ไปเที่ยวกันดีกว่าค่ะ .. ^^
Group Blog
 
All Blogs
 
ตะลุยเวียงจันทน์ “กินอิ่มนอนอุ่น...แซบหลาย สะบายดี”

อยากจะไปเมืองลาว ไปหาท้าวคำแปง
ที่เมืองปากแบ่ง แขวงอุดมไซ (อุดมชัย)



ฟังเพลงนี้ทีไร รู้สึกว่า โอ้จอร์จ มันยอดมาก !!
แล้วก็ได้แต่รำพึงรำพันกับตัวเองว่า
ปีนี้ต้องไปเที่ยวลาวให้ได้

เดชะบุญที่ได้ซื้อตั๋วโปรโมชั่นของแอร์เอเชีย
เส้นทางกรุงเทพ - อุดร ฯ ไว้
เวลาสั้นๆ เพียงสามวัน คงไปไหนไกลไม่สะดวก
ถ้าอย่างนั้นไปเที่ยวแถวๆ เวียงจันทน์ก็แล้วกัน
ดูเหมือนเป็นทริปธรรมดา แต่ก็ไม่ค่อยธรรมดาเท่าไหร่
เพราะเราจะพาไปตะลอนชิมของอร่อย ๆ กัน
เตรียมตัวให้ดีนะคะ เพราะอ่านแล้วอาจทำให้หิวได้ค่ะ ^^



ตุั๋วที่เราซื้อไว้สำหรับทริปนี้
เป็นช่วงวันที่ 1-3 กันยายน 2555
สามคนพ่อแม่ลูก
แต่เนื่องจากว่าพ่อเกาลัดนั้นไม่สะดวกลางาน
และก็ไม่อยากให้ลูกชายหยุดเรียน
แม่จึงเปลี่ยนแผน สละลูกกับสามีไว้ชั่วคราว
นัดไปลาวกับเพื่อนรักแค่สองคน
ซึ่งก็ได้ขออนุญาตลูกกับสามีเพื่อการนี้เช่นกัน..ฮิ้ว!!


เที่ยวลาววันแรก


เราเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปอุดรฯ
ด้วยเที่ยวบินเช้าสุด
ไปถึงที่นั่นก่อน 8.30 น. เล็กน้อย
เพื่อนมารอรับที่สนามบินอยู่แล้ว

ทริปนี้เราเจอพี่สาวชาวห้อง Blueplanet
และลูกชายเจ้ากัสหนูน้อยนักเดินทางตัวยง
ทราบว่าไปเวียงจันทน์เหมือนกัน แถมยังพักที่เดียวกัน
จึงชวนพี่สาวติดรถไปด้วย
โดยไปส่งพี่เขาที่ด่านหนองคายก่อน
ส่วนเรา แวะไปทำโน่นนี่ในเมืองและนอกเมืองหนองคาย
เตร็ดเตร่ พูดคุย ใจเย็น
กว่าจะไปถึงด่านไทยลาวก็เลยเที่ยงแล้ว

กว่าจะข้ามด่านไปลาว
ขอกล่าวถึงวิธีการเดินทางจากสนามบินอุดรธานีไปเวียงจันทน์
ด้วยรถสาธารณะซึ่งสามารถเดินทางได้หลายวิธี
กันพอสังเขปก่อนนะคะ

วิธีแรก จากสนามบินอุดุรธานีนั่งรถตู้โดยสารคนละ 80 บาท
หรือเหมาแท็กซี่เข้าเมืองคันละ 200 บาท
ไปส่งที่สถานี บขส. 1 เพื่อนั่งรถบัสไปเวียงจันทน์
ค่ารถคนละ 80 บาท ต้องเตรียมพาสปอร์ตไว้ให้พร้อม
อุดรธานี-เวียงจันทน์และเวียงจันทน์-อุดรธานี
เวลาเดียวกันทั้งไปและกลับ
08.00 10.30 11.30 14.00 16.00 18.00
เดินทาง 2 ชั่วโมงหรือมากกว่า
สุดสายที่สถานีขนส่งตลาดเช้า
จองตั๋วล่วงหน้าแบบข้ามวันไม่ได้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ลิงค์นี้
คลิกที่นี่
หรือค้นหารีวิวเก่าๆ ที่คุณ Memories pink
เว็บไซต์ Pantip/Blueplanet ที่ให้ข้อมูลไว้โดยละเอียด

วิธีที่สอง
สามารถนั่งรุตู้โดยสารจากสนมบินอุดรธานีไปหนองคาย
โดยไปลงที่ด่านสะพานมิตรภาพ ฯ หนองคาย
ราคาคนละ 200 บาท
จากนั้นก็ต่อรถบัสโดยสารจากด่านไทยข้ามไปลาว
คนละ 20 บาท แล้วต่อรถบัสโดยสารจากด่านลาว
ไปตลาดเช้าเวียงจันทน์
ค่ารถไม่แน่ใจน่าจะ 20 บาทเช่นกัน

และก็เป็นข่าวดี สำหรับผู้สนใจจะไปเที่ยววังเวียง
มีเส้นทางเดินรถอุดรธานี-วังเวียงแล้ว

ข้อมูลจากผู้จัดการออนไลน์
ออกจากสถานีขนส่งจังหวัดอุดรธานี แห่งที่ 1 ทุกวัน
เวลา 09.00 น. เก็บค่าโดยสารที่นั่งละ 320 บาท
และบวกค่าล่วงเวลาที่ด่านสะพานหนองคาย 5 บาท
พร้อมกับมีประกันอุบัติเหตุที่นั่งละ 2 แสนบาท
โดยใช้รถปรับอากาศ ป.2 ขนาด 44 ที่นั่ง
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง
เนื่องจากสภาพถนนยังไม่สมบูรณ์

ในส่วนของรถโดยสารของบริษัท
มาลานีขนส่งโดยสาร จำกัด ก็จะออกจากสถานี
ขนส่งรถโดยสารเมืองวังเวียงทุกวัน เวลา 08.00 น
ค่าโดยสารที่นั่งละ 83, 000 กีบ
(คิดอัตราแลกเปลี่ยน 26,000กีบ: 100 บาท
และอัตราแลกเปลี่ยนไม่ค่อยคงที่อยู่ในระหว่าง
26,000-28,000 กีบ ต่อ 100 บาท)
บวกค่าล่วงเวลาอีก 5,000 กีบ (20 บาท)
และใช้รถโดยสารปรับอากาศขนาด 44 ที่นั่งเช่นกัน

คลิกที่นี่

ส่วนเว็บนี้ข้อมูลไม่ตรงกันบอกว่า

http://www.rottourthai.com/showthread.php?t=1451
สาย 9 อุดรธานี-เวียงจันทน์-วังเวียง 7 ชม.
มีเวลาเดียว 07.00 ม.2 ชั้นเดียว จำนวน 46 ที่นั่ง 230 บาท
คลิกที่นี่

เราเองยังไม่เคยใช้บริการ
เพื่อความแน่นอน โปรดสอบถามที่
บริษัทขนส่งจำกัด 999,99
สถานีเดินรถอุดร 042-221-489

รวบรัดตัดตอนผ่านด่าน ตม. ไทยมาถึงรถบัส
ที่จะพาเราข้ามสะพานมิตรภาพไทยลาวแล้ว



พอไปถึงด่านลาว ก็จะเจอรถเหมา





แต่เรามีน้องสอน
ไกด์กิติมศักดิ์ ซึ่งวันนี้หยุดงานไกด์อาชีพชั่วคราว
มารับเป็นการส่วนตัว
จากการฝากฝังของเพื่อนที่อยู่หนองคาย
ซึ่งนับถือกันเป็นพี่น้องกัน
ก็เรีกกันเป็นพี่น้อง เพื่อนเราเอง
ก็เคยร่วมเดินทางกับน้องสอนมาก่่อนแล้ว




รถประจำทางจากด่านลาวไปยังสถานที่ต่าง ๆ
ยังไม่เคยมีประสบการณ์ตรง ขอข้ามค่ะ



ก่อนตะลุยลาว แวะบ้านเพื่อนของเพื่อน
เอาของฝากไปให้




ขับรถวนดูรอบๆ มหาวิทยาลัยแห่งชาติ
เป็นการเอาฤกษ์เอาชัย




น้องสอนบอกว่าพี่ๆ อยากไปที่ไหน
ก็บอกมาได้ จะพาไป
สถานที่แรกที่เราขอให้พาไปก็คือ
ร้านปิ้งเอ็น 500 ซึ่งมีอยู่หลายๆ ร้าน
ใกล้มหาวิทยาลัยแห่งชาติ
น้องสอนพาไปร้านนี้ร้าน
ร้านนวนตา ปิ้งเอ็น 500
จากคำบอกเล่าของน้องอีกคนที่ร่วมพาเราไป
บอกว่าร้านเปิดประมาณ 9.00 am - 11.00 pm



ร้านนี้มีแผนที่และพิกัดด้วยค่ะ
คลิกดูแผนที่และพิกัด

เมนูของร้าน
อ่านไม่ออกค่ะ พอเดาได้บางคำ
ต้องอาศัยน้องๆ อ่านให้



เห็นรูปนี้แล้วก็ต้องกลืนน้ำลาย
เนื่องจากยังนึกถึงรสชาติอร่อย ๆ นี้อยู่

ลูกชิ้นทอดรวมราดน้ำจิ้มแซ่บๆ
เครื่องในไก่เสียบไม้ย่าง
ตำเส้น (เหมือนตำซั่วปลาร้าใส่วุ้นเส้น เลือดหมู)
รสชาติถูกปากเรา
ไส้หมูย่าง มีน้ำจิ้มและผัดสดแกล้ม




จานนี้เด็ด หนังเค็มทอด กรอบนอก เหนียวใน
แกล้มเบียร์ลาว เข้ากันม๊ากก ม๊ากก
เคี้ยวกันจนปวดกรามไปเลย



เฉลยที่มาของปิ้งเอ็น 500
อยู่ที่ภาพนี้ค่ะ
ที่เห็นเสียบไม้อยู่ ก็คือเอ็น(ควาย) ย่าง
ราคาไม่ละ 500 กีบนั่นเองค่ะ
เวลาสั่งต้องสั่งเป็นจาน (ชุด)
รสชาติจากที่หมักมาแล้วกลมกล่อม นัว
แต่เหนียว เคี้ยวไม่ค่อยได้ และย่อยยาก
ราคาที่จ่ายไปตามนี้



สรุปได้ว่าต้องลองค่ะ
สำหรับร้านปิ้งเอ็น 500 ที่เวียงจันทน์

อ้มอร่อยแล้ว น้องๆ พาเราไปเช็คอิน
ที่โรงแรมมะลิน้ำพุ
เราจองผ่านอโกด้ามาในราคาคืนละ 1,000 บารวมอาหารเช้า

ในรีวิวคุณ Memories pink บอกว่าจากท่ารถตลาดเช้า
นัางรถสามล้อตุ๊กๆ ต่อรองได้ในราคาหนึ่งหมื่นกีบ
หรือประมาณสี่สิบห้าสิบบาทไทย



อ่านรีวิวเฮือนพักมะลิน้ำพุ [MaliNamphu] @ เวียงจันทน์
ที่เราได้ทำไว้แล้ว
คลิกที่นี่ค่ะ

ไปเดินชิลล์ ถ่ายภาพเล่นกันที่
ปะตูไซ(Patuxai) หรือ ประตูชัย



จากการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งต่างๆ
ทำให้ทราบว่าประตูชัยประเทศลาว
สร้างขึ้นโดยรัฐบาลฝรั่งเศส
สมัยเข้ามาครอบครองประเทศ
โดยสร้างถนนและประตูชัยให้คล้ายกับ
ชอง เอลิเซ่ในฝรั่งเศส แต่ยังสร้างไม่เสร็จดี
ชาวลาวก็ประกาสอิสรภาพเสียก่อน
ดังนั้น คำว่าชัยชนะของประตูนี้
จึงหมายถึงชัยชนะของชาวลาว




อนุสาวรีย์ เจ้าอนุวงศ์
สวนสาธารณะแห่งใหม่ริมแม่น้ำโขง
หันหน้าไปทางอำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย



ใกล้พลบค่ำแล้ว
ไปเที่ยวต่อที่ Center Point เวียงจันทน์
ไม่ไกลจากโรงแรมที่เราพักมากนัก
ตั้งอยู่ที่ถนสามแสนไทย



แถวเซ็นเตอร์พอยท์เวียงจันทน์
มีร้านอาหารต่างๆ เยอะแยะมากมาย

ร้านน้ำปั่น



ร้านน้ำเต้าหู้ เพื่อนบอกอร่อย
แต่ไม่ได้ลองชิม



ของทอดและขนมหวาน
น่ากินทั้งนั้น



ไม่ได้ชิม
ดูจากสายตา เดาว่าอร่อย



ร้านนี้แนะนำค่ะ ร้านเผือกทอดเจ้าเก่าแก่


ร้านนี้อยู่เซ็นเตอร์พอยท์
ในซอยตรงข้ามโรงแรมอนุพาราไดซ์
ขายประมาณ 6.30 pm - 11.00 pm



ไส้หมูสับปรุงรส
ห่อด้วยเผือกกวน
ทอดจนกรอบนอกนุ่มใน
อร่อยม๊ากกกก !!



ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง
ที่เซ็นเตอร์พอยท์



ร้านเวียงสะหวัน
จากคำบอกเล่าทราบว่า
เปิดขายแหนมเนืองและอาหารเวียดนาม
เป็นเจ้าแรกของเวียงจันทน์
เปิดขายประมาณ 11.00 am - 9.00 pm



อาหารยั่วยวนชวนให้ชิม



จึงได้สั่งแหนมเนืองมาชิมหนึ่งชุด
พร้อมน้ำส้มคั้นสด
รสชาติเทพเลยล่ะค่ะ
ไปถึงแล้วควรต้องลองนะคะ




ราคาก็จัดว่าเบาๆ



ถนนซึ่งเป็นที่ตั้งของเซ็นเตอร์พอยท์
เราจอดรถไว้ริมถนนี้แหละค่ะ



ตกกลางคืน เราไปตะลุยราตรี
เป้าหมายคือ การเต้นบั๊ดสะโลบ
แห่งแรกที่ไป คือ ที่นี่ แต่ไปตั้งแต่หัวค่ำ
ผู้คนยังไม่มากันเลยย้ายร้าน



มิตรภาพไนท์คลับ



นักร้องที่นี่ร้องเพลงเพราะมาก
มีเปิดฟลอร์เต้นบัดสลบ (Paslop)
กันนิดหน่อยพอกรุบกริบ
ลาวได้รับอิทธิพลการเต้นจังหวะบาสลอป
(บัดสลบ บัสสะลบ บาสะโล๊ฟ )
จากประเทศฝรั่งเศส นิยมเต้นเวลาออกงานสังคม
ที่น่ารักคือ มีรำวงด้วย




เที่ยวลาววันที่สอง


อาหารเช้าที่โรงแรม




เดินเล่นใกล้ๆ โรงแรม



ซื้อแหวนเงินคนละวง
ในราคาที่พอใจทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย



หอวัฒนธรรมแห่งชาติ




เวลา 11.00 น. น้องทั้งสองมารับไปกินข้าวกลางวัน
ที่แพท่าง่อน

ระหว่างทางพาแวะซื้อปาเต้เจ้าอร่อย
ลูกค้าเยอะมาก มาอย่างไม่ขาดสาย ขายไม่หยุด
ร้านอยู่ที่บ้านดงป่าลาน
ขายเวลาประมาณ 5.00 am - 8.00 pm

น้องบอกว่าฝั่งตรงข้ามร้านปาเต้
เป็นร้านขายเครื่องเงินที่คนนิยมมาซื้อที่นี่



ระหว่างรอคิวปาเต้รสชาติอร่อยเทพ
แวบไปซื้อยาสระผมที่ร้านขายของชำข้างๆ กัน



แพท่าง่อน อยู่ที่บ้านท่าง่อน
ห่างจากตัวเมืองเวียงจันทน์เพียงยี่สิบกว่ากิโลเมตร
อยู่ที่เชิงสะพานท่าง่อน ริมแม่น้ำงึม

ก่อนถึงเชิงสะพานท่าง่อน
จะเจอร้านขายน้ำผลไม้ปั่น
อยู่ฝั่งซ้ายมือ



ชอบมากอโวคาโด้ปั่น
รสชาติครีมๆ มัน ๆ หวานนิดๆ
ร้านอื่นๆ ในเวียงจันทน์ก็เห็นมีขาย



ยามว่างก็นั่งทอผ้า



ร้านอาหารแพท่าง่อน
มีทั้งร้านก่อนข้ามสะพานและร้านที่ข้ามสะพานมาแล้ว
เราเลือกร้านหลัง



ก่อนลงแพ



บรรยากาศของร้านอาหาร



ก่อนลงแพได้สั่งอาหารไว้ก่อน
รอแพว่างประมาณหนึ่งชั่วโมง
ก้ได้ลงแพ พร้อมกับอาหารที่สั่งไว้



บรรยากาศของแพ
ทางร้านให้เวลาเราล่องแพเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น





อาหารมื้อกลางวันของเรา



กุ้งเต้น จานนี้อร่อยเลิศ



หนังจี่ ปากเป็ดทอด ตำแตง

ข้าวผัด

ที่แนะนำอีกอย่างคือ ยำสลัด ของเขาอร่อย



นั่งกินอาหารไปพร้อมกับชมทัศนียภาพสองข้างทาง



ขากลับหลับในรถตลอดทาง
มาตื่นเอาเมื่อถึงตลาดเช้าช้อปปิ้งมอลล์แล้ว




กลับถึงโรงแรมหลับต่อพักหนึ่ง
ตื่นมาก็ได้เวลาอาหารค่ำ
เดินออกไปแถวๆ วงเวียนน้ำพุ
จะมีร้านอาหารยุโรปชาติต่างๆ มากมาย



เดินไปที่ร้านโจมา
ได้ยินมาว่าอร่อย เลยอยากลอง



ชอบบรรยากาศร้าน
แต่ก็เฉยๆ กับรสชาติเค้ก
เค้กมะพร้าวก่อนรสชาติดีสมกับที่บอกต่อๆ กันมา
ซุปอร่อย แต่ไม่ค่อยร้อน




เที่ยวลาววันที่สาม

หลังกินอาหารเช้า
เหมาสามล้อไปวัดพระธาตุหลวง
ระหว่างทางแวะธาตุดำก่อน
ราคาจำไม่ได้แล้ว



พระธาตุหลวง



มีผู้คนเข้ามากราบไหว้บูชาอย่างต่อเนื่อง



เวียนประทักษิณาวัตร อย่างสงบงาม



ก่อนกลับนึกได้ว่าลืมแหวน
ไว้ในห้องน้ำเฮือนพักมะลำน้ำพุ
ก็ได้เจ้าหน้าที่ของธาตุหลวงช่วยเหลือ
ในการค้นหาเบอร์โทรเฮือนพักให้เราติดต่อเรื่องนี้
ซึ่งมะลิน้ำพุก็ได้เก็บแหวนให้เราไว้
น้องสาวแวะไปรับแหวนมาให้
ก่อนที่จะแวะมารับเราที่ธาตุหลวง

ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ท่านนั้นเป็นอย่างมาก
และเราก็ได้ขอถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกด้วยค่ะ




ก่อนกลับ
แวะกินเฝอที่ร้านเฝอเจ้าดัง
ก่อนถึงโรงงานเบียร์ลาว
ชามละ 80 บาทนะถ้าจำไม่ผิด



ที่อร่อยและชอบมากๆ
ในร้านนี้คือยำผ้าขี้ริ้ว



ออกจากลาว
เพื่อนมารับที่ด่านไทย
ไปแวะบ้านเพื่อนสักพักแล้วก็ไปอุดร
ก่อนขึ้นเครื่องบินกลับเราไปกินอาหาร
ที่ร้านวีทีแหนมเนืองเจ้าอร่อย



กลับแล้วค่ะ

ทริปนี้ต้องขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง
ให้ความช่วยเหลือ
ให้มิตรภาพ ให้น้ำใจ
ขอบคุณจากใจค่ะ





Create Date : 29 กันยายน 2555
Last Update : 29 กันยายน 2555 23:33:59 น. 1 comments
Counter : 7505 Pageviews.

 
แวะเข้ามาเก็บข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวค่ะ

เป็นอีก 1 ที่น่าสนใจมากๆ





โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 29 กันยายน 2555 เวลา:23:49:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ชมจันทร์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]




เดินทางสู่โลกกว้าง เพื่อไปเรียนรู้โลก ผู้คน เพื่อประสบการณ์ชีวิต

Friends' blogs
[Add ชมจันทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.