ตุลาคม 2566

1
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
22
23
24
25
27
28
29
31
 
 
All Blog
Oh!! my sassy boss : ตอนที่ 11 หน้า 1
กิจกรรมร่ำดอกไม้ของเมขลายังทำต่อทุกวันไม่ขาด เธอมีวินัยในการเปลี่ยนและกรองดอกไม้ตรงเวลาทุกวัน กฤษช่วยเธอทำเป็นบางวัน แต่อาทิตย์หน้าเขาต้องกลับไปรายงานผลการฝึกงานก่อน ทีแรกวางแผนว่าจะไป 2-3 วัน เผื่อไปส่งงานวิจัย และแวะ โรงพยาบาล

วันนี้มีประชุมประจำเดือน เมขลาพาเขาเข้าประชุมเหมือนทุกเดือน

บรรยากาศในห้องประชุม เหมือนทุกเดือน แต่ละแผนกรายงานผลการประกอบการและปัญหาที่เจอ เพื่อเสนอทาง ผอ ช่วยตัดสินใจ

ผอ เดช “ผ่านไป เกือบ 3 เดือนแล้วสินะ ดูแผนกแพทย์แผนไทยมีคนไข้เพิ่มมาเท่าตัวเลย”

เขาพูดกับเมขลา

เมขลา “ใช่ค่ะ เพราะฉันมีผู้ช่วยนิคะ”

เธอพูดอย่างภูมิใจ

ผอ เดช “งั้น ผมจะลงประกาศรับผู้ช่วยให้คุณ 2 อัตรา คุณจะให้เริ่มรับมาทำงานเดือนไหน?”

เมขลา “ผอ ไหนบอกว่าจะเพิ่มเตียงปีหน้าไงคะ ถ้ายังไม่เพิ่มเตียงไม่จำเป็นต้องเพิ่มผู้ช่วยหรอกค่ะ”

ผอ เดช “งั้นผมจะปรับแผนให้แผนกแพทย์แผนไทย เพิ่มเตียงช่วงกลางปีล่ะกัน ผมจะขยายตึกเรือนยาไทยด้วย”

เมขลา “ใครจะเขียนแปลนให้คะ ฉันขอดูก่อนนะคะ”

ผอ เดช “ได้ครับ”

ผอ เดช “มีอะไรที่ต้องการเพิ่ม คุณก็เขียนมาได้เลยนะ”

ดู ผอ จะตามใจเธอทุกอย่าง ไม่รู้เป็นเพราะไปใช้บริการหลายงานกับเรือนยาไทย หรือเพราะมีความเอ็นดูส่วนตัวกับเมขลากันแน่ แต่คนอื่นๆ ก็มีทั้งชอบและไม่ชอบเมขลา ก็มีซุบซิบกันเล็กน้อย แล้วท่าทางเมขลาที่คอยพูดกระซิบกระซาบกับกฤษดูสนิทสนมนั่นอีก ทำเอาหมอเอกขวางหูขวางตา

หมอเอก “ดูจะเจริญไปเรื่อยๆ นะครับ แพทย์แผนไทย”

อยู่ๆ หมอเอกก็พูดขึ้น

หมอเอก “ทั้งๆ ที่เป็นแค่หมอแผนโบราณ งานก็ไม่เยอะ ทุกวันนี้ ผมก็เห็นหมอเมขว่างงานบ่อย เดี๋ยวไปเก็บดอกไม้ เดี๋ยวไปปลูกสมุนไพรด้านหลัง หมอแบบนี้จำเป็นต้องมีผู้ช่วยด้วยเหรอครับ หมอบนตึกงานยุ่งมากมาย แต่ละคนยังไม่มีผู้ช่วยเลย”

น้ำเสียงเย้ยหยันนี้ เขาต้องการอะไรอีก

เมขลา “ถ้าอยากมีผู้ช่วยคุณก็ขอ ผอ เอาสิ”

หมอเอก “ใครจะเป็นลูกรักเหมือนคุณล่ะ ขออะไรก็ได้ ทั้งที่เป็นแค่หมอที่เรียนมาใช้สมุนไพร ใช้เครื่องมืออะไรก็ไม่เป็น กลับเป็นที่โปรดปรานของ ผอ แผนกหมอแบบนี้ โรงพยาบาลที่ไหนเขาก็ไม่มีกันหรอก ยังจะเรียกว่าหมอกันอีก”

ทุกคนต่างอึ้ง กับการพูดเสียดสีของหมอเอก ถึงแม้จะเคยเห็นสองคนนี้ทะเลาะกันในที่ประชุมบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่เคยได้ยินหมอเอกพูดจาเหมือนดูถูกเมขลารุนแรง

เมขลาลุกขึ้น มองหน้าหมอเอกอย่างเสียใจ

เมขลา “ใช่สิ ฉันมันก็แค่หมอลูกเมียน้อย ไหนเลยจะน่าเชิดหน้าชูตาเท่าหมอแผนปัจจุบันเหมือนพวกคุณ แต่ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องดูถูกกันขนาดนี้เลย”

หมอเอกมองหน้าน้อยๆ ที่สั่นเทาด้วยความเสียใจ เขารู้สึกแป๊ปกลางอก เมื่อเห็นสายตาที่เกือบจะร้องไห้ของเมขลา ก่อนจะเธอจะหยิบเอาสมุดจดงานออกจากห้องประชุมไป

ทุกคนซุบซิบถึงผลงานหมอเอกครั้งนี้ เพราะไม่เคยเห็นใครทำให้เมขลาถึงขั้นเสียอกเสียใจจนออกจากห้องประชุมกลางคัน ผอ เดช ถึงกับหน้าเครียด กฤษ มองดูความวุ่นวายพักใหญ่ มองดูหน้าแต่ละคน บางคนก็รู้สึกสะใจ คงจะนึกหมั่นไส้เมขลามาก่อน บางคนก็พูดทำนองว่าหมอเอกปากร้าย ทั้งที่เมขลาช่วยเขาหลายครั้ง ช่างเป็นผู้ชายที่ปากร้าย ใจร้าย จนไม่น่าเป็นหมอ ตอนนี้กระแสเสียงต่างๆ ดังมากขึ้น ผอ เดช ตบโต๊ะ ทำลายเสียงตลาดแตก ทุกคนเงียบ

กฤษ มองดูว่า ผอ เดช จะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร

ผอ เดช “ผมขอบอกพวกคุณทุกคนนะครับ เรื่องนโยบายปรับปรุงโรงพยาบาล มาจาก เจ้านาย และท่านให้ความสำคัญกับแพทย์ทุกสาขา แล้วแพทย์แผนไทย ท่านก็เป็นโปรเจคปีหน้า ให้สาขาเราเป็นต้นแบบ และอยากปรับปรุงคู่กับ แผนปัจจุบัน และที่สำคัญ ปีนี้ ถ้าสามารถเพิ่มศักยภาพทางแพทย์แผนไทยได้ คนไข้จะมีทางเลือกเพิ่มขึ้นและมารับบริการที่โรงพยาบาลเราเพิ่มขึ้น โรงพยาบาลเราเป็นแห่งแรกในเครือที่มีแผนกแพทย์แผนไทย และมีคนไข้แน่นทุกวัน เพราะอะไรทุกคนน่าจะรู้ เพราะไม่ใช่ฝีมือของหมอเมข แล้วตอนนี้ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรที่หมอเมขทำมาขายทุกเดือน มียอดมากกว่าเงินเดือนพวกคุณอีก ถ้าหมอเมข ไปทำขายเอง คงรวยกว่าเป็นหมอที่นี่อีก การขยายแผนงานแพทย์แผนไทยออกไป เจ้านายท่านเล็งเห็นแล้วว่า อนาคตประชาชนให้ความสนใจการรักษาแบบทางเลือก เราก็จะมีคนไข้เพิ่ม เราจะได้ไม่ตกงาน แล้วเท่าที่ผมทำงานร่วมมากับหมอหลายๆ คนนี้ หมอเมข ทำงานคนเดียวมาตลอด ไม่เคยมีพยาบาลไปช่วย เป็นพวกคุณจะทำไหม? ผมถามหน่อย? ผมไม่เคยลำเอียงเข้าข้างใคร แต่ผมมีสองตาที่คอยดูว่าใครทำงานเป็นอย่างไร แล้วนี่ได้ข่าวว่าลูกเจ้านายก็เรียนแพทย์แผนไทยด้วย แล้วเป็นมือหนึ่งของแพทย์ศัยกรรมสมอง ตอนนี้กำลังต่อดอกเตอร์ ถ้ามาประจำอยู่ที่นี่ พวกคุณจะทำงานกันยังไง?”

ผอ เดช ผู้เป็นคนใจเย็น เอ่ยเนิบๆ อย่างหนักแน่น นี่คือไม่ได้เข้าข้างใครสินะ

ผอ เดช “วันนี้ผมให้พวกคุณไปพิจารณาการทำงานของตัวเองก่อนที่จะไปเอ่ยปากติ งานของคนอื่น เลิกประชุมได้”

เมื่อร่ายยาวจนสาแกใจก็ปิดองค์ประชุมเอาดื้อๆ

หมอเอกนั่งนิ่ง แต่ไหนแต่ไรมาก็แกล้งกันมาตลอด ไม่เคยเห็นเธอโกรธเขาสักครั้ง หรือว่าครั้งนี้เขาจะพูดแรงเกินไป แถม ผอ ผู้ที่บอกว่าไม่เคยลำเอียง ก็ด่าเป็นชุดใหญ่ แล้วแบบนี้เมขลาจะคุยกับเขาอีกหรือไม่? ปากหนอปาก จะร้ายก็ไม่ดูสถานการณ์
กฤษลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องประชุมเงียบๆ จากทีแรกคนซุบซิบเรื่องหมอเอกที่ว่าหมอเมขในห้องประชุม ก็เปลี่ยนเรื่องเมาส์เป็นเรื่องของ ลูกเจ้านายที่จะมาประจำที่นี่แทน

กฤษ ได้แต่นึกเคืองว่าเรื่องพวกนี้ ผอ เดช จะใส่ไข่มาหรือไม่ เขาไม่ได้ไปร่วมประชุมมา 3 เดือน หรือมีเรื่องอะไรที่แม่เขาไม่บอกให้เขารู้ ไม่เป็นไร อาทิตย์หน้าเขากลับบ้านค่อยไปถามแม่เขาจะดีที่สุด

กลับมาที่เรือนยาไทย เห็นเมขลาทำหน้าซึมๆ เขาก็เป็นห่วงว่าเธอจะร้องไห้

กฤษ “พี่เป็นไงบ้าง?”

เขาไม่รู้จะปลอบใจเธอยังไง ด้วยไม่เคยใกล้ชิดกับผู้หญิงมาก่อน กับแม่ไม่นับ เพราะวันๆ เอาแต่ดุเขา ไม่มีโมเม้นคนอ่อนแอหรืออ่อนหวาน คุยกับลุกดีๆ สักครั้ง มีก็เพียงคำสั่ง บังคับ ราวกับเป็นเจ้าชีวิต

เมขลา “ฉันไม่เป็นไรหรอก หมอเอกมันปากหมา ฉันน่าจะหักนิ้ว หักหลังมันทิ้งซะ แล้วก็เอาบอนยัดปากให้ปากมันเบี้ยว”

นี่เธอไม่ได้แค้นหมอเอกใช่ไหม ทำไมถึงคิดแผนการทำร้ายอีกฝ่ายไว้เรียบร้อยหมดแล้ว แล้วดูท่าจะไม่ธรรมดา ถึงขั้นหักกระดูก

กฤษ “เขาก็แค่แกล้งยั่วพี่”

เมขลา “หึ ปากว่างมากล่ะสิ”

กฤษ “พี่โกรธเขาเหรอ?”

เมขลา “ก็นิดหน่อย”

เธอถอนหายใจ ทำเสียงสั่นเครือราวกำลังเสียใจจะร้องไห้ เขาก็ไม่เคยคิดว่าผู้หญิงแข็งแกร่งแบบนี้จะมีมารยาดัดจริตอ่อนแอ สำออยร้องไห้ กับเรื่องหยุมหยิมของผู้หญิง จนน่าปวดหัว เพื่ออ่อยเขา เรียกร้องความสนใจ แต่จะว่าไป เมขลาแทบจะไม่เคยมีปัญหากับผู้หญิงด้วยกัน มีก็แต่หมอเอกที่เป็นไม้เบื่อไม้เมา เดี๋ยวก็ทะเลาะกัน แต่ก็มาหากัน มาให้นวดตลอด หรือมันเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งของความรักกันแน่

 



Create Date : 30 ตุลาคม 2566
Last Update : 30 ตุลาคม 2566 7:54:07 น.
Counter : 447 Pageviews.

1 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณnewyorknurse

  
พระเอกเป็นลูกเจ้านายแน่ๆ ค่ะ
โดย: หอมกร วันที่: 30 ตุลาคม 2566 เวลา:8:44:38 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]