มีเวลาให้ตัวเอง ก็เขียนไปเรื่อยๆ
สวัสดี Bloggang เธอคิดถึงฉันไหม
ฉันสิคิดถึงมากๆ เลย 
นานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ที่ไม่มีเวลาให้ตัวเอง
ได้แต่บอกตัวเองไปอย่างนั้นว่าเราไม่มีเวลาให้ตัวเอง
แต่เรากลับไปได้แต่บอกๆๆๆ ไม่เคยรู้สึกจริงๆ ว่าเออ มันไม่มีจริงๆ
มารู้สึกเอาตอนที่ .. เรารู้สึกถึงตัวเองอีกครั้ง
เราสัมผัสได้ว่าเราไม่มีเวลา เอาตอนเวลาที่เรามีเวลา
ตอนนี้เอง

นั่งพับผ้าไปเรื่อยๆ ปากคุยโทรศัพท์กับคนคนหนึ่ง
facebook messenger call นั่นแหละ
ยิ่งคุย ยิ่งเหนื่อย ไม่คุย ก็รู้สึกผิด
คุยเรื่องงานนั่นแหละ ที่มันนานเพราะมันแยกกับเรื่องส่วนตัวไม่ได้
มันแย่ก็ตรงนี้

วางสายตอนเที่ยงคืนพอดี
พับผ้าเสร็จพอดี
การบ้านป.โทส่งเสร็จไปหมดแล้ว
Goodnight ชาวบ้านเสร็จไปหมดแล้ว
วันนี้ไม่ต้องคุยกับใครแล้ว
หายใจเข้าออกลึก ยาว
รู้สึกถึงตัวเองขึ้นมาได้
สบายใจลึกๆ เวลานี้เป็นของเราแล้ว

นึกถึงคำพูดที่ใช้บ่อยๆ ตอนสอนโยคะ
ที่ก็เอามาจากคนอื่นอีกที
พักท่าศพ ผ่อนคลาย 
รู้สึกคลายใจ สบายที่ไม่ต้องขยับตัวไปไหนอีกแล้ว
คงรู้สึกประมาณเดียวกัน

ตลกดี ตอนนี้ไม่ค่อยอยากบันทึกอะไรๆ ลงไป
มันเครียดเสียจนเราไม่อยากนึกย้อนไปคิด
ทำลืมๆ มันไป
เดี๋ยวมันก็ลืม
มีเวลาให้ตัวเองแล้วทำอะไรดี

ตอนอยู่สิงคโปร์เรามีเวลาให้ตัวเองมากมายเลย
จนเราไม่สำนึกว่าเรากำลังมีเวลา
เรามีงานศิลปะมากมายที่สร้างขึ้นที่สิงคโปร์
จิตวิญญาณของเรามันฟู มันเต็มอิ่ม
เวลาให้ตัวเองสำคัญมากๆ นะ

ชีวิตนี้เราคงอยู่กับใครไม่ได้
เพราะเราหวงเวลาส่วนตัวเหลือเกิน
กลัวไหมที่จะไม่ได้แต่งงาน ไม่ได้มีลูก
ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ อายุจะ 36 แล้ว ก็คงหมดหวังละล่ะ
พูดถึงอายุ เราเข้ามาที่นี่ตอนอายุเท่าไหร่นะ
ตอนนั้นน่าจะเมษายนปี 2548 อายุ 20 นิดๆ เองเหรอ
ใช่สินะ ตอนนั้นเพิ่งกลับจากฮ่องกง กลับมาเรียนปีสอง เพื่อนๆ ขึ้นปีสาม
เวลาผ่านไปเร็วจัง

นั่นแหละ
เราอึดอัดตลอดเวลามีใครมาเป็นห่วง มารัก มาหวง
ทั้งๆ ที่เรายังไม่ได้ตกลงว่าจะคบกับเขาด้วยซ้ำ
เคยมีคนบอกเราว่า พอเจอคนที่ใช่ เราจะรู้เองว่าทำไมที่ผ่านมามันไม่ใช่
ก็ไม่หวังว่าจะเจอแล้วละมั้ง ก็มีคนนี้ตอนนี้ เขาก็น่ารักดี
แต่เราอึดอัด 
และก็ไม่ใช่คนแรกที่เราอึดอัดด้วย
เพราะอะไรนะ เราอิสระเกินไปเหรอ

เราเคยวิ่งตามผู้ชายนะ หลายคนเลยแหละ
มีอยู่สองคนที่เขาตามเรา และเราหนีเขาไป 
แล้วเขาก็จากไป และก็เป็นเราที่เสียใจแทบประดาตาย
คนล่าสุดนี่สุดยอดแล้ว แผลมันไม่ยอมหาย
หรือเพราะมันยังใหม่ หลายเดือนเต็มทีแล้วก็ยังไม่หาย
ยังเจ็บแผลเป็นอยู่เลย
ถลอกปอกเปิกมากเลยคราวนั้น
ก็รู้จักกันมานานนี่เนอะ เสียทั้งคน(อยากจะรัก) ทั้งเพื่อน ทั้งพี่ไปในคราวเดียว
นี่พิมพ์อยู่น้ำตาก็จะไหล 
ทั้งๆ ที่ตอนนี้ก็มีคนเข้ามานะ เข้ามาแบบมัดมือมัดเท้าเราเลย
ทำตัวเหมือนแต่งงานกันแล้ว เข้ามาผูกพันกันด้วยเรื่องงาน
แต่เราก็ยังจะร้องไห้กับเรื่องเดิมเรื่องนี้
เรื่องความรัก อีกยาว
กว่าจะสางสังกะตังเสร็จ หมดเวลามีลูกพอดี

เลยคิดว่า ชีวิตนี้อยู่คนเดียวน่าจะดี
ไอดอลคนหนึ่งในชีวิตเราคือคุณยายจ๋านะ แม่ชีศันสนีย์ 
อีกคนก็มาเซอร์โรส วิภา เลค
ทั้งสองท่านก็เป็นผู้สูงอายุ แต่ใบหน้าสดใสเหลือเกิน
การมีความรักมันเปลืองพลังงานชีวิต

พี่เล็ก INEB คนเดิมบอกเราว่า ท่านมาบอกพี่ว่า
เรามีคู่นะ คู่บุญบารมี คู่คนเดียวทุกภพทุกชาติ
เราจึงหาเขายากมาก เพราะไม่เคยเปลี่ยนเลย
เราไม่รู้จริงๆ ว่า เราจะหาเขาเจอที่ไหน
เราไม่รู้เลยว่า เราได้เจอเขาแล้วหรือยัง
เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่า มันจริงหรือเปล่า

ไม่รู้สินะ



Create Date : 21 กันยายน 2563
Last Update : 21 กันยายน 2563 0:38:30 น.
Counter : 230 Pageviews.

1 comments
Littlesis Sweetartcafe...ร้านกาแฟน่าร๊ากกก ... คนผ่านทางมาเจอ
(17 ม.ค. 2564 15:52:27 น.)
No. 952 หน้ากาก - นักเขียน/นักแสดง (ตะพาบ) ไวน์กับสายน้ำ
(15 ม.ค. 2564 05:24:13 น.)
เจ๊าะแจ๊ะหาหมออีกแล้ว ตะลีกีปัส
(13 ม.ค. 2564 10:47:10 น.)
ถนนสายนี้มีตะพาบ ประจำหลักกิโลเมตรที่ 269 : หน้ากาก The Kop Civil
(13 ม.ค. 2564 13:44:22 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณอุ้มสี, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ

  
ก็ไม่รู้สินะ
แต่ก้รู้สึกดีที่น้องกลับมา
มาเขียนอะไรให้อ่าน
เวลคัม
สวัสดีเช้าวันจันทร์
เจิมบอก
โดย: อุ้มสี วันที่: 21 กันยายน 2563 เวลา:9:25:34 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Gluhp.BlogGang.com

gluhp
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]

บทความทั้งหมด