All Blog
ตะลุยสุราษฏร์ธานี คลองร้อยสาย หิ่งห้อยแม่น้ำตาปี ชิมหอยใหญ่ ไข่แดง เยือนแหล่งธรรมะ

นับครั้งได้สินะตั้งแต่ลูกชายเปิดภาคเรียน การเข้าเรียนชั้น ม. 1 ลูกคร่ำเคร่งและเอาจริงเอาจังมากกว่าเดิม เรียกได้ว่าไม่อยากจะขาดเรียนไปไหน ทริปนี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะสืบเนื่องจากโปรตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชีย จัดตารางเวลาได้ลงตัว ครอบครัวเราจึงได้ไปท่องเที่ยวในระยะสั้น ๆ กันได้อย่างสบายใจ

โปรแกรมท่องเที่ยวของเรา
ศุกร์ เข้าที่พัก
เสาร์ เสรีแต่เตี้ยม วัดพระธาตุไชยาและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา หมู่บ้านประมงแหลมโพธิ์
ร้านพลับพลา สวนโมกขพลาราม ดูหิ่งห้อยแม่น้ำตาปี
อาทิตย์ นั่งเรือชมคลองร้อยสาย ชิมอาหารที่ปากน้ำตาปี กลับเที่ยวบินช่วงต้นบ่าย

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2558


แม่บุ๋มล่วงหน้าไปก่อนด้วยแอร์เอเชีย เที่ยวบินประมาณเกือบบ่ายสองครึ่ง ไปถึงสนามบินสุราษฏร์ธานีมีความขลุกขลักในการใช้เครื่องคีออส reprint boarding pass ขากลับ ก็ได้น้องผู้ชาย จนท. แอร์เอเชียใจดีมากให้ความช่วยเหลือจนสำเร็จ จากนั้นก็ก็รับรถที่จองไว้ล่วงหน้าจาก Budget เป็นรถไซล์เล็กของ Honda ขับคล่องตัวดี ราคาก็ดี๊ ดี บริษัทนี้มีโปรบ่อย รอบนี้ได้โปร ฯ เช่ารถสองวัน ในราคา 1490 บาท รับวันศุกร์ ส่งวันอาทิตย์ แจ่มเลย รถใหม่ บริการก็ดีได้มาตรฐานที่พึงพอใจ







26 มิถุนายน
วันนี้ถือตั๋วสุราษฏร์สองใบ ไฟลท์บ่ายกับค่ำ ทิ้งค่ำ มาบ่ายเพื่อที่จะรับรถเช่าก่อน จากนั้นก็รอพ่อลูกตามมาเที่ยวบินสุดท้าย ได้รถแล้ว มีโปร Budget ราคาสองวันรวมประกันชั้น 1 ครอบคลุมรถหาย 1490 บาท Honda Brio Amaze ถ้าไม่ซื้อประกันเพิ่มก็จะได้ราคาสองวันไม่ถึงพันบาท แต่ไม่เสี่ยงดีกว่า ช่วงนี้ทำงานเครียดเยอะมาก ถือว่ามาพักสมอง ใช้โปรตั๋วไปกลับคนละไม่ถึงสองร้อยบาท — ที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี
จาก Facebook


กว่าพ่อลูกจะมาถึงก็ไฟลท์ออกจากสนามบินดอนเมือง 19.20 น. แม่บุ๋มก็คิดอยู่ว่าจะทำอะไรดีนะ ไม่อยากนั่งแกร่วรออยู่ที่สนามบิน แต่ก็ไม่อยากไปไหนไกล ถามหาร้านนวดจากน้องเจ้าหน้าที่ของ Budget น้องบอกว่าที่สนามบินก็มี แต่ถ้าข้างนอกที่ใกล้ ๆ สนามบิน ก็จะมีที่ปั๊ม ปตท. ถัดจากปั๊ม ปตท. โค-ออป จากสนามบิน เลี้ยวขวาไปทางเข้าเมือง ขับไปนิดเจอสะพานให้ยูเทิร์นใต้สะพาน ก็จะเจอปั๊ม ปตท. ปั๊ม ปตท. แรกยังไม่ใช่ ต้องไปปั๊ม ปตท. ที่สอง ส่วนที่ถัดไปอีกจะเป็นปั๊มบางจาก

 




นวดแก้ปวดเมื่อยคอบ่าไหล่ไปเพลิน ๆ ในราคาพอๆ กับร้านนวดแถวบ้านลำลูกกา ก็เริ่มหิว จึงกินข้าวแกงรองท้องที่ร้านข้าวแกงปั๊ม อร่อยกับข้าวแกงปักษ์ใต้ในราคาประหยัด ก็ได้เวลาขับรถกลับไปรับพ่อลูกที่สนามบิน แล้วก็เข้าโรงแรม เพื่อไปเช็คอินและพักผ่อนเอาแรง





 

โรงแรมที่เราพักในทริปนี้ ชื่อโรงแรม (Princess Park) อยู่ติดกับโรงแรมร้อยเกาะ พ่อของลูกเคยไปพักแถวนั้นมาแล้ว ประกอบกับใช้ Google Map ช่วยบอกทาง จึงหาไม่ยาก ห้องพักที่เราจองไว้เป็นห้องครอบครัว สามเตียง อยู่ในราคาหลักร้อย







เมื่อเทียบกับราคาแล้ว ถือว่าห้องพักอยู่ในระดับดีเกินคาด แถมโรงแรมยังมีที่จอดรถกว้างขวางทั้ง ในและนอกอาคาร ทำให้ภูมิใจที่เลือกที่พักได้ไม่ผิดหวัง ที่นี่มีไวไฟฟรีให้ใช้ แม้ไม่มีอาหารเช้าก็ไม่เป็นอุปสรรค เพราะเราตั้งใจไปหาของอร่อยกินแถวในตลาดอยู่แล้ว ที่ล็อบบี้มีตู้แช่นม โยเกิร์ต เครื่องดื่มเล็กๆ น้อย ๆ และมาม่าคัพ ขายในราคาปกติ อ้อ..เห็นแว๊บ ๆ ว่ามีห้องประชุมสัมมนาด้วย


















วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2558


ตื่นเช้าด้วยความสดชื่นรื่นรมย์ ไปร้านเสรีแต่เตี้ยม ที่ตลาดศาลเจ้า คราวนี้ google map ทำพลาด เพราะเหมือนมีการปักหมุดไว้ผิดที่ เลยต้องจอดถามทาง จุดสังเกตก็คือศาลเจ้า และโรงแรมเสรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้าน อาหารอร่อย น่ากิน อารมณ์ประมาณร้านแถวหาดใหญ่เลย หน้าร้านมีติ่มซำให้เลือกหลายแบบละลานตา ในร้านจะมีหอยจ้อ ซาลาเปาทอด บะกุดเต๋ ให้สั่ง และรสชาติก็อร่อยสมความตั้งใจ

ย่านตลาดศาลเจ้าช่วงเช้า ๆ จะมีร้านอาหารเก่าแก่หลายต่อหลายร้าน ยั่วน้ำลายหก ในตอนเย็นก็จะกลายเป็นโต้รุ่ง ศูนย์รวมอาหารใหญ่โตมโหฬารหลากหลาย เป็นสวรรค์ของนักชิมแท้เชียว

 















27 มิถุนายน · เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ·
อาหารเช้าย่านตลาดศาลเจ้ามีแต่ของน่ากิน วันนี้มาชิมเสรีแต่เตี้ยมกันก่อน อร่อยสมใจทีเดียวล่ะ เกาลัดชอบ กินจนอิ่มแล้วเดินออกจากร้านเจอร้านรถเข็นซื้อเม็ดกาหยูคั่วมากินเพลินๆ ในรถ
จาก Facebook


อิ่มอร่อยกันแล้ว พ่อขับรถพาพวกเราไปวัดพระธาตุไชยา จากตลาดศาลเจ้าใช้เวลาประมาณสี่สิบนาทีกว่าจะถึง เราไปเส้นทางที่ผ่านวัดบ่อน้ำร้อน เมื่อไปถึง สิ่งที่สะดุดตาแรก ก็คือ ร้านขายไข่เค็ม ที่เขาผ่าครึ่งเอามาโชว์ น่ากินน้ำลายจะหก

 





สามคนพ่อแม่ลูกพากันเข้าไปไหว้พระและชมภายในวัดก่อน







27 มิถุนายน ·
วัดพระบรมธาตุไชยา เจดีย์ทรงปราสาท สถาปัตยกรรมเฉพาะของอาณาจักรสุโขทัย
จาก facebook









พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติไชยา







พ่อพาไปชมชุมชนประมงแหลมโพธิ์ จากนั้นก็ไปกินอาหารกลางวันที่ร้านพลับพลา



27 มิถุนายน ·
ร้านพลับพลาที่แหลมโพธิ์ สั่งตอนหิว แต่ละจานมาเต็ม ทั้งเยอะ ทั้งอร่อยจนจุก แนะนำกุ้งผัดกะปิสะตอ อร่อยม๊ากก จานละ 150 บาท ร้านนี้มีสมเด็จพระเทพฯ เคยเสด็จ
— ที่ หาดแหลมโพธิ์ พุมเรียง
จาก facebook




















ตอนบ่าย ๆ ไปสวนโมกขพลาราม


27 มิถุนายน ·
สวนโมกขพลารามแปลว่าสวนแห่งความหลุดพ้นจากทุกข์
—ที่ สวนโมกขพลาราม
จาก facebook









จากนั้นกลับเข้าไปพักผ่อน อาบน้ำ ที่โรงแรม


ช่วงเย็น นัดลงเรือประมาณหนึ่งทุ่มตรง โดยไปรอที่ท่าเรือหน้าสำนักงานอัยการภาค พอได้เวลาก็มีเรือมารับตามนัด เป็นเรือของคุณพาณุ ชำนาญเรือง หากคนน้อย ปกติจะเหมาลำละประมาณสามร้อยบาท ต่อเที่ยว แต่วันนี้ได้ราคาพิเศษ เฉลี่ย ๆ กันไป เนื่องจากเป็นกรุ๊ปใหญ่ เราไปร่วมทัวร์กับกลุ่มใหญ่อีกกลุ่ม



27 มิถุนายน ·
ค่ำนี้เราติดต่อเรือชมหิ่งห้อย ราคาเหมาลำละ 300 บาท จากคุณพาณุ ชำนาญเรือง ตามเบอร์โทรที่เห็นในเว็บไซต์ต่างๆ 0862676695 จุดลงเรืออยู่ที่ท่าเรือตรงข้ามสำนักงานอัยการภาค 8 ฝั่งตรงข้ามท่าเรือเป็นสวนสาธารณะเกาะลำพู ระหว่างรอลงเรือเวลาหนึ่งทุ่มก็นั่งร้านนม ชมวิวแม่น้ำตาปีไปพลางๆ ก่อน
— ที่ กินนมริเวอร์ไซค์
จาก facebook









ลงเรือชมหิ่งห้อย













หิ่งห้อยน้อยยังสวยงามชวนฝันอยู่ แม้ว่าคืนนั้นแสงเดือนจะสว่าง แต่ก็ได้ชมหิ่งห้อยสวยงามละลานตาสมใจ


27 มิถุนายน ·
นั่งเรือชมหิ่งห้อย กิจกรรมที่ไม่น่าพลาด เมื่อมาสุราษฏร์ธานี คืนนี้ไม่ผิดหวัง สวยงามน่าประทับใจ ไกด์คือคุณพาณุ ความรู้แน่น แถมยังใจดี ค่าเหมาเรือเริ่มต้นที่ 300 บาท รายละเอียดและเบอร์โทรตามป้ายในภาพเลยค่ะ ขากลับผ่านโต้รุ่งตลาดศาลเจ้ามีแต่ของน่ากิน แต่ท้องเต็มแล้ว มองตาปริบๆ อย่างเสียดาย
— ที่ ตลาดศาลเจ้าสุราษฎร์ธานี
จาก facebook

 


วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2558


เช้าวันนี้ ไปกินแต่เตี้ยมที่ร้านเดิมอีกแล้ว วันนี้รีบหน่อย เพราะเรานัดลงเรือกับพี่พาณุ ชำนาญเรือง ตั้งแต่เช้ากันเลย





28 มิถุนายน ·
มาอีกแล้ว ต้องเร่งมือ เดี๋ยวไม่ทันลงเรือ
— ที่ เสรีแต่เตี้ยม
จาก facebook


เช้านี้เราลัดเลาะเข้าไปชมคลองร้อยสาย ในดินแดนปากแม่น้ำตาปีที่แสนจะอุดมสมบูรณ์ โดยมีพี่พาณุไกด์ที่ชำนาญ ข้อมูลแน่น ร่วมเดินทางไปด้วย นับว่าเป็นโชคดีของครอบครัวเรา

















28 มิถุนายน ·
เช้าวันอาทิตย์นั่งเรือดูวิถีชุมชนและระบบนิเวศคลองร้อยสาย จ.สุราษฏร์ธานี กับคุณพาณุ ชำนาญเรือง.ค่าเหมาเรือลำนี้ 300 บาท คุ้มจริงๆ พี่เขารับจัดค่ายวันเดียวให้นักเรียนนักศึกษาด้วยนะ คิดหัวละ 100 บาทไม่รวมอาหารกลางวัน
—ที่ คลองร้อยสาย
จาก facebook



หลังจบทริปล่องเรือยามเช้า เราเข้าไปเช็คเอาท์ที่โรงแรม แล้วก็ไปที่ปากแม่น้ำตาปี ไปหาร้านอาหารเพื่อชิม “หอยใหญ่” ตามที่ตั้งใจไว้


28 มิถุนายน ·
ปิดทริปด้วยมื้อก่อนกลับ ถ้าไม่ได้กินจะร้องไห้หนักมาก ขับไปกินไกลถึงปากแม่น้ำตาปี คุ้มค่าจริงๆ กินเสร็จก็รีบบึ่งไปสนามบินทันที ทำเวลาสุดๆ
— ที่ตาปีซีฟู๊ต@ปากน้ำตาปี สุราษฎร์ธานี
จาก facebook















หลังจากมื้อนี้ ก็รีบบึ่งไปคืนรถเช่าที่สนามบินสุราษฏร์ธานี รอขึ้นเครื่องบิน และเดินทางกลับสนามบินดอนเมือง ไฟลท์บ่ายโมงนิด ๆ โดยสวัสดิภาพ







 

28 มิถุนายน ·
ใช้โปรกาแฟส่งท้ายก่อนกลับ แบลคแคนยอน เอไอเอส (1 แก้ว 69 บ.) ซัมซุง (2 แก้ว 99 บาท) [เห็นแก่โปรเกินไปจนได้กินสิ่งที่ไม่ค่อยอยากจะกิน] และได้โปรโหลดสัมภาระฟรีคนละ 20 ก.ก. นอกจากเสื้อผ้าใช้แล้วก็ไม่มีอะไรให้โหลด แต่ก็โหลดไปแล้ว [ชีวิตติดโปร]
— ที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี
จาก facebook






แถมเบอร์โทรเรียกรถแท็กซี่เผื่อใช้บริการกรณีไม่ได้เช่ารถขับเอง โปรดตรวจสอบราคาก่อนใช้บริการ




 

ติดตามรีวิวมาใหม่ได้ที่เฟซบุ๊ค "ท่องเที่ยวไป by ชมจันทร์"

www.facebook.com/moonwatcherBP

ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ





Create Date : 07 สิงหาคม 2558
Last Update : 7 สิงหาคม 2558 16:39:57 น.
61 comment
" เรามาถึงจุดนี้กันได้ยังไง?" กลับบ้านนอกสงกรานต์ ปี 2558

เส้นทางกลับบ้านของแต่ละคนคงมีระยะทางไม่เท่ากัน
มีวิธีการเดินทางแตกต่างกัน มีช่วงเวลาในการเดินทางไม่เหมือนกัน


ช่วงเวลาการกลับบ้านของฉัน มักจะหลีกเลี่ยงการจราจรแสนสาหัส

ในช่วงหยุดยาวปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์

เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาแแสนทรมานค่อนข้างหนัก

จนแทบจับไข้กันเลย



ระยะหลังมานี้ ฉันกลับบ้านนอกไปเยี่ยมแม่ปีละ 5-6 ครั้ง

แต่ก็ไม่เคยที่จะกลับบ้านในช่วงเวลานั้น



มาปีนี้ หยุดได้หลายวัน ลองกัดฟันดูสักตั้ง ไป ... กลับบ้านนอกช่วงสงกรานต์

ไหน ๆ ก็ได้ไป และได้หยุดหลายวันแล้ว

ก็กลับทั้งบ้านแม่ตัวเอง และบ้านพ่อแม่สามีกันเลยดีกว่า



การเดินทางขาไป ยังเรียกได้ว่าสบายอยู่

หลีกรถติดในเส้นทางสระบุรี ข้ามเขาใหญ่แทน เพลิดเพลินมิใช่น้อย



ออกจากกรุงเทพ ฯ ตอนเย็น กว่าจะถึงบ้านยายของลูกที่เชียงคานก็ดึกสาหัส
ตื่นมาตอนเช้า ก็ต้องอาหารเช้านี่เลย ขนมจีนร้านบัวหวาน





ลูกเขยได้โอกาสทาสีบ้านให้แม่ยาย



ถนนคนเดินที่เชียงคาน







เกาลัดกับสองยาย




สงกรานต์ที่เชียงคานเป็นเทศกาลที่คึกคัก คนมามืดฟ้ามัวดิน
รถติดเป็นแถว เล่นน้ำกันยาวหลายกิโลเมตร
และมีขบวนแห่งสงกรานต์ที่สวยงามสืบสานประะเพณีดั้งเดิม




























อยู่บ้านยายของลูกที่เชียงคานหลายวัน
ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังบ้านปู่ย่าลุงป้าของลูกที่จังหวัดบึงกาฬ
โดยแวะพักกลางทางที่จังหวัดอุดรธานี
ได้ที่พักหลักร้อย ชื่อ "ธนิตารีสอร์ท" ใกล้สนามบิน

ตอนที่เช็คอิน ก็ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่กับบริการ
เพราะให้กุญแจเราแล้วก็ไม่ได้อะไรแล้ว
บ้านพักไปทงไหน อะไรยังไงไม่รู้
ยืนงง และหาทางไป เดาสุ่ม หาบ้านพักกันเอง
หลัก ๆ บ้านพัก มีส่วนที่อยู่ริมน้ำ
กับบ้านแบบเป็นหลัง ก็เดาเอาเองว่าน่าจะเป็นบ้านหลัง
หาไปเรื่อยๆ ก็เจอบ้านที่มีเลขที่ตรงกับเลขบนพวงกุญแจ













ที่นี่มีสระว่ายน้ำด้วยค่ะ แต่เรือถีบไม่แน่ใจว่าพังหรือเปล่า











เก็บของ เดินชมสถานที่เสร็จก็ไปหาข้าวกิน ที่ห้างใกล้ๆ สนามบิน
จำไม่ได้ว่าบิ๊กซี หรือโลตัส สาขานาดี



ถึงยามเช้า ก็งงอีกแล้ว เมื่อวานถามเจ้าหน้าที่ ๆ รับเช็คอินเรื่องอาหารเช้า
บอกว่า จะมีมาเสิร์ฟให้ที่ห้องพัก
แต่ก็ไม่รู้ว่าเสิร์ฟกี่โมง อะไร ยังไง
ก็เลยเดินตามฝรั่งไปที่ห้องอาหาร แล้วแลกคูปองอาหารเช้าที่นั่นแบบงงๆ






หลังอาหารเช้ารีบเช็คเอาท์ แล้วเดินทางไปบ้านเกิดพ่อของลูก
วันต่อมา พาคุณปู่ คุณย่า ไปทำบุญไหว้พระ









น้องชายพาพี่ชายไปเที่ยวสวน









พักอยู่กับคุณปู่คุณย่าสองคืนก็ได้เวลาเดินทางกลับกันแล้ว
ครอบครัวร่ำลากันด้วยความอาลัย












ระหว่างทาง ไม่พลาดที่จะแวะกินไก่ย่างเขาสวนกวาง



เมื่อขับเลยขอนแก่นไป รถเริ่มติดแล้ว พอเข้าเขตจังหวัดนครราชสีมา
รถติดแทบบ้า ขยับไปได้ทีละนิดๆ อาการปวดหัวกำเริบ
จาก อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ไปชานเมืองโคราช
ออกตั้งแต่เช้า กว่าจะไปถึงจนค่ำมืด ตามปั๊มรถเยอะ คิวห้องน้ำยาว ทรมานสุดๆ ความรู้สึกเข็ด เริ่มมาเยือนอีกแล้ว

วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าอย่างไรคืนนี้คงไปไม่พ้นโคราช
จึงได้จองที่พักหลักร้อยเอาไว้ ราคาสี่ห้าร้อยบาทเอง
แต่พี่พักเก๋ไก่น่ารัก เจ้าของใจดีมาก ดูแลดีมาก
ชื่อ Follow Dream Resort อยู่นอกเมืองไปนิดหนึ่ง
































ตื่นมาตอนเช้า ก็รีบเช็คเอาท์ ใช้เส้นทางวงแหวนนอกเมืองโคราช
เดินทางกลับลำลูกกา เส้นทางถนนมิตรภาพ โชคดีรถไม่ติดมาก
กลับถึงบ้านด้วยความอ่อนเพลีย

เรามาถึงจุดนี้กันตั้งแต่เมื่อไหร่ ?
จุดที่การเดินทางในช่วงหยุดยาวรถติดมากจนอ่อนเพลียละเหี่ยใจ

แต่ก็เป็นความอ่อนเพลียที่คุ้มค่า
เมื่อแลกมาด้วยความอิ่มใจของครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง

 

ร่วมกิจกรรม "ถนนสายนี้...มีตะพาบ" ปี 58




Create Date : 06 สิงหาคม 2558
Last Update : 6 สิงหาคม 2558 13:37:06 น.
1 comment
ตะลอนเที่ยว 5 พิพิธภัณฑ์และสถานที่น่าเที่ยวสำหรับเด็ก
ยู้ฮู .. สวัสดีปีใหม่ค่ะ ทุก ๆ คน ครอบครัวของเราก็ยังคงคอนเซ็ปท์เดิม คือ ตั้งใจจะพาลูกไปเที่ยว ไปเรียนรู้ ทั้งสนุก และได้ความรู้ประกอบกันไป

ช่วงปลายปี และช่วงหยุดปีใหม่ที่ผ่านมา เราได้พากันไปเที่ยวตามแหล่งเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจสำหรับเด็ก ในกรุงเทพ ฯ ประกอบด้วย คิดส์ซาเนีย พิพิธภัณท์ศิริราช นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ พิพิธภัณฑ์เหรียญ หอศิลป์ถนนเจ้าฟ้า และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร

หลังจากกลับจากเที่ยว จึงได้มาทำรีวิวเป็นข้อมูลคร่าว ๆ เอาไว้เผื่อว่า ครอบครัวไหนที่สนใจจะพาเด็ก ๆ และบุคคลในครอบครัวไปเที่ยว ลองเข้ามาอ่านดูกันก่อนว่ามีพิพิธภัณฑ์ใดที่โดนใจกันบ้าง... ตามเราไปกันเลยค่า....





คิดส์ซาเนีย


คืนวันศุกร์ เราได้รับโทรศัพท์จากเพื่อน ชวนไปเที่ยวคิดส์ซาเนีย ในวันรุ่งขึ้น เพราะเพื่อนมีบัตรที่เล่นเกมได้มาเหลืออยู่สองใบ ด้วยความที่เล็ง ๆ ที่นี่เอาไว้อยู่แล้ว พอเพื่อนชวนไปฟรี จึงตกปากรับคำอย่างไม่ลังเล เพราะที่จริงวันรุ่งขึ้นตั้งใจจะไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ในย่านเมืองเก่าของเกาะรัตนโกสินทร์อยู่แล้วด้วย


เช้าวันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2557 ก่อนเวลาสิบโมงเช้า ก็เดินทางไปถึงสยามพารากอนโดยทันที ไม่ได้ตั้งใจจะทำรีวิว จึงไม่ได้ถ่ายภาพมามากนัก บางสถานีที่ลูกเข้าเล่นก็ไม่ได้ถ่ายภาพไว้ และจุดสำคัญ เช่น ป้ายราคาบัตรเข้าชม อันนี้ก็ไม่ได้ถ่ายไว้ เช่นกัน ต้องขออภัย ...


ข้อมูลการเช้าชมคิดส์ซาเนีย

เว็บไซต์ http://bangkok.kidzania.com/th-th
ที่ตั้ง : อยู่ชั้น 5 สยามพารากอน (BTS สยาม มีทางเดินเชื่อมต่อเขาห้าง)
โทร.: 0 2683 1888

เวลาทำการ : อาทิตย์ – ศุกร์ มี 1 รอบ 10:00 น. – 17:00 น. เสาร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ มี 2 รอบ 10:00 น. – 15:00 น. และ 16:00 น. - 21:00 น. แต่วันอเทิตย์ที่ 1 ก.พ. 2558 เป็นต้นไปจะปรับเวลาใหม่เป็น 1 รอบทุกวัน

โปรโมชั่น ณ ตอนนี้ : โปรโมชั่นราคาพิเศษวันเด็ก 9-11 มกราคม 2558 โปรโมชั่นฝาโค้ก สไปรท์ แฟนต้า รวมกัน 5 ฝาแลกส่วนลด 20 เปอร์เซ็นต์ จนถึง 31 มีนาคม 2558 โปรโมชั่นลูกค้าธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ส่วนลด 30 เปอร์เซ็นต์ จนถึง 31 มีนาคม 2558 โปรโมชั่นแสดงบัตรโดยสารแอร์เอเชีย แลกส่วนลดจนถึง 31 มีนาคม 2558 ส่วนลดพิเศษ 25 เมื่อซื้อบัตรทางโทรศัพท์จนถึง 31 มกราคม 2558

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับค่าบัตรเข้าชมและข้อมูลต่าง ๆ ได้ในเว็บไซต์คิดส์ซาเนียเลยจ้า ลิงค์นี้ http://bangkok.kidzania.com/th-th/plan_your_visit/ticket_prices


ไปสยามพารากอน





เล่าต่อ .. ตอนสิบโมงเช้า ขึ้นลิฟท์ไปคิดส์ซาเนีย เจอเพื่อนแล้ว เพื่อนไปกับลูกชาย เราก็ไปกับลูกชายวัยใกล้เคียงกัน และคุ้นเคยกันดี เพราะไปเที่ยวเล่นด้วยกันอยู่หลายครั้ง ก็พากันเข้าแถวในช่องซื้อบัตร ได้สายรัดข้อมือ กับแผนที่ และเช็คเงินสกุลคิดส์โซ ของเด็ก ต้องนำไปขึ้นเงินข้างในที่ธนาคาร CIMB

ในนี้มีห้องรับรองผู้ปกครองจัดไว้ให้พักผ่อนที่ชั้น 2 การเข้าชมตามห้องต่างๆ เด็กๆ สามารถเข้าออกได้หมด แต่ผู้ใหญ่ที่เดินตามไป ต้องรอข้างนอกห้อง แล้วให้เด็กเล่นกิจกรรมไปจนหมดรอบ เล่นไปเรื่อย ๆ ตามแต่ห้องหรือสถานี ที่เด็กๆ จะสนใจ สถานีแต่ละสถานีใช้เวลาเล่นประมาณ 20 นาที เท่ากับใช้เวลารอ 20 นาทีเช่นกัน

แต่ละสถานี ประกอบไปด้วยสถานประกอบการจำลอง ที่หลากหลาย ละลานตา เรียกได้ว่า เด็กๆ เห็นแล้วตัดสินใจแทบไม่ถูก ว่าจะเข้าอันไหนก่อน อันไหนหลัง บางอาชีพก็ไม่นึกว่าจะมี ... เอ้อ แม่เห็นแล้วยังเพลินแฮะ !

เจเจ ซึ่งเคยมาคิดส์ซาเนียหลายครั้งแล้ว พาเกาลัดวิ่งไปแลกเช็คอย่างคุ้นเคยสถานที่ด้วยความว่องไว จากนั้น สองหนุ่มก็ เข้าไปที่ฮอนด้าเป็นที่แรก





แล้วก็พากันไปต่อแถวเข้าสถานีดับเพลิง เจเจโปรดสิ่งนี้มาก เด็ก ๆ ใส่ชุดดับเพลิง แล้วเข้าไปนั่งฟังการอบรม ก่อนออกภาคสนาม นั่งรถดับเพลิง วี้หว่อ ๆ ไปดับไฟ ผู้ปกครองก็เดินตามไปดูด้วย ว่าเขาเล่นอะไรกัน เฮ้ย .. สนุกอ่ะ แม่ชอบ ๆ




ไปดับเพลิงสนุกกันแล้ว ต่อไป เจเจชวนไปทำโค้ก โคคา โคล่า ที่นี่ก็จะได้ลองนำน้ำโค้ก บรรจุใส่ลงไปในขวด ซึ่งก่อนจะนำขวดมาใช้ ก็ต้องมีการฆ่าเชื้อกันก่อน ได้โค้กมาแล้ว ดูเด็กๆ เค้ามีความสุขกันจังเนาะ




ส่งโค้ก ส่งยิ้ม

ส่งรักส่งยิ้ม

ไปเป็นตำรวจกันฮะ !
เผลอแป๊บเดียว เด็กชายสองคน กลายร่างมาเป็นคุณตำรวจไปเสียแล้วที่ K.Z.P.D. คุณตำรวจน้อย ก็ได้ไปทำคดี ไปสืบสวน เสาะหาร่องรอยอะไรต่าง ๆ





ลองเข้าศาล
จากตำรวจ เกาลัดอยากลองเข้า CSI บ้าง แต่ว่าคิวไม่ว่างเสียที เลยได้ไปทำงานกันที่ศาล โดย เจเจเป็นอัยการ และเกาลัด ได้เป็นพยานในศาล .. เอ้า .. เอาเข้าไป





ไปเป็นช่างก่อสร้าง





True Visions TV
เจเจ กับเกาลัด ไปทดลองเป็นผู้ประกาศข่าวชายดาวรุ่งคู่ใหม่ของสถานี ฮิๆ .. อันนี้มีขำ และลุ้นกันน่าดู กว่าจะอ่านจบ ผู้ชมได้หัวเราะกันไปหลายรอบ





ไปเป็นนักเต้นดิสโก้แดนซ์กระจาย พร้อมกับได้ไปโชว์ริมถนนด้วย





สำหรับคิดส์ซาเนียก็ถ่ายภาพมาเท่านี้ค่ะ


ช่วงเย็น ๆ จากคิดส์ซาเนีย เรามาพักกันที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง ตามแพลนเดิมที่วางไว้ ดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=moonwatcher&month=07-01-2015&group=8&gblog=269

เช็คอินแล้ว ก็นั่งรถตุ๊ก ๆไปหาข้าวกินแถวเสาชิงช้า แล้วก็เดินเล่นชมเมืองไปพร้อมกับเดินกลับโรงแรม
















พิพิธภัณฑ์ศิริราช


สาย ๆ ของวันต่อมา นั่งเรือข้ามฟากจากท่าพระจันทร์ ไปท่าเรือวังหลัง เพื่อไปที่โรงพยาบาลศิริราช





วันนี้เราตั้งใจจะมาเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน และพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช อีก 5 แห่ง ได้แก่ พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส, พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน, พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา, พิพิธภัณฑ์กายวิภาค-คองดอน และ พิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ สุด แสงวิเชียร (ซึ่งห้องสุดท้ายนี้ปิดปรับปรุง)

ข้อมูลเว็บไซต์ : http://www.si.mahidol.ac.th/museums/th/
ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร 02 4192618-9 E-mail sirirajmuseum@gmail.com


ตอนที่เดินไปซื้อตั๋วพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช ที่ ตึกอดุลยเดชวิกรม ชั้น 2 โชคดี เจอ Muse Pass รวมบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ จัดโปรโมชั่นราคาเล่มละ 199 บาท ซื้อ 1 เล่ม แถม 1 เล้ม ใช้ได้ถึง 31 มีนาคม 2558 เลยจัดไป ได้ประโยชน์หลายต่อ.. เยี่ยม !





พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส, พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน, พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา, พิพิธภัณฑ์กายวิภาค-คองดอน นั้น ห้ามถ่ายภาพนะคะ อ้อ ... ไม่เหมาะกับเด็กเล็ก หรือคนที่ใจอ่อน เพราะที่นี่อาจเจอภาพที่ติดตาติดใจ เช่น โครงกระดูก ชิ้นส่วนร่างกายส่วนต่าง ๆ ร่างกายของผู้บริจาค หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงบางท่าน แม้แต่นักโทษที่ก่อคดีระทึกขวัญมาแล้ว และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ก็เป็นประโยชน์มากสำรหับผู้ที่ตั้งใจจะไปเรียนรู้ทางด้านชีววิทยา ระบบประสาท กล้ามเนื้อ กระดูก หรือระบบต่าง ๆ ของทั้งคน และสัตว์บางชนิด

ตึกอดุลยเดชวิกรม ชั้น 2 เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส, พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน, พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยาค่ะ

พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ ศ.นพ.เอลเลอร์ จี. เอลลิส พยาธิแพทย์คนแรกของไทย ชาวอเมริกัน จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติพยาธิวิทยาในประเทศไทย ห้องจำลองการปฏิบัติงานทางพยาธิวิทยา ระบบการทำงานของหัวใจปกติและโรคหัวใจ พัฒนาการและความพิการแต่กำเนิดของทารกและโรคมะเร็งชนิดต่างๆ

จัดแสดงด้วยสิ่งแสดงจริงพร้อมหุ่นจำลองประกอบ
แม่เกาลัดสังเกตว่า ทั้งพ่อลูกตั้งใจดูห้องนี้กันมาก เหล่านี้ให้ความรู้เบื้องต้นอย่างดี เกี่ยวกับโรคภัยที่คร่าชีวิตคนเรามานักต่อนัก โดยเฉพาะโรคหัวใจและโรคมะเร็ง

พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน ตั้งชื่อตาม ศ.นพ. สงกรานต์ นิยมเสน ผู้ริเริ่มงานด้านนิติเวชศาสตร์ของศิริราชและอดีตหัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ ภายในพิพิธภัณฑ์จะมีชิ้นส่วนมนุษย์ กระดูก โครงกระดูก มีกะโหลกศีรษะที่ได้จากการทดลองยิงเพื่อการศึกษาทิศทางบาดแผลในระยะต่างๆ วัตถุพยานจากคดีต่าง ๆ เช่ย ซีอุย นวลฉวี เป็นต้น พร้อมทั้งนิทรรศการ “ศิริราชกับสึนามิ”

พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา จัดแสดงหนอนพยาธิชนิดต่างๆ เช่น พยาธิไส้เดือน พยาธิแส้ม้า หุ่นจำลองพยาธิโปรโตซัว ตู้แสดงวงจรชีวิตของปรสิตที่สำคัญทางการแพทย์ และพบบ่อย เช่น พยาธิใบไม้ในตับ อวัยวะของคนและสัตว์ที่เป็นโรคทางปรสิต ตลอดจนสัตว์มีพิษ เช่น แมลง และงูพิษ เป็นต้น



เข้าไปที่นี่ ลูกชายชวนนั่งดูภาพยนตร์สั้นเกี่ยวกับพยาธิ สนุกดีนะคะ นั่งหัวเราะขำกัน แสดงโดยปอบหยิบ จาก กนั้นก็เดินดูในพิพิธภัณฑ์ เห็นตัวอย่างพยาธิ ทั้งภาพและของจริง ชวนแหวะ แต่ก็ทำให้เกิดความเข้าใจและจดจำได้ดีมากขึ้นค่ะ ก็แน่ล่ะนะคะ .. เห็นตำตาซะขนาดนั้น ฮ่า ๆ ! ดูห้องนี้จบอยากกลับบ้านไปกินยาถ่ายพยาธิกันเลยค่ะ



พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน


เดินชมผ่านไปสามพิพิธภัณฑ์แล้ว เดินไปต่อ ที่อาคาร พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน ซึ่งก็เปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนอารมณ์ ความรู้สึก ที่แตกต่างไปจากพิพิธภัณฑ์สามห้องแรกอย่างสิ้นเชิงค่ะ ที่นี่เหมือนกับได้เสพสุนทรียะ ทางด้านสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในของห้องนิทรรศการที่สวยงาม สิ่งของที่นำมาจัดแสดงก็สวยและน่าสนใจ และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ด้วยค่ะ


พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน” อยู่ในอาคารสถานีรถไฟธนบุรี (เดิม) ทั้งยังเคยเป็นที่ตั้งพระราชวังหลังด้วย ห้องจำหน่ายบัตรเข้าชมได้บรรยากาศสถานีรถไฟสมัยก่อน








ห้องแรก คือ ห้องศิริสารประพาส ฉายภาพยนตร์เรื่องราวของพิพิธภัณฑ์ จากนั้นเป็นห้องศิริราชขัตติยพิมาน ต่อด้วยห้องสถานพิมุขมงคลเขต ห้องโบราณราชศัตรา และได้ชมภาพยนตร์ 4 มิติในโรงชมภาพยนตร์ เล่าถึงประวัติศาสตร์ ความเป็นมา และเรื่องราวของชุมชนในละแวกนี้

บนชั้นสองเข้าสู่เนื้อหาทางการแพทย์กันต่างๆ มีการจำลองการผ่าตัดแบบย้อนยุค











จากนั้น เข้าไปชมอาคาร 3 ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับชุมชนบางกอกน้อย รูปปั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม มีโรงละคร ร้านค้า ร้านอาหาร แสดงถึงวิถีชีวิตของผู้คนย่านบางกอกน้อยในอดีตและเรือโบราณที่ขุดพบบริเวณนี้ แล้วนำมาบูรณะและจัดแสดงไว้ที่นี่






ขอบอกว่าเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมและคุ้มค่าเกินบรรยาย ค่าเข้าชมที่จ่ายไปนั้น มูลค่าเพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับวาระความรู้และความสนุกเพลิดเพลินที่ได้รับ

ข้อมูล เว็บไซต์ : http://www.si.mahidol.ac.th/museums/th/m7.html
เปิดทำการวันจันทร์, พุธ– อาทิตย์ (หยุดวันอังคารและวันนักขัตฤกษ์) เวลา 10.00 น. – 17.00 น.



ยังไม่จบเท่านี้ พิพิธภัณฑ์สุดท้ายของศิริราช ที่เราได้ไปแวะชม ก็คือ พิพิธภัณฑ์กายวิภาค-คองดอนค่ะ

ภายใน
ห้องแรกแสดงสิ่งแสดงทางกายวิภาคทั่วไป ห้องที่ 2 จัดแสดงเฉพาะกระดูกและข้อต่อ ที่สำคัญคือ เส้นประสาททั้งร่างกาย หลอดเลือดแดงทั้งร่างกาย ซึ่งหาดูยาก แม่เกาลัดเห็นแล้วทึ่งและอึ้งไปเลยค่ะ








ที่นี่เองค่ะ สถานที่สำคัญ จัดแสดงร่างของพระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ)
ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาทางการแพทย์ หรืออาจารย์ใหญ่ ท่านแรกของประเทศไทย
และบุคคลสำคัญท่านอื่นๆ
-- ขอคารวะอย่างสุดซึ้ง --


ไปลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว









นิทรรศน์รัตนโกสินทร์


ในวันปีใหม่วันที่ 1 มกราคม 2558 เป็นโอกาสดี ที่ครอบครัวของเราได้พาลูกชายไปเข้าชมนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เป็นครั้งแรก เป็นความสนุกสนาน เพลิดเพลิน เกินคาด ทั้งบริการ และนิรรศการ แสดงสีเสียงที่จัดแสดง คิดว่าเพลินกันตั้งแต่ต้นจนจบ

การเข้าชม แบ่งเป็นสองเส้นทาง เส้นทางละ 2 ชั่งโมง ถ้าจะชมให้ครบจริงๆ ก็ใช้เวลา 4 ชั่วโมงเต็มๆ ซึ่งเราก็เลือกอยู่ดูให้ครบ ให้หมด กันเลยค่ะ

วันที่ไปชมนั้น ถนนราชดำเนินกลางรถติด คนเยอะ คนแน่นมาก เจ้าหน้าที่ทุกท่านให้บริการแบบมืออาชีพ น่าประทับใจ

การเข้าชมนิทรรศน์รัตนโกสินทร์เปิดให้เข้าชมเป็นรอบ ทุกๆ 20 นาที อังคาร – อาทิตย์ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น. วันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น.

รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับการเข้าชม จากลิงค์นี้ค่ะ http://www.nitasrattanakosin.com/contactus.php?ordering=3&lang=th

เส้นทางที่ 1 มี 7 ห้องจัดแสดง บอกเล่าเรื่องราวของกรุงรัตนโกสินทร์ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และประเพณี ตั้งแต่แรกเริ่มสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบัน โดยเรียงร้อยเรื่องราวต่างๆ ในแต่ละยุคสมัย ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ทั้งสื่อจัดแสดง หุ่นจำลอง การนำสื่อผสมเสมือนจริง 4 มิติ สื่อมัลติทัช มัลติมีเดียแอนิเมชั่น

เส้นทางที่ 2 มี 2 ห้องจัดแสดงใหม่ คือห้องเรืองรุ่งวิถีไทย ซึ่งจะ บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนไทย ตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ถึงปัจจุบัน มีการล่องเรือชมวิถีชีวิตริมสายน้ำ นั่งรถรางชมวิถีชีวิตชาวสยามสองฝั่งถนนเจริญกรุง ซึ่งเป็นถนนสายแรกของไทย และห้องดวงใจปวงประชา นำเสนอเรื่องราว พระอัจฉริยภาพ และพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ทั้ง 8 รัชกาล





การเข้าชม


















ไปเดินเล่นแถวศาลเจ้าพ่อเสือ ก่อนกลับเข้าโรงแรมค่ะ






พิพิธภัณฑ์เหรียญ


ช่วงสายของวันที่ 2 มกราคม 2558 วันนี้ตั้งใจจะไปเข้าชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร พากันเดินเลยไปทางด้านถนนเจ้าฟ้า ผ่านพิพิธภัณฑ์เหรียญ และเห็นผู้คนเข้าไปจอดรถด้านในกันแล้ว น่าสนใจ จึงชวนกันแวะเข้าไปชมก่อนค่ะ


พิพิธภัณฑ์เหรียญ ตั้งอยู่ที่ถนนจักรพงษ์ (ตรงข้ามโรงแรมสวัสดีข้าวสาร) เดิมเป็นอาคารสำนักบริหารเงินตรา กรมธนารักษ์ ซึ่งเคยใช้เป็นอาคารสำนักงาน และให้บริการแก่ประชาชนในการจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก และเหรียญที่ระลึก


ช่วงนี้เปิดให้เข้าชมฟรี ซึ่งเปิดเฉพาะชั้นแรก สามารถเข้าชมได้ทุกวันไม่มีวันหยุด เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. สามารถดูรายละเอียดของ “พิพิธภัณฑ์เหรียญ” ได้ที่ https://www.facebook.com/coinmuseumthailand เว็บไซต์ http://www.coinmuseum.treasury.go.th หรือโทร. 0-2282-0818

















สำหรับที่นี่นั้น ดูรีวิวเต็ม ๆ ได้ที่รีวิว **เพลิดเพลินกับพิพิธภัณฑ์เหรียญเปิดใหม่ มาดูเหรียญแปลกๆแต่ละประเทศกัน!** ของคุณ Minlingtonia ในเว็บไซต์พันทิปจะได้อรรถรสมากกว่าค่ะ http://pantip.com/topic/32517543



พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หอศิลป์


เดินถัดมาจากพิพิธภัณฑ์เหรียญก็จะเป็นหอศิลป์ถนนเจ้าฟ้า หรือ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หอศิลป์ วันนั้นเราก็ได้เข้าชมฟรีเช่นกันค่ะ ถ่ายภาพมานิดเดียว เนื่องจากห้ามถ่ายภาพในห้องจัดแสดงนิทรรศการ

อดีต ที่นี่เคยเป็นโรงผลิตเหรียญกษาปณ์ ปัจจุบันจัดแสดงผลงานศิลปะทั้งแบบประเพณีไทยโบราณ และแบบสากลร่วมสมัยของศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนสีน้ำมันฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9

เปิดทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ ระหว่างเวลา 9.00 - 16.00 น. (หยุดจันทร์-อังคาร) ค่าธรรมเนียมเข้าชม สำหรับชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท









พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร


เริ่มเหนื่อยกันแล้วค่ะ และแล้วก็มาถึงสภานที่แห่งสุดท้ายที่ตั้งใจไว้ นั่นคือ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร เกาลัดได้ทำบุญ และ สักการะพระพุทธรูปมงคลโบราณ ได้แก่ พระพุทธสิหิงค์ พระแก้วน้อย พระพุทธรูปประทานพร และอื่นๆ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พร้อมทั้งเข้าชมพิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาลปีใหม่ ช่วงนั้นเปิดให้เข้าชมฟรีเช่นกัน

พิพิธภัณสถานแห่งชาติ พระนคร แบ่งการจัดแสดง ออกเป็น 3 หัวเรื่องใหญ่ ๆ คือ ประวัติศาสตร์ชาติไทย จัดแสดงในพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดีในประเทศไทย จัดแสดงตามยุคสมัย คือสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์ รวมทั้งประณีตศิลป์ และ ชาติพันธุ์วิทยา

วันที่เราไปนั้น พิพิธภัณฑ์เปิดให้ชมเพียงบางส่วน แต่ก่อนหน้านี้หลายปี เราสามคนพ่อแม่ลูกเคยเข้าไปชมแบบเต็มวันมาก่อนแล้ว ของที่จัดแสดงนั้นอลังการงานสร้างมากค่ะ























เส้นทางเดิน
พิพิธภัณฑ์เหรียญ >> พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หอศิลป์ >> พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร





แผนที่พิพิธภัณฑ์ย่านเกาะรัตนโกสินทร์ที่ save จากเว็บไซต์ต่างๆ มาเตรียมไว้เผื่อได้ไป แต่ได้ไปจริงๆ เพียงบางแห่ง เครดิตเว็บไซต์ในภาพค่ะ





















สามารถคลิกที่ภาพเเพื่อดูภาพขยายได้นะคะ


เป็นอย่างไรบ้างคะ กับสถานที่ต่าง ๆ เหล่านี้ ครอบครัวเราสนุกมาก และเกาลัดเองก็มีความทรงจำที่ดีหลายๆ อย่างจากการท่องเที่ยวในรูปแบบนี้ การตะลุยเที่ยวพิพิธภัณฑ์ครั้งนี้ทำเอาเกาลัดอิ่มกับพิพิธภัณฑ์ไปนานโข
หากมีโอกาส จะตระเวนเที่ยวไปตามแหล่งเรียนรู้อื่นๆ และนำมารีวิวให้ดูกันอีกนะคะ

ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ ติดตามรีวิวมาใหม่ได้ที่เฟซบุ๊คท่องเที่ยวไป by ชมจันทร์ http://www.facebook.com/moonwatcherBP ค่ะ



Create Date : 19 มกราคม 2558
Last Update : 19 มกราคม 2558 16:14:15 น.
2 comment
บันทึกเที่ยวระยองกับครอบครัว 5-8 เมษายน 2557
เมื่อวันที่ 5-8 เมษายน 2557 ที่ผ่านมา
ครอบครัวของสามีได้นัดกันไปท่องเที่ยวด้วยกัน
ที่พัทยา และระยอง โดยเรารับอาสาจัดการ
เรื่องตั๋วเครื่องบินและที่พักให้
เนื่องจากจองตั๋วโปรแอร์เอเชีย 0 บาท
มาจากอุดรธานีได้

กลับมาแล้ว ก็อยากจะบันทึกเอาไว้แบบสั้น ๆ
เกี่ยวกับการเดินทางครั้งนี้ ในมุมมองของเรา
เพื่อเอาไว้ระลึกถึง





ทริปนี้เป็นทริปที่ลุ้นมาก เพราะกลัวว่าทริปจะล่ม
แต่ในที่สุด ก็มากันครบ


วันแรก
จากดอนเมืองไปพัทยา

ครอบครัวเดินทางมาถึงสนามบินดอนเมืองตอนบ่ายๆ
เราสามคนพ่อแม่ลูกไปรับ โดยขับกันไปสองคัน
พ่อเกาลัดจอดอยู่ใต้อาคาร ส่วนเราหลงไปจอดข้างนอกเสียไกล




กินอาหารกลางวันที่สนามบินดอนเมืองเสร็จแล้ว
ก็ขับรถไปที่พัทยา เข้าพักที่โลมารีสอร์ท
เนื่องจากเป็นช่วงหยุดยาว รถจึงติดมาก
ไปถึงเย็นๆ เกือบๆ ค่ำ ให้คุณปู่ คุณย่า พักเหนื่อยก่อน
กะว่าตอนเช้า กินอาหารเช้าเสร็จ ก็ออกเดินทางต่อ
ทุกคน ก็เหนื่อยๆ เพลียๆ ไปตาม ๆ กัน


วันที่สอง
จากพัทยาไประยอง











ครอบครัวเราขับรถไปทางสัตหีบ
เพราะอยากจะแวะพาเด็ก ๆ ชมเรือหลวงสัตหีบ
แต่ว่ารถติดมาก จึงเปลี่ยนใจ เปลี่ยนแผน
ขับยาวไปถึงระยอง ซึ่งรถก็ติดเกือบตลอดทาง
แวะตลาดตะพง เพื่อกินข้างเที่ยวและซื้อของ

ไปถึงโนโวเทลระยองประมาณบ่ายสองครึ่ง
บรรยากาศดีมาก ๆ ทะเลกำลังสวย











มาถึงที่พักแล้ว ทุกคนดูผ่อนคลายและมีความสุข
เราได้ที่พักที่โนโวเทลระยอง 3 ห้อง
ให้ปู่ย่า 1 ห้อง
ลุงป้า 1 ห้อง
เด็ก 3 คน 1 ห้อง

และบัญดาราออนซี 1 ห้อง ซึ่งอยู่ใกล้กัน
พ่อแม่เกาลัดพักแล้วค่อยเดินไปมาหากัน

ทั้งสองโรงแรมไม่ไกล
เดินเลียบหาดไปหากันได้
ห่างประมาณ 300 เมตร


ความสนุกริมทะเล





บัญดาราออนซี





วันที่สาม
เดินทางกลับกรุงเทพ


เด็ก ๆ มีความสุขกับการเล่นน้ำ
ส่วนผู้ใหญ่ก็เฝ้าเด็กๆ ชมวิวทะเลกันไป
จนได้เวลาเช็คเอาท์เที่ยง

ก่อนกลับแวะร้านห่อหมกป้าจิ๋วในตำนานที่บ้านเพ





พาเด็กๆ ไปสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง




จากนั้นก็เดินทางกลับบ้านลำลูกกา



วันที่สี่
ดอนเมืองกลับอุดรธานี


ครอบครัวเกาลัดขับรถไปส่งญาติๆ กลับต่างจังหวัด
โอกาสหน้า แวะมาเที่ยวกันใหม่ค่ะ ^^


สำหรับที่พัก ได้รีวิวไว้ในกลุ่มโรงแรมที่พักระยองนะคะ
ตามไปดูได้ ในบล็อกนี้ค่ะ


ติดตามรีวิวมาใหม่ในเฟซบุ๊ค
"ท่องเที่ยวไป by ชมจันทร์"
http://www.facebook.com/moonwatcherBP




Create Date : 02 พฤษภาคม 2557
Last Update : 2 พฤษภาคม 2557 10:34:29 น.

1 comment
เที่ยวภูเก็ต : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ สวนสัตว์ภูเก็ต Phuket Trickeye Museum พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่
ปี 2555 และปี 2556 เป็นปีที่ครอบครัวเราเดินทางไปท่องเที่ยว
จังหวัดภูเก็ต นับเวลาสองปีติดต่อกัน
แต่ละครั้งมีความเข้มข้นไม่แพ้กันเลย

ในปี 2555 นั้น ครอบครัวเราพัก “โรมเพลส”
ที่พักหลักร้อยทำเลดีในตัวเมืองภูเก็ต
ตามโปร ฯ ที่หาได้จากเว็บไซต์
เช่ามอเตอร์ไซค์ซิ่งไปไกลถึงเกาะยาวน้อย
คราวนั้นนอกจากจะได้ไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำภูเก็ต
และสนุกกับสวนน้ำสแปลช จังเกิ้ล แล้ว

ความตื่นเต้นสุดขีดก็เห็นจะเป็นช่วงที่เราไปเที่ยว
ในเดือนตุลาคมนั้น ตรงกับเทศกาลถือศีลกินผักพอดี
เกาลัดได้เฝ้าชมขบวนแห่แปลกตา
ได้ชมการถ่ายทอดสดพิธีลุยไฟ
ได้ไปดูสะพานหินหลังจัดพิธีลุยไฟ
ขอบอกว่าฟิน ! มากมาย

สำหรับปี 2556 นั้น ครอบครัวเราเดินทางช่วงเดือนตุลาคมเช่นเดิม
แต่การวางแผนเที่ยวของทริปนี้ก็มีความแตกต่างไปจากปีที่แล้ว
เนื่องจากว่าไม่อยากให้ซ้ำกัน ซึ่งก็แน่นอนว่าได้ชิมของอร่อย ๆ
และพาเกาลัดเที่ยวไป เรียนรู้ไป ตามคอนเซ็ปท์เดิม
รวมทั้งได้พักผ่อน เล่นน้ำชิลล์ ๆ หยอกเย้ากัน
ชมตะวันลับฟ้าและตกน้ำที่ชายหาดของโรงแรม




สถานที่เรียนรู้ในทริปนี้ ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติภูเก็ต
สวนสัตว์ภูเก็ต Phuket Trickeye Museum
พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต สะพานสารสิน

และทริปนี้มีแผนสำรองด้วย คือ เดิมที่พ่อเกาลัดติดงาน
บอกว่าอาจจะกลับก่อนในช่วงกลางทริป
ก้เลยซื้อตั๋วนกแอร์ขากลับเอาไว้ช่วงกลางทริป
แต่พอถึงวันจริง งานที่ว่านั้นเลื่อนไป
พ่อเกาลัดจึงได้อยู่พักผ่อนกันต่อกลับ แล้วพร้อมกันตามกำหนดเดิม


โปรแกรมท่องเที่ยว ตามนี้ค่ะ

วันที่ 19 ต.ค. 2556

FD 3039 กรุงเทพฯ - ดอนเมือง 8:45 น.
ถึงภูเก็ต 10:05 น. รับรถเช่าที่สนามบิน
ช่วงเช้า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง
บ่าย เช็คอินที่อ่าวฉลองวิลล่า
เย็น ขับรถดูชุมชนอ่าวฉลอง และท่าเรือ
พักผ่อนชิลล์ๆ ที่โรงแรม

วันที่ 20 ต.ค. 2556
เช้า : สวนสัตว์ภูเก็ต
เปิดทุกวัน เวลา 08.30-18.00 น.
บ่าย : Phuket Trickeye Museum
(พิพิธภัณฑ์จิตรกรรม 3 มิติ) ตัวเมืองภูเก็ต
เย็น : ว่ายน้ำ เดินเล่น

วันที่ 21 ต.ค. 2556

เช้า : เช็คเอาท์หลังอาหารเช้า
สาย : พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต
บ่าย : เช็คอินอิมพีเรียล อดามัส และในยางบีชรีสอร์ท
เย็น : ดูอาทิตย์ตกหาดในยาง

วันที่ 22 ต.ค. 2556
สะพานสารสิน พักผ่อน เล่นน้ำ

วันที่ 23 ต.ค. 2556
เช้า พักผ่อน เล่นน้ำ ที่โรงแรมและชายหาดหน้าโรงแรม เช็คเอาท์เที่ยง
บ่าย คืนรถเช่าที่สนามบินภูเก็ต
FD 3006 ภูเก็ต 15:15 ถึงดอนเมือง 16:40 น.





วันแรก


ถึงวันที่เรารอคอยเสียที อยากไปมาก
จัดกระเป๋าไว้รอท่าตั้งหลายวัน
ตื่นมาแล้วก็เดินทางไปสนามบินกันอย่างว่องไว
ไปถึงสนามบินภูเก็ตแล้ว ก็รับรถเช่าบริษัทเอวิส
ถ้าหากหมั่นเช็คโปรโมชั่น บ่อยๆ ก็จะได้ราคาดีๆ
ทริปนี้ก็เช่นกัน ได้เช่าวีออสราคาวันละไม่ถึงพันบาท
รวมทุกอย่างและได้ GPS ด้วยค่ะ





ซื้อบัตรเข้าชมในราคาคนไทย
เท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่าไม่แพง ^^
ขออภัย ทริปนี้ไม่ได้จดอะไรเลย เล่าได้เฉพาะเท่าที่จำมาจ้า





ดูนิทรรศการอะไรต่างๆ ซึ่งก็จัดแสดงไว้ดีนะ
เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง ตั้งแต่ความเป็นมาของเมือง
สภาพภูมิประเทศ ดินหินแร่ที่พบ วิถีชีวิตชุมชน ฯลฯ
ถ้ามีลูกอยู่ในวัยเรียนรู้ มาที่ภูเก็ต หากมีเวลาและโอกาส
ก็น่าจะพาลูกๆ หลานๆ มาเข้าชมกัน









กินข้าวด้วยความหิวและอร่อย
สามีบอกร้านนี้ขึ้นชื่อ จัดไป ก็อร่อยจริงหลายๆ อย่าง
ชอบลูกชิ้นปลา หมี่ฮกเกี้ยน ห่อหมก (ไปถึงร้านต้องสั่ง)
เกาลัดแฮปปี้ มีความสุข กับการกินอาหารเลยล่ะค่ะ





สำหรับที่พักสองคืนแรก เราพักที่อ่าวฉลองวิลล่า
ก็เพราะมีโปร ฯ จ้า มาถึงที่นี่ไม่ควรพลาดที่พักแบบ Villa Seaview
เป็นบ้านหลัง ใกล้สระ และใกล้ทะเล ..บรรยากาศดี
อาหารเช้าก็จะเป็นแบบบุฟเฟต์ ไลน์อาหารเล็กๆ พอเหมาะดี


ส่วนห้องพักโซนตึกนั้นไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่
เรารีวิวไว้เต็มๆ ภาพเยอะ ๆ ที่หมวดรีวิวโรงแรมภูเก็ตในบล็อกนี้
ตามไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จ้า



วันที่สอง



ยามเช้า ทุกคนก็ยังคึกคัก
พาลูกชายไปลุยกันที่สวนสัตว์ภูเก็ตตามแผน








ตารางการแสดง




ลูกชายสนุกกับการซื้อผักผลไม้ให้อาหารสัตว์
เราเดินดูสัตว์ ถ่ายภาพ ให้อาหารสัตว์กันไปเรื่อยๆ





ดูโชว์จระเข้ แต่รู้สึกว่า เมื่อเทียบกับพัทยา และหนองคายแล้ว
ผู้แสดงใจถึงกว่าเยอะ
กระนั้นก็ตาม เราลุ้นมากๆ





ดูโชว์จระเข้เสร็จ ก็ให้อาหารจระเข้ ช้าง นาก และอื่นๆ ต่อ




จากนั้นดูโชว์ช้าง
จบโชว์ช้างจะมีโชว์ลิงอยู่อีกเวทีหนึ่ง
แต่ก็ไม่ดูแล้ว ไปเที่ยวต่อกัน








ใกล้ๆ ลานจอดรถ กำลังมีแข่งนก หรือประกวดนกกันพอดี
พาเกาลัดไปดูเกาลัดบ่นร้อน และชักไม่สบอารมณ์
พ่อแม่เลยพาไปต่อ





ไปวนหา “ร้านขนมจีนสะพานหิน” ที่เห็นในรีวิวก่อนๆ นี้
เห็นว่ามีขนมจีนน้ำยาปู แต่รสชาติ ก็ไม่ถูกใจเท่าไหร่นะ





ไปจอดรถที่ Phuket Trickeye Museum (พิพิธภัณฑ์จิตรกรรม 3 มิติ)
ในตัวเมืองภูเก็ต ใกล้โรงแรมเพิร์ล
เจอร้านบะหมี่จิรายุวัฒน์ตรงลานจอดรถพอดี
เหมาะมาก เพราะยังไม่อิ่ม จัดไป
และพบว่า บะหมี่ต้มยำที่สั่งมา ...อร่อยจ้า..เย้





ไปซื้อตั๋วกัน ราคาตามป้าย








ที่นี่เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพ
ชอบเป็นนายแบบนางแบบ
แต่เรา แอคชั่นได้ไม่นานก็เหนื่อยและขี้เกียจแล้ว 5555





ตอนเย็นไปอีกร้านที่เล็งๆ ไว้
ร้านขนำจ่าหอย ขายแต่หอยอย่างเดียว
สั่งมาสารพัดหอย อร่อยอีกแล้ว
กินกันจนเปลือกหอยกองเป็นพะเนิน






บรรยากาศยามเย็นที่หาดของอ่าวฉลองวิลล่า
น่ารื่นรมย์ แต่หาดเป็นโคลน เล่นน้ำไม่ได้นะคะ
เกาลัดเล่นน้ำสระแทนค่ะ



วันที่สาม


พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต เป็นสถานที่ที่น่าจะพาเจ้าตัวเล็ก
ไปเที่ยวและไปเรียนรู้อีกแห่ง
ซึ่งจะรู้สึกอิ่มเอมได้อารมณ์มากๆ
หากพาลูกชมภาพยนตร์มหาลัยเหมืองแร่มาก่อน





ค่าเข้าชมตามนี้เลยค่ะ






ภายในพิพิธภัณฑ์ถูกออกแบบและจัดวางไว้เป็นเรื่องราว
เป็นหมวดหมู่ต่างๆ หลัก ๆ ก็จะเป็นความรู้เกี่ยวกับ
ดิน หิน แร่ และการทำเหมือง
ซึ่งการทำเหมืองแร่ มีหลายแบบต่างๆ กันไป
มีประวัติของเหมืองแร่ภูเก็ต นายเหมืองตระกูลต่าง ๆ
แบบจำลองวิถีชีวิตชาวเหมือง การทำธุรกิจ การค้า
ซึ่งต่างก็น่าสนใจ และสนุกด้วย














นอกจากนั้นยังมีนิทรรศการกลางแจ้ง
เกาลัดก็ไปปีนป่ายดูชม





ที่พักสองคืนหลัง เราพักกันสองแห่งโซนหาดในยาง

ที่หนึ่งพักที่อิมพีเรียล อดามาส
ใช้คะแนนสะสมไมล์รอยัลออร์คิดพลัส
ของการบินไทยแลกมา จ่ายค่าธรรมเนียมคืนละห้าร้อยกว่าบาท
เป็นที่พักที่ดีมาก ๆ ได้บรรยากาศพักผ่อนอย่างแท้จริง
สำหรับทริปนี้ ชอบที่นี่มากที่สุดค่ะ
ทั้งห้องพัก สระ ชายหาดและบริการ







อีกแห่งคือ ในยางบีชรีสอร์ท ใช้โปรส่วนลดจากเว็บไซต์
ซึ่งเพื่อนช่วยบอกโปร ฯ มา เลยได้ราคาไม่แพง
ตั้งอยู่แถวๆ อุทยานแห่งชาติสิรินาถ
อาหารเช้านับว่าดีทีเดียวค่ะ ^^ เยอะแยะมากมาย





ทั้งสองโรงแรมนี้ก็ได้ทำรีวิวเต็มๆ ไว้ในหมวดโรงแรมที่พักภูเก็ต
ในบล็อกนี้แล้วเช่นกันจ้า ตามไปอ่านต่อได้





ร้านโรตี ประทับใจ ชอบโรตี+แกง สั่งแกงเพิ่มได้
แต่บอกไม่ถูกว่าอยู่ตรงไหน
ถ้าจะลองตามรอยไปชิม
ก็ลอง print รูปภาพไปถามคนแถวนั้นดูนะคะ



วันที่สี่


ไปเที่ยวสะพานสารสิน และข้ามไปฝั่งพังงา
กินลม ชมแดดร้อน ชมสะพาน ชมชุมชนประมง











ร้านหมากปรกซีฟู้ด
อาหารอร่อยและไม่แพงเลย โดยเฉพาะปูตัวเป็น ๆ








ที่ท่าเรือหมากปรกมีเรือนำเที่ยวด้วยค่ะ





ลองชิมอาหารร้านนี้เป็นมื้อค่ำ
รสชาติ ก็เฉยๆ นะ ^^ พอรับประทานได้
ราคา ก็จะเป็นราคาสำหรับชาวต่างชาติเสียมากกว่า



วันที่ห้า


ชวนกันตื่นสาย กินอาหารเช้าสายๆ
นั่งเล่น นอนเล่น แล้วขับรถไปกินอาหารที่ร้านนี้
ชื่อร้านจั๊กจั่นซีฟู้ด .... “ร้านนี้ขอแนะนำอย่างยิ่ง”
จะต้องไปชิม เพราะทุกอย่างที่สั่งมาสด อร่อย สะอาด
ที่สำคัญ ราคามิตรภาพเอามาก ๆ








วันสุดท้ายนี้ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยค่ะ
จบทริปแล้ว ขึ้นเครื่องบินกลับบ้านตอนบ่ายแก่ ๆ
ถึงบ้านก็เวลากำลังดี ได้ซักผ้า ทำงานบ้านต่อนิดหน่อย
เป็นทริปเที่ยวที่ลุยน้อยกว่าปีที่แล้ว
แต่ก็สนุกสนานไม่แพ้กัน


สำหรับทริปนี้ตอนแรก เราได้จองรัตนาแมนชั่น
ซึ่งเป็นที่พักหลักร้อย ทำเลดีมาก ๆ ใจกลางเมืองภูเก็ตเอาไว้
เป็นโรงแรมที่ใกล้ห้าง ใกล้ที่กิน ที่เช่ารถ บขส. ฯลฯ
ด้วยโปร ฯ ของ Expedia Italy


แต่หลังจากนั้นมีโปร ฯ มาใหม่
จึงสามารถหาโรงแรมริมทะเลได้ในราคาย่อมเยาว์
จึงได้แจกห้องพักรัตนาแมนชั่น ที่จองไว้ให้ผู้อื่นพักแทน
ซึ่งเมื่อได้ประสานกับทางโรงแรม
เรื่องเปลี่ยนผู้เข้าพักหลายๆ ครั้ง
ก็ประทับใจพนักงานของ “รัตนาแมนชั่น” มากๆ
ที่ได้ช่วยแนะนำสถานที่จอดรถหน้าโรงแรม
และที่จอดใกล้โรงแรม
ช่วยให้ข้อมูลอื่นๆ ช่วยประสานจัดการ
ทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความเต็มใจ
ซึ่งก็ขอขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้





หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้พ่อแม่ผู้ปกครอง
ชักชวนเด็ก ๆ ออกไปเรียนรู้ ในห้องเรียนกว้าง ๆ
ภายใต้ท้องฟ้าสีคราม ภูเขา ทะเล แม่น้ำ
และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ กันนะคะ


ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ


ติดตามรีวิวมาใหม่ได้ทางเฟซบุ๊ค “ท่องเที่ยวไป by ชมจันทร์”
http://www.facebook.com/moonwatcherBP



Create Date : 27 มีนาคม 2557
Last Update : 27 มีนาคม 2557 16:15:31 น.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  

ชมจันทร์
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]



เดินทางสู่โลกกว้าง เพื่อไปเรียนรู้โลก ผู้คน เพื่อประสบการณ์ชีวิต