เมษายน 2566

 
 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
11
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
30
 
 
All Blog
Oh!! my sassy boss ตอนที่ 2 หน้า 3
นางยังดื้อรั้นในความเก่งของตัวเอง นางทะนงตนมาตลอดว่าเก่ง มีความสำเร็จ
การจะให้ปล่อยมือจากสิ่งที่ยิดถือยึดมั่นเอาไว้มานานดูเป็นเรื่องแสนยาก ยึดถือยึดมั่นมาตั้งแต่เกิดจนจะเกษียณอยู่แล้ว เขาเรียก ไม่เห็นโรงศพไม่หลั่งน้ำตา

จะว่าไปอย่าว่าแต่แม่หัวดื้อรั้น ลูกทั้ง 2 คนก็รับเชื้อมา หล่นได้ใต้ต้น หามีใครจะว่านอนสอนง่ายเหมือนพ่อ

แก่เฒ่ามาแล้วอย่าหวังมีคนดูแล ถ้ามันทั้งสองคนจะมีเชื้อดื้อรั้น มันจะหาเมียได้กับเขาหรือไม่ คนเล็กพอหาได้ แต่คนโตนี่สิ มันจะมีวี่แววหาเมียเป็นตัวเป็นตนสักที?

ตาอินทร์ “แล้วพ่อจะรีบกลับนะแม่ พ่อก็แค่หวังดีอยากให้แม่ได้พักผ่อนบ้าง ทำงานมาทั้งชีวิตแล้ว ตอนนี้แทนที่จะได้พักผ่อนในวัยเกษียณเลี้ยงหลานๆ ยังจะต้องไปเครียดกับงานอยู่อีกทำไม?”

พ่อเอาน้ำเย็นเข้าลูบหวังว่าแม่จะใจเย็นขึ้น

แม่ “งั้นก็ดี แกรีบมาซะพรุ่งนี้เลย ฉันจะพาลูกชายแกไปดูตัว ลูกสาวคุณหญิงฉวีวรรณ มันก็จ้องจะหนีไปบวช”

เสียงเขียวก็มาทันที

ตาอินทร์ได้แต่มองบนนึกขำกับการหาคู่ให้ลูกของคุณนายแม่

ตาอินทร์ “ถ้าลูกมันชอบ แม่จะเหนื่อยไปบังคับมันได้เหรอ พวกมันโตเป็นหนุ่มหมดแล้วนะ จะไปบังคับเหมือนเด็กๆ ไม่ได้ แล้วอีกอย่างการเลือกคู่ จะมีใครหาได้ดีเท่าตัวพวกเขาเอง”

แม้จะรู้สึกขัดอกขัดใจกับการปลงโลกแล้วของสามี กับสิ่งที่ทำไม่เป็นไปอย่างที่คิด นางจะต้องเป็นคนหัวเดียวกระเทียมลีบ คิดอะไรแล้วลูกผัวไม่เอาแบบนี้

มันเหมือนถูกบั่นทอนความเป็นผู้นำของนางไป แต่เสียงเดียวจะไปสู้ 2 เสียง ไหนเลยจะชนะ


แม่ “แล้วแกคิดว่าจะหาลูกสะไภ้แบบไหนถึงจะเหมาะสมกันเล่า”

ตาอินทร์ “ลูกเท่านั้นที่จะรู้ เราเลี้ยงเขาได้แค่ตัว พอถึงเวลา เราก็เพียงทำได้แค่ดู ชี้ทางถูกผิด ต้องคอยประคับประคองเขาเดินไปข้างหน้าด้วยตัวเขาเอง เราจะบังคับชีวิตทุกอย่างของเขาไม่ได้ ลูกเรา 2 คน นิสัยต่างกันมาก เพราะอะไรแม่น่าจะรู้ดี แล้วอีกอย่าง กฤษ มันก็ฉลาดได้แม่ เก่งได้แม่ มันไม่เลือกเดินทางผิดหรอก”


พอเห็นผัวชมมาหน่อย ก็ค่อยคลายโทสะลงได้หน่อย

ก็เอาเถอะ แม้นางต้องการเป็นที่หนึ่งเสมอ แต่ฟังพระเทศนาบ้างก็ไม่ถือว่าแพ้

คราวนี้ก็ปล่อยตัวลูกชายไปก่อนยังมีเวลาอีกหลายปีกว่า ลูกคนเล็กจะอายุถึง 30 ปี ช่วงเวลานี้เฟ้นหาสาวงามมาคบหาดูใจก็พอทัน

ส่วนไอ้คนโตหัวแข็ง พอคิดถึงมันทีไร เส้นเลือดในสมองจะแตกทุกที

แต่พอคิดถึงความทรงจำตอนที่เจ้าณุเป็นทารก กลับเป็นช่วงที่นางมีความสุขที่สุด

แม้ตอนนั้นยังไม่ได้ร่ำรวยอะไร กิจการยังไม่ได้เติบโต นางเลี้ยงดูณุด้วยมือของนางเอง ณุ เป็นเด็กอ้วนท้วนน่ารัก

เป็นบุตรคนแรก นางรักและถนอมยิ่งนัก ราวลูกนกในกรงทอง เป็นลูกที่นางรักและห่วง จนจวบเขาโต นางจะคอยดูแลสารทุกข์สุขดิบจนเขาขาดความเป็นอิสระภาพ สุดท้ายนกก็โบยบินออกจากรังไปตามทางของเขาที่เขาชอบ ไม่ได้สนใจในสิ่งที่แม่หามาให้


ส่วนกฤษ เกิดมาช่วงที่นางเริ่มทำธุระกิจโรงพยาบาล นางไม่ได้เลี้ยงดูฟูมฟักเขาเหมือนแม่คนอื่นๆ ส่งเขาไปให้ย่าน้อยเลี้ยงที่ชลบุรี ความทรงจำการอุ้มชู การเลี้ยงดูจากแม่ กฤษ แทบจะไม่มี

แต่พอโตกันมา สลับกลับ เจ้ากฤษ ต้องมาคอยอยู่เป็นเพื่อนนาง เพราะลูกชายคนเล็กเลือกเรียนแพทย์ ถ้าเป็นไปได้ นางก็หวังว่าณุ จะอยู่กับนาง มาดูแลกิจการที่นางสร้างมาให้


แม่ “ถ้าพี่แกไม่มีที่จะอยู่ ไม่มีข้าวกิน แกก็ดูแลพี่แกด้วยนะ”


นางเคยเอ่ยเช่นนี้กับกฤษ หวังฝากฝังให้พี่น้องดูแลกันเมื่อสิ้นกรรมของพ่อกับแม่แล้ว หลังจากนั้นแล้ว แม่ก็ไม่มีทางรู้ได้ว่า ลูกจะสุขสบายดียังไง ขอแค่เขาสามารถดูแลตัวเองได้ดีก็เป็นพอ


ความน้อยใจรู้สึกว่าแม่ไม่รักเขา มันก่อตัวมาตั้งแต่เด็กๆ
**************************************************************
กฤษขึ้นไปบนห้องพยายามไม่สนใจสิ่งที่แม่คุยกับเขาเมื่อครู่ที่โต๊ะอาหารแม้ไม่ได้มีผลอะไรแต่ก็รบกวนจิตใจเขาได้แม้เล็กน้อย ตั้งแต่เล็กจนโต

เขามีสิ่งน้อยใจแม่คงจะเป็นเรื่องความรักความอบอุ่นที่ได้เพียงเล็กน้อย ความทรงจำในวัยเด็กอันเลือนราง เขาอยู่กับย่าน้อย ผู้ดูแลเขาจนจบมัธยมปลาย แม่เอาแต่ทำงานไม่เคยสนใจเขา 1 เดือน ได้เจอหน้าแม่เพียงแค่ครั้งเดียว มีเพียงพ่อที่ไปหาเขาทุกเสาร์อาทิตย์ และพาเขาไปเที่ยว

เขาอยากจะถามแม่นักว่าเลี้ยงเขาตามหน้าที่ไม่เคยให้ความรัก แล้วเหตุใดจะต้องควบคุมชีวิตเขาทุกอย่าง

แม้แต่เรื่องชีวิตคู่ เรื่องนี้เขาพยายามหลายปี ที่จะไม่คิดถึง บุญคุณพ่อแม่ให้กำเนิดเท่าที่ชีวิต สิ่งที่ท่านทำล้วนมีเหตุและมีผล อย่าได้เอาอารมณ์น้อยเนื้อต่ำใจมาตัดสิน


เขาสลัดหัวเบาๆ เพื่อไล่ความคิดที่เมื่อยล้าที่พยายามเกาะกินหัวใจด้านมืด บุคลิก เงียบขรึมของเขาก็มีส่วนมาจากการที่ขาดความรักการเอาใจใส่จากแม่ในสมัยยังเยาว์วัย


เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเมื่อเห็นข้อความจากเพื่อนร่วมทำวิจัยส่งข้อมูลมาให้ เขากดขอบคุณ แล้วไล่ดูข้อความอื่นๆ ตั้งแต่เมื่อวานเขาแทบไม่ได้แตะต้องโทรศัพท์เลย

เห็นมีข้อความเข้าหลายข้อความจากเพื่อน และจากโรงพยาบาล เขาเลื่อนอ่านและตอบบางข้อความที่สำคัญ

ไล่ลงไปเลื่อยๆ จนมาถึง ก้อนเมฆ แม้ไม่ได้มีข้อความเข้า แต่เวลานี้ เขากลับอยากคุยกับใครสักคนที่ไม่เคยรู้จักกันบ้าง เพื่อบำบัดควันมืด PM2.5 ที่ค่อยๆ ก่อตัวมาจนบดบังการมองหัว หูตามืดมัว


กฤษ “สวัสดีครับพี่เมฆ ผมไปทำหนังสือขอฝึกงานมาเรียบร้อยแล้วนะครับ”


เขาพิมพ์ขอความรายงานเมฆ เพราะไม่รู้จะเอาเรื่องอะไรมาคุย


เมฆ “อ้อ ดีๆ แล้วนี่ไปขอเขาลดไหม ฝึกงานนานไป 6 เดือน ขอลดเหลือ 3 เดือนก็พอ”


กฤษ “ทำไมล่ะครับ”


เขาขมวดคิ้วอย่างสงสัย


เมฆ “ฉันขี้เกียจสอน”


กฤษ อ่านแล้วอดขำไม่ได้


กฤษ “ที่แผนกมีเจ้าหน้าที่เยอะไหมครับ”


เมฆ “เยอะแยะ เต็มห้อง ที่จะให้เธออยู่ยังไม่มีเลย”


เท่าที่เขาได้คุยกับป้าโสมมา แผนกแพทย์แผนไทย มีคนทำงานแค่คนเดียว วันๆ มีคนไข้ ประมาณ 2-3 คนต่อวัน

มากสุดก็ไม่เกิน 5 วัน ไม่งั้น เจ้าของแผนกจะต้องมาร้องเรียน เวชระเบียนรับคนไข้ไม่นัดล่วงหน้า แล้วรับเกินอัตราค่าแรงคนทำงาน

ใครก็รู้ๆ คนไข้ที่จะมารับบริการต้องนัดล่วงหน้า ถ้าคิวไม่เต็มค่อยรับขาจร ต่อวันรับไม่เกิน 4 คน มากสุด 5 คน แล้วแต่อารมณ์คนรับ และอาการของคนไข้ที่มารับบริการ


กฤษ “ให้คนอื่นสอนผมก็ได้”


เมฆ “เออ ไม่เป็นไร ฉันสอนได้ งานไม่ได้ยากเย็น เธอทำอะไรเป็นบ้าง”


กฤษ “แล้วผมต้องทำอะไรบ้างครับ ตรวจชีพจร ตรวจม้าม ตับปอด ตรวจร่างกาย สั่งยา เตรียมยาสมุนไพร”


เมฆ “โอ้ย พื้นๆ เรียนมา 4 ปี จะทำแค่นี้ได้ไง นวด ประคบ ทับหม้อเกลือ นึ่งท้องยุบ นั่งถ่าน ทำเป็นไหม ทำลูกประคบ ทำยาหม่อง ทำน้ำมันนวด”


นั่นสิ จะให้เขาทำอะไรเป็นบ้างล่ะ


กฤษ “ผมแค่เคยช่วยอาจารย์ทำในห้องครับ แต่ก็ยังไม่ชำนาญ แล้วผมก็นวดไม่เป็น”


จะว่าไปที่เธอไล่มา เขาแทบจะไม่ได้ทำเป็นเรื่องเป็นราว


เมฆ “ไม่เป็นไรน้อง เดี๋ยวพี่สอนให้ ไม่ต้องห่วงนะเรื่องจิ๊บๆ”


เมื่อกี้พึ่งจะบอกเขาว่าขี้เกียจสอนอยู่หยกๆ ช่างเป็นผู้ชายที่เปลี่ยนใจง่ายเสียจริง เอาเข้าจริงๆ ดูเป็นคนไม่ค่อยคิดอะไรมากทำให้คนคุยด้วยไม่รู้สึกเคร่งเครียด กลับรู้สึกเป็นกันเองราวกับคนที่รู้จักกันมานาน

 



Create Date : 29 เมษายน 2566
Last Update : 2 พฤษภาคม 2566 7:13:59 น.
Counter : 502 Pageviews.

1 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณnewyorknurse

  
ชายรักชายแน่ๆ มีแววจ้า

โดย: หอมกร วันที่: 30 เมษายน 2566 เวลา:7:18:46 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]