www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

In Good Company , ผู้ชายขาขึ้นกับผู้ชายขาลง



....In Good Company เป็นหนังที่ยากจะประสบความสำเร็จได้ในวงกว้าง ด้วยเนื้อเรื่องที่ธรรมดา ไม่มีจุดClimaxหวือหวาเร้าอารมณ์ นักแสดงไม่ได้โด่งดัง บรรยากาศเรื่อยๆเรียบๆไปจนจบ แต่ใช่ว่านี่คือหนังน่าเบื่อหรือย่ำแย่ เพราะผู้กำกับ Paul Weitz ที่เคยทำ About a Boy (หนังเรียนรู้ชีวิตชายหนุ่มที่อยู่บนเกาะร้างที่ตัวเองสร้างขึ้น ผมชอบมาก เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ดูในโรงรอบที่2) และ American Pie (หนังเรียนรู้ชีวิตวัยรุ่นหนุ่มๆในเชิงตลกสัปดน) กลับมาทั้งกำกับและเขียนบทหนังที่เรียนรู้ชีวิตอีกเรื่องของคนสองวัย ให้เป็นหนังดราม่าที่เรียบเรื่อยเพลิดเพลิน แต่กลับไม่น่าเบื่อและมีเสน่ห์ตั้งแต่ต้นจนหนังจบ

ผู้ชายขาขึ้น-ขาลง

Dan Foreman หนุ่มใหญ่วัย51ปี

ชีวิตครอบครัวในขาขึ้น-ภรรยาตั้งครรภ์ลูกคนที่3ทั้งที่ไม่คิดว่าจะมีลูกได้อีก ลูกสาวคนโตสอบติดมหาวิทยาลัย ในความโชคดีก็มีโชคร้าย เมื่อมันมาพร้อมกับ

ขาลงของชีวิตการงาน-เค้าถูกลดตำแหน่งจากการเป็นหัวหน้า และมีโอกาสถูกออกจากงานตามนโยบายลดจำนวนคน

Carter Duryea หนุ่มไฟแรงอายุ26ปี

ชีวิตการงานขาขึ้น - เค้าเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริหาร เค้ากำลังก้าวสู่ตำแหน่งผู้บริหารอายุน้อย เค้ากำลังจะมีรถPorsheเป็นของตัวเอง แต่ในทางตรงกันข้ามกับ

ชีวิตครอบครัวที่อยู่ในขาลง-เมื่อภรรยาที่แต่งงานกันมาไม่นานกำลังขอแยกทาง รอบกายเค้ามีเพียงบ้าน เฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ และรถporshe

คนรุ่นเก่า-คนรุ่นใหม่

Carter Duryea คนรุ่นใหม่
- คือตัวแทนหนุ่มสาวยุคใหม่ ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ถามหาประสบการณ์แทบจะนับไม่ได้เลย สิ่งที่มองเห็นข้างหน้าคือเส้นชัยของความสำเร็จ โดยไม่ได้รู้ตัวว่าทางที่ไปถึงนั้นเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าทางที่เดินอยู่นั้นตัวเองชอบหรือไม่ และไม่รู้ว่าคนที่เดินมาด้วยกันนั้นรู้สึกอย่างไร

- ชีวิตของเค้ามีแต่เป้าหมายที่มองไปข้างหน้า ฉาบด้วยวัตถุนิยมและความฝันของวัยหนุ่ม (ผลกำไร/รถporshe/บ้านหลังใหญ่/ลูกๆ) แม้แต่ขณะวิ่งจ๊อกกิง ยังต้องอาศัยภาพธรรมชาติจากคอมพิวเตอร์

Dan Foreman คนรุ่นเก่า
-ยังเป็นพ่อที่ยังหวงลูกไม่กล้าที่จะให้ลูกเติบโตตามทางของตัวเอง ยังยึดติดกับทฤษฎีและกรอบความเชื่อเก่าๆ เขายังเชื่อมั่นว่าการอ่านหนังสือดีกว่าสื่ออย่างอินเตอร์เน็ต เขายังเชื่อว่าการไปให้ถึงเป้าหมายต้องคำนึงถึงจิตใจของสมาชิกในองค์กร เพราะองค์กรคือมนุษย์ไม่ใช่แค่หน่วยงาน

Carter Duryea - กำลังมาแทนที่ Dan Foreman
Dan Foreman - กำลังจะกลายเป็นลูกน้องของ Carter Duryea โดยมี Alex ลูกสาวของ Dan ที่อยู่ตรงกลางของคนสองวัย



....ความเคารพและศรัทธาในตัว Dan Foreman ความเป็นพ่อและผู้นำครอบครัวที่ Carterอยากได้และอยากมี ความเป็นคนดีของ Carter ทำให้เค้าขอร้องให้ Dan อยู่ต่อและเลือกไล่ลูกน้องคนอื่นๆออก

--->นั่นนำไปสู่การเรียนรู้ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คนรุ่นใหม่อย่าง Carter ได้ค้นพบชีวิตที่ขาดหายไป ความสำเร็จทางการงานและวัตถุรอบกายไม่ได้ทำให้เขามีความสุขอย่างที่เขาเคยคิด Dan Foreman ได้เข้าใจลูกสาวตัวเองมากขึ้น ยอมละทิ้งความเป็นคนรุ่นเก่าบางอย่างออกไปและเปิดรับโลกของคนรุ่นหนุ่มสาว ท้ายที่สุดไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลงของใคร ทั้งคู่ก็คงพร้อมที่จะเผชิญรับกับปัญหาเหล่านั้นได้เป็นอย่างดีและทั้งคู่ยังค้นพบการเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกัน

.....ดังที่กล่าวข้างต้น ว่าเรื่องราวของหนังค่อนข้างเรียบเรื่อย การเรียนรู้ของทั้งคู่หนังก็ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดมากนัก ไม่ได้ลงลึกหรือใส่แง่มุมที่ซับซ้อนในเชิงความสัมพันธ์ของตัวละคร ผมรู้สึกว่าหนังเล่าเรื่องค่อนข้างผิวเผินเสียด้วยซ้ำ แต่ความดีของหนังอยู่ที่โทนหนังและการเล่าเรื่องของผู้กำกับที่ทำให้หนังเดินเรื่องไปข้างหน้าอย่างไม่น่าเบื่อหน่าย ถึงแม้จะไม่เร้าอารมณ์แต่ก้ให้ความรู้สึกดีตั้งแต่ต้นจนหนังจบ (และหนังยังให้กำลังใจคนทำงานด้วยว่าถ้าคุณเป็นคนดีจริงทั้งกับงานที่ทำ กับเพื่อนร่วมงาน กับองค์กร กับลูกน้อง กับเจ้านาย ต่อให้โลกจะหมุนไปเร็วแค่ไหน จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ยังมีที่ทางสำหรับคุณเสมอดั่งเช่น Dan เป็นและดั่งที่เค้าบอก Carter ในตอนท้าย)

สิ่งที่ชอบ

1.Paul Weitz....ผู้กำกับและคนเขียนบทที่ทำให้หนังสนุกและรู้สึกดีตั้งแต่ต้นจนจบ ผู้กำกับที่ทำให้ความเรียบง่ายธรรมดานั้นน่าสนใจน่าติดตาม ผู้กำกับที่คุมโทนของหนังได้สม่ำเสมอตลอดทั้งเรื่อง

2.Dennis Quaid....ทำให้บท Dan Foremanเป็นหนุ่มใหญ่ที่มีชีวิตจิตใจ สมกับคาแรคเตอร์ที่ต้องการ ทำให้เชื่อว่าผู้ชายคนนี้ละที่เชื่อมั่นในจิตวิญญาณในองค์กร เป็น family man เป็นพ่อที่หวงและห่วงลูก(ผมชอบแทบทุกฉากที่เค้าอยู่ในครอบครัวรวมทั้งฉากที่กอดลูกหลังจากไปส่งเข้าหอ) เป็นคนที่ศรัทธาในงานของตัวเอง เป็นหัวหน้าครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว และจะเป็นรุ่นพี่/เจ้านายที่เราจะเคารพรักศรัทธา

3.เพลงประกอบ...About a boy ทำให้ผมเคลิ้มไปกับบทเพลงของกลุ่ม Badly drawn boyจนต้องไปหาOST.ซื้อกลับมาฟัง เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ช่างสรรหาเพลงที่น่ารักๆ เข้ากับอารมณ์หนังมาใส่ได้อยู่ทั้งเรื่อง(แอบเห็นชื่อนี้>>Damien Rice ในเครดิต Original Music นับจากCloser ท่าทางช่วงนี้จะรุ่งกับทำเพลงประกอบภาพยนตร์จริงๆ)

4.Scarlett Johansson...ตอนแรกที่เห็นในเรื่องนี้ ผมคิดว่า"เธอไม่ได้สวยมากเท่าไหร่เลย" พอดูไปซักพัก "ดูดีนะ" ดูจนหนังจบผมกลับประทับใจในการแสดงของเธอมากกว่าชื่นชมความงามของเธอ เพราะเธอเล่นเป็นเด็กสาววัย 18 ที่เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยได้ดีอย่างเหลือเชื่อ บทเด็กสาวบนโต๊ะอาหารท่าทางขัดเขินเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติไร้เดียงสา จนผมได้แต่คิดในใจว่าเธอช่าง "มีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ"

สรุป....ด้วยความยากลำบากกว่าจะได้ดู เพราะโรงในเครือAPEXไม่เข้าเลย SF MBKก็ไม่เข้า Majorโทรแทบตายกลายเป็นคอมทุกครั้งแล้วลงท้ายด้วย error ให้เสียเงินค่าโทรศัพท์เล่นๆ ผมจึงต้องวัดใจไปที่Majorเอกมัย รอบ18.45 และเสียเงินมากกว่าทุกครั้งคือ170บาทอย่างจำใจเพราะมีโรงที่เข้าอยู่โรงเดียว (ยอมรับว่าประทับใจกับเบาะหนังที่ช่องว่างระหว่างแถวกว้างมาก เพียงแต่กับราคานี้ถ้าไม่จำเป็นคงไม่ได้ใช้บริการ)

....สำหรับผมเองประทับใจและชอบหนังเรื่องนี้อยู่มาก อาจเป็นเพราะตัวเองชอบหนังดราม่าทำนองนี้อยู่แล้ว แม้ว่ามันจะไม่ได้มีความโดดเด่นหรือยอดเยี่ยม แต่ผมก็ไม่พบข้อด้อยหรือความบกพร่องที่ใดเลย สำคัญคือความรู้สึกดีๆตลอดเรื่องที่ได้ชมก็คุ้มค่าแล้วกับเงินที่เสียไป

ปล...Cafe Lumere ทำตัวอย่างได้น่าชมเหลือเกิน แต่กลัวเหลือเกินเช่นกันว่าจะหลับคาโรงเพราะโหวเสียวเสี้ยน / สองสามอาทิตย์นี้มีแต่หนังน่าดูหลายเรื่องคงต้องบริหารเงินและเวลาดีๆแล้วจะกลับมาคุยใหม่ครับตอนนี้ขอไปอ่าน20th century boy เล่มใหม่ก่อน

ปล2..ผมคิดไปเองมั้ย ทำไมผมรู้สึกว่าตัวอย่าง Robots ไม่น่าดูเลย?



ความเห็นของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป

ตามอ่านเรื่องใหม่ๆและเรื่องเก่าที่น่าสนใจได้ที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง




 

Create Date : 11 มีนาคม 2548
14 comments
Last Update : 30 สิงหาคม 2548 22:00:04 น.
Counter : 2193 Pageviews.

 

เมเจอร์ เอกมัย นี่ เข้าใจทำเนอะ
เรื่องนี้ผมก็ดูที่นี่เหมือนกัน - -"

แต่ก็คุ้มค่าตั๋วอ่ะนะ
เรื่องนี้ผมชอบ ^^

 

โดย: สมป๋อง แฟนน้องโบ 11 มีนาคม 2548 1:45:28 น.  

 

ไปดูรอบพิเศษมาอ่ะคับ

ประทับใจมากเลย.....

 

โดย: ตะวันยิ้ม :-) 11 มีนาคม 2548 1:52:33 น.  

 

อยากดูมากครับ เพราะชอบเรื่อง About A Boy มากๆ แต่สัปดาห์นี้ยังไงก็ต้องเทคิวให้ Hana & Alice อ่ะครับ (ยังไม่ได้ดูเลย)

เรื่อง Cafe Lumiere นี่ผมได้ดูในงาน BKKIFF แล้วครับ (แบบไม่มีซับ) นั่งท้าทายให้ต่อสู้กับการหลับไหลมากๆ แต่ดูจบก็มีคุณค่าครับ

หา...อะไรนะ 20th Century Boys เล่มใหม่ออกแล้วเหรอ???

 

โดย: merveillesxx 11 มีนาคม 2548 4:46:19 น.  

 

สอบเสร็จเมื่อไหร่คงได้แวะเวียนเข้าโรงหนังบ่อยขึ้นครับ

อ้อ.. หนังที่เขียนถึงใน blog ก่อนๆ ยั่วกิเลสผมมาก ยังไม่ได้ดูซ้ากเรื่องเลย ฮือๆๆ

 

โดย: Mint@da{-"-} 11 มีนาคม 2548 7:49:40 น.  

 

ตะวันยิ้ม :-)
...รอบพิเศษพันทิพหรือเปล่า ผมก็ได้ตั๋วแต่อดไป เสียดายเหมือนกันที่อดไปเจอกับเพื่อนสมาชิก

merveillesxx
...ออกแล้วครับเล่ม17อย่าช้าเชียว อ่านแล้วจะได้ลงแดงต่ออีกสองสามเดือน

 

โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" 11 มีนาคม 2548 11:48:39 น.  

 


อยากดูนะ แต่จะรุ้ได้ไงล่ะว่าฉายที่ไหน กี่โมงบ้าง


เพราะจะโทรศัพท์ไปถาม ก็มักจะเจอแบบเดียวกับเจ้าของบล็อกแหละ ....

 

โดย: มัชฌิมา 11 มีนาคม 2548 14:12:59 น.  

 

ฉายไม่กี่โรงเองครับ
เมเจอร์ รัชโยธิน เอกมัย รังสิต พระรามสาม บางนา
อีจีวี ปิ่นเกล้า เมโทรโพลิส ซีคอน ดิสคัฟเวอรี่
เอสเอฟ เอ็มโพเรี่ยม ลาดพร้าว บางกะปิ งามวงศ์วาน
กาดสวนแก้ว เชียงใหม่

หนังอย่างงี้ น่าจะฉายเยอะกว่านี้หน่อย (หนังก็ไม่ได้อาท ดูยากสักหน่อย)
แย่ๆๆ

ป.ล. ผมโชคดีกว่าคุณ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" หน่อย ตรงที่ดูที่เมเจอร์ รัชโยธิน 140 บาทเองครับ แหะๆ น่าภูมิใจรึเปล่าเนี่ย ?

 

โดย: it ซียู 12 มีนาคม 2548 1:02:14 น.  

 

อยากดูเพราะชอบScarlett ค่ะ........เนื้อเรื่องก้อน่าสนใจดี

ไม่หนักไม่เบามากเกินไป ....ชอบหนังแบบเนี้ยค่ะ

อ้อ.....ขอแอดบล๊อกหน่อยนะคะ ไว้เข้ามาดูหนังดีๆ


 

โดย: Mu_in_love (Mu_in_love ) 15 มีนาคม 2548 21:35:46 น.  

 

มัชฌิมา
...ได้ดูหรือยังครับ กลับมาเล่ากันบ้างนะ

it ซียู
...ผมเองก็งงเหมือนกัน ว่าทำไมหนังมันเข้าน้อยอย่างนี้ ไม่ใช่หนังที่ดุยากหรือไต่บันไดตรงไหนเลย

Mu_in_love
.....หลงเสน่ห์เธอเหมือนกันครับ addแล้วมาเยี่ยมเยียนกันบ้างนะครับ

 

โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" 16 มีนาคม 2548 0:40:49 น.  

 

มาเยี่ยมอีกครั้งค่ะ ......อิ อิ ...ยินดีที่ได้รุจักแฟนหงส์ค่ะ

แระดีใจด้วยนะคะที่หงส์เข้ารอบUCLไปแร้ว....ส่วนผีแดงตกรอบค่ะ

เฮ้อ........เส้า..........วันหลังจะมาใหม่นะคะ...พอดีดูบอลอยู่ค่ะเรยแว่บ

มาเยี่ยมด้าย........ไปแระค่ะ.....แว๊บบบบบบ

 

โดย: Mu_in_love 16 มีนาคม 2548 3:46:25 น.  

 

มีเพื่อนในพันทิพมาท้วงติงเรื่องเกาะร้างจากกระทู้เดียวกันนี้ในพันทิพ ขอบคุณมากครับที่มาทักทายเลยเอามาตอบในที่นี้ด้วยเผื่อใครอ่านแล้วจะสงสัยว่าผมอาจเมาข้อมูล

ความคิดเห็นที่ 12

เรียนเจ้าของกระทู้

About a Boy (หนังเรียนรู้ชีวิตชายหนุ่มที่อยู่บนเกาะร้างของตัวเองที่ผมชอบมาก เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ดูในโรงรอบที่2)

นั่นน่าจะเป็นเรื่องCAST AWAY มีโรเบิร์ต เซเมคิสเป็นผู้กำกับ ส่วนทำAbout a Boy มีฮิว แกรนท์เล่นคู่กับเด็กชายNicholas Hoult ครับ

จากคุณ : -zzz- - [ 17 มี.ค. 48 02:46:31 ]






ความคิดเห็นที่ 13

^
^
...ตอบเรื่องเกาะร้าง >> ในหนังAbout a boyตอนแรกๆ พระเอก(ฮิวจ์แกรนท์)เปรียบเสมือนอยู่คนเดียวบนเกาะ(เกาะคือการเปรียบเทียบโลกที่พระเอกเลือกใช้ชีวิต)ที่โดดเดี่ยว ที่คิดว่าตัวเองก็อยู่ได้โดยที่ไม่ต้องมีใครมาอยู่ด้วย (ถ้าจำไม่ผิดพระเอกพูดออกมาเองครับ)

จากคุณ : "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" - [ 18 มี.ค. 48 00:20:41 ]


 

โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" 18 มีนาคม 2548 0:21:07 น.  

 

ดูแล้วค่ะ ในเคเบิ้ล ประทับใจมากเช่นกัน

 

โดย: พฤษภาคม 2510 17 สิงหาคม 2548 13:25:47 น.  

 

วิจารณ์ไม่เป็น แต่ดูแล้วชอบ
อยากมีคุณพ่อน่ารักอย่าง Dan บ้างจัง

 

โดย: B IP: 58.10.89.155 18 กันยายน 2548 17:34:40 น.  

 

เรื่องนี้ผมดูแล้วแฮปปี้นะ การแสดงของแต่ละคนก็ทำได้เยี่ยมมากๆ แต่ผมรู้สึกไม่ค่อยชอบการแสดงของTopher Graceเท่าไหร่ ดูแกเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจสักเท่าไหร่(เวลาพูด)

เสียอย่างเดียว ไม่มีการกล่าวถึงว่า Carter จะทำอะไรต่อไป เท่านั้นเอง แต่หนังเรื่องนี้ดีมากๆ

 

โดย: โปงลางคุง IP: 124.120.98.14 27 สิงหาคม 2549 20:19:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
11 มีนาคม 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.