|
|
| | 1 | 2 |
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
ความเข้าผิดเกี่ยวกับการเรียนภาษาจีนที่ประเทศจีน
มีคนจำนวนมากเข้าใจผิดว่าเรียนภาษาจีนที่ประเทศจีนใช้ภาษาอังกฤษในการสอน และคิดว่าถ้าหากตนพูดภาษาอังกฤษได้จะเอาตัวรอดได้ในประเทศแห่งนี้ ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่คิดแบบนั้นก็ต้องขอให้เปลี่ยนความคิดเสียใหม่ ต่อให้ภาษาอังกฤษคุณแน่มาจากไหน หรือเรียนจบจากมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดก็อาจตกม้าตายได้เมื่ออยู่ในประเทศจีน
คนจีนมีเอกลักษณ์อย่างหนึ่งคือ ไม่ชอบใช้คำศัพท์ภาษาต่างประเทศ ลองไปพูดชื่อ Snow White ดูสิ บางคนไม่รู้จักด้วยซ้ำ แต่ถ้าพูดว่า ไป๋เสวียกงจู่ (白雪公主) ล่ะก็น้อยคนที่จะไม่รู้จัก คนจีนชอบแปลความหมาย และคิดคำศัพท์ใหม่ ไม่นิยมทับศัพท์ จึงไม่มีประโยชน์นัก หากคิดจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร เพราะเค้าอาจจะไม่ทราบเลยว่า เราต้องการสื่ออะไร
การเรียนภาษาจีนกลางที่ประเทศแห่งนี้ ต่อให้เป็นระดับแรกสุด เค้าก็จะใช้ภาษาจีนในการสอน หนังสือเรียนมีภาษาอังกฤษบ้าง แต่ก็ไม่ได้มากมาย แน่นอนว่าครูที่มาสอนต้องฟังภาษาอังกฤษได้ระดับหนึ่ง แต่เรื่องที่ว่าเค้าจะใช้ภาษาอังกฤษในการสอนเลิกฝันไปได้เลย แล้วจะเรียนอย่างไร ในเมื่อฟังไม่รู้เรื่อง แล้วก็ไม่พูดภาษาอังกฤษด้วย อันนี้ผมไม่ทราบ เพราะไม่เคยเรียนในระดับต้น ไปถึงผมตัดสินใจเรียนระดับกลางเลย จากการสอบถามจากคนไทยที่ไปเรียนตั้งแต่เริ่มต้นได้ความว่า ก็ทำตามเค้าไป เค้าให้ทำอะไรก็ทำ ให้อ่านตามก็อ่านตาม ประมาณนั้น
"เรียนปริญญาตรีที่ประเทศจีน ไม่ต้องมีพื้นฐาน ไม่จำเป็นต้องเคยเรียนภาษาจีน" คิดว่าหลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินคำพูดแบบนี้มาบ้าง แล้วท่านเชื่อหรือว่ามันเป็นเรื่องจริง มีหลายคนเชื่อในคำพูดเหล่านี้แล้วเดินทางไปเรียนที่ประเทศจีนโดยหวังว่าจะได้วุฒิปริญญาตรีจากต่างประเทศกลับบ้าน แต่แล้วก็ต้องพบกับความผิดหวัง
ถามว่าที่เค้าพูดเป็นเรื่องจริงมั้ย ผมตอบแทนให้เลยว่า "จริงแท้แน่นอน" แต่คุณต้องผ่านการทดสอบความรู้ความสามารถทางภาษาของจีน 汉语水平考试 หรือที่รู้จักกันในนามของ HSK โดยจะต้องสอบวัดความสามารถทางภาษาให้ได้ระดับ 6 ขึ้นไป (สำหรับปริญญาตรี) ทีนี้คนไม่รู้ก็คิดว่าแค่ไปเรียนแล้วสอบก็ได้วุฒิตรี ผิดถนัด มีคนเรียนหลักสูตรปริญญาตรีของนักศึกษาต่างชาติ ทั้งๆ ที่สอบผ่านเก็บหน่วยกิตครบ ผ่านหมด แต่ดันสอบ HSK ได้ไม่ถึงระดับ 6 ก็ถือว่าเรียนไม่จบ ไม่ได้ใบปริญญา
แล้วยิ่งหลายคนเข้าใจผิดว่าไปเรียนภาษาจีนที่ประเทศจีนใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในการสอน ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ดังนั้นหากท่านยังเข้าใจผิดก็ขอให้เข้าใจเสียใหม่ ผมเห็นน้องคนหนึ่งคุณแม่พาเค้ามาเรียนโดยคาดหวังในตัวลูกมาก และไม่ทราบมาก่อนว่าต้องมีการสอบวัดความสามารถทางภาษา ซึ่งผมก็ได้ไปบอกให้เค้าทราบ น่าเสียดายที่เค้าไม่เชื่อ พร้อมทั้งโอ้อวดว่าลูกเค้าเก่ง มาแค่แปบเดียวก็ได้ภาษาจีนขนาดนี้แล้ว ถ้าสอบต้องผ่านระดับ 6 แน่นอน ความจริงไม่ใช่ว่าน้องเค้าเก่งหรอก ควรบอกว่าใครที่มาเรียนแล้วไม่ได้เท่าน้องเค้า ถือว่าเรียนอ่อนแบบนั้นจะเหมาะสมกว่า ผมไม่ทราบว่าผลสอบของน้องเค้าเป็นอย่างไร ไม่ได้ติดตามเรื่องต่อ รู้แต่หลังจากประกาศผลสอบ HSK ทั้งที่ยังไม่จบเทอม แต่น้องเค้ากลับประเทศไทยไปเรียบร้อยแล้ว
เรื่องนี้ผมชั่งใจอยู่นานว่าจะเขียนหรือไม่ เนื่องจากคนจำนวนมากไม่ทราบ สุดท้ายก็ตัดสินใจเขียน หลังจากที่เขียนแต่เรื่องเครียดๆ เกี่ยวกับภาษาจีนติดกัน 3 ครั้งแล้ว ต่อไปจะพยายามเขียนให้ทุกคนสามารถอ่านได้อย่างสนุกไม่ว่าจะมีความรู้ภาษาจีนมากน้อยแค่ไหนก็ตาม
| Create Date : 11 ตุลาคม 2553 |
| Last Update : 11 ตุลาคม 2553 16:37:24 น. |
|
34 comments
|
| Counter : 2356 Pageviews. |
 |
|
|
โดย: peeamp วันที่: 11 ตุลาคม 2553 เวลา:17:28:34 น. |
|
|
|
โดย: น้องผิง วันที่: 11 ตุลาคม 2553 เวลา:20:07:22 น. |
|
|
|
โดย: apple juice วันที่: 11 ตุลาคม 2553 เวลา:22:11:17 น. |
|
|
|
โดย: No-Yumii วันที่: 11 ตุลาคม 2553 เวลา:23:25:22 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:7:01:38 น. |
|
|
|
โดย: ter_pt วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:10:35:05 น. |
|
|
|
โดย: JewNid วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:11:13:19 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:11:26:44 น. |
|
|
|
โดย: ทาโบะจัง ! (boyalonejang ) วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:12:02:41 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:15:04:28 น. |
|
|
|
โดย: haiku วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:15:14:54 น. |
|
|
|
โดย: d__d (มัชชาร ) วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:15:21:12 น. |
|
|
|
โดย: No-Yumii วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:15:26:39 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:18:08:02 น. |
|
|
|
โดย: ทาโบะจัง ! (boyalonejang ) วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:20:07:53 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:5:52:28 น. |
|
|
|
โดย: d__d (มัชชาร ) วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:6:23:56 น. |
|
|
|
| โดย: นักล่าน้ำตก IP: 58.8.113.98 วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:15:51:15 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:19:11:34 น. |
|
|
|
โดย: คล้ายดาว วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:22:47:41 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 ตุลาคม 2553 เวลา:6:57:06 น. |
|
|
|
โดย: d__d (มัชชาร ) วันที่: 14 ตุลาคม 2553 เวลา:7:27:10 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 14 ตุลาคม 2553 เวลา:9:58:40 น. |
|
|
|
โดย: Li Shana วันที่: 28 ตุลาคม 2553 เวลา:13:57:22 น. |
|
|
|
โดย: JinHanNa วันที่: 10 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:46:01 น. |
|
|
|
โดย: moccachan วันที่: 7 มกราคม 2554 เวลา:11:20:31 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 7 มกราคม 2554 เวลา:11:51:01 น. |
|
|
|
|
|
|
|
ทำไมเราต้องเรียนภาษาอื่นด้วย
ดูอย่างญี่ปุ่นและจีน
หากใครต้องการสื่อสารกับเขา
ต้องยอมที่จะเรียนภาษาของเขาสิ
ฟังแล้วก็อึ้งๆค่ะ
ภาษาไทย โดยเฉพาะในพจนานุกรม
ก็มีคำให้ใช้เยอะแยะนะคะ
แต่มักจะใช้เฉพาะเวลาพิมพ์หนังสือราชการ
คนทั่วไปนิยมใช้คำทับศัพท์ค่ะ แปลกดีนะคะ
แอมอร