ไปเที่ยวกันดีกว่าค่ะ .. ^^
Group Blog
 
All Blogs
 

Taiwan Day1 : Wulai เมืองออนเซ็นในฝัน



แต่เดิมมานั้น เราไม่เคยคิดจะไปท่องเที่ยวประเทศไต้หวันมาก่อนเลย
เพราะมีความคิดฝังใจว่า ถ้าเราไม่รู้ภาษาจีน เราคงจะไปเที่ยวไต้หวันด้วยตัวเองไม่ได้
เมื่อเวลาผ่านไป จึงได้เห็นเพื่อน ๆ พากันทยอยไปเที่ยวไต้หวัน
ทั้งคนที่รู้ภาษาจีนบ้าง ไม่รู้บ้าง  
จากการได้ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวไต้หวันทีละเล็ก ทีละน้อย
พบว่า ไต้หวัน เป็นเมืองที่น่าไปเที่ยว คล้ายๆ ญี่ปุ่น
และปัจจัยสำคัญที่สุดต่อการตัดสินใจของเราก็เกิดขึ้น
เมื่อรัฐบาลไต้หวัน ประกาศงดเว้นวีซ่าให้กับคนไทยอย่างเป็นทางการ

เราจึงได้โอกาสจองโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบิน ฉลองให้กับฟรีวีซ่าไต้หวัน
ในราคาไปกลับห้าพันบาทนิดๆ

จึงได้เกิดทริปนี้ขึ้นมา แถมยังมีแรงฮึดในการไปเที่ยวคนเดียว
เพราะจากข้อมูลที่อ่าน ๆ มานั้น ไม่น่าจะเที่ยวยาก
เพราะทริปญี่ปุ่น ก็เคยผ่านมาแล้ว

เราเขียนบล็อกนี้ขึ้นก็เผื่อว่าเพื่อน ๆ ที่ได้อ่าน
จะเกิดแรงฮึดอยากไปเที่ยวไต้หวันเหมือนเราบ้างนะคะ ^^


ออกเดินทางด้วยสายการบินนกสกู๊ตไฟลท์ดึก จากดอนเมืองไปไทเป



มหาชนที่รอเข้าแถวเช็คอิน จำนวนมาก
เคาน์เตอร์เปิดตั้งแต่ห้าทุ่ม เรามารอเช็คอินตั้งแต่ 21.45 น.

เช็คอินผ่านฉลุย  ผ่าน Auto Gate ของ ตม. มารอขึ้นเครื่อด้านในแล้ว
ก่อนเข้าเกท แวะไปเคาน์เตอร์ AIS  จะเติมเงิน Sim2Fly
แต่ซิมหมดอายุ เลยซื้อใหม่ 399 บาท  ซิมมีอายุ 3 เดือน ต้องเลี้ยงซิมไปเรื่อยๆ
โดยเจ้าหน้าที่แนะนำว่าให้เติมเงินที่ตู้อัตโนมัติหน้า AIS Shop ตามห้าง
เติมครั้งละ 20 บาท x 10 ครั้ง รวดเดียวก็ได้
เงินที่เติมเก็บไว้ในซิมก็เอาไว้ใช้ได้ตอนเติมเพคเกจเน็ตต่างประเทศรอบหน้า

เราไม่ได้ซื้อน้ำหนักโหลดกระเป๋า ใบที่ใช้ขนาด 16 นิ้ว ลากขึ้นเครื่องสบายๆ
ระหว่างรอเดินทางก็ใช้ไวไฟฟรีที่สนามบิน ด้วย AIS Airport Free Wifi







สนามบินดอนเมือง อาคาร T1 ทีตู้กดน้ำร้อนน้ำเย็นเยอะอยู่นะ เห็นตามหน้าห้องน้ำ



ปลั๊กไฟฟรีที่ Gate 24






เครื่องบินลำใหญ่
ที่นั่งของเรา 72 H ติดทางเดิน




วันแรกที่เดินทางมาถึงไต้หวัน ตั้งใจไปเที่ยวและพักที่อู่ไหล (Wulai) เมืองออนเซ็นใกล้ไทเป

ออกจากเครื่องนกสกู๊ต ผ่าน ตม. ไต้หวันฉลุย
เดินมาเติมเงินบัตร Easy Card จากเครื่องอัตโนมัติที่สถานี MRT Airport
ชนะเลิศงามๆ ง่ายดาย เพราะมีตัวอักษรภาษาไทย แถมเครื่องยังพูดภาษาไทยกับเราด้วย ฮ่าๆ
เครื่องไม่ทอนเงิน เลยเติมไป 500 NT ก่อน





รอนั่ง MRT ไปไทเปเมนสเตชั่น





นั่งจากสถานี A12  ย้อนไปต้นทาง A1  แล้วค่อยลุ้นต่อไป




ตู้ฝากสัมภาระแบบหยอดเหรียญมีทุกมุมที่สถานีไทเปเมน




จากสถานีไทเปเมน ทางออก M8 หันหน้าเข้าถนน เลี้ยวซ้ายไป 180 เมตร
ถึงป้ายรถเมล์สาย 849   ต้นทางที่จะไป Wulai  ตามโพยเป๊ะ
ก่อนถึงป้ายรถ เดินผ่านโรงแรม Inn Cube3S ด้วย
รอแป๊บเดียวรถเมล์ก็ออก แปะบัตร Easycard ทั้งขึ้นและลง




นั่งหลับ ๆ ตื่น ๆ ไปสักพักก็ถึงจุดหมาย สุดสายรถเมล์



ระหว่างทางไปโรงแรม เดินผ่านตลาดเก่า มีแต่ของน่ากิน




ร้านรวงที่เดินผ่านส่วนใหญ่เป็นโรงแรมและออนเซ็นรายชั่วโมง



ยังไม่ถึงเวลาเข้าห้องพัก จึงต้องฝากกระเป๋า แล้วออกไปเดินเที่ยวเล่นก่อน
โรงแรมให้เข้าพักก่อนเวลา คือ หลังบ่ายสามได้
แต่ในใบจองบอกเว็คอินไดตั้งแต่ 6 PM คือ หกโมงเย็น
เราจึงเดินตากแดดเปรี้ยงไปนั่งเคเบิ้ลคาร์และชมน้ำตก Wulai Waterfall
ตอนนี้ร้อน และชักเริ่มเหนื่อย ฮ่า!










แต่เมืองนี้สวยจริงๆ ชื่นชมธรรมชาติเพลิดเพลินใจดี












ตอนนี้เดินมาถึง Cable Car Station แล้ว

รถรางข้ามเขาไปกลับ 220 NT












ข้ามไปอีกฝั่งก็จะได้ใกล้ชิดกับน้ำตก สามารถเดินสูงขึ้นไปเรื่อยๆ










ออมแรงไว้เดินกลับโรงแรม
กระหายน้ำเป็นอย่างยิ่ง
และไม่ต้องห่วง ห้องน้ำสะอาดมีให้แวะตลอดทาง






ป้ายราคาห้องแช่ออนเซ็นมีเรียงรายตามถนนให้เลือก วิวสวยๆ ทั้งนั้น
และราคาก็ไม่แพง คือ ดี๊ ดี






แวะเข้าโรงแรมก่อน  โรงแรมที่เราพัก ชื่อ  Yufuin Hot  Spring
湯布苑溫泉館 www.cloudspring.com.tw
นอกจากจะเป็นโรงแรมพักค้างคืนแล้ว ยังให้บริการเฉพาะแช่ออนเซ็นด้วย
เราถ่ายภาพห้องแช่ออนเซ็นมาฝาก




เป็นออนเซ็นวิวแม่น้ำ



มีห้องแต่งตัวสำหรับผู้แช่ออนเซ็น พวกไดร์ โลชั่น อะไร พร้อมสรรพ





จากนั้นเราเปลี่ยนกางเกลงขาสั้นและรองเท้าแตะ
เดินมาที่ออนเซ็นสาธารณะริมแม่น้ำใจกลางเมืองอู่ไหล
มานั่งแช่เท้าคลายเมื่อย (ฟรี) ท่ากลางอากาศร้อน
ต้องจิบน้ำตลอด แต่บรรยากาศผ่อนคลายมาก










ริมแม่น้ำมีทั้งบ่อแช่เท้าและแช่ตัวฟรี
บางคนก็ลงแช่ ดำผุดดำว่ายในแม่น้ำทีเดียว
สารพัดชุดจะใส่ บางคนก็ กกน. ตัวเดียว
เห็นลงบ่อร้อนๆ แล้วสลับมาลงแม่น้ำเย็นๆ น่าจะสบายตัว









อาหารมีร้านให้เลือกเยอะนะ ดูน่ากินดี








ออนเซ็นสาธารณะที่เล็งไว้คราวหน้า




ช่วงหลังบ่ายสาม เข้าพักในห้อง ก็หลับไปไหลายชั่วโมงด้วยความเพลีย
ตื่นขึ้นมาก็ค่ำ เดินออกไปหาข้าวกิน แล้วแช่ออนเซ็น นอนหลับสนิท


รีวิวโรงแรมมีไว้ในหมวดโรงแรมที่พักต่างแแดนค่ะ
Yufuin Hot Spring, Wulai, New Taipei City




 

Create Date : 12 มิถุนายน 2560    
Last Update : 14 มิถุนายน 2560 14:20:53 น.
Counter : 197 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ตะลุยเดี่ยว "วังเวียง" เมืองงามกลางหุบเขา



ทริปนี้เกิดขึ้นสืบเนื่องจากความบังเอิญแท้ๆ เลยค่ะ ทำให้ต้องตัดสินใจเดินทางไปเที่ยววังเวียงคนเดียวแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่จากการศึกษาข้อมูลก็ไม่ได้กังวลอะไรมากกับการเดินทางครั้งนี้  ซึ่งจะหนักไปกับการใช้เวลานั่งรถมากกว่า  และเมื่อไปถึงวังเวียงก็ซื้อแพคเกจทัวร์วันเดียวที่โรงแรมที่เราพัก มีบริการรับส่งจากโรงแรม สะดวกสบายดี และราคาถูกค่ะ ราคาก็ประมาณไม่กี่ร้อยบาทของบ้านเรา  ลองไปดูกันนะคะ รับรองว่าอ่านแล้วเที่ยวตามได้อย่างง่ายดายเลยค่ะ ^^



วันแรก : จากอุดรธานีไปวังเวียง





เช้าตรู่ของวันหนึ่ง ณ สถานีขนส่งใจกลางเมืองอุดรธานี ฉันยืนเก้ๆ กัง ๆ เพื่อที่จะหาตั๋วรถโดยสารจากอุดรธานี ตรงไปวังเวียง ซึ่งมีเพียงวันละรอบเท่านั้น  อุตส่าห์ไปแต่เช้าปานนั้น ยังไงก็คงมีอยู่แล้วแหละ ฉันนึก   แต่ก็ผิดคาดเพราะที่นั่งล้วนแต่มีคนจับจองล่วงหน้าไปก่อนหมดแล้ว เพราะตั๋วดังกล่าวสามารถซื้อล่วงหน้าได้จากขนส่ง ทั้งทางโทรศัพท์และช่องทางอื่น


แต่ทุกปัญหาย่อมมีทางออกของมัน และฉันก็มีแผนสองไว้รออยู่แล้ว ก็คือ จับรถเที่ยวแรกไปเวียงจันทน์ จากนั้นก็ต่อรถจากเวียงจันทน์ไปวังเวียงอีกที ซึ่งดูจะยุ่งยากหลายขั้นตอนกว่า แต่ ณ เวลานั้น ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด  ค่ารถ 80 บาท



ต่อคิวรอจนได้ตั๋วไปเวียงจันทน์ สบายใจแล้ว  ไปหาอาหารเช้ารองท้องแถว บขส. ก่อนออกเดินทาง






จวนได้เวลา ก็ออกไปรอขึ้นรถ

รถอุดร-เวียงจันทน์ 80 บาท เที่ยวแรกออก 8.00 น. ประมาณ 2 ชม.




จากนั้นก็ต่อรถตู้ไปวังเวียงคนละ 300 บาทไทย

ช่วงหลังจากจุดแวะพักเป็นไหล่เขา มีทางโค้ง แทบไม่ไหว



ที่จริงหากไม่ต้องการต่อรถตู้ ก็ให้นั่งรถบัสสายอุดร - วังเวียง มาสุดทางจนถึง บขส. เวียงจันทน์ แล้วค่อยต่อรถบัสโดยสายที่ขึ้นเหนือไปก็ได้  อย่างภาพที่เห็น ก็มีรถไปวังเวียงจอดอยู่

คนเต็มรถ แต่รถตู้ก็ยังพาวนมาเช็คพอยท์ที่ บขส. เวียงจันทน์







รถตู้พาแวะพักกินอาหารกลางทาง  เรากำลังหิวพอดี








เฝอชามโต 18,000 กีบ




ช่วงประมาณบ่ายสามครึ่ง ก็เดินทางถึงตัวเมืองวังเวียง รถตู้จอดส่งจุดเดียวที่หน้าร้านซากุระ จากนั้นฉันเดินแบกเป้ไปเข้าที่พักเอง ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลกัน




มาถึงแล้วค่ะ โรงแรมลาวเฮเว่น วังเวียง  ที่พักหลักร้อยของนักท่องเที่ยวสะพายเป้แบบเรา  เรารีบซื้อตั๋วรถบัสของ บขส. ลาว เส้นทางวังเวียง-อุดรธานี ราคา 110,000 กีบ และทัวร์เต็มวัน ราคา 160,000 กีบ โดยซื้อที่เคานท์เตอร์ของโรงแรมที่เราพักไว้ล่วงหน้าก่อนเลย เพื่อความชัวร์


เข้าห้องพักผ่อนให้หายเมารถเสียหน่อย ตกเย็นค่อยได้มีเรี่ยวแรงเดินออกไปชมเมือง



วัดธาตุ








จากวัดธาตุ เดินลัดเลาะชุมชนไปชมแม่น้ำซอง















เดินลัดเลาะไปจนถึงโซนร้านอาหารริมน้ำ











นั่งกินอาหารท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ริมแม่น้ำแล้วก็กลับไปนอนหลับพักผ่อน





อาหารค่ำ กินไม่หมดนะ หมดแต่ปลาคัง (ปลาหนัง) ทอด อร่อยมาก ได้เยอะ มื้อนี้รวมเบียร์ 90,000 กีบ ดื่มเบียร์ไปแค่ขวดเดียว ตอนเดินกลับโรงแรมฮัมเพลงไปตลอดทาง .. ช่างทำไปได้
กลับถึงที่พัก อัพรูป อาบน้ำ เตรียมตัวนอน เพราะต้องเก็บแรงไว้ออกเที่ยวพรุ่งนี้ทั้งวันเลย





วันที่ 2  :  Day tour


ตื่นเช้ามาก็รีบอาบน้ำ แต่งตัว  เดินข้ามถนนไปกินอาหารเช้า ไม่รู้จะกินอะไร เลยสั่งเฝอร้านหน้าโรงแรม 20,000 กีบ





ตามแผนวันนี้ได้ไปถ้ำช้าง ถ้ำน้ำ พายคายักแม่น้ำซอง บลูลากูน พอเริ่มกิจกรรมเพิ่งรู้ตัวว่าเรากำลังแอดเวนเจอร์อยู่ใช่มั้ย ? แหม่ ..รู้ตัวช้าไปหน่อย โดยรวมทัวร์นี้ดี ทุกอย่างคุ้มเกินราคา จ่ายหลักร้อย แต่กิจกรรมเยอะ ได้ความประทับใจมาก

รถมารับที่โรงแรม 8.30 น. จุดแรก พาไปถ้ำช้างและถ้ำน้ำ



มาถึงที่จอดรถก็ได้เดินต่อไปนิดหน่อย 







ฝนก็ตกพรำๆ ลงมาอยู่บ้าง





อันนี้คือ ถ้ำช้าง







เดินต่อไปนิดเดียวก็จะถึงถ้ำน้ำ










เราต้องใช้ห่วงยางลอดอุโมงค์ถ้ำเข้าไป





เสร็จแล้วก็ไปแวะพักกินอาหารกลางวัน ก่อนพายคายัก  อาหารกลางวันรวมในแพคเกจแล้วค่ะ








ตอนนี้ฝนเริ่มเทลงมาแล้ว แต่ทัวร์ยังคงดำเนินต่อไป เราก็มาพายเรือตากฝนกัน












ถึงแล้วค่ะ จุดสุดท้าย ก็คือ ท่าน้ำในตัวเมืองวังเวียง






จากนั้นรถคันนี้ก็พาเราไปที่บลูลากูน





ฝนตกแบบเล่นใหญ๋ เราเองก็หนาวจนปากเขียว เดินห่มผ้า ไม่ค่อยสบายตัว อารมณ์ประมาณอยากจะพักเต็มแก่ เลยได้แค่เดินถ่ายภาพเล่นรอเวลากลับ
















ความจริงที่บลูลากูนมีถ้ำปูดำด้วยนะคะ แต่ด้วยความที่ฝนตก ทุกอย่างเปียกเฉอะแฉะไปหมด เลยไม่ได้เดินไปถ้ำ  พอถึงเวลากลับโรงแรมรู้สึกดีใจเลยค่ะ


 จบทัวร์มาส่งโรงแรมประมาณสี่โมงเย็น  เรานี่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็หลับไปเลย ตื่นมาอีกทีฟ้ามืด  ออกไปหากินข้าว  วันนี้ได้กินผัดเผ็ดปลาหนัง (ปลาคัง)  อร่อยดีค่ะ  ก็มานั่งดื่มต่อที่โรงแรมอีกนิดก่อนนอน





วันที่สาม : เดินทางกลับประเทศไทย


วันนี้ก็ได้เวลากลับ ค่ารถ 160,000 กีบ รวมบริการรถมารับจากโรงแรมไป บขส. วังเวียง พอไปถึงก็ต้องนำเอกสารที่ได้จากโรงแรมไปแลกตั๋วรถบัสตามนี้ค่ะ




บัสที่นั่งกลับหน้าตาประมาณนี้




จากวังเวียงก็มีเส้นทางเดินรถไปหลายสถานที่อยู่นะคะ






ในตัวรถค่ะ สบายกว่าขามาตั้งเยอะ คราวนี้นั่งยาวถึงอุดร ฯ เลย มีแวะพักกินข้างกลางทางให้หนึ่งครั้ง






พอกลับมาถึงอุดร ฯ วิ่งขาขวิดไปดูเป๊กที่เซ็นทรัลอุดรธานี ทันสอองเพลงสุดท้ายพอดี








จากนั้นก็เดินเที่ยวห้าง เที่ยวตลาด เจอน้องชายค่ะ










จบทริปวังเวียงแต่เพียงเท่านี้จ้า  ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ






 

Create Date : 29 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2560 16:40:42 น.
Counter : 320 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Vietnam Day 5 : หลักฐานสงคราม และวันกลับ



สวัสดีค่ะ ช่วงหยุดยาวเดือนสุดท้ายของปี 2559 

เรามีแผนท่องเที่ยวดาลัด มุยเน่ โฮจิมินห์  
แผนการเดินทาง 5 วัน 4 คืน ตามนี้ค่ะ

วันแรก จากสนามบินสุวรรณภูมิไปโฮจิมินห์และโฮจิมินห์ไปดาลัด
วันที่สอง เที่ยวดาลัด
วันที่สาม บัสจากดาลัดไปมุยเน่ เที่ยวมุยเน่
วันที่สี่  บัสจากมุยเน่ไปโฮจิมินห์ เที่ยวโฮจิมินห์
วันที่ห้า เที่ยวโฮจิมินห์ และเดินทางกลับสนามบินสุวรรณภูมิ


เที่ยวเยอะมาหลายวันติด 
วันสุดท้ายพากันตื่นสายค่ะ

ตื่นมาก็เก็บกระเป๋า อาบน้ำ แต่งตัว 
ลงไปกินอาหารเช้าของโรงแรม











เช็คเอาท์ แล้วนั่งแท็กซี่ไปส่งพิพิธภัณฑ์สงคราม




















จากนั้นโบกแท็กซี่ไปส่งสนามบิน








นั่งเล่นเน็ตฟรีที่สนามบินหน้า Gate อย่างเพลิดเพลิน 
เงยหน้าขึ้นมานาทีสุดท้าย เปลี่ยน Gate ค่ะ
วิ่งกันแทบไม่ทัน ลุ้นมาก
ไปนั่งรอที่ใหม่อีกแป๊บ ก็ได้ขึ้นเครื่องกลับประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ



หมายเหตุ :




 

Create Date : 28 ธันวาคม 2559    
Last Update : 28 ธันวาคม 2559 10:09:33 น.
Counter : 372 Pageviews.  

Vietnam Day 4 โฮจิมินห์กลางฝนและหอยอร่อยร้านคุณยาย



(ความเดิม)
สวัสดีค่ะ ช่วงหยุดยาวเดือนสุดท้ายของปี 2559 
เรามีแผนท่องเที่ยวดาลัด มุยเน่ โฮจิมินห์  
แผนการเดินทาง 5 วัน 4 คืน ตามนี้ค่ะ

วันแรก จากสนามบินสุวรรณภูมิไปโฮจิมินห์และโฮจิมินห์ไปดาลัด
วันที่สอง เที่ยวดาลัด
วันที่สาม บัสจากดาลัดไปมุยเน่ เที่ยวมุยเน่
วันที่สี่  บัสจากมุยเน่ไปโฮจิมินห์ เที่ยวโฮจิมินห์
วันที่ห้า เที่ยวโฮจิมินห์ และเดินทางกลับสนามบินสุวรรณภูมิ

-------------------------------------------
มาต่อกันวันที่สี่ของการท่องเที่ยวครั้งนี้กันนะคะ

ในวันที่สี่ของทริปนี้ออกเดินทางตอนเช้าด้วยรถบัสจากมุยเน่ไปโฮจิมินห์ 
เดินวนอยู่ในเมือง และไม่พลาดร้านหอยแสนอร่อยของคุณยายที่ตลาดเบนถัน


ฝนตกหนักแต่เช้า รีบฝ่าสายฝนไปเช็คเอาท์ และกินอาหารเช้า 
โรงแรมนี้ที่มุยเน่อาหารอร่อยและดีเกินคาด 
เราทิ้งกางเกงเปียกไว้ที่โรงแรมตัวหนึ่ง 
แม่บ้านอุตส่าห์ฝากฟรอนท์เอามาคืนให้ แต่เราก็ปฏิเสธไป 
เพราะเป้เต็มปริจนยัดไม่ลง






รถออก 7.30 น. นั่งรถท่ามกลางสายฝนตลอดทาง
ไปได้ครึ่งทางก็แวะพักให้เข้าห้องน้ำ ... โล่งเลย





นั่งไปจนถึงประมาณเที่ยงก็ถึงสำนักงานชินทัวริสต์ที่โฮจิมมินห์ 
ย่านฟามงูเหลา ตอนนี้อะไรๆ ก็คุ้นแล้ว เพราะเป็นย่านเดิมที่เคยพัก








เป้เราที่เก็บไว้ด้านล่างรถบัสเปียกโชกน้ำไหลเป็นทาง 
และเราก็ต้องเดินตากฝนไปหาโรงแรมกันอีก 

อาศัยเดินตามแผนที่ ๆ ปรินท์มา เพราะไม่ได้ซื้อเน็ตซิมเวียดนาม 
แวะถามตลอดทาง ยังงง ๆ กับทางอยู่ 
มันแค่คลับคล้ายคลับคลา แต่ก็ไม่เกินความสามารถ
เดินไปเจอ Platinum Hotel จนได้

ไปเช็คอินเข้าที่พัก ผึงเป้เปียก ผึ่งผ้าเปียก
ส่งซักรีดบางตัว ก็เดินไปตลาดเบนถัน 
ซึ่งอยู่แถวๆ โรงแรมนั่นเอง




หิวกันมาก กินเฝอแถวตลาดเบนถัน 
จากนั้นออกเดินตะลอนชมเมือง















ตากฝนเดินไปเรื่อยๆ และแวะเข้าห้างนี้ เหมือนไปเอ็มโพเรียม








เดินหา Lucky Plaza สุดท้ายก็เจอ









ถ่ายภาพกับลุงโฮกลางฝน











เข้า Museum of Ho Chi Minh City


















อยู่จนพิพิธภัณฑ์ปิดตอนห้าโมงเย็น 
ก็เดินตากฝนกลับมาอาบน้ำที่โรงแรม 
มาถึงโรงแรม จะจองตั๋วหุ่นกระบอกน้ำของคืนนี้ 
ปรากฏว่าที่นั่งเต็มแล้ว 

หลังอาบน้ำเสร็จจึงออกไปหาของกินที่หมายมาด

คิดถึงคุณยายร้านนี้มาก เย็นนี้ต้องไปเจอให้ได้ 
เดินไปแล้วก็ได้เจอที่หน้าร้านเลย ดีใจมาก

พิกัด ร้านหอย ข้างตลาดเบนถัน ขายเฉพาะตอนกลางคืน













สารพัดหอยที่ให้เลือก








ตอนสั่งก็ต้องส่งภาษามือกัน
และแอบดูโต๊ะข้างๆ ว่าเขากินอะไรไปด้วย เผื่อลอก 
หอยต้มนี้อร่อยมาก จนต้องสั่งมาสอง





หอยแครงลวก




หอยนี้ไม่รู้ชื่อ 
และยังมีเมนูหอยอื่นที่มัวแต่กินเพลินจนลืมถ่ายภาพ





อันนี้ผัดเนย กินกับขนมปัง 
มันเป็นหอยขนาดใหญ่ ซึ่งเรียกชื่อไม่ถูก








แม้แต่ผัดผักบุ้งก็ยังอร่อย





วุ้นกะทิ






ตลาดตอนกลางคืนก็คึกคักไปอีกแบบ






สารพัดเป้ เคยซื้อเป้ถูกๆ แบบนี้ไปไม่ค่อยทนเท่าไหร่ 
แต่ก็มีบางรุ่นที่เป็นของก๊อปเกรดดีกว่านี้








กินอ่มเดินตลาดกลางคืน แวะเข้าห้องน้ำที่โรงแรม 
แล้วเลยไปดูสีสันยามค่ำที่ฟามงูเหลา 
และก็ปรากฏว่าได้ดื่มนมกับกินโยเกิร์ตแทน 
เพราะร้านที่อยากนั่งไม่มีที่ว่าง 
ดื่มนมแล้วก็เดินกลับเข้าโรงแรมตอนสี่ทุ่ม


ร่วมกิจกรรมลุยล่าท้าเขียนกับ Bloggang
ถาม : "คุณใช้วิธีอะไรให้ผ่อนคลายหลังจากการทำงานที่แสนเคร่งเครียด "
ตอบ : ท่องเที่ยว ค่ะ




 

Create Date : 28 ธันวาคม 2559    
Last Update : 29 ธันวาคม 2559 12:00:14 น.
Counter : 107 Pageviews.  

Vietnam Day 3 มุยเน่ เมืองชายหาด เนินทราย และล็อบสเตอร์ราคาดี๊ดี



สวัสดีค่ะ ช่วงหยุดยาวเดือนสุดท้ายของปี 2559 

เรามีแผนท่องเที่ยวดาลัด มุยเน่ โฮจิมินห์  
แผนการเดินทาง 5 วัน 4 คืน ตามนี้ค่ะ

วันแรก จากสนามบินสุวรรณภูมิไปโฮจิมินห์และโฮจิมินห์ไปดาลัด
วันที่สอง เที่ยวดาลัด
วันที่สาม บัสจากดาลัดไปมุยเน่ เที่ยวมุยเน่
วันที่สี่  บัสจากมุยเน่ไปโฮจิมินห์ เที่ยวโฮจิมินห์
วันที่ห้า เที่ยวโฮจิมินห์ และเดินทางกลับสนามบินสุวรรณภูมิ


มาต่อวันที่สามกันเลยนะคะ
ซึ่งวันนี้เราจะออกจากดาลัดในตอนเช้า
เพื่อไปท่องเที่ยวและแวะพักที่มุยเน่ค่ะ


อาหารเช้าก่อนเช็คเอาท์ และนั่งบัสไปมุยเน่ตอนเช้า





กำหนดรถออก 7.30 จริงๆ มีเลทนิดหน่อย 
ภาพในบัส
ฝนตกตลอดทาง






เส้นทางคดเคี้ยวไปตามเขา ผ่านหมู่บ้าน 
อ่างเก็บน้ำ อะไรต่างๆ วิวสวยตลอดทาง

















รถแวะพักกลางทางให้หนึ่งครั้้ง





ถึงที่พักประมาณเที่ยง ขลุกขลักตอนเช็คอิน เกือบไม่ได้พักแล้ว 
เจรจายากมาก ใช้เวลานาน กว่าจะคุยกันได้ 
เราพักที่ Mui Ne Resort by The Sinh Tourist 
ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานชินทัวริสต์และเป็นจุดจอดรถบัสของบริษัท 
กะว่ามาถึงก็เข้าที่พักได้เลย






หาดของรีสอร์ท วันนี้ฝนตก ทะเลหม่น





หม้อไฟร้านเยื้องๆ รีสอร์ท เฉพาะหม้อไฟ 150,000 ดอง 
ร้านใช้ปลาอินทรีย์ ให้เยอะมาก และอร่อยดี














Jeep Tour (1-4 Pax) Caybang-Suoitien , Afternoon
รถจี๊บออกบ่ายสอง
จุดแรกคือแฟรี่สตรีม














เดินลุยน้ำทวนลำธารเข้าไป เจอประมาณนี้








จุดที่สอง หมู่บ้านชาวประมง










จากนั้นขับออกนอกเมือง เพื่อไปเนินทราย






เนินทราย White Sand Dune
เราเดินเอาค่ะ ไม่ได้นั่ง ATV เข้าไป 
ถ้าใช้บริการ ATV จะต้องจ่ายเพิ่มคนละ 200,000  VND












สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น
White Sand Dune
Mũi Né, Vietnam
December 2016
คนมักจะเข้าใจผิดและพูดต่อๆ กันไปแบบอลังการว่าเป็นทะเลทราย แต่ที่จริง เป็นป่าเนินทราย หรือสันทราย ขนาดยักษ์ ซึ่งประเทศไทยก็มีเนินทรายลักษณะนี้ที่บางเบิด จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่พื้นที่อาจไม่ได้ใหญ่โตและไม่ได้โปรโมทเท่ามุยเน่ ลักษณะที่มาของการเกิดเนินทรายน่าจะคล้ายกัน อ่านเพิ่มเติมที่ http://sadoodta.com/info/เนินทราย-sand-dune-บางเบิด-ถ้ำธง-ชุมพร-เนินทรายใหญ่


Red Sand Dune จี๊บนี่อย่างเท่





ทรายของจริงแดงกว่าในรูปอีกนะ 
คือฝนตกทั้งวัน ตอนนั้นเปียกหมดแล้ว





จุดสุดท้าย จี๊บไปส่งร้านอาหารทะเล ไม่ห่างจากที่พักมากนัก
สามารถเดินเลือกร้านได้ตามสะดวก
ส่วนขากลับเราต้องเดินกลับเอง









ของที่เลือกค่ะ






ล็อบสเตอร์ ก.ก. ละ 700,000 ดองค่ะ ตัวนี้หนักประมาณกิโลนิดๆ
















สลัดแบบเวียดนาม






ครึ่งตัวแรกผัดซอสมะขาม





มีเจ้าหน้าที่มาตัดเป็นชิ้นให้








อีกครึ่งตัวอบเนยกระเทียม มื้อนี้รวมเครื่องดื่มจ่ายไป 950,000 ดอง


นั่งกินทั้ง ๆ ที่หัวเปียก ตัวเปียก เลย




ถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก
หลังกินอิ่ม เดินตากฝนเปียกกลับโรงแรมกันเอง 
เห็นร้านนวดหน้าโรงแรม 
ก็เลยกลับมาอาบน้ำแต่งตัวแล้วไปนวดก่อนนอน

พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางจากมุยเน่ไปโฮจิมินห์ค่ะ

ร่วมกิจกรรมลุยล่าท้าเขียน  โจทย์ "อาหารโปรดที่ชอบ "
อาหารโปรดที่ชอบอย่างหนึ่งคืออาหารทะเล 
ซึ่งในทริปนี้เราได้ลองชิมล็อปสเตอร์ด้วยค่ะ




 

Create Date : 28 ธันวาคม 2559    
Last Update : 9 มกราคม 2560 12:56:30 น.
Counter : 228 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

ชมจันทร์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]




เดินทางสู่โลกกว้าง เพื่อไปเรียนรู้โลก ผู้คน เพื่อประสบการณ์ชีวิต

Friends' blogs
[Add ชมจันทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.