-:- Just alright, My life is Great -:-
Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
5 กันยายน 2553
 
All Blogs
 

ความยากในการเรียนภาษาจีนของคนไทย

วันนี้จะมาพูดถึงความยากในการเรียนภาษาจีนของคนไทย โดยจะพูดแต่เรื่องที่เราเสียเปรียบชาติอื่นเท่านั้น ความจริงคนไทยได้เปรียบชาติอื่นในหลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่องความใกล้เคียงของภาษา เสียง ฯลฯ แต่จุดประสงค์ที่พูดเรื่องแย่ๆ ก็เพื่อต้องการให้คนไทยที่คิดอยากจะเรียนภาษาจีน หรือไม่เข้าใจในภาษาจีนปรับทัศนคติของตนเองเสียใหม่


ภาษาจีนที่ใช้ในที่ใช้ในไทย
เนื่องจากประเทศไทยมีคนจีนอพยพเข้ามาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก แต่ภาษาจีนที่ใช้ในประเทศไทยกลับเป็นภาษาถิ่นเสียมากกว่า ไม่ใช่ภาษาจีนกลาง อย่างที่ทุกคนทราบว่าประเทศจีนนั้นเป็นประเทศที่กว้างใหญ่มาก ภาษาท้องถิ่นจึงเยอะตามเป็นธรรมดา

广州 คำนี้อ่านว่าอย่างไร ถ้าเป็นภาษาจีนกลางอ่านว่า กว่างโจว ถ้าเป็นภาษาถิ่นอื่น กวางเจา กวางโจวมั่วไปหมด

刘备 Liú Bèi หลิวเป้ย ถ้าผมพูดชื่อนี้หลายๆ คนคงไม่รู้จัก แต่ถ้าบอกว่า เล่าปี่ เชื่อได้ว่าน้อยคนคงจะไม่รู้จัก ประเทศไทยใช้ภาษาท้องถิ่นที่ไม่ใช้ภาษาจีนกลางจำนวนมาก ทำให้เกิดความสับสนต่อผู้เรียน

ผิดแล้วผิดเลย ภาษาจีนกลางบางตัวที่ใช้กันอยู่ในประเทศไทย ถ้ามันผิดแล้วก็ต้องปล่อยเลยตามเลย เช่น 成龙 รู้จักกันใช่มั้ยครับ ดาราฮ่องกงชื่อดัง "เฉินหลง" นั่นเอง แต่ท่านทราบหรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว ต้องอ่านว่า "เฉิงหลง" ต่างหาก แต่ถ้าเราเรียกเฉินหลงว่าเฉิงหลงในประเทศไทยล่ะก็ คงโดนล้อแย่เลย หาว่าเรียกผิด แต่ถ้าหากคุยกับคนจีน หรือคนชาติอื่นที่เรียนภาษาจีน ต้องไม่ลืมที่จะเรียก เฉิงหลง ไม่ใช่ เฉินหลง ไม่งั้นจะกลายเป็นเราเรียกผิด (งงมั้ยล่ะ)


ระบบการเขียนอักษร
ระบบการเขียนระหว่างภาษาไทยกับภาษาจีนแตกต่างกัน ของไทยจะนำ พยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์มารวมกันเป็นคำใหม่ แต่ของจีน 1 ตัวอักษรคือหนึ่งคำ อีกทั้งดูได้ยากว่าอ่านอย่างไร ไม่ขอลงรายละเอียดเกี่ยวกับการสังเกตตัวอักษรว่าอ่านอย่างไร (เดี๋ยวยาว) ด้วยเหตุนี้ทำให้คนไทยรู้สึกว่าภาษาจีนยาก


อคติส่วนตัว
นี่เป็นเรื่องที่สมควรแก้ไขโดยด่วนหากท่านมีความคิดที่จะศึกษาภาษาจีน บางคนมีอคติกับภาษาว่าทำให้เครียด แค่เห็นก็เครียดแล้ว เครียดๆๆ ถ้าถามผมว่ายากมั้ย ตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่า "ยาก" เครียดมั้ยผมไม่เคยเครียดเลย ภาษาจีนทุกตัวอักษรมีเรื่องราว ถ้าเราพร้อมที่จะศึกษาเรื่องราวที่มา เราจะสนุกไปกับที่มาของมัน ก็จะทำให้การเรียนภาษาจีนไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป


เสียงที่ไม่มีในภาษาไทย
ประเด็นนี้ผมไม่อยากให้มองว่ายาก เพราะถ้ามองประเด็นนี้ว่าเป็นปัญหาก็คงไม่ต้องเรียนภาษาจีน ภาษาอังกฤษ หรือแม้แต่ภาษาใดๆ อีกแล้ว เพราะภาษาอื่นก็มีเสียงหลายๆ เสียงที่ภาษาไทยไม่มี


รูปประโยคที่ไม่มีในภาษาไทย
把 จัดได้ว่าเป็นรูปแบบการเน้นซึ่งผู้เรียนภาษาจีนเรียนกันตั้งแต่ภาษาจีนระดับต้น 是... ...的。รูปประโยคนี้ก็เช่นเดียวกัน ประเทศไทยไม่มีรูปแบบประโยคแบบนี้ จึงทำให้ผู้เรียนรู้สึกยาก เคล็ดไม่ลับในการเรียนรู้รูปประโยคพวกนี้ คือ จำรูปแบบประโยคแบบนี้แล้วนำไปดัดแปลง


การเรียงประโยคที่ต่างกัน
ภาษาจีนมีรูปแบบการเรียงประโยคค่อนข้างตายตัว โดยเน้นจากใหญ่ไปหาเล็ก เช่น ถ้าเขียนจดหมาย ก็จะเขียนโดยเริ่มจาก ประเทศ มณฑล เมือง เขต ไล่ไปจนถึงชื่อผู้รับอยู่อันดับสุดท้าย ซึ่งแตกต่างจากของไทย

ประโยคทั่วๆ ไป การเรียงจะเรียงโดยเริ่มจาก เวลา + ประธาน + กับใคร + ไปไหน + ทำอะไร ซึ่งแตกต่างจากของไทยอย่างเห็นได้ชัด

ในจุดนี้เหมือนกับเรื่องเสียงครับ ทุกภาษามีแบบนี้หมด ดังนั้นถ้ามองว่าประเด็นนี้เป็นปัญหาคงไม่ต้องเรียนกันแล้วล่ะ



ที่กล่าวมาทั้งหมดข้อไหนๆ ก็ไม่สำคัญเท่า "อคติส่วนตัว" ถ้ามองว่าภาษาจีนเป็นภาษาที่เครียด ก็จบเกมครับงานนี้ สำหรับผู้ที่เรียนภาษาจีนต้องละอคติตรงนี้ให้ได้เสียก่อนไม่อย่างนั้นเรื่องอื่นก็พูดได้ยาก




 

Create Date : 05 กันยายน 2553
30 comments
Last Update : 5 กันยายน 2553 22:33:12 น.
Counter : 8698 Pageviews.

 

ปัญหาของผมคือเรียนแล้วมันไม่ได้ใช้ครับ ของผมเคยเรียนเป็นคอร์ส conversation เรียนเสร็จไม่ได้ใช้เลย ลืมหมดเกลี้ยง

 

โดย: The Queenslander 5 กันยายน 2553 19:58:12 น.  

 

สวัสดีค่ะน้องต่อ เห็นด้วยกับข้อนี้เลยค่

ภาษาจีนทุกตัวอักษรมีเรื่องราว ถ้าเราพร้อมที่จะศึกษาเรื่องราวที่มา เราจะสนุกไปกับที่มาของมัน ก็จะทำให้การเรียนภาษาจีนไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป

เรื่องราวที่มาของตัวอักษรจีนนี่แหล่ะที่ทำให้พี่หลงใหลยิ่งนักเลยค่ะ ถ้าคิดตามค้นตามไปก็จะสนุกมากเลย

 

โดย: yzai 5 กันยายน 2553 22:42:31 น.  

 

พี่ก๋าเพิ่งรู้นะเนี่ย
ว่าเราต้องเรียกเฉิงหลง 555

แต่หลิวเป้ย นี่รู้ตอนที่ไปเที่ยวเฉินตูครับ
ไกด์เค้าอ่านออกเสียงจีนกลางทั้งหมด
ก็งงกันไปตามระเบียบครับ
เพราะเราจำชื่อตัวละครกันเป็นแต้จิ๋วทั้งนั้นเลย 555

ปล. เรื่องข่าวทหารยิงการ์ด นปช.
ก็เป็นเรื่องจริงครับ
พี่ก๋าเพิ่งได้เห็นข่าวที่ไทยรัฐวันนี้เองครับ


 

โดย: กะว่าก๋า 5 กันยายน 2553 22:44:17 น.  

 

เด็กชาย อมรเทพ ก็คือเรื่องราวในตอนเด็ก ๆ ของผมล่ะครับคุณ

สาย ๆ สวัสดิ์คัรบ

 

โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง 6 กันยายน 2553 10:16:15 น.  

 

เป็นคนที่ไม่ค่อยเก่งเรื่องภาษาเอาซะเลยอ่ะ
ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันสำคัญ แต่ก็ไม่พยายามศึกษาเอาซะเลย

ในขณะที่อยากให้ลูกเรียนเก่ง ๆ พูดได้หลายภาษา
แต่คนเป็นแม่ได้แต่ไทย กะอังกฤษงู ๆ ปลา ๆ เฮ้อ ..

 

โดย: SongPee 6 กันยายน 2553 12:08:07 น.  

 

อ๊ะ ถูกต้องมากๆค่ะ

j c x
z c s
zh ch sh
เนี่ยคนไทยออกเสียงยากมาก
แยกกันแทบไม่ออก

แต่เราก็ชอบมันนะ ถ้าไม่มีเสียงพวกนี้เราคงไม่หลงใหลภาษาจีนขนาดนี้

แต่ตอนนี้พัฒนาการภาษาจีนเราหยุดชะงักอยุ่กับที่แล้ว 我最近的汉语一点儿都没有进步 呵呵...

แต่ก็ยังฟังเพลงจีนอยู่ค่ะ ชอบเสียงพวกนี้ในเพลงยิ่งนัก ถึงตัวเองจะพูดได้ไม่ชัดเท่าก็เหอะ

อิอิ

 

โดย: 媚儿 (olcecenter ) 6 กันยายน 2553 12:18:32 น.  

 

ตอนไปฮ่องกงหนูก็อ่านผิดหมดเลย

yum ma tei อ่านว่า ยุม มา ไท

แต่จริงๆเขาอ่าน เยาะ มะ ไต๋

 

โดย: น้องผิง 6 กันยายน 2553 13:03:22 น.  

 

พี่ก๋าไม่เคยจัดงานวันเกิดเลยครับน้องต่อ
ไม่ไปทำบุญวันเกิดด้วยครับ
เพราะพี่ก๋าทำเป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้วครับ

วันนี้ก็นั่งทำงานและเลี้ยงลูกไปตามปกติครับ



 

โดย: กะว่าก๋า 6 กันยายน 2553 14:24:15 น.  

 

อ่านเอาเป็นความรู้จ้ะ

นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ ที่คิดว่าลูกน่าจะเรียนให้ได้ดีแล้ว อีกภาษาที่บอกลูกคือ จีนกลาง คิดว่าน่าเรียนมากกว่า ภาษาญี่ปุ่น (อันนี้...ในความรู้สึกส่วนตัวของน้าจ้ะ อาจไม่เหมือนคนอื่น เอาเป็นบรรทัดฐานไม่ได้)

เมื่อวานน้าไปสวนโมกข์ กรุงเทพฯ มา หมอกเจอเค้ามาถ่ายรูป คนแต่งครอสเพลย์ (เขียนถูกมั้ยเนี่ย...) เธอดีใจมากมาย....ขอถ่ายรูปด้วย (เอากับเค้าสิ) ถึงไม่ได้ถ่ายกับคนที่อยากถ่ายก็ตาม...

 

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ 6 กันยายน 2553 14:48:28 น.  

 

The Queenslander - นั่นก็เป็นปัญหาอีกอย่างเหมือนกัน พวกคอร์สบทสนทนาภาษาจีนได้เร็วลืมเร็ว ยิ่งถ้าไม่เรียนตัวอักษรเรียนแต่พินอินแล้วท่องจำยิ่งลืมเร็ว คนไทยโดยมากสนใจแต่ว่า เรียนภาษาต้องพูดได้เร็ว นักการตลาดจึงจับเอาจุดนี้มาเป็นจุดขาย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สอนให้พูดได้เร็วไม่ได้หมายถึง หลักสูตรหรือคนสอนเก่งนะครับ

yzai - ภาษาจีนมีเรื่องราว ผมก็รู้สึกสนุกกับที่มาของมันเหมือนกัน ตอนนี้กำลังคิดจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องราวพวกนั้น แต่ติดที่จะเขียนอย่างไรให้คนที่ไม่มีความรู้ทางภาษาจีนเลยก็สามารถอ่านได้อย่างสนุก

พี่ก๋า - 成都 ต้องอ่านว่าเฉิงตู แต่คนไทยเรียกผิดกันเยอะเหมือนกัน เพิ่งนึกออกอีกชื่อ 毛泽东 เหมาเจ๋อตง คนไทยส่วนมากเรียก เหมาเจ๋อตุง หรือไม่ก็ เมาเซตุง^^

พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง - เดาถูกด้วย ถ้าซื้อหวยแม่นแบบนี้รวยไปแล้ว

สองพี - ถ้าอยากให้ลูกเก่งภาษาอันดับแรกที่อยากแนะนำคือ อย่าได้มีอคติกับภาษาที่อยากให้ลูกเก่ง จากประสบการณ์ที่ผมเจอบางคนแค่พูดถึงภาษาจีน ก็พูดออกมาเลยว่าเป็นภาษาที่เครียด แบบนั้นจบเกมครับ ไม่ต้องพูดต่อเลย

olcecenter - มันแยกยากนะ ผมก็รู้สึกว่ายาก แต่พอไปอยู่ที่จีน คนจีนมันก็ไม่ได้พูดภาษาจีนกลางชัดกันทุกคนเหมือนกัน

ประเด็นนี้เคยพูดเล่นๆ กับอาจารย์ที่สอนการพูดว่า ถ้าหากว่าพวกเราพูดได้แบบที่คนจีนพูด (สำนวนแบบคนจีน) พวกเราจะถือได้ว่าพูดชัดกว่าคนจีนเสียอีก อาจารย์เอามือปิดหน้า แล้วพูดเสียงอ่อยๆ ว่า "จริง"

น้องผิง - ฮ่องกงถือเป็นกรณีพิเศษ เค้าใช้ภาษาจีนกวางตุ้งเป็นหลัก ก็ต้องตามน้ำไป เพราะถ้าพูดชื่อสถานที่เป็นภาษาจีนกลางคนฮ่องกงอาจไม่รู้จักก็ได้ ถึงรู้จักก็แกล้งทำเป็นไม่รู้จัก รู้ๆ กันอยู่ฮ่องกงกับแผ่นดินใหญ่กินแต่เกาเหลากัน (ไม่กินเส้น)

กะว่าก๋า - งานวันเกิดผมจัด แต่ทำบุญไม่เคยได้ทำในวันเกิดเลย ไม่รู้ทำไม กะว่าจะทำในวันเกิดก็มีเหตุให้ทำในวันเกิดไม่ได้ทุกครั้งไป วันพระก็เหมือนกันถ้าตั้งใจว่าจะทำบุญในวันพระก็ต้องมีเหตุให้ไม่ได้ทำบุญ แต่ถ้าไม่กำหนดวัน บางครั้งต่อให้เป็นวันพระก็ไม่มีเหตุให้ไม่ได้ทำบุญ แปลกดีเหมือนกัน

สายหมอกและก้อนเมฆ - แปลกดีเหมือนกันครับ แต่งคอสเพลย์ที่สวนโมกข์ ส่วนมากเห็นที่สยาม CTW MBK มากกว่า

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 6 กันยายน 2553 15:22:52 น.  

 

อืมม ถ้าภาษาจีนมีเรื่องราวทุกตัวอักษร และเราเปิดใจไม่มีอคติไปเสียก่อน การเรียนภาษาจีนก็คงไม่ยากใช่มั้ยคะ การเรียนอะไรก็ตามแต่ภ้าปิดใจและไม่มีความสนุกที่จะศึกษาก็ยากทั้งนั้น อิอิ

สวัสดีค่ะคุณต่อ
ตอนนี้จะระบายเรื่องหมาๆ กะคุณต่อบ้างล่ะ
ทั้งสองวันที่น้องหมาโดนทารุณ มันเ็ป็นอะไรกันไปแล้วคนสมัยนี้
แล้วทีวีข่าวน่ะ เค้าจะเอามาเสนอทำไมซ้ำๆ สองรอบสามรอบติดๆ ไม่คิดบ้างหรือว่าอาจมีคนที่สะใจดูอยู่(เพราะคนที่ไม่ชอบสุนัขก็มี ไม่ใช่ว่าจะมีแต่คนรักสุนัขที่ไหนกัน) พฤติกรรมการกระทำเลียนแบบส่วนใหญ่ก็มาจากสื่อนี่แหละ โดยเฉพาะข่าวเนี่ยต้นแบบของที่มาเลย เห้อ...

 

โดย: ณ ปลายฉัตร 6 กันยายน 2553 16:27:41 น.  

 

การจะเรียนรู้อะไร ต้องเริ่มที่ใจก่อนจริงๆ
ต้องเปิดใจให้รู้สึกสนุกไปกับการเรียนรู้
ไม่ว่าจะเป็นวิชาหรือภาษาอะไร


แอมอร

 

โดย: peeamp 6 กันยายน 2553 20:57:41 น.  

 

เคยเรียนภาษาญี่ปุ่น น่าจะคล้าบภาษาจีน
แต่พอนานไปไม่ได้ใช้ก็ลืม..

อีกอย่างเรื่องภาษาต่างด้สวกับผมนี่ต้องใช้พลังงานอย่างสูงในการเรียนรู้..
แวะมาส่งเข้านอนครับ ช้าไปรึเปล่า..แต่ก็ตั้งใจมาแล้ว..งั้น

ฝันดีครับ
P1013525

 

โดย: CEO นิ้วก้อย 7 กันยายน 2553 0:56:00 น.  

 

หวัดดีครับน้องต่อ


ทำบุญได้ทุกวันอยู่แล้วเนาะ

เมื่อวานพี่ก๋าก็ไม่มีอะไรที่พิเศษในวันเกิดเลยครับ
เลี้ยงหมิงหมิงจนเหนื่อยแล้วก็สลบไปเลยครับ 5555


 

โดย: กะว่าก๋า 7 กันยายน 2553 8:10:28 น.  

 

แวะมาทักทายครับ คุณต่อ
อ่านแล้วผมก็ยังคิดว่ามันยากอยู่ดี อิอิ
คงต้องเป็นคนที่ใจรักแล้วก็ทุ่มเทจริงๆ
ไม่งั้นคงยากที่จะเรียนได้เข้าใจอย่าคุณต่อว่า
แต่อ่านที่คุณต่อเขียนแล้วได้ความรู้มากเลย โดยเฉพาะคนที่กำลังตั้งใจจะเรียนภาษาจีนคงเป็นประโยชน์มาก

 

โดย: ter_pt 7 กันยายน 2553 9:15:27 น.  

 

ณ ปลายฉัตร - ถูกต้องครับ อคตินี่ตัวสำคัญที่สุดที่ทำลายเรา ถ้าคิดว่าเรียนแล้วเครียดก็อย่าไปเรียนเสียเวลา ถ้าถามว่ายากมั้ย ถามอีกร้อยครั้งผมก็จะตอบเหมือนเดิม "ภาษาจีนยากครับ"

แอมอร - ถูกต้องอย่างที่สุดเลยครับ

CEO นิ้วก้อย - ภาษาญี่ปุ่นกับภาษาจีนมีความคล้ายกันระดับหนึ่ง เรื่องลืมเพราะไม่ได้ใช้เป็นปัญหาหลังจากเรียนรู้ครับ ถ้าสามารถเรียนรู้ได้ก็สามารถฟื้นความรู้ได้เช่นกัน

พี่ก๋า - อาจเป็นเหตุบังเอิญก็ได้ ถ้าตั้งใจว่า วันเกิด วันพระจะทำบุญ ก็จะไม่ได้ทำ ไม่รู้ว่าตั้งใจมากไปจนพลาด หรืออย่างไร ไม่ทำบุญในวันพระก็ดีอย่าง คนไม่เยอะ พระท่านก็ไม่ต้องแบกของเยอะด้วย ^^

ter_pt - ถามอีกก็จะตอบเหมือนเดิม "ภาษาจีนยากครับ" แต่ไม่เกินความสามารถของเราหรอก ความจริงไม่จำเป็นต้องทุ่มเทกับมันเลย แค่รู้สึกใฝ่รู้กับมันหน่อยก็พอ บทความนี้ผมชี้ให้เห็นปัญหาจากประสบการณ์ที่ผมเจอ แน่นอนปัญหามันน่าจะมีมากกว่านี้ ถ้าผมรวบรวมได้อีก 5-6 ข้ออาจจะเขียนบล็อกแตกประเด็นออกมาอีก

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 7 กันยายน 2553 12:23:02 น.  

 

สวัสดีตอนบ่ายจ้ะ

วันนี้แวะมาทักเร็วหน่อย...

 

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ 7 กันยายน 2553 13:08:31 น.  

 

สวัสดีครับ

ยากครับ ภาษาจีนเนี่ย

ยอมรับเลย

---------

พรุ่งนี้ อัพเรื่องผีๆกันครับ

อัพเสร็จแล้ว ไปสะกิดนิดนึงนะครับ

 

โดย: อิ ส ร ะ ช น ตั ว โ ต เ ต็ ม วั ย . . ไม่ ใ ช่ ใ ค ร . . . มัน คื อ . . (เป็ดสวรรค์ ) 7 กันยายน 2553 13:26:17 น.  

 

ก่อนเรียนภาษาจีนก็รู้สึกว่ายากนะคะ แต่พอได้เรียนเข้าจริง ๆ ก็ได้อย่างสนุกสนานเพราะชอบมาก อีกอย่าง เพราะได้เหล่าซือดีมากด้วย เรียนกับเหล่าซือคนเดียวกันหลายปีเลย เสียดาย พอเลิกเรียนแล้วก็ส่งคืนเหล่าซือโม้ดดดด ต้องอาศัยดูช่อง CCTV ไว้ทบทวนความรู้

 

โดย: haiku 7 กันยายน 2553 13:28:33 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณต่อ

ป้าเคยเรียนภาษาจีนตอนอยู่ชั้นเตรียม ป.1 (คือชั้นอนุบาลในปัจจุบัน) ตอนนั้นมีชื่อจีนด้วย ได้เรียนรู้การฝนหมึกในแท่นหมึก และการใช้พู่กัน แต่น่าเสียดายโรงเรียนจีนถูกสั่งปิดกลางคัน (คงด้วยเหตุผลทางการเมืองซึ่งเด็กตัวกระเปี๊ยกไม่มีวันเข้าใจ) ป้าจึงต้องหยุดเรียนภาษาจีนตั้งแต่นั้น


มาถึงวันนี้ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับการอ่าน การเขียน การพูดอยู่เลย เสียดายเหมือนกันค่ะ

 

โดย: ร่มไม้เย็น IP: 124.122.200.9 7 กันยายน 2553 14:52:23 น.  

 

เดี๋ยวนี้ภาษาจีนเป็นอะไรที่สากลมากๆ

ใครเก่งภาษาจีน พี่ว่าดูอินเตอร์เลย อิจฉาง่ะ ทำอะไรได้หลายอย่างในโลกใบนี้

เสียดายที่แก่เกินเรียนซะแระ...

 

โดย: นักล่าน้ำตก 7 กันยายน 2553 18:12:35 น.  

 

คนเกาหลีก็เรียนภาษาจีนกันนะ เรียกว่าตัวอ้กษรจีนมากกว่า
ตัวอักษรเหมือนกัน แต่เค้าอ่านออกเสียงต่างกับคนจีนจริงๆ

พี่เคยอ่านบทความเกี่ยวกับเรื่องภาษาๆ นี่แหละ จริงๆพี่ก็เรียนด้านภาษามานะ
การเรียนจะยากหรือง่าย ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วยนะ
ปัจจัยหลักๆ ก็คือ พื้นฐานของคนเรียน เช่น ให้คนญี่ปุ่น กับคนอังกฤษ เรียนภาษาจีน
คนญี่ปุ่นอาจจะบอกว่า ไม่ยากมาก เพราะเค้ามีพื้นฐานมาก่อน แถมภาษาฯปุ่นกับจีน ก็มาจากตระกูลเดียวกัน
เสียงอักษร หรือสระต่างๆ ก็จะมีคล้ายๆกัน
ส่วนคนอังกฤษ อาจจะคิดว่าภาษาจีนยาก เพราะภาษาแม่เค้า มันคนละตระกูลกัน
การออกเสียงต่างจะยากกว่าคนญี่ปุ่นที่พี่ยกตัวอย่างอ่ะนะ


คนเกาหลีเยอะแยะ ที่คิดว่า ภาษาจีนง่ายกว่าอังกฤษ เพราะหลักการเดียวกันนี้แหละจ้ะ

 

โดย: apple juice 7 กันยายน 2553 18:35:31 น.  

 

ตอนนี้ใครรู้ภาษาจีนได้เปรียบมากๆเลยครับ
ถ้าเลือกทำธุรกิจค้าขายกับคนจีนก็ไม่ต้องห่วงเลย
คนจีนมีอยู่ทั่วโลก เป็นชาติที่ยิ่งใหญ่จริง

 

โดย: Don't try this at home. 7 กันยายน 2553 23:54:02 น.  

 

หวัดดีตอนเช้าครับน้องต่อ

 

โดย: กะว่าก๋า 8 กันยายน 2553 8:10:41 น.  

 

มอนิ้งค่ะคุณต่อ
เป็นไรไม่รุ เข้ามาบล๊อคกุณต่อทีไร
เป็นอันต้องจรลีออกไปก่อนเม่้นทุกทีสิน่า แหะๆ
เลยมารวดเดียววันนี้้ซะเลย อิอิ

ฉัตรเป็นแฟนการเมืองค่ะ แต่ไม่เข้มข้น
อะไรที่มันขุ่นใจบางครั้งพูดไปก็เสียอารมณ์
ถ้าพูดไปดังๆ แล้วไม่มีประโยชน์ ก็เก็บไว้งึมงัมๆ ในใจก็พอ
แต่ยอมรับว่าทุกวันนี้ไม่ดู ไม่ฟังข่าวการเมืองค่ะ
เหตุผลมันมากมายสาธยายไม่หมด อิอิ

ส่วนภาษาจีน ยังไงๆ ก็ยากอยู่ดี จริงแท้แน่นอนค่ะ


 

โดย: ณ ปลายฉัตร 8 กันยายน 2553 9:53:58 น.  

 

สายหมอกและก้อนเมฆ - ^^

เป็ดสวรรค์ - รับทราบ

haiku - ได้เหล่าซือดีถือเป็นเรื่องที่ดีครับ ผมมีเหล่าซือหลายคน แต่ละคนต่างก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป ตอนนี้ก็พยายามเขียน Blog เกี่ยวกับภาษาจีน เพื่อที่จะได้เป็นการทบทวนไปในตัว

ร่มไม้เย็น - น่าเสียดายเหมือนกันนะครับ

พี่อัยย์ - ไม่มีคำว่าแก่เกินเรียนครับ ตอนที่ผมไปเรียนที่คุนหมิง บางคนอายุ 50 กว่าแล้วไปเรียนก็ยังมี

apple juice - นอกประเด็นไปนิดนะครับ แต่ละชาติมีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกัน เม่าที่ผมดูมาหลายๆ ชาติ ชาติทางยุโรป อเมริกา เรียนภาษาจีนได้ยาก แต่ถ้าเรียนอย่างตั้งใจ จนถึงระดับสูงแล้ว บอกได้เลยว่าแต่ละคนไม่ธรรมดาแน่นอน

Don't try this at home. - ไม่แน่เสมอไปครับ คนเรียนภาษาจีนเยอะ คนจีนแย่งงานเยอะ ก็เป็นปัญหาเหมือนกัน

กะว่าก๋า - สวัสดีครับ

ณ ปลายฉัตร - เรื่องจริงครับ ภาษาจีนยาก แต่ไม่เกินความสารถที่จะเรียน และไม่ใช่สิ่งที่ให้เราเครียด

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 8 กันยายน 2553 11:37:27 น.  

 

ชื่อตัวละครในสามก๊กเป็นสำเนียงจีนใหหลำ ไม่ใช่แต้จิ๋ว เพราะผู้แปลคือเจ้าพระยาพระคลังหน
ท่านเป็นจีนใหหลำ

 

โดย: BP IP: 58.8.39.9 10 ตุลาคม 2553 18:40:40 น.  

 

BP IP: 58.8.39.9 - บทความไม่ได้บอกว่าเป็นภาษาแต้จิ๋วครับ ยังไงก็ขอขอบคุณที่ช่วยเข้ามาให้ขอมูลเพิ่มเติม เรื่องภาษาถิ่นที่ไม่ใช่ภาษาจีนกลางนั้นสร้างความสับสนให้ผู้เรียนมาก รวมไปถึงชื่อคนหลายๆ คนด้วย ดูอย่างปธน.จีน สิครับ แซ่เวิน แต่นักข่าวไปเรียกเค้า "เหวิน" กันหมดเลย

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 10 ตุลาคม 2553 21:12:57 น.  

 

廣州Gûangzhōuในจีนกลาง หากเป็นสำเนียงกว่างโจว(รวมทั้งคนกวางตุ้งในเมืองอื่น)จริงๆจะออก 'กว๋องเจ๊า'(gwong2dzau1)ครับ

ส่วนสามก๊กนั้นแปลหลายทอดครับ ท่านเจ้าพระยามีผู้ช่วยหลายสไตล์ ตลอดเล่มมีทั้งแต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน ไหหลำ กวางตุ้งรวมทั้งไฮบริด ปนๆกันไป บางตัวแซ่เดียวกันแปลออกมาคนละสำเนียงจึงต่างกันก็มี นับเป็นสีสันวรรณกรรมอย่างหนึ่ง

 

โดย: wellington IP: 115.67.99.251 10 ตุลาคม 2556 21:03:34 น.  

 

wellington IP: 115.67.99.251 - ขอบคุณที่เข้ามาร่วมพูดคุยครับ

ถ้าพูดถึงสามก๊ก ส่วนมากผมจะยึดตามฉบับ เจ้าพระยาพระคลังหนครับ พอจะเข้าใจการทำงานในสมัยก่อนว่ามันยากลำบากต่างกับสมัยนี้ ถ้าสมัยก่อนมีคอมพิวเตอร์ที่สเปกแบบปัจจุบัน คิดว่าปัญหาเรื่องหลายสำเนียงจากการแปลหลายคนน่าจะลดลงได้ระดับหนึ่ง นับเป็นสีสันวรรณกรรมอย่างหนึ่งจริงๆ

บางครั้งมันก็พูดยากนะ เพราะแซ่ตัวละครคนละแซ่ เขียนต่างกัน แต่อ่านเหมือนกันก็มี^^

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 10 ตุลาคม 2556 22:44:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


toor36
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 72 คน [?]




"สิ่งที่ได้มาด้วยวิธีการที่ผิด ย่อมไร้ซึ่งความหมาย"

:UPDATE-:-
16 ก.ค. 2562 - ตะพาบคลานแล้ว~
/人◕ ‿‿ ◕人\


บล็อกก่อนบล็อกนี้
- หนังสือ "วิธีรับมือกับตัวเขมือบความตั้งใจในตัวคุณ"
- [Nendoroid Story] ประเมินผลงานช่วงครึ่งปีแรก
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 231 "มิ่งมิตร"

- เพลง "หมื่นเส้นทาง"
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 230 "ความกลัว"
- เรียนรู้จากฤดูที่แตกต่าง
- นางเอกจืดจาง ที่ถูกลืม
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 229 "สนามรบ"
- หนังสือ "ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้าน ด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว 2"
- เรียนรู้ศัพท์ใหม่จากโปรแกรมพิมพ์ภาษาจีน
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 228 "ต้นไม้ ดอกไม้"
- ไป "พระราชวังสนามจันทร์" กับมิยาบิ คินุกาวะกันเถอะ
- สาวจีนในอนิเม
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 227 "หนึ่งปีมี 10 เดือน"
- จากนมอัดเม็ด สู่แนวคิดทั้งสองแบบ
- งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 47
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 226 "พักใจ"
- ร้านโมเดลที่เคยซื้อ
- 生日礼物 ของขวัญวันเกิด (ตลกร้าย)
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 225 "เฝ้ารอ"
- [Nendoroid Story] อาคาชิ มาแล้วค่ะ~
- พิจารณาตนเอง II
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 224 "ความกล้าหาญครั้งสุดท้าย"
- ใช้ผิดใช้ถูก
- คำพูดเรียกกำลังใจในการ์ตูน
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 223 "เพื่อนใหม่"
- เพลง "Wind Of Change"
- [Nendoroid Story] Return to the stage
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 222 "ของขวัญที่ไม่อยากได้"
- [รีวิวสั้น] การ์ตูนที่ได้ดูในช่วงปี 2018 ที่ผ่านมา
- คำที่ได้ยินบ่อยๆ ในออฟฟิศ
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 221 "คู่หู"
- โลกของ Bloggang XII - บททดสอบมิตรภาพ
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 220 "ไล่"
- อาจารย์ในการ์ตูน
- พูดเรื่องดวงดาว
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 219 "สิ่งที่ราคาแพงที่สุดที่คุณเคยซื้อ"
- [Nendoroid Story] โอโยโดะ มาแล้ว~



ธรณีนี่นี้ เป็นพยาน
เราก็ศิษย์มีอาจารย์ หนึ่งบ้าง
เราผิดท่านประหาร เราชอบ
เราบ่ผิดท่านมาล้าง ดาบนี้คืนสนอง


天生我才必有用 千金散尽还复来

เริ่มนับ 08/07/2010
Free counters!


BNCt9S.jpg
06.jpgMS01.jpg
Y01.jpgY02.jpg
03.jpg0602.jpg







New Comments
Friends' blogs
[Add toor36's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.