Oh!! my sassy boss ตอนที่ 42 หน้า 4
นี่คืออาการที่ไม่ได้เมาสินะ
ก้อฟ “ฉันว่าแกนอนโรงแรมเถอะ ขืนขับรถไปตอนนี้นะ มีหวังโดนจับเป่า ไปเที่ยงฮ่องกงแน่”
เมขลา “เฮ้ย ระดับฉัน นี่ๆ พวกแกไม่รู้ไร ฉันอมรางจืดเอาไว้ ฉันไม่เมาหรอก”
ไก่ “จ้า แม่หมอสมุนไพร ดูสิๆ ตาเยิ้มขนาดนี้ เดินจะยังตรงอยู่ไหมหรอก”
วุ้นเส้น “ช่าย ทุกปี ฉันเห็นแกหมดสภาพต้องนอนโรงแรมตลอด”
เมขลา “นี่...พวกแกต้องได้ลอง น้ำรางจืดฉันก่อน”
เมขลาไม่ยอมแพ้ยกขวดน้ำสมุนไพรออกมาจากกระเป๋า
ก้อฟมือไวกว่าเพื่อนแย่งไปลอง
ก้อฟ “ออว่ะ หายเมาเลย”
พูดแล้วก็สะบัดหัวไปมา
ทุกคนต่างพากันหัวเราะกันสนุกสนานตามประสาเพื่อนที่นานๆ เจอกันที มีเรื่องให้กัดแซะกัน คิดถึงกัน คุยสนุกกัน รำลึกความหลังกัน ซึ่งเมื่อเทียบกับทุกๆ ปี เมขลาก็ชอบดริ้งแบบนี้แล้วไปนั่งซดสมุนไพร แล้วไปจบลงที่นอนโรงแรมก่อนจะกลับบ้านตอนเข้า ปีนี้ก็ไม่ได้ต่างจากทุกปีนัก ทุกคนต่างก็พอเดาสถานกาณ์ออก เธอไม่ได้ไปค้างบ้านเพื่อนคนไหน
ค่ำคืนที่แสนสนุกสนานนั้น หน้าโรงแรมหรู กฤษ นั่งรถแท็กซี่มา เพราะเขาดูรูปการณ์ไว้แล้ว ว่าภรรยาเขาน่าจะเมาจนขับรถไม่ไหว ซึ่งก็อาจจะเป็นเขาที่ขับรถพากลับเป็นแน่ ชายร่างสูงโปร่งในชุดสูทหรูราคาแพง เดินมาถึงหน้าห้องจัดเลี้ยง
“พี่กฤษ”
เสียงหวานๆ ของใครคนหนึ่งเรียกเขามาจากหน้าประตูงาน กฤษ หันไปมองแล้วยิ้มให้
โสภิตตานั่นเอง รุ่นน้องที่เขาเคยเป็นพี่เลี้ยงสมัยเรียน ป ตรี คณะ แพทย์ศาตร์
เขารับไหว้รุ่นน้อง
ตา “ไม่คิดว่าจะได้เจอพี่กฤษ ตั้งแต่พี่กฤษจบไป ก็ไม่ได้ติดต่อกันเลย แล้วไม่เคยเห็นมางานคืนสู่เย้า”
เธอรู้ดีว่ากฤษณะเป็นคนสันโดด งานเขาเยอะมากจนบางปีเขาลืมงานคืนสู่เย้า เขาได้แต่ยิ้มให้รุ่นน้องสาว
ตา “แล้วนี่ได้นัดใครไว้แล้วบ้างค่ะ พวกพี่ปาล์ม พี่เก่ง พี่ยอด”
กฤษ “ผมไม่ได้นัดใครเอาไว้ครับ ไม่เป็นไรครับ แล้วนี่ ตาทำไมอยู่ตรงนี้ครับ”
ตา “พอดีตามาช่วยรุ่นน้องเป็นแม่งานค่ะ เลยรับดูแลอยู่ตรงหน้าทางเข้า แต่ตาเห็นพี่ยอด พี่เก่ง มาแล้วนะคะ เดี๋ยวดูโต๊ะให้ค่ะ”
กฤษ “อ้อ ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้มาร่วมงานเลี้ยง ผมแค่มารับคนกลับ”
ตา “เออ มารับใครคะ พี่กฤษ มารับใคร”
โสภิตตาถามอย่างสนใจ เท่าที่รู้จักกับกฤษสมัยเรียนเขาแทบจะไม่เคยพูดถึงพี่น้องเขาเลย และไม่เคยเอ่ยว่าร่วมเรียนสถาบันเดียวกัน แต่ก็ช่างเถอะ อาจจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ก็ได้ ที่เป็นรุ่นปู่ รุ่นย่า รุ่นเด็กๆ อย่างเธออาจจะไม่รู้จัก
กฤษ “พอจะเช็คชื่อให้พี่ได้ไหมว่าใครนั่งโต๊ะไหน?”
โสภิตตา “ได้ค่ะ พี่กฤษ มาหาใครล่ะค่ะ”
กฤษ “เมขลา มณีรัตนา”
เขาแจ้งชื่อภรรยากับรุ่นน้องไป แม้ทำเอาสาวเจ้าขมวดคิ้วอย่างสนเทห์ แต่ก็ไปไล่ดูชื่อแล้วบอกโต๊ะเขาอย่างเรียบร้อย
โสภิตตา “คนชื่อเมขลา นั่งโต๊ะ ที่ 81 จะอยู่โซนกลางๆ ค่ะ แล้วพี่กฤษรู้จักเหรอคะ”
โสภิตตา ถามกลับอย่างข้องใจ ช่างแปลก ถ้าไม่รู้จัก จะรู้จักชื่อนามสกุลได้อย่างไร
กฤษ “แล้วพี่สามารถประกาศเรียกเขาได้ไหม?”
กฤษตั้งคำถาม
โสภิตตา “ได้ค่ะ ช่วงที่เพลงจบก็ขอประกาศได้นะคะ เดี๋ยวตาช่วยประสานงานเวทีให้ค่ะ”
กฤษ “ขอบคุณมากครับ”
โสภิตตาเดินนำกฤษเข้ามาในห้องโถงใหญ่ที่จัดงานเลี้ยง กฤษมองไปรอบๆ ห้องโถง มันกว้างเกินที่เขาจะเดินไปเช็คทีละโต๊ะได้ ด้านหน้าคือเวทีใหญ่ที่กำลังมี นักศึกษาจัดการแสดงอยู่ โสภิตตาเดินนำเขาไปจนถึงเวทีและยืนรอกันข้างๆ เพื่อรอการแสดงจบ
ตา “ช่วงนี้พี่กฤษ ทำอะไรอยู่คะ”
กฤษ “ช่วงนี้ช่วยครอบครัวดูแลกิจการโรงพยาบาลอยู่ครับ”
โสภิตตา “แม้ดีจังนะคะ ตอนนี้รับหมอเพิ่มไหมคะ?”
กฤษ “ยังครับ”
โสภิตตารอบมองเสี้ยวหน้านิ่งของกฤษ เขาแทบจะไม่เปลี่ยนไปเลย โครงหน้าหล่อเหล่าคมคายนั่น เคยทำให้เธอเคยหลงไหลยามชิดใกล้มาแล้ว กฤษเป็นมนุษย์ลึกลับที่สาวๆ ทั้งคณะพูดถึงมาแล้ว ฐานะทางบ้านก็รวย เป็นเจ้าของโรงพยาบาลหรูหรากลางกรุงและมีสาขาอีกหลายที่ และเขาก็ยังเป็นแพทย์ศัลยกรรมสมองมือหนึ่งของไทยทั้งที่อายุยังน้อย ทั้งหล่อ เก่ง รวยแบบนี้ ย่อมเป็นที่หมายปองของสาวๆ ทั้งคณะ แต่กฤษก็ดูไร้หัวจิตหัวใจ ไม่เคยแม้จะยินดียินร้ายกับการทอดสะพานของเธอ