www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

แฝด , เข้าใจพิม เข้าใจพลอย เข้าใจ"แฝด"



...ก่อนเข้าโรงหนัง น้องคนหนึ่งบอกผมว่า ผมน่าจะชอบหนังเรื่องนี้ เพราะมีประเด็นทางจิตวิทยาที่น่าจะเข้าทางชอบ ผมเองก็คิดมาก่อนแล้วว่าผมน่าจะชอบ เพราะ หนังเรื่องนี้เป็นผลงานของ ผู้กำกับคู่ดูโอ บรรจง ปิสัญธนะกูล และ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ จาก ชัตเตอร์ 1ใน 3 หนังผีที่มาชอบมากที่สุด (อีกสองคือ ตู้ซ่อนผี และ Ringu หรือ The ring เวอร์ชั่นญี่ปุ่น)

หนังเริ่มต้นเรื่องได้อย่างน่าสนใจ

... พิม อาศัยอยู่กับคนรักที่เกาหลี

ในงานวันเกิดของเธอ เพื่อนๆจัดงานปาร์ตี้เลี้ยงฉลองวันเกิด และ แน่นอน กิจกรรมสุดฮิตในปาร์ตี้คือ การดูหมอ

เพื่อนของเธออ่านไพ่ของเธอแล้วบอกเธอว่า เธอเองเป็นคนมีอะไรมักจะเก็บไว้ไม่พูดออกมา

ไพ่ทำนายทายทักว่า สิ่งที่เธอสูญเสียไปกำลังจะกลับมา

บางสิ่งที่เคยสัญญาไว้จะกลับมาทวงถาม

แล้วก็ตามมาด้วยข่าวร้ายที่ว่า แม่ของเธอเส้นเลือดในสมองแตก เธอจึงต้องรีบกลับเมืองไทยพร้อมกับคนรัก

และที่นั่น คำทำนายของไพ่ ก็กลายเป็นจริง เมื่อ คนดูและ วี - คนรักของเธอ จะได้ไปรู้จักกับอีกหนึ่งชีวิตที่เกิดมาเคียงคู่กับพิม นั่นคือ พลอย คู่แฝดสยาม ที่ พิมเล่าให้ฟังว่า เสียชีวิตจากการผ่าตัดแยกร่าง

ความสยองเริ่มต้นแต่บัดนั้น

และ ความเซ็งของผมก็เริ่มตามมา เพราะ ...




Spoiler Alert : เนื้อหาถัดจากนี้ เฉลยจุดสำคัญ และ ตอนจบของหนังเรื่องนี้




เป็นความผิดผม ที่ดันเคยไปอ่านเนื้อหาพล็อตใกล้เคียงประมาณนี้มาก่อนแล้ว ในนิยายสยองขวัญเกี่ยวกับแฝด(แต่ไม่สยาม) จาก หนังสือ โกธ คดีตัดข้อมือ ที่พูดถึง แฝดคนหนึ่งเข้าสวมรอยชีวิตอีกคนที่ตายไป หนังสือบรรยายให้เราเข้าใจผิดไปเป็นอีกคน ซึ่งทั้งสองคนนั้นมีบุคลิกต่างกันโดยสิ้นเชิง

แถมตัวเองยังชอบดูหนังผี และ ชอบอ่านนิยายลึกลับเขย่าขวัญสยองขวัญกระตุกขวัญสะเทือนขวัญ ...ขวัญฯลฯ

ดังนั้น ถึงแม้ว่า ก่อนไปดูแฝด ผมพยายามจะไม่อ่านกระทู้ที่เล่าถึงหนังมาก และ ตั้งใจว่าจะไม่พยายามเดาเนื้อเรื่องแล้วก็ตาม แต่เพราะ ยุคสมัยที่หนังผีเฟื่องฟู และ พล็อตหนังผีถูกสร้างมาซ้ำๆหลายต่อหลายเรื่อง คนที่ชอบอ่านหรือชอบดูหนังแนวนี้บ่อยๆก็ย่อมจะ เดาเนื้อหาได้ แม้จะไม่ตั้งใจ

นอกจาก กรอบของหนังกับการเป็นเรื่องของ ฝาแฝด บีบให้เดาเนื้อเรื่องได้ง่ายแล้ว ตัว แฝด เองก็มีบทหนังที่ใจดีไปหน่อย จากการส่งคำใบ้มาถี่ๆเหลือเกิน และ คำใบ้ที่ให้มาเป็นจิ๊กซอว์ที่ประกบกันได้เร็วเกินไป (บุคลิกของนางเอกที่เพื่อนหมอดูทายไว้ ,แฝดสองคนที่นิสัยต่างกันชัดเจน , แว่นที่โผล่มาหลอกให้ตายใจ , บุคคลที่สามที่โผล่มารักใครคนหนึ่งและอีกคนเริ่มอิจฉา , แม่พยายามจะบอกความจริง , รอยเท้าและรอยผ่าตัดที่บอกความเป็น ซ้าย – ขวา ,จิตแพทย์ถามว่าในกระจกเธอเห็นใคร )


แต่ การเดาได้ มิได้หมายความว่า หนังไม่ดี เพียงแต่ สิ่งที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งคือ พล็อตของหนังเรื่องนี้ มีตาข่ายดักคนดูแค่ชั้นเดียว นั่นคือ ถ้าเดาได้เมื่อไหร่ ทุกอย่างในหนังสามารถอธิบายได้ทะลุปรุโปร่งจนจบ ไม่มีอะไรให้ท้าทายคนดูอีกเลยนอกจาก ฉากผีหลอก กันอย่างเดียว

จริงๆ ต้องชมความกล้า ที่ท้าทายคนดู ด้วยคำใบ้ตั้งแต่ตอนต้นๆ แต่หากผู้กำกับคิดจะใบ้ตั้งแต่ต้นเช่นนี้ หนังน่าจะมีปมประเด็นอะไรหลงเหลือไว้บ้าง เหมือนอย่าง The Prestige ที่ผู้กำกับ คริส โนแลน ก็ส่งคำใบ้ให้คนดูตลอดเวลา แต่ ถึงเราจะทายได้ ก็ใช่ว่า จะรู้ทุกอย่างของหนัง



เช่นเดียวกันกับ ชัตเตอร์ หรือ ตู้ซ่อนผี ที่แม้ว่าจะเดาได้หนึ่ง แต่หนังก็ยังมีประเด็นซุกซ่อนอีกหนึ่งให้เซอร์ไพรส์ เหมือนมี 2 twist บิดหักมุมให้อึ้งและหลอนทิ้งทวนก่อนเดินออกจากโรงหนัง หรือ หนังบางเรื่อง ไม่ได้เน้นการหักมุมอย่าง Ringu ก็ยังมีประเด็นที่แอบไว้ให้ประหลาดใจตามรายทาง และ น่าติดตามไปสู่จุดหมายตอนท้าย ด้วยอยากรู้บทลงเอยว่าจะเป็นเช่นไร หรือ One missed call หนังผีโคตรน่ากลัวที่ใส่ประเด็นจิตวิทยาจนดูไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ดูจบ เราก็ยังมีอะไรให้ต้องมาตีความ เช่นเดียวกับ เปนชู้กับผี ก็ยังมีอะไร ให้เซอร์ไพรส์มีประเด็นให้ขบคิดมาถกกันต่อ ว่าใครเป็นหรือไม่เป็นผี


...ถึงแม้ผมจะบ่นผิดหวังในพล็อตเรื่อง แต่ผมชอบ บทที่เล่นกับ "ความเป็นฝาแฝด" ให้เราได้เข้าใจว่า

ทำไม พลอย ต้องมาเป็น พิม ?


... เรื่องราวทั้งหลายเริ่มต้นจาก ความรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า (low self esteem & self worth) ก่อนจะ มาสู่ประเด็นของ ความรู้สึกผิดบาปในใจ (guilt)

ความรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่าในตัวเอง (low self esteem & self worth)


...ชีวิตของพิมและพลอย มีความทุกข์ภาคบังคับ ที่แตกต่างจากคนทั่วไป เป็นความทุกข์ที่เหมือนกับ นกในกรงใหญ่ ซึ่งดูเหมือนจะมีอิสระ แต่อิสระก็มีขอบเขตอยู่แค่ภายในกรง หากอยากจะไปไหนได้ไกลกว่านั้น ก็จำต้องพึ่งคนเลี้ยงให้ยกกรงพามันไป



...พิมกับพลอยก็เช่นกัน ชีวิตที่แม้จะมีอิสระเสรี แต่มันก็มีขอบเขต

พิม เจออะไร พลอยต้องเจอด้วย
พิม ชอบอะไร พลอยต้องรับรู้ด้วย
พิม อยากไปไหน พลอยต้องไปด้วย
พิมตาย พลอยก็ต้องตายตาม (ด้วยเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์ ยิ่งถ้าใช้อวัยวะสำคัญร่วมกันยิ่งตายเร็วขึ้น)

ดังนั้น ถ้าใครคนใดคนหนึ่ง ไม่อนุญาติ ไม่ยอมเดินตาม อีกฝ่ายก็หมดสิทธิจะทำอะไรดั่งใจคิด

เราก็จะเห็นว่า การเป็นแฝดสยาม สิ่งที่ต้องสูญเสียคือ การมีชีวิตเป็นของตัวเอง

...โดยธรรมชาติ ตามทฤษฎีทางจิตวิทยา เด็กทุกคนเมื่อโตขึ้นจะต้องผ่านช่วงพัฒนาการที่เรียกว่า autonomy คือความอยากเป็นตัวของตัวเอง และ ความต้องการมีอิสระ( independence ) เด็กเริ่มที่จะแยกจากพ่อแม่โดยพ่อแม่ไม่ต้องตามติดตลอดเวลา เริ่มมีชีวิตส่วนตัว เมื่อผ่านช่วงนี้ไปได้ เด็กก็จะเติบโตเป็นวัยรุ่นเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว

แต่พิมและพลอย จะโตเพียงใด ก็ ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

ดังนั้น เชื่อเลยว่า แฝดสยามทุกคู่แม้จะรักกันมากเพียงใด อย่างน้อยในเสี้ยวหนึ่งของชีวิต ก็ย่อมไม่อาจหลบเลี่ยงความรู้สึกที่ผุดแวบขึ้นมากับการ ‘อยากเป็นอิสระ’

ยิ่งมาเกิดเหตุการณ์แบบในหนัง จึงไม่น่าแปลกใจที่ พิม จะประกาศออกมาชัดเจนถึงความรู้สึกไม่ต้องการอีกฝ่าย ซึ่งแท้จริงแล้ว ในตอนนั้นมันก็อาจเป็นแค่ คำตัดพ้อของเธอเท่านั้นไม่ได้คิดตัดอีกฝ่ายออกไปจริงจัง

แต่คำตัดพ้อนั้น กลับเป็นชนวนเริ่มต้นไปสู่จุดแตกหัก

จุดแตกหักที่ทำให้สองตัวละครต้องแยกจากกัน ดูผิวเผินเหมือนจะเป็นแค่เรื่องของผู้ชาย แต่หากมองเข้าไปภายในจิตใจจะพบ ปัจจัยสำคัญจริงๆ นั่นคือ ความรู้สึกด้อยค่าในตัวเอง (low self esteem & self worth) ความรู้สึกนี้เองที่เป็นบ่อเกิดเริ่มต้น ที่ทำให้ เธอเริ่มกินยาฆ่าตัวตาย ก่อนจะไปสิ้นสุดที่การทำร้ายพิม



เพราะอะไร พลอย จึงรู้สึกเช่นนั้น ?


...จากการที่ทั้งสองถือกำเนิดมาจากไข่ใบเดียวกัน แทบทุกอย่างล้วนเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว แต่ เมื่อ พิม คือคนที่ถูกเลือก หากเราเป็นพลอย ย่อมอดน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้ ที่ตัวเองนั้นไม่ใช่คนที่ถูกรัก ไม่ใช่คนที่ถูกเลือก



...เราจะเห็นความรู้สึกที่ขัดแย้ง(ambivalence)เกิดขึ้นพร้อมๆกันในตัวพลอย

หนึ่ง คือ อิจฉา รู้สึกโกรธที่เธอเป็นคนไม่ถูกเลือก ทั้งที่ ทุกสิ่งก็เหมือนๆกัน เกิดความรู้สึกแข่งขันอย่างรุนแรง (sibling rivalry)

สอง คือ โหยหาและสูญเสีย เพราะ แฝดของเธอกำลังจะถ่ายเทความรักความห่วงใยไปให้อีกคน

...ถ้าเป็นคนธรรมดาก็ไม่เท่าไหร่ แต่เมื่อเป็นแฝดตัวติดกันเช่นนี้ ก็เหมือนกับได้แต่ขังตัวเองในกรงแห่งความทุกข์ พลอยต้องทนเห็นพิมได้รับความรักความเอาใจใส่ ต้องเห็นพิมแบ่งเวลาให้น้อยลง อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้นว่า นี่คือ ความทุกข์ภาคบังคับของการเป็นแฝดสยาม

และนั่นคือจุดเริ่มต้น ของการเหลือคนเพียงคนเดียว จุดเริ่มต้นที่ทำให้ชื่อฝรั่งของหนังเรื่อง แฝด ไม่ใช่ twin แต่เป็น alone เพราะ จาก สอง สุดท้ายเหลือเพียง หนึ่ง

มิใช่แค่นั้น alone ยังน่าจะเป็นคำแทนความรู้สึกกลัวลึกๆภายในใจพลอย ความกลัวที่จะต้องโดดเดี่ยวเพียงลำพัง แม้จะตัวติดกันกับพิม

น่าเศร้าใจ ที่ ความกลัวต่อความโดดเดี่ยวของพลอย กับ ความโกรธปนอิจฉา ทำให้เธอเลือกวิธีที่พาไปสู่โศกนาฏกรรม อันไม่อาจเปลี่ยนแปลงกลับคืน และ พาเธอไปพบความโดดเดี่ยวที่แท้จริง

เมื่อสุดท้าย ใครต่อใคร ก็เดินออกจากชีวิตเธอ



จากที่เกริ่นไว้ในตอนต้นแล้วว่า

ถ้าพลอยได้หันกลับมามองตัวเองให้ดีๆ เธอจะรู้ว่า พลอย ไม่จำเป็นต้องเป็นพิมเลย

มีประโยคน่าสนใจในหนัง

ตอนที่พลอยถามวีว่า คนมันแทนที่กันไม่ได้ใช่หรือไม่ หมาตัวเก่าตายไปเธออุตส่าห์ซื้อตัวใหม่ที่เหมือนกันใช้ชื่อเดียวกัน มันก็แทนไม่ได้เชียวหรือ แล้วที่อยู่ๆกันมา วี นั้นชอบใคร เพราะเธอก็ทำดีที่สุดแล้ว

...จุดนี้เอง ถ้าพลอยหยุดมอง พลอยก็จะเห็น ว่า พลอย ไม่จำเป็นต้องเป็นพิมเลย

ช่วงเวลาที่ผ่านมาที่เธออยู่กับวี พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เธอเปลี่ยนแค่ภาพลักษณ์ภายนอกให้เป็นพิม แต่นิสัยเธอก็เป็นเช่นเธอ ด้วยตัวตนภายในที่เธอเป็น วีก็มีความสุขเมื่ออยู่กับเธอ

พลอย มีดีไม่แพ้ พิม เพียงแต่ การที่ พลอย ไม่ถูกเลือก ไม่ได้แปลว่า พลอย ไม่ดี เพียงแต่ วี มองไม่เห็นคุณค่าที่อยู่ในตัวของพลอย


เช่นเดียวกัน

เรา มีดีไม่แพ้คนอื่น แต่ การที่ ใครบางคนไม่เลือกเรา ไม่ได้แปลว่า เราไม่ดีเราด้อยค่า แต่คนอื่นไม่เห็นคุณค่าของเราต่างหาก


...พลอย เหมือน หลายๆชีวิต ที่คิดอยากเป็นเหมือนคนอื่น พยายามจะเป็นคนอื่น แต่กลับไม่เคยมองเห็นคุณค่าในตัวเอง และ เมื่อถูกบอกเลิก หรือ ถูกทิ้ง ก็คิดฆ่าตัวตายหรือตามไปราวีอีกฝ่ายให้สาแก่ใจ

เป็นความทุกข์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากเข้าใจว่า ตัวเองไม่ดี ไม่มีค่า เขาจึงไม่เลือกเรา ทั้งที่ความจริงแล้ว การที่เขาไม่เลือกเรา ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ คุณค่าในตัวเรา เลย

เราเองที่ไปยกให้คนอื่นมาตัดสินคุณค่าในตัวเอง

...การเข้าไปสวมชีวิตของพิม ยิ่งสะท้อน ความรู้สึกด้อยค่าในตัวเองของพลอยอย่างมาก แต่ ในอีกนัยหนึ่ง ภายในจิตใต้สำนึก การแปรสภาพเป็นพิม มันก็อาจเป็น การที่จะได้กลับมารวมกัน(reunion)อีกครั้งระหว่างเธอและพิม แต่สุดท้าย แล้วมันก็คงเป็นเหมือนกรรม ที่กำหนดให้ คนสองคนเกิดมาร่วมกัน และ เมื่อตายไปก็จำต้องชดใช้กรรมร่วมกันตลอดไป

ความรู้สึกผิดบาปในใจ (guilt)

ผีพิม มีจริงหรือไม่ หรือเป็น แค่ประสาทหลอน ? ถ้ามี ผีพิม โผล่ตอนไหนบ้าง ?


....หนังสนุกเล่นกับการล่อหลอกคนดูระหว่าง ผี และ ภาพหลอนหรือการรับรู้ของตัวละคร (perception)

ซึ่งเทคนิคนี้ตู้ซ่อนผีเคยใช้มาแล้ว และ ประสบความสำเร็จอย่างสูง ที่ทำให้คนดูต้องเผลอคล้อยตามความคิดของตัวละคร ก่อนที่เราจะมารู้ตัวทีหลังว่า เรากำลังฟังความข้างเดียว

เราเชื่อจากภาพที่เราเห็นในจอหนัง ซึ่งมันเป็น การรับรู้ของตัวละครคนเดียว ที่อาจไม่ใช่ ความจริง

....บังเอิญคนที่เล่าในเรื่อง เป็น นางเอก

การเป็นนางเอก เป็นตัวหลอกชั้นหนึ่งที่คนดูไม่ค่อยระวังตัวว่าจะโดนทรยศ อันนี้เป็นเทคนิคเดียวกับ ชัตเตอร์ ที่เคยทำมาแล้ว

เพราะสำหรับเราๆ

นางเอก = คนดี = ผู้ถูกกระทำ

อันนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ในสังคมทุกวันนี้ บ่อยไปที่เราเผลอเชื่อคนบางคน เพราะ ภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ ก่อนจะพบว่า เราถูกหลอกก็เพราะ การรับรู้และสรุปความ ของเราเอง

ดังนั้น ถ้าเราฟังใครโดยไม่ทันคิดไม่ทันระวัง สิ่งที่เราได้มา อาจไม่ใช่ ข้อเท็จจริง(fact) แต่เป็นแค่ การรับรู้หรือกรอบความคิดของคนเล่า(perception)

...สิ่งที่เธอเล่าตั้งแต่ต้นจนจบ ยากที่จะตัดสินว่า อันไหนคือ ผี อันไหนคือ ประสาทหลอน

เพราะเธอเล่าเรื่องให้วีและคนดูฟัง ผ่านคำโกหก และ ผ่าน Perception ของเธอ ซึ่งถูกนำมาเสนอในรูปแบบภาพเหตุการณ์อดีต เช่น ฉากผ่าตัดแยกร่าง ฯลฯ



...ภาพที่เธอเห็น รอยเท้าที่เธอเห็น ผีที่เธอเห็น สิ่งเหล่านั้น อาจเป็นแค่ perception ที่เธอรับรู้มา เป็น อาการหลอนที่บิดเบือนจากความจริง

ด้วยเหตุนี้ แฝด มีจุดสนุกให้ขบคิดเหมือน ตู้ซ่อนผี ก็ตรง อาจมี 2 สมมติฐานที่พูดถึงผี

ก.ทั้งหลายทั้งปวง คือ ผีพิมผู้ไร้เหตุผล ... เพราะโผล่มาหลอกไปมั่วเสียหมด แถมไม่รู้กาละเทศะ เดี๋ยวก็โผล่ที่นั่นโผล่ที่นี่ ทุกสิ่งคือ เรื่องของผี ไม่ว่าจะเป็นความกลัวของแม่,ของคนใช้ หรือ ภาพที่พลอยกับวีเห็น ฯลฯ

ข.ที่เห็นในหนังคือ ผีมีเหตุผล + ภาพหลอนและอาการทางจิตของพลอย

...สมมติฐานข้อหลังนี้น่าสนใจ หากเราลองมองคิดว่า ผีพิม ไม่ได้มีความโกรธแค้นอันใดที่จะต้องมาหลอกแม่ หลอกสาวใช้ คนที่ผีพิมแค้น น่าจะมีแค่ พลอย

ดังนั้น ผีพิม น่าจะโผล่มาแค่คราวเดียว คือ คราวที่ วี เห็น และ ตอนเตียงยุบลง เพราะ ผีพิมต้องการมาเพื่อสื่อให้ วีได้เจอ หลักฐานสำคัญใต้เตียง ส่วนที่เหลือนั้น เป็น อาการรับรู้ผิดปกติ (distortion) ของพลอย

เช่น

-แม่อาจตกบันไดเพราะอุบัติเหตุ ที่แม่หวาดกลัวคือไม่ใช่ผีพิม แต่ช็อคเพราะ เห็น ภาพพลอยที่แต่งตัวเป็นพิม
(พลอยอาจแอบไปจากเมืองไทยในภาพลักษณ์ของพิม โดยที่แม่ยังไม่เห็นไม่รู้มาก่อน แม่จึงช็อคที่เห็น พลอยในร่างพิม และ พยายามจะบอกวี)

-สาวใช้อาจไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าเป็นคนกลัวผี(แต่ไม่เคยเจอผี) กลัวบรรยากาศบ้านตอนกลางคืน


...บังเอิญ ความหวาดกลัวของแม่ และ ความหวาดกลัวของสาวใช้ ไปกระตุ้นความรู้สึกลึกๆภายในของตัวพลอย

นั่นคือ ความรู้สึกผิดบาปในใจ(guilt)

จนผสมปนเปไปเป็นเข้าใจว่า ผีพิมตามมาล้างแค้น ทุกอาการหลอน ล้วนมีที่มา จากความรู้สึกหวาดหวั่นลึกๆในใจของเธอ

เช่น ภาพที่เธอเห็นวีคุยกับผีพิม อาจเป็น ความหลอนที่มาจากความรู้สึกหวาดกลัวที่พิมกำลังจะมาแย่งวีคืน หรือ แม้กระทั่ง ตู้ที่หล่นทับมาใส่ตัวในตอนจบ ผีพิมที่เธอเห็นในตู้ก็อาจเป็นแค่ภาพที่เกิดขึ้นจากตัวเธอเอง เป็น ความรู้สึกผิดที่กำลังถูกลงทัณฑ์



ผีพิมไม่ได้มาจากไหน ผีถือกำเนิดมาจากความรู้สึกนึกคิดที่เป็น ความรู้สึกผิดของตัวเธอเอง

...ความรู้สึกผิดนี้กดเก็บในใจตลอดมา เหมือนที่หมอดู ทำนายตั้งแต่ต้นแล้วว่า เธอเองเป็นคนมีอะไรจะเก็บไว้ในใจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเธอเลือกเปลี่ยนตัวเองป็นพิม ทุกครั้งที่เธอส่องกระจก ยิ่งเหมือนการตอกย้ำความรู้สึกผิด เพราะ แทนที่เธอจะลืมๆเหตุการณ์นี้ไป แต่กลับกลายว่า เธอต้องมองหน้าพิมตลอดสิบหกปี

ผี สามารถหลอกคนได้แค่บางเวลาบางสถานที่ แต่ความรู้สึกผิดจะตามติดไปหลอกหลอนคนๆนั้นได้ชั่วชีวิต


...หนังเรื่องนี้ จึงมีทั้งผี และ มีทั้งอาการหลอนสลับปะปนกัน เหมือนตอนตู้ซ่อนผี ที่มีทั้งความคิดไปเอง อาการหลอนจากโรคลมชัก และ ผีจริงๆ ที่เกิดขึ้นร่วมกัน

...แม้จะมีรูปแบบ แนวทางเดียวกัน สิ่งหนึ่งที่ทำให้ ความสนุก ของ แฝด กลับไม่เท่า ตู้ซ่อนผี นั่นเป็นเพราะ แฝดมีปมทางจิตวิทยาที่เข้มข้น แต่ แฝดใช้ทรัพยาการส่วนนี้น้อยเกินไป หนังมีความตั้งใจดีที่จะพาคนดูไปสู่หนังผีที่ไม่ใช่แค่ผีหลอกผ่างๆๆ จากโครงเรื่องหยาบๆก็เห็นได้ชัดถึง เป้าหมายของการเป็นหนังผีที่เน้นดราม่าจิตวิทยา แต่ ปรากฎว่า กลับไม่ได้ใส่ใจเน้นในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเป็น เพราะพอไปๆมาๆ หนังก็ มัวไปมุ่งเน้นกับฉากผีหลอกและบู๊ล้างผลาญตอนจบ ทำให้ ตอนท้ายหนังพาคนดูไปได้ไม่ไกลเท่าที่ควร

... จริง ที่ หนังไม่จำเป็นต้องเล่าทุกอย่าง ควรจะหลงเหลือบางส่วนให้คนดูคิดเอง แต่ ในแฝด จุดที่หนังไม่เล่า กลับกลายมาเป็น จุดอ่อนของบท ที่ทำให้คนดูไม่เคลียร์ เช่น ทำไมแม่ถึงตกใจ , พลอยไปยังไง ทำไมวีไม่รู้ , ตกลงสาวใช้กลัวอะไร , ทำไมแม่ตกบันได ฯลฯ และ ทำให้ประเด็นทางจิตวิทยานั้นไม่หนักแน่นพอ เพราะ ไม่มีการขยายความ

...ถ้าให้เทียบกับชัตเตอร์ งานของผู้กำกับชุดเดียวกัน แฝด เนี้ยบกว่าในทุกๆรายละเอียด งานสร้างในหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคฤหาสถ์โบราณในเรื่อง ทำออกมาได้ในระดับเกรด A (และ A+ ตอนไฟไหม้คฤหาสถ์) จะเสียก็ตรง ฉากหรือองค์ประกอบหลายๆอย่างในบ้านหลังนี้ มันกลับให้อารมณ์ตู้ซ่อนผีมาแบบไม่รู้ตัว ไม่เหมือน เปนชู้กับผี ที่งานสร้างก็เนี้ยบระดับเกรด A เช่นกัน แต่เราสัมผัสได้ถึง ความน่าสะพรึงแบบไทยๆได้จากงานโปรดักชั่น

... ฉากผีหลอกอยู่ในระดับแถวหน้า ต้องยอมรับว่าผู้กำกับเก่งในการทำผีหลอกคนดู และ เก่งในการคุมอารมณ์ของหนังให้คงเส้นคงวาตลอดทั้งเรื่อง เหมือนกับอยู่ท่ามกลางบรรยากาศความกดดันชวนให้ขวัญผวา

ถึงจะเก่งในการทำผีหลอก แต่น่าเสียดายที่ ทุกๆฉากผีหลอกใน แฝด นั้น คอหนังผีล้วนเดาได้เพราะ หนังเตรียมตัวการหลอกมากไป ทำให้ ฉากนี้เรารู้เป็นแน่แท้ว่า ผีกำลังจะมา ซึ่งจริงที่มันก็ได้ผลว่าน่ากลัวอยู่ แต่ มันไม่เกินความคาดเดา ในขณะที่ ชัตเตอร์ มากันแบบกระหน่ำรัวไม่ยั้ง และ ไม่ทำให้คนดูต้องระวังตัว

อีกทั้ง หากไม่นับ ฉากผีลอยต่องแต่งกับพัดลม ฉากผีหลอกทั้งหลายในหนังเรื่องนี้เข้าข่าย เชย ไม่ว่าจะเป็น ผีฉุดลงอ่างน้ำ , หันหน้าไปเจอผี , กอดคนดันเป็นผี ฯลฯ เป็นการหลอกที่คอหนังเห็นกันซ้ำๆ ไม่ได้สร้างสรรค์เท่าไหร่ (หากยังจำชัตเตอร์ได้ ฉากพลิกรูปหลายๆรูปแล้วเจอผีมาใบ้คำ หรือ ล้างฟิล์มในห้องมืด คือ ตัวอย่างฉากผีหลอกที่สร้างสรรค์ทีเดียว)

...ทีมนักแสดงในหนังเรื่องนี้อาจไม่ได้ถึงขั้นยอดเยี่ยมกระเทียมดอง แต่ที่น่าชื่นชมคือ เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่ค่าเฉลี่ยโดยรวมแล้ว ไม่มีใครที่ด้อยจนหลุดไปจากหนัง นักแสดงสมทบ ไม่ว่าจะเป็น จิตแพทย์ที่เคยไปซื้อทิชชู่กับอาม่า หรือ คุณรัชนู บุญชูดวง ที่หายหน้าไปนาน โผล่มาไม่กี่ฉาก ก็ดูเป็นธรรมชาติและช่วยให้หนังดูน่ากลัวขึ้นมาทันที และยังมี แฝดรุ่นวัยกระเตาะ ที่คนรับบทพลอยช่างเล่นร้ายได้ร้ายดี



ที่ลืมไม่ได้ คือ การรับบทฝาแฝดของ มาช่า เธอเป็นนักแสดงอีกคนที่ทำให้เราได้เห็น รัศมีดารา ซึ่งมีพลังพอที่จะนำหนังขับเคลื่อนไปข้างหน้าโดยมีเธอเป็นคนกุมหนังไว้ในกำมือ เพียงแค่ ฉากเครียดใกล้บ้าของเธอรวมไปถึงความหวาดกลัวนั้นถือว่าสอบผ่านสบายๆ แต่ด้วยหนังก็มีอารมณ์ให้เธอเล่นไม่มากนัก ผมจึงไม่รู้สึกถึงกับว่านี่เป็นผลงานในระดับที่น่าจดจำอะไรเป็นพิเศษ เพราะเธอเคยทำได้ดีกว่านี้มาแล้ว

สิ่งที่ชอบ

1. ความเนี้ยบทุกจุด ... นักแสดง , งานโปรดักชั่น , เทคนิค , เสื้อผ้าหน้าผม ฯลฯ เป็น จุดเริ่มต้นที่ดีของหนังผีไทย เพราะ แต่เดิมเรายังดูเดินตามหลังผีเกาหลี ซึ่ง ถ้าเราหามาดูก็จะพบว่า ผีเกาหลีหลายเรื่องนั้นเข้าขั้นย่ำแย่ แต่ เปลือกนอกของเขานั้น แทบทุกเรื่องในปัจจุบัน เนี้ยบดูดีเกือบทั้งสิ้น

2.ผีหลอก ... ถึงจะเดาได้อยู่ แต่ ก็ยอมรับ ฉากผีหลอกหลายฉากก็ทำเอาผมเกือบจะร้อง เฮ้ย ออกมากลางโรงหนัง และ หลายฉากนั้นก็ทำเอาสะดุ้งทั้งที่รู้ว่ามันกำลังจะมา ที่หลอนมาก คือ พัดลม กับ ฉากที่มีแค่เสียงลมหายใจ

สิ่งที่ไม่ชอบ

1. เดาได้ และ ไม่เหลืออะไรให้เซอร์ไพรส์ ... ตามนั้น

2. ความเชย ... ความเชยทั้งผีที่ออกมาหลอกคนดู และ ความเชยของ บทช่วงท้ายกับการไปสิ้นสุดเรื่องราวในคฤหาสถ์ โดยเฉพาะ ฉากแอคชั่นและจังหวะล่อหลอกตอนนั้นเหมือนกับดู What lie beneath อีกเวอร์ชั่น ถือได้ว่า เป็นการปิดฉากหนังที่ไม่มีอะไรใหม่เลย เป็นรูปแบบที่ไม่ใช่แค่เดาได้ แต่หลายส่วนของหนังยังซ้ำซากกับหนังผีระทึกขวัญหลายๆเรื่อง และ พอหนังจบก็ทำให้ออกจากโรงแบบไม่มีอะไรติดตามมา

3. ฉากเด็ดๆมีในหนังตัวอย่าง ... พอถึงหนังจริง มันก็เลยลดดีกรีความตกใจไปเยอะ หนังไม่น่าจะอัดฉากเด็ดใส่ตัวอย่างมากเกินไป

สรุป ... แฝด เป็นหนังผีที่ดีเรื่องหนึ่ง เป็นหนังผีที่มีมาตรฐานสูงชนิดโกอินเตอร์ได้ไม่อายเพื่อนบ้านเรา เวลาใครถามว่าไปดูดีหรือไม่ ผมแนะนำว่า ถ้าชอบหนังผี หรือ รักมาช่า ต้องไปดู แต่ถ้าถามผมว่าชอบหรือไม่ ผมเองนั้นไม่ปลื้มเท่าที่ควร

แม้แฝดจะพัฒนาขึ้นมามากขึ้น จาก งานสร้างและเทคนิคที่ดูดี ความลื่นไหลของการเล่าเรื่อง และ นักแสดงที่เล่นกันดีทั้งทีม แต่ ผมก็ยังชอบชัตเตอร์มากกว่าหลายเท่า เพราะ

จุดเด่นของชัตเตอร์ = น่ากลัว + มีอะไรให้เซอร์ไพรส์ + บทมีความใหม่และสร้างสรรค์ไปกว่าหนังผีทั่วไป + จบแล้วยังหลอน

แต่ จุดเด่นของ แฝด มีแค่ ความน่ากลัว + ความเนี้ยบ เท่านั้นเอง ส่วนปมเด็ดๆที่หลายคนปลื้มกัน มันก็บังเอิญไปเหมือนกับนิยายที่เคยอ่าน หนังที่เคยดูมา และ แฝด ก็ไม่ได้ทำตรงนี้ออกมาได้ลึกกว่าคนอื่น ก็เลยไม่ปลื้มกับจุดนี้มากมาย



ขอฝาก"หนังสือรัก"ไว้กับผู้อ่านด้วยเน้อ กับ พ็อกเก็ตบุ้คเล่มแรก ที่หยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม



(วางขายตามร้านหนังสือทั่วไป หาไม่เจอถามจากพนักงานขายได้เลยจ้า)


ในงานสัปดาห์หนังสือ 30 มีนา ถึง 10 เมษายน นี้มีลด 15% อยู่ที่ บู๊ธ
M12 zone C1
O16 Zone C1
Q42 Zone C2
ครับผม






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

ชวนคลิก ชวนคุยกับเจ้าของ Blog ที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 02 เมษายน 2550
Last Update : 6 เมษายน 2550 1:40:35 น. 68 comments
Counter : 18081 Pageviews.

 
โอ๊ะ นั่งรีเฟรชอยู่ รีวิวมาเร็วทันใจดีจัง

รู้สึกผิดหวังอยู่บ้างเหมือนกัน
หลักๆก็ฉากผีหลอก ที่ดูจะจงใจ แต่ไม่ค่อยมีประโยชน์
ฉากผีหลอกในชัตเตอร์หลายๆฉากนั้นมีที่มาที่ไปอยู่มาก
และประเด็นว่า ผีหรือจิตหลอน ผมอยากให้มันออกมาแนวจิตหลอนมากกว่านะ แต่ก็ไม่แน่ อาจจะเพราะนายทุนบังคับมาก็ได้มั้ง เพราะถ้าหลอกให้เนียนกว่านี้ วางพลอตให้ชัดเจนกว่านี้ ผมว่ามันจะเยี่ยมมาก

โชคดีที่ตัวเองยังไม่เคยดูตู้ซ่อนผีสักทีมั้ง เลยไม่มีข้อเปรียบเทียบเท่าไหร่ ว่าจะหยิบมาดูอีกทีเหมือนกัน


โดย: the red IP: 203.155.247.116 วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:0:26:56 น.  

 
ผมเดาไม่ออกครับ ถึงแม้ว่าหนังจะเปิดทาง และมีจุดจับผิดเด่นๆ ก็ตรงที่ รอยแผลของพิม เป็นเครื่องยืนยัน แต่ตอนนั้น ผมตื้อไปหมด เพราะมัวแต่ไปกลัวผี ตูม!!! เป็นอันไม่คิดอะไร

ชัตเตอร์ ดีกว่า แฝด หลายขุม ...ตรงที่ ความหลอนหลอก จังหวะการฆ่าคนดู (ยิงแหลก แต่ทุกลูกแม่นยำ) และมุขเซอร์ไพรส์
แต่ ผมกลับชอบ แฝด มากกว่า ชัตเตอร์ ...ตรงที่ หนังขับเน้นความเป็นดรามา มีเรื่องราวที่เป็นวงแคบแต่ผู้กำกับก็สามารถจะจำกัดพลอตให้ออกมาเข้มข้นได้อย่างเท่าที่อำนวย ผมเองก็คิดติเรื่องของ บท เหมือนกันครับ ...เห็นด้วยที่ว่าตอนเฉลย หนังอธิบายได้ไม่ละเอียดเท่า ชัตเตอร์ มันน่าจะขยี้ด้วยเหตุผลการโยงใยที่ตกหล่นไป ถ้าหนังใส่เพิ่ม มันจะสนุกในการเซอร์ไพรส์มากไปกว่านี้

แต่ด้วยความที่ผมอยากดู แฝด ก็ตรงที่ ความเข้มข้นของประเด็นเรื่อง การแสดงของพี่มาช่า และการหลอกหลอนของคู่หูผู้กำกับ ...ซึ่งทั้งหมดนี้
ก็ทำได้ถูกใจผมไปหมด มันก็เลยกลายเป็นหนังไทยที่น่าประทับใจในความคิดของผมครับ


โดย: OncE UPoN'-'a MaN วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:1:06:49 น.  

 
ขอบคุณที่มา review ให้อ่านค่ะ อยากไปดูหนังเรื่องนี้มาก แต่คงไม่ได้ดู เพราะว่า กลัว ไม่กล้าไปดูคนเดียว คุณสามีกลัวมากกว่า ยืนกรานไม่ดูเด็ดขาด แหะๆๆ


โดย: The Bride วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:1:14:28 น.  

 
เขียนได้ชัดเจนดีค่ะ รุ่นน้องขอคารวะ


โดย: ต.เต่าหลังตุง (pintakai ) วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:1:43:59 น.  

 
ชอบ ตู้ซ่อนผี กับ Ringu เหมือนกันเลยค่ะ เป็นหนังผีที่ดีที่สุดเท่าที่ดูมา (ชอบตู้ซ่อนผีมากกว่า ดีแบบหนังฝรั่งสู้ไม่ได้เลย) แต่ Shutter เราว่ามันน่ากลัวนะคะ แต่จุดไคลแม็กซ์มันไปเหมือนกับหนังฝรั่งเรื่อง What lies beneath อ่ะค่ะ เคยดูไหมคะ ที่แฮริสัน ฟอร์ดเล่นกับมิเชล ไฟเฟอร์ เราเลยไม่ปลื้ม เดาได้ จริง ๆ เราว่าโครงเรื่องทั้งเรื่องมันลอกเขามาเลยล่ะค่ะ แต่ Shutter ทำได้น่ากลัวกว่า เหมือนที่คุณอ่านโกธมาแล้วก่อนดูแฝดน่ะแหล่ะค่ะ (เราก็อ่านโกธมาก่อน และคงไม่ไปดูแฝด)

ชอบอ่านเรื่องสืบสวนสยองขวัญเหมือนกันเลยค่ะ ก่อนไปขอแนะนำเรื่อง Skeleton Key (คิดว่าคุณต้องดูแล้วแน่ ๆ) ชอบไหมคะ เราว่าสนุกดี และหักมุมมาก ๆ เลยค่ะ


โดย: Galilee IP: 203.130.145.68 วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:8:25:52 น.  

 
หนังผีอีกเรื่องที่ทำให้ตกใจกลัวจนเย็นวาบจากหลังไปถึงหัวเลยคือ The Exercist ภาค1 ค่ะ


โดย: Galilee IP: 203.130.145.68 วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:8:30:49 น.  

 
อยากดูน่ะค่ะเรื่องนี้ เพราะดูแล้วเค้าตั้งใจทำกันมากจริงๆ

พออ่านรีวิวแล้วก็ยิ่งอยากดู ..

แต่

แต่

กลัวผี -*- หนะสิค่ะทำไงดี

กลัวติดตากลับบ้านด้วยแล้วจะนอนไม่หลับ

แต่ยังไงก็ขอบคุณสำหรับการวิจารณ์น่ะค่ะ

ทำให้เข้าใจเรื่องเคลียร์ขึ้น ( หลังจากอ่านกระทู้อื่นๆมา )


โดย: fOne Jank (fonejank ) วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:9:16:06 น.  

 
คงมีประเด็นให้สงสัยคล้ายๆ กับคุณ เช่น ตกลงที่แม่ป่วยนี่เพราะอะไร แม่และคนรับใช้กลัวอะไรกันแน่ และเป็นหนังผีที่พอจะเดาได้ แต่ก็ดูสนุกดี ถ้าถามความชอบคงชอบชัตเตอร์มากกว่า ถึงจะพอเดาได้บ้าง แต่หลอนประสาทดีเหลือเกิน ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ที่เขียนให้อ่านได้อะไรจากหนังเยอะเลย มุมมองของคุณทำให้เราได้มุมมองของเรา
ขอบคุณค่ะ


โดย: Shaula IP: 58.8.155.188 วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:9:25:02 น.  

 
สรุปว่าพิมนี่ตายไปแล้วเหรอคะ

คือเป็นคนกลัวอ่ะค่ะ เลยไม่กล้าไปดู เหอ เหอ เหอ


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:9:59:36 น.  

 
หนูเสือชอบชัดเตอร์มากกว่ามากๆๆ

อย่างที่ จขบ บอกว่า ดูเสร็จแล้วยังหลอน

ก็มันจริงอย่างที่ว่าอะนะ

ดูแฝดแล้วผิดหวังนิดหน่อย แต่รู้สึกคุ้มกับฉากตกใจน๊ะ
เดี๋ยวเช่าตู้ซ่อนผีมาดูมั๊งดีกว่า


โดย: เสือสาวเขย่าโลก วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:10:46:11 น.  

 
+ ประเด็นต่างๆ คุณ จขบ. ก็เขียนไปเยอะแล้ว ... ส่วนผมเอง ก็เขียนไว้ทั้งที่ 'คุยกันสบายๆ' กับที่กระทู้ห้องเหลิมไทย ที่คุณจขบ. มาทำลิ้งค์ไว้ให้แล้ว ก็ขอสรุปเอาทั้ง 2 อันมารวมกันอีกทีตรงนี้แล้วกันนะครับ ...
+ สิ่งที่ แฝด ต่างกับ ชัตเตอร์ ก็คือบทหนัง ... พล็อตของชัตเตอร์มีความเซอไพรซ์เตรียมไว้ให้คนดู กับมีช่องโหว่อยู่น้อย จนคนดูคิดตามไม่ทัน ... ส่วนพล็อตเรื่องนี้ มีจุดโหว่ที่ไม่ค่อยเป็นเหตุเป็นผลอยู่มากมายพอสมควร (ตามที่ได้เห็นถกเถียงกันอยู่ในกระทู้ต่างๆ)



*** Spoiler alert (อย่างรุนแรง) ***
+ ข้อที่ผมสงสัย (จริงๆ มีหลายข้อ แต่ยกข้อนี้มาก็แล้วกัน) ก็คือ
... เท่าที่เคยอ่านมาเค้าบอกว่าพวกแฝดสยามเนี่ย ถ้าคนนึงตาย ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง อีกคนนึงก็จะตายด้วย (อาจเป็นเพราะใช้อวัยวะบางอย่างร่วมกัน หรือมีจิตใจโยงถึงกัน) ... แล้วทีเนี้ยะ พอพิมตาย ก็เลยจำเป็นต้องผ่าแยก ... แล้วตอนที่ผ่า หมอไม่เห็นเหรอไงว่าอีกคนที่ตายน่ะ ตายเพราะโดนบีบคอ ... ซึ่งมันก็ดูผิดปกติมากๆ ถ้าแฝดอีกคนที่ตัวติดกันจะไม่รู้เรื่อง
... ถึงแม้แม่จะรู้แล้วไม่บอกหมอ แต่พอหมอเห็นรอยนิ้วมือที่คอพิม หมอก็น่าจะเอะใจอยู่ดี ... ซึ่งมันน่าจะมีการสืบสาวราวเรื่องกันต่อ ไม่ใช่เงียบๆ ไป จนพลอยได้กลายเป็นพิม และไปอยู่ต่างประเทศแบบนั้น ................. แล้วแม่เอง ก็รู้ว่าเป็นพลอยตั้งแต่แรก ทำไมไม่บอกวีตั้งแต่ตอนนั้น? หรือว่าเค้ายังไม่เคยเจอกัน
+ อีกอย่างที่ผมไม่ค่อยชอบคือ การที่ตอนจบ เปลี่ยนจากหนังแนว horror กลายเป็น thriller/slasher ไปซะ ... มันทำให้อารมณ์ horror ดูอ่อนลงไปเยอะ (ตอนผีรวมร่างตอนสุดท้าย มันก็เฉยๆ นะ เป็นเพราะพลอยไปไหนไม่ได้มากกว่า ไม่ได้เกิดจากผีเป็นคนทำ) ... แล้วก็ยังงงนิดๆ ว่าพลอยถอดออกซิเจนแม่ทำไม? ทั้งๆ ที่กำลังจะได้ย้ายไปเกาหลีกันหมดอยู่แล้ว (หรือว่ากลัวแม่บอกความลับกับวี?)
*******************************

... ขอสรุปว่า ถ้าเทียบกับหนังผีไทย ยุคหลังๆ ที่ได้ดูมาแล้ว ...
+ ผมชอบ 'ชัตเตอร์' ... ที่ใช้วิธีการหลอนด้วยพล็อตหนัง ที่มีความลึก มีมิติ มีเรื่องราวข้างในซ้อนอีกที มีจุดหักมุมที่คาดไม่ถึง และค่อยๆ สร้างความสยองให้ไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ จนพีคสุด (และติดตามากๆ) ในตอนจบ ภาพยังคงติดตาแม้ออกมาจากโรง
+ ผมชอบ 'เปนชู้กับผี' ... ที่ใช้วิธีการหลอนด้วยบรรยากาศอันเหนือชั้น ถึงแม้พล็อตจะไม่ "สด" แต่ก็สามารถประยุกต์เอาแนวความเชื่อแบบไทยๆ กับไอเดียเรื่อง "จิตที่ยังยึดติด" (การฆ่าตัวตาย ทำให้จิตของวิญญาณยึดติด จนกว่าจะมีคนมาทำให้หลุดพ้น) ทำให้หนังดูมีมิติมากขึ้นในตอนจบ ไม่ใช่กะจะหลอกกันอย่างเดียว
+ ผมค่อนข้างเฉยๆ กับ 'แฝด' ... ซึ่งถึงแม้จะมีเรื่องราวอยู่ในหนัง แต่ก็มีจุดโหว่ในพล็อตอยู่พอสมควร ... การหลอนส่วนใหญ่จะใช้วิธีโผล่มาให้ตกใจเป็นระยะๆ แต่ตอนผีจะโผล่มาทีไร ผมก็รู้ล่วงหน้าทุกที (เพราะมีการบิวต์อารมณ์ให้เห็น - ก็เลยไม่ตกใจเท่าไหร่ เพราะเตรียมสะดุ้งไว้แล้ว)


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:11:41:38 น.  

 
เพิ่งได้ไปดูเมื่อวานนี้..โดยส่วนตัวคิดเหมือนกันคะว่าเดาง่ายไปหน่อย..แต่ตัวเองพยายามเอาข้อคิดจากหนังเรื่องนี้มาสอนตัวเอง..เลยถึงว่าโอเคนะคะ..คุ้มดีคะ..



โดย: vintage วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:12:17:02 น.  

 
เขียนได้ยาวมาก แต่ไม่น่าอ่าน


โดย: O IP: 58.10.234.142 วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:12:45:17 น.  

 
Galilee ... ถ้าไม่ปลื้ม ชัตเตอร์ เพราะเหมือน Whai lie beneath แล้วละก็ เรื่องนี้น่าจะยิ่งไม่ปลื้มกว่าอีกครับ เพราะ ถ้าจะมองในแง่ความเหมือนแล้ว เรื่องนี้เหมือนเสียยิ่งกว่าอีก โดยเฉพาะ ตอนท้ายๆของเรื่อง เทคนิค จังหวะล่อหลอก คล้ายกันมากๆ ส่วนSkeletal key จบทำร้ายจิตใจแฟนๆเคต ฮัดสันไปหน่อยอะ

... ขอบคุณทุกๆความเห็นนะคร้าบที่แวะมาพูดคุยกัน

...ความเห็นต่อไปนี้ Spoil เนื้อหาสำคัญในหนังนะครับ เพื่อไขข้อสงสัยบางประการ



บลูยอชท์ ... ผมขออาสาไขบางคำถาม ที่ผมคิดว่าพออธิบายได้ แต่หนังละเลยอธิบายไปครับ จึงทำให้เป็นข้อข้องใจแทนที่จะหลอนถึง ความบ้าคลั่งของตัวละคร

1.ยังงงนิดๆ ว่าพลอยถอดออกซิเจนแม่ทำไม? ทั้งๆ ที่กำลังจะได้ย้ายไปเกาหลีกันหมดอยู่แล้ว (หรือว่ากลัวแม่บอกความลับกับวี?) >> ผมคิดว่าเป็นอย่างที่คุณบลูยอชต์วงเล็บไว้ครับ เพราะ พลอยกำลังเข้าตาจน เมื่อรู้ว่าแม่กำลังจะดีขึ้นและวีกำลังจะรับไปอยู่ด้วย แม่รู้ความจริงแต่วีไม่รู้ ดังนั้น พลอยก็กลัวว่า ถ้าแม่หายจนเอาท่อออกได้ แม่คงบอกวีแน่นอน

2.แล้วแม่เอง ก็รู้ว่าเป็นพลอยตั้งแต่แรก ทำไมไม่บอกวีตั้งแต่ตอนนั้น? หรือว่าเค้ายังไม่เคยเจอกัน >>> ตรงจุดนี้ถ้าหนังเฉลยขยายความเพิ่ม ผมเชื่อว่า น่าจะขนลุกกว่านี้ เพราะ ผมเชื่อว่า พลอยไปเกาหลีโดยที่แม่ไม่รู้ว่า พลอยเปลี่ยนเป็นพิม หรือ อาจจะรู้แต่ ก็ไม่คิดว่าจะไปอยู่กับวีที่โน่น และ แม่กับวีก็คงไม่ได้เจอกันเลย


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:13:47:08 น.  

 
เห็นด้วย ที่ว่า ทำไมตัดเป็นหนังตัวอย่างซะเกือบหมด

ถ้าฉากผีกระจก ไม่เห็นตอนหนังตัวอย่างนะ รับรองกรี๊ดสาวแตกคับโรงแน่ ๆ อิอิ


โดย: บีบี้ IP: 124.121.23.210 วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:14:05:07 น.  

 
แวะเข้ามาเยี่ยมครับ

เรื่อง "แฝด" ไปดูมาแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นหนังผีโรคจิต ในความรู้สึกของผม ในความคิดเห็นส่วนตัวแล้ว ถือว่าใช้ได้ครับ (อาจจะเป็นเพราะว่าผมไม่ใช่คอหนังผีมั๊ง)

แต่ว่าใครที่ยังไม่ได้ดู แล้วมาอ่านบทความของคุณคงจะไม่ต้องไม่ดูแล้วมั๊ง แต่ผมยอมรับนะครับ ว่าหนังไทยปัจจุบันนี้ พัฒนาไปมากแล้ว ยังไงใครที่ยังไม่ได้ดูก็แวะไปดูเพื่ออุดหนุนหนังไทยหน่อยก็ดีนะครับ

ไปดูเรื่อง "แฝด" แล้ว เลยลองเขียนเรื่องประมาณว่า ผี แบบสไตล์ของผมดูนะครับ เขียนแบบขำขำนะ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:14:16:02 น.  

 
ขอบคุณคุณ จขบ. คับ ... เห็งล่วยๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:14:43:41 น.  

 
ไปดูแดมาแล้วเหมือนกันค่ะ มีความคิดเห็นหลายอย่างคล้ายๆกัน โดยเฉพาะเรื่องการคาดเดาได้

ชอบที่คุณรีวิวแง่มุมต่างๆเกี่ยวกับสภาวะจิตใจค่ะ อยากอ่านคนวิเคราะห์หนังแบบนี้เยอะๆ


โดย: Mad Monqui IP: 61.19.236.82 วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:14:52:59 น.  

 
อ่าน GOTH มาเหมือนกัน เห็นเรืองนี้ปุ๊บ นึกถึงแฟน GOTH ทันทีเลยครับ ส่วนฉากผีหลอกเรื่องนี้ ผีปากกระโถนโดนเต็มๆครับ ฉากหลอนๆก็เสียงหายใจ หลอนได้ใจดี
แต่หลายๆอย่างในหนังมันเหมือนเคยเห็นมาหมดแล้วจากเรื่องอื่นๆ
ก็เลยทำให้ความรู้สึกตื่นเต้นแปลกใหม่ของผมลดลงไปเยอะเหมือนกัน


โดย: Tucky IP: 58.136.117.118 วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:15:21:55 น.  

 
อยากดูมาก ๆ แต่กลัวไม่สนุก


โดย: nam IP: 124.120.135.179 วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:15:26:26 น.  

 
ผมเดาไม่ออกเหมือนกัน

อย่าคิดสิ ว่าทุกคนจะชาญฉลาดล้ำเลิศเหมือนคุณทุกคนนะ

แล้ววิจารณ์ซะแบบว่า โอ้โห ถ้าคุณมีทุนหน่อยคงทำหนังออสการ์เรยม้าง หนังไทยออกมาแบบนี้ ก็เจ๋งแล้วล่ะ คุณเอ๋ยยย อย่าไปเอาไรมาก

อีกอย่างเรื่องเชย เอาผีมาหลอกเดิมๆ จะให้ทำงายอ่ะ หนังมันเป็นหนังเน้นสยองขวัญอ่ะ จะให้เอาไรมาหลอกล่ะค้าบบ เฮ้อออ ใช้ชีวิตให้มีความสุขมากๆ ดีกว่านะ อย่าเครียดในบางอย่าง ที่เครียดไปก็ไม่ได้อะไรตอบแทนเรยดีกว่านะค้าบบ


โดย: คับๆ IP: 58.137.48.4 วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:15:29:47 น.  

 
ลองเสนอนิดหนึ่งนะครับ
ในความคิดผมคิดว่า ไม่มีผีในหนังเรื่องนี้ (ประเด็นเช้ยเชยเนอะ แต่ไม่เคยเห็นที่ไหนคุยกันเรื่องนี้สักที)
สังเกตตอนที่มาช่ากินยานะครับ (คาดว่าเป็น antipsychotic agent อาจเป็น Haldol) ช่วงนั้นมาช่าไม่เห็นอะไรเลย นอกจากมีฝันร้ายเล็กๆน้อยๆ
อันนี้ทำให้คิดว่า หนังพยายามบอกแล้วว่าไม่ได้มีผีของพิม

ไม่รู้ถูกผิดอย่างไร แค่ไม่สบายใจเวลามีคนมาบ่นว่าหนังเรื่องนี้ ผีหลอกคนอย่างไม่มีเหตุผล ก้อมันไม่ได้มีผีตั้งแต่แรกนี่นา


โดย: wizart IP: 161.200.255.162 วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:15:58:07 น.  

 
ไปดูมาแล้วก็สนุกดีอ่ะค่ะ รู้สึกชอบในระดับนึง..


โดย: เดียวจัง วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:16:00:11 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ ^^




โดย: กำปงพิราเทวี วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:16:19:05 น.  

 
เคยอ่านในเว็บ gth เมื่อนานมาแล้ว ไม่แน่ใจเหมือนกันว่านี่คือหนึ่งในสองบทที่ถูกคัดออกรึเปล่า

บทนี้ตัวเอกเป็นผู้ชายชื่อทวีครับ(ซึ่งสื่อถึงชื่อหนังได้ดีมาก) ทวีรู้สึกว่ามีคนติดตามเค้าอยู่ตลอดเวลา และเริ่มคุกคามชีวิตของเขาเรื่อยๆ จนในที่สุด วันหนึ่งทวีได้กลับไปที่บ้านเกิดของเขา และแล้วความรู้สึกนั้นกลับมาหาเขาอีกครั้ง เขาคลุ้มคลั่ง ทำลายกระจกในบ้านนั้น แต่สิ่งที่เขาพบกลับไม่ใช่ผนัง แต่เป็นห้องลับที่ไขความลับทั้งหมด

ทวีเป็นแฝดสยามตัวติดกันกับทวิ แต่พอเกิดมาไม่นาน(น่าจะไม่เกิน 1 เดือน)ทวิก็เสียชีวิต หมอจึงต้องผ่าแยกร่างทั้งสองออกจากกัน โดยแม่ของเขาไม่เคยบอกความจริงแก่ทวีเลย(หรือแม่เสียชีวิตตั้งแต่ทวียังเล็ก อันนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ) แต่ทวิยังคงเป็นวิญญาณที่รอคอยทวีอยู่ ทันใดนั้นบ้านก็เกิดไฟไหม้(ไม่ทราบเหมือนกันว่าเกิดจากอะไร) ทวีและวิญญาณของทวิอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง เหมือนกับว่าทั้งสองจะเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง

อ่านๆไป พล็อตนี้น่าสนใจกว่าพล็อตในหนังอีกแฮะ


โดย: DMS_1986 วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:16:47:28 น.  

 
เป็นเนื้อหาวิจารณ์แฝดที่ยาวมากเลยค่ะ

ได้ข้อมูลไปอีกแบบ

รอดู 23 ต่อนะคะ .. แล้วเจอกันใหม่ค่า


โดย: BooBie IP: 210.213.22.54 วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:16:50:45 น.  

 
ยังไม่ได้ไปดูคะ แต่ข้อมูลของคุณ จขบ อัดแน่นจริงๆคะ ขอบคุณนะคะ


โดย: li_goro วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:19:51:26 น.  

 
วิจารณ์ได้ดีมาก

นับถือครับ


โดย: lionia IP: 124.120.190.87 วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:1:39:45 น.  

 
Thanks a lot


โดย: cherry IP: 131.227.231.171 วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:8:47:41 น.  

 
ขนาดบอกว่าไม่เหลืออะไรให้คิดนะเนี่ย ยังมีประเด็นใหม่แทรกเข้ามาอีกอย่างจนได้...
กราบงามๆสามสิบที


โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:10:58:54 น.  

 
น่าจะลองเขียนบทหนังไปส่งดูนะครับ เพราะดูแล้วคุณมีความรู้ด้านนี้พอสมควรและดูหนังมาเยอะ น่าจะมีบทหนังเจ๋งๆ แน่ๆ เลย

อยากให้หนังไทย มีคนเขียนบทดีๆ เยอะๆ ครับ เพราะหนังจะดีหรือไม่ดีก็ดูกันที่ตรงนี้แหละ


โดย: ชอบๆ IP: 202.93.48.38 วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:11:33:40 น.  

 
บทวิจารณ์ดีจังเลยค่ะ


โดย: Mucki_girl IP: 193.24.32.39 วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:11:53:02 น.  

 
Jay : สวัสดีค่ะ คอมเมนท์เป็นค่าอ่านค่ะ พอดีว่าไม่ได้ดูและก็ไม่ทราบจะคอมเมนท์อะไรดี - -'


โดย: นู๋เจย์ วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:12:31:14 น.  

 
นี่ขนาดไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นะเนี่ย แต่รู้สึกว่าบทวิจารณ์จะเยอะมากกว่าปกติเสียด้วยซ้ำนะคะ ทั่นจขบ. อิอิ


โดย: aorengja IP: 202.147.38.96 วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:13:00:43 น.  

 
คุณผมอยู่ข้างหลังคุณเขียนได้อย่างละเอียดและลึกซึ้งมากค่ะ
เราไม่ได้มีความรู้ทางด้านหนังเท่าไหร่ แต่เรื่องแฝดที่ดูนี้ เรารู้สึกว่าตั้งแต่ฉากเปิดเรื่องที่เกาหลีดูคุ้นเคย และไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่ (ที่แกล้งเซอร์ไพรส์แฮปปี้เบิร์ทเดย์ บทพูดดูแข็ง บรรยากาศไม่อบอุ่น ไม่ทำให้มาช่าสามารถแสดงตัวตนของพิม (หรือพลอย) ได้ลึกและชัดเจน)

หลังจากนั้น มาช่าแสดงออกมาว่าตัวพิม (หรือพลอย) เป็นคนที่ค่อยข้างแข็ง มีอารมณ์รุนแรงและเก็บกดได้พอสมควร แต่ก็เป็นเพียงด้านเดียวที่เห็น เราไม่ค่อยเห็นบทบาทด้านอื่นที่ดีเช่นความอ่อนโยน ความผูกพันธ์กับครอบครัวหรือคนรัก คือเราดูแล้วไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมหรือเอาใจช่วยตัวละครเท่าไหร่

ตัวละครวีแสดงความรู้สึกรักและเป็นห่วงแฟนได้ดี เราว่าเรื่องนี้เขาแสดงดีนะ แต่ตัวมาช่าไม่เห็นมีด้านไหนนอกจากสวยที่ทำให้ต้องรักมากเลย

ซีนปล่อยผีในเรื่องดูพื้นๆและกลาดเกลื่อนไม่มีชั้นเชิงและคาดเดาได้แทบทุกฉาก เราปิดตาทันจนไม่เห็นผีซักตัว

ตอนแรกดูเหมือนว่าจะเป็นอาการประสาทหลอนคิดไปเอง เพราะถ้ามีผีจริงทำไมอยู่ๆถึงโผล่มาตอนนี้ ไปไม่ถึงเกาหลีหรือไง แต่แค่กลับมาอยู่บ้านและแม่ป่วยก็สามารถทำให้เกิดประสาทได้เลยเหรอ ทั้งๆที่ต้วเองเป็นคนฆ่าพิมและสวมรอยได้อย่างแนบเนียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาตั้งนาน แสดงว่าประสาทเขาต้องแข็งมากหรือผิดปกติมากๆแท้ๆ น่าจะมี"จุดผลิก"ให้หลอนขึ้นมามากกว่านี้

ความคิดของพลอยดูสับสนไม่มีทิศทางที่แน่นอนและไม่น่าเชือถือ ตกลงว่าพลอยรักพิมมากไม่อยากแยกจากหรือว่ารักวีมากกันแน่ ถ้ารักพิมมากก็ไม่น่าสวมรอยเป็นเค้าได้น่าจะรู้สึกผิดที่ฆ่ามากกว่า จึงน่าจะเป็นความอิจฉามากกว่าคือความรู้สึกช่วงเด็กถึงวัยรุ่นทำให้รู้สึกว่ารักพิมมาก แต่ความรู้สึกช่วงผู้ใหญ่ไม่แสดงด้านนั้นเลย

เราว่ามาช่าแสดงอารมณ์ได้ดีในแต่ละฉากนะ แต่ไม่สามารถทำให้เชื่อได้ว่าเป็นคนๆนั้นจริง คือฉากที่ไม่ต้องแสดงอารมณ์ดูน่าเบื่อ (อาจเป็นเพราะบท)

ช่วงหลังดูโดดๆ คือพี่แกบ้าขึ้นมาอย่างกระทันหันอ่ะพอรู้ว่าเขาไม่รักตัว น่าจะค่อยๆแสดงความบ้าขึ้นเรื่อยๆมากกว่า(ตอนแรกยังโดนผีหลอกอยู่ดีๆกลายเป็นฆาตรกรโรคจิต)

คุณแม่ที่ใส่ท่อช่วยหายใจอ่ะ พูดได้ด้วยเหรอค้า หรือว่าช่วยใบ้อะไรที่ทำให้พระเอกไปที่สุสาน ไม่เข้าใจ บทคุณแม่ก็ดูงงๆ ว่าทำไมรักพิมมากกว่า หรือว่าโกรธที่พลอยฆ่าพิม ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เห็นต้องกลัวมากมาย คือที่พลอยฆ่าพิมเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบและไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้าถึงขนาดกลัวว่าจะฆ่าแม่เพื่อปิดความลับอ่ะ แสดงว่าลูกของตนต้องบ้ามากๆเลยนะ (ตกลงโกรธหรือกลัวกันแน่)

สรุปว่าหนังเรื่องนี้เราดูก็ชอบนะ คือดีกว่าไม่ได้ดู และคาดว่าจะทำเงินมากมาย แต่บทสามารถดีกว่านี้ได้ค่ะ


โดย: แมวเหมียวขอมีเอี่ยวจ้า IP: 203.172.116.57 วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:13:11:14 น.  

 
นี่เป็นหนังผีเรื่องแรกที่เราดูนะเนี่ย เชื่อมั้ยคะ ดูจบแล้วก็เฉยๆแฮะ ทั้งๆที่เราเดาเรื่องไม่ออกนะ (ลืม Gothไปสนิทเลย แต่พอเฉลยก็ว่าคุ้นๆอยู่นะ แต่นึกไม่ออกว่าเรื่องอะไร) แต่แม้จะเดาไม่ออก ก็ไม่ได้รู้สึกประทับใจอะไรค่ะ สงสัยคงจะไม่ค่อยถูกกับหนังแนวนี้เท่าไหร่

แฝดมีปมทางจิตวิทยาที่เข้มข้น แต่ แฝดใช้ทรัพยาการส่วนนี้น้อยเกินไป หนังมีความตั้งใจดีที่จะพาคนดูไปสู่หนังผีที่ไม่ใช่แค่ผีหลอกผ่างๆๆ จากโครงเรื่องหยาบๆก็เห็นได้ชัดถึง เป้าหมายของการเป็นหนังผีที่เน้นดราม่าจิตวิทยา แต่ ปรากฎว่า กลับไม่ได้ใส่ใจเน้นในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเป็น เพราะพอไปๆมาๆ หนังก็ มัวไปมุ่งเน้นกับฉากผีหลอกและบู๊ล้างผลาญตอนจบ - - > เห็นด้วยกับย่อหน้านี้สุดๆ รู้สึกว่ามันโผล่มาให้ตกใจเป็นระยะๆแค่นั้นเอง และก้ไม่ชอบช่วงจบที่วิ่งไล่กันฝนบ้านเลยค่ะ รู้สึกมันเหมือนไร้จุดมุ่งหมายชอบกล

ปล. ทำไมพระเอกต้องรีบร้อนไปฉีด insulin ขนาดนั้นด้วยคะ ทำท่าเหมือนติดยามากกว่า


โดย: azzurrini วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:15:40:17 น.  

 
ไปดูมาเมื่อวานครับ สังเกต

1. พลอยปาก้อนหินไปโดนหัวเด็กที่ล้อเลียนตอนเด็ก .. พอก้อนหินโดนหัว เด็กเอามือกุมแผล .. แต่แอบเห็น มือเปื้อนเลือดตั้งแต่ยังไม่ได้แตะแผลเลยครับ

2. เดิอนบนชายหาด .. ตอนกล้องจับไปที่เท้าตอนเดิน รอยเท้าไม่ชัดเจน น้ำปริ่มๆ กับรอยเท้า .. แต่พอมองเป็นภาพกว้าง .. รอยเท้าชัดเจนเชียว


โดย: pendulum IP: 124.121.80.205 วันที่: 4 เมษายน 2550 เวลา:8:03:36 น.  

 
ชอบนะ แต่ไม่มีอะไรประทับใจ


โดย: รองเท้าข้างเดียว IP: 203.113.55.206 วันที่: 4 เมษายน 2550 เวลา:8:04:19 น.  

 
วิจารณ์ได้ประทับใจค่ะ ไปดูมาแล้วชอบหนังเรื่องนี้อย่างน้อยก็ตรงที่เหมือนเกมส์สนุกๆเกมส์นึงที่ให้คนดูหาเงื่อนที่คนสร้างบอกใบ้ให้...(เป็นพวกชอบจับผิด ที่คนอื่นว่าเป็นพวกโชว์ภูมิ) ไม่ใช่เป็นคนดูหนังอะไรเยอะแยะ ดูเอาสนุก ก้อเจอคำใบ้เยอะนะคะ..แต่เผอิญตกใจผีมากไปหน่อย กับพยายามดูการแสดงของมาช่ามากไปนิดเลยไม่ทันคิดว่าคำใบ้มันสื่อถึงอะไร เค้าเฉลยถึงได้อ๋อขึ้นมา...
ค่อนข้างเห็นด้วยกับที่พี่วิจารณ์มา แต่หนังมันก้อบางไปนิดนึงจริงๆ เฉลยปุ๊บก้อจบกัน...แต่ก้อสนุกดีในระดับที่ไม่รู้สึกว่าเสียดายตังค์
ตอนแรกดูจบก็สนุกอยู่หรอก แต่พอมาอ่านวิจารณ์หลายๆความเห็นในนี้กลับทำให้หมดสนุกไปได้เสียนี่..บางคนสังเกตดีหน่อยก้อว่าโชว์ภูมิ บางความคนวิจารณ์คนทำยังไม่พอวิจารณ์คนดูที่ชอบด้วยอีกต่างหาก...เซ็งจิตจริงๆ
1. ฉากที่จำได้เป็นภาพชัดเลยคือชิงช้าที่ตัวเชื่อมรูปตัวเอสด้านซ้ายหายไปทำให้ชิงช้าหลุดมากองอยู่กับพื้น...แล้วก็มีฉากตอนเด็กๆที่แฝดนั่งเล่นชิงช้าอยู่ด้วยกัน... แต่ก็ยังไม่ได้เอะใจอยู่ดี 555
2. ฉากที่วีเห็นเงาผ่านกระจกกับฉากในลิฟท์ก็เหมือนกัน...ที่เข้ามาสวมกอดด้วยรักจากทางซ้าย..555
3. ฉากคืนแรกที่กลับมานอนที่บ้านสื่อคำว่า alone ได้พอตัวเพราะนางเอกไปคว้าหมอนข้างมาจากทางขวาแล้วมานอนกอดทางซ้ายเหมือนจะสื่อว่ามาทดแทนความเดียวดายที่ไม่มีพิมแล้ว และผีพิมก้อชะแวง! จะเอ๋....555
และอื่นๆที่ไม่ทันได้เอะใจ เช่น
4. รอยเท้า...กะแว้ววว่าต้องมีรอยเท้าแต่ไม่ทันสังเกตว่าฝั่งไหนเป็นฝั่งไหน...และที่ว่ารอยมันชัดเกินจริงก็คงเป็นเพราะเป็นความฝัน(กระมัง)เน้อ..
5. บน BTS 555 อันนี้ไม่ทันสังเกตจริงๆ (คงเพราะมันทิ่มลูกกะตาเกินไปบวกกับที่เคยเจอกับตัวเองมาจริงๆบนรถประจำทางที่คนแน่นขนัด พอคนนั่งข้างๆลุกออกไป เราขยับเข้าในปุ๊บ..อ้าว..ไม่นั่งกันหรอ หันไปมองเค้าก็ยืนกันเต็มคันเลยนะ ) คงคิดเรื่องตัวเองเพลินไปหน่อย 555 แต่อันนี้ก็มีคนจับได้
ที่จริงก็มีคนสังเกตกันทุกอันแหล่ะเน๊อะ..รู้แล้วบ้างต้องรอเฉลยบ้าง แต่มันคงมากไปหน่อยมั้ง แต่ถ้าไม่มีพวกนี้หนังก็ยิ่งไม่มีอะไรเลยสิ... ยิ่งถ้าไม่มีหลอกๆ(ผีตุ้งแช่ที่เค้าเรียกกัน)แล้วหนังจะมีอะไรล่ะนี่....
เอาเป็นว่าเค้าสนุกของเค้าแล้วกันเนอะ


โดย: ดีดี๊จัง IP: 58.64.127.89 วันที่: 4 เมษายน 2550 เวลา:15:27:26 น.  

 
ยังไม่ได้ดูแฝดเลยค่ะ เพราะเป็นคนกลัวผีสุดๆ
แวะมาเพราะอยากอ่านวิจารณ์ the fountain ค่ะ พอจะมีหวังมั้ยคะ


โดย: melancholia IP: 203.156.91.218 วันที่: 5 เมษายน 2550 เวลา:9:24:38 น.  

 
^
^
... ได้อ่านชัวร์จ้า

ขอบคุณทุกๆความเห็นที่แวะเข้ามาคุยกันครับผม


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 5 เมษายน 2550 เวลา:11:20:34 น.  

 
เพิ่งไปดูมาเหมือนกันค่ะ แต่ออกมาก็ออกแนวลืมไปหลายฉาก พอดีเราไม่ค่อยกลัวผีเท่าไหร่ แต่ก็มีตกใจ แล้วก็อึดอัดหายใจไม่ออกบางตอน อิอิ มันตื่นเต้นดีค่ะบางฉาก แต่ก็พูดถูก มันเฉลยไว้ตั้งแต่ต้นๆ เรื่อง ถ้าให้สังเกตก็อาจเดาตอนจบ หรือกุญแจของเรื่องได้เลย อิอิ

อ่านข้างบนที่เขียนแล้ว เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ


โดย: J a~e`Ko* IP: 124.121.161.189 วันที่: 5 เมษายน 2550 เวลา:14:49:11 น.  

 
เรื่องนี้ฉากที่ขนลุกที่สุดก็คือฉากเสียงลมหายใจเท่านั้นเอง นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแค่ใส่จังหวะ ใส่เสียงเข้าไป เป็นใครก็ต้องสะดุ้งครับ แต่ก็ชอบนะครับ ถือว่าเป็นหนังผีระดับน้ำดีของปีอีกเรื่องหละกัน


โดย: sikhara วันที่: 5 เมษายน 2550 เวลา:19:10:37 น.  

 
เรายังไม่ได้ไปดูเลยค่ะ แต่แอบมาอ่านเฉลยซะแล้วมันอดไม่ได้อ่ะ ยังไงก็ไปดูคุณมาช่าอย่างเดียวก็คุ้มแล้วค่ะ เธอเป็นนักแสดงในดวงใจเรา...ชอบบทความที่จขบ เขียนมากๆเลยค่ะ วิเคาระห์ได้ลึกซึ้งดี เราว่าดีกว่ามองอะไรแค่ฉาบฉวยอ่ะ เพราะบทความยังงั้นกลื่นกลาดหาอ่านเอาที่ไหนก็ได้

เราไม่อยากเข้ามาอะไรในบล็อกเลยค่ะ เราเห็นบางความเห็นแล้วรู้สึกหงุดหงิดเล็กๆอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ เรารู้ว่าหนังเรื่องนึง ความประทับใจที่แต่ละคนมันก็ไม่เหมือนกัน ด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ พิ้นฐานต่างๆ...คุณมีสิทธิจะชอบ(คนที่คอมเมนต์) คนอื่นเค้าก็มีสิทธิมองอะไรหลายๆอย่างผ่านมุมมองของเค้าที่มีแง่เงื่อนที่ลึกซึ้งกว่า...ไม่ใช้ว่าเราไม่เห็นด้วยกับคอมเมนต์ของคุณ แต่การใช้คำเขียนบางอย่าง มันควรให้เกียรติกันมากกว่านี้ค่ะ

ถ้าคอมเมนต์ของเราจะทำให้คุณเจ้าของบล็อกไม่สบายใจก็ขอโทษด้วยนะคะ

ps.เจ้าของบล็อกคงได้อ่านข่าวแฝดสยามรายแรกของโลกที่ผ่าตัดสำเร็จ...เราว่าอินเทรด์ดีจัง เป็นความบังเอิญที่น่ารักดีค่ะ ทำให้เราอยากไปดูหนังมากขึ้นนะเนี่ย อิอิ


โดย: Tangerine (Helianthus annuus ) วันที่: 7 เมษายน 2550 เวลา:20:23:45 น.  

 
เราเดาตอนหักมุมไม่ออก คงเพราะไม่ได้คิดมาก ดูแต่นักแสดง บวกกับ ไม่เคยดูหนังประเภทหักมุมแบบนี้ อย่างที่คุณพูดถึงเรื่อง ตู้ซ่อนผี หรือ What lie beneath หรือ เป็นชู้กับผี ที่ว่ามา.... ไม่ใช่คอหนังอะคะ

เลยรุ้สึกน่ากลัว... แต่เห็ตด้วยที่ trailer มามากเกินไป และเป็นตอนผีจะออกวะด้วย เลยรุ้มาก่อน เป็นไปได้ว่าถ้า trailer มีน้อยกว่านี้ คงจะน่ากลัวทีเดียว...

สรุปแล้วชอบเรื่องนี้ค่ะ ลำเอียงเพราะ ชอบมาช่าด้วย... และชื่นชม ทั้งการติชม วิจารณ์ของคุณมากค่ะ สมเหตุสมผลดี ไม่เหมือนหลายๆราย ไม่ชอบก็ด่าว่าห่วย ทั้งที่ไม่เข้าใจหนังเท่าที่ควรเลย...


โดย: ^_^ IP: 125.24.8.120 วันที่: 8 เมษายน 2550 เวลา:3:06:53 น.  

 
ไม่เคยดูตู้ซ่อนผีกับ one missed call มาก่อน อ่าน entry นี้แล้วเห็นจะต้องรีบไปหามาดู อยากให้แนะนำอีกหน่อยได้ไหมคะว่ามีหนังเรื่องไหนที่แนวนี้?


โดย: Carousal IP: 210.203.180.119 วันที่: 8 เมษายน 2550 เวลา:17:46:08 น.  

 
วิจารณ์ได้ดีมากครับ ผมก็เป็นอีกคนนึงที่ชอบตู้ซ่อนผีเช่นเดียวกัน เรียกว่าเป็นหนังผีที่น่ากลัวทีุ่สุดในตอนนั้นแล้ว (มากกว่า juon)

แม้จะรู้สึกตอนไคล์แมกซ์ที่รวบรัดมาเฉลยเร็วไปหน่อยจนรู้สึกว่า หืมหมดแล้วเหรอผีหลอก แต่ก็สะดุ้งไปหลายตอนทีเดียว โดยเฉพาะผีปากอ้านั่น แล้วก็บนพัดลม เรียกว่ารู้อยู่แล้วว่ามันจะออกมา แต่ออกมาแล้วยังสยองกว่าที่คิด ทำเอาผมสะดุ้งเผลร้องไปทีเลย

หนังเรื่องนี้บางคนดูผ่านๆก็คงผ่านๆ ไม่ได้เก็บคำใบ้ในหนังเท่าไร แต่ผมดูจบแล้วก็มาพยายามนึกย้อนเก็บตกเหมือนกัน กับการปรากฏตัวทางด้านซ้ายของนางเอกตลอด ไม่ว่าจะเป็นตอนเดินบนทะเล หลังกระจก หรือบน BTS (คุณดีดี๊เก็บได้เยอะเหมือนกันนะ)

จุดที่น่าจะทำให้เดาได้ง่ายเรื่องการสลับตัวนี้ ผมเริ่มเอะใจตั้งแต่ตอนที่พิม บอก วี ว่าพลอยเขารักพิมนะ ผมเลยปิ๊งทันทีเลยว่า หรือว่านี่คือพลอยที่ปลอมเป็นพิมพ์กัน และพอเจอฉาก BTS ยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้น

ซึ่งถ้าไม่มีจุดเฉลยอารมณ์ความรู้สึกตรงนี้ออกมา ผมคงจะเข้าใจไปว่า พลอยไม่ได้รักวี แต่จ้องมองวีด้วยสายตาอาฆาต ที่เหมือนกับว่า วีจะมาแย่งพิมซึ่งเป็นเหมือนคู่ชีวิตตั้งแต่เกิดไป เพราะพลอยนั้นปกป้องพิม ตั้งแต่การเอาหินปาใส่เด็กที่แซวนั่นแล้ว พอบอกมาว่าพลอยเขารักพิมมากนะ เลยเหมือนได้รับเฉลย ณ เดี๋ยวนั้น (จริงๆ เพื่อนผมก็มา spoil นิดหน่อยเหมือนกันว่าจบหักมุมไม่ดี ก็เลยทำให้คิดเดาตอนดูไปด้วย)

แต่ยังไงก็ถือเป็นหนังที่ทำใ้ห้ผมตกใจและหลอนดีทีเดียวครับ


โดย: bubbleball IP: 58.8.115.128 วันที่: 9 เมษายน 2550 เวลา:3:07:22 น.  

 
จริงๆแล้วฉาก ฉากพลิกรูปหลายๆรูปแล้วเจอผีมาใบ้คำ ของชัตเตอร์มันก็ไม่ได้ใหม่ซะทีเดียว ค่ะเพราะเรื่อง The Haunting ราวๆปี 1999 (ถ้าจำไม่ผิด) ก็มีฉากแบบนี้เหมือนกัน นองเอกเจอหนังสือลมพัดรูปพลิก เป็นภาพผู้หญิงชี้นิ้ว ตอนดูชัตเตอร์ยังถามเพื่อนเลยว่าจำฉากนี้ได้มั้ย
ปล.ตามมาอ่านจากพันทิพย์ ยังไม่ได้ดูหนังเลย แต่รู้เฉลยมาตั้งแต่พันทิพย์ละ 55


โดย: isisis IP: 58.9.139.250 วันที่: 9 เมษายน 2550 เวลา:21:51:39 น.  

 
เผลออ่านspoil GOTH ที่พึ่งซื้อมาไปซะแล้ว


โดย: 1000 baht IP: 203.113.33.10 วันที่: 10 เมษายน 2550 เวลา:1:40:56 น.  

 
ไม่รู้เป็นไรไม่กลัวเลยอ่ะ แต่ชอบนะกับหนังเรื่องนี้และไม่เคยดูชัตเตอร์มาก่อน


โดย: bah IP: 58.147.84.23 วันที่: 10 เมษายน 2550 เวลา:3:00:15 น.  

 
ขอบคุณสำหรับ Review ค่ะ อยากไปดูมากแต่หาโอกาสไม่ได้สักที

นึกว่ามาอ่าน Review ดีกว่า จะได้ไม่ต้องไปดู กลับกลายเป็นว่า ยิ่งอ่านยิ่งอยากดู ขอบคุณอีกทีค่ะ


โดย: ~ Mock Up ~ IP: 203.156.140.3 วันที่: 10 เมษายน 2550 เวลา:14:27:34 น.  

 
หงุดหงิดกับฉากหลอกผีที่โหมโรงมาก่อน และจบแบบไม่อิ่ม แต่พอมาอ่านบทความของ จขบ แล้วก็เข้าใจมากขึ้น มองอะไรได้ลึกซึ้งจริงๆ นับถือค่ะ ไม่ผิดหวังทุกครั้งที่เข้ามาอ่านจริงๆ


โดย: ท่าเรือรามา IP: 202.44.72.3 วันที่: 11 เมษายน 2550 เวลา:17:40:47 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ได้ดูเรื่องนี้ พร้อมกับคำร่ำลือว่าสู้ชัตเตอร์ไม่ได้ค่ะ

ดูเสร็จก็สู้ไม่ได้จริงๆ เพราะชัตเตอร์ทำได้เนียนกว่า ผีชัตเตอร์ออกมาแต่ละครั้งล้วนมีความหมาย เพราะมาสื่อสารให้เราเข้าใจเรื่องราวมากขึ้น
ผีชัตเตอร์จึงน่าสนใจ และ เทห์(เทคนิคมาบอกก็เท่ห์เช่น แอบถ่ายรูป เป็นอัลบัมเพื่อบอกใบ้นางเอก)

ส่วนผีในแฝดมาพร่ำเพรื่อเกินไป จนน่าเบื่อค่ะ
มาแบบไม่ค่อยมีความหมายเท่าไหร่
จึงคิดว่าเป็นไปได้ว่า ผีในแฝด ช่วงที่มาพร่ำเพรื่อมาจะเป็นจิตหลอนมากกว่า ส่วนช่วงที่เป็นของจริงน่าจะเป็นช่วงมาสื่อข้อความบางอย่างเช่น ตอนมาเจอพระเอก ค่ะ (คิดเหมือนคุณผมอยู่ข้างหลังคุณค่ะ)

SPOILER ALERT
เห็นด้วยกับคุณผมอยู่ข้างหลังคุณหลายๆเรื่อง
-พล้อต เดาง่ายมากๆๆๆ และพอรู้ก็ไม่มีอะไรชวนขบคิดต่อเท่าไหรค่ะ
-มีส่วนที่ไม่เข้าใจว่า นางเอก ถ้าบ้านเดิมทำให้หลอน เพราะอะไรจึงไม่ไปหาบ้านใหม่อยู่ ก็ดูออกจะรวยค่ะ และ ย้ายก็ต้องเกาหลีเลย อืม ??? (ไม่เข้าใจจะทนอยู่??)
-และ คิดว่าคนที่วีรัก ไม่ใช่พิมหรอกค่ะ คนที่วีรัก ก็คือ พลอย ค่ะ เพราะพิมแค่เป็นปิ๊งๆ รักแรกพบ poppy love
แต่พลอยคือคนที่วีอยู่ด้วยจริงๆ แล้วเป็นคนที่วีอยู่ด้วยอย่างรักใคร่ซะขนาดนั้น
ถ้าพลอยใจเย็นกว่านี้ มีความมั่นใจในตัวเองมากกว่านี้ซะหน่อย รอให้วีหายช้อคก่อน
เชื่อเถอะว่า แฝดคนที่อยู่ในใจวี ตอนนี้คือ พลอย ไม่ใช่พิม
น่าเสียดายที่พลอย low self(ไม่มีเห็นคุณค่า)เกินไปและ ใจร้อนเหลือเกิน เลยเกิดฉากบู๊ล้างผลาญ แทนที่จะเป็นฉากหวานโรแมนติคชวนประทับใจ
-และความลำเอียงมีผลจริงๆค่ะ แรกๆดู นางเอก=คนดี จึงเอาใจช่วย พอรู้ว่าเค้า ไม่เท่ากับคนดี เลยหันมาลุ้นช่วยผีแทนซะอย่างงั้น
ความลำเอียง หนอ ความลำเอียง


โดย: Mr.Bear's dream วันที่: 11 เมษายน 2550 เวลา:19:19:44 น.  

 
เรื่องไม่ค่อยซับซ้อน เดาได้ตอนกลางๆเรื่อง
ชอบชัตเตอร์มากกว่าค่ะ


โดย: akachan วันที่: 12 เมษายน 2550 เวลา:0:14:10 น.  

 
ตอนแรกๆ หลังจากได้ยินคำวิจารณ์มาเยอะ
เริ่มไม่ค่อยอยากดู
แต่ที่ตัดสินใจดู เพราะ ชื่อ เก๋ ดีค่ะ
ภาษาไทย แฝด ภาษาอังกฤษ alone
เท่ห์ โดนใจ
ทำให้น่าสนใจว่าอาจมีอะไรเจ๋งๆเท่ห์ๆลึกๆ
เลยคิดว่าน่าลองดู ล่ะกันค่ะ


โดย: Mr.Bear's dream IP: 58.9.165.148 วันที่: 12 เมษายน 2550 เวลา:21:14:30 น.  

 
ตัวเองไม่ค่อยมีโอกาสไปดูหนังในโรงค่ะ แถมหนังผีแล้วด้วยไม่กล้าไปดูใหญ่ เลยได้แค่มาแอบๆ อ่านเอา วิจารณ์ได้สนุกแถมสาระดีค่ะ


โดย: May IP: 202.90.118.138 วันที่: 21 เมษายน 2550 เวลา:17:28:03 น.  

 
เพิ่งได้ไปดูหนังเรื่อง แฝด วันนี้เองครับ ตอนแรกคิดว่าจะไม่ดู แต่พอเห็นหลายคนชมหนังเรื่องนี้ และทราบว่าเป็นผู้กำกับคนเดียวกับ The Shutter ก็เลยอยากไปดู วันนี้รอบเหลือน้อยมาก แต่ก็พยายามจนได้ดูจนได้ครับ แล้วก็รู้สึกว่าไม่ผิดหวังเลย เป็นหนังผีที่สนุกมากอีกเรื่องนึงครับ ในความรู้สึกผม พอๆกับ The Shutter ครับ ไม่แพ้กันเลยครับ

ชอบความสนุก พล็อตเรื่อง และปมของหนังเรื่องนี้ที่น่าสนใจทีเดียวครับ หนังผีเดี๋ยวนี้ต้องมีการผูกเรื่อง และต้องมีปมเฉลยตอนท้ายๆเสมอเลยนะครับ

ชอบที่ปมทางด้านจิตวิทยา ถ่ายทอดออกมาได้น่าสนใจและเข้าใจดีจังนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของ pathological/ complicated or unresolved grief ที่ทำให้มี guilt และ depression อยู่ตลอด ความรู้สึกเปรียบเทียบแข่งขัน sibling rivalry ของคู่ฝาแฝด ความรู้สึกเปรียบเทียบ ไม่ได้เป็นที่รัก ถูกแย่งความรัก ชอบปมหนังพวกนี้จังครับ เหมือนคนสร้างทำการบ้านศึกษามาดีจังครับ

แต่ขำทุกครั้งที่ดูหนังผี หนังผี ต้องมีจิตแพทย์มาแจมด้วยทุกทีสิน่า แล้วก็มักจะสรุปสุดท้ายว่าเป็นผีจริงๆ ไม่ใช่ประสาทหลอนซะด้วย แต่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับจิตแพทย์ในเรื่องที่บอกว่า เป็นโรคจิตอย่างอ่อนๆ (subtitle: mild psychosis) ผมว่าเหมือนๆกับ pathological/ complicated or unresolved grief ที่ทำให้มี guilt และ depression อยู่ตลอดเสียมากกว่า (หรือถ้าจะใช้คำว่า acute or brief psychosis ก็น่าจะดีกว่าที่ใช้ mild psychosis นะครับ) แถมทำไมจิตแพทย์แนะนำวิธีการทำให้หายจากอาการทางจิตได้ด้วยการให้พานางเอกกลับไปเกาหลี แถมยังมี Rorschach ซะด้วย เป็นความพยายามของหนังจริงๆครับ ดูตอนที่เกี่ยวกับจิตแพทย์หรือการรักษาทางจิตทีไร รู้สึกขำขึ้นมาได้ซะทุกทีสิครับ

ผมเองทายไม่ถูกเลยจริงๆ และโดนหนังหลอกซะเต็มๆ เสียดายว่า พอหนังหักมุมตอนท้าย ทำให้ความน่ากลัวของหนังลดลงไปนะครับ ตอนแรกคิดว่า พิมจะมาช่วยพระเอกให้ชัดๆกว่านี้นะครับในตอนท้าย แต่ก็ไม่มี แต่โดยสรุป ก็ชอบหนังเรื่องนี้ครับ หนังสนุกดีครับ


โดย: Tempting Heart วันที่: 23 เมษายน 2550 เวลา:0:20:42 น.  

 
เพิ่งได้เข้ามาอ่านค่ะ
หนังอาจจะเน้นปมทางจิตวิทยา มากกว่าการหลอกหลอน หากไม่ได้อยู่ในไทย เรื่องราวทั้งหมดคงจะถูกลืม
สงสารหมา (ทั้งสองตัวเลย)


โดย: mda IP: 203.159.12.15 วันที่: 26 เมษายน 2550 เวลา:13:14:21 น.  

 
หนังผีที่ Twist เราไปจนตอนจบ และชอบมากถึงแม้จะดูกี่รอบก็ไม่เคยเบื่อก็ต้อง The Others นี่ล่ะค่ะ ขนาดรู้ไต๋ตอนจบ มาดูDetail อีกรอบก็ยังสนุกไปกับการบอกใบ้ตลอดเรื่อง แต่ไม่เห็นรู้เลยจนจบแหละ พอกลับไปดูอีกรอบก็ตามเก็บคำใบ้ไปกับความจริง โอ๊! ก็ยังสนุกอยู่เลยนะ


โดย: พิณฑ์ IP: 61.90.250.14 วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:17:44:40 น.  

 
ช่วงแรกๆ ก็รู้สึกว่ายังโอเคอยู่
แต่ช่วงท้ายจนจบ ไม่ค่อยปลื้มเลย
เหมือนมันแอบหลุดconcept ของหนังไปหน่อย โดยเฉพาะช่วงตั้งแต่ตอนไฟไหม้


โดย: บะหมี่หยกหกก้อน IP: 202.44.136.50 วันที่: 30 กันยายน 2550 เวลา:16:10:46 น.  

 
ผมช้อบชอบงับเรื่องนี้ สนุกดี เล่นประเด็นจิตได้ดีอะ


โดย: darkphoenix IP: 125.25.212.175 วันที่: 28 ตุลาคม 2550 เวลา:13:53:36 น.  

 
8/10 คะแนน

ยังคงความคุณภาพไว้ได้เหมือนเดิม สำหรับผู้กำกับหนังผีที่ดีที่สุดอย่าง ชัตเตอร์

มาคราวนี้ผีหลอกน้อยลง แต่ก็ได้มาซึ่งความเนี้ยบขององค์ประกอบหนังแทบทุกจุด (ดังที่เจ้าของกระทู้ว่า) หลายฉากเห็นตั้งแต่ตัวอย่างหนังแล้ว ทำให้รู้ว่าผีโผล่มาเมื่อไหร่

ประเด็นการขัดแย้งกันเองของแฝด ถือว่าทำให้เนื้อเรื่องดูสนุก เครียด และน่าติดตาม สำหรับการหักมุมนั้น ผมคิดไม่ถึงเหมือนกัน เพราะหนังปูพื้นมาพยายามจะหลอกคนดู

ถือเป็นหนังผีคุณภาพอีกเรื่องครับ


โดย: นักวิจารณ์สมัครเล่น IP: 125.24.181.222 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:14:59:03 น.  

 
ก่อนดูเรื่องนี้ ก็เคยได้ฟังสปอยมานิดๆหน่อยๆ
เพราะแบบนี้มั้งเลยเดาได้ง่ายมาก
ผีออกมาน้อยไป+จบเร็วไป
ถือว่าสอบผ่านนะ


โดย: เพิ่งได้ดู IP: 58.9.87.32 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:06:28 น.  

 
เห็นด้วยกับเจ้าของบล็อกครับ พล็อตเรื่องที่เดาง่ายเกินไปคือจุดอ่อนของหนังเรื่องนี้
วิจารณ์ได้ดีมากครับ


โดย: aj IP: 202.5.87.150 วันที่: 6 พฤษภาคม 2551 เวลา:17:07:50 น.  

 
เราว่าแฝดเป็นหนังผีที่คนที่กลัวผีดูได้นะ
(เช่นเรา)

คือมันมีอะไรมากกว่าผีอะค่ะ

ตอนจบก็แบบ หักมุมได้อีก

..............

ชอบคุณเจ้าของบล็อกวิจารณ์จังเลยค่ะ

วิจารณ์ได้ลึกมาก

เรานั่งอ่านและทำความเข้าใจตั้งนาน

แต่ก็ไม่อาจเข้าใจได้ลึกๆอย่างที่คุณตั้งใจจะสื่อ

ภาษาหนังนี่เข้าใจยากนะค่ะ

^^



โดย: salle IP: 80.63.219.190 วันที่: 14 ตุลาคม 2551 เวลา:1:31:03 น.  

 
ได้อ่านโกธ คดีตัดข้อมือของโอตสึอิจิและดูเรื่องแฝดมาเหมือนกัน ตอนแรกรู้สึกทันทีเลยว่าเหมือนแฝดแอบเลียนแบบรึป่าวนะ แต่ก็ไม่ใช่ ต้องขอบคุณมากนะคะ อ่านที่เจ้าจองบล็อกวิจารณ์แล้วสนุกดีคะ


โดย: พลอย IP: 158.108.169.188 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:03:47 น.  

 
เดี๋ยวจะไปตามหาโกธมาอ่านนะครับ น่าจะสนุก


โดย: max IP: 183.89.218.235 วันที่: 24 กรกฎาคม 2553 เวลา:5:16:43 น.  

 
THAX A LOT


โดย: tan IP: 110.164.144.50 วันที่: 30 มิถุนายน 2557 เวลา:16:36:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
เมษายน 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
2 เมษายน 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.