Group Blog
All Blog
เที่ยวภูเก็ต : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ สวนสัตว์ภูเก็ต Phuket Trickeye Museum พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่
ปี 2555 และปี 2556 เป็นปีที่ครอบครัวเราเดินทางไปท่องเที่ยว
จังหวัดภูเก็ต นับเวลาสองปีติดต่อกัน
แต่ละครั้งมีความเข้มข้นไม่แพ้กันเลย

ในปี 2555 นั้น ครอบครัวเราพัก “โรมเพลส”
ที่พักหลักร้อยทำเลดีในตัวเมืองภูเก็ต
ตามโปร ฯ ที่หาได้จากเว็บไซต์
เช่ามอเตอร์ไซค์ซิ่งไปไกลถึงเกาะยาวน้อย
คราวนั้นนอกจากจะได้ไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำภูเก็ต
และสนุกกับสวนน้ำสแปลช จังเกิ้ล แล้ว

ความตื่นเต้นสุดขีดก็เห็นจะเป็นช่วงที่เราไปเที่ยว
ในเดือนตุลาคมนั้น ตรงกับเทศกาลถือศีลกินผักพอดี
เกาลัดได้เฝ้าชมขบวนแห่แปลกตา
ได้ชมการถ่ายทอดสดพิธีลุยไฟ
ได้ไปดูสะพานหินหลังจัดพิธีลุยไฟ
ขอบอกว่าฟิน ! มากมาย

สำหรับปี 2556 นั้น ครอบครัวเราเดินทางช่วงเดือนตุลาคมเช่นเดิม
แต่การวางแผนเที่ยวของทริปนี้ก็มีความแตกต่างไปจากปีที่แล้ว
เนื่องจากว่าไม่อยากให้ซ้ำกัน ซึ่งก็แน่นอนว่าได้ชิมของอร่อย ๆ
และพาเกาลัดเที่ยวไป เรียนรู้ไป ตามคอนเซ็ปท์เดิม
รวมทั้งได้พักผ่อน เล่นน้ำชิลล์ ๆ หยอกเย้ากัน
ชมตะวันลับฟ้าและตกน้ำที่ชายหาดของโรงแรม




สถานที่เรียนรู้ในทริปนี้ ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติภูเก็ต
สวนสัตว์ภูเก็ต Phuket Trickeye Museum
พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต สะพานสารสิน

และทริปนี้มีแผนสำรองด้วย คือ เดิมที่พ่อเกาลัดติดงาน
บอกว่าอาจจะกลับก่อนในช่วงกลางทริป
ก้เลยซื้อตั๋วนกแอร์ขากลับเอาไว้ช่วงกลางทริป
แต่พอถึงวันจริง งานที่ว่านั้นเลื่อนไป
พ่อเกาลัดจึงได้อยู่พักผ่อนกันต่อกลับ แล้วพร้อมกันตามกำหนดเดิม


โปรแกรมท่องเที่ยว ตามนี้ค่ะ

วันที่ 19 ต.ค. 2556

FD 3039 กรุงเทพฯ - ดอนเมือง 8:45 น.
ถึงภูเก็ต 10:05 น. รับรถเช่าที่สนามบิน
ช่วงเช้า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง
บ่าย เช็คอินที่อ่าวฉลองวิลล่า
เย็น ขับรถดูชุมชนอ่าวฉลอง และท่าเรือ
พักผ่อนชิลล์ๆ ที่โรงแรม

วันที่ 20 ต.ค. 2556
เช้า : สวนสัตว์ภูเก็ต
เปิดทุกวัน เวลา 08.30-18.00 น.
บ่าย : Phuket Trickeye Museum
(พิพิธภัณฑ์จิตรกรรม 3 มิติ) ตัวเมืองภูเก็ต
เย็น : ว่ายน้ำ เดินเล่น

วันที่ 21 ต.ค. 2556

เช้า : เช็คเอาท์หลังอาหารเช้า
สาย : พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต
บ่าย : เช็คอินอิมพีเรียล อดามัส และในยางบีชรีสอร์ท
เย็น : ดูอาทิตย์ตกหาดในยาง

วันที่ 22 ต.ค. 2556
สะพานสารสิน พักผ่อน เล่นน้ำ

วันที่ 23 ต.ค. 2556
เช้า พักผ่อน เล่นน้ำ ที่โรงแรมและชายหาดหน้าโรงแรม เช็คเอาท์เที่ยง
บ่าย คืนรถเช่าที่สนามบินภูเก็ต
FD 3006 ภูเก็ต 15:15 ถึงดอนเมือง 16:40 น.





วันแรก


ถึงวันที่เรารอคอยเสียที อยากไปมาก
จัดกระเป๋าไว้รอท่าตั้งหลายวัน
ตื่นมาแล้วก็เดินทางไปสนามบินกันอย่างว่องไว
ไปถึงสนามบินภูเก็ตแล้ว ก็รับรถเช่าบริษัทเอวิส
ถ้าหากหมั่นเช็คโปรโมชั่น บ่อยๆ ก็จะได้ราคาดีๆ
ทริปนี้ก็เช่นกัน ได้เช่าวีออสราคาวันละไม่ถึงพันบาท
รวมทุกอย่างและได้ GPS ด้วยค่ะ





ซื้อบัตรเข้าชมในราคาคนไทย
เท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่าไม่แพง ^^
ขออภัย ทริปนี้ไม่ได้จดอะไรเลย เล่าได้เฉพาะเท่าที่จำมาจ้า





ดูนิทรรศการอะไรต่างๆ ซึ่งก็จัดแสดงไว้ดีนะ
เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง ตั้งแต่ความเป็นมาของเมือง
สภาพภูมิประเทศ ดินหินแร่ที่พบ วิถีชีวิตชุมชน ฯลฯ
ถ้ามีลูกอยู่ในวัยเรียนรู้ มาที่ภูเก็ต หากมีเวลาและโอกาส
ก็น่าจะพาลูกๆ หลานๆ มาเข้าชมกัน









กินข้าวด้วยความหิวและอร่อย
สามีบอกร้านนี้ขึ้นชื่อ จัดไป ก็อร่อยจริงหลายๆ อย่าง
ชอบลูกชิ้นปลา หมี่ฮกเกี้ยน ห่อหมก (ไปถึงร้านต้องสั่ง)
เกาลัดแฮปปี้ มีความสุข กับการกินอาหารเลยล่ะค่ะ





สำหรับที่พักสองคืนแรก เราพักที่อ่าวฉลองวิลล่า
ก็เพราะมีโปร ฯ จ้า มาถึงที่นี่ไม่ควรพลาดที่พักแบบ Villa Seaview
เป็นบ้านหลัง ใกล้สระ และใกล้ทะเล ..บรรยากาศดี
อาหารเช้าก็จะเป็นแบบบุฟเฟต์ ไลน์อาหารเล็กๆ พอเหมาะดี


ส่วนห้องพักโซนตึกนั้นไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่
เรารีวิวไว้เต็มๆ ภาพเยอะ ๆ ที่หมวดรีวิวโรงแรมภูเก็ตในบล็อกนี้
ตามไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จ้า



วันที่สอง



ยามเช้า ทุกคนก็ยังคึกคัก
พาลูกชายไปลุยกันที่สวนสัตว์ภูเก็ตตามแผน








ตารางการแสดง




ลูกชายสนุกกับการซื้อผักผลไม้ให้อาหารสัตว์
เราเดินดูสัตว์ ถ่ายภาพ ให้อาหารสัตว์กันไปเรื่อยๆ





ดูโชว์จระเข้ แต่รู้สึกว่า เมื่อเทียบกับพัทยา และหนองคายแล้ว
ผู้แสดงใจถึงกว่าเยอะ
กระนั้นก็ตาม เราลุ้นมากๆ





ดูโชว์จระเข้เสร็จ ก็ให้อาหารจระเข้ ช้าง นาก และอื่นๆ ต่อ




จากนั้นดูโชว์ช้าง
จบโชว์ช้างจะมีโชว์ลิงอยู่อีกเวทีหนึ่ง
แต่ก็ไม่ดูแล้ว ไปเที่ยวต่อกัน








ใกล้ๆ ลานจอดรถ กำลังมีแข่งนก หรือประกวดนกกันพอดี
พาเกาลัดไปดูเกาลัดบ่นร้อน และชักไม่สบอารมณ์
พ่อแม่เลยพาไปต่อ





ไปวนหา “ร้านขนมจีนสะพานหิน” ที่เห็นในรีวิวก่อนๆ นี้
เห็นว่ามีขนมจีนน้ำยาปู แต่รสชาติ ก็ไม่ถูกใจเท่าไหร่นะ





ไปจอดรถที่ Phuket Trickeye Museum (พิพิธภัณฑ์จิตรกรรม 3 มิติ)
ในตัวเมืองภูเก็ต ใกล้โรงแรมเพิร์ล
เจอร้านบะหมี่จิรายุวัฒน์ตรงลานจอดรถพอดี
เหมาะมาก เพราะยังไม่อิ่ม จัดไป
และพบว่า บะหมี่ต้มยำที่สั่งมา ...อร่อยจ้า..เย้





ไปซื้อตั๋วกัน ราคาตามป้าย








ที่นี่เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพ
ชอบเป็นนายแบบนางแบบ
แต่เรา แอคชั่นได้ไม่นานก็เหนื่อยและขี้เกียจแล้ว 5555





ตอนเย็นไปอีกร้านที่เล็งๆ ไว้
ร้านขนำจ่าหอย ขายแต่หอยอย่างเดียว
สั่งมาสารพัดหอย อร่อยอีกแล้ว
กินกันจนเปลือกหอยกองเป็นพะเนิน






บรรยากาศยามเย็นที่หาดของอ่าวฉลองวิลล่า
น่ารื่นรมย์ แต่หาดเป็นโคลน เล่นน้ำไม่ได้นะคะ
เกาลัดเล่นน้ำสระแทนค่ะ



วันที่สาม


พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต เป็นสถานที่ที่น่าจะพาเจ้าตัวเล็ก
ไปเที่ยวและไปเรียนรู้อีกแห่ง
ซึ่งจะรู้สึกอิ่มเอมได้อารมณ์มากๆ
หากพาลูกชมภาพยนตร์มหาลัยเหมืองแร่มาก่อน





ค่าเข้าชมตามนี้เลยค่ะ






ภายในพิพิธภัณฑ์ถูกออกแบบและจัดวางไว้เป็นเรื่องราว
เป็นหมวดหมู่ต่างๆ หลัก ๆ ก็จะเป็นความรู้เกี่ยวกับ
ดิน หิน แร่ และการทำเหมือง
ซึ่งการทำเหมืองแร่ มีหลายแบบต่างๆ กันไป
มีประวัติของเหมืองแร่ภูเก็ต นายเหมืองตระกูลต่าง ๆ
แบบจำลองวิถีชีวิตชาวเหมือง การทำธุรกิจ การค้า
ซึ่งต่างก็น่าสนใจ และสนุกด้วย














นอกจากนั้นยังมีนิทรรศการกลางแจ้ง
เกาลัดก็ไปปีนป่ายดูชม





ที่พักสองคืนหลัง เราพักกันสองแห่งโซนหาดในยาง

ที่หนึ่งพักที่อิมพีเรียล อดามาส
ใช้คะแนนสะสมไมล์รอยัลออร์คิดพลัส
ของการบินไทยแลกมา จ่ายค่าธรรมเนียมคืนละห้าร้อยกว่าบาท
เป็นที่พักที่ดีมาก ๆ ได้บรรยากาศพักผ่อนอย่างแท้จริง
สำหรับทริปนี้ ชอบที่นี่มากที่สุดค่ะ
ทั้งห้องพัก สระ ชายหาดและบริการ







อีกแห่งคือ ในยางบีชรีสอร์ท ใช้โปรส่วนลดจากเว็บไซต์
ซึ่งเพื่อนช่วยบอกโปร ฯ มา เลยได้ราคาไม่แพง
ตั้งอยู่แถวๆ อุทยานแห่งชาติสิรินาถ
อาหารเช้านับว่าดีทีเดียวค่ะ ^^ เยอะแยะมากมาย





ทั้งสองโรงแรมนี้ก็ได้ทำรีวิวเต็มๆ ไว้ในหมวดโรงแรมที่พักภูเก็ต
ในบล็อกนี้แล้วเช่นกันจ้า ตามไปอ่านต่อได้





ร้านโรตี ประทับใจ ชอบโรตี+แกง สั่งแกงเพิ่มได้
แต่บอกไม่ถูกว่าอยู่ตรงไหน
ถ้าจะลองตามรอยไปชิม
ก็ลอง print รูปภาพไปถามคนแถวนั้นดูนะคะ



วันที่สี่


ไปเที่ยวสะพานสารสิน และข้ามไปฝั่งพังงา
กินลม ชมแดดร้อน ชมสะพาน ชมชุมชนประมง











ร้านหมากปรกซีฟู้ด
อาหารอร่อยและไม่แพงเลย โดยเฉพาะปูตัวเป็น ๆ








ที่ท่าเรือหมากปรกมีเรือนำเที่ยวด้วยค่ะ





ลองชิมอาหารร้านนี้เป็นมื้อค่ำ
รสชาติ ก็เฉยๆ นะ ^^ พอรับประทานได้
ราคา ก็จะเป็นราคาสำหรับชาวต่างชาติเสียมากกว่า



วันที่ห้า


ชวนกันตื่นสาย กินอาหารเช้าสายๆ
นั่งเล่น นอนเล่น แล้วขับรถไปกินอาหารที่ร้านนี้
ชื่อร้านจั๊กจั่นซีฟู้ด .... “ร้านนี้ขอแนะนำอย่างยิ่ง”
จะต้องไปชิม เพราะทุกอย่างที่สั่งมาสด อร่อย สะอาด
ที่สำคัญ ราคามิตรภาพเอามาก ๆ








วันสุดท้ายนี้ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยค่ะ
จบทริปแล้ว ขึ้นเครื่องบินกลับบ้านตอนบ่ายแก่ ๆ
ถึงบ้านก็เวลากำลังดี ได้ซักผ้า ทำงานบ้านต่อนิดหน่อย
เป็นทริปเที่ยวที่ลุยน้อยกว่าปีที่แล้ว
แต่ก็สนุกสนานไม่แพ้กัน


สำหรับทริปนี้ตอนแรก เราได้จองรัตนาแมนชั่น
ซึ่งเป็นที่พักหลักร้อย ทำเลดีมาก ๆ ใจกลางเมืองภูเก็ตเอาไว้
เป็นโรงแรมที่ใกล้ห้าง ใกล้ที่กิน ที่เช่ารถ บขส. ฯลฯ
ด้วยโปร ฯ ของ Expedia Italy


แต่หลังจากนั้นมีโปร ฯ มาใหม่
จึงสามารถหาโรงแรมริมทะเลได้ในราคาย่อมเยาว์
จึงได้แจกห้องพักรัตนาแมนชั่น ที่จองไว้ให้ผู้อื่นพักแทน
ซึ่งเมื่อได้ประสานกับทางโรงแรม
เรื่องเปลี่ยนผู้เข้าพักหลายๆ ครั้ง
ก็ประทับใจพนักงานของ “รัตนาแมนชั่น” มากๆ
ที่ได้ช่วยแนะนำสถานที่จอดรถหน้าโรงแรม
และที่จอดใกล้โรงแรม
ช่วยให้ข้อมูลอื่นๆ ช่วยประสานจัดการ
ทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความเต็มใจ
ซึ่งก็ขอขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้





หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้พ่อแม่ผู้ปกครอง
ชักชวนเด็ก ๆ ออกไปเรียนรู้ ในห้องเรียนกว้าง ๆ
ภายใต้ท้องฟ้าสีคราม ภูเขา ทะเล แม่น้ำ
และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ กันนะคะ


ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ


ติดตามรีวิวมาใหม่ได้ทางเฟซบุ๊ค “ท่องเที่ยวไป by ชมจันทร์”
http://www.facebook.com/moonwatcherBP



Create Date : 27 มีนาคม 2557
Last Update : 27 มีนาคม 2557 16:15:31 น.
1 comment
เที่ยวกระบี่ : เกาะห้อง ท่าปอมคลองสองน้ำ [ก.พ.2557]
"อยากให้เธอเห็นมัน อย่างที่ฉันได้เจอ
ฉันภูมิใจจะเสนอ ให้เธอเจอสิ่งที่ฝัน
สู่ทะเลสีคราม มนต์ขลังอันดามัน ยังมีเกาะหนึ่งนั้น รอเธออยู่"

Cr : เพลง หาดบิเละ เกาะห้อง (ศุ บุญเลี้ยง)
อัลบั้มรวมบทเพลงชายหาดติดดาว ของกรมควบคุมมลพิษ





กระบี่ถิ่นแดนนี้ที่ใจยังใฝ่ฝัน ไปไหนไปกัน ยังไม่เบื่อ
เมื่อวันที่ 7 -9 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมานี่เอง
ด้วยความช่วยเหลือของพี่สาวในห้อง BluePlanet Pantip
ช่วยจองตั๋วเครื่องบิราคาโปรโมชั่นถูกแสนถูกให้
ทำให้เราคู่หูแม่ลูกได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่อีกครั้ง



วันแรก


เราเดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชีย ไปถึงกระบี่บ่ายโมงนิดๆ
รับรถเช่าจากบริษัท Thai Rent A Car
แล้วก็รีบบึ่งไปที่บ้านเพื่อนแถวอำเภอคลองท่อม
ด้วยความคิดถึงอย่างแรง เพิ่งได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมที่บ้านเป็นครั้งแรก
เพื่อนได้จัดเตรียมอาหารอร่อยๆ ไว้เลี้ยงรับรอง
ประทับใจมาก ๆ วันแรกนี้ ได้ตั้งใจมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ





ตอนเย็น ก็ได้ขับรถไปที่อ่าวนาง ไปเข้าพักที่ “ศรีสุขสันต์รีสอร์ท”
ซึ่งเราได้ทำรีวิวโรงแรมไว้ในบล็อกนี้ หมวดโรงแรมที่พักโซนภาคใต้
ตามไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่รีวิวดังกล่าวจ้า






วันที่สอง


รุ่งเช้า หลังจากอิ่มอร่อยกับบุฟเฟต์มื้อเช้าของโรงแรม
ก็ได้ข้ามถนนไปยังท่าเรือของสหกรณ์เรือหางยาวบริการตำบลอ่าวนางจำกัด
เพื่อลงเรือไปเกาะห้อง ค่าเช่าเรือหางยาว 2,800 บาท
ซึ่งเป็นราคามาตรฐานตามที่กำหนดไว้ ในเรือมีเสื้อชูชีพไว้บริการ
ไม่รวมค่าเข้าชมอุทยาน และค่าเช่าสน็อกเกิ้ลต่างหาก
อาหารและน้ำดื่มต้องเตรียมไปเอง






วันนี้เรานัดกับเพื่อน ๆ อีกสองครอบครัว
ซึ่งต่างก็พักอยู่ต่างโรงแรมกัน ไปเที่ยวด้วยกัน

“ในที่สุด วันที่เกาลัดรอคอยก็มาถึง”
เกาลัดบอกกับแม่
เกาลัดจอมซน ชอบว่ายน้ำ เล่นน้ำ ดำน้ำ
เขาดูมีความสุข และอยากที่จะได้เล่นน้ำเร็วๆ





เมื่อลงเรือ ก็ได้รีบไปนั่งที่หัวเรือทันที

นั่งนานพักหนึ่ง ก็ถึงชายหาดของเกาะห้อง หรือเกาะเหลาบิเละ
ซึ่งเหมาะสำหรับเล่นน้ำ และดำน้ำ





อากาศสดใส แดดขาว ๆ นุ่มเท้าดี




เด็กๆ ชวนกันเล่นทราย




หนูน้อย MJ ถูกพี่ๆ ช่วยกันฝังทราย
..แบบ งงๆ น่ารักจัง ^^





สักพักเด็กๆ ก็ลงไปเล่นน้ำ
เกาลัดให้น้องเกาะหลัง








จากนั้น เรือก็พาเราเข้าไปยังลากูน ของเกาะห้อง

ซึ่งเด็กๆ ก็อัศจรรย์ใจกับปลาดาวจำนวนมาก
ที่ปรากฏให้เห็นบนพื้นทรายยามน้ำลง
ได้นับดาวในทะเลกันเพลิน








ไปกันอีกหนึ่งเกาะ น่าจะเป็นเกาะหลาดิง





ที่นี่ทิวทัศน์สวยงาม เราก็ได้ถ่ายภาพหมู่กัน
ครบทั้งสามครอบครัว





กลับมาถึงฝั่งก็ได้ถ่ายภาพป้ายราคาเหมาเรือไว้
เอามาฝากกัน





ตกเย็นไปกินอาหารที่ร้าน “ครัวธารา”
อยู่ที่หาดนพรัตน์ธารา ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องสารพัดหอย
และยังมีอาหารทะเลอื่นๆ
รสชาติดีทีเดียว มาร้านนี้ครั้งที่ 3 แล้ว





อิ่มแล้วก็เดินข้ามถนนไปเล่นที่ชายหาด





เด็ก ๆ เล่นทรายกันเพลิน





รอชมตะวันตกดินแล้วก็กลับโรงแรม






วันที่สาม


วันนี้เราเช็คเอาทืหลังกินอาหารเช้า
เพื่อเดินทางไปที่ “ท่าปอม คลองสองน้ำ”
จากอ่าวนาง ไปที่นั่น ระยะเวลาไม่ไกล
ขับรถประมาณครึ่งชั่วโมง
แต่เราสองแม่ลูกหลงทางอย่างไกล
จึงใช้เวลานานกว่าที่วางแผนไว้แต่ในที่สุดก็เดินทางไปถึงจนได้ล่ะ





ทางเดินลงไปยังเส้นทางศึกษาธรรมชาติ





เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกเสียหน่อย





ซื้อตั๋วค่าเข้าชม ราคาจิ๊บๆ





คู่หูแม่ลูกพากันท่องเที่ยวไปเรื่อย





เกาลัดเห็นต้นไม้ก็ป่ายปีนประสาซน





ท่าปอมของจริงสวยงามกว่าที่เห็นในรูปที่เราถ่ายมาเยอะ
น่าไปชมให้เห็นด้วยตาตัวเอง ^^





งามเหมือนภาพฝัน





ที่แห่งนี้เป็นคลองที่น้ำจืดกับน้ำกร่อยมาพบกัน
เป็นระบบนิเวศป่าพรุ





ภาพนี้เกาลัดถ่ายให้





เดินไม่นาน ไม่ทันเหนื่อยดี
ก็จะถึงทางออก ซึ่งบรรจบกับทางเข้า
เป็นจุดที่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำได้
น้ำน่าเล่นจัง แต่ด้วยความรีบเร่ง จึงไม่ได้เล่นน้ำ









ขับรถไปดูอ่าวท่าเลนซึ่งไม่ไกลกัน
เป็นจุดท่องเที่ยวพายเรือคายัค
มีท่าเรือที่ไปยังเกาะยาวน้อยได้








เราขับรถผ่านทางเข้าสุสานหอย แต่เวลาไม่พอแล้ว
ต้องรีบกลับไปสนามบินกระบี่ เ
พื่อขึ้นเครื่องบินเที่ยวบินประมาณบ่ายโมงครึ่ง

แวะซื้อของกิน ของฝากร้านจี้ออ
แล้วไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท. ใกล้สนามบิน
รวมทั้งส่งคืนรถเช่าที่สนามบินกระบี่





คู่หูสองแม่ลูกเดินทางกลับถึงสนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ
ภาพนี้ถ่ายในรถบัสเดินทางจากลานจอดเครื่องบิน
เข้าไปยังอาคารสนามบินดอนเมือง





จบทริปเที่ยวกระบี่ ต้นปี พ.ศ. 2557 ด้วยความประทับใจ
ทริปไหนที่พ่อเกาลัดไม่ได้ไปด้วย เราก็จะต้องขับรถเอง
... เหนื่อยนิดหนึ่ง และมักจะหลงทาง ^^





ประสบการณ์พาลูกเที่ยว
นับเป็นความสุขอย่างหนึ่ง
และเป็นช่วงหนึ่งของชีวิตที่น่าจดจำ



ติดตามรีวิวมาใหม่ได้ที่เฟซบุ๊ค “ท่องเที่ยวไป by ชมจันทร์”
http://www.facebook.com/moonwatcherBP



Create Date : 05 มีนาคม 2557
Last Update : 5 มีนาคม 2557 15:04:16 น.
1 comment
เที่ยวอยุธยา : ทำบุญส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ [2557]
ครอบครัวเราเพิ่งกลับมาจากการเดินทางไปทำบุญ 9 วัด
ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เมื่อวันที่ 28 - 30 ธันวาคม 2556 นี่เอง
ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้นำบุญมาฝากทุกท่าน
พร้อมกับบันทึกการเดินทางแบบเล็ก ๆ

....ตามเราไปเลยค่ะ



วัดที่ 1 : วัดแม่นางปลื้ม


เป็นวัดที่สมเด็จพระนเรศวรบูรณะให้แม่นางปลื้ม






วัดที่ 2: วัดธรรมิกราช


ไหว้พระ ทำบุญโลงศพถวายกระเบื้องห้องน้ำ กระเบื้องหลังคา
อุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว
และอื่นๆ เกาลัดอารมณ์ดีดูมีความสุขมาก






เด็กชายคนนี้เขามีความสุขกับการได้ไปทำบุญกับพ่อแม่







วัดที่ 3: วัดหน้าพระเมรุราชิการาม







วัดที่4: วัดเชิงท่า


ติดกับแม่น้ำลพบุรี เรียกว่าคลองเมือง.
ด้านข้างวัดเคยเป็นอู่ต่อเรือสุพรรณหงส์







วัดที่ 5 : วัดพนมยงค์


เรามาทำบุญวัดพนมยงค์เพราะระลึกถึงท่านปรีดี พนมยงค์
ตั้งจิดอุทิศส่วนกุศลให้ท่านและครอบครัว.
เมื่อเดินข้ามสะพานไม้ด้านหลังวัดไปก็จะเป็นอนุสรณ์สถานปรีดี พนมยงค์







วัดที่6 : วัดตึก 


ตำหนักพระเจ้าเสือ วัดที่หกของทริปนี้แล้ว








วัดที่ 7: วัดพิชัยสงคราม


มีภาพเขียนประวัติพระเจ้าตากสินรอบอุโบสถ








วัดที่ 8 : วัดกษัตราธิราช วรมหาวิหาร








วัดที่ 9 : วัดพุธไธสวรรค์


วัดแห่งเครื่องรางของขลัง.
ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเป็นโรงแรมไอยูเดีย ออน เดอะ ริเวอร์






บทแผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศล


“อิทัง ปุญญะผะลัง”
ผลบุญใดที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้บำเพ็ญแล้ว ณ โอกาสนี้
ข้าพเจ้าทั้งหลายขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย
ที่เคยล่วงเกินมาแล้ว แต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี
ขอเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายจงโมทนาส่วนกุศลนี้
ขอจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าตั้งแต่วันนี้ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน

และ ข้าพเจ้าทั้งหลายขออุทิศส่วนกุศลนี้
ให้แก่เทพเจ้าทั้งหลายที่ปกปักรักษาข้าพเจ้า
และเทพเจ้าทั้งหลายทั่วสากลพิภพ และพระยายมราช
ขอเทพเจ้าทั้งหลายและพระยายมราชจงโมทนาส่วนกุศลนี้
ขอจงเป็นสักขีพยาน ในการบำเพ็ญกุศลของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเถิด

และ ขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่ท่านทั้งหลายที่ล่วงลับไปแล้ว
ที่เสวยความสุขอยู่ก็ดี เสวยความทุกข์อยู่ก็ดี เป็นญาติก็ดี
มิใช่ญาติก็ดี ขอท่านทั้งหลายจงโมทนาส่วนกุศลนี้
พึงได้รับประโยชน์ ความสุข เช่นเดียวกับข้าพเจ้าจะพึงได้รับ
ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด

ผลบุญใดที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้บำเพ็ญมาแล้ว ณ โอกาสนี้
ขอผลบุญนี้จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้เข้าถึงซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้เถิด.

เครดิต : https://docs.google.com/document/d/1wG7HZZvCZkVSoSJ23X4JSVgIVTA1cp8_IdbY7fjCoSc/mobilebasic?hl=en



ทริปนี้เกาลัดสนุก มีความสุข อิ่มเอมใจกันทั้งครอบครัว
ขอเป็นแรงบันดาลใจให้คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครอง
พาเด็ก ๆ ไปทำบุญ ทำนุ บำรุง ส่งเสริม พระพุทธศาสนากันนะคะ


"การพาลูกเข้าวัด ที่มีบรรยากาศอันร่มรื่น 
ได้มาเห็น มาฟัง มาสัมผัสกับสิ่งดีๆ 
นี้เป็นการปลูกฝังจิตสำนึก
ในคุณความดีให้กับลูกของเรา" 
           (ป.อ.ปยุตโต)



โรงแรมที่พักทริปนี้

"คลาสสิค คามิโอ"(Classic Kameo)















ร้านอาหารแนะนำ


ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก นายดำ สาขา2
ร้านนี้หาโอกาสไปทุกครั้งที่ได้ไปอยุธยา






ข้าวต้มปลา ต้มยำหัวปลา ยำทะเล ร้านเก่าแก่
หน้า สนง.ที่ดิน (หน้าวัง)





ร้าน CSK กระทะทอง
บุฟเฟต์หมูกระทะที่อร่อย หลากหลาย คุ้มค่า ราคาไม่แพง




ข้อมูลและแผนที่ร้าน
ใช้ Google  Map ช่วยค้นหาและบอกเส้นทางได้เลยค่ะ


ติดตามรีวิวมาใหม่ได้ที่
เฟซบุ๊ค : ท่องเที่ยวไป by ชมจันทร์
www.facebook.com/moonwatcherBP





Create Date : 30 ธันวาคม 2556
Last Update : 30 ธันวาคม 2556 22:45:45 น.

2 comment
ผจญภัยตามแนวชายแดนเมืองตาก : ตลาดริมเมย ถ้ำแม่อุสุ ล่องแก่งแม่ละเมา
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา คณะของเราได้มีโอกาสเดินทาง
ไปถ่ายทำข่าวที่อำเภอแม่สอดและอำเภอท่าสองยางจังหวัดตาก
เวลาผ่านล่วงเลยมานานโข เพิ่งจะมีโอกาสได้นำภาพและข้อมูล
มาทำรีวิวไว้ในบล็อกนี้





เนื่องจากเป็นทริปทำงาน แต่ก็ได้จัดโปรแกรมในช่วงรอยต่อของการเดินทาง
ให้สื่อมวลชนได้แวะชมสถานที่ต่าง ๆ โดยได้ไปกันที่ศาลสมเด็จพระนเรศวร
ตลาดริมเมย ถ้ำแม่อุสุ และล่องแก่งแม่ละเมา

.....................ตามเราไปกันเลยค่ะ





ทริปนี้เราเดินทางด้วยสายการบินนกแอร์ เส้นทางดอนเมือง – แม่สอด
ไปกลับ เดินทางไปถึงแม่สอดแล้วใกล้ๆ เที่ยง





จากสนามบินได้ไปแวะรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านข้าวเม่าข้าวฟ่าง
อยู่นอกตัวเมืองแม่สอดนิดหน่อย ไม่ไกลจากสนามบินนัก
ระหว่างนั้นก็ได้มีท่านผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานแห่งหนึ่ง
มาให้การต้อนรับ และให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนเกี่ยวกับโครงการ
ที่เราได้เดินทางมาถ่ายทำข่าวครั้งนี้





จากนั้น เดินทางกันไปต่อที่ศาลสมเด็จพระนเรศวรที่แม่สอดนั่นเอง





ก่อนเดินทางไปพักที่ท่าสองยาง ก็พาสื่อมวลชนแวะซื้อของ
ที่ตลาดริมเมยเสียก่อน





แวะตลาดริมเมยไม่นานนัก ก็ได้มุ่งหน้าสู่อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
พักที่ท่าสองยางฮิลล์รีสอร์ท เป็นที่พักหลักร้อย ซึ่งน่าพัก
และบรรยากาศดีทีเดียว





อาหารเย็นที่ร้านครัวขวัญข้าว





ตื่นเช้ามา กินข้าวต้มที่ทางรีสอร์ทจัดไว้ให้ เตรียมตัวเช็คเอาท์
และออกไปทำงานกันต่อ เห็นพี่ ๆ นักข่าวกำลังถ่ายภาพกันอยู่อย่างชิลล์ๆ





ไปถ่ายทำข่าวที่โรงเรียนแห่งหนึ่งนอกตัวอำเภอท่าสองยาง
ด้วยความตั้งอกตั้งใจ ก่อนจาก ได้มีการมอบสื่ออุปกรณ์
ให้แก่ทางโรงเรียนด้วย ในช่วงบ่ายๆ ก็ได้เสร็จสิ้นภารกิจ
และออกเดินทางกันต่อ





โปรแกรมช่วงบ่ายก็คือ เดินทางไปยังที่พักที่อำเภอแม่สอด
ทางทีมงานได้เซอร์ไพรส์พาคณะสื่อมวลชนไปถ้ำแม่อุสุ
โดยที่ไม่ได้ทราบมาก่อนล่วงหน้า จึงต้องแวะซื้อรองเท้าแตะ
กางเกงขาสั้นที่ตลาดระหว่างทาง





ถ้ำแม่อุสุ อยู่ในเขต “อุทยานแห่งชาติแม่เมย”


ชาวปะกะญอ(ปกากะญอ)เรียกถ้ำแม่อุสุว่า “ทีหนึปู่”
แปลว่าน้ำไหลเข้าไปในถ้ำ มีเรื่องเล่าสืบทอดกันว่า
เมื่อถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา หรือวันพระจันทร์เต็มดวง
ชาวบ้านจะได้ยินเสียงดนตรีดังสนั่นหวั่นไหวในถ้ำ
เหมือนกับว่ามีงานเทศกาล

ว่ากันว่าถ้ำแม่อุสุ เป็นถ้ำที่มีความสวยงามมากในอันดับต้นๆ ของเมืองไทย
ได้รับการขนานนามให้เป็น “โรงละครใต้พิภพ” และได้รับการยกย่อ
งให้เป็นหนึ่งในอันซีนไทยแลนด์

ถ้ำแม่อุสุ อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอท่าสองยางไปทางเหนือ
ประมาณ 12 กิโลเมตร บนทางหลวงหมายเลข 105 สายแม่สอด-แม่สะเรียง
เลยกิโลเมตรที่ 94 ไปเล็กน้อย จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าไปอีกประมาณ
2 กิโลเมตร ก็จะถึงถ้ำแม่อุสุ






ถ้ำแม่อุสุ สามารถเที่ยวชมได้ในฤดูแล้ง ระหว่างเดือนธันวาคม-เมษายน
การเข้าเที่ยวชมภายในถ้ำควรมีไฟฉาย และควรมีเจ้าหน้าที่นำทาง

เราต้องเดินเข้าไปในความมืด มีเพียงแสงสว่างจากปลายกระบอกไฟฉาย
เท่านั้นที่ทำให้เราอุ่นใจ เดินตามไกด์ท้องถิ่นไปเรื่อยๆ






ภายในถ้ำแห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 ห้องใหญ่ๆ มีหินงอกหินย้อยให้ชม
ภายในโพรงถ้ำมีแสงสว่างส่องเข้ามาสวยงามจับใจ







มุดเข้าไปตามซอกโพรงหิน บุกน้ำ ลุยกันเข้าไป





นี่คือเสน่ห์และความสนุกของการผจญภัยในถ้ำแห่งนี้





จากการศึกษาข้อมูลพบว่าบางคณะเดินย้อนไปในเส้นทางสายเก่
าเพื่อกลับออกจากถ้ำ แต่เราไม่ ไกด์ได้จัดเต็ม พาเราบุกบั่น
ลุยไปข้างหน้า เรื่อย ๆ ลัดเลาะไปตามลำธาร





ป่าแห่งนี้เป็นแนวตะเข็บชายแดนไทย – พม่า







ข้ามสะพานขอนไม้





ลัดเลาะลงเขา เหนื่อยก็เหนื่อย สนุกก็สนุก!!
อันซีน เหนือความคาดหมายจริงๆ ค่ะ





จากถ้ำแม่อุสุ นั่งพักเหนื่อยในรถมาพักใหญ่ๆ ประมาณสองชั่วโมงกว่า
ก็มาถึง “วัฒนาวิลเลจ” ที่พักของเราที่แม่สอด ในค่ำคืนสุดท้าย
และอาหารเย็น รวมทั้งอาหารเช้าก็ฝากท้องไว้ที่นี่เลย





ตื่นแต่เช้า รับประทานอาหารเช้ากันเสร็จ ก็เดินทางไปที่หมอกฟ้าใสรีสอร์ท

ไปถ่ายทำข่าว จนถึงบ่าย ๆ





บรรยากาศการทำงานวันนี้สนุกสนานเพลิดเพลินและมีความสุข





เสร็จงานช่วงบ่าย ในช่วงรอขึ้นเครื่องบินกลับดอนเมือง
ได้พาสื่อมวลชนไปล่องแก่งแม่ละเมา ซึ่งทางหมอกฟ้าใสรีสอร์ท
ได้จัดเตรียมไว้ให้





"ห้วยแม่ละเมา"
ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นสถานที่ล่องแก่งขึ้นชื่อ
ในระดับประเทศ เหมาะแก่การล่องแก่งในช่วงเมื่อหน้าฝนมาเยือนทุกปี





แต่ช่วงที่เราไป เป็นหน้าแล้งในเดือนกุมภาพันธ์ น้ำตื้น
กระแสน้ำไหลเรื่อยๆ เอื่อยๆ ไม่เชี่ยวกราก
ทำให้บรรยากาศในการล่องแก่งแบบผจญภัยในหน้าฝน
กลายมาเป็นล่องแพยางชมทิวทัศน์อันสวยงาม
ในระดับการผจญภัยแบบเด็กๆ แทน ^^





กิจกรรมล่องแก่งแม่ละเมา มีอยู่หลายจุดล่องแก่งให้เลือก เช่น

จุดที่ 1
ริมทางหลวงหมายเลข 105 (ตาก-แม่สอด) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 51
จุดที่จะล่องแก่งอู่ห่างจากทางหลวงฯ ประมาณ 150 เมตร
การเดินทางสะดวก ระยะล่องแก่ง ประมาณ 12 กิโลเมตร
ใช้เวลา 1-2 ชัวโมง โดยแพไม้ไผ่ เรือยาง หรือเรือคยั
คและมีบริการเสริมเป็นจักรยานเสือภูเขา ระยะทาง 4 กิโลเมตร

จุดที่ 2
ริมทางหลวงหมายเลข 105 (ตาก-แม่สอด) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 41
การเดินทางผ่านทุ่งนาและหมู่บ้านห้วยยะอุ จากหมู่บ้าน 100 เมตร
ถึงลำห้วยแม่ละเมา เป็นจุดเริ่มต้นการล่องแก่งลำห้วยแม่เละเมา
ไหลผ่านเป็นป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ และมีทิวทัศน์ที่สวยงาม
ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 ชั่วโมง
โดยแพไม้ไผ่ เรือยาง หรือคยัค

จุดที่ 3
ริมทางหลวงหมายเลข 105 (ตาก-แม่สอด) ระหว่างหลักกิโลเมตร
ที่ 37-38 จุดสังเกตทางเข้าสำนักงานป่าไม้ก่อนถึงบ้านห้วยยะอุ
การเดินทางเป็นถนนลูกรัง ระยะทาง 12 กิโลเมตร สู่บ้านธงชัย
ถึงห้วยแม่ละเมา ระยะทางการล่องแก่ง ประมาณ 25 กิโลเมตร
ใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวที่มีความประสงค์จะเดินทางในจุด
นี้อย่างน้อยต้องมีจำนวน 5 คนขึ้นไป โดยเรือยาง หรือเรือคยัคเท่านั้น
เพราะเป็นแก่งน้ำที่มีกระแสน้ำเชี่ยวแรงมาก








หลังจากสนุกกับการล่องแล้วแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไปสนามบินแม่สอด
เพื่อเดินทางกลับกันเสียที..

จบภารกิจในทริปนี้และเดินทางกลับบ้านกันอย่างปลอดภัย





http://www.facebook.com/moonwatcherBP





Create Date : 03 ตุลาคม 2556
Last Update : 3 ตุลาคม 2556 15:20:05 น.

3 comment
ตะลุยอุบล ตอน 2 : สวนสัตว์อุบลฯ ตลาดซืนวาน หาดคูเดื่อ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอุบลฯ
เวลาแห่งความสุขมักจะวนเวียนมาหาเราเสมอ
ความสุขอย่างหนึ่งของเราก็คือ
การได้ใช้เวลาร่วมกันในการท่องเที่ยว
ได้เห็นอะไรใหม่ ๆ แปลกหูแปลกตา ผ่านเข้ามาในชีวิต
ให้ได้รู้จัก และเรียนรู้ไปพร้อมกันกับลูกชาย
ที่กำลังเติบโตใกล้สู่วัยรุ่นแล้ว

ทริปนี้ เริ่มจากโปรตั๋วไปกลับห้าร้อยกว่าบาท
เป็นช่วงกลางเทอม ซึ่งได้แพลนเอาไว้ว่า
จะไปเที่ยวลาวใต้กับเพื่อนสาว
ในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ส่วนพ่อลูกอยู่บ้านเ
นื่องจากไม่อยากให้กระทบกับงานและการเรียน
ของสมาชิกในครอบครัว

แต่ไปๆ มา ๆ เพื่อนไปด้วยไม่ได้เสียแล้ว
จะทิ้งทริปก็เสียดายตั๋ว จึงได้ชวนลูกไปเที่ยวเมืองอุบลราชธานี
ถิ่นอีสานใต้ แดนดินน่าสนใจ แทนทริปลาวใต้
ส่วนพ่อนั้นต้องไปทำงานต่างจังหวัดอีกที่หนึ่ง
จึงมีเพียงเราแม่ลูกเพียงสองคนในทริปนี้

เราพาลูกชายไปท่องเที่ยวเมื่อกลางเดือนสิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา
ครั้งนี้จำกัดบริเวณการเที่ยวเฉพาะในตัวเมืองและไม่ไกลจากเมือง
เดินทางโดยสายการบินแอร์เอเชีย เช่ารถมอเตอร์ขับ
พักโรงแรมหลักร้อยในตัวเมืองอุบลราชธานีแบบชิลล์ ๆ





ตอนแรกเราได้พูดถึงโรงแรมเดอะราชธานี
สวนน้ำ Wonder Park ถนนคนเดิน
โต้รุ่งทุ่งศรีเมือง ไปแล้ว ตามลิงค์นี้



สำหรับตอนนี้ซึ่งเป็นตอนจบเราจะพาไป
ตลาดเช้าริมมูล สวนสัตว์อุบลราชธานี
ตลาดซืนวาน หาดคูเดื่อ
และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอุบลราชธานีกัน

ตามเราไปเลยค่ะ


อาหารเช้าโรงแรมเดอะราชธานี เป็นมีเป็นเซ็ทให้เลือก
เครื่องดื่มบริการตัวเอง





วันที่สอง


หลังจากรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมแล้ว
เราก็ขับรถไปดูตลาดเช้าก่อน ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
เผื่อว่าเช้าอีกวันจะได้มาชิม

ที่จริงแล้ว ตลาดใหญ่ หรือ ตลาดเช้า
สามารถเดินจากโรงแรมไปได้ หรือใช้บริการสามล้อก็ได้
ขับจากโรงแรมไปแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว
มีของกิน ของสด ของแห้ง ของฝาก
และอาหารต่าง ๆ น่ากินมั่ก ๆ ....

ฝากเอาไว้ก่อน..แล้วจะมาฝากท้อง
...พรุ่งนี้เช้าเจอกัน ^^





ร้านอาหารที่เล็งๆ ไว้





สวนสัตว์อุบลราชธานี


สวนสัตว์อุบลราชธานีนั้นเป็นสวนสัตว์เปิดใหม่
กำลังปรับปรุงพัฒนาขึ้นไปเรื่อย ๆ
และประกาศเตรียมพร้อมรับมืออาเซียน
อยู่ห่างจากตัวเมืองไม่ไกลนัก
ขี่มอเตอร์ไซค์แบบชิลล์ ๆ ไปตามแผนที่
ไม่นานก็ถึง





ค่าเข้าชมไม่แพง บัตรข้าราชการ
เจ้าหน้าที่รัฐ และเด็ก มีส่วนลด




ค่ารถกอล์ฟและรถรางชมวิว





นั่งรถรางเที่ยวกันก่อน มีผู้ร่วมเดินทางมากมาย
พนักงานเป็นทั้งไกด์และคนขับรถ
บรรยายได้ฮามาก !!




สวนสัตว์อุบลเป็นสวนสัตว์เปิด ตื่นเต้น !!








ทางสวนสัตว์กำลังจัดทำสถานที่
สำหรับสัมมนาและบริการค่ายพักแรม





ลงจากรถแล้ว
ขอถ่ายภาพกับไกด์ที่เรียกเสียงฮาได้ตลอดเส้นทาง
ใช้เวลาประมาณ 40-45 นาทีต่อรอบ





จากนั้นสองแม่ลูกเช่ารถกอล์ฟขับกันต่อ
สนุกและมันส์ไปอีกแบบ
คราวนี้เที่ยวดูสัตว์แบบส่วนตัวกันแล้ว
จอดได้ตามใจ แต่ห้ามลงจากรถในหลายจุด เพราะอันตราย
เจ้าหน้าที่จะบอกกฏกติกาให้ทราบ พร้อมทั้งแนะนำวิธีขับรถด้วย





ฝากท้องมื้อกลางวันที่ร้านค้าหน้าสวนสัตว์




ตลาดซืนวาน


ตลาดซืนวาน อยู่ที่ใกล้แยกกกแต้ อำเภอวารินชำราบ
เราขับมอเตอร์ไซค์จากสวนสัตว์ย้อนเข้าตัวเมือง
จากถนนชยางกูร ขับตรงไปเรื่อย ๆ ข้ามสะพานไป แ
ต่ดูแผนที่ก็ยังงง ๆ หลงทาง
ถามทางหลายครั้งกว่าจะไปถึง ร้อนสาหัสเลย




กว่าจะถึง ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ตากแดดจนร้อน





อากาศวันนี้ ไปชิมไอศกรีมเย็น ๆ ให้ชื่นใจกันดีกว่า

ที่นี่มีมุมถ่ายภาพย้อนยุคน่ารักๆ สนุกๆ เยอะ






หาดคูเดื่อ


จากซืนวาน กลับเข้ามาอาบน้ำ และพักให้หายร้อน

ตอนเย็น ๆ ขับรถมอเตอร์ไซค์ ไปทางเซ็นทรัลอุบล ฯ
ถึงเซ็นทรัล เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบายพาส (ทางเลี่ยงเมือง)
ขับตรงไปเรื่อย ๆ จนถึงสะพานข้ามแม่น้ำมูล
จะมีป้ายทางไปหาดคูเดื่อ เราข้ามสะพาน
แล้วกลับรถมาที่เชิงสะพานข้ามมูลอีกด้าน เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านคูเดื่อ
ตรงไปเรื่อย ๆ ผ่านร่านอาหารมากมาย
จนถึงหาด ดูท่าว่า “ร้านพึงมูล” นี้บรรยากาศน่าจะดี
เลยลองแวะเขาไปนั่งดู เลือกนั่งแพที่อยู่ไกลสุดทาง





ทางลงร้านค้า





ยังมีหาดทรายพอให้เห็น





บรรยากาศดีมากๆ เริ่มใกล้ค่ำ
ฟ้าสลัว ดูตะวันตกดิน ฟิน !!

อารมณ์ดีกันทั้งแม่ลูกเลย
อาหารก็อร่อย ราคาไม่แพง





แวะถ่ายภาพโบสถ์คริสต์กลางทาง
ที่โบสถ์วัดพระหฤทัย บ้านทัพไทย





ตกกลางคืน กลับโรงแรม เ
กาลัดบอกไม่หิวแล้ว แต่แม่ยังหิวอยู่
เลยขอไปกินก๋วยจั๊บญวนเจ้าอร่อย
ร้านเดิมให้อุ่นท้องก่อนนอน



วันสุดท้าย

ตลาดใหญ่ (ตลาดเช้า ริมมูล)



เช้าวันสุดท้ายแล้ว ตื่นกันสายเชียว
เราแม่ลูกสละสิทธิ์อาหารเช้าของโรงแรม
เพราะตั้งใจจะไปกินอาหารที่ตลาดริมมูลกัน





เกาลัดอยากกินโจ๊ก
แต่โจ๊กหมดเลยเป็นก๋วยจั๋บญวนแทน
เกาลัดบอกว่าอร่อย
ถ้ารู้อย่างนี้ก็จะเชื่อแม่ตั้งนานแล้ว


ส่วนแม่ กินขนมปากหม้อ เจ้าดั้งเดิม
ทั้งสองร้าน อยู่ติดกัน มีลูกค้าชาวอุบลแวะเวียนมานั่งกินอาหาร
บ้างก็ซื้อกลับบ้าน พูดคุยกับเจ้าของร้านอย่างเป็นกันเอง
บางคนพูดถึงเรื่องอดีตที่เคยมากินอาหารร้านนี้ตั้งแต่ยังเล็ก
เจ้าของร้านใจดี อาหารอร่อยมาก





จากนั้น ก็ไปกินโอเลี้ยง ไข่ลวก สูตรโบราณ
ร้านค้าใกล้กัน เจ้าของร้านใจดีอีกแล้ว ^^
มานั่งคุยกับเราแม่ลูกตั้งนาน





ร้านค้าอื่นๆ






ตึกเก่า




บ้านเก่า





อุบลโฮเต็ล อยู่ใกล้เดอะราชธานี

โรงแรมนี้ใกล้ถนนคนเดิน
และตรงข้ามทุ่งศรีเมือง
รวมทั้งตรงข้ามพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอุบลราชธานี
ซึ่งอยู่ที่ทุ่งศรีเมืองนั่นเอง






พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอุบลราชธานี


วันเปิดปิด และค่าเข้าชมตามนี้





เข้าไปดูกันแบบรีบ ๆ เพราะเกาลัดซนเหลือเกิน
ดูไม่ค่อยให้ความสนใจกับพิพิธภัณฑ์นี้เท่าไหร่





ไหว้ศาลหลักเมืองที่ทุ่งศรีเมือง





อนุสาวรีย์พระปทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง)
ผู้ก่อตั้งเมืองอุบลฯ





ปฏิมากรรมเทียนพรรษา





ใกล้เที่ยงกลับไปเช็คเอาท์ ฝากกระเป๋าที่โรงแรม
แล้วไปสวนน้ำ Water Wonder Park อีกรอบ




กินส้มตำหมูยอ ไก่ทอดที่ร้านเล็ก ๆ
ติดกับโจ๊กนักสืบ ตรงข้ามสุนีย์ทาวเวอร์





นั่งเฝ้าเกาลัดที่สวนน้ำจนถึงเกือบสี่โมงเย็น





แวะซื้อหมูยอร้านปัญญากลับกรุงเทพ
ร้านนี้ก็อร่อยดี ^^




กินก๋วยจั๊บญวนร้านเดิมทิ้งท้ายก่อนกลับ




ไปรับกระเป๋าที่โรงแรมเดอะราชธานี
แล้วขับมอเตอร์ไซค์ไปคืนรถที่สนามบิน
ก่อนขึ้นแอร์เอเซียกลับกรุงเทพ (ดอนเมือง)





เกาลัดบอกว่าชอบเมืองอุบลเข้าให้แล้ว คนใจดี อาหารอร่อย
คืนแรกไม่ค่อยชอบโรงแรมเท่าไหร่ แต่คืนต่อ ๆ ไป เริ่มชอบแล้ว
และอยากมาพักอีก ...... ลูกบอกว่าสนุกมาก ไม่อยากกลับเลย





แล้วเจอกันใหม่จ้า จังหวัดอุบลราชธานี
.......... ถ้าได้มาอีก ก็จะพาเกาลัดไปเที่ยวสถานที่อื่น ๆ
ที่ยังไม่ได้พาไป ^^

ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่เข้ามาอ่านค่ะ




Create Date : 19 กันยายน 2556
Last Update : 19 กันยายน 2556 9:30:53 น.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  
ชมจันทร์
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]



เย็นลมราตรีและหอมกลิ่นดอกไม้
โชยชื่นใต้แสงจันทร์

"Traveller Bug"

New Comments