ไปเที่ยวกันดีกว่าค่ะ .. ^^
Group Blog
 
All Blogs
 

Japan Day 4 : เที่ยวในตัวเมืองนาโกย่า และวันกลับ



24 ตุลาคม 2559 ใช้เวลาวันสุดท้ายก่อนกลับไทยเที่ยวชมในตัวเมืองนาโกย่

โดยใช้ Subway one day pass (740 ¥/คน)

25 ตุลาคม 2559 เดินทางกลับประเทศไทย ด้วย JAL เวลา 10.10 น.

ความประทับใจ : เกาลัดดูแลตัวเองได้ดี สามารถดูแลแม่ได้หลายเรื่อง
และเรียนรู้เกี่ยวกับการเดินทางด้วยตัวเองได้รวดเร็ว 
มีความมั่นใจที่จะแก้ปัญหาเองได้หลายอย่าง


------------------------------------------------------------------------------------------


24 ตุลาคม 2559


ตื่นสาย แล้วก็พากันไปซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินแบบใช้ได้ 1 วัน 
ซื้อได้ที่สถานีรถไฟใต้ดินทุกสาขา 
(ซึ่งตอนแรกเราพากันไปซื้อที่ Tourist Center ที่สถานี JR โน่น 
จึงต้องเดินย้อนกลับมาอีกที)

ในภาพ เกาลัดกำลังนับเหรียญจ่ายค่าตั๋ว






นั่งรถไฟใต้ดินไปสถานี Sakae เดินทะลุไป Oasis21





ขึ้นบนดาดฟ้า ด้านหลังเป็นนาโกย่าทีวีทาวเวอร์











ไปชิมซูชิสายพานซึ่งมีคนรีวิวไว้เยอะ ราคานับตามจาน ไม่มีบุฟเฟต์







ที่โต๊ะมีตู้กดน้ำร้อนเพื่อชงชาด้วยตัวเอง






เขาเอาเมนูมาให้สั่งก็สั่ง ในสายพานก็ไม่มีมาสักที เพราะร้านเพิ่งเปิด



























สถานที่ต่อไป ลงใต้ดินจากสถานี Sakae ไปสถานี City Hall 
เพื่อไปปราสาทนาโกย่า ซื้อบัตรเข้าชม 500 เยน/คน พอไปยื่น 
เขาบอกเด็ก 13 ขวบเข้าฟรี เลยบอกให้เกาลัดไปคืนบัตร 
เกาลัดได้เงินคืนมาให้แม่




















ที่จริงวันนี้อยากไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ 
แต่วันนี้เป็นวันจันทร์ปิดกันหมด จากปราสาทนาโกย่า 
จึงเริ่มจะนึกไม่ออกแล้วว่าจะไปไหน 
สุดท้าย ต้องกลับไปส่งเกาลัดที่โรงแรมก่อน เกาลัดบอกไม่อยากไปวัด 
มาถึงโรงแรมสักพักก็หลับ คงจะเพลีย แม่เลยออกไปเที่ยวต่อ ..... 
เดินไปตลาดปลาใกล้โรงแรม ตามแผนที่ไปเรื่อยๆ




ไปถึงก็สี่โมงเย็นแล้ว ไม่ได้เห็นอะไร 
ที่จริงหากอยากมากินอาหารที่นี่ต้องมาตอนเช้า





ร้านปาจิงโกะ




จากตลาดปลา ลงรถไฟใต้ดินสถานี Nagoya ไปวัดโอสุคันนง 
สถานีชื่อเดียวกับวัด



ใกล้วัดนี้เป็นย่านช้อปปิ้ง ตามถนนสายต่างๆ เต็มไปด้วยห้างร้านจำนวนมาก
ละลานตา




นี่ก็ย่านช้อปปิ้งใกล้วัดโอสุคันนง เจอร้านรองเท้า ABC MART 
ราคารองเท้าถูกกว่าไทยเยอะ 
เราเดินไปนิดเดียว ยังไม่ทันเห็นว่ามีร้านอะไรอีกบ้าง














เราเป็นห่วงลูกจึงไม่มีแก่ใจจะเลือกซื้ออะไร 
เข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตได้ของกินหลายอย่างก็รีบเผ่นกลับโรงแรมไปหาเกาลัด 
ติดใจองุ่น รสชาติหอมหวานเหมือนกุหลาบ 
พอไปถึงเกาลัดตื่นนอนแล้ว ก็ได้กินอาหารพอดี





จากนั้นชวนเกาลัดออกไปข้างนอก 
แม่อยากไปลองชิมอิชิรันราเมน (ราเมนข้อสอบ) สาขานาโกย่า 
แต่เกาลัดไม่ไป แม่จึงลุยเดี่ยว ไปสถานี Sakae 
แล้วเดินตามกูเกิ้ลแมพไปร้าน เมื่อไปถึงต้องต่อแถวสักพักถึงจะได้กิน







ทำข้อสอบก่อนกิน












เดินชมย่าน Sakae ยามค่ำคืน




นาโกย่าทีวีทาวเวอร์





โอเอซิส21 ยามค่ำคืน จากนั้นก็เดินเข้าสถานีรถไฟใต้ดินที่เชื่อมต่อกับห้าง
พื่อลงรถกลับไปโรงแรม ก่อนเข้าโรงแรมแวะซื้อไอศครีมและของกินฝากเกาลัด
 แต่เกาลัดง่วงแล้วจึงกินไม่หมด 
แม่เก็บของให้พร้อมเพื่อการเดินทางในเช้าวันพรุ่งนี้แล้วก็รับอาบน้ำนอน





เช้าวันที่ 25 ตุลาคม 2559 ออกจากโรงแรมหกโมงเช้า 
แล้วเดินไปสถานีรถไฟ ซื้อตั๋วคนละ 870 เยน นั่งรถไฟไปสนามบิน 
สับสนเล็กน้อยกับชื่อสนามบินปลายทางรถไฟ
กับสนามบินในเอกสารสายการบินไม่ตรงกันทีเดียวนัก 
แต่ก็ตัดสินใจซื้อไปเลย จากนั้นก็มางงตอนรอขึ้นรถไฟอีกที 
พราะมีขบวนที่ต้องจองที่นั่ง ซึ่งเป็นคนละราคากับขบวนที่เราซื้อตั๋วมา 
ในที่สุดก็มาถึงสนามบิน ซึ่งก็เป็นสนามบินเดียวกันแต่มี 2 ชื่อเรียก ก็แปลกดี

แม่มีบัตร JCB แต่ครั้งนี้ไม่ได้ใช้สิทธิ์เข้าเลาจน์ฟรีเลย 
มานั่งรอที่เกทกับเกาลัด เกาลัดซื้อ Royce มานั่งกิน




JAL กดปุ่มเปลี่ยนสีกระจกได้











เบียร์อาซาฮีอินไฟลท์




และเราสองแม่ลูกก็เดินทางกลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ





 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2559 0:11:17 น.
Counter : 201 Pageviews.  

Japan Day 3 : Takayama - Nagoya



23 ตุลาคม 2559 เดินชมตลาดเช้าทาคายาม่า 

แล้วนั่งรถบัสกลับนาโกย่าด้วยบัสพาสชุดเดิม 
จากนั้นช่วงบ่ายไปพิพิธภัณฑ์รถไฟนาโกย่า และชิมข้าวหน้าปลาไหลในตำนา

ตามข้อตกลงคือเกาลัดนอนต่อไม่ต้องปลุก ส่วนแม่เดินไปตลาดเช้าคนเดียว 
ซึ่งไม่ไกลจากที่พัก








ของสดที่ตลาดเช้าทั้งเห็ด ผัก ผลไม้ อาหารแห้งล้วนแต่น่ากินน่าซื้อและสะอาด





เวลา 10.30 น. รถบัสล้อหมุนจากสถานีทาคายาม่าไปนาโกย่า 
ระหว่างทางเป็นภูเขาหลากสีสวย








อุโมงค์มีให้เห็นเป็นระยะตลอดทาง เราชอบสีของป่า








จุดแวะพักกลางทาง





บ่ายโมงครึ่งเช็คอิน ฝากของไว้โรงแรม 
แล้วนั่งรถไฟไปพิพิธภัณฑ์รถไฟนาโกย่า (SCMAGLEV and Railway Park)





















เกาลัดไม่ยอมให้ถ่ายภาพ ต้องอาศัยทีเผลอ



















จากพิพิธภัณฑ์รถไฟ หาท่าเรือไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไม่เจอ 
จึงกลับเข้าเมือง เพื่อไปกินข้าวหน้าปลาไหลร้านต้นตำรับ อันลือชื่อ 
งงนิดหน่อยกับการซื้อตั๋วรถไฟด้วยตู้อัตโนมัติ 
แต่สุดท้ายเกาลัดก็สามารถจัดการได้ พากันตามรีวิวจนไปถึงร้านในที่สุด 
พอไปถึงเห็นคิวยาวๆ รู้เลยว่าใช่ร้านนี้แน่นอน เมนูที่เราจะสั่งอยู่บนสุด





ร้าน Horaiken ซึ่งเป็นร้านที่มีชื่อเสียงเรื่องข้าวหน้าปลาไหลที่สุดในนาโกย่า 
มีอยู่ 4 สาขาด้วยกัน (สาขา Atsuta, Unagi, Jingu, ใต้ดินตึก main building 
ของห้าง Matsuzakaya) 
แต่สาขาที่สะดวกที่สุดสำหรับผู้ที่พักอยู่ในใจกลางเมืองนาโกย่าอย่างย่าน Sakae 
คือสาขา Unagi Horaiken ในห้าง Matsuzakaya ที่สถานี Yabachuo 
สามารถนั่งรถไฟใต้ดินสาย Meijo Line จากสถานี Sakae เพียง 1 stop 
โดยเดินออกจากทางออกหมายเลข 5 Matsuzakaya South Annex. 
แล้วขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 10 ก็จะถึงหน้าร้านที่มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษอยู่
เครดิต : 
http://th.japantravel.com/4-วิธีทานข้าวหน้าปลาไหลสไตล์นาโกย่า/11657

พออาหารมาเสิร์ฟคือน่ากินมาก ตามรีวิวและป้ายแนะนำที่โต๊ะให้แบ่งข้าวหน้าปลาไหลออกเป็น 4 ส่วน





ส่วนที่หนึ่งกินข้าวกับปลาไหลตามปกติ ไม่ต้องปรุงอะไร





ส่วนที่สองโรยต้นหอม สาหร่าย วาซาบิ แล้วคลุกให้เข้ากัน





ส่วนที่สาม เทน้ำซุปลงไปประมาณกินข้าวต้ม 
และส่วนที่สี่ทำอย่างไรใส่อะไรก็ได้ตามใจเรา





จากมื้อค่ำแม่อยากไปต่อที่นาโกย่าทีวีทาวเวอร์
แต่เกาลัดไม่อยากเที่ยวต่อขอกลับโรงแรม 
เราจึงกลับมาพักผ่อน ประมาณ 18.30 น.







เราพักที่ Nagoya Ekimae Montblanc อยู่หน้าสถานี JR Nagoya เลยค่ะ 
รีวิวเพิ่มเติมไว้ในหมวดโรงแรมที่พักต่างแดน






มองจากหน้าโรงแรมจะห็นสถานี JR Nagoya อยู่ฝั่งตรงข้าม

ยามดึกหิวอีกรอบ พากันลงไปซื้อของกินใกล้ที่
พัก และนอนกันดึกมาก  
และพรุ่งนี้เราจะเที่ยวในตัวเมืองนาโกย่ากันแบบเบาๆ ค่ะ




 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2559 0:14:32 น.
Counter : 250 Pageviews.  

Japan Day 2 : Takayama-Shirakawago



22 ตุลาคม 2559 เที่ยวหมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโก 
ด้วย SHORYUDO Highway Bus Ticket 3 day Pass 
และปั่นจักรยานเที่ยวชมเมืองทากายาม่า






เช้าวันนี้แม่ตื่นเกือบเจ็ดโมงเช้าไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันและออนเซ็น 
เกือบแปดโมงเช้าปลุกลูกขึ้นจากที่นอน 
เนื่องจากตื่นสายโปรแกรมตลาดเช้าจึงถูกเลื่อนไปพรุ่งนี้

ากที่พักเดินมาที่ Takayama Nohi Bus Station 
เพื่อขึ้นรถ Express Bus ไปชิราคาวาโก ต่อคิวชานชลาที่ 4 
คิวยาวมาก เพราะเป็น Open Bus ไม่ให้จองที่นั่งล่วงหน้า 
ทุกคนจึงต้องไปต่อคิวรอ 

เราทันรถ 8.40 น. ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที 
ก่อนขึ้นรถโชว์บัสพาสต่อเจ้าหน้าที่แล้วขึ้นรถได้เลย 
ขึ้นก่อนได้เลือกที่นั่งก่อน อากาศหนาวมากจนต้องเพิ่มผ้าพันคอและถุงมือ





รถบัสไปชิราคาวาโกแน่นจนต้องเสริมเก้าอี้





ข้ามถนนจากสถานีชิราคาวาโกเข้าหมู่บ้าน












เดินมานิดก็เห็นทัศนียภาพเหมือนตามเอกสารท่องเที่ยวเลย
หมู่บ้านนี้อนุรักษ์ไว้ได้ตามแบบโบราณ จนได้เป็นมรดกโลก





สังเกตหลังคาทำจากฟาง





เริ่มพากันหิว จึงไปร้านนี้ลองซื้อเนื้อฮิดะปรุงรสเสียบไม้ชิม 
เกาลัดบอกรสชาติคล้ายไก่จ๊อห้าดาวเลยแม่





จากนั้นเดินวนไปหาร้านอาหารเพื่อกินอาหารเช้า 
อยากกินข้าวหน้าเนื้อแต่ร้านนี้ขายข้าวหน้าหมู อร่อยดี 
แปลกตรงที่มีหนังหมูหั่นเป็นเส้นๆ มาด้วย





เดินไปชมบ้านชนบทแต่ดั้งเดิมที่ชิราคาวาโก





ภาพนี้เห็นหลังคาชัดดี





หุ่นไล่กา





บ้านนี้ปลูกบวบห้อยไว้รอบบ้าน





บ้านเล็กในหุบเขาใหญ่






ขึ้นรถบัสในหมู่บ้านไปจุดชมวิว คนละ 300 เยน ขาลงเดินลงเขากันเองไม่ไกล








เที่ยงกว่านั่งรถบัสจากหมู่บ้านชิราคาวาโก กลับมาทาคายาม่า 
ขากลับเป็นรถที่ต้องจองล่วงหน้า 
เราใช้ Pass แลกตั๋วระบุที่นั่งแล้วขึ้นรถที่จอดอยู่ได้เลย 
พอมาถึงสถานีทาคายาม่าก็ตั้งกูเกิ้ลแมพเดินไปร้าน Sushi Dining Nop ไม่ไกล





เรามาร้านนี้ตามรีวิวที่เชียร์ไว้ใน Tripadviser ว่ารสชาติและราคาดี 
ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น จานนี้ส่วนประกอบคืออโวคาโดและปลาไหล














รวมทั้งหมดเพียง 2,600 ¥ น้ำเปล่าฟรี





กินอิ่มแล้วตั้งแผนที่ให้พากลับโรงแรม ฝนตกปรอยๆ 
เกาลัดแวะเข้าพักในห้อง ส่วนแม่เดินไปศาลเจ้าเยื้องโรงแรม 
สังเกตว่ามีทั้งท่องเที่ยวมาตลอดตั้งแต่เมื่อวาน 
ใบไม้ที่ศาลเจ้าเริ่มเปลี่ยนสีบ้างแล้ว








ถ่ายภาพกลางฝนพรำ














ถ่ายภาพวัดเสร็จแล้วก็เดินกลับโรงแรม ตั้งใจจะยืมจักรยานไปขี่ชมเมือง 
แต่ฝนยังตกจึงเข้าห้องพักไปก่อน

สักพักจึงได้เวลาลงมายืมจักรยานของโรงแรมไปขี่ชมเมือง 
คุณป้าเจ้าของที่พักใจดีมาก (ที่นี่บริการจักรยานฟรี ไม่ต้องเช่า ดี๊ ดี)





รายละเอียดเวลายืมจักรยาน





ได้ขี่จักรยานแล้วก็วนไปมาชมเมือง วัยรุ่นไม่อยากแวะพิพิธภัณฑ์ที่ไหน  เราจึงไม่มีจุดหมายชัดเจน ตอนขี่จักรยานเลียบแม่น้ำ เห็นมีปลาว่ายในน้ำ น้ำก็ใส จึงพากันจอดจักรยานแล้วลงไปดูใกล้ ๆ





ภาพนี้เกาลัดเหมือนแม่เลย





ได้ขี่จักรยานเล่น อารมณ์สนุกกำลังมา






เกาลัดถ่ายภาพกับใบไม้สีสวย





ชมย่านเมืองเก่า





















ถนนคนเดิน








สะพานแดงจุดถ่ายภาพยอดฮิต





สะพานแดงอีกมุม ถ้าหน้าร้อนจะมีซากุระให้ชมแถวนี้ด้วย พากันขี่จักรยานจนเหนื่อยแล้วก็กลับโรงแรม คืนจักรยาน เข้าพักผ่อนต่อในห้อง




ลองซื้อขนมจากเซเว่นมาลองชิม 
ได้เจลลี่มาเป็นของแถมจากพนักงานเซเว่นตั้งสองห่อ




น้ำคาร์บอเนตเติมกลิ่น และรสส้ม หวานน้อย ซ่ามาก เปิดทีไรแก๊สฟู่อออกมา





เยลลี่องุ่นที่ได้เป็นของแถม นิ่มละลายในปาก หวานมาก แต่อร่อย





ปลาเส้นใส้ชีส ชิมเแล้วเฉยๆ สินค้าของร้าน Family Mart อร่อยกว่า 
แม่ก้มหน้าอัพเฟสแป๊บเดียว กินไปสามเส้น ไม่ทันเกาลัดคว้าเข้าปากหมดเกลี้ยง





แม่ชิมแล้วคิดว่าปลาเส้นใส้ชีสยี่ห้อนี้อร่อยมาก หนึ่งซองมี 3 แบบ 3 ขนาด 
..... ชอบค่ะ เกาลัดบอกอร่อย แต่เกาลัดชอบของยี่ห้อเซเว่นมากกว่า




โค้กกลิ่นมะนาว ลองชิมดูแล้วเฉยๆ ทั้งรสและกลิ่น 
ถ้าไม่สังเกตหรือไม่อ่านขวดไม่รู้นะเนี่ยว่าเป็นโคคาโคล่าเลมอน





เชิญดื่มชา ก่อนไปออนเซ็น คือ ดีงาม





พลบค่ำ เดินผ่านความหนาว 13 องศาเซลเซียสไปกินมื้อค่ำ 
เกาลัดกินข้าวหน้าเนื้อฮิดะ เป็นข้าวหน้าเนื้อที่อร่อยที่สุดที่เคยกิน
แถมยังได้เยอะสุดๆ





แม่สั่งอุด้งเนิ้อฮิดะ เป็นอุด้งที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมาเหมือนกัน ชามอุด้งปิดฝามาเสิร์ฟ โดยที่น้ำซุปยังเดือดอยู่ ดูภาพต่อไปจะเห็นไข่ดิบเปลี่ยนไปทันที





เทไข่ดิบลงไปในน้ำซุปแล้วตักน้ำซุปราดไปไม่กี่ช้อน เป็นไข่ออนเซ็น 
ไข่ขาวสุกในทันที อ่านเจอว่าน้ำซุปเป็นสูตรเฉพาะของท้องถิ่นย่านนี้





ราคามื้อนี้ 2,760 เยน อาหารได้เยอะ ชามโตๆ อิ่มจนจุก 
ต้องพากันเดินกลับอย่างช้าๆ




นามบัตรร้าน เผื่อสนใจค่ะ






วันนี้เดินเยอะเป็นพิเศษ แต่ไม่เหนื่อย และไม่ปวดขาปวดเท้าเลย

วันดีๆ ผ่านไปอีกวัน พรุ่งนี้เราก็จะกลับเข้าเมืองนาโกย่ากันแล้วค่ะ




 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2559 0:18:48 น.
Counter : 246 Pageviews.  

Japan Day 1 : Nagoya to Takayama



ช่วงวันหยุดยาวปิยมหาราช เรากับลูกชายพากันไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกันค่ะ  
การเดินทางประกอบด้วย

20 ตุลาคม 2559  ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิยามดึก 
                          ไปเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น
21 ตุลาคม 2559  นาโกย่า - ทาคายาม่า พักทาคายาม่า
22 ตุลาคม 2559  เที่ยวชิราคาวาโก  พักทาคายาม่า (ที่เดิม)
23 ตุลาคม 2559  เที่ยวนาโกย่า  พักนาโกย่า โรงแรมใกล้สถานีรถไฟนาโกย่า
24 ตุลาคม 2559  เที่ยวนาโกย่า พักนาโกย่า (ที่เดิม)
25 ตุลาคม 2559  เดินทางกลับประเทศไทย

พาสที่ใช้ คือ Shorudo Bus Pass 3 Days (คนละ 7,000 เยน) 
และบัตรรถไฟใต้ดินนาโกย่าแบบเหมาจ่ายใช้วันเดียว (คนละ 740 เยน)

ซิมโทรศัพท์ ใช้ Sim2fly 399 บาทของ AIS ได้เน็ตฟรี 9 วัน 
+ เติมเงินค่าโทร 50 บาท

---------------------------------------------------------------------------

21 ตุลาคม 2559 วันนี้เป็นวันแรกในทริป เราเดินทางจากนาโกย่าไปทาคายาม่า 
ไปถึงโรงแรมก็นอนพัก แช่ออนเซ็น กินข้าว ยังไม่ได้ออกเที่ยวเป็นเรื่องเป็นราว

คืน 20 ตุลาคม 2559 ไปถึงสนามบินสามทุ่มกว่า ๆ  
เช็คอินล่วงหน้านานมาก เข้าไปนั่งรอยาวๆ เครื่องออก 00.50 น.





เกท G4 แอร์ที่สนามบินสุวรรณภูมิหนาวมาก




ตอนนี้เครื่องบินลงที่ Nagoya ก่อนนี้ถูกปลุกกินอาหารเช้าตอนเช้ามืดมาแล้ว 
แล้วงีบต่อ เครื่องบินดีเลย์ตอนขาออก ทำให้มาถึงสาย 
แพลนเดิมจะถึง 7.55 น. แต่เราเดินทางถึงนาโกย่าเก้าโมงเช้านิดๆ

เมื่อรับกระเป๋า ผ่าน ตม. แล้ว  นำเอกสารการซื้อ Shorudo Bus Pass 3 Days 
ที่ซื้อออนไลน์ล่วงหน้าจากไทยมารับเอกสารที่เคาน์เตอร์หน้าสถานีรถไฟ
ใน Meitetsu Travel Plaza สนามบิน Chubu Centrair International Airport
คือแม้ว่าข้อมูลที่เตรียมมาแน่นมาก แต่ก็แวะถามเป็นระยะ

ได้เอกสารมาตามนี้ค้ะ




นำเอกสารที่ได้ไปแลกตั๋วรถไฟเข้าเมือง
รถไฟจากสนามบินไป Nagoya Station 
มีปัญหานิดหน่อยในการอ่านป้ายหนักไปทางภาษาญี่ปุ่น 
ตอนแรกขึ้นผิดขบวนด้วย คุณลุงเจ้าหน้าที่มาเห็น
และบอกทางไปอีกขบวนทำให้ทันรถไฟรอบ 10.17 น.






มาถึงสถานีรถไฟนาโกย่า เดินออกจากสถานีรถไฟ ไปอีกตึกใกล้ๆ กัน
เพื่อแลกตั๋วรถบัสไป Takayama ที่ Meitetsu Bus Center, Nagoya 
มีป้ายบอกทางภาษาอังกฤษตลอด






พึ่งอาหารเช้าจากแฟมิลี่มาร์ท มีที่นั่งรอรถตรงนี้





รถบัสไป Takayama รอบ 11.30 น. รถออกตรงเวลาเป๊ะ 
ก่อนเดินทางต้องคาดเข็มขัดนิรภัย คุณลุงคนขับใจดี 
เรากินอาหารเช้ามาจากบนเครื่องบินแล้ว 
แต่แวะซื้อของ Family Mart ลองชิมดูหลายอย่าง 
เช่น ปลาเส้นใส้ชีส โยเกิร์ตและอื่นๆ





ปลาเส้นใส้ชีส คือมันอร่อยมาก ชีสเน้นๆ เต็มๆ ราคาสามร้อยกว่าเยน





สองข้างทางรถบัสทิวทัศน์สวยงาม ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี












ถึงแล้วสถานีทาคายาม่า  





ตู้ฝากกระเป๋าที่สถานีทาคายาม่าแบบหยอดเหรียญมีหลายขนาด 
ตู้ใหญ่แบบใส่กระเป๋าขนาดยักษ์ได้ก็มี





มาถึงสถานีรถบัสที่ทาคายาม่า ก็เปิดกูเกิ้ลแมพให้บอกทางพาไปที่พัก 
เกาลัดเดินตามแมพนำหน้าพาแม่ไป





ถึงแล้ว Minshuku Kuwataniya ,Takayama  
ห้องพักสองคืนแรกในทริป จองด้วย Hoteltravel.com
ทำเลไม่ไกลจากสถานีทาคายาม่า 
จะรีวิวเพิ่มไว้ในหมวดโรงแรมที่พักต่างแดนนะคะ




ที่พักมีออนเซ็นแยกชายหญิง ชอบมาก ไม่ต้องออกไปแช่ข้างนอก 
ห้องสุขาชาย 2 ห้อง หญิง 2 ห้อง 
ตอนเย็นเกาลัดได้รอคิวเข้าห้องน้ำนานมาก ห้องอาบน้ำเป็นห้องรวม 
ได้ยินมาว่าห้องพักที่เป็นห้องน้ำในตัวก็มีแต่มีน้อยและคนละราคากับห้องที่เราพัก





ห้องพักได้บรรยากาศความเป็นญี่ปุ่น ที่นอนนอนสบาย
จนแม่ต้องของีบหลับไปเกือบสองชั่วโมง





เตรียมตัวไปอาบน้ำ แต่ห้องน้ำชายมี 2 ห้อง ต้องรอคิวยาวๆ 
(ห้องพักเป็นห้องน้ำรวม ห้องอาบน้ำรวม)




หลังจากงีบหลับ แม่เตรียมตัวไปเข้าออนเซ็น 
แช่แล้วหายปวดเมื่อยขึ้นมาเลย เดี๋ยวก่อนนอนจัดอีกรอบ


ค่ำแล้วออกไปหาข้าวกิน ถ่ายที่หน้าโรงแรม อุณหภูมิ 18 องศา 
ตอนกลางคืนหนาวมาก





เดินไปเรื่อย ๆ เห็นร้านนี้คนเยอะดี สงสัยจะอร่อย 
มาเมืองนี้ต้องลองชิมเนื้อฮิดะสักหน่อย  รายการอาหาร








ชุดเนื้อฮิดะ 2,000 เยน







เต้าเจี้ยวย่างบนใบไม้ 500 เยน รสชาติเค็มจัด กินกับข้าวเปล่าก็อร่อยดี




อันนี้จำไม่ได้ มันเป็นไก่ทอดราสซอส 1,400 เยน 
อาหารค่ำทั้งหมดรวมภาษีจ่ายไปสี่พันกว่าเยน




แอบชำเลืองอาหารคนญี่ปุ่นที่นั่งข้าง ๆ 






พักสักครู่ให้อาหารย่อย ค่อยไปอาบน้ำแปรงฟัน แล้วเข้านอน 
เตรียมลุยวันพรุ่งนี้แต่เช้า ไวไฟที่นี่แรงดี 
ส่วนแม่จะลงออนเซ็นก่อนนอนอีกรอบ ออนเซ็นปิด 22.00 น.


ราตรีสวัสดิ์ครับผม






 

Create Date : 07 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2559 0:23:17 น.
Counter : 195 Pageviews.  

เที่ยวหลวงพระบาง วันที่ 4 เดินทางกลับไทย





วันกลับ ก็พากันตื่นสาย แม่เดินมากินข้าวปุ้นที่ตลาดเช้าหลังซอยโรงแรม







ที่ร้านนี้มีเห็ดเผาะต้มแบ่งใส่ถุงเล็กๆ ขายคู่ขนมจีน (ข้าวปุ้น) 
ราคาขนมจีนถ้วยละ 20,000 + เห็ดเผาะ 5,000 กีบ 
ส่วนเกาลัดกินอาหารเช้ารออยู่ที่โรงแรม 




วันนี้ตุ๊กๆ มารับจากโรงแรม 9.00 น. ใช้เวลาไปสนามบินไม่ถึง 20 นาที 
ยังเช็คอินไม่ได้ จึงพากันนั่งรออยู่นานจนกว่าจะถึงเวลา 10.00 น. 

(ที่จริงถ้ากลับไฟลท์ 12.45 น. ออกจากโรงแรมสัก 10.00 หรือ 10.30 น.
ก็ยังทัน ไม่ต้องรอนานเหมือนเรา)

มื่อได้เช็คอินแล้ว ชีวิตดีขึ้นมาทันตาเห็น 
เข้ามานั่งรอในเลาจน์บางกอกแอร์เวย์สบายๆ กินขนม เครื่องดื่ม ชาร์จแบต 
เล่นเน็ตรอขึ้นเครื่อง ที่นี่มีสแน็คที่แตกต่างออกไป 
คือ หน่อไม้ และเห็ดทอดสมุนไพร ส่วนข้าวต้มมัดก็ยังมีนะ





ปลื้มสายการบินนี้ฝุดๆ Bangkok Airway 
อยากบอกว่า ณ เวลานั้น ข้าพเจ้ากำลังแชทงานรัว ๆ อยู่หลายแชท 
นั่งชักไม่ติดแล้ว กระวนกระวาย





ขากลับได้ที่นั่งแถว 2 คือดีงาม อาหารอร่อย 
ทิวทัศน์มองจากด้านบนเห็นแม่น้ำโขงคดโค้ง สวยมาก





พ่อกลับมาจากบึงกาฬถึงลำลูกกาก่อนไม่นาน 
พอถึงบ้านลำลูกกาก็รีบขับรถมารับแม่ลูกที่สนามบินสุวรรณภูมิ 





จบทริปหลวงพระบาง




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2559    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2559 0:24:29 น.
Counter : 411 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

BlogGang Popular Award#12


 
ชมจันทร์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]




เดินทางสู่โลกกว้าง เพื่อไปเรียนรู้โลก ผู้คน เพื่อประสบการณ์ชีวิต

Friends' blogs
[Add ชมจันทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.