Group Blog
 
All blogs
 

Review : Natcare Scar Cream ครีมลบเลือนรอยแผลเป็นสูตรเข้มข้นจากธรรมชาติ







สวัสดีค่า....บล็อคนี้พาป๋าบัวมาทักทาย
เพราะจะมารีวิวไอเท็มนึงที่บอกเลยว่าทาสแมวควรมีติดบ้านไว้
สิ่งนั่นก็คืออออ....."ครีมลบเลือนรอยแผลเป็น" นั่นเอง
ทาสแมวใดไม่มีรอยสักยันต์จากเจ้านายนั้นถือว่าผิดปกติยิ่งนัก
จะแผลเล็กแผลใหญ่ก็ไม่อยากให้เห็นรอยแผลเป็นทั้งนั้นเนอะ
ดังนั้นไปดูกันดีกว่าว่าเค้ามีวิธีดูแลอย่างไรไม่ให้เป็นรอยแผลเป็น




ครีมลบเลือนรอยแผลเป็นสูตรเข้มข้นจากธรรมชาติ
Made in Natherlands

-------------------------------------------------------------------

ขนาด 10g 450 บาท และ 18g 760 บาท

หาซื้อได้ที่ Home Fresh Mart
ที่ The Emporium, Emquartier, Paragon,
The Mall สาขาบางกะปิ งามวงศ์วาน และบางแค,
ร้านขายยา Apex , ร้านขายยา Ucare
ทุกสาขา
และตามร้านยาชั้นนำทั่วไปค่ะ



คุณสมบัติตามคำเคลม

สการ์ครีมสูตรเข้มข้นที่รวม 5 ประสิทธิภาพในหนึ่งเดียว คือ

1. ช่วยสมานผิว เพิ่มความยืดหยุ่นและลดการเกิดรอยแผลเป็น
2. ลดอาการอักเสบ รอยแดง หรือไหม้เกรียมจากการตากแดด
3. บรรเทาอาการแผลพุพองจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
4. ใช้บำรุงผิวหลังการทำเลเซอร์ ทรีทเมนต์ หรือการผ่าตัด
5. ลดอาการคันและการอักเสบเนื่องจากผิวแห้งขาดความชุ่มชื่น


ส่วนผสมมีสารสกัดเข้มข้นจากธรรมชาติ ได้แก่
ว่านหางจระเข้จากเกาะอะรูบาแถบทะเลคาริบเบียน
ที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ว่านหางจระเข้
ที่มีคุณภาพดีที่สุดโดยใช้วิธีสกัดเย็นแบบดั้งเดิม,
โจโจบาออยล์จากต้นโจโจบา, วิตามินอี และวิตามินซี
ที่บำรุงผิวจากภายในด้วยการคืนความชุ่มชื่นให้กับผิว
จึงช่วยให้ผิวนุ่มและรอยแผลเป็นจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ

ซึมซาบไว ไม่เป็นคราบ ไม่มีน้ำหอม ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้
ผ่านการรับรองโดยแพทย์ผิวหนังว่ามีความปลอดภัย
สามารถใช้ในผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายได้



รายละเอียดส่วนผสม

ส่วนผสมหลักที่ใช้เป็นตัวชูโรงคือ

Aloe Barbadensis Leaf Juice = สารสกัดจากว่างหางจระเข้
มีคุณสมบัติในการลดอาการอักเสบ/ระคายเคือง
ช่วยสมานผิว เร่งการแบ่งตัวของเซลล์ผิว ให้ความชุ่มชื้น
เป็นส่วนผสมหลักที่ใส่มาเยอะสุดสามารถคาดหวังผลได้มากสุด

Tocopherol = วิตามินอี
ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ทำให้ผิวอ่อนนุ่ม ลดความหยาบกร้านของผิว
ลดรอยแดง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระลดการเกิดริ้วรอยและแผลนูน

Ascorbic Acid = วิตามินซี
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
เสริมการทำงานของวิตามินอี
ในการลดริ้วรอยและจุดด่างดำจากรังสี UV
ช่วยซ่อมแซมบริเวณผิวที่เป็นแผลโดยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว**

**การที่วิตามินซีจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้นั้น
ต้องมีความเข้มข้นใน%ที่ค่อนข้างสูง แต่ในส่วนผสมใส่มาในอันดับค่อนไปทางท้ายๆ
จึงน่าจะคาดหวังผลในเรื่องการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า


Simondsia Chinensis (Jojoba) Seed Oil = ออยล์จากต้นโจโจบา
มีโครงสร้างใกล้เคียงน้ำมันผิวตามธรรมชาติจึงให้ความชุ่มชื่นได้ดีไม่อุดตัน
มีวิตามินอีสูงจึงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี
ช่วยปกป้องผิวจากความร้อน แสงแดด และบรรเทาอาการแสบไหม้จากแดด

ส่วนผสมอื่นๆก็เป็นพวกสารเคลือบผิวและสารให้ความชุ่มชื้น
ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม และแอลกอฮอล์
(Cetearyl Alcohol และ Stearyl Alcohol
ไม่ใช่แอลกอฮอล์นะฮะจัดเป็นกรดไขมันให้ความชุ่มชื้น)


สารกันเสียที่ใช้คือ Methylparaben, Propylparaben,
Sodium Benzoate, Potassium Sorbate
<<< สารกันเสียที่ใช้ในอาหาร



ลักษณะบรรจุภัณฑ์

เป็นหลอดพลาสติกสีขาวทึบแสง
ขนาดที่เค้าถือคือไซส์เล็กขนาด 10g



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้อครีมสีขาวข้น แต่เกลี่ยให้ซึมผิวได้ง่าย
หลังซึมผิวไม่ทิ้งความเหนอะหนะ  ไม่ขึ้นเงา ไม่มีความมัน
ให้ความรู้สึกสบายผิว ชุ่มชื้น และนุ่มขึ้นทันทีหลังทา

สามารถใช้ทารอยแผลเป็นหรือรอยสิวบนใบหน้าได้
โดยที่ไม่ไปจับตัวกับกันแดดหรือเมคอัพแล้วขึ้นเป็นขุยหรือเป็นคราบ
ไม่มีกลิ่นใดๆเพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม



วิธีใช้

ทาครีมบางๆลงบนรอยแผลเป็น หรือบริเวณผิวหนังที่ต้องการความชุ่มชื้น
โดยแบรนด์แนะนำให้ทา 3-4 ครั้งต่อวัน
คือไม่ต้องทาหนาแต่เน้นทาถี่ๆ
และควรใช้ต่อเนื่องสม่ำเสมอ
แต่ไม่ควรทาลงบนแผลเปิดหรือแผลที่ยังไม่แห้งสนิทดี



และนี่คือตัวการที่ทำให้เกิดรอยแผลที่ใช้ในการรีวิวครั้งนี้
ป๋าบัวไม่ชอบให้อุ้ม วันนั้นจับอุ้มแป๊บเดียวป๋าก็ดีดตัวเพื่อถีบตัวออกจากอ้อมแขน
จังหวะนั้นกรงเล็บขาหน้าจิกลงมาที่หน้าอกเลยจร้า
ข่วนฟืดดดดดด.....ได้แผลอย่างที่เห็นในภาพด้านล่าง
Smiley



ผลการทดลองใช้
Natcare ต่อเนื่อง
เป็นระยะเวลา 30 วัน


ลักษณะแผลตอนแรกเป็นรอยข่วนทางยาวที่มีอาการอักเสบและแดง
มีจุดที่เข้าเนื้อลึกกว่าจุดอื่นอยุ่ด้านขวา ซึ่งเป็นจุดที่เค้ากังวลว่าจะเป็นแผลเป็น

หลังโดนข่วนก็ใส่ยารักษาแผลสดกันการติดเชื้ออยู่ 1-2 วัน จนแผลเริ่มแห้งเป็นสะเก็ด
พอสะเก็ดเริ่มหลุดออกสภาพแผลดูแห้งดีเค้าก็เริ่มทา
Natcare
โดยทาวันละ 2 ครั้งหลังอาบน้ำ ถ้ากลางวันนึกได้ก็หยิบมาแต้ม
แต่ส่วนใหญ่จะลืมและขี้เกียจ แหะๆ

หลังใช้ไปประมาณ 20 วันสิ่งที่เห็นได้ชัดคือรอยแดงลดลงมาก
และแผลไม่นูนขึ้น ลองลูบแบบไม่ส่องกระจกคือคลำหาแผลไม่เจอ
แต่ในภาพเค้าถ่ายซูมมากด้วยความที่ผิวจุดที่เป็นรอยมันยังไม่เสมอกับผิวปกติ
เลยอาจจะดูเหมือนนูนแต่ของจริงไม่นูนเน่อ

เมื่อครบ 30 วันสภาพรอยโดยรวมโอเคมาก สีเริ่มใกล้เคียงผิวปกติ
รอยยังไม่หายไปทั้งหมด แต่ก็จัดว่าจางไวใช้ได้เลย

ที่เหลือก็ต้องทาบำรุงแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆอ่านะ รอยแบบนี้ต้องใช้เวลา

 ที่เค้าคือในเรื่องการให้ความชุ่มชื่น
เพราะหลังสะเก็ดหลุดปกติมันจะมีอาการคันๆตึงๆผิว
แต่ทา
Natcare แล้วไม่รู้สึกเลย ถือว่าให้ความชุ่มชื้นได้ดี



ภาพแอบสยองนิดนึงมาโครหลุมสิวชัดเกิ๊น
อันนี้เค้าลองเทสทากับรอยสิวบนหน้าด้วย
ภาพแถวบนคือตอนแรกสิวมันปะทุแล้วแห้งไปแล้วรอบนึง
เค้าก็ทา
Natcare มาเรื่อยๆ ก็สงสัยว่าทำไมมันไม่ยุบลงเสียที
แถมตรงกลางยังดูขึ้นเป็นไตแข็งๆด้วย

สรุปคือหัวสิวยังออกไม่หมดจร้าาาา....ต้องเปิดหัวใหม่แล้วดึงไส้ออกมา
แหม่ก้อนไขมันคาอยู่ข้างในเม็ดบะเริ่ม แบบนี้ทาให้ตายก็ไม่ยุบ

แต่พอเคลียร์สิ่งที่อุดตันอยู่ได้หมด
แต้ม
Natcare ต่อเนื่องไม่ถึงสองอาทิตย์ดี
รอยแดงและความนูนก็ยุบไวเฟร่อ
คือถ้าไม่ถ่ายซูมโครตจะมาโครก็หารอยแทบไม่เจอแล้วฮะ

ก็ถือว่ามาแชร์เป็นประสบการณ์ให้ไว้เนาะว่าถ้าจะแต้มรอยสิว
ต้องมั่นใจก่อนว่าเคลียร์หัวสิวหรือสิ่งที่อุดตันออกเกลี้ยงหมดแล้ว แหะๆ



เทียบสภาพแผลตอนแรกกับหลังใช้ 30 วันให้เห็นชัดๆ
จางลงแบบสัมผัสได้ รอยที่เหลือขอให้หายหมดโดยไวด้วยเถิดเพี้ยงงง!

***ความไวในการฟื้นตัวของแผลขึ้นอยู่กับ
สภาพผิวและการดูแลของแต่ละคนนะฮะ




สรุปความรู้สึกโดยรวมหลังทดลองใช้


จากส่วนผสมจัดว่าเป็นสกินแคร์ไม่ใช่ยา
ใช้ทาต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียง
เน้นหลักๆในเรื่องให้ความชุ่มชื่นด้วยส่วนผสมของว่านหางจระเข้
ซึ่งมีข้อดีคือได้คุณสมบัติในเรื่องของการลดการอักเสบไปด้วย
จึงเหมาะสำหรับการใช้ในหลายๆกรณีที่มากกว่าแค่ทาแผลเป็น
จากการลองใช้เองก็พบว่าช่วยให้รอยจากไวใช้ได้โดยเฉพาะรอยแดงจากการอักเสบ

โดยรวมก็ถือว่าเป็นครีมสารพัดประโยชน์ที่ใช้ทาได้หมดละกัน
จะรอยแผล ผิวแห้ง ผิวไหม้แดด แผลพุพอง หรือผิวหลังทำเลเซอร์
ซึ่งส่วนตัวเค้าว่าเนื้อครีมแบบนี้ให้ความชุ่มชื้นได้ดีกว่า
และยาวนานกว่าสารสกัดว่านหางจระเข้แบบที่เป็นเนื้อเจล
อย่างเค้าผิวแห้งสามารถใช้สการ์แคร์ตัวนี้ทาทั่วผิวหน้าแทนมอยส์เจอร์ได้เลย
ชุ่มชื่นดีมาก สบายผิวไม่เหนอะด้วย....แต่เปลือง555

ฝากทิ้งท้ายไวให้ว่าถ้าไม่อยากเป็นรอยแผลเป็นหรือรอยสิว
สิ่งสำคัญสุดคือการดูแลแผลตั้งแต่เนิ่นๆด้วยการรักษาความสะอาดแผลให้ดี
ระวังพยายามอย่าให้แผลโดนน้ำหรือโดนสิ่งสกปรกเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
ยิ่งแผลหายได้ไวเท่าไหร่ก็จะยิ่งลดความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นเท่านั้น
และเมื่อแผลแห้งสนิทการใช้ครีมทาลดรอยแผลเป็นก็จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหนัง
ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นดีไม่แห้งตึง ผิวจะฟื้นตัวได้ไวขึ้นจ้า

------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by
Natcare
***All opinions are my own
Information :
www.facebook.com/NatcareThailand




 

Create Date : 09 ธันวาคม 2559    
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 4:57:02 น.
Counter : 21 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Review : NIVEA SUN PROTECT & REFRESH SPF50 สเปรย์กันแดด กันน้ำสูตรเย็น...พกไปเทสกันถึงมัลดีฟส์!









 ฮัลโหลสวัสดีค่า....เปิดบล็อคกันด้วยภาพน้ำสีฟ้าตัดกับทะเลสีเขียวสดใส
ถ้าติดตามเค้าทาง IG หรือ FB ก็จะเห็นเนอะว่าเค้าเพิ่งไปมัลดีฟส์มา
บอกเลยว่าสวยที่สุดของที่สุด! ซึ่งการไปทะเลแบบนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย
นั่นก็คือ"กันแดด"  นั่นเองงงงง....ทริปนี้ได้พกกันแดดไปลองประสิทธิภาพด้วย
เป็นสเปรย์กันแดดที่เค้าอ่านคุณสมบัติแล้วรู้สึกว้าวคือเป็นแบบสเปรย์กันแดดที่กันน้ำ
ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น ไม่ทิ้งคราบขาว และใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย
คุณสมบัติจัดมาครบขนาดนี้ ลองใช้แล้วจะเป็นอย่างไรตามไปชมกันค่ะ



NIVEA SUN
PROTECT & REFRESH SPF 50

สเปรย์ป้องกันแสงแดด สูตรเย็นสดชื่น สำหรับผิวหน้าและผิวกาย

--------------------------------------------------------------------

ขนาด 200 ml ราคา 499 บาท

มีจำหน่ายตาม Watsons , Boots
หรือตามซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป



คุณสมบัติตามคำเคลมของ
นีเวียซัน โพรเท็คแอนด์รีเฟรชสเปรย์ SPF50


- มีประสิทธิภาพเหนือกว่าในการป้องกันรังสี UV ด้วย Broad Spectrum
ที่ปกป้องชั้นผิวได้ลึกกว่า และครอบคลุมทุกช่วงรังสีทั้ง UVA-I , UVA-II และ UVB 

ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเป็นเกราะดำเคลือบผิวเมื่อมองผ่านกล้อง UV

   - สูตรเย็นจากเมนทอล ให้ความรู้สึกสดชื่นผิวทุกครั้งที่ใช้


-สูตรกันน้ำไม่หลุดลอกง่าย ฉีดสเปรย์แล้วออกแดดได้ทันที โดยไม่ต้องรอ 20 นาที

- สูตรไร้สี เนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ทิ้งคราบขาว

- เนื้อสเปรย์ละอองละเอียดสูตร Refresh Cooling กระจายตัวได้ดี
จึงให้การปกป้องผิวได้ครบถ้วนทั่วทุกมุมของร่างกาย



รายละเอียดส่วนผสม


สารกันแดดที่ใช้ในนีเวียซันสเปรย์ตัวนี้จัดอยู่ในกลุ่ม Chemical Sunscreen ได้แก่

-> ส่วนผสมที่ช่วยปกป้องผิวจาก UVB <-
- Homosalate

- Octocrylene
เป็น Stabilizer ให้ Avobenzone ด้วย
- Ethylhexyl Salicylate
(Octisalate)
- Polysilicone-15 (Parsol® SLX) มีความเสถียรสูง
ยึดติดผิวได้ดี และช่วยให้สารกันแดดตัวอื่นติดทนดีขึ้น

-> ส่วนผสมที่ช่วยปกป้องผิวจาก UVA-I และ UVA-II <-
Butyl Methoxydibenzoylmethane(Avobenzone)

เป็น Stabilizer ให้ Avobenzone ด้วย

-> ส่วนผสมที่ช่วยปกป้องผิวจาก UVA-I , UVA-II และ UVB<-
Bis-Ethylhexyloxyphenol Methoxyphenyl Triazine (Tinosorb® S) 


-------------------------------------------------------------------------------------

จากส่วนผสมสามารถป้องกันรังสี UV ได้ครบถ้วนดี ติดทน มีความเสถียร
แต่ด้วยลักษณะที่เป็นสเปรย์จึงต้องใช้เบสเป็นแอลกอฮอล์
เพื่อให้เนื้อออกมาเป็นละอองและแห้งไว มีสารให้ความชุ่มชื่นใส่มาระดับนึง
ไม่มีสารให้กลุ่มที่ให้การบำรุงผิว เอาว่าเค้าเน้นเรื่องกันแดดอย่างเดียวเลย

ความเย็นสดชื่นทันที่ที่ใช้เกิดจากส่วนผสมของเมนทอล
และมีส่วนผสมของน้ำหอม ดังนั้นอาจจะไม่ค่อยเหมาะกับคนที่ผิวแพ้ง่ายเท่าไหร่
แต่ส่วนใหญ่ผิวกายเรามักจะสตรองกว่าผิวหน้า แต่เพื่อความชัวร์
ลองพ่นเทสก่อนตามท้องแขนก็ได้ค่าเพื่อความสบายใจ



บรรจุภัณฑ์

กระป๋องเป็นโลหะเพราะเป็นสเปรย์แบบอัดแก๊ส
หัวสเปรย์ให้ฝอยฟุ้งละเอียด กระจายตัวได้ดี
ปุ่มกดสเปรย์ไม่แข็งไปกดได้ง่าย ให้ละองสม่ำเสมอ
ขวดมีดีไซน์หยักตรงใกล้คอขวดทำให้ถือถนัดมือดี

กระป๋องอัดแก๊สแบบนี้พกขึ้นเครื่องบินไม่ได้นะจ๊ะ โดนริบแน่นอน!
แต่สามารถโหลดไปกับกระเป๋าใต้ท้องเครื่องได้ตอนที่เช็คอิน

และด้วยความที่อัดแก๊สจึงจัดเป็นวัตถุไวไฟ
จึงควรใช้ในที่อากาศปลอดโปร่ง ห่างจากแหล่งที่มีไฟเน่อเพื่อความปลอดภัย



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้อกันแดดตอนพ่นออกมาจากขวดจะเห็นเป็นเส้นฝอยละเอียดๆ
ถ้าพ่นใกล้หรือเยอะไปเวลาโดนผิวจะขึ้นเป็นสีขาวๆไม่ต้องตกใจมันคือฟองฮะ
ทิ้งไว้แป๊บเดียวฟองหายหมดเนื้อจะกลายเป็นน้ำมันเหลวๆใสๆไม่มีสี
มีกลิ่นน้ำหอมสไตล์นีเวียที่คุ้นเคย แต่กลิ่นแค่จางๆไม่ชัดมาก



ความรู้สึกเมื่อทาลงบนผิว

ตอนสเปรย์โดนผิวทีแรกจะรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาเลย
แต่พอลูบความเย็นจะค่อยๆลดลง เหลือความเย็นติดผิวนิดเดียว

เท็กซ์เจอร์เป็นน้ำมันใสๆเกลี่ยบนผิวได้ง่ายมาก ซึมผิวไวดี
เหลือความมันบนผิวเล็กน้อยแต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกเหนอะหนะ
หลังทาทีแรกผิวจะดูขึ้นเงาวาวๆ แต่ทิ้งไว้ซักแป๊บพอเซ็ตตัวก็จะเงาน้อยลง
แต่ก็ไม่ได้กับแห้งแมทท์ไปกับผิวนะ ฟิลแบบผิวโกลว์ๆ

ถ้าใครขี้เกียจทาก็พ่นห่างจากตัวหน่อย ส่วนที่โดนผิวจะเป็นฝอยละเอีอดๆ
แทบไม่ต้องลูบซ้ำเลย แต่ส่วนตัวเค้าว่าพ่นไม่ห่างมากแล้วลูบซ้ำ
จะเคลือบผิวได้ทั่วและกันแดดได้ดีกว่า

ข้อดีมากๆของสเปรย์แบบนี้คือสามารถใช้ในจุด
ที่ปกติทากันแดดไม่ถึงอย่างบริเวณหลังได้เริ่ดมากพ่นปื้ดๆทั่วละ
อย่างหลังเค้าก็พ่นอย่างเดียวไม่ได้ลูบ (เพราะไม่ถึง Smiley )

ถ้าออกแดดจัดแบบมาทะเลอย่างนี้ส่วนตัวเค้าจะลงกันแดดแบบครีมก่อนรอบนึง
เพราะเท็กซ์เจอร์ของครีมที่มีความข้นจะยึดเกาะผิวได้ค่อนข้างมากจึงทาไปก่อนเป็นชั้นแรก
แล้วค่อยพ่นแบบสเปรย์ทับเพื่อความชัวร์ และใช้กันแดดแบบสเปรย์ในการเติมระหว่างวันเอาฮะ



วิธีการใช้สำหรับผิวกาย

เขย่ากระป๋องแล้วพ่นลงบนผิวโดยตรงได้เลย
ตามคำแนะนำคือเค้าให้พ่นแล้วลูบให้ทั่ว
แต่ถ้าระหว่างวันอย่างเค้าไปทะเลบางทีขึ้นจากน้ำ
มีทรายติดตัวเป็นเม็ดๆก็จะพ่นอย่างเดียวไม่ลูบ
สเปรย์แบบนี้เหมาะแก่การใช้เติมระหว่างวันที่สุดละ

***แนะนำมากๆว่าไม่ควรพ่นในบ้านหรือในห้องน้ำ
เพราะฝอยจากละอองกันแดดมีความมันซึ่งจะทำให้พื้นลื่นได้



วิธีการใช้สำหรับผิวหน้า

ให้พ่นสเปรย์ลงบนฝ่ามือแล้วค่อยนำมาทาที่หน้า
ห้าม พ่นลงบนผิวหน้าโดยตรงเด็ดขาด!

เพราะว่าละอองกันแดดที่ได้จากกระป๋องอัดแก๊สแบบนี้
จะมีแรงดันทำให้พ่นออกมาเป็นฝอยละเอียดมาก
จึงทำให้มีความเสี่ยงที่จะเข้าตาแล้วทำให้ระคายเคืองได้
ดังนั้นเพื่อความชัวร์ถ้าไม่ใช่กันแดดสำหรับใช้พ่นที่หน้าโดยเฉพาะ
ควรพ่นใส่มือแล้วเอามาแท็บบนผิวหน้าเบาๆให้ทั่วจะชัวร์กว่าจ้า

สำหรับคนที่ผิวค่อนข้างมันถ้ามีการแต่งหน้า
เค้าไม่ค่อยแนะนำให้ใช้ตัวนี้ลงผิวหน้าเท่าไหร่นะ
เพราะเนื้อค่อนข้างมีความมันเหลืออยู่บ้างอาจทำให้เมคอัพเป็นคราบได้ฮะ



วิธีสังเกตว่ากันแดดที่เราใช้กันน้ำหรือไม่ให้ดูที่หยดน้ำบนผิว
ถ้ากันน้ำหยดน้ำบนผิวจะจับตัวเป็นหยดกลิ้งๆบนผิวคล้ายกับหยดน้ำบนใบบัว
ซึ่งสเปรย์กันแดดนีเวียตัวนี้ก็ตามภาพกันน้ำได้ตามคุณสมบัติที่เคลมมาฮะ



ทากันแดดพร้อมแล้วก็ออกไปลุยแดดได้!
ทะเลมัลดีฟส์ช่างดีต่อใจยิ่งนัก ใสเฟร่ออออ
นี่ก็ลั้นลาอยู่กลางแดดกลางน้ำทั้งวัน



เค้าบอกว่ากันน้ำได้โอเคจัดไป
ดำน้ำตอนเที่ยง....แดดเปรี้ยงน้ำทะเลอุ่นสบายตัวดำเพลินเลย



และนี่คือผลลัพธ์หลังจากไปมัลดีฟส์ต่อเนื่อง 2 ทริป รวม 7 วัน
ออกแดดทุกวันแบบ non-stop สีผิวตอนนี้มีความแทนขึ้นใช้ได้เลย
คือออกแดดขนาดนี้ต่อให้ทากันแดดเทพขนาดไหนจะหวังให้ไม่คล้ำลงเลยมันก็เว่อร์เกินไป
เพราะปกติแล้วถ้าออกแดดแบบนี้ตามคำแนะนำคือต้องทาเพิ่มทุก 1-2 ชั่วโมง
แต่ขอยอมรับแต่โดยดีเลยว่าไม่มีความขยันขนาดนั้น เค้าพ่นทับแค่ 1-2 ครั้งต่อวัน
ซึ่งมันไม่พอที่จะปกป้องผิวที่ต้องเจอทั้งแดดจัดและน้ำทะเลขนาดนี้อยู่แล้ว
เอาว่าใครไปทะเลแล้วกลับมาดำอย่าเพิ่งโทษว่ากันแดดไม่ดี
ให้ดูตัวเองก่อนเนอะว่าทาซ้ำถี่แค่ไหน

แต่ผลลัพธ์โดยรวมเค้าโอเคยเลยนะคือตลอดสองทริป
สีผิวแค่แทนขึ้น
ซึ่งจะเข้มมากกว่าตรงขาเพราะเวลาดำน้ำจะใส่เสื้อแขนยาวมากกว่า
แต่ไม่มีอาการผิวแห้งหรือผิวลอกจากการเบิร์นแดดแต่อย่างใดเลย
ไม่มีอาการแสบผิวหลังออกแดดด้วย ซึ่งปกติถ้าโดนแดดขนาดนี้
ตัวเค้าจะลอกเป็นขุยๆแล้วสีมันจะด่างๆน่าเกลียดมาก
แล้วกว่าจะฟื้นให้ขาวเท่ากันช่างยากเย็นยิ่งนัก
แต่รอบนี้สีมันค่อนข้างเสมอกันก็แค่กลับมาทาบำรุง
แล้วใช้กันแดดพร้อมเลี่ยงแดดทุกวันเดี๋ยวผิวก็จะค่อยๆฟื้นกลับมาเหมือนเดิมได้เอง

**นอกจากการทากันแดดแล้ว การเลี่ยงแดด
ใส่เสื้อแขนยาวขายาวก็ช่วยให้ผิวกลับมาเป็นสีเดิมได้ไวขึ้น
อย่างที่เห็นแล้วว่าแขนเค้าไม่เข้มเท่าขาเพราะมีแขนเสื้อช่วยบังในระดับนึงนั่นเอง

***หลังออกแดดไม่แนะนำให้สครัปขัดผิวหรือใช้พวกกรดธรรมชาติ
เพื่อเร่งการผลัดเซลล์ผิว เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือเป็นผื่นแพ้ได้
เพราะหลังออกแดดจะเป็นช่วงที่ผิวค่อนข้างอ่อนแอกว่าปกติ
แนะนำให้ทาครีมบำรุงสม่ำเสมอให้ผิวชุ่มชื่นเพื่อให้ผิวกลับมาแข็งแรงก่อน
แล้วค่อยไปฟื้นเรื่องความกระจ่างใสของผิวจะดีกว่าค่ะ



สรุปความพอใจหลังทดลองใช้
ต่อเนื่อง

เป็นกันแดดสเปรย์ที่เท็กซ์เจอร์ดี มีความมันเล็กน้อยแต่ไม่เหนอะหนะ
ให้ความรู้สึกเย็นสบายตอนที่พ่นยิ่งหลังตากแดดมาจัดๆพ่นลงไปจะฟิน
กันแดดได้ครบถ้วนดี กันน้ำได้สมกันคำเคลม ใช้งานสะดวก หัวสเปรย์ให้ฝอยละเอียดดี
ประหยัดเวลาเพราะพ่นแล้วออกแดดได้เลยไม่ต้องเสียเวลารอให้เซ็ตตัว
หลังขึ้นจากน้ำหรือหลังออกแดดไม่มีคราบขาวขึ้นตามผิวหรือตามเสื้อผ้าเลย

เค้าว่าเหมาะมากนะสำหรับสายกิจกรรมเอาท์ดอร์
อย่างปั่นจักรยาน วิ่งมาราธอน หรือพวกกีฬาทางน้ำ
โดยเฉพาะคุณผู้ชายที่ไม่ชอบทาครีม กันแดดแบบสเปรย์นี่หล่ะตอบโจทย์

ปริมาณเทียบกับราคาถือว่าค่อนข้างเซฟตังเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นในท้องตลาด
กระป๋องนึงเค้าใช้ทริปเดียวหมดไปประมาณเกือบครึ่งได้ พ่นแบบไม่กลัวหมด

แต่ส่วนผสมเค้าอาจจะไม่ได้เน้นเป็นสูตรอ่อนโยน
เพราะมีส่วนผสมอย่างแอลกอฮอล์ เมนทอลและน้ำหอม
ดังนั้นถ้าเป็นคนผิวระคายเคืองง่ายแนะนำกว่าให้เทสก่อน
และอาจจะใช้เฉพาะสำหรับผิวตัวดีกว่าเนอะเพื่อความชัวร์

ถ้าอนาคตมีสูตรที่อ่อนโยนและมีสารให้การบำรุงผิวหรือสารต่อต้านอนุมูลอิสระ
เพื่อลดการถูกทำร้ายของผิวจากแสงแดดมาด้วยจะเริ่ดมาก

ขอสรุปให้คะแนนความพอใจโดยรวมให้กันนีเวียซันสเปรย์ไปที่ 4.25/5 จ้า

--------------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by NIVEA
***All opinions are my own
Information : http://www.nivea.co.th/products/Sun-Care/
protect-and-refresh/protect-and-refresh-invisible-cooling-mist 




 

Create Date : 08 ธันวาคม 2559    
Last Update : 8 ธันวาคม 2559 16:02:04 น.
Counter : 90 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Review : L'OREAL UV Perfect City Resist 8 SPF50+/PA++++ บางเบา คุมมัน กันแดดได้ครบ!







ไม่ว่าฤดูไหนแดดเมืองไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก
"กันแดด" จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ 5 ที่ขาดไม่ได้จริงๆ

บล็อคนี้ก็มีรีวิวกันแดดราคาน่าคบมาฝากกัน
ซึ่งมีจุดเด่นตรงที่เป็นกันแดดที่ออกแบบมาเพื่อสาวๆที่ใช้ชีวิตในเมือง
ที่ต้องเจอทั้งแสงแดด ฝุ่นควัน มลภาวะ
เพราะนอกจากจะช่วยกันแดดแล้วยังช่วยเสริมเกาะปกป้องผิวและฟื้นบำรุงผิวจากภายในด้วย
ที่สำคัญเท็กซ์เจอร์ดีไม่มันไม่เยิ้มเนื้อบางเบามากเหมาะกับอากาศบ้านเราสุดๆ
ไปชมรายละเอียดรีวิวกันเลยจ้า



L'OREAL
UV Perfect City Resist 8
SPF50+/PA++++


----------------------------------------------------------------

ขนาด 30 ml ราคา 389 บาท

หาซื้อได้ตาม Watsons , Boots
และซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป



รายละเอียดผลิตภัณฑ์

นวัตกรรมซุปเปอร์เซรั่มกันแดดที่ออกแบบสำหรับสาวเอเชียในเมือง
ที่สามารถช่วยฟื้นบำรุงผิวสวยจากภายใน
และเสริมเกราะป้องกันผิวจากภายนอก ครบทั้ง 8 ประการ ได้แก่

1. UVA / LONG UVA
2. UVB
3. มลภาวะ/ฝุ่นควัน/ฝุ่นละออง 2.5 ไมครอน (PM2.5)
4. แอนตี้-ออกซิแดนท์
5. ผิวขาดน้ำ
6. ผิวหยาบกร้าน
7. ความหมองคล้ำ
8. ริ้วรอยก่อนวัย




รายละเอียดส่วนผสม

จุดขายของกันแดดตัวนี้คือมีส่วนผสมของ MEXORYL XLTM
เป็นสารกรองรังสียูวีสิทธิบัตรเฉพาะจาก L'Oreal Paris
ซึ่งเราสามารถพบได้ในแบรนด์แพงๆของลอรีอัลอย่าง Lancome
ที่ช่วยปกป้องรังสี UVA, Long UVA (UVA-I)
และรังสี UVB ได้ครบถ้วนและมีความเสถียรสูง
ชื่อในส่วนผสมคือ
Drometrizole Trisiloxane (Mexoryl® XL)

นอกจากนั้นก็ยังมีสารกันแดดตัวอื่นๆที่ใส่มาเสริมกันอีกตามนี้....

- Ethylhexyl Methoxycinnamate (หรือ OMC) ป้องกันรังสี UVB

- Bis-ethylhexyloxyphenol methoxyphenyl triazine (Tinosorb S)
ป้องกันรังสีได้ทุกช่วงคลื่น มีความเสถียรสูง

- Diethylamino Hydroxybenzoyl Hexyl Benzoate
ป้องกันรังสี UVA-I มีความเสถียรสูง

- Methylene bis-benzotriazolyl tetramethylbutylphenol
(Tinosorb M)
ป้องกันรังสีได้ทุกช่วงคลื่น มีความเสถียรสูง

- Ethylhexyl Triazone (EHT) ป้องกันรังสี UVB มีความเสถียรสูง

จากส่วนผสมสบายใจหายห่วงได้เลยเรื่องประสิทธิภาพการกันแดด
นอกจากจะกันรังสี UV ได้ครบถ้วนแล้วยังมีความเสถียรสูง
คือสารกันแดดจะคงประสิทธิภาพในการกันแดดได้ยาวนานตลอดวันอีกด้วย

-------------------------------------------------------------------


จุดขายอีกอย่างก็คือเป็นซุปเปอร์เซรั่มที่ช่วยบำรุงผิวไปในตัว
ด้วยส่วนผสมของ Tocopheryl Acetate (Vitamin E)
และ Phyllanthus Emblica Fruit Extract
 คือ มะขามป้อมอินเดีย (Himalayan Emblica/Indian Gooseberry)
ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ Anti-Oxidant ที่ช่วยในเรื่องฟื้นบำรุงผิว
ที่เสียจากการถูกทำร้ายจากแสงแดดและมลภาวะภายนอกต่างๆ
จึงช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น และสามารถฟื้นบำรุงและปกป้องตัวเองได้โดยธรรมชาติ

และตามคำเคลมเค้าบอกว่ามี DETOXYL COMPLEX
ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ผ่านการทดสอบแล้วในการปกป้องผิวจากมลภาวะ ฝุ่นควัน
แม้มีขนาดเล็กเพียง 2.5 ไมครอน (PM2.5) แต่ในส่วนนี้เค้าไม่แน่ใจว่าหมายถึงส่วนผสมใด

มีส่วนผสมของ Silica ช่วยซับความมันส่วนเกินทำให้รู้สึกลื่นสบายผิว

***มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในอันดับต้นๆเพื่อเป็นตัวทำละลาย
และช่วยให้เนื้อกันแดดบางเบาสบายผิวไม่เหนอะหนะ
ดังนั้นจึงแนะนำให้ลงสกินแคร์บำรุงผิวให้ชุ่มชื่นก่อน
เพื่อป้องกันไม่ให้แอลกอฮอล์ดึงความชุ่มชื่นออกไปจากผิวจนทำให้รู้สึกผิวแห้งลง

***มีส่วนผสมของสารให้ความเย็นในตระกูลเมนทอลอย่าง Menthoxypropanediol
แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเย็นตอนที่ทาหรือหลังทาเท่าไหร่นะ
แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคนผิวระคายเคืองง่ายควรเทสก่อนก็ดีจ้า

***มีส่วนผสมของน้ำหอม คนที่ผิวระคายเคืองง่ายควรเทสก่อนเช่นกัน



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้อกันแดดสีขาวเมื่อปั๊มออกมามีความคงตัวไม่ไหลตามมือ
แต่เมื่อเกลี่ยจะแตกตัวออกเป็นเนื้อที่มีความลื่นแบบโลชั่น
เกลี่ยให้ซึมผิวได้ง่ายมากกกก จากเนื้อสีขาวที่เห็นในตอนแรก
จะกลายเป็นไม่มีสีแล้วซึมกลืนไปกับผิวเลยไม่ทิ้งคราบขาว
เนื้อจัดว่าบางเบาสุดๆ แทบไม่เหลือความเหนอะบนผิวเลย
เซ็ตตัวแห้งแมทท์ไม่ขึ้นเงา ตอนทาจะรู้สึกเย็นผิวเบาๆ
มีกลิ่นน้ำหอมสไตล์ลอรีอัลที่คุ้นเคย ได้กลิ่นแอลกอฮอล์ชัดระดับนึง
 หลังทามีกลิ่นเหลือติดผิวเล็กน้อย



วิธีใช้


สำหรับทาทั่วใบหน้า(ไม่รวมลำคอ)
กดกันแดดออกมาให้ยาวประมาณ 2 ข้อนิ้ว
เค้าจะวอร์มกันแดดให้กระจายตัวทั่วสองฝ่ามือ
แล้วทาลงบนแก้มซึ่งเป็นพื้นที่กว้างก่อน
แล้วที่เหลือค่อยลงบริเวณ T-Zone ที่มันง่าย
การทาแบบนี้จะช่วยให้ผิวไม่มันเยิ้มง่ายระหว่างวัน



เมื่อทั่วใบหน้าแล้วให้กดกันแดดออกมาอีกครั้งในปริมาณเท่าเดิม
แล้วทาให้ทั่วบริเวณลำคอและหลังใบหู

และสำหรับคนที่มีปัญหาฝ้ากระแบบเค้า
แนะนำให้แต้มกันแดดเพิ่มในจุดที่มีปัญหา
จะช่วยให้ฝ้ากระที่มีสีไม่เข้มขึ้น และช่วยให้ดูจางลงไวขึ้น
เมื่อใช้กันแดดควบคู่กับสกินแคร์ในกลุ่มไวท์เทนนิ่ง



จุดเด่นที่สุดสำหรับกันแดดตัวนี้นอกจากเรื่องของคุณสมบัติก็คือเรื่องเนื้อสัมผัสน
ถือว่าทำออกมาดีมาก เอาใจสาวไทยสุดๆเพราะเนื้อบางเบาขั้นเทพ
ทาแล้วซึมไวไม่เหนอะเซ็ตตัวแมทท์สุดพลังทำให้ไม่เสียเวลาตอนที่ทา
หลังลงกันแดดปุ๊บสามารถเมคอัพตามได้ทันที โดยที่ไม่ทำให้เบสเมคอัพจับตัวเป็นคราบ
สมกับที่ออกแบบมาเพื่อสาวในเมืองที่ใช้ชีวิตเร่งรีบต้องการอะไรไวๆอ่านะ



ในเรื่องของความมันลองเทสจากหลังมือ
ภาพซ้ายทากันแดดแล้วซับกระดาษซับมันลงไปทันที
จะเห็นว่าคราบมันติดออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจัดว่าน้อยมาก
และภาพขวาคือทาแล้วทิ้งไว้หนึ่งชั่วโมงค่อยมาซับ
ปรากฏว่าไม่มีความมันใดๆออกมาเลย!



ทีนี้มาเทสบนหน้าที่มีเมคอัพหลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
ขอบอกก่อนว่าส่วนตัวเค้าผิวค่อนข้างแห้ง
แต่เป็นคนลงสกินแคร์เยอะสิ่งโบกหลายขั้นตอน
และเมคอัพที่ใช้คือเป็นรองพื้นสูตรชุ่มชื่น

เมื่อซับมันออกมาผลที่ได้คือมีน้ำมันติดออกมาเล็กน้อย
แน่นอนว่าไม่ใช้น้ำมันจากผิวเค้า แต่มาจากเมคอัพซะมากกว่า
แต่โดยรวมก็ถือว่ามีความมันออกมาน้อยนะ
เมื่อเทียบกับระดับความฉ่ำของเมคอัพเค้า



เทียบ 3 แบบ จะเห็นว่าในเรื่องความมันตัวนี้ตอบโจทย์ได้ดีเลย



สภาพเมคอัพที่อยู่ในอากาศอบอ้าว
เพราะนั่งถ่ายงานอยู่หลังบ้าน ไร้แอร์ ไร้พัดลมใดๆ
ออกไปตากแดดมาพักนึงด้วย หน้ายังเด้งอยู่
ไม่มีอาการมันเยิ้มใดๆ มีแต่เหงื่อ แหะๆ



นอกจากเทสกับเมคอัพแล้วลองทาแล้วไปปั่นจักรยานมาด้วย
เห็นวิวธรรมชาติแบบนี้แต่ระหว่างปั่นบนถนนนี่อื้อหืมไม่อยากจะเซ่ด
ทั้งฝุ่น ทั้งควัน ทั้งท่อไอเสียรถ มาครบหมดเลย

สิ่งที่เค้าชอบมากเลยคือกันแดดตัวนี้เวลาเจอเหงื่อไม่ขึ้นคราบขาวเลย
หน้าดูไม่เยิ้มเท่าปกติที่ไปออกกำลังกายด้วย ทำให้สภาพหน้าสดดูไม่พัง

และหลังจากตากแดดลากยาวหลายชั่วโมงคือโอเคมาก
ไม่มีอาการแสบผิวใดๆ สีผิวไม่ได้เข้มขึ้น
(แต่ในภาพคือผิวแทนมาจากไปทะเลอยู่แล้วนะฮะ)



สรุปความรู้สึกหลังทดลองใช้

จุดเด่นมากๆที่เค้าว่าหลายคนน่าจะชอบเลยก็คือเท็กซ์เจอร์
ดีไซน์มาเอาใจสาวไทยโดยเฉพาะ จัดเป็นกันแดดกลุ่มที่ไม่มันเลย
ไม่เหนอะหนะ ให้ฟิลสบายผิว เซ็ตตัวไว รวดเร็วดีสามารถเมคอัพต่อได้ทันที
ใครเคยปฏิเสธการทากันแดดเพราะความมันเหนอะหนะควรลอง!

เค้าลองเทสกับเมคอัพหลายตัวก็ไม่จับตัวเป็นขุยเป็นก้อนหรือขึ้นเป็นคราบ
เค้าว่าคนผิวมัน-ผิวผสมน่าจะอินกับเนื้อแบบนี้เลยหล่ะ
แต่สำหรับผิวแห้งแบบเค้าด้วยความที่เซ็ตตัวแมทท์มาก
รวมถึงมีสารที่ช่วยดูดซับความมันส่วนเกิน
จึงแนะนำว่าควรบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นมากหน่อยจะรู้สึกสบายผิวขึ้น
เพราะโดยส่วนตัวก็ไม่ชินกับความแมทท์ระดับนี้เท่าไหร่
เพราะจะติดนิสัยใช้อะไรที่เนื้อชุ่มๆมากกว่า

ส่วนตัวสำหรับเค้ากันแดดตัวนี้เหมาะจะใช้สำหรับวันที่ต้องอยู่เอาท์เตอร์ออกแดดจัด
หรือใช้ทาก่อนไปออกกำลังกาย เพราะเมื่อเจอเหงื่อแล้วไม่เยิ้มเป็นคราบขาวนี่หล่ะ



สรุปโดยรวมถือว่าเป็นกันแดดที่ปกป้องผิวจากรังสี UV ได้ดีงามครบถ้วนจริงตามคำเคลม
มีสารบำรุงช่วยต้านอนุมูลอิสระ และช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ

เนื้อบางเบาไม่เหนอะเซ็ตตัวแมทท์จึงเหมาะสำหรับคนที่ผิวค่อนไปทางมันมากกว่า
ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงไม่วอก ไม่ลอย ไม่ทำให้รองพื้นเป็นคราบ
ช่วยคุมมันได้ระดับนึงสามารถใช้แทนเบสเมคอัพได้เลยในวันเร่งด่วน

เทียบจากคุณสมบัติกับราคาก็คือว่ามีความคุ้มค่าน่าลงทุน

แต่สำหรับคนที่ผิวระคายเคืองง่ายควรเทสก่อนเน่อ
เพราะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เมนทอล และน้ำหอมฮะ

Mhunoiii's Score

ประสิทธิภาพในการกันแดด 5/5

เนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะ 5/5

บำรุงผิว ให้ความชุ่มชื่น 2.5/5 (ไม่ถึงกับแห้งแต่ไม่ชุ่ม)

ไม่วอก ไม่ลอย ไม่เป็นคราบ 5/5

อ่อนโยนต่อผิว 2.5/5 (มีสารบำรุงแต่มีแอลกฮอล์และน้ำหอม)

ความพอใจเมื่อเทียบกับราคา 4.5/5


-------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by L'Oreal Paris
***All opinions are my own




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2559    
Last Update : 6 ธันวาคม 2559 10:49:41 น.
Counter : 186 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Review : La Clarée Moonlight บำรุงผิวให้กระจ่างใสอย่างอ่อนโยนด้วยไวท์เทนนิ่งออร์แกนิกจากฝรั่งเศส





สวัสดีค่า...บล็อคนี้มีรีวิวสกินแคร์ออร์แกนิกมาฝากกัน
สำหรับใครที่รักการดูแลผิวแบบเน้นส่วนผสมจากธรรมชาติที่ปลอดภัย
น่าจะคุ้นกันดีกับร้าน All About You ร้านของคุณแม่นิชคุณนั่นเอง
เป็นร้านที่รวมสกินแคร์ออร์แกนิกและเครื่องสำอางจากธรรมชาติแบรนด์ดังๆมาไว้ที่ร้าน
เพราะเค้ามีคอนเซ็ปต์อยากให้คนไทยได้มีแบรนด์ส่วนผสมธรรมชาติที่มีคุณภาพใช้
ร้านที่เว็บไซด์www.allaboutyou.co.thเพื่อให้คนไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากสารธรรมชาติที่มีคุณภาพลดการใช้สารเคมีและสารสังเคราะห์ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวซึ่ง...

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=189324
จะได้ลดการใช้สารเคมีและสารสังเคราะห์ต่างๆเพื่อสุขภาพผิวในระยะยาว
ซึ่งตอนนี้มีหลายสาขาเลยตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
สามารถเข้าไปเช็คสาขาใกล้บ้านได้ที่ >>> Store Location <<<
หรือใครไม่สะดวกเดินทางก็สามารถช้อปออนไลน์ได้ที่ www.allaboutyou.co.th ค่า
www.allaboutyou.co.th...

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=18932จ้า



ทาง
All About You ได้ส่งสกินแคร์บำรุงผิวออร์แกนิกมาให้เค้าลอง
เป็นแบรนด์ออร์แกนิกชื่อดังอันดับต้นๆของฝรั่งเศสเลย

ชื่อแบรนด์ La Clarée ลาร์ คลาเร่

ที่มีจุดเด่นคือใช้ส่วนผสมหลัก 98-99% มาจากธรรมชาติเน้นๆ
โดยเป็นพืชที่ปลูกแบบออร์แกนิกด้วย ,
ไม่ทำการทดลองในสัตว์ (Cruelty Free)
และใช้ขวดแก้วที่สามารถนำไป Recycle ได้


ลาร์ คลาเร่ จะมีผลิตภัณฑ์หลายกลุ่มที่ตอบโจทย์แต่ละปัญหาผิว
เช่น Anti-Aging , Gentle , Smooth , Radiance ฯลฯ
แต่ที่นำมารีวิวให้ชมกันในบล็อคนี้คือกลุ่ม Moonlight Whitening
ที่ช่วยเรื่องปรับโทนสีผิวให้กระจ่างใสขึ้นอย่างอ่อนโยนและช่วยปรับสมดุลให้ผิวหน้า
โดยในกลุ่มนี้จะมีผลิตภัณฑ์ด้วยกันทั้งหมด 3 ชิ้น
คือ Toner , Serum และ Face Cream



La Clarée Moonlight Whitening ใช้ส่วนผสมหลัก
เป็นสารสกัดจากพืชออร์แกนิกที่มีคุณสมบัติดังนี้...

- Bearberry Extract หรือ Alpha Arbutin
ช่วยยับยั้งและลดการสร้างเม็ดสีเมลานินที่เซลล์ผิวหนังจึงช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใสขึ้น

- Licorice root extracts
ช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสีเมลานินที่เซลล์ผิวหนัง เนื่องจากถูกกระตุ้นด้วยรังสี UVB
ช่วยลดแอนตี้ออกซิแดนซ์ ผิวจึงทนต่อรังสีและมลภาวะต่าง ๆ ได้ดี
 และมีคุณสมบัติลดอาการระคายเคือง

- Daisy Flower Extract 

ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ทำให้การผลิตเม็ดสีเมลานินน้อยลง

- Olive Leaf Extract
สารสกัดจากใบมะกอกอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
ที่มากกว่าวิตามินซีถึง 4 เท่า ต่อต้านการอักเสบ แก้ปัญหาสิว
ต่อต้านแบคทีเรีย และบรรเทาอาการติดเชื้อที่ผิว

- Edelweiss Extract
ดอกไม้สีขาวอยู่บนเทือกเขาแอลป์เหนือระดับน้ำทะเล
มีความทนทานต่อสภาพอากาศและรังสี UV
อุดมด้วยสาร Polyphenol  ซึ่งมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
ปกป้องผิวจากสภาวะแวดล้อมรวมทั้งแสงแดด โดยไม่ก่อให้การการระคายเคือง

- Lilac Extract
ให้ความชุ่มชื้นกับผิว ต่อต้านแบคทีเรีย
ทำให้ Lipid Layer บริเวณชั้นหนังกำพร้าแข็งแรงขึ้น จึงปกป้องผิวจากมลภาวะได้ดีขึ้น

- Aloevera
มีสาร Aloesin ที่ช่วยเสริมฤทธิ์ให้ Arbutin มีประสิทธิภาพ
ในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่จำเป็นในการใช้สร้างเม็ดสีเมลานิน
และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว รักษาอาการผิวไหม้ บรรเทาแผล
อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อผิว 




La Clarée Moonlight Toner

โทนเนอร์ให้ผิวกระจ่างใสอย่างอ่อนโยน
ส่วนผสม 98% มาจากธรรมชาติโดยเป็นพืชออร์แกนิก

-----------------------------------------------------------------

ขนาด 180ml ราคา 1,380 บาท



รายละเอียดส่วนผสม

ส่วนผสมหลักของโทนเนอร์จะเป็นสารสกัดจากใบมะกอก (Olive Leaf Extract)
ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ให้ความชุ่มชื่น ช่วยลดการอักเสบและการระคายเคืองของผิว
รองมาคือ Alpha Arbutin ที่ช่วยยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่ใช้ในการสร้างเม็ดสีเมลานิน
ทำให้สีผิวสม่ำเสมอและดูกระจ่างใสมากขึ้น โดยความพิเศษคือ
เป็นอาร์บูตินที่ได้จาก Bearberry Extract (Alpha Arbutin) 2%
ที่เค้าเคลมมาว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่า Arbutin ทั่วไป 10 เท่า

***มีส่วนผสมของ Alcohol และ น้ำหอม
แต่ปริมาณแอลกอฮอล์ใส่มาน้อยกว่าสารให้ความชุ่มชื่นอย่าง Glycerin
โดยรวมจึงไม่น่ากังวลเรื่องทำให้ผิวแห้งลง




ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้อโทนเนอร์สีเหลืองมีความใสแบบน้ำ
กลิ่นเป็นกลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆสไตล์พืชธรรมชาติ

วิธีใช้

ใช้เป็นขั้นตอนแรกหลักการล้างหน้า
โดยปกติแล้วคำว่าโทนเนอร์เราจะคุ้นกับการนำมาใช้คู่กับสำลี
เช็ดไปบนหน้าเพื่อช่วยเรื่องความสะอาดเนอะ
แต่สำหรับตัวนี้เค้าว่าให้ฟิลแบบเอสเซนส์น้ำตบมากกว่านะ

สามารถใช้ได้หลายแบบจะใช้เป็นแบบโทนเนอร์ทั่วไป
คือพ่นสเปรย์ใส่สำลีให้ชุ่มแล้วเช็ดทั่วหน้าก็ได้
แต่ส่วนตัวเค้าผิวแห้งชอบพ่นสเปรย์ลงบนผิวหน้า
แล้วใช้มือตบเบาๆลงบนผิวให้โทนเนอร์ซึมผิวมากกว่า

หัวสเปรย์เค้าแรงดันค่อนข้างสูงพ่นให้ห่างหน้านิดนึงประมาณเกือบฟุต
กดสองปื้ดซ้าย-ขวา ก็ได้เนื้อโทนเนอร์ฉ่ำทั่วหน้าละฮะ
แต่ถ้าพ่นใส่สำลีต้องหลายปื้ดเหมือนกันกว่าจะทำให้สำลีฉ่ำได้ทั้งแผ่น
เค้าว่ามันเปลืองเลยชอบใช้แบบเอสเซนส์มากว่าอ่านะ Smiley

ความรู้สึกหลังใช้

เนื้อโทนเนอร์ให้ความรู้สึกลื่นเมื่อลูบไปบนผิว
จัดว่าซึมผิวได้ค่อนข้างไวตบๆบนผิวแป๊บเดียวซึมหมด

เมื่อซึมผิวแล้วจะเหลือความหนึบผิวเล็กน้อย ให้ความรู้สึกชุ่มชื่น
แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้รู้สึกเหนอะหนะนะ จับผิวจะรู้สึกว่านุ่มขึ้น
เค้าว่าให้ความรู้สึกในการบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นในแบบเอสเซนส์
ช่วยเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการบำรุงในขั้นถัดไป
มากกว่าจะเป็นโทนเนอร์ที่ใช้เพื่อการทำความสะอาดผิวนะ



La Clarée Moonlight Serum

เซรั่มเข้มข้นเพื่อผิวกระจ่างใสและลดริ้วรอยในหนึ่งเดียว
ส่วนผสม 99% มาจากธรรมชาติโดยเป็นพืชออร์แกนิก

-----------------------------------------------------------------

ขนาด 15 ml ราคา 2,080 บาท




รายละเอียดส่วนผสม

เซรั่มตัวนี้เคลมมาว่าเป็นแบบ 2in1
คือช่วยลดเลือนริ้วรอยด้วยและช่วยให้ผิวกระจ่างใสด้วย
โดยส่วนผสมหลักๆคือ Aloevera สารสกัดจากว่านหางจระเข้
ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวจึงช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
รองมาคือ Alpha Arbutin จาก Bearberry ที่ช่วยเรื่องยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน
ต่อด้วย
สารสกัดจากใบมะกอก (Olive Leaf Extract)
ช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบ/การระคายเคือง

ความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เคยเห็น
คือปกติพวกสารสกัดจากธรรมชาติต่างๆเรามักจะเห็นใส่มาเป็นอันดับท้ายๆของส่วนผสม
ซึ่งหมายความว่าปริมาณที่ใส่มานั้นน้อยมากจดแทบไม่น่าคาดหวังผล
มักใส่มาเพื่อเป็นกิมมิกของแบรนด์ว่าได้ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ
แต่นี่คือเค้าใส่มาเยอะจริงไรจริงอยู่ในอันดับต้นๆเป็น Active Ingredients เลย เออเริ่ด!

***มีส่วนผสมของ Alcohol และ น้ำหอม
แต่ปริมาณแอลกอฮอล์ใส่มาน้อยกว่าสารให้ความชุ่มชื่น
อย่างสารสกัดจากว่านหางจระเข้และ Glycerin
โดยรวมจึงไม่น่ากังวลเรื่องทำให้ผิวแห้งลง



ลักษณะเนื้อและกลิ่น


เซรั่มสีเหลืองใส เนื้อมีความข้นกว่าโทนเนอร์เล็กน้อย
กลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆสไตล์พืชธรรมชาติเหมือนโทนเนอร์แต่กลิ่นจะอ่อนกว่า
หลังทาซึมผิวแทบไม่เหลือกลิ่นใดๆติดบนผิวเลย



วิธีใช้

ทาลงบนผิวหลังจากใช้โทนเนอร์เรียบร้อยแล้ว
โดยเค้าจะหยดใส่ฝ่ามือประมาณ 2-3 ดรอป
ทาลงให้ทั่วหน้าและลำคอ แล้วกดเบาๆให้ซึมผิว

ความรู้สึกหลังใช้


เป็นผลิตภัณฑ์ที่เค้าชอบสุดในกลุ่มนี้นะ
เนื้อเซรั่มบางเบาเหลวใสคล้ายน้ำเลย
แต่เวลาทาบนผิวแล้วให้ความรู้สึกชุ่มชื่นดีทันทีที่ทา
เซ็ตตัวบนผิวแล้วให้ฟิลที่ดีด้วย เป็นแบบฟิลม์บางๆเคลือบผิว
ที่เมื่อลูบไปบนผิวจะรู้สึกว่าผิวเรียบเนียนและลื่นขึ้น
เค้าว่าถ้าคนผิวมันหรือผิวผสมสามารถใช้ตัวนี้เดี่ยวๆแบบไม่ต้องลงมอยส์เจอร์ตามได้เลย

แต่รู้สึกว่าเค้าทำมาไซส์เล็กไปหน่อยเมื่อเทียบกับโทนเนอร์และครีม
หรือเพราะเค้าผิวแห้งเลยใช้เยอะก็ไม่รู้ เพราะเริ่มใช้ทุกอย่างมาพร้อมกัน
แต่เซรั่มเหลือแค่ก้นขวดเกือบถ่ายรูปไม่ทัน ทั้งๆที่อย่างอื่นพึ่งจะพร่องไปนิดเดียว แหะๆ



La Clarée Moonlight Face Care

ครีมบำรุงผิวเข้มข้นที่ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสและเนียนนุ่ม
ส่วนผสม 99% มาจากธรรมชาติโดยเป็นพืชออร์แกนิก

-----------------------------------------------------------------

ขนาด 50 ml ราคา 2,180 บาท




รายละเอียดส่วนผสม

บนบรรจุภัณฑ์ไม่ได้แสดงรายการส่วนผสมทั้งหมดให้ดูนะฮะ
แต่คร่าวๆที่เค้าใส่มาพวก Active Ingredients ก็เหมือนกับโทนเนอร์และเซรั่ม
แต่ที่เพิ่มมาก็คือกลุ่มของสารให้ความชุ่มชื่น ได้แก่
- Shea Butter : อุดมด้วยกรดไขมันให้ความชุ่มชื้นกับผิวและช่วยให้ผิวยืดหยุ่น
- Jojoba Oil : อุดมด้วยกรดไขมันและวิตามินหลายชนิด ช่วยฟื้นฟูและปรับสภาพผิว
- Macadamia Oil : ให้ความชุ่มชื้นปกป้องผิว ลดผิวแตกลาย ซึมผิวดีไม่ทิ้งคราบมัน
- Sesame Oil : ให้ความชุ่มชื้น อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อผิว



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้อครีมสีขาวนวลๆ ลองซูมดูใกล้ๆจะเห็นว่าเนื้อมีประกายมุกผสมอยู่
 เนื้อดูข้นแต่พอเกลี่ยจะพบว่าเนื้อลื่นมากกกเกลี่ยง่ายมากคล้ายเนื้อโลชั่นเลย
กลิ่นก็ทำนองเดียวกันโทนเนอร์และเซรั่ม
แต่ถือว่ากลิ่นน้อยสุดๆเอาว่าไม่ตั้งใจดมคือแทบไม่ได้กลิ่นเลย

วิธีใช้

ใช้ทาเป็นมอยส์เจอร์ในขั้นตอนสุดท้าย ทาได้ทั้งเช้าและเย็น
ไม่แนะนำให้แต้ม 5 จุดแล้วเกลี่ยเพราะเนื้อมีความชุ่มชื่นมาก
การแต้มแบบ 5 จุด 3 จุดไปอยู่ตรงแนวทีโซนจะทำให้หน้ามันง่ายระหว่างวัน
แนะนำให้ป้ายครีมใส่มือแล้วประกอบสองมือวอร์มกระจายเนื้อครีม
จากนั้นลงที่แก้มซึ่งเป็นจุดที่ผิวแห้งง่ายก่อน ที่เหลือค่อยลงทีโซน
และสุดท้ายอย่าลืมทาลงมาที่คอด้วยนะฮะ

ความรู้สึกหลังใช้

จุดเด่นที่เค้าชอบคือความนุ่มละมุนของเนื้อครีมให้ฟิลดี๊ดีตอนที่ทา
และเด็ดตรงที่เป็นมอยส์เจอร์ในกลุ่มของไวท์เทนนิ่งที่ใส่ใจความชุ่มชื่นดีมากนะ
ส่วนใหญ่เค้าผิวแห้งจะไม่ค่อยใช้ไวท์เทนนิ่งเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยชุ่มผิว
หรือถ้าใช้ก็จะใช้แค่เซรั่มแล้วใช้มอยส์เจอร์อื่นต่างหากเอา
แต่ลองเซ็ตนี้เค้าใช้แค่เฟซครีมตัวนี้ไม่ได้ทาอย่างอื่นทับ
เรื่องความชุ่มชื่นบอกเลยว่าผิวแห้งแบบเค้าก็เอาอยู่

แต่ด้วยความที่มีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื่นและมีออยหลายชนิด
หลังทาผิวจะรู้สึกนุ่มและชุ่มขึ้นทันทีแต่จะมีความหนึบผิวเล็กน้อยนะ
ต้องปรับปริมาณการใช้ตามสถาพผิวเอา
และถ้าทาตามวิธีที่บอกด้านบนเค้าว่าไม่น่ามีปัญหาเรื่องหน้าเยิ้มฮะ
และในเนื้อครีมจะมีประกายมุกผสมอยู่ทำให้หลังทาหน้าจะดูฉ่ำๆโกลว์ๆขึ้นทันทีด้วย



สรุปความรู้สึกหลังทดลองใช้ต่อเนื่อง


เค้าใช้เซ็ตนี้ต่อเนื่องมาประมาณ 3 สัปดาห์ พร่องไปตามที่เห็นเลย
โดยเฉพาะเซรั่มนี่แทบจะหมดขวดละ คาดว่าครบเดือนก็เกลี้ยงพอดี
ส่วนตัวเรื่องกระจ่างใสเอาจริงๆตอบยากเพราะไม่ได้อยู่ในช่วงผิวคล้ำกว่าปกติ
และเป็นคนทากันแดดสม่ำเสมอแม้ไม่ใช้ไวท์เทนนิ่งผิวก็ไม่ได้คล้ำเท่าไหร่อ่านะ

ที่รู้สึกคือผิวหน้าโดยรวมจะดูไม่ค่อยหมองไม่ค่อยล้า
ในเรื่องความชุ่มชื่นผิวแห้งให้ผ่าน!
จัดเป็นไวท์เทนนิ่งในไม่กี่ตัวเลยที่ประทับใจเรื่องชุ่มชื่น
ที่ทำเท็กซ์เจอร์มาดีเนื้อลื่นผิวทาง่าย และกลิ่นดีงามถูกจริตเค้าด้วย
เวลาทาได้กลิ่นสดชื่นอ่อนๆเหมือนได้อโรม่าไปในตัวผ่อนคลายดีนะ

ถ้ามองในเรื่องจุดด่างดำ เค้ามีรอยสิวระหว่างช่วงที่ลองพอดีประมาณสองวีคหลัง
ปกติหลังสิวหายปกติจะทิ้งรอยแดงรอยดำบ้าง แต่รอบนี้รอยแดงจางไว
และไม่ขึ้นเป็นรอยดำก็ถือว่าให้ผลลัพธ์ที่สังเกตได้โอเคเลย
เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีนะสำหรับใครที่อยากได้สกินแคร์
ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติเน้นๆ และเป็นไวท์เทนนิ่งที่อ่อนโยนต่อผิวดีด้วย

แต่สุดท้ายก็อย่าลืมว่าอยากใช้ไวท์เทนนิ่งให้เห็นผลนั้น
ต้องใช้ควบคู่กับการทากันแดดและเลี่ยงแดดด้วยนะคะ Smiley

-----------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by All About You
***All opinions are my own
Information : http://shop.allaboutyou.co.th/
https://www.facebook.com/AllAboutYouOrganics/




 

Create Date : 02 ธันวาคม 2559    
Last Update : 2 ธันวาคม 2559 3:02:03 น.
Counter : 410 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Review : MizuMi Smooth Cleansing Water คลีนซิ่งน้ำเนื้อนุ่มลื่นเหมือนไม่ได้ใช้สำลี....จริงป่ะเนี่ย!









Cleansing Water
ในท้องตลาดตอนนี้นี่เรียกได้ว่ามีกันแทบทุกแบรนด์
จุดขายหลักๆยังไงก็ดึงเรื่องความสะอาดมาเป็นคีย์สำคัญ....เออก็คลีนซิ่งนี่เนาะ
แต่เค้าว่าเทคโนโลยีปัจจุบันก็สามารถให้ประสิทธิภาพเรื่องการดึงสิ่งสกปรกได้ดีพอๆกันจัดว่าสูสี
แต่
Cleansing Water ที่จะมารีวิวให้ชมกันในบล็อคนี้บอกเลยว่ามีความเก๋
ตรงที่เค้าชูโรงในเรื่องของ "ความนุ่มลื่น" นั่นก็คือเนื้อสัมผัสตอนที่ใช้
ว่ามีความแตกต่างถึงขั้นเหมือนไม่ได้ใช้สำลีเช็ดไปบนผิว!
เคลมมาขนาดนี้จะสัมผัสได้จริงขนาดไหนไปพิสูจน์ด้วยกันเลยค่ะ



MizuMi
Smooth Cleansing Water


----------------------------------------------

ขนาด
500ml ราคา 490  บาท

 มีจำหน่ายที่ Watsons, Tsuruha, Matsumoto Kiyoshi,
Eveandboy, Beautrium, Stardust, Beautymarket,
และ Siam Drug

***ช่วงเปิดตัวเค้ามีโปรลด 50% เหลือขวดละ 245 บาทอยู่
แต่เค้าไม่ชัวร์ว่าลดถึงเมื่อไหร่สอบถามเพิ่มเติม
ที่ http://www.facebook.com/mizumiofficial ดูนะฮะ




จุดเด่นในเรื่องของส่วนผสม

เป็นสูตร “Smooth Water” ที่ให้เนื้อสัมผัสลื่นโดยที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันใดๆ
จึงไม่เหนียวเหนอะหนะ และช่วยลดแรงเสียดสีผิวที่เกิดจากการใช้สำลีได้
จึงช่วยลดโอกาสการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

 5-FREE ไม่มี ส่วนผสมของสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง 5 ชนิด
ได้แก่ น้ำหอม น้ำมัน แอลกอฮอล์ พาราเบน และสีสังเคราะห์

ผ่านการทดสอบความระคายเคือง
จากแพทย์ผิวหนัง (Dermatologically Tested)

เหมาะสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่าย เป็นสิว หรือเพิ่งทำเลเซอร์

ไม่มีสบู่และสารก่อฟอง (foaming agent)
ถ้าเป็นคลีนซิ่งที่มีส่วนผสมนี้เวลาเช็ดๆไปจะขึ้นเป็นฟอง

 Double Micellar ใช้สารทำความสะอาดไมเซลลาร์สองชนิด
ทำความสะอาดเมคอัพกันน้ำ และครีมกันแดดกันน้ำได้หมดจด
สารที่ใช้คือ PEG-6 Caprylic/capric Glycerides
เป็นสารลดแรงตึงผิวแบบไม่มีประจุ (non-ionic)
จัดเป็นสารทำความสะอาดในกลุ่มที่อ่อนโยนต่อผิว (ตัวเดียวกับ Bioderma)


มีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื่นหลายสิ่ง
Glycol, Glycerin, Sodium Hyaluronate, Sodium PCA
เค้าคาดว่าน่าจะเป็นส่วนที่ช่วยให้ได้สัมผัสที่นุ่มลื่น

และมีสารสกัดจากพืชธรรมชาติ ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง
คือ Bloccoli (
Brassica Oleracea Italica Extract),
Celery (Apium Graveolens Extract),
Chicory
(Cichorium Intybus Leaf Extract)

สารกันเสียที่ใช้
Caprylhydroxamic Acid ,
Phenoxyethanol , Disodium EDTA



ลักษณะเป็นขวดใสฝาเปิดปิดสีขาว
ของเค้าฝาเหมือนจะเผยอนิดๆแต่ปิดสนิทดี
เทสด้วยการพกใส่กระเป๋าเดินทางแล้วรอด



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เป็นน้ำสีขาวเหลวใสเหมือนน้ำเปล่าแต่จะมีความข้นกว่าเล็กน้อย
เมื่อสัมผัสผิวจะรู้สึกลื่นๆแต่ไม่ได้มีความมันใดๆ ไม่มีกลิ่นเพราะไม่มีน้ำหอม



ลองเทสกับเครื่องสำอางบนท้องแขนให้ดูกันก่อน

ภาพแรก : อายไลน์เนอร์แบบปากกาแบบกันน้ำ
ลิปสติกเนื้อแมทท์สูตรติดทน
อายไลน์เนอร์ดินสอแบบกลิตเตอร์สูตรกันน้ำเช่นกัน

ภาพที่สอง : สำลีหยดคลีนซิ่งให้ชุ่มทั้งสองด้าน
วางโปะไว้บนผิวแล้วใช้นิ้วกดแผ่นสำลีเบาๆสักครู่ให้คลีนซิ่งลงไปทำละลาย
แล้วปาดเช็ดออกครั้งเดียวพยายามให้น้ำหนักมือใกล้กันที่สุด
ทั้งสองด้านใช้สารทำความสะอาดตัวเดียวกันแต่ส่วนผสมอื่นต่างกัน
จะเห็นว่าในแผ่นสำลีจะมีการทำละลายของเครื่องสำอางที่ไม่เหมือนกัน
ถ้าเทียบจากปาดแรกคือเอาไลน์เนอร์เส้นสีน้ำตาลที่กันน้ำออกหมดทั้งคู่
แต่ลิป MizuMi ออกน้อยกว่านิดนึง แต่ข้อดีคือลิปที่หลุดออกมาไม่ขึ้นเป็นขุยๆ

ภาพที่สาม : ปาดเช็ดด้วยสำลีแผ่นเดิมด้านเดิมทั้งสองข้างประมาณ 3-4 ครั้ง
ก็ทำความสะอาดได้เกลี้ยงพอกันทั้งสองด้าน



ทีนี้มาคลีนบนผิวจริงให้ชมกันแบบครึ่งหน้าจะได้เทียบความต่าง
เค้าใช้สำลีในการคลีนบริเวณรอบดวงตา 1 แผ่น และริมฝีปาก 1 แผ่น
แต่จริงๆแล้วสำหรับคลีนซิ่งแบบนี้เค้าออกแบบมาเพื่อใช้กับผิวหน้า!
ไม่แนะนำให้ใช้รอบดวงตาเพราะผิวบริเวณนั้นบอบบาง
ควรใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับรอบดวงตาจะดีกว่า

เหตุผลว่าทำไมไม่แนะนำให้ใช้เช็ดรอบดวงตา >>>CLICK<<<

แต่เมคอัพที่เค้าแต่งไว้จัดว่าค่อนข้างน้อยมากโดยเฉพาะรอบดวงตา
เลยจะเทสเช็ดให้ดูกันเผื่อว่าฉุกเฉินมีขวดนี้ขวดเดียวจะใช้แทนได้ไหม



ตอนที่เช็ดไม่มีอาการแสบผิวหรือระคายเคืองแต่อย่างใด
ฟิลสัมผัสตอนเช็ดบอกเลยว่า"นุ่มลื่น" สมคำเคลมจริง
มันเป็นฟิลที่ต่างจากคลีนซิ่งตัวอื่นค่อนข้างชัดอยู่นะกับสัมผัสตอนลูบสำลีไปบนผิว
ยิ่งถ้าหยดชุ่มๆยิ่งรู้สึกเหมือนผิวหน้าของสำลีมันเรียบเนียนขึ้นลูบไปแล้วไม่บาดผิว
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรเลือกสำลีเนื้อละเอียดที่มีคุณภาพหน่อยนะคะคุณขา
และประเด็นอีกอย่างคือห้ามงก หยดน้อยๆสำลียังแห้งๆก็ไม่ช่วยอะไร
เค้าทำมาขวดใหญ่บึ้มอย่าไปกลัวเปลือง



ซูมให้ดูชัดๆกับความสามารถในการทำความสะอาดในหนึ่งปาดแรก
ก็ถือว่าดึงเครื่องสำอางออกมาให้เกือบหมดนะ อย่างปากนี่แทบเอาอยู่เลย
แต่ตาจะเห็นว่ามีไลน์เนอร์เหลืออยู่นิดหน่อยต้องเช็ดซ้ำอีกที

เทคนิคการเช็ดพวกติดทนกันน้ำคือต้องโปะไว้แป๊บนึงก่อนค่อยปาดลูบออก
ถ้าปาดลงไปแต่แรกมันจะเอาไม่ค่อยออกนะฮะ
เพราะคลีนซิ่งยังไม่ทันเข้าไปทำละลายอะไรเลย



สรุปการเช็ดครึ่งหน้าใช้สำลีสองแผ่นพลิกกลับด้าน
ก็สามารถคลีนเครื่องสำอางออกได้หมด

เอาว่าถ้าไม่มี Eye Remover จริงๆ เวลาเร่งด่วนก็ใช้แก้ขัดได้
แต่ย้ำว่าอย่างรอบดวงตาต้องเป็นเมพอัพแบบบางเบาสุดๆนะ

คนต่อขนตาที่ทาแต่อายแชโดวไรงี้ใช้ได้อยู่
คือมีไลน์เนอร์ได้นิดหน่อยก็พอได้ แต่ไม่ใช่เขียนอินเนอร์ ปัดมาสคาร่าไรพวกนั้น
เพราะถ้าเช็ดรอบดวงตาตรงๆแล้วเผลอเข้าตาก็แสบเบาๆอยู่หล่ะ
ก็อย่างที่บอกเนอะว่าเค้าทำมาสำหรับเช็ดผิวหน้าไม่ได้เน้นดวงตา



ผิวหลังเช็ดสะอาดนุ่มชุ่มชื่นดีเพราะเค้าใส่สารให้ความชุ่มชื่นมาหลายสิ่ง
ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะทำให้ผิวแห้งตึง แต่ผิวหลังเช็ดจะมีความหนึบเบาๆนะ
คือจับตบเบาๆบนผิวจะมีเนื้อแก้มหนึบติดออกมานิดนึง
ให้ฟิลเหมือนหลังใช้เอสเซนส์น้ำตบที่เนื้อบางเบาประมาณนั้น
เค้าว่าความรู้สึกแบบนี้คนผิวค่อนข้างแห้งแบบเค้าน่าจะชอบเพราะมันสบายผิวไม่ตีงดี



เช็ดทั่วหน้าเค้าใช้สำลีไป 5 แผ่น แบ่งเป็นด้านละ 2 แผ่น
แล้วใช้แผ่นสุดท้ายเช็ดเก็บรายละเอียดทั่วหน้าพลิกกลับสองด้าน
แต่จำนวนสำลีที่ใช้ก็ขึ้นอยู่กับความเข้มของเมคอัพด้วยนะฮะ
เอาว่า
เช็ดไปจนกว่าสำลีจะไม่มีสีอะไรติดออกมาก็คือสะอาดดี



สรุปความรู้สึกหลังทดลองใช้

เป็นหนึ่งในคลีนซิ่งราคาน่าคบหา (โดยเฉพาะตอนลด 50%)
ที่ทำความสะอาดได้เกลี้ยงพอๆกับเคาท์เตอร์แบรนด์
ส่วนผสมจัดว่าอ่อนโยนต่อผิวดี มีสารให้ความชุ่มชื่นช่วยบำรุงผิว
จุดขายเรื่องความนุ่มลื่นก็ทำได้จริง รู้สึกถึงความแตกต่างได้ทันทีในครั้งแรกที่ลอง
ช่วยลดการเสียดสีระหว่างผิวกับสำลีได้ดี
ยิ่งใครแต่งหน้าทุกวันบอกเลยนะว่าสำคัญมาก
การเสียดสีบ่อยๆนี่หล่ะตัวการเกิดริ้วรอยชั้นดีเลย

แต่อาจจะมีความหนึบผิวเหลือเล็กน้อยหลังการใช้
ถ้าคนผิวมันที่คาดหวังเรื่องความแห้งสบายผิวอาจจะไม่ชิน
แต่ถ้าผิวแห้งแบบเค้าให้ผ่านเช็ดแล้วผิวนุ่มๆชุ่มๆดี

แต่ตามคำแนะนำหลังการเช็ดด้วย
Cleansing Water แล้ว
ก็ควรจะล้างออกด้วยโฟมล้างหน้า หรืออย่างน้อยด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งนึง
ไม่แนะนำให้เช็ดเดี่ยวๆแล้วทาสกินแคร์ตามนะฮะ



Mhunoiii's Score

ความสะอาด 4.5/5
(หักนิดนึงตรงไม่ได้เช็ดออกในทันทีต้องเช็ดซ้ำ)

อ่อนโยนต่อผิว 4.75/5

ความนุ่มลื่น 5/5
(สมคำเคลมเอาคะแนนเต็มไปเลย เช็ดละฟิน)

ความรู้สึกหลังใช้ ชุ่มชื่น ไม่แห้งตึง 4.5/5
(หนึบเล็กน้อยหักคะแนนเผื่อสำหรับคนผิวมัน)

ความคุ้มค่าคุ้มราคา 5/5
(ยิ่งถ้ามีโปรลดด้วยแล้วคือดีงามสุดๆ)

จบแล้วค่าร่ายมาให้ยาวมากละเอียดยิบหวังว่าจะเป็นประโยชน์กันนะค้า
ขอบคุณทุกคนมากที่เข้ามาเยี่ยมชมค่า Smiley

-----------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by MizuMi
***All opinions are my own
Information :
http://www.facebook.com/mizumiofficial




 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2559 9:00:26 น.
Counter : 782 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  

BlogGang Popular Award#12


 
SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 528 คน [?]




..........ชื่อ "ทราย" นะค๊า นามแฝงที่ใช้ก็มี SaRaY และก็ Mhunoiii (หมูน้อย) ค่า สนใจการถ่ายภาพ กะการแต่งหน้า จากเป็นงานอดิเรกจะกลายเป็นงานประจำอยู่แล้ว 555 เลยอยากจะทำบลอคเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มานะค๊า ได้มากบ้างน้อยบ้าง มั่วๆกันปายยยย อิอิ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.mhunoiii.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ปล.ห้ามมิให้นำภาพใดๆจากในบล็อคไปใช้เพื่อการขายของโดยเด็ดขาดนะคะ !!!

---------------------------------------------------------

hits
New Comments
Friends' blogs
[Add SaRaY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.