ไหว้พระสุขกาย สุขใจ สไตล์ New Normal 6-7 กรกฎาคม 2563 ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา



นายนพดล ภาคพรต
รองผู้ว่การด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
เปิดเผยว่า
สำหรับกิจกรรมภายใต้โครงการ "คิดถึง...ความสุขกาย สุขใจ สไตล์ New Normal"
เป็นกิจกรรมหนึ่งที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เราหวังและกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศ
เป็นที่ทราบกันดีนะครับว่าหลังจากเกิดวิกฤตโควิด-19 หลายคนเริ่มคิดถึง หลายคนอยากเริ่มเดินทางออกไปท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเราจึงได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการตอบโจทย์และรองรับ
และที่สำคัญที่สุดในช่วงนี้เป็นวันหยุดยาวและเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
นั่นก็คือ วันเข้าพรษา
พี่น้องประชาชนหลายคนเดินทางเข้ามาร่วมกิจกรรมในการหล่อเทียนจำนำพรรษาให้กับวัดต่างๆ
ซึ่งถือว่าเป็นมิติที่ดีในการเดินทางท่องเที่ยว
แต่อย่างไรก็ตามในการเดินทางท่องเที่ยวครั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเราพยายามผลักดัน
และส่งเสริมให้อยู่ภายใต้มาตรฐานของการรักษาความปลอดภัย
ในการใส่หน้ากาก การล้างมือบ่อยๆ รวมถึงเรื่องการรักษาระยะห่างและลดความหนาแน่นในพื้นที่
เราเชื่อนะครับว่าทุกท่านในวันนี้ในการเดินทางมาร่วมกิจกรรมทางด้านศาสนสถานของเรา
จะมีความสุข มีความสนุกเหมือนเดิม ทั้งนี้ทั้งนั้นเราคงต้องรักษามาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขเป็นอย่างดี
เพราะฉะนั้นขอให้ท่านเดินทางท่องเที่ยวในห้วงเข้าพรรษาและวันหยุดยาวตรงนี้อย่างมีความสุขต่อเนื่องนะครับ



วัดชายนา ตั้งอยู่ที่ ต.เจ้าเจ็ด อ เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา



การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชวนพุทธศาสนิกชนท่องเที่ยวไหว้พระทำบุญทั่วไทยในวันเข้าพรรษา
ภายใต้กิจกรรม "ท่องเที่ยวไหว้พระ สุขกาย สุขใจ สไตล์ New Normal @จังหวัดพระนครศรีอยุธยา"
ซึ่งเป็นกิจกรรมฟื้นฟูการท่องเที่ยวด้วยการจัดกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวในวันเข้าพรรษา
วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 พร้อมกัน 45 สำนักงานทั่วประเทศ
ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นแล้ว

โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ นับเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ "คิดถึง...ความสุขกาย สุขใจ สไตล์ New Normal"
เป็นการจัดนำเที่ยวไหว้พระ ทำบุญในวันเข้าพรรษาโดยเฉพาะภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เป็นหนึ่งในภูมิภาคภาคกลางที่มีวัดวาอารามที่มีความสำคัญ โดดเด่น งดงาม
และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม (UNESCO)
และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร
ซึ่ง ททท.สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ได้เลือกวัดสำคัญในพื้นที่หลักอำเภอพระนครศรีอยุธยา
และพื้นที่รองในเมืองหลัก อำเภอเสนา ปูพรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทั่วจังหวัดใน 2 เส้นทางบุญ



โดย ททท.ภูมิภาคกาคกลาง พาทัวร์ 2 เส้นทางทำบุญไหว้พระเข้าพรรษา สุขกายสุขใจ@อยุธยา
และร่วมสืบสานประเพณีไทย ถวายเทียนพรรษา ณ วัดชายนา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ดังนี้



เส้นทางบุญที่ 1 วัดชายนา อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
มากราบสักการะขอพรพระประธานในพระอุโบสถเพื่อเสริมสิริมงคลและร่วมทำบุญถวายเทียนจำนำพรรษา
ในเทศกาลเข้าพรรษา พร้อมทำบุญสร้างพระอุโบสถหลังใหม่





(จากภาพซ้ายไปขวา)
นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม หัวหน้างานภาคกลาง1 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง
นายไพรัชช์ ทุมเสน ผู้อำนวยการ กองตลาดภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย



(จากภาพซ้ายไปขวา)
นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม หัวหน้างานภาคกลาง1 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
นายไพรัชช์ ทุมเสน ผู้อำนวยการ กองตลาดภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง
นางดวงใจ กาญธีรานนท์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา





ออกจากวัดชายนาก็มาต่อวัดที่สองค่ะ วันเจ้าเจ็ดใน



วัดเจ้าเจ็ดใน เป็นวัดราษฏร์ ตั้งอยู่บนริมฝั่งลำคลองเจ้าเจ็ด
ตั้งอยู่เลขที่ 34 ถนนเทศบาลเจ้าเจ็ด หมู่ที่3 ตำบลเจ้าเจ็ด อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย

วัดเจ้าเจ็ดใน เป็นวัดโบราณมีมาช้านาน เกิดขึ้นในสมัยหลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าแล้วใหม่ๆ
สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2335
ระบุไว้ตามหนังสือรับรองสภาพวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม 4 กองพุทธศาสนสถาน กรมการศาสนากระทรวงศึกษาธิการ
จากตามคำบอกเล่าคนเฒ่าคนแก่และสันนิษฐานได้ว่า
พื้นที่ตั้งวัดเป็นท้องที่ลาดลุ่มน้ำท่วมขังเป็นประจำในฤดูฝนเนื่องจากอยู่ริมคลองเจ้าเจ็ด
ซึ่งมีป่าพงไพรรกร้างเป็นอย่างยิ่งจึงเป็นที่อยู่อาศัยของสรรพสัตว์ดุร้ายต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นจระเข้ ช้าง เสือ ฯลฯ
และยังเป็นที่หลบลี้หนีภัยสงครามพม่าของเหล่าบรรดาเจ้าฟ้ามหากษัตริย์อีกด้วย
ดังนั้นเมื่อบรรดาเจ้าฟ้ามหากษัตริย์มาหลบภัยสงครามมาพำนักอาศัยนี้จึงได้สร้างปูชนียวัตถุขึ้น
จากนั้นชาวบ้านจึงได้พากันร่วมใจต่อเติมสร้างเสริมกลายเป็นวัดนี้ขึ้นมา
เพราะเจ้าฟ้ามหากษัตริย์ทั้งหลายที่ลี้ภัยสงครามมานับได้ 7 พระองค์ จึงตั้งวัดนี้ว่า "วัดเจ้าเจ็ด"
ต่อมาได้เกิดมีวัดอีกวัดหนึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของวัดเจ้าเจ็ดนี้ที่มีเนื้อที่ติดต่อกัน
ดังนั้นวัดเจ้าเจ็ดจึงมีคำว่า“ใน”ต่อท้ายอีกคำหนึ่ง
ซึ่งมีชื่อเรียกในปัจจุบันว่า “วัดเจ้าเจ็ดใน”ส่วนวัดเจ้าเจ็ดที่อยู่ทางด้านทิศเหนือเรียก “วัดเจ้าเจ็ดนอก”



นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ
ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง
(จากภาพซ้ายสุด)กล่าวว่า
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็น 1 ใน 17 จังหวัดภูมิภาคภาคกลางที่มีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง
โดยสามารถเดินทางตามรอยเส้นทางศาสตร์ศรัทธาท่องเที่ยวไหว้พระทำบุญในเทศกาลเข้าพรรษา
อีกทั้งยังสามารถเดินทางสายบุญเชื่อมโยงไปยังจังหวัดอื่นๆ
อาทิ จังหวัดสระบุรีที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรมแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติ
ตลอดจนมีสิ่งอำนายความสะดวกด้านสถานที่พัก
ร้านอาหารตามมาตรฐาน SHA (Amazing Thailand Safety and Health Administration)
เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มั่นใจและมีความสุขในการเดินทางท่องเที่ยว
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานพระนครศรีอยุธยา โทร.035246076-7
Line : @tatayutthaya
FB : TAT Ayutthaya หรือ Call center 1672



ณ วัดเจ้าเจ็ดใน อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้านตลาดในประเทศ
มาเป็นประธานในพิธีถวายเทียนพรรษาและเครื่องปัจจัยไทยธรรม
แด่เจ้าอาวาสและคณะสงฆ์วัดเจ้าเจ็ดใน



และที่วัดเจ้าเจ็ดนี้
มีนายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภูมิภาคภาคกลาง
และมีนายไพรัชช์ ทุมเสน ผู้อำนวยการกองตลาดภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
และนางดวงใจ กาญธีรานนท์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพระนครศรีอยุธยา
นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม หัวหน้างานภาคกลาง1 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
พร้อมคณะผู้บริหารททท.ประชาชน และคณะนักท่องเที่ยวร่วมในพิธีทำบุญในวันเข้าพรรษาเพื่อความสิริมงคล





วัดเจ้าเจ็ดใน ขึ้นชื่อว่ามีอดีตพระเกจิอาจารย์ดังลุ่มแม่น้ำน้อย นามว่า “ หลวงพ่อยิ้ม”
ที่มีชื่อเสียงพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม
และพระงบน้ำอ้อยเนื้อดินที่ประชาชนทั่วไปเชื่อมั่นศรัทธา



จากนั้นก็มาสู่วัดที่ 3 วัดบางนมโค
วัดบางนมโค ตั้งอยู่ที่ตำบลบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดที่มีชื่อเสียงในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เพราะเป็นวัดที่หลวงพ่อปาน โสนันโท ท่านจำพรรษาอยู่ ซึ่งท่านได้มรณภาพไปนานแล้ว
แต่ชื่อเสียงและคุณงามความดีของท่านยังอยู่
วัดบางนมโคนี้ สร้างขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน
บางท่านก็ว่ามีในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
เดินชื่อวัดนมโค เมื่อ พ.ศ. 2310 พม่าข้าศึกได้มาตั้งค่ายหนึ่งขึ้นที่ตำบลสีกุก
ห่างจากวัดบางนมโค ซึ่งย่านวัดบางนมโคนี้มีการเลี้ยงวัวมากกว่าที่อื่น
พม่าจึงกวาดต้อนเอา วัว ควาย จากย่านบางนมโคไปเป็นเสบียงเลี้ยงกองทัพพม่า
ต่อมากรุงศรีอยุธยาก็เสียแก่พม่า บ้านเมืองระส่ำระสาย
วัดบางนมโคจึงทรุดโทรม ต่อมามีการซ่อมแซมขึ้นใหม่ซึ่งก็ยังมีการเลี้ยงโคกันอยู่เหมือนเดิม
ชาวบ้านจึงเรียกติดปากว่า "วัดบางนมโค"
อาณาเขตของวัดมีเนื้อที่ทั้งหมด 24 ไร่ 21 วา 3 งาน



นอกจากนี้ยังมี วัดบางนมโค เพื่่อกราบสักการะ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง “หลวงพ่อปาน”
ด้วยบารมีของหลวงพ่อปานท่านทำนุบำรุงวัดวาอารามในเขตอำเภอเสนาและอำเภอใกล้เคียง
ประชาชนผู้เดือดร้อนเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคภัยธรรมดา
หรือ โดนคุณไสย ผีเข้า หากมาหาหลวงพ่อปาน เป็นต้องหายทุกรายไป
แม้กระทั่วโรคห่า (อหิวาตกโรค) ซึ่งฆ่าคนในจังหวัดไปอย่างมากมาย
แต่มาถึงเขตตำบลบางนมโคกลับไม่มีโรคห่าระบาดเหมือนในพื้นที่ตำบลอื่นๆ
เนื่องจากหลวงพ่อปานท่านรักษาได้ทันท่วงทีจึงขนานนามท่านว่า “พระหมอหลวงพ่อปาน”



นอกจากคุณงามความดีที่ท่านได้ช่วยชาวบ้านและทำนุบำรุงศาสนาแล้ว
สิ่งที่ท่านได้สร้างไว้ให้เป็นมรดกตกทอดถึงลูกหลานปัจจุบันนั่นก็คือ
วัตถุมงคล พระเครื่องเนื้อดินเผา อุดด้วยผงอิทธิเจของหลวงพ่อปาน
ซึ่งเป็นรุ่นเดียวที่ท่านสร้างขึ้นด้วยตัวท่านเองและปลุกเสกเอง ซึ่
งท่านได้วิชาการสร้างพระพิมพ์ต่างๆเหล่านี้มาจาก "ชีปะขาว"
ซึ่งเป็นพระพิมพ์ที่ไม่เหมือนพระพิมพ์ใดๆ ในอดีต





ที่วัดบางนมโคแห่งนี้
นายไพรัชช์ ทุมเสน ผู้อำนวยการกองตลาดภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
และนายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม หัวหน้างานภาคกลาง1 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
พร้อมทั้งคณะมาร่วมในพิธีทำบุญในวันเข้าพรรษาเพื่อความสิริมงคล







ออกจากวัดบางนมโค ททท.ภูมิภาคภาคกลางก็พามาสู่สำหรับเส้นทางบุญที่ 2
อันจะได้แก่วัดวัดสะแก เพื่อกราบสักการะขอพรหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
แต่เนื่องจากอุ้มไม่ได้ไป "วัดสะแก" ก็เข้าสู่ "วัดศาลาปูนวรวิหาร" นะคะ



วัดศาลาปูนวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดวรวิหาร นิกายเถรวาท
ตั้งอยู่เลขที่ 38 หมู่ 4 ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เบอร์โทรวัด : 035242165

วัดศาลาปูน เดิมเป็นวัดราษฎร์และวัดโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา
ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างเมื่อใดใครเป็นสร้าง
ครั้งเสียกรุงอยุธยาครั้งที่ 2 พ.ศ.2310 จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ 1 ได้กลายเป็นวัดร้าง
ต่อมาในรัชกาลที่ 2 ได้มีผู้บูรณปฏิสังขรณ์วัดขึ้นใหม่เมื่อปีพ.ศ. 2359
และเรียกชื่อวัด ว่า วัดโลกยสุทธาวาส
ต่อมาในรัชกาลที่ 3 เรียกชื่อว่า วัดโลกยสุทธาวาสวรวิหาร
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ทั่วพระอาราม
รวมทั้งอุโบสถ เจดีย์ ปรางค์และเสนาสนะต่างๆ โดยทั่วถึงกัน

ต่อมารัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ.2394
ได้เรียกชื่อวัดใหม่ว่า วัดโลกยสุธามหาวรวิหาร
ต่อมารัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ปีพ.ศ. 2422
จีงได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อ วัดโลกยสุธาศาลาปูน
พร้อมกับโปรดฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดและสร้างกุฏิขึ้นอีก
พอในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พ.ศ.2453
ก็เรียกว่า วัดโลกสุธาศาลาปูน
แต่ภายหลังต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2459 จึงเรียกว่า วัดศาลาปูน



วัดศาลาปูนวรวิหาร
เป็นวัดโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่พบหลักฐานการก่อตั้งวัดและใครเป็นผู้สร้าง
เดิมเป็นวัดราษฎร์
และเคยเป็นวัดร้างมาแล้วเมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี พ.ศ. 2310 สมัยกรุงศรีอยุธยา
เนื่องด้วยบริเวณวัดเป็นคลองมหานาค
ซึ่งเป็นคลองยุทธศาสตร์ที่ขุดมาจากบริเวณภูเขาทองจรดแม่น้ำลพบุรีข้างวัดศาลาปูน
โดยประวัติในพงศาวดารกล่าวไว้ว่า

"ในแผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระเจ้าหงสาวดี ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา
พระมหานาควัดภูเขาทองสึกมารับอาสาตั้งค่ายกันข้าศึก
ตั้งแต่วัดภูเขาทองลงมาจรดวัดป่าพลูมาทางใต้ถึงวัดศาลาปูน
แล้วเลี้ยวมาทางตะวันตกย่านวัดขุนยอนและหน้าวัดป่าพลูออกแม่น้ำใหญ่ที่เหนือหัวแหลม
จึงระบุได้ว่าวัดศาลาปูนมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในประวัติศาสตร์ชาติไทย"



สำหรับปูชนียวัตถุ ก็คือ พระอุโบสถที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา
ภายนอกเป็นทรงไทยแบบอยุธยา คือมีพาไลทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
หลังคาซ้อนชั้น หน้าบันเป็นปูนปั้นรูปเทพพนม ซุ้มประตูหน้าต่างเป็นปูนปั้น
บานหน้าต่างเป็นงานลงรักปิดทองลายพรรณพฤกษา
ส่วนบานประตูมีทั้งงานไม้แกะสลักปิดทองคำเปลว และงานลงรักปิดทองลายทวารบาล



ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธาน พระพุทธรูปปั้นปิดทองปางมารวิชัย
ที่เป็นศิลปกรรมแบบสุโขทัย พร้อมทั้งมีลายจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยา



การที่วัดมีชื่อเรียกว่า "วัดศาลาปูน" เนื่องด้วยเป็นชื่อหมู่บ้าน
ราษฎรประกอบอาชีพเผาปูนขาย ด้านทิศตะวันออกของวัดยังปรากฏซากเตาเผาปูนอยู่
แต่บางท่านก็สันนิษฐานว่าคงชื่อวัดศาลาปูนมาแต่ดั้งเดิม
ต่อมาเมื่อทรงราชการคือพระเจ้าแผ่นดินโปรดฯ ให้มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัด
จึงเปลี่ยนนามเป็นวัดโลกยสุธา หรือโลกสุธา
โดยยังคงความหมายชื่อเดิมอยู่ เพราะคำว่า สุธา แปลว่า ปูนขาว
กาลเวลาผ่านไปชื่อโลกยสุธา หรือโลกสุธา
ที่หลวงหรือทางราชการคงจะเรียกยาก จึงไม่ติดปากชาวบ้านในที่สุดก็เลือนหายไป
กลับมาใช้ชื่อศาลาปูนเหมือนเดิม



วัดศาลาปูนวรวิหารสวยมากอุ้มชอบมากค่ะวัดนี้



วัดศาลาปูนมีโบราณวัดถุที่สำคัญคือพระพุทธรูปสำริดสมัยอยุธยาโบราณ
มีชื่อว่า "หลวงพ่อแขนลาย"
เป็นพระพุทธรูปหน้าตักกว้าง 29 นิ้ว เป็นพุทธศิลปสมัยก่อนอยุธยา
เป็นพระพุทธรูปที่ลงยันต์อักขระที่แขนเป็นพระพุทธรูปโบณาณ
ซึ่งมีลักษณะคล้ายพระอัครสาวกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
กล่าวคือ พระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร
สังเกตที่แขนด้านหนึ่งขององค์พระมีการลงอักขระยันต์ไว้อย่างชัดเจน
เชื่อกันว่าเป็นรูปเคารพของพระบรมไตรโลกนาถและพระศรีอารย์
เป็นที่เล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิ์และการบนบานศาลกล่าวที่ประสบความสำเร็จมากเลยค่ะ
และต้องพลาดมาสักการะอัฐิธาตุของหลวงปู่สวัสดิ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหารค่ะ



เช้าวันที่ 7 กรกฎาคม 2563 ททท.ภูมิภาคภาคกลางพามากินมื้อเช้าที่นี่ค่ะ
ร้าน Nature Coffee in the Garden เปิดบริการตั้งแต่เวลา 8.00 - 20.00 น.
ร้านคาเฟ่ชิคในสวนสวยบรรยากาศร่มรื่นเหมาะกับการมานั่งชิลชิลกับเพื่อน
พิกัดง่ายมากเลยเพราะตั้งอยู่ตรงกันข้ามวิทยาลัยอาชีวะศึกษา
บรรยากาศเหมือนกับยกสวนมาไว้ข้างคุณเลยนะคะ
เน้นตกแต่งด้วยต้นไม้ตระกูลเฟิร์นมีให้นั่งได้ทั้งด้านนอกและด้านในห้องแอร์



เมนูอาหาร มีทั้งอาหารตามสั่ง / สลัด / สเต็ค / อาหารอีสาน
รวมไปถึงเครื่องดื่ม ร้อนเย็นทั้งหลายมีหมดค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นกาแฟปางขอนที่เป็น Standard ของร้านเราแล้ว
ยังมีเมล็ดกาแฟ Special ที่มาจากพื้นที่ต่างๆ ให้เลือก
ไม่ว่าจะเป็นกาแฟไทยที่มาจากทางเหนือ เช่น ดอยช้าง หรือจะมาจาก เอธิโอเปีย เคนย่า โคลัมเบีย ฯลฯ





กินอิ่มมากก็มุ่งสู่วัดตะโก ตำบลดอนหญ้านาง อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา



วัดตะโกเป็นวัดที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางเนื่องจากเป็นวัดที่หลวงพ่อรวยเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
อีกอย่างวัตถุมงคลหลวงพ่อรวยเป็รที่ประจักษ์ว่าแคล้วคลาด มีเมตตา
อีกทั้งหลวงพ่อรวยมีจริยวัตรงดงามปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์อย่างเคร่งครัด
ตั้งแต่เริ่มบรรพชาเป็นสามเณรครั้งแรกที่วัดตะโกจนอายุครบอุปสมบทก็มาอุปสมบทที่วัดตะโก
นับเป็นพระนักพัฒนาที่นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่วัดตะโกอย่างแท้จริง
ทุกวันนี้ผู้คนจากทั่วประเทศและทั่วโลกต่างมาที่วัดตะโกกันทั้งนั้นเลยค่ะ



วันนี้ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างสูง
นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภูมิภาคภาคกลาง
นายไพรัชช์ ทุมเสน ผู้อำนวยการ กองตลาดภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม หัวหน้างานภาคกลาง1 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
และนายอภิรัตน์ ทวีทรัพย์ พนักงานการตลาด6 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
และคณะ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ที่พาอุ้มสีมาที่วัดตะโกค่ะ





อุ้มสีได้เข้ามากราบหลวงพ่อทองคำ หลวงพ่อบุญญาฤทธิ์ และหลวงพ่อรวย
ถือเป็นมงคลแห่งชีวิตในเทศกาลเข้าพรรษาและในเดือนเกิดของอุ้มสีเลยค่ะออเจ้า





จากนั้น ททท.ภูมิภาคภาคกลางพาไปเดินตลาดโก้งโค้งและกินข้าวเที่ยงกันที่นี่ค่ะ



นายไพรัชช์ ทุมเสน
ผู้อำนวยการ กองตลาดภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
เปิดเผยว่า
หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 ในประเทศไทยได้คลี่คลายลง
ทางรัฐบาลได้เปิดโอกาสให้มีการเดินท่องเที่ยวไทยแล้ว
ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้จัดโครงการ"ท่องเที่ยวไหว้พระ สุขกาย สุขใจ สไตล์ New Normal"
จัดพร้อมกัน 45 สำนักงานทั่วประเทศของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ในส่วนของส่วนภาคกลางมีการจัดทริปในพื้นที่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วยนะครับ
ซึ่งในช่วงวันหยุดที่ผ่านมามีการเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่
แล้วแต่ละที่มีการป้องกันในเรื่องของสุขอนามัย มีการใส่หน้ากาก มีการวางจุดเจลล้างมือเป็นระยะก่อนเข้า
มีการสแกนอุณหภูมิก่อนเข้าและมีการสแกนแอปไทยชนะแสดงว่าเราได้เข้ามาแล้วก็ออกไป
เป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวในการใช้บริการที่มีความปลอดภัยด้านสุขอนามัยและมาตรฐานการบริการ

แล้วที่ผ่านมามีการถวายเทียนพรรษาพร้อมกัน 45 สำนักงานเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็มีที่วัดเจ้าเจ็ดใน วัดชายนา
สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้หลวงพ่อรวยวัดตะโก-วัดสะแก
ทุกสิ่งทุกอย่างเราสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้แล้ว ตลาดโก้งโค้งก็เปิดขายให้บริการแล้ว
สามารถมาเดินทางท่องเที่ยวด้วยความสุขกายสุขใจแล้วก็มั่นใจในบริการ
ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่จังหวัดพระรครศรีอยุธยากันครับ



ตลาดโก้งโค้งตั้งอยู่ที่ริมถนนบางปะอิน-วัดพนัญเชิง (ติดวัดเลน) ต.ขนอนหลวง
ที่มาของตลาดโก้งโค้ง
เพราะคำว่า "โก้งโค้ง" เป็นคำที่ชาวบ้านเรียกตลาดในสมัยโบราณที่คนขายสินค้าจะนั่งอยู่บนพื้นแบบไม่ถือตัว
คนที่มาซื้อจะต้องโก้งโค้งอ่อนน้อมถ่อมตนโน้มตัวเลือกดูสินค้าที่ตนสนใจ เป็นภาพการซื้อขายที่น่ารัก

ตลาดโก้งโค้งตั้งอยู่ใกล้บริเวณ “บ้านแสงโสม”
ลักษณะเป็นบ้านเรือนไทยหมู่ใหญ่ที่คงความเป็นไทยสถาปัตยกรรมไทยแบบโบราณ
และสถานที่แห่งนี้ในอดีตกาลยังเป็นด่านขนอนก็คือด่านเก็บภาษีในสมัยนั้น
มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้านานาชนิด ทั้งที่เป็นสินค้าชุมชนและสินค้าที่มาจากต่างเมือง
สถานที่นี้จึงถูกรือฟื้นความเป็นไทยให้กลับมาอีกครั้ง



ขอขอบคุณ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา
เพลง : เที่ยวเมืองไทยกันเหอะ...ดีกว่าเยอะ / อิน บูโดกัน
BG : ลักกี้ / กล่องเขียนคอมเม้นท์ : lozocat / Banner : oranuch_sri
ของแต่ง BLOG : ป้ามด + ดอกหญ้าเมืองเลย + ชมพร + ญามี่ + เนยสีฟ้า

 




 

Create Date : 14 กรกฎาคม 2563
22 comments
Last Update : 29 กรกฎาคม 2563 11:00:09 น.
Counter : 503 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnonnoiGiwGiw, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณkae+aoe, คุณSleepless Sea, คุณTui Laksi, คุณกะว่าก๋า, คุณสองแผ่นดิน, คุณtoor36, คุณKavanich96, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณmultiple, คุณตะลีกีปัส, คุณเริงฤดีนะ, คุณhaiku, คุณวลีลักษณา, คุณเนินน้ำ, คุณnewyorknurse, คุณหอมกร, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน

 

เจิมๆๆ ขอตามที่อุ้มไปไหว้พระด้วยคนค้าา

 

โดย: nonnoiGiwGiw 14 กรกฎาคม 2563 11:12:35 น.  

 

 

โดย: โอน่าจอมซ่าส์ 14 กรกฎาคม 2563 11:51:02 น.  

 

น่าเที่ยวมากค่ะจังหวัดนี้

 

โดย: kae+aoe 14 กรกฎาคม 2563 13:09:52 น.  

 

สวัสดีครับ
มาเที่ยวไหว้พระด้วยครับ

 

โดย: Sleepless Sea 14 กรกฎาคม 2563 17:30:38 น.  

 

โห...ยุดยา นอกจากวัดในเมืองดังๆ
ยังมีวัดสวย ที่ อ.เสนา อีกด้วย
ต้องตามรอยคุณอุ้มกับคณะ ททท.พาเที่ยวด้วยละ
ขอบคุณค่ะ เที่ยวไทยดีกว่าเยอะจริงๆค่ะ
แม้จะเป็นเที่ยวแบบ New Normal นะคะ

ปล.ขอบคุณคำชมด้วยจร้า จุ๊บๆ

 

โดย: Tui Laksi 14 กรกฎาคม 2563 19:01:50 น.  

 

ช่วงโควิด
แม้แต่วัดก็ยังกระทบจริงๆนะครับพี่อุ้ม

 

โดย: กะว่าก๋า 14 กรกฎาคม 2563 21:03:28 น.  

 

มาเที่ยว ไหว้พระด้วยคนครับ
เคยไปวัดหลวงพ่อปานครับ

 

โดย: สองแผ่นดิน 14 กรกฎาคม 2563 21:23:35 น.  

 

ผมโชคดีได้ไปเที่ยวก่อนที่จะประกาศล้อคดาวน์ ไว้มีโอกาสคงจะได้นำมาลงให้ได้ชมกัน

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 14 กรกฎาคม 2563 23:54:21 น.  

 

ขอบคุณที่แบ่งปัน

 

โดย: Kavanich96 15 กรกฎาคม 2563 4:30:48 น.  

 

ไหว้พระสุขกาย สุขใจ สไตล์ New Normal
สาธุค่ะ

 

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ 15 กรกฎาคม 2563 7:31:26 น.  

 


สวัสดียามเช้าครับพี่อุ้ม

 

โดย: กะว่าก๋า 15 กรกฎาคม 2563 7:41:55 น.  

 

ว้าวๆว้าว ชื่อเก๋มาก เส้นทางบุญอยุธยานี่ น่าไปเที่ยวมากเลยนะครับ
แถวเสนา วัดแยะ ของกินอร่อย ไม่ไกลจาก กทม.ด้วย

เดี๋ยว อ.เต๊ะ รอโควิด สงบนิ่งเมื่อไหร่ เจอกันแน่ครับ

 

โดย: multiple 15 กรกฎาคม 2563 8:38:09 น.  

 

สวัสดีมีสุขค่ะ

ยังมีที่เที่ยวในไทยอีกเยอะแยะค่ะที่ยังอยากไป
เที่ยวไทยคุ้มค่า สบายตาสบายใจ จริงๆค่ะ

 

โดย: ตะลีกีปัส 15 กรกฎาคม 2563 14:56:20 น.  

 

 

โดย: เริงฤดีนะ 15 กรกฎาคม 2563 15:05:58 น.  

 

ทุกวัดในบล็อกนี้...ไม่เคยไปมาก่อนเลย...555
ได้ไปเที่ยวกับบรรดาบิ๊กๆ ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
คราวนี้แหละครับ

 

โดย: พายุสุริยะ 16 กรกฎาคม 2563 11:39:30 น.  

 

ชอบวัดศาลาปูนวรวิหาร

เคยไปแต่แวะดูธรรมมาสอย่างเดียว

 

โดย: ผู้ชายในสายลมหนาว 16 กรกฎาคม 2563 13:53:02 น.  

 

กรุงเก่ามีที่น่าเที่ยวเยอะเลยนะคะ

 

โดย: วลีลักษณา 16 กรกฎาคม 2563 20:12:01 น.  

 

หลังสถานการณ์โควิดผ่านไป
ชักชวนคนไทยเที่ยวไทยกันเยอะ ๆ ค่ะ

 

โดย: เนินน้ำ 17 กรกฎาคม 2563 18:26:33 น.  

 

มาเที่ยวด้วยค่ะ

 

โดย: newyorknurse 18 กรกฎาคม 2563 2:33:14 น.  

 

อุ้มสี Travel Blog ดู Blog
บล็อกส่งเสริมการท่องเที่ยวดีเด่นค่ะ

 

โดย: หอมกร 18 กรกฎาคม 2563 8:58:08 น.  

 

ตามพี่อุ้มไปเที่ยวด้วยคนค่า

 

โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน 18 กรกฎาคม 2563 14:11:36 น.  

 

อยากไปตามรอยเลยจ้า

 

โดย: M (สมาชิกหมายเลข 5946129 ) 18 กรกฎาคม 2563 23:36:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


BlogGang Popular Award#16


 
อุ้มสี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 113 คน [?]






ผล BlogGang Popular Award #15
จากวันที่ 1 ม.ค. 62 - 31 ธ.ค. 62
ขอบคุณนะคะที่โหวตให้อุ้มสี



ขอบคุณหัวใจ 266 ดวง
ที่แปะให้อุ้มตลอดเดือน ก.พ.60





ขอบคุณผลโหวต
BlogGang Popular Award # 12
ปี พ.ศ.2560



ขอบคุณหัวใจ 499 ดวง
ที่แปะให้อุ้มตลอดเดือน ก.พ.59


ขอบคุณผลโหวต
BlogGang Popular Award # 11
5 มีนาคม 2559



กิจกรรมในเดือนแห่งความรัก
ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2558
กราบขอบพระคุณทุกท่าน
แปะหัวใจให้ถึง 351 ดวง


ปี พ.ศ. 2558
BlogGang Popular Award # 10


ขอบคุณทุกคะแนนโหวตค่ะ
ซาบซึ้ง อบอุ่น ตื้นตัน



กิจกรรมในเดือนแห่งความรัก
ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2557
กราบขอบพระคุณทุกท่านค่ะ

คลิกที่นี่:: Interview .. the Blogger :: ~ อุ้มสี ~



ปี พ.ศ.2557
BlogGang Popular Award # 9
ขอบคุณทุกคะแนนโหวตค่ะ
ซาบซึ้ง อบอุ่น ตื้นตัน




ปี พ.ศ.2556
BlogGang Popular Award # 8
ขอบคุณทุกคะแนนโหวตค่ะ
ซาบซึ้ง อบอุ่น ตื้นตัน




Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
14 กรกฏาคม 2563
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add อุ้มสี's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.