้านี้แล้วได้ประโยชน์ เพราะกำลังทำรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ แหะๆ ขอบคุณนะคะ

 

โดย: zombitzh IP: 61.91.201.152 26 กันยายน 2548 0:17:53 น.  

 

ดูไม่รู้เรื่องค่ะก่อนจะหยิบมาดูก็มีคนเตือนแล้วว่าหลับทั้งเรื่อง แต่ก็ยังเอามาดู

 

โดย: alisalovetatming (alisalovetatming ) 13 ตุลาคม 2548 23:19:39 น.  

 

ทำไมเรื่องนี้ไม่มีใครพูดถึงพระเอกเลยอ่ะ

 

โดย: Niksa IP: 202.133.136.33 14 ตุลาคม 2548 1:32:29 น.  

 

เพิ่งดูเรื่องนี้จบไปเมื่อตอนเย็น รู้จักชื่อหว่องกาไว มานานแล้วเหมือนกัน
แต่เพิ่งได้ดูผลงานของเค้าเป็นเรื่องแรกวันนี้เอง
ดูจบ เข้าใจไม่ทุกตอน(เลยมา search ในพันทิป ว่ามีใครพูดถึง 2046 บ้าง อิอิ เลยมาเจอบล็อกนี้)

ส่วนตัวแล้ว ขนาดดูไม่เข้าถึงทุกตอน แต่ความรู้สึกตอนดูจนจบ
คือ ความรู้สึกเศร้าแบบลึก ๆ อธิบายไม่ถูก

ดีใจที่ได้มาอ่านบล็อกนี้ ขอบคุณเจ้าของบล็อกที่เขียนให้อ่านค่า
อ่านแล้วเข้าใจตัวหนังมากขึ้นนิดหนึ่ง
อิอิ เด๋วพรุ่งนี้ เอามาเปิดดูอีกรอบ เพื่อให้เข้าใจมากขึ้นดีกว่า

ป.ล. ตอนที่พระเอกพูดว่า ของบางอย่างให้ยืมกันไม่ได้
สิ่งที่แว๊บมาในหัวเลย ก็คือ "หัวใจ" อ่ะค่ะ
คือ ถ้าไม่รักเนี่ย ยังไงก็ให้หัวใจไปไม่ได้หรอก
แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายอยากได้แล้วก็เสียใจมากขนาดไหน(ที่ไม่ได้หัวใจ)ก็ตาม
สงสารเห็นใจแค่ไหน แต่ก็ให้ไม่ได้ เพราะไม่ได้รัก
(อินมากไปไหมเนี่ย แหะ แหะ)

 

โดย: ชิวเทียน 15 ตุลาคม 2548 3:12:34 น.  

 

ยังไม่ได้ดูเลยล่ะค่ะ ที่เมืองนี้ไม่เข้าฉาย สงสัยเมืองเล็กไป
กำลังล่าดีวีดีมาดูอยู่เหมือนกัน ไว้ดูก่อนแล้วจะมาคุยให้ฟังว่ารู้สึกยังไง
ขอบคุณสำหรับบทความค่ะ

 

โดย: other places IP: 66.167.32.127 23 ตุลาคม 2548 5:27:27 น.  

 

กำลังทำใจ เตรียมจะดูอยู่ค่ะ
แต่คงหลังจากดู be with you แน่นอน

 

โดย: daradai 23 ตุลาคม 2548 23:25:14 น.  

 

ชอบตรงนี้มาก

....โจวมู่หวัน กับเบื้องหลังอดีตที่เจ็บปวด เริ่มต้นชีวิตที่จะว่าไปก็เหมือนกับ "นกไร้ขา" คำเปรียบเปรยเวลาตัวเค้าพูดถึงคนอื่น นกไร้ขา มีปีกที่อิสระเสรี แต่ไม่มีเวลาที่จะได้หยุดพัก ชีวิตของมันได้แต่บินเรื่อยไป แม้แต่คิดจะหาที่พักให้เกาะเกี่ยวก็ไม่มีโอกาส ไม่ต่างจากคนบางคน ที่ดูเหมือนไร้ซึ่งพันธะแต่ในใจนั้นกลับแสวงหาที่ให้ยึดเกาะ น่าเศร้าที่คนๆนั้นไร้ขาที่จะเกี่ยวเกาะที่พักพิง ชีวิตจึงได้แต่บินล่องลอยต่อไป

 

โดย: ฉันอยู่ตรงหน้าคุณ IP: 61.91.96.101 15 พฤศจิกายน 2548 22:41:03 น.  

 

ผมก็เป้นอีกคนหนึ่งที่เพิ่งได้ดูหนังของหวองกาไก๋ครั้งแรก ในส่วนตัวผมอยากดูเรื่องนี้มาก
เพราะอยากรู้จักกับความเหงาของท่านหว๋อง
แต่เมื่อเอาเข้าจริงกลับต้องพยายามที่จะเข้าใจหนัง ตั้งแต่เริ่มจนจบเพราะไม่อยากพลาดอะไรในสิ่งที่ผมค้นมาอยู่ คิดตลอดเวลาว่าเกิดอะไรขึ้นตัวละครมันทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร ตลอดเวลา2ชั่วโมง สิ่งที่ผมรู้สึกก็คือความเป็นเอกลักษณ์ที่รู้สึกได้ว่าไม่เคยเห็นจากหนังเรื่องไหน การเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆของเนื้อเรื่อง
เล่าเรื่องผ่านภาพสวยๆเท่ๆ ทั้งหมดเดินผ่านผมไปอย่างช้าๆ พร้อมกับความมึนงงชวนอยากรู้อยากเห็น และความไม่เข้าใจต้องใช้เวลาตรึตรองอยู่นาน ทำให้เรื่องที่เดินผ่านไปช้าๆก็เดินผ่านผมไปแล้ว คนที่ติดอยู่กับอดีตของ2046คือผมที่ยังไม่เข้าใจ ถึงแม้ว่าผมไม่เข้าใจในเนื้อเรื่อง แต่ผมก็รู้สึกได้ถึงคุณค่าของหนัง มันความรู้สึกแปลกที่สื่อออก ที่คนธรรมดาอย่างผมคงไม่เข้าใจ ยังไงมันก็ทำให้ผมรู้สึกดี



ปล.ส่วนตัวผมชอบลูกสาวห้องพักมากๆ แสดงได้ดีและน่ารัก(ไม่รู้ทำไม)

 

โดย: memtest IP: 203.156.133.133 15 พฤศจิกายน 2548 23:09:19 น.  

 

ดูแล้ว ก็ชอบค่ะ เหงาดี

"สลัดอดีตให้ได้ แล้วตามหาฉัน"

ชอบ จางจื้ออี้ เหมือนกัน อิจฉาเฮียเหลียงมาก

 

โดย: Patella IP: 203.188.19.253 16 พฤศจิกายน 2548 15:31:38 น.  

 

อยากดูจังเลยค่ะ

 

โดย: น้ำเงี้ยว 16 พฤศจิกายน 2548 19:25:38 น.  

 

ดูจากแผ่นค่ะ ช่งต้นๆ ที่ดู สับสน มากเลย ก็เลยตั้งใจดูมากๆ ดูตั้งแต่ต้น พร้อมคำถามของเพื่อนที่ว่า ดูรู้เรื่องมั๊ย

ไม่แน่ใจว่าผู้กำกับต้องการให้ผู้บริโภคได้รับอะไรบ้าง แต่พอจะเข้าใจความหมายค่ะ
แม้จะรู้สึกแปลกๆ ไปบ้าง แต่ก็น่าสนใจดีค่ะ

 

โดย: MDA 20 มีนาคม 2549 14:43:21 น.  

 

ดูรู้เรื่องแต่ตอนกลางๆ ตอนต้นกะตอนหลังดูไม่รู้เรื่องอ่ะ ยิ่งตอนหลังที่อยู่บนขบวนรถไฟของโลกอนาคตยิ่งไม่รู้เรื่องใหญ่ แบบว่าจบแล้วก็งงๆ กว่าจาดูจบหลับไป3ตื่นกลอไปกลอมา พอตอนจบก็งงๆ ว่าจบแล้วเหรอ แต่สีโทนของหนังสวยมาก

 

โดย: por_8 IP: 58.8.87.35 30 พฤศจิกายน 2549 21:58:08 น.  

 

เพิ่งได้ดูหนังเรื่องนี้เมื่อคืนนี้เองค่ะ (คริสต์มาสพอดี ใกล้กับเวลาในหนังเลย) สารภาพค่ะว่าดูไม่รู้เรื่อง พอจับได้เป็นจุดๆแต่โดยรวมแล้วชอบโทนของเรื่องกับภาพค่ะ ไว้ไปหาเรื่อง In the Mood for Love มาดูด้วยดีกว่า ^ ^

ชอบตรงที่บอกว่า "ที่มาของตัวเลข 2046 (ทั้งที่เป็นเบอร์ห้อง ทั้งที่เป็นตัวเลขของอนาคต แต่มันกลับหมายถึงการไปหาอดีต)"

Merry Christmas & Happy New Year 2007 !!

 

โดย: kwan IP: 125.24.44.252 26 ธันวาคม 2549 13:12:25 น.  

 

เพิ่งจะเช่าหนังเรื่องนี้มาดู เพราะได้ยินชื่อมานานเเล้วเเละคิดว่าน่าสนใจจะลองดูหนังของหว่องกาไว นี่เลยเป้นเรื่องเเรกที่ได้ดู..
ยอมรับว่างงกับเนื้อเรื่องที่เล่าสลับไปมาระหว่างอดีต ปัจจุบัน...จนต้องย้อนไปมาอยู่หลายรอบ พอดูจบรู้สึกมึนๆอินๆ(บวกกะอาการเอียนเเปลกๆที่รู้สึกว่าไม่อยากจะหาหนังมาดูอีกแล้วพักนี้)
เเต่ก็พอเข้าใจอยู่บ้างว่าเขาต้องการสื่ออะไร เลยเข้ามาอ่านในนี้ดู ก้ช่วยให้เข้าใจได้มากขึ้น
เเละได้รู้ว่าอันที่จริง การดูหนังของหว่องกาไว เราก็ไม่เห็นจำเป้นว่าเราจะต้องดูเเล้วเข้าใจไปซะหมดละเอียดยิบ เเต่เเค่ได้รู้สึกถึงอารมณ์ของหนังที่ถูกถ่ายทอดออกมาก็พอแล้ว
ไว้จะลองหาเรื่องIn the mood of love มาดูบ้างดีกว่า
จริงอยู่หนังเเบบนี้ หายากสำหรับผู้กำกับคนไทย

 

โดย: This road is mine IP: 58.9.142.94 3 มิถุนายน 2550 2:04:55 น.  

 

2046 ต้องดูหนังเก่าๆของเค้าก่อนถึงจะสนุกน่าติดตาม
หนังหว่องแต่ละเรื่อง ผมหยิบมาดูซ้ำทุกปี รวมเรื่องละ 7-8 รอบ เจออะไรใหม่ๆแทบทุกครั้ง
นอกจากความเหงาทุกครั้งที่ดูแล้วแต่ละครั้งก็พบอะไรใหม่ๆเล็กน้อยๆแต่ทำให้เข้าใจเรื่องราวต่างๆเพิ่มเติมเสมอ ชอบจริงๆหนังแบบนี้

 

โดย: กุราชิ IP: 210.246.146.153 31 กรกฎาคม 2552 15:29:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
9 กุมภาพันธ์ 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.