www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

Crash , ผลกระทบของการชนที่"คน"มีต่อกันและกัน



....L.A. เมืองที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ถูกยกขึ้นมาในหนังเป็นสังคมเปรียบเทียบของชีวิตที่หลากหลายแตกต่าง ความมากมายของประชากรที่เห็นนั้นเต็มไปด้วยความเหินห่าง และ ความจมจ่อมอยู่กับตัวเอง ไม่มีแม้แต่จะเดินชนกันเพราะถูกปิดกั้นจากโลหะและแก้วกระจกรอบตัว

การชน (Crash) ในหนัง ไม่ได้พูดถึงแค่ในความหมายของ การกระทบของมวลวัตถุ แต่มันหมายถึง การปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ทั้ง ความเป็นห่วงเป็นใย , มิตรภาพ ฯลฯ ที่ในสังคมทุกวันนี้เริ่มมีการชนกันน้อยลง หนังเริ่มต้นของการชนและจบลงที่การชนเช่นกัน

...เปลือกนอกสุดของหนัง ดูจะเป็นเรื่องราวของการเหยียดผิวเหยียดชนชาติ (racist) ก่อนที่หนังจะค่อยๆทำให้เราเห็นเปลือกชั้นในของเรื่องราวที่มากกว่านั้น สมมติว่าให้ B คือผู้ถูกกระทำ หนังไม่ได้ให้คนดูได้เห็นภาพแค่ทิศทางเดียวแบบ A --> B แต่เรื่องนี้เล่าเรื่องของ B จาก A --> B --> A,C,D

นั่นคือผู้ถูกกระทำก็สามารถเป็นผู้กระทำได้เช่นกัน และผู้กระทำก็อาจจะเคยถูกกระทำมาก่อน คาแรคเตอร์ที่น่าจะอธิบายการมองผู้คนของหนังได้ชัดที่สุดคงจะเป็นนายตำรวจที่รับบทโดย Matt Dillon ที่แสดงให้เห็นว่า

ในเวลาหนึ่งเขาฆ่าคนผิวดำคนหนึ่งให้ตายด้วยการหมดศักดิ์ศรี และในช่วงเวลาถัดมาเขาช่วยชีวิตคนๆนั้นโดยไม่คิดถึงตัวเอง

ในช่วงเวลาหนึ่งเขาและพ่อถูกเหยียบย่ำจากสังคมให้ยอมรับความเจ็บปวด (น่าตลกที่ผู้กระทำเขาคือคนผิวดำ) ในช่วงเวลาถัดมาเขาหาคนมารองรับอารมณ์และเหยียบย่ำคนอื่นให้ได้รับความเจ็บช้ำเช่นกัน

บทนี้เป็นตัวละครที่มีทั้งสีขาวและสีดำ มีทั้งความดีและความเลวร้ายในตัว การถูกกระทำจนบอบช้ำของเขาไม่ได้เป็นข้อแก้ตัวให้มีสิทธิจะไปทำคนอื่นต่อ แต่มันทำให้เราได้เข้าใจมากขึ้นว่า มีอะไรบ้างที่ผลักดันให้เขาเป็นแบบนี้ และเขาเองนั้นกระทำต่อคนอื่นต่อไปอย่างไร

...การมองตัวละครมากกว่าด้านเดียวนั้น ยังเกิดกับตัวละครอื่นๆเหมือนกัน เช่น คนบริสุทธิ์ที่เป็นเหยื่อในสายตาคนดูก็กลับกลายเป็นพ่อค้ามนุษย์ในไม่กี่ฉากถัดมา

...หนังแสดงวิธีการเล่าเรื่องแบบนี้วนซ้ำไปมา เวียนให้เห็นวัฎจักรห่วงโซ่ ของ การกระทำของเพื่อนมนุษย์ที่มีต่อกัน ในช่วงเวลาหนึ่งคนๆหนึ่งเป็นผู้ถูกกระทำและเวลาถัดมาเขาก็กลายเป็นผู้ที่กระทำคนอื่นอีกทอดแล้วส่งต่อไปเรื่อยๆ (วัยรุ่นผิวดำ >> Jean Cabot >> สาวรับใช้เอเชีย) (คนบุกรุก>>เจ้าของร้าน>>ช่างซ่อมกุญแจ)

ในวินาทีหนึ่งชายคนหนึ่งทำหน้าที่ปกป้องครอบครัว และ ในวินาทีถัดมาเขาเป็นผู้ทำลายอีกหนึ่งครอบครัว

ในช่วงเวลาเดียวกันชายคนหนึ่งช่วยชีวิตคนๆหนึ่ง ไม่นานต่อมาเขาพรากชีวิตคนอีกคน

ทุกอย่างถูกกระทำส่งต่อเป็นทอดๆ และ เป็นผลมาจากการถูกกระทำ

....สังคมทุกวันนี้มีส่วนที่ฟอนเฟะอยู่ทุกหนแห่ง โจทย์ที่น่าคิดคือ เราจะใช้ชีวิตในสังคมแบบนี้อย่างไร? โจทย์นี้สะท้อนผ่านเหตุการณ์ที่ตัวละครชายหนุ่มผิวดำและภรรยาถูกเอาเปรียบกลางถนน โดยตำรวจผิวขาวที่เหยียดผิว ทางที่เขาต้องเลือกคือการกล้ำกลืนศักดิ์ศรีและก้มหน้ารับความอัปยศอดสู ต้องยอมให้นายตำรวจลวนลามภรรยา หรือ จะเลือกสวนกลับ และอาจลงเอยที่ความตายหรือเสี่ยงต่อการถูกลงโทษจากอคติของสังคม กับอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ตัวละครในเรื่องต้องเลือกระหว่างอุดมคติและความถูกต้อง กับ ชีวิตและอิสรภาพของน้องชาย

...ตัวละครในหนังล้วนต้องเลือกเพื่อที่จะ เอาตัวรอด ไม่ใช่เพื่อตัวเองก็เพื่อคนใกล้ตัว เอาตัวรอดจากความฟอนเฟะของสังคม ที่เป็นผลมาจากการกระทำของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันนี่เอง เชื่อได้เลยว่าหากโจทย์ เราจะใช้ชีวิตในสังคมแบบนี้อย่างไร? เป็นข้อสอบ คนส่วนใหญ่คงต้องเลือกศักดิ์ศรีและความถูกต้อง แต่หากเราตกอยู่ในเหตุการณ์เหมือนตัวละครในหนังเราจะเลือกเหมือนเขาหรือไม่?

...ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้ไม่พยายามที่จะคอยชี้นิ้วสั่งสอนคนดูว่าอะไรถูกผิด แต่ฉายภาพให้คนดูตัดสินด้วยตัวเองและให้คนดูได้มีโอกาสลองกลับมาทบทวนตัวเอง ว่าเราจะทำอย่างไรหากตกอยู่ในเหตุการณ์ ถึงจะหนังไม่ใช่ชี้ถูกหรือผิดจากทั้งสองเหตุการณ์ที่ตัวละครเลือก ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็แตกต่างกันเป็นสองทาง นั่นคือรอดชีวิตกับเสียชีวิต แต่หนังก็บอกกลายๆอยู่เหมือนกันว่า สิ่งหนึ่งที่ตัวละครทั้งสองนี้จะไม่ได้กลับคืนมาอีกคือ ”ความเคารพนับถือตัวเอง”

..การพยายามเอาตัวรอด อาจเป็นคำอธิบายหนึ่งที่ตอบได้ว่า ทำไมคนในสังคมเราไม่ว่าจะเป็นถึงลอสแองเจลิส โตเกียว หรือ กรุงเทพ ถึงชน (Crash) กันทั้งในความหมายของกายภาพและจิตใจน้อยลง

เพราะเราต่างคนต่างคิดถึงตัวเองจนมากเกิน และ สนใจผู้คนรอบข้าง เห็นอกเห็นใจคนอื่นน้อยลง

...ความตายครั้งสุดท้ายที่เกิดจากการฆ่า เป็นความตายที่ดูแล้วไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะหลายครั้งหลายหนที่ความตายในเรื่องที่มาจาก การตั้งใจจะเอาชีวิต (intention to kill) มีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่า แต่ทุกครั้งนั้นตัวละครก็รอดอย่างฉิวเฉียด ในขณะที่ความตายที่เกิดขึ้นจริงจากจากการฆ่ากลับเกิดจากความไม่ตั้งใจจะเอาชีวิต แต่มันมาจาก “ความหวาดกลัว”


ในหนังมีคู่ตัวละครที่เป็นผู้ถูกกระทำโดยตรง จนต้องเปลี่ยนประตูและกลอน ซึ่งเป็น สัญลักษณ์ของการคุ้มครองและความปลอดภัย คือ ตัวละคร Sandra Bullockและ ตัวละครชาวอาหรับ

ทั้งคู่นั้นเราสามารถนำมาจับคู่กันได้ หากมองแบบประชดประชัน เพราะความกลัวของทั้งคู่

คนหนึ่ง(ชายอาหรับ)เป็นผลมาจาก การถูกเหยียดเชื้อชาติตกอยู่ในฐานะ ผู้ถูกกระทำ

ในขณะที่อีกคนหนึ่ง(Sandra)เป็นผลมาจากการถูกเข้าใจว่าไปเหยียดคนอื่นในฐานะเป็น ผู้กระทำ


...การที่เราซึมซับความรุนแรง มันก็เป็นการถูกกระทำโดยทางอ้อม และ ทำให้เกิดความกลัวจนต้องการเอาตัวรอดเช่นกัน เหมือนกับสิ่งที่ตัวละครในเรื่องลงมือในตอนท้าย ผลสุดท้ายวงจรของความฟอนเฟะของสังคม ก็ยังคงหมุนเวียนต่อไปหากเราไม่ช่วยกัน

..การชนกัน (Crash) ตามชื่อเรื่องอีกนัยหนึ่งที่ผมคิดคือ ภาพของลูกเหล็กที่แขวนเรียงกันอยู่ เมื่อลูกหนึ่งชนอีกลูกที่อยู่ติดกัน ผลลัพธ์ของแรงมันก็จะส่งไปถึงลูกสุดท้ายที่อยู่ในแถว ผลกระทบของความรุนแรงและความเลวร้ายที่มนุษย์เราทำต่อกัน มันส่งทอดกันเหมือนโมเมนตัมที่ถ่ายทอดพลังงานที่ไม่มีวันหยุดการส่งต่อ หากผู้รับยังคงถ่ายทอดมันต่อๆไปอีก...

....มีตัวละครในเรื่องตั้งข้อสงสัยว่า คนผิวดำมีอะไรบางอย่างในตัวที่ทำให้ต้องทำผิดหรือรุนแรงมากกว่าคนทั่วๆไป หนังเรื่องนี้ตอบคำถามนี้ได้ชัดเจนว่า คนจะดีจะชั่ว จะมีน้ำใจ หรือ จะเอาเปรียบ มันไม่ได้ขึ้นกับว่าเป็นคนชาติอะไร แต่มันขึ้นกับว่าตัวคนๆนั้นเติบโตมาอย่างไร และ ความเป็นคนข้างในของเขาต่างหากที่กำหนดการกระทำไม่ใช่สีผิวหรือเชื้อชาติ เพราะในหนังไม่ว่าจะผิวดำ ผิวขาว หรือ ผิวเหลือง ล้วนมีดีเลวด้วยกันทั้งสิ้น

...บางครั้งไม่มีใครดูถูกเรา แต่ตัวเรานั่นแหละที่ดูถูกตัวเอง และการกระทำของเราเองที่มันเป็นตัวจมศักดิ์ศรีคุณค่าของเรา เหมือนกับตัวละคร Anthony วัยรุ่นผิวดำพร่ำบ่นว่า การนั่งรถเมล์ทำให้คนผิวดำถูกเหยียดหยาม เพราะเมื่อคนอื่นมองผ่านหน้าต่างเข้ามา มันทำให้เห็นความยากจนและทำให้ถูกดูถูก

เราเองคงได้เห็นว่าแท้ที่จริงแล้ว หน้าต่างรถเมล์ตอนท้ายไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่า แค่ทำให้เราได้เห็นตัวบุคคล แต่คุณค่าของคนๆนั้นมันสะท้อนมาจากการกระทำ การที่เขาเองจะดูถูกหรือเหยียดหยาม มันไม่ได้เกิดจากการนั่งรถเมล์แต่มันมาจากพฤติกรรม(ปล้นจี้)ที่เขาทำมาก่อนหน้านั้นต่างหาก

...การเล่าเรื่องในหนังรูปแบบนี้ ไม่จัดว่าแปลกใหม่อีกแล้ว เพราะมีหลายเรื่องที่เล่าเรื่องของคนแต่ละคนและเชื่อมโยงความสัมพันธ์กัน แม้แต่หนังรักโรแมนติกอย่าง Love actually ยังหยิบกลวิธีนี้ไปใช้ จุดเด่นของ crash ไม่ใช่ตรงกลวิธีการเล่าเรื่อง แต่มันเป็นข้อความที่หนังสื่อสารออกมาผ่านการเล่าเรื่องและทัศนคติของคนเล่า

มันแสดงให้เห็นการมองที่ไม่ใช่แค่ด้านเดียว ประเภท คนขาวผิด หรือ คนอาหรับน่าสงสาร ฯลฯ ในเปลือกหนึ่งของหนังเล่าถึงการเหยียดผิว ในอีกชั้นหนึ่งหนังกระเทาะความเป็นคนในตัวออกมาให้เห็น พร้อมแสดงให้ดูว่า ความเป็นคนนั้นไม่ใช่แค่เรื่องปัจเจก เมื่อเราอยู่ร่วมกันในสังคม มันส่งผลกระทบต่อกันและกันได้อย่างไร

...บทภาพยนตร์หลายตอนทำให้ผมต้องดูไปยิ้มไป ในความช่างคิดของคนเขียนบท ไม่ใช่ยิ้มเพราะสนุกเฮฮาแต่ยิ้มในการจิกกัดตัวเอง รวมไปถึงจิกกัดการแบ่งแยกชนชั้นได้ดีเหลือเกิน (เช่น การแยกไม่ออกระหว่างเปอร์เซียกับอาหรับหรือจีนกับเขมร ล้วนแล้วแต่แสดงความมืดบอดในใจของมนุษย์บางคนเป็นอย่างดี การมีอคติมากางกั้นการมองเห็นโลกก็ย่อมแคบลง) และมันไม่ใช่การมองระนาบเดียว แต่ยังเหมือนการมองลงจากที่สูง ดูภาพรวมทั้งหมด เป็นการมองเรื่องราวด้วยสายตาที่ปราศจากอคติ และลงลึกไปถึงการมองจิตใจตัวละครอีกด้วย

คงเป็นเพราะคนเขียนบทเป็นคนเดียวกับผู้กำกับ จึงทำให้หนังแม่นมากในการเล่าเรื่อง สังเกตได้จาก การเปลี่ยนซีนหนึ่งไปอีกซีนหนึ่ง หนังรู้ตัวเองดีว่ากำลังจะเล่าเรื่องอะไรอยู่ ทำให้การลำดับเรื่องราวสอดคล้องต่อเนื่องทั้งเนื้อหาและอารมณ์ รู้ว่าจะหนักจะเบากับฉากนั้นให้คนดูมีส่วนร่วมอย่างไร จึงไม่น่าแปลกใจที่หนังดราม่าเรื่องนี้ สามารถตรึงคนดูให้นั่งตั้งใจดูจนจบอย่างไม่น่าเบื่อ แต่จดจ่อกับเรื่องราวอย่างน่าทึ่งและตึงเครียด

....Paul Haggis ไม่ได้มีความสามารถแค่การถ่ายทอดความมืดดำเลวร้าย ในด้านของความอบอุ่นเขาก็ทำออกมาได้นุ่มนวลสัมผัสได้ (ซึ่งเขาก็ทำให้คนดูได้ประจักษ์มาก่อนแล้วกับการเขียนบทแบบพลิกอารมณ์ในหนัง Million Dollar Baby)

ฉากเสื้อคลุมที่พ่อเล่าให้ลูกฟัง เป็นอีกฉากที่ทำให้ผมน้ำตาซึม กับเรื่องราวที่แสนจะธรรมดาแต่สะท้อนความรักของพ่อที่มีต่อลูกได้ดี เป็นความสว่างงดงามท่ามกลางความมืดหม่นของเมืองนี้

หนังแสดงให้เห็นอีกว่า ความดีงามนี่เอง ก็สามารถถ่ายทอดส่งต่อให้กันได้เหมือนกับความเลวร้ายที่คนกระทำต่อกัน (พ่อที่ดีกับลูก --> ลูกปกป้องพ่อ -->ทำให้คนอีกคนรู้ตัวเอง) ไม่น่าแปลกใจที่ตัวละครของเด็กผู้หญิงคนนี้ สุดท้ายจะกลายมาเป็นนางฟ้าสำหรับตัวละครอีกตัว ที่กำลังหลงทางและมืดหม่นไปพร้อมกับสังคม

..... นักแสดงทุกคนน่าจะยินดีทีได้มีส่วนร่วมในหนัง เพราะทุกคนได้แสดงศักยภาพตัวเองอย่างเต็มที่ บางคนที่มีฝีมือแต่ช่วงหลังกลับจมอยู่กับการแสดงรูปแบบเดิมๆอย่าง Sandra Bullock และ Brendan Fraser ได้โอกาสแจ้งเกิดในหนังดราม่าอีกครั้ง ทุกคนแสดงได้ดีจนผมเลือกได้ยากเหลือเกินว่าชอบคนไหนเป็นพิเศษ เชื่อว่าเป็นอีกเรื่องที่หากมีรางวัลกลุ่มนักแสดงยอดเยี่ยม (เข้าใจว่ามีรางวัลนี้เป็นของสถาบันหนึ่งแต่จำชื่อไม่ได้) หนังเรื่องนี้ต้องได้เข้าชิงอย่างแน่นอน

สิ่งที่ชอบ

1.ทัศนคติและการมองเรื่องราว...การมองอย่างเป็นกลางและการมองอย่างลงลึก มากกว่าแค่การเหยียดเชื้อชาติทำให้หนังเรื่องนี้มีอะไรดี ที่ยิ่งคิดยิ่งพบว่ามันเล่าเรื่องราวมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ ภายใต้เวลาที่ถูกกำหนดไว้แค่ 2 ชั่วโมงที่ผมนั่งดูจากโรงสยามรอบ 18.40 น.เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

2. Paul Haggis....ในบทบาทของผู้เขียนบทและผู้กำกับ ส่วนแรกนักวิจารณ์ฝั่งเมืองนอกเมืองนา คาดการณ์ไว้ว่าน่าจะมีส่วนร่วมในช่วงเทศกาล ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะบทหนังที่ดีหากอยู่ในมือผู้กำกับที่เข้าใจมันยิ่งขับเสริมให้แสดงศักยภาพได้มากยิ่งขึ้น การเล่าเรื่องแบบนี้หากผู้กำกับไม่เข้าใจตัวงานหรือสารที่หนังต้องการจะสื่อ เชื่อได้เลยว่าน่าจะออกมาสะเปะสปะเละเทะ หรืออย่างดีก็เล่าเรื่องเป็นระบบ แต่สื่อสารข้อความได้ไม่มากหรือลึกเท่านี้

3.ทีมนักแสดง...ยอดเยี่ยม

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.ความจงใจบางอย่าง...ด้วยการที่ต้องอัดแน่นความเข้มข้นมาในช่วงเวลาบังคับ มันทำให้หนังต้องจับแต่จุดที่ดูสำคัญหรือเป็นไฮไลท์ ซึ่งมันทำให้ลดความน่าเชื่อถือและความรู้สึกสมจริง หลายเหตุการณ์ที่หนังจำเป็นต้องจงใจเชื่อมโยงจนดูเหมือนจะบังเอิญ มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังมองสังคมจำลองที่เล่าเรื่องราวมากกว่ารู้สึกอินไปว่าอยู่ในสังคมแห่งนั้น (ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับความต่างวัฒนธรรมด้วยหรือไม่ ชาว LA. อาจรู้สึกอินและมีส่วนร่วมมากกว่า)

สรุป....เป็นหนังดราม่าคุณภาพที่เหมาะสำหรับคนรักหนังแนวนี้ การได้บทที่ดี ผู้กำกับที่ดี และทีมนักแสดงที่ดี ทำให้ Crash คุ้มค่ากับการตีตั๋วเข้าไปชม จะไม่เหมาะก็สำหรับคนไม่ชอบหนังดราม่าหรือคนอยากดูอะไรเบาๆ เพราะหนังเรื่องนี้ดูจบคงทำให้คนดูหนักกว่าตอนเข้าโรงพอสมควร


ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง



ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 03 สิงหาคม 2548
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2549 18:13:44 น. 47 comments
Counter : 6845 Pageviews.

 
สงสารช่างทำกุญแจ
เกลียดไอ้ตำรวจจั่ว ลามก

พอดีหนังขาดตอนยังดูไม่จบ เหอ ๆ ดูถึงตอนไอ้ตำรวจจั่วไปด่าหมอ..คะ


โดย: Angel Tanya วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:0:43:27 น.  

 


เข้าโรงแล้วเหรอ จะพยายามไปดูค่ะ


โดย: keyzer วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:1:01:47 น.  

 
หนังดีมากเลยค่ะ ไม่ผิดหวังที่ได้ดู ดีกว่าที่คิดไว้แยะมาก ๆ ลุ้น ๆ ให้คว้ารางวัลปลายปีไปได้เยอะ ๆ เท่าที่จำได้ SAG Award แจกรางวัล "ทีมนักแสดงยอดเยี่ยม" ค่ะ กับอีกสถาบันนึง ย่อย ๆ เล็ก ๆ จำไม่ได้เหมือนกัน


โดย: Tai-Sarunya IP: 203.107.198.12 วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:2:39:32 น.  

 
ผมมีแต่ยังไม่ได้ดูเลย อ่ะมั่วแต่ดูเรื่องอื่นอยู่ ต้องดูซะแล้วววว


โดย: แม่สาย วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:3:14:31 น.  

 
น่าดูเหมือนกันนะคะ


โดย: prncess วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:7:51:20 น.  

 
เขียนได้ละเอียดเหมือนเคยค่ะ

อ่านแล้วก็เลยมั่นใจว่าคนละ "Crash" กับที่เราเคยดูเมื่อหลายปีก่อนแน่ๆ แล้วล่ะ




โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:8:51:21 น.  

 
โคตรชอบเลยครับ หนังเรื่องนี้... อยากไปดูรอบสองจัง...

ด่ากันมันส์ดี ชอบ... (แต่คุณธนัชชาแปลไม่ค่อยแรงเลย... ตินิดนึง) รัก Paul Haggis

แต่ชอบฉากที่ไอ้แอนโทนี่มันบ่นๆๆๆแต่เรื่องที่คนดำโดนเหยียดน่ะครับ แล้วหนังก็หักอารมณ์ด้วยการให้มันไปปล้นรถของอัยการริกซะงั้น


โดย: nanoguy IP: 203.151.118.194 วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:9:35:10 น.  

 
คุณสาวไกด์ใจซื่อคงหมายถึง "Crash รักดิบ"
หนังอีโรติคโหดๆ ของเดวิด โครเนนเบิร์ก เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว
เรื่องนั้นจำได้แต่เจมส์ สเปเดอร์ กับ เดบอร่าห์ คาร่า อังเกอร์

ส่วน "Crash คน...ผวา" เนี่ย ชื่อไทยฟังดูเป็นหนังสยองขวัญไปหน่อย
แต่บทดีครับ ดูแล้วชอบการเรื่องที่เล่ามากกว่าการเล่าเรื่องซะอีก

ชอบตัวละครทุกตัวแต่ประทับใจบทของ Michael Pena ที่เป็น เดเนี่ยล ช่างทำกุญแจมากหน่อยครับ
เพราะให้อารมณ์ร่วมสูงมาก ดูแล้วทั้งรักทั้งสงสาร
บางมุมมองหน้าแกแล้วนึกถึง Mark Ruffalo ขึ้นมาตะหงิดๆ


โดย: dog mulder IP: 203.144.230.209 วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:16:13:21 น.  

 
ฉากที่อยู่ในโปสเตอร์หนังข้างบนนั่นแหละ
ทำเอาผมติดตาฝังใจจนนอนฝันเหตุการณ์คล้ายๆ กันเลย
กระชากใจสะเทือนอารมณ์จริงๆ

สรุปว่าชอบครับ


โดย: dog mulder IP: 203.144.230.209 วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:16:16:37 น.  

 
อยากดูมากเลยค่ะ ยิ่งอ่านยิ่งอยากดู แต่ต้องรอสอบเสร็จก่อนน่ะ T_T


โดย: azzurrini IP: 202.28.181.9 วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:23:21:10 น.  

 
Angel Tanya ....อย่าลืมดูต่อนะครับ หนังเขาดีจริงๆ

azzurrini...โชคดีกับการสอบเน้อ ว่าแต่สอบของอะไรอะ

...คนละCrashครับ Crashโน่นออกแนววาบหวามแอบจิต(เคราะห์)ตามสไตล์ผู้กำกับช่างคิด
...ถ้าชอบหนังดราม่าก็ไม่อยากให้พลาดกัน น่าเสียดายตรงเข้าโรงน้อยอาจหาโรงดูยากหน่อย ที่มีแน่ๆคือโรงสยามครับ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:23:31:23 น.  

 
สอบ med แล้วก็ adult med ค่ะพี่ (เป็น integrate ระหว่าง med กับศัลย์) รวมทั้งหมด 14 หน่วย ฮือ อือ


โดย: azzurrini IP: 202.28.181.9 วันที่: 4 สิงหาคม 2548 เวลา:10:29:45 น.  

 
ชอบครับเรื่องนี้ แหม๋ ชาร์ลีใกล้เข้าแล้วนิ


โดย: joblovenuk IP: 61.91.211.8 วันที่: 4 สิงหาคม 2548 เวลา:19:35:58 น.  

 
สวัสดีค่ะ
หนังดึงอารมณ์ได้ดี หลายฉากดูแล้วชวนอึดอัดและรู้สึกคล้อยตามไปกับตัวละคร
เห็นด้วยกับคุณผมอยู่ข้างหลังคุณ สำหรับ crash ในหลายแง่มุม
และมองว่าที่ตัวละครแต่ละตัวต่างมีพฤติกรรม crash เนื่องจาก เพื่อปกป้องความเป็นตัวเองในเหตุผลต่างๆ เช่น การที่แม่ว่า(crash)ลูกชายคนโตว่าเป็นต้นเหตุทำให้ลูกคนเล็กตายก็เพื่อปกป้องตนเองจากความรู้สึกผิดโดยโยนความผิดไปให้คนอื่นรับไปแทน

เป็นหนังที่ดูจบแล้ว ไม่ได้จบเลย ยังมีอะไรให้คิดและรู้สึกต่อด้วยค่ะ


โดย: 1993 IP: 61.91.133.158 วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:18:42:24 น.  

 
ความเห็นแรก เป็นความเห็นที่ตัดสินคนไปแล้ว ก่อนที่จะดูหนังจบ


โดย: อิบ อิบ IP: 61.91.69.214 วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:21:41:28 น.  

 
คุณ ผมอยู่ข้างหลังคุณ
ขอบคุณมากค่ะสำหรับ review ดีๆ ตามอ่านเสมอค่ะ
เรื่องนี้ ชอบมากๆเหมือนกัน ขนาดเข้าโรงสายไปตั้ง 20 นาที ว่าจะไปดูรอบ 2 แต่ไม่มีรอบเลย
ปล. ผู้ชายคนนั้นเค้าเป็นเปอร์เซียนี่คะไม่ใช่อาหรับ อิๆๆ

คุณ dog mulder เราก็นึกถึง Mark Ruffalo ขวัญใจเรา ตอนเห็นหน้าคนนี้ เหมือนกันเลย อุๆๆ


โดย: คากินั๊ง IP: 61.91.97.156 วันที่: 8 สิงหาคม 2548 เวลา:14:05:00 น.  

 
ได้ไปดูแล้วค่ะ ต้องบอกว่าชอบมากๆเลย เป็นหนังที่ชอบมากที่สุดของปีนี้และคงเป็นหนังในดวงใจอันดับต้นๆของเราแน่นอน ชอบทุกๆอย่างในหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะบทที่เขียนได้ฉลาดมาก ดูแล้วอึ้งในหลายๆฉาก และทำเอาเราร้องไห้หนักๆไปสองฉาก เป็นหนังแนวที่ถูกใจจังเลยค่ะ หนังที่พูดถึงความดี-ความเลวของคน ที่พอดูแล้วจะรู้สึกขึ้นมาทันทีว่า ถ้าเราอยู่ในสถานการณ์อย่างนั้น เราจะทำอย่างไร(มีหนังที่ดูแล้วรู้สึกแบบเดียวกันนี้อีกเรื่องที่เราเพิ่งได้ดูค่ะ คือเรื่อง Changing lane ซึ่งก็ชอบมากเหมือนกัน)


โดย: azzurrini IP: 202.28.181.7 วันที่: 11 สิงหาคม 2548 เวลา:22:36:37 น.  

 
^
^
...ชอบChanging laneมากเหมือนกัน เป็นอีกเรื่องที่เบน แอฟเฟล็ค เล่นดี / สอบเสร็จแล้วเหรอถ้ามีเวลาว่างน่าจะลองไปดู Somersaultนะ น่าจะชอบ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 12 สิงหาคม 2548 เวลา:13:02:21 น.  

 
คากินั๊ง...ขอบคุณครับที่ติดตามมาตลอด แต่อย่าแอบอ่านอย่างเดียวนะครับcommentกันคนละนิดละน้อย อยากอ่านความเห็นของผู้อ่านด้วยเช่นกันครับ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 12 สิงหาคม 2548 เวลา:13:05:34 น.  

 
เพิ่งจะได้ดูวันนี้เองครับ แต่ก็คุ้มค่ามากๆที่ได้ดู กะว่าจะหาโอกาสดูอีกสักรอบ


โดย: สมิงfilm IP: 61.91.79.166 วันที่: 12 สิงหาคม 2548 เวลา:22:16:39 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ ว่าจะหาโอกาสไปดู Sommersault เหมือนกัน
ปล. Happy birthday ย้อนหลังค่ะพี่ ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ


โดย: azzurrini IP: 202.28.180.201 วันที่: 13 สิงหาคม 2548 เวลา:14:12:31 น.  

 
ตามไปดูเรื่องนี้ เพราะ บทบรรณาธิการ นิตยสาร เอนเตอร์เทนครับ ดูแล้วก็รู้สึกไม่ผิดหวังจริงๆครับ
อยากให้คนอื่นๆได้ดูกันจริงๆเลย น่าเสียดายที่หน้าหนังไม่ดึงดูดนัก
รู้มั้ยครับ ว่าชื่อไทยว่าอะไร "คนผวา"ครับ ออกแนวหนังผีไปเลย ตัวโปสเตอร์ก็เป็นอีกจุดที่ดูไม่ออกว่าหนังแนวไหน
น่าเสียดายแทนคนที่ไม่อยากกิน"ต้มยำกุ้ง"จริงๆครับ


โดย: ภาคย์ IP: 203.113.80.8 วันที่: 20 สิงหาคม 2548 เวลา:1:25:50 น.  

 
หนังดีมากกกกกกกกกกกกจริงๆค่ะ
ประทับใจ
และเครียดตอนช่วงแรกมากกกกกกกกกกกกกกกกก

ชอบนิทานที่พ่อเล่าเหลือเกิน
ร้องไห้ให้กับความอบอุ่นของครอบครัวอีกแล้วเรา


โดย: quin toki วันที่: 24 สิงหาคม 2548 เวลา:13:17:23 น.  

 
ตามมาอ่านค่ะ
ชอบหนังเรื่องนี้ค่ะ ให้หลายแง่มุมดี
บางช่วง ดูอึดอัดไปกะหนัง แต่สุดยอดที่นักแสดงจิรงๆค่ะ

โดยรวมแล้วชอบค่ะ ถึงแม้หนังจะดูเครียดไปนิดนึงก้อตาม


โดย: นานะจัง IP: 202.176.84.95 วันที่: 10 กันยายน 2548 เวลา:16:09:38 น.  

 
มาลุ้นกันครับว่าเรื่องนี้จะได้ Oscar ในรางวัล
บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Original Screenplay) หรือเปล่า
ปีที่แล้วผมเชียร์ ETERNAL SUNSHINE OF THE SPOTLESS MIND ก็ได้ไปเรียบร้อยแล้วครับ


โดย: โหรฟันธง IP: 202.5.95.205 วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:5:06:56 น.  

 
พึ่งได้ดูเรื่องนี่จบไป ชอบคับ สนุกดี
แต่น่าจะเปลี่ยนชื่อเรื่องหน่อยนะ คน..ผวา ถ้าผมไม่ได้อ่าน review มานิดนึงนี่คงนึกว่าเปง หนังผีแน่นอน แต่โดยรวมแล้วสนุกคับ ชอบช่างทำกุญแจกะลูกมาก ดูใสๆดี ไม่ fake

แต่อยากถามนิดนึงว่า ตอนที่เจ้าของร้านขายของยิงช่างทำกุญแจอะคับ มันปงกระสุนปลอมใช่มั้ย อยากถามเพื่อความแน่ใจอะ


โดย: nutcha IP: 61.91.127.84 วันที่: 31 มกราคม 2549 เวลา:21:07:43 น.  

 
กระทิงทอ


โดย: 19 กุมภาพันธ์ 2549 IP: วันที่: 0:31:34 เวลา:58.10.233.21 น.  

 
รูปในโปสเตอร์ ช่างทำกุญแจ หน้าตาเหมือนเบ๊คแฮ่มเลยครับ


โดย: กระทิงทอง IP: 58.10.233.21 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:32:37 น.  

 
เพิ่งดูมาเหมือนกันค่ะ ไม่คิดว่าจะสนุก ดูเพราะเพื่อนชวน แต่พอดูจบมันทำให้คิดต่อไปได้อีกหลายวัน^ ^
ชอบที่สุดตอนที่ช่างทำกุญแจกอดลูก(รูปในโปสเตอร์นั่นแหละ) เค้าร้องแบบจะขาดใจเลย แล้วก้อมีอีกหลายๆฉาก หลายรายละเอียดเล็กๆที่ประทับใจว่าเค้าช่างทำให้คนเหล่านี้มาเจอกันได้
ขอบคุณที่เขียน reviewให้อ่านนะคะ


โดย: webwalker IP: 71.198.13.183 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:14:56 น.  

 
ชอบเรื่องนี้สุดๆ


โดย: Mint IP: 64.118.151.2 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:1:29:06 น.  

 
ชอบนะ แม้มันจะดูแฟนตาซีไปบ้าง


โดย: yatiko IP: 203.146.55.130 วันที่: 20 มีนาคม 2549 เวลา:10:41:57 น.  

 
ตอนที่ดูเสร็จรู้สึกเฉยๆ รู้สึกมันแนวๆ Love actually จริงๆ แค่เล่าคนละประเด็น
เชียร์ Brokeback ให้ได้มากกว่าเลยเสียดาย


โดย: njpp IP: 61.91.98.67 วันที่: 23 มีนาคม 2549 เวลา:23:45:27 น.  

 
เพิ่งได้ดู สัปดาห์ก่อนครับ
นั่งงงกับเพื่อนตั้งนานว่ารถตู้สีขาวคันที่โดนขโมยมา แล้วมี คนอยู่ข้างใน เป็นของใครหว่า แล้วก็ถึงบางอ้อพร้อมกัน

คือดูเรื่องนี้หลังจากรู้ว่าได้ BP oscar ก็เลยอยากรู้ว่าที่เค้าเถียงกันใน pantip มันเป็นยังไงกันแน่
คือผมว่าได้ก็ไม่แปลก ไม่ได้ก็ไม่แปลกอยู่ดี BBM อาจเด่นบางประเด็น ก็เช่นเดียวกับเรื่องนี้เลยครับ
แต่กับเรื่องนี้ -
- ที่สะเทือนใจสุด คือ ฉากยิงนางฟ้า นั่นแหละครับ
- ที่ประทับใจสุด คือ ฉาก Sandra พบว่าไม่มีใครเป็นเพื่อนที่จริงใจ เท่ากับ แม่บ้านชาวละติน(ถ้าดูไม่ผิด)ที่เธอเคยถูกอารมณ์เสียใส่
- อึ้งที่สุด คือ มีไทยไปเกี่ยวด้วยนะเนี่ย

สรุปเรื่องนี้ผมว่าที่ขาดคุณสมบัติของหนังได้รางวัล คือ ขาดแคลน ความงามทางศิลปะบนภาพยนตร์ ไปหน่อย และ ความที่ผมมองว่ามันเป็นหนัง"สูตร" ของ oscar และความ"จงใจ"บางอย่าง อย่างที่ คุณ"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"บอกนั่นแหละครับ

รออ่าน My girl and i ด้วยครับ ความเห็นของเพื่อนที่ดูแล้ว แตกต่างสุดขั้ว

ป.ล. สงสัยมานานแล้วครับ ว่าทำไมตั้งชื่อblogว่า "aorta" สันนิษฐานว่าเป็น MD ปะครับ


โดย: โกโต้ เคนสุเกะ IP: 202.28.24.173 วันที่: 24 มีนาคม 2549 เวลา:13:33:19 น.  

 
nutcha ... ใช่ครับ ตอนที่ซื้อเจ้าของร้านก็ทำท่าลังเลแล้วว่าแน่ใจหรือจะซื้อกระสุนชุดนี้

โกโต้ เคนสุเกะ ... My girl and i อยู่ในบล็อกแล้วครับ / ส่วนที่ป.ล. ตอบว่าใช่ครับ

...ขอบคุณครับกับทุกความเห็น ยังมาคุยกันได้เรื่อยๆนะครับ หรือ คำถามที่ผมไม่ได้ตอบ ไปทิ้งคำถามที่หน้าแรกได้เลยครับ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 28 มีนาคม 2549 เวลา:17:03:07 น.  

 
อ่ออ ที่แท้เป็นกระสุนปลอม

อีกตัวละครที่ไม่เข้าใจคือตำรวจหนุ่ม ที่ตอนแรกออกจะเห็นใจ+เข้าข้างคนดำ แต่ทำไมตอนหลังถึงกลัวคนดำจนถึงกับฆ่าได้

ปล.ดูหนัง 2 รอบ แล้วก็เลยตามมาอ่านเพื่อเก็บให้ครบ
ยังเขียนดีเหมือนเดิมนะคะ ^^


โดย: SFFC IP: 125.24.78.46 วันที่: 18 เมษายน 2549 เวลา:18:13:55 น.  

 
^
^
ถ้าลองเข้าไปในใจนายตำรวจ เขาฆ่าเพราะความหวาดกลัวครับ สังคมที่มีแต่ความไม่น่าไว้วางใจ การที่เขาต้องอยู่รายล้อมด้วยความรุนแรงและอันตราย มันก็ทำให้เขาสะสมความกลัวมาโดยไม่รู้ตัว และ แม้เขาจะเห็นใจคนผิวสีมากเพียงใด ในสถานการณ์นั้นเขาก็รู้สึกไม่ปลอดภัยจึงเลือกตัดสินใจลั่นไกสังหาร เพื่อป้องกันตัวเองไว้ก่อน

... ขอบคุณครับที่ดูหนังจบแล้วยังคิดถึงกันแวะเวียนมาเยี่ยมเยือน


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 19 เมษายน 2549 เวลา:2:30:49 น.  

 
จ่ายค่าอ่านค่ะ

เพิ่งได้ดู แล้วก็มาเสิร์ชหาอ่านนี่แหละค่ะ
เพราะดูหนังไม่ทะลุปรุโปร่ง มาอ่านเอาเข้าใจได้เยอะกว่า

เขียนดีมากเลยค่ะ
ชอบๆ

ปล. คุณ"ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ทำไมยังใช้ว่าชายชาวอาหรับล่ะคะ ข้างหลังก็เขียนบอกเองแล้วนี่นา เรื่องการเข้าใจผิดระหว่างเชื้อชาติน่ะค่ะ


โดย: PADAPA--DOO วันที่: 25 เมษายน 2549 เวลา:19:40:36 น.  

 
เพิ่งได้ดูเหมือนกันค่ะ ก่อนหน้านั้นดู BBM แล้วก็เกิดคำถามทันทีว่าทำไมเรื่องนี้ถึงไม่ได้รางวัล แต่พอดู crash จบก็...อืม ดีจัง ชอบมากๆ ทั้งสองเรื่องเลยอ่ะค่ะ เรื่องไหนจะได้ไม่สำคัญ เพราะยังไงก็เป็นหนังที่ดีมากๆทั้งสองเรื่องเลยค่ะ
ขอบคุณสำหรับreviewดีๆยั่งงี้นะค่ะ ช่วงนี้เริ่มว่าง(มากกก) พยายามตามหนังดีที่ยังไม่ได้ดู พอดูจบก็จะเข้ามาอ่านในเนี้ยอ่ะค่ะ
ชอบทุกๆreviewที่คุณผมอยู่ข้างหลังคุณเขียน รู้สึกตรงใจแล้วก็เข้าใจกับหนังมากขึ้นด้วยอ่ะค่ะ
ขอบคุณอีกครั้งนะค่ะ แล้วจะคอยตามอ่านเรื่อยๆค่ะ


โดย: i_love_nightlife IP: 202.142.192.42 วันที่: 27 กรกฎาคม 2549 เวลา:11:30:30 น.  

 
เช่ามาดูอ่ะค่ะ ดูแล้วซึมอย่างบอกไม่ถูกเลย


โดย: whyter IP: 210.246.150.29 วันที่: 9 กันยายน 2549 เวลา:19:05:10 น.  

 
ผมก็ชอบฉากเสื้อคลุมที่พ่อเล่าให้ลูกฟังมากเหมือนกัน ต่อเนื่องมายังฉากที่พ่อถูกยิง แล้วลูกกระโดดมาขวาง เพราะลูกบอกว่าเสื้อคลุมของพ่ออยู่ที่ลูก เป็นฉากที่แรงมากครับ แค่คิดถึงก็น้ำตาซึมแล้ว เด็กๆ นี่เป็นสิ่งสวยงามของโลกจริงๆ ครับ อยากให้ลูกเราทำกับเราอย่างนี้บ้างจัง คงต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน
ผมได้ฉากเด็ดของปี ๒๕๔๙ (พอดีเพิ่งดูปีนี้) ได้อีกฉากหนึ่งแล้ว ขอบคุณ และสวัสดีปีใหม่ครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:10:59:10 น.  

 
หนังเรื่อง Crash นี้เป็นหนังในแนว Drama ที่ดีที่สุดเท่าที่ผมดูมาครับ ผมรักหนังเรื่องนี้มากๆ และเป็นเรื่องแรกๆที่ผมได้ดูหนังอย่างจริงๆจังๆ





โดย: YoiChi IP: 202.57.178.112 วันที่: 28 กันยายน 2550 เวลา:13:46:20 น.  

 
อีกนิดนะครับ จขกท.เขียนได้ดีมากๆ ผมจะค่อยๆอ่านให้ครบทุกเรื่องเลย


โดย: YoiChi IP: 202.57.178.112 วันที่: 28 กันยายน 2550 เวลา:13:49:34 น.  

 
10/10 คะแนน

เป็นตัวอย่างหนัง Drama สะท้อนถึงสังคมที่มีการเหยียดผิวที่ดีที่สุด และสามารถสร้างอารมณ์หนักๆแก่คนดูได้มากเหลือเกิน

ดูจบแล้วหลายๆฉากในเรื่อง ยังคงตรึงตราอยู่ในใจ จนสามารถนึกออกมาเป็นภาพได้ เป็นหนึ่งในหนังที่ควรหามาเก็บไว้เป็นอย่างยิ่ง


โดย: นักวิจารณ์สมัครเล่น IP: 125.24.181.222 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:01:50 น.  

 
10/10 เหมือนกัน หนังอะไรก็ไม่รู้ดีเป็นบ้าเลย คนเขียนบทนี่สุดยอดจริงๆ


โดย: ต้า_หอการค้า IP: 125.24.35.141 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:46:49 น.  

 
พึ่งได้ดูทางสตามูพวี่วันนี้ เต็มสิบให้สิบเลยครับ


โดย: thales IP: 125.26.55.168 วันที่: 5 มีนาคม 2551 เวลา:21:30:15 น.  

 
rthwbstfgb es


โดย: eheb IP: 118.172.65.188 วันที่: 17 สิงหาคม 2551 เวลา:18:25:22 น.  

 
เป็นหนึ่งในหนังที่ประทับใจ สะท้อนสังคมamericanได้โดนทะลุหัวใจเลย
ยิ่งถ้าเคยมีประสบการณ์ตรงเรื่องการเหยียดผิว โดนจริงๆคะ สมกับรางวัลที่ได้มา


โดย: crash IP: 110.164.241.154 วันที่: 15 มีนาคม 2553 เวลา:6:15:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2548
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
3 สิงหาคม 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.