กันยายน 2562

1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
สะดุดรักคุณเมีย บทที่ 15 ตอนจบ หน้า 6
เสียงกลองยาวนำขบวนขันหมากดังมาจากคลอง

พร้อมด้วยเสียงโห่นำขบวนเจ้าบ่าวที่ถือพานมาพร้อมกับพ่อแม่ ญาติๆ และ เพื่อน เจ้าสาวไอซ์ในชุดไทยห่มสไบสีหวาน

นั่งตื่นเต้นข้างๆ ณรินทร์ที่สวมโจงกระเบนเสื้อลูกไม้แขนยาว

รินทร์กุมมือไอซ์เพื่อเป็นกำลังใจ


“ตื่นเต้นจังเลยค่ะ พี่รินทร์”


“พี่ก็เหมือนกันค่ะ”

ทั้งสองหัวเราะร่าเริง



เสียงโห่ยิ่งใกล้เข้ามาเจ้าสาวก็ยิ่งตื่นเต้น


ทั้งสองแอบไปแหวกผ้าม่านหน้าต่างดูขบวนขันหมากที่ลอยมาตามคลอง


ด้วยขบวนเรือ 5 ลำ ลำแรกลำใหญ่ ของเจ้าบ่าวกับเหล่ากลองยาวนำขบวนและญาติผู้หญิง

ส่วนอีก 4 ลำเล็ก เป็นญาติๆ และ เพื่อน ที่รำกันอย่างสนุกสนาน
เจ้าบ่าวสวมโจงกระเบนสีเข้ม เสื้อราชปะแตนสีงาช้าง

ยืนถือพานดอกไม้เด่นสง่า มีเพื่อนเจ้าบ่าวรำข้างๆ ตอนนี้เรือเจ้าบ่าวจอดเทียบท่าน้ำ เขากำลังต่อรองประตูเงินประตูทองด่านแรก


“พี่เสียดายจัง อยากไปเป็นประตูเงินประตูทอง”

รินทร์เอ่ยยิ้มๆ


เมื่อผ่านด่านประตูเงินประตูทองเข้ามาบนเรือนเรียบร้อย คุณพ่อเจ้าบ่าวมาพาสาวเจ้าไปเข้าพิธี

ทั้งสองไหว้ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทำพิธี หมั่นและแต่ง

เสร็จแล้วเป็นพิธีรดน้ำสังห์ พิธีงานแต่งแบบไทยโบราณดำเนินไปอย่างเรียบร้อย

แขกร่วมงานต่างอิ่มเอมใจกับพิธีไทยๆ ที่ค่อนข้างเลือนหายไป เจ้าภาพถึงจะเป็นคนรุ่นใหม่

แต่ใจก็ยังรักและนิยมประเพณีที่ดีงามสืบต่อมา



อาหารที่นำมาเป็นบุพเฟ่เลี้ยงแขก ล้วนเป็นอาหารไทยๆ พื้นบ้าน ที่ไม่ถึงกับหรูหรามากมาย


แต่หากอร่อยระดับโรงแรม 5 ดาว เมื่อเสร็จพิธีการแล้ว บ่าว สาว ควงกันเดินแจกของชำร่วยและขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน


ญาติผู้ใหญ่และแขกที่มาร่วมงานต่างอวยพรผ่านไมโครโฟน เพื่อนสนิทบางคนก็อวยพรตลกๆ


สร้างเสียงหัวเราะให้กับแขกที่มาร่วมงาน


ปริมกำลังเพลินกับผลไม้เปรี้ยวเขาแทบจะไม่ห่างจากโต๊ะผลไม้เลยสักนิดเดียว

จนพี่ชายเดินมากับเจ้าสาว ประชิดตัวเขา



“ปริม อยู่นี่เอง น้องชายของผมเองครับคนนี้”


เจ้าบ่าวพูดออกไมโครโฟน


“อวยพรให้พี่กับพี่สะไภ้หน่อยนะครับ”


โปรดส่งไมค์ให้น้องชาย



“เอ้อ..เออ ครับ”

ปริมรับไมโครโฟนไป


“ขอบคุณทุกคนนะครับที่มาร่วมงาน บ้านนี้เป็นบ้านของภรรยาสุดที่รักของผม ผมโชคดีมากเลยที่ได้มาอยู่ที่นี่ และได้แต่งงานกับรินทร์”


เสียงปริมพูดออกไมโครโฟน ทุกคนหันไปมองเขา


ณรินทร์นั่งทางอาหารอยู่กับแม่ทิพย์และแม่พลอยบนเรือนถึงกับแทบสำลัก


“เขาพูดอะไรของเขาเนี่ย”



“เออ...ปริมนี่งานแต่งพี่ครับ อย่าเพิ่งแย่งซีน”

โปรดรีบแทรก


“อ้อ..ลืม..ผมก็ขอแสดงความยินดีกับพี่โปรดนะครับ ขอให้รักกันจนแก่จนเฒ่า มีหลานให้คุณแม่ไวๆ มาวิ่งแข่งกับลูกสาวผมนะครับ”


เขาพูดแล้วส่งไมโครโฟนคืนพี่ชาย แล้วหันไปสนใจมะม่วงต่อ



“ฮ้าๆๆๆ ขอบใจมากน้องชาย นายชอบแย่งซีนงานแต่งตลอดนะ”

ทุกคนต่างหัวเราะ


 
ณรินทร์กับแม่พากันหัวเราะบนเรือน


 
เสร็จงานแต่งของโปรด เมื่อส่งแขกกลับเรียบร้อยแล้ว ณรินทร์จัดข้าวของ ดูความเรียบร้อยของบ้าน ตอนนี้เธอใส่ชุดคลุมท้องแล้ว



ปริมเดินมาจูงเธอไปนั่งที่ม้าเอนระเบียงบ้าน


“ไม่ต้องทำอะไรแล้ว เดี๋ยวผมมีทีมงานมาเคลียร์บ้านให้ คุณนั่งอยู่ตรงนี้แหล่ะ”

เขาส่งหนังสือนิทานให้เธออ่าน


“นี่อ่านให้ลูกฟังนะ” 

เขาเอ่ย


แม้จะขัดใจแต่ก็ไม่อยากทะเลาะกับสามี รินทร์จึงเอนหลังนั่งมองทุกคนทำงาน สักพักก็เผลอหลับ


เธอฝันเห็นปู่ทวดและย่าทวดมาหา ณรินทร์เข้าไปกอดทั้งสอง


“ปู่ทวด ย่าทวด หนูดีใจนะคะ ที่ปู่กับย่าดูแลหนู ดูแลแม่ ดูแลบ้านของเรามาตลอด”


“ย่าก็ดีใจที่หนู สืบทอดบ้านของเรามาด้วยดีตลอด ย่าภูมิใจในตัวหนูมากเลยนะ”


“หนูรักที่นี่ค่ะ แล้วลูกของหนูก็ต้องรักที่นี่ด้วยนะคะ”



“แม่สร้อยมันรับกรรมของมันแล้ว”


“เอ๋!! ใครคะแม่สร้อย”


ณรินทร์ถามปู่ทวดอย่างสงสัย



“แม่สร้อย ก็คือคนที่ชนเรือแม่เกดเมื่อ 70 กว่าปีนั่นไง แล้วทำให้แม่นวล ลูกสาวแม่เกดก็จมน้ำตายไงล่ะ มาชาตินี้ มันมาเกิดเป็นไอ้หนุ่มนั่น มันก็ยังตามทำร้ายนวลอีก” ปู่เอ่ย


“ปู่ทวดคะ หนูคือแม่นวลจริงเหรอคะ แล้วปริมก็คือปู่ปริมใช่ไหมคะ”


เธอก็ยังอดข้องใจเรื่องนี้ไม่ได้



“ใช่สิจ๊ะ นวล ลูกเป็นคู่ของปริม แม้จะมีกรรมเก่าที่คอยมาพลัดพรากเจ้าต้องจากกันไป

เมื่อพวกเจ้าชดใช้กรรมเก่าหมดแล้ว ชาตินี้พวกเจ้าได้อยู่ด้วยกันแล้วนะ” ย่าลูบหัวรินทร์



รินทร์น้ำตาคลอ


“ค่ะ หนูจะอยู่กับเขาตลอดไป”



“ทราย ทรายไปไหนคะ หนูไม่เห็นทรายมาหลายเดือนแล้ว”



บรรพบุรุษทั้งสองมองหน้ากัน


“ทรายได้รับผลบุญที่หนูทำให้เขามา ตอนนี้เขาบำเพ็ญเพียรอย่างสงบ”


รินทร์ไปหาทรายที่ศาลท่าน้ำ


ทรายออกมาหาเธอในชุดขาว


“รินทร์ขอบใจเจ้ามากนะ ที่ช่วยข้ามาตลอด ทำบุญให้ข้า ขอบใจมาก อีกไม่นาน ข้าก็จะได้ไปเกิดใหม่แล้ว”


“จริงเหรอ ฉันดีใจจัง ขอให้เธอไปเกิดในภพภูมิที่ดีนะ”


“ขอบใจเจ้ามากจริงๆ ขอบใจที่ดูแลข้ามาตลอด ต่อไปขอให้ข้าได้ดูแลเจ้าบ้างนะ”


ทรายยิ้มให้แล้วเลือนหายไป
 


ปริมมองหน้านวลที่ยิ้มทั้งน้ำตาไหล แล้วนึกย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปี สมัยเขายังอยู่ปี 1 ชอบโดดเรียนไปห้องสมุด


ห้องสมุดอันใหญ่โตของมหาวิทยาลัย มุมเงียบๆ ที่ไม่มีใครเห็น ชั้นวางหนังสือบังอย่างดี

มีโต๊ะอ่านหนังสือคู่กันสองโต๊ะ เขาชอบไปอ่านหนังสือที่นั่น ที่จริงแล้วมีคนชอบที่นั่นเหมือนกัน

เขามักจะเจอเธอประจำ ชอบแอบหลับตอนเที่ยง แล้วเลยไปจนบ่าย เขาชอบแอบมองหน้านวลๆ  หลับตาสนิท ขนตายาวเป็นแพ



จะว่าไปแล้วเขาก็เคยเจอณรินทร์ที่มหา’ลัยตั้งหลายครั้ง ทั้งในห้องสมุด และห้องอุตสาหกรรมอาหาร

ณรินทร์เป็นรุ่นพี่ต่างคณะที่ชอบมาป้วนเปื้อนให้เขาเห็นบ่อยๆ จนคุ้นตา

แต่เขานั้นรู้สึกคุ้นเคย ดวงตาโตๆ คำพูดบ้านๆ แต่ในตอนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกอะไรหรือมันยังไม่ใช่เวลาที่ใช่ที่เขาได้ใช้ชีวิตอยู่กับเธอ

จึงทำให้ช่วงเวลาเหล่านั้นได้ผ่านเลยไป จนถึงเวลาที่ใช่ของทั้งสองคน


เธอกำลังหลับสนิท เขาซับน้ำตาเบาๆ ดึงหนังสือนิทานออกจากมือ



รินทร์รู้สึกตัวตื่น


ภาพเบลอเหมือนตอนที่เธอกำลังจะจมน้ำ ปู่ทวดมาช่วยเธอไว้ แล้วนิมิตภาพเมื่อ 70 ปีก่อนให้เห็นเหตุการณ์ตอนสร้อยพายเรือมาชนเรือเธอ

นวลคว่ำไปกับเรือกำลังจะจมน้ำ แล้วปริมพยายามจะคว้ามือเธอไว้


ดวงหน้าของปริมลอยเต็มหน้าทำให้เธอฝังใจเห็นเขาตลอดมา ก่อนที่ปู่ทวดจะส่งมือเธอให้ปริม


คว้าเอาไว้ในภพนี้เธอได้เห็นหน้าปริมที่จูบเธอในน้ำ เพื่อเอาออกซิเจนเข้าปากเธอ
 


รินทร์ยิ้มเมื่อมองหน้าสามี


“ทำไมร้องไห้”


“เปล่าซะหน่อย”


“เสร็จกันแล้วเหรอคะ”


“ใช่ กลับกันหมดแล้ว หิวยัง”


รินทร์มองหน้าสามีรูปหล่อยิ้มๆ


เธอเอามือมาคล้องโอบกอดคอสามีไว้


ปริมยิ้มแปลกใจกับท่าทีของภรรยา


“ฉันขอบคุณคุณมากนะคะ ที่ช่วยฉันวันนั้น ขอบคุณที่อยู่กับฉัน ขอบคุณที่รักฉันมาตลอด”


ปริมยิ้มปลื้ม


“แค่ขอบคุณไม่พอหรอก”


ตากลมโตเบิกกว้าง


ปริมอุ้มณรินทร์ไปวางที่หน้ารูปครอบครัว



“คุณพ่อคุณแม่ ขอบคุณมากครับที่ให้เราได้มาอยู่ด้วยกัน ผมจะรักษาบ้านของเราเอาไว้อย่างดี และจะให้ลูกหลานรักและหวงแหนบ้านของเราเอาไว้สืบต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน”


เขาพูดอย่างจริงจังมองรูปปู่ทวด



กลิ่นบุหงารำไปโชยมาตามลม


ณรินทร์ยิ้มกับการตอบรับของบรรพบุรุษ


“แล้วเมื่อไหร่คุณจะบอกว่ารักผมเสียที”


หน้าหล่อโน้มลงมาแนบกับแก้มเธอ


“เอ่อ..คืออะไร?”

หญิงสาวหัวใจเต้น


“ก็ผมอยากได้ยินคุณบอกรักนินา”

เสียงงอแงเริ่มตามมาอีก


เขารู้ว่าเธอต้องยอมความลูกแหง่ของเขาเป็นแน่



 “จะถามอะไรแบบนี้”



“ก็คุณรักผมหรือเปล่ายังไม่รู้เลย”


อีตาบ้า ขนาดนี้ยังไม่รู้อีกเหรอ ณรินทร์บ่นอยู่ในใจ



“จะบอกหรือไม่บอก”

ปากหยักจุ๊บที่ปากเธอ


 
“ถ้าไม่พูดก็จะจูบอยู่แบบนี้ล่ะ”



“พอแล้วๆๆ”


หญิงสาวดิ้นในวงแขนเขา



“”ฉัน...ฉันเอ่อ..ฉันรักคุณค่ะ”



รินทร์เอ่ยอายๆ อีกฝ่ายหัวใจเต้นพอง


กอดณรินทร์ไว้หมุนไปรอบๆ หน้ารูปครอบครัวที่ยิ้มเรียงรายกันอยู่
 



จบ...........

 



Create Date : 04 กันยายน 2562
Last Update : 4 กันยายน 2562 17:00:08 น.
Counter : 175 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]