เมษายน 2566

 
 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
11
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
30
 
 
All Blog
Oh!!! my sassy boss ตอนที่ 1 หน้า 3
แต่ก็ช่างเถอะ เขาอาจจะเป็นคนอารมณ์ดีก็ได้ เราอย่าสรุปความก่อน คนเรามีหลายร้อยแปดจำพวก

บัวยังมี 4 เหล่า นับประสาอะไรกับปุถุชนที่ยังมีกิเลส จากลักษณะการคุยน่าจะเป็นคนไม่เรื่องมาก อารมณ์กวนดี

คนที่ปากร้ายแต่ใจดีมีมากมาย แม่เขาเองก็เช่นกัน แม้จะปากร้ายขนาดไหน ก็ยังมีจิตใจดีซ่อนอยู่


กฤษ “พี่อายุเท่าไหร่แล้วครับ?”


ก็แค่อยากจะรู้เอาไว้ว่าจะต้องรับมือกับคนวัยไหน


เขาเกิดอยากจะรู้อายุของอีกฝ่ายขึ้นมาซะงั้น เห็นลักษณะการคุย บอกไม่ถูกเลย อายุไม่น่าแก่

จะอยู่ช่วงวัยไหน 20, 30 หรือ 40


เห็นอีกฝ่ายเงียบไปนาน เหมือนไปชั่งใจอยู่ว่าจะตอบกลับมายังไงหรือเปล่า แต่เรื่องอายุ ผู้ชายด้วยกันก็ไม่น่าจะคิดมากมายอะไร


เมฆ “ถามทำไมจะเอาไปซื้อหวยเหรอ วันนี้หวยยังไม่ออกหรอก รอไปก่อน วันหายออกแล้วจะบอก เดี๋ยวมันจะเคลื่อน”


เอ่อ.....สำนวน จะว่าวัยไหนก็ช่าง ภาษาช่างส่อสกุลรุนชาติเป็นแบบนี้หรือไม่

หน้าตาคงกวนอวัยวะเบื้องล่างอยู่ไม่น้อย แต่ก็ช่างเถอะ เรื่องนั้นไม่สำคัญ

เป็นผู้ชายด้วยกันน่าจะพอคุยกันเข้าใจง่าย บทสนทนาสั่นๆ อาจจะไม่ต้องสื่อถึงสิ่งสวยหรู

แต่สื่อความจริงใจก็เพียงพอแล้ว แต่เขาต้องอยู่ด้วยตั้ง 6 เดือน จะได้ลงไม้ลงมือกันหรือไม่ ก็สุดจะเดา

ก็เอาเถอะเรื่องเพียงเล็กน้อย แค่ปล่อยวาง จิตใจก็สงบนิ่งได้
เรื่องสำคัญ เขาจะฝึกงานสำฤทธิ์ผลหรือไม่ พระเจ้าก็ไม่อาจจะบอกได้


เอ....แล้วนี่เขาจะได้ไปฝึกงาน 6 เดือนหรือไม่?


เขายังไม่ได้คำตอบเลย


แต่ก็ช่างเถอะเรื่องนั้นเขาแค่ทำหนังสือไป 6 เดือนก็พอ ทางโน้นจะแย้งยังไงก็ไม่เป็นไรหรอก เขาก็จะอ้างทางมหาวิทยาลัยส่งมาได้รับการอนุญาตแล้ว


แม้เขาจะเป็นลูกคนเล็กที่ดูอยู่ในกรอบในเกณฑ์ แม่สั่งไปขวาก็ไป ไปซ้ายก็ไป หาได้หัวแข็งเท่าพี่ชายคนโต

ที่ทุบด้วยค้อนก็ไม่แตก มีเรื่องครั้งใด พี่ชายของเขาก็ปรากฎมาช่วยเขาตลอด

เวลามีเรื่องคราวใดบ้านแทบลุกเป็นไฟ แม่ก็ร้อน พี่คนโตก็ร้อน เมื่อบุคคลที่ต้องอยู่ในกองไฟเช่นนี้ มันคอยเผาผลาญทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต หลายครั้งที่เขาต้องหนีทางโลกไปอย่างเบื่อหน่าย


ถึงใครจะเห็นเขาเป็นลูกที่เรียบร้อย แต่เมื่อครั้นเด็ดเดี่ยว เข้าโหมดโหดขึ้นมา แม้แต่แม่เขาเองก็ยังหวาดกลัว

แต่กระนั้น เมื่อเขาได้ซึ้งในรสธรรมแล้วว่า เขาก็ไม่ควรเอามาใช้ทำร้ายน้ำใจคนอื่น


ถึงเวลานี้เขาขอเวลาห่างแม่อีกสักระยะหนึ่ง ขอให้นานกว่าออกบวขครั้งที่แล้วก็ตาม

 
พรุ่งนี้.....เขาต้องไปเตรียมเรื่องไปฝึกงานเสียก่อนจะปิด เสาร์-อาทิตย์


วันต่อมาเมื่อเขามามหาวิทยาลัยเพื่อจัดเตรียมเอกสารไปฝึกงานตามที่ขออนุญาตจากชายลึกลับที่ส่งมาแค่ข้อความผ่านไลน์ ชื่อที่อยู่โรงพยาบาลที่เขาจะไป

ไปแจ้งต่ออาจารย์เพื่อทำหนังสือขอฝึกงานให้เขาไปมอบตัวในวันไปฝึกงานครั้งแรก หลังจากนั่งรออาจารย์ทำเอกสารให้ร่วมชั่วโมง


อาจารย์ “ไปฝึกต่างจังหวัดไกลเลยนะ ไปคนเดียวด้วย ไม่เอาเพื่อนไปด้วยเหรอ”


กฤษ “ไม่เป็นไรครับ”


เขาตอบยิ้มๆ


อาจารย์ “ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยนะ เอาวิชาความรู้มาใช้ให้เต็มที่”


กฤษ” ครับ”


อาจารย์ “ครูรู้ว่าเธอเป็นมือหนึ่งของหมอศัลกรรมสมอง การที่ต้องใส่สองโขน อาจจะดูลำบากหน่อยนะ”


เรื่อง 2 ศาสตร์ความรู้อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะนำมาเชื่อมโยงกันยังขาดการสนับสนุนจากทางการอย่างแท้จริง

เรื่องนี้แพทย์ทั้ง 2 ศาสตร์ต่างรู้กันดี เรื่องจุดเด่นและจุดด้อย ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายทั้งที่มีเพชรเม็ดงามทั้ง 2 เม็ด

แต่ขาดการเจียระนัยอย่างดีงาม แม้จะผ่านโลกมาน้อยอย่างเขา อายุเพียง 26 แต่ก็จบ ป โท

และกำลังต่อปริญญาเอกเฉพาะทางด้านศัลกรรมสมอง ส่วนแพทย์แผนไทยเป็นศาสตร์ที่เขาสนใจและอยากผสมผสานกับการรักษาแพทย์แผนปัจจุบัน


กฤษยิ้มบางๆ


กฤษ “ผมก็ยังยินดีที่จะรักษาผู้ป่วยอย่างเต็มที่ ใช้ศาสตร์ทั้งสองทาง เพื่อประโยชน์ต่อชีวิตของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันครับ”


อาจารย์ได้ฟังคำตอบแล้วก็ยิ้ม เมื่อเห็นปณิธานอันแน่วแน่ของศิษย์แล้วก็เชื่อว่า ศักยภาพในตัวเขาทำได้

กฤษเป็นนักศึกษาที่เรียบง่าย ไม่ทำตัวโดดเด่น ชอบนั้งหลังห้อง แต่ช่วยครูทำกิจกรรมทุกอย่าง มาไว เลิกช้า

ไม่ค่อยคุยกับใคร แต่ส่งงานครูครบทุกอย่าง ดรอปเรียนไป 1 ปี จนครูอย่างเขาก็กลัวว่าจะเรียนไม่จบ 


เพื่อนๆ ต่างก็จบไปก่อนแล้ว มาเรียนร่วมปีนี้เป็นรุ่นน้องที่ไม่รู้จัก ขนาดเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน 3 ปี ยังไม่สนิท

เขาจะไปทิศทางไหน เขาเองก็ยังหวั่น แต่ทุกครั้งที่มองไปที่ดวงตาอันมุ่งมั่น เขาปฎิเสธไม่ได้ว่ามันช่างเจิดจรัส

เพชรเม็ดนี้เขาแทบไม่ต้องมีการเจียระนัยมากมาย เพชรคือเพชร ยิ่งมารู้ภูมิหลังและวุฒิความรู้ที่มีมาแต่เดิมแล้ว ตัวครูเองยังรู้สึกเกรงและเกร็งเป็นตะคริว

มีอะไรที่กฤษตอบไม่ได้ แถมคำถามไม่ใช้ นักศึกษาระดับ ปริญญาตรี ใช่สิตอนนี้ เขาน่าจะกำลังเรียนต่อเฉพาะทางที่ชำนาญขึ้นไปอีก ครูอย่างเขา

แม้จะรู้สึกอิ่มเอิบใจที่ได้ศิษย์โคตรเก่งขนาดนี้ แต่สิ่งที่ทำให้ครูอย่างเขาภูมิใจ คงเป็นอนาคตที่จะพอได้เห็นว่า แพทย์แผนไทยจะสามารถก้าวไปข้างหน้าและมีอนาคตที่ดี เขาคงมองเห็นในแววตาของเด็กหนุ่มคนนี้


อาจารย์ตบบ่าเขาเบาๆ


อาจารย์ “ดีแล้วล่ะ รักษาตัวเองด้วยนะ ช่วงนี้ปิดเทอมก็พักผ่อนก่อน”


กฤษ “เอ่อ อาจารย์ครับ ยังไง ลงเวลาฝึกงาน เป็น 6 เดือน ด้วยนะครับ”


อาจารย์ “เธอจะไปฝึกงานนานอะไรขนาดนั้น เขาให้ฝึกแค่ 3 เดือน”


กฤษ “ผมจะเริ่มฝึกหลังปีใหม่เลยครับ”


อาจารย์มองหน้าลูกศิษย์หนุ่มอย่างสงสัย แม้เขาจะอายุมากกว่าเพื่อนรุ่นดียวกันหลายต่อหลายคน

แต่ความเกลี้ยงเกลาของใบหน้า ดูเขาอ่อนวัยยิ่งนัก หน้าทั้งหวานทั้งดุ สายตาอันดุดัน ทำเอาตัวครูนึกเกรงในอก มันจะกินหัวครูไหม?


กฤษ “ผมอยากมีความรู้ความชำนาญครับ กว่าจะหาที่ฝึกงานได้นะครับ ไม่ใช่เรื่องง่าย แพทย์แผนไทยใช่ที่ไหนจะมีให้ฝึกกัน ถ้าเจอแล้วไม่ควรพลาดโอกาส ไม่ต้องห่วงผมจะกลับมารายงานผลการฝึกงานตามตารางครับ”


เมื่ออาจารย์เห็นความตั้งใจของเขาขนาดนั้นแล้ว จะขัดก็ใช่ที่ อย่างน้อยการฝึกงานสาขาแพทย์ไม่ได้สูญเปล่าเป็นการช่วยเหลือคน


นับว่าเป็นการดีอยู่แล้วที่เขาจะไปฝึกฝนตน คนเป็นครูย่อมส่งเสริม โอกาสแบบนี้ตัวครูเองก็ยังหาไม่ได้


เขาลาอาจารย์เพื่อขอตัวกลับบ้าน หลังจากนี้ 1 เดือนนี้เขาเองก็ต้องเตรียมทำงานวิจัยเวลาน้อยนิด

ต้องให้เสร็จหรือเหลือน้อยที่สุด ในเมื่อโชคชะตาเขา มันคงถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้นให้เดินทางนี้ เขาก็เพียงแต่มุ่งไปข้างหน้าเท่านั้นเอง


ทำไมเขาถึงอยากเป็นหมออย่างนั้นหรือ?


เขาถามตัวเอง เมื่อยืนมองป้ายคณะหน้าตึก แพทย์แผนไทย
ทั้งที่เขาเป็นหมอแผนปัจจุบันอยู่แล้วอะไรที่ผลักดันเขาเข้ามาสนใจสมุนไพรอย่างนั้นหรือ เขาเองก็ไม่เข้าใจ เส้นอะไรบางๆ ที่ฉุดเขามา?



Create Date : 10 เมษายน 2566
Last Update : 10 เมษายน 2566 7:07:40 น.
Counter : 453 Pageviews.

1 comments
  
คุณหมอสายวายไม่เอานะคะ

โดย: หอมกร วันที่: 10 เมษายน 2566 เวลา:7:42:51 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]