เมษายน 2566

 
 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
11
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
30
 
 
All Blog
Oh!! my sassy boss ตอนที่ 2 หน้า 2
คนเป็นแม่ก็ย่อมรู้ทันทางหนีทีไล่ลูกได้เสมอ การที่ลูกยิ่งหนี แม่คนนี้ยิ่งตาม

แม่ “ไม่เป็นไร เดี๋ยวเลื่อนนัดคุณหญิงได้ แกไม่ต้องพยายามหรอก งานเลี้ยงสำคัญกว่า”

กฤษ มองแม่แว๊บนึง อะไรจะสำคัญไปกว่างานจับคู่ของแม่ล่ะ ถึงจะรู้ว่าแม่จะหวังดีขนาดไหน พยายามจะฉุดรั้งให้เข้ามัวเมากับโลกีย์ เพื่อที่จะให้เขาล้มเลิกการปล่อยวางของชีวิตให้ได้ แต่ฝันไปเถอะ


กฤษ “พรุ่งนี้วันพระ ผมจะไปนอนวัดครับ ผมอิ่มแล้ว”


พูดเสร็จก็ลุกหนีไป


กิริยาน้ำเสียงเจือความเย็นชาใส่มารดาแบบนี้ ทำเอาคนเป็นแม่ลมแทบออกหู ที่พูดอะไรลูกไม่เอาความ


แม่ “แม่ไม่ยอมให้แกบ่ายเบี่ยงตลอดไปหรอก ไอ้ทิด!!”


เรื่องปั่นหัวแม่คนนี้ ลูกมันช่างเก่งกาจทุกคน เห็นนิ่มๆ ไม่ค่อยเถียง ถามคำตอบคำ พูดน้อยแต่ต่อยหนัก เวลามันตอบอะไร ไม่ค่อยคิดถึงหัวจิตหัวใจแม่เอาเสียเลย นี่ถ้าไม่ได้เกิดเป็นแม่

นางคงไม่คุยด้วยเกิน 5 คำเป็นแน่


แม่ “มีลูก ไม่ได้ดั่งใจสักคน ให้ฉันเหนื่อยอยู่คนเดียว”


ดูนางขัดอกขัดใจกับงานเลือกคู่ให้บุตรไม่น้อย ถ้าไม่ใช่ความรักแล้ว แล้วแม่ที่ไหนจะไม่สรรหาคนที่เหมาะสมมาให้ลูกได้

ไอ้เด็กพวกนี้ เอาแต่หนีไปวันๆ ไม่ค่อยเข้าใจถึงจิตใจของผู้ปกครองเอาเสียบ้างเลย

ไอ้คนโต ก็หัวแข็งดื้อด้าน คุยด้วย 2 คำ ก็เถียง 10 คำ ส่วนคนเล็กไม่เถียงเหมือนพี่ แต่เวลาไม่ยอมความเมื่อไหร่ ก็จะหนีเข้าวัดเข้าวาอย่างเดียว


ความคิดของแม่ทุกคนนั้น ก็คิดเพียงแค่ว่า สิ่งที่สรรหามาเสริฟให้กับลูกๆ นั้นมันช่างแสนดี เหมาะสมแล้วที่ผู้ปกครองจะพึงจัดสรรให้ลูก

ลูกมีหน้าที่ต้องเดินตามรอยเท้า แต่เหตุไฉน ลูกบ้านนี้ถึงได้วิ่งหนีกระเจิดกระเจิง ยิ่งบุตรคนโตแล้วไซร้ มันเกิดมาเพื่อเป็นศัตรูกับแม่ทุกลมหายใจ

พูดอะไรเถียงสามศอก มันช่างเอาเลือดพ่อมันมาเยอะกันทุกคน สิ่งดีๆ จากแม่ไม่เคยมีทั้งที่ 9 เดือนที่ฟูมฝักอยู่ในท้อง ก็น่าจะได้เลือดของแม่ข้นกว่า
 
ทั้งที่นางสร้างธุระกิจมาก็เพื่อให้ลูกๆ ได้ดูแลและสานต่อ

เพื่อความมั่นคงให้กับครอบครัว เพื่ออนาคตของลูกๆ แต่ดูสิ

ส่วนสามีล่ะ ก็หนีไปทำสวนที่สระแก้ว นานๆ ถึงจะกลับมาหา
ทำไมผู้ชายบ้านนี้ ถึงเอาแต่หนีกันไป ทิ้งนางให้อยู่เพียงลำพังตลอด

ความหนาวเหน็บมันเข้ามาเกาะในใจอันเปลี่ยวเหงาอย่างบอกไม่ถูก นางวรรณคดี ที่ใครๆ เห็นภายนอก น่าจะสมบูรณ์แบบจนคนอิจฉาสิ

ทั้งความมั่งคั่งในทรัพย์สินศฤงคาน ธุระกิจที่มั่นคงและเติบโตไปข้างหน้า ความมีหน้ามีตาในสังคมเป็นที่ยกย่อง

รางวัลดีเด่นและผลงานทางวิชาการ ดูนางเพรียบพร้อมแล้วในทุกสิ่ง


นางวรรณคดีผู้ยึดถือยึดมั่นในความเก่งของตัวเอง ควบคุมดูแลลูกน้องนับร้อยนับพัน ทุกคนต่างเกรงใจเกรงกลัวนาง ทุกคนต่างก็วิ่งเข้าหาเพื่อหวังพึ่งใบบุญจากนาง

แม้ภายใต้รอยยิ้มนั้นจะมีอะไรแอบแฝงก็ตาม แต่พวกเขาก็ยินดีที่จะอยู่ภายใต้อานัติของนาง แต่ทำไมถึงจัดการคนที่บ้านไม่ได้สักคน


แม่ “ฉันจะไปทำงานแล้ว”


นางหันไปบอกแม่กิ่งก่อนจะลุกแล้วคว้าเอากระเป๋าใบหรูเดินออกจากบ้านไป


พอขึ้นรถได้ นางยกโทรศัพท์ขึ้นมากดหาชายสูงวัยท่านหนึ่ง


แม่ “สุขสบายดีไหมคะ”


ตาอินทร์ “ว่าไง มีอะไรแม่”


แม่ “ไม่คิดจะกลับบ้านกลับช่องบ้างเลยเหรอ”


ตาอินทร์เป็นชาวสวนอยู่สระแก้วกำลังใช้เครื่องตัดหญ้าถางหญ้าใต้ต้นไม้ก็ต้องหยุดเพื่อฟังว่าศรีภรรยาจะมีเรื่องทุกข์ใจอะไรมาบอก


ตาอินทร์ “ก็หญ้ามันรก นี่ชมพูก็กำลังจะออก เลยว่าจะเก็บก่อนค่อยกลับ”


แม่ “เดี๋ยวเดือนหน้าลูกชายแกจะไม่อยู่แล้วนะ แกจะปล่อยฉันอยู่คนเดียวเหรอ”


มีชีวิตคู่อยู่กินกันมา ใกล้ๆ จะ 40 ปี มีเรื่องไหนที่ตาอินทร์จะไม่รู้ว่านางทุกข์ใจเรื่องอะไร

ลูกไม่เชื่อฟัง ลูกไม่เอากับสิ่งที่นางบงการ สุดท้ายก็จะมาพาลต่อที่สามี

เป็นลูกเป็นผัวนางต้องอดทนอย่างแท้จริง


ตาอินทร์ “คุณนายก็อยู่เดียวไปก่อน เดี๋ยวกลางเดือนหน้าจะกลับไป”


แม่ “มีลูก มีผัว ก็เหมือนไม่มี”


เสียงเหงาๆ ของแม่เอ่ย ทำเอาตาอินทร์ที่ปกติ จะต้องแย้งนางตลอด เพราะเห็นนางแสนเก่ง ปากคอเราะร้าย เถียงกะผัวชนะตลอด ที่ชนะ เพราะเขายอมเอง ไม่งั้นชีวิตคู่คงไม่อยู่มายาวนานขนาดนี้

ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะเขาหนีมาทำสวนด้วย ทำให้เวลาอยู่ด้วยกันจริงๆ น้อยลงไป

ลดการมีปากเสียงไปด้วย ครั้งจะบอกความจริงในใจ ให้แม่ช่วยลดอัตตาที่ชอบข่มเหง ลูกผัว คงจะเถียงกันไม่จบไม่สิ้นเป็นแน่


แม่ “แทนที่ปีใหม่จะได้ฉลองปีใหม่กับครอบครัว”


เสียงเหมือนรำพึงรำพันน่าสงสาร


ตาอินทร์ “เอาน่า เดี๋ยวปีใหม่ฉันกลับไปฉลองกับแม่ก่อนล่ะกัน แล้วฉันคงกลับมาเก็บผลไม้ก่อน ถ้าไม่เก็บรอบนี้มันร่วงเน่าหมดแน่ แม่ก็มีกิ่งอยู่เป็นเพื่อน รออีกไม่กี่วันพ่อก็กลับแล้ว”


แม้จะรู้ว่านางวรรณคดีร้ายขนาดไหน เวลานางซึมเศร้า พ่อก็อดที่จะสงสารไม่ได้ทุกครา มันคงเป็นชีวิตคู่ที่มีทั้งดีและร้าย ถ้าทั้งสองฝั่งเข้าใจเรื่องนี้ดีก็อยู่เป็นคู่ชีวิตกันได้

เวลาคนหนึ่งแข็งคนหนึ่งอ่อน แต่ชัวร์ชีวิตนี้ของตาอินทร์แม้จะแข็งแต่ก็ต้องยอมเสมอ ก็เพราะไม่อยากสร้างรอยแผลในใจให้กับครอบครัว

จะว่าไปก่อนหน้านี้ตาอินทร์ก็ทำเรื่องแสบไว้เยอะ ทั้งเรื่องกินเหล้าหัวราน้ำกับเพื่อนๆ

ไม่ช่วยดูแลลูกๆ ทำเอานางวรรณคดีเสียใจ จนล้มป่วย ตอนนางล้มป่วยจึงได้กลับตัวกลับใจ

แต่พอนางหายป่วยกลับมาดุด่าเขากับลูกๆอีกครั้ง เขาเลยเล็งเห็นว่า มันคือกรรมของเขาเอง เลยเอาเงินเก็บไปซื้อที่เพื่อทำสวน เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

พอเกษียณ แล้วค่อยๆ ปลีกวิเวกออกมา หลังจากปลูกต้นผลหมากรากไม้มา 5-6 ปีก็เริ่มจะได้ผลผลิตบ้างแล้ว


นางวรรณคดีหลงในอำนาจและสมบัติที่นางมี และสังคมเพื่อนฝูงนางที่ใหญ่โต นางคงไม่สะทกสะท้ายกับชายแก่อย่างเขาที่จะอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ


อยู่ที่สวนมันช่างสุขใจนัก


แต่จะว่าไป ใครเล่าจะรับมือแม่ได้ดี ตาอินทร์ที่ยอมมาตลอด 40 ปี แม้ทำท่าอยากจะเลิกไปกันตั้งนาน

สุดท้ายก็อยู่กันมาจนแก่เฒ่าชรา หรือไอ้ตัวแสบทั้ง 2 ตัว คนหนึ่งหัวแข็ง สู้ยิบตา คนหนึ่งหัวอ่อนแต่โหมดโหดลึก นี่คือครอบครัวคนละแนวที่ตาอินกับแม่วรรณคดีร่วมกันสร้างมา วงการนี้เข้าแล้วออกไม่ได้จริงๆ จะบอกลูกสอนลูก หาเมียดีๆ ไม่ต้องยึดเรื่อง ทรัพย์สินเงินทอง ของนอกกาย อันความมั่งคั่งเหล่านั้นมันสร้างความสุขที่แท้จริงไม่ได้ จงหาคนที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปจนแก่ชราจะเป็นการดีต่อสุขภาพจิตนักแล


ความอิ่มเอิบใจในสถานที่ เวลาที่ใช่ และคนที่ให้ ให้ความรัก ให้ความอบอุ่น ให้ความอาทรพูดคุยกันด้วยเมตตาจิต ต่างหาก ที่ทำให้จิตใจและชีวิตเรา รู้จักความสุขทั้งกายและใจ


แต่เพราะไม่ใช่เพราะรักตาอินทร์ก็คงไม่อยู่กับแม่วรรณคดีมาจนตราบทุกวันนี้ รักหรือ...นี่รักจริงหรือ....ก็สมบัตินางยึดของตาอินทร์ไปหมดสิ้น โชคดีที่แอบเงินไว้ใช้ตอนเกษียณไม่งั้น คงตัวเปล่าเล่าเปลือยถ้าหย่ากันไป
พูดแล้ว เฮ้อ ชีวิต คือ ละคร


ตาอินทร์คงต้องปลอบประโลมแม่วรรณคดีให้เบาลงบ้าง อายุมากแล้ว ควรอำลาวงการ มาทำไร่กับตาอินทร์จะดีกว่า


ตาอินทร์ “แม่ก็พักบ้าง เลิกทำงานได้แล้ว”


แม่ “แล้วใครจะมาดูแลกิจการพวกนี้ล่ะ แกไม่เคยช่วยฉัน ยังจะบอกให้ฉันเลิกอีก”


ตาอินทร์ “เราก็จ้างคนมาบริหารก็ได้แม่”


แม่ “ไม่ได้หรอก ฉันสร้างของฉันมาขนาดนี้”

 



Create Date : 24 เมษายน 2566
Last Update : 24 เมษายน 2566 14:12:44 น.
Counter : 513 Pageviews.

1 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**, คุณหอมกร

  
โดย: หอมกร วันที่: 25 เมษายน 2566 เวลา:7:20:09 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]