Group Blog
 
All blogs
 

อยากรู้ไหมทำไมไม่แนะนำให้ใช้ Cleansing Water เช็ดรอบดวงตา ?





ทำไมไม่แนะนำให้ใช้ Cleansing Water เช็ดรอบดวงตา ?

เค้าทดลองให้ดูชัดๆไม่ต้องไปลองเองละนะ
เช็ดตาสองด้านที่แต่งเมคอัพจัดเต็ม
ด้านนึงใช้ Cleansing Water อีกด้านนึงใช้ Eye Remover

***Eye Remover เป็นคลีนซิ่งที่ใช้รอบดวงตาโดยเฉพาะ
จะมีส่วนผสมแบ่งเป็นสองเลเยอร์ ด้านบนจะเป็นน้ำมันด้านล่างเป็นน้ำ
เวลาใช้ต้องเขย่าให้เนื้อเข้ากันก่อน สาเหตุที่สามารถเช็ดเมคอัพกันน้ำได้ก็เพราะ
เมคอัพกันน้ำไม่สามารถละลายในน้ำได้จึงต้องใช้ส่วนผสมของน้ำมันมาช่วยทำละลายนั่นเอง

-------------------------------------------------------------------

เทคนิคการเช็ดเครื่องสำอางรอบดวงตา

ปัญหาที่ผู้หญิงหลายคนเจอคือเช็ดอินเนอร์และมาสคาร่าไม่สะอาด
สาเหตุก็คืออออ....เช็ดผิดด้านค่ะคุณขา!!!
โฆษณาในทีวีชอบหลอกเราหลับตาแล้วเอาสำลีโปะด้านบน
ลืมอะไรไปหรือเปล่าว่าเราปัดมาสคาร่าด้านไหน???
นึกออกแล้วเนอะเราปัดจากด้านล่าง แล้วไปเช็ดที่ด้านบน มันจะออกได้ไง
ดังนั้นอยากเช็ดตาให้ออกง่ายก็เช็ดให้มันถูกฝั่งแค่นั้นเอง

" .......วิธีของเค้าก็คือหยดรีมูฟเวอร์หรือคลีนซิ่งใส่สำลีชุ่มๆ
จากนั้นพับครึ่งแล้ววางสำลีลงบนขนตาล่าง(ที่มีการปัดมาสคาร่า)
จากนั้นหลับตาลงมาค่ะ ขนตาบนด้านที่มีมาสคาร่าก็จะเจอกับคลีนซิ่งพอดี
แล้วค่อยกางแผ่นสำลีโปะขึ้นไปด้านบน
ทุกขั้นตอนหลับตาตลอด ดั้งนั้นไม่มีอะไรเข้าตาแน่นอน
ทีนีทั้งมาสคาร่าและอินเนอร์ไลน์เนอร์ก็จะถูกทำละลายโดยคลีนซิ่งแล้วค่ะ
แปะทิ้งไว้แป๊บนึงระหว่างแปะก็ใช้มือกดเบาๆ
เครื่องสำอางก็จะค่อยๆละลายและหลุดออกมา ง่ายมะ! "



ทีนี้มาเทียบผลกันค่ะ ภาพที่สองคือปาดออกหนึ่งครั้ง
เห็นชัดเจนเนอะว่ารีมูฟเวอร์ทำละลายออกมาได้ง่ายกว่า
ส่วนภาพที่สามคือหลังเช็ด 3-4 ครั้ง ไลน์เนอร์ออกได้เกือบหมด
แต่มาสคาร่ากันน้ำ Cleansing Water มิสามารถนะฮะ



ซูมๆให้ดูชัดๆ โดยเฉพาะในแผ่นสำลีจะเห็นเลยว่ามีความต่าง
Eye Remover จะทำละลายไฟเบอร์ในมาสคาร่าได้หมด
Cleansing Water จะทำได้แค่ให้ไฟเบอร์หลุดออกมา
แต่ยังมีความคงตัวเป็นผงๆเส้นๆอยู่ ซึ่งถ้าเผลือหลุดเข้าตาก็จะเคืองตาได้

นอกจากต้องใช้การเช็ดถูหลายครั้งแล้วการทำละลายแบบที่ต่างกัน
จึงทำให้เราควรแยกใช้ผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาดรอบดวงตา

แต่หลังการใช้ Eye Remover เปลือกตาจะมีคราบความมันจากส่วนผสมของน้ำมัน
ซึ่งเราสามารถใช้ Cleansing Water ในการเช็ดซ้ำได้เพื่อดึงคราบมันออก
ก็จะทำให้รู้สึกสะอาดและสบายผิวมากขึ้น
หวังว่าบล็อคนี้จะเป็นประโยชน์กันสำหรับใครที่สงสัยเรื่องนี้อยู่นะจ๊ะ Smiley




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2559 18:12:04 น.
Counter : 824 Pageviews.  

Talking : หนีห่างภูมิแพ้แค่ดูแลเสื้อผ้าให้สะอาด! by OMO PLUS ANTI-BAC

 "โรคภูมิแพ้" หนึ่งในโรคยอดฮิตที่คนไทยรวมถึงคนทั่วโลกเป็นกันเยอะมาก
ยิ่งยุคนี้ทั้งอากาศและมลภาวะแวดล้อมที่เป็นพิษยิ่งส่งผลให้คนป่วยเป็นภูมิแพ้กันเพิ่มขึ้น
อาการภูมิแพ้ที่ทราบๆกันก็คือมีน้ำมูก จาม หรือเป็นผดผื่นแดง

สาเหตุหลักๆเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม และปัจจัยแวดล้อม
ไม่ว่าจะเป็นแพ้อากาศ แพ้เกสรดอกไม้ แพ้อาหารอาหารทะเล แพ้นม
ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ถ้าเราทราบว่าเราแพ้เราสามารถหลีกเลี่ยงได้
แต่ปัจจัยหนึ่งที่เลี่ยงได้ยากที่สุดของที่สุดก็คือ "เชื้อโรค และ ไรฝุ่น"
ที่สามารถพบได้ทั้งในข้าวของเครื่องใช้ประจำวันโดยเฉพาะพวกเสื้อผ้าเครื่องนุ่มห่ม
เพราะเราต้อสัมผัสและสวมใส่เสื้อผ้าตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าผ้าไม่สะอาดล่ะ อื้อหืมมมม...


Credit : http://www.xetasale.com/media/catalog/product/d/u/dustmites-01_4_1_1.jpg

เชื้อโรคและไรฝุ่น(ตัวในภาพด้านบน อรึ๋ยยยย Smiley) จะเจริญเติบโตได้ดี
ในภาวะที่มีความชื้น แหม่ในเมืองไทยก็ช่างเหมาะเจาะอากาศทั้งร้อนและชื้น
ยิ่งระหว่างวันเหงื่อออกแฉะๆเสื้อผ้านะได้ที่เลยไรฝุ่นบอกว่าฟินนนน...
โดยเฉพาะหน้าฝนนี่ตัวดี ผ้าจะเปียกและอับง่ายเพราะตากยังไงก็แห้งไม่สนิทเสียที
นอกจากเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและไรฝุ่นแล้วยังทำให้เกิดกลิ่นอับ ที่ไม่พึงประสงค์อีกด้วย

ภูมิแพ้มีสาเหตุมาจาก เชื้อแบคทีเรียและไรฝุ่น ซึ่งมีอยู่ทุกที่รวมถึงเสื้อผ้าของเราด้วย
จริงๆเวลาเราซักผ้าที่เราคิดว่าสะอาดแล้ว แต่จริงๆอาจจะไม่สะอาดอย่างที่คิด
ดังนั้นการใช้ผงซักฟอกที่สามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีค่ะ



โอโมพลัส แอนตี้แบค

ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่า ขจัดเชื้อและไรฝุ่นได้ถึง 99.9% 
ช่วยป้องกันภูมิแพ้ ผื่นคัน กลิ่นอับบนเสื้อผ้า 
ลอกความหมองและคืนความขาวให้กับเสื้อผ้า  



ส่วนตัวเค้าลองแล้วรู้สึกว่ากลิ่นสะอาดดี
ขจัดพวกกลิ่นอับติดผ้าได้เริ่ดนะ ยิ่งเค้าเป็นคนออกกำลังกาย
เสื้อผ้าหลังออกกำลังกายชุ่มๆเหงื่อนี่กลิ่นไม่ไหวจะเคลียร์
แต่ลองซักด้วยโอโมพลัสแอนตี้แบคแล้วรู้สึกว่ากลิ่นสดชื่นไม่มีกลิ่นอับเลยจ้า
เรื่องลอกความหมองก็ขึ้นอยู่ที่วิธีการซักของเราด้วยเนอะ
ดีที่สุดซักให้สะอาดเสมออย่าปล่อยให้หมองดีกว่า

ส่วนในเรื่องกำจัดเชื้อแบคทีเรียไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตาเปล่า
แต่เป็นความสบายใจว่าผ้าที่เราซักก็น่าจะปลอดภัยจากไรฝุ่นและเชื้อโรค
ได้มากกว่าการซักด้วยผงซักฟอกปกติ ใครมีปัญหาภูมิแพ้แนะนำให้ลองกันดู
จะได้ช่วยลดปัจจัยที่เป็นสาเหตุอาการแพ้ได้ไปอีกหนึ่งทางค่ะ


Credit : http://www.jfyw.com.au/images/wardrobedesign.jpg

และเค้าก็มีเคล็ดลับง่ายๆในการดูแลเสื้อผ้าเครื่องนุ่มห่ม
ให้ห่างไกลเชื้อโรคและไรฝุ่นมาฝากกันค่า Smiley

Smiley ไรฝุ่นชอบอยู่ในที่อับและชื้น ดังนั้นจึงควรทำความสะอาดตู้เสื้อผ้าอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อไม่ให้เกิดเชื้อราซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของไรฝุ่นด้วยการดูดฝุ่นและเช็ดเป็นประจำ
แต่การดูดฝุ่นนั้นสามารถกำจัดได้แค่มูลของไรฝุ่นเท่านั้นนะจ๊ะ
เพราะตัวไรฝุ่นจะใช้ขายึดเกาะรวบเส้นใยไว้อย่างเหนียวแน่น 
จึงควรซักทำความสะอาดผ้าในตู้อย่างสม่ำเสมอ ด้วยถึงจะช่วยกำจัดไรฝุ่นได้จ้า

Smiley เชื้อโรคนั้นแอบสะสมอยู่มากกกกในเครื่องซักผ้า
โดยมันจะเกาะอยู่ตามพื้นและผนังโดยรอบของเครื่องซักผ้า
 เพราะคนส่วนใหญ่มักซักผ้ารวมๆ กัน ซึ่งน้ำสกปรก
ที่ถูกล้างออกมาจากการซักผ้ายังสามารถแพร่เชื้อโรคได้ต่อไปอีก
ดังนั้นเราจึงควรแยกผ้าที่คาดว่าน่าจะมีเชื้อโรคสะสมอยู่มาก
อย่างพวกผ้ากันเปื้อน ผ้าเช็ดโต๊ะ แนะนำว่าอย่าซักรวมกับผ้าอื่นๆนะฮะ

Smiley ห้ามนำผ้าที่เปียกฝนหรือเปียกเหงื่อลงไปกองสุมไว้ในตะกร้า รวมกับผ้าอื่นๆเด็ดขาด!!!
เพราะนี่เลยคือสาเหตุของการเกิดกลิ่นอับชื้นและเชื้อราบนเสื้อผ้า
แนะนำว่าควรซักเลยหรือขยำน้ำเปล่าล้างคราบเหงื่อออกก่อน
แล้วแขวนตากแยกไว้ก่อนทำการนำไปซักรวมกับผ้าอื่นๆ

Smiley เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ช่วยขจัดลึกถึงเชื้อโรคและไรฝุ่น
ข้อมูลจากสถาบันโรคภูมิแพ้แห่งประเทศอังกฤษ (Allergy UK) เผยว่า
อุณหภูมิน้ำที่สามารถขจัดไรฝุ่นนั้นต้องมากกว่า 60 องศาขึ้นไป
อย่างเมืองนอกเค้าใช้น้ำร้อนในการซักผ้าแต่บ้านเราใช้น้ำธรรมดาอุณหภูมิแค่สามสิบกว่าองศา
ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ขจัดเชื้อโรคและไรฝุ่นจึงเป็นตัวช่วยสำคัญ
ที่จะช่วยขจัดไรฝุ่นและมูลของไรฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสมัยนี้เทคโนโลยีของผงซักฟอกไปไกลมาก
ก่อนจะซื้อลองค่อยๆเลือกอ่านคุณสมบัติของผงซักฟอกกันดูสักนิดดีกว่านะจ๊ะ

Smiley ตากผ้ากลางแดดจัดนานติดต่อกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง 
เพื่อฆ่าไรฝุ่นและลดสภาวะการฟักตัวของไรฝุ่นบนเสื้อผ้า 
เพราะแสงยูวีจากแสงแดดสามารถฆ่าไรฝุ่นได้ เมื่อถูกแสงโดยตรงเป็นเวลานาน 30-60 นาที
แต่พวกไรฝุ่นนี่ฉลาดกว่าที่คิดนะฮะ แม้จะขนผ้าไปตากแดดแต่มันจะแอบเข้าไปซ่อน
ในผ้าที่มีเส้นใยกำบังมาก ทำให้แสงยูวีไม่สามารถเข้าไปฆ่าได้ 
ดังนั้นอยากกำจัดไรฝุ่นจึงควรเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการซัก
ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่มีคุณสมบัติในการช่วยขจัดเชื้อโรคและไรฝุ่นร่วมด้วย
โดยเฉพาะสำหรับคุณแม่เน้นเลยว่าควรดูแลเสื้อผ้าท่อนบนเป็นพิเศษ
เพราะเป็นส่วนที่สัมผัสกับลูกน้อยมากที่สุดค่ะ

Smiley รื้อเสื้อผ้าเก่าเก็บในตู้เสื้อผ้าออกมาทำความสะอาดเรื่อยๆ
เทคนิคสำหรับเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่นานๆยิ่งพวกเสื้อกันหนาวผ้าหนาๆ
ก่อนออกทริปลองรื้อมาทำความสะอาดด้วยการนำไปใส่ในถุงพลาสติก
แล้วเอาไปแช่เย็นข้ามคืน (แต่ต้องเคลียร์พื้นที่ในตู้เย็นก่อนเนอะ555) 
จากนั้นนำไปซักและตากกลางแดดจัดให้แห้งสนิทก่อนสวมใส่ค่ะ

เคล็ดลับง่ายๆทั้งหมดที่เล่ามาก็สามารถช่วยให้เราห่างไกลจากเชื้อโรคและไรฝุ่น
สาเหตุของอาการภูมิแพ้แล้วจ้า ฝากไว้ว่าการซักผ้าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสุขอนามัยที่ดี
ซักทั้งทีต้องเอาให้สะอาดเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเองและคนที่เรารักนะคะ Smiley

Smiley XOXO Smiley

--------------------------------------------------------------------------------------



Disclaimer : Sponsored Content by OMO Thailand 
[OMO PLUS ANTI-BAC]




 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2558 21:42:34 น.
Counter : 4830 Pageviews.  

Talking : ชวนมาเม้าท์ก่อนถึงวันพิเศษกับหนุ่มคนพิเศษเตรียมตัวกันอย่างไร?


  สวัสดีค่าSmiley มาพบกันในหมวด Talking หมูชวนคุยซึ่งบล็อคนี้เป็นบล็อคพิเศษ
ที่ทาง Pantene เสนอเรื่องมาให้เค้าชวนสาวๆมาเมาท์กันเกี่ยวกับเดทแรก อิอิ
เนื่องจากทางแพนทีนมีบิ๊กแคมเปญ "Moment to Shine , Moment to Share"

https://apps.facebook.com/pantenemoment/
ที่ให้สาวๆมาร่วมแชร์ประสบการณ์ที่น่าประทับใจในโมเมนต์ต่างๆว่าสาวๆมีวิธีการเตรียมตัวอย่างไร
ให้วันพิเศษนั้นๆน่าประทับใจที่สุด ไม่ว่าจะเป็นวันก่อนแต่งงาน วันรับปริญญา
และล่าสุดกับการเตรียมตัวก่อนเดทแรก ซึ่งเรื่องราวไหนประทับใจทาง Pantene ที่สุด
จะได้นำเรื่องราวไปสร้างเป็นคลิปวิดีโอและรับรางวัลสุดอลังการเครื่องเพชรจาก Jubilee !!!
ซึ่งทางแพนทีนได้ผู้ชนะเรียบร้อยแล้ว มาชมคลิปหวานๆจากผู้ชนะกันก่อนเลย ฮริ้วววว Smiley



หลังชมคลิปจบรู้สึกอย่างไรกันบ้างคะ........อิจฉา อุ๊ตะ!!! แอบคิดดังไปหน่อย 555
มาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่า นึกย้อนไปถึงเดทแรกของเค้า อืม.....เหมือนจะไม่มี !
ห้ามขำนะถ้าใครติดตามจะรู้ว่าเค้ากะคุณแฟนเรารู้จักและเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ม.ปลาย



เอาหลักฐานมาให้ดูจำเค้าได้รึเปล่า ???
ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมาเวลาคุยกันจะเฮ้วๆเย้วๆแบบเพื่อน
โมเมนต์ที่จะมาจีบกัน กุ๊กกิ๊กกัน ออกเดทกันมันเลยเหมือนจะไม่มี แหะๆ



แต่พอมานั่งนึกดีๆ การเดทของเค้าก็คงคือการได้ไปเที่ยวด้วยกันนี่หล่ะ
สาวๆทุกคนเวลาจะมีทริปไปเที่ยวไหนกับคุณแฟนสักทีเราก็อยากจะดูดีที่สุดจริงม๊า
นอกจากจะอยากให้คุณแฟนประทับใจแล้ว
อีกประเด็นหลักก็คืออยากถ่ายรูปแล้วออกมาสวยหล่ะ 555
สำหรับการเตรียมตัวก่อนออกเดท(ไปเที่ยว)
สำหรับเค้าเอาจริงๆเค้าก็ไม่ได้ทำอะไรพิเศษมากมายนะ
เค้ามองว่าเราควรจะดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ
เรื่องหุ่น เรื่องผิว หรือเรื่องผม เพราะของแบบนี้ต้องใช้เวลาเนอะ
แต่ช่วงใกล้วันสำคัญอาจจะเพิ่มการดูแลตัวเองให้มากขึ้นอีกนิด
ลองมาดูเทคนิคง่ายๆของเค้าในการเตรียมตัวเองให้สวยเป๊ะกัน Smiley

- ก่อนช่วงสำคัญสำหรับเรื่องผิวอย่างเค้าผิวแห้งก็จะเน้นการมาส์กหน้า
เพื่อเติมมอยส์เจอร์แบบจัดเต็ม ผิวที่ชุ่มชื่นก็จะส่งผลให้เราแต่งหน้าง่าย
ไม่ว่าวันสำคัญไหนๆก็พร้อมสู้ตาย ส่วนสาวผิวมันเลือกมาส์กที่เหมาะกับผิว
ช่วยลดความมันส่วนเกินแต่ก็อย่าลืมที่จะเติมความชุ่มชื่นให้ผิวเช่นกันนะคะ
แต่ก่อนจะถึงวันสำคัญใดๆก็ตามเค้าขอเตือนเลยว่าอย่าริอาจลองผลิตภัณฑ์อะไรใหม่ๆ!!!
ไม่แนะนำเลยให้ไปขัดตัว มาส์กหน้า หรือเข้าคอร์สกับสถานเสริมความงามที่เราไม่เคยลอง
เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่าเราจะแพ้หรือระคายเคืองไหม จากผิวดีๆปกติอาจจะพังได้เลยน้า


- นอกจากบำรุงจากภายนอกแล้วควรบำรุงจากภายในด้วยการทานน้ำเยอะๆ
น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ผิวเราดูเด้งฟูนะบอกเลย การทานน้ำระหว่างวัน
ให้เน้นทานทีละไม่มากแต่จิบบ่อยๆ ยิ่งทานได้วันละ 1.5-2 ลิตรจะดีมากจ้า

- สำหรับผิวกายสครัปผิวบ้างอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยให้ครีมบำรุงซึมได้ดีขึ้น
ที่สำคัญอย่าลืมทากันแดดและเลี่ยงแดด เป็นวิธีเดียวที่ทำให้ผิวเราขาวขึ้นได้อย่างถาวรจ้า

- มาถึงประเด็นหลักกับเรื่อง "ผม" บอกเลยว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่เค้าภูมิใจมากนะ
ตั้งแต่ม.ปลายที่รู้จักกับคุณแฟนมา ผมเป็นสิ่งที่เค้าชมว่าสวย เอ๊ะ!แล้วอย่างอื่นล่ะ555
คุณแฟนเลยหล่ะเป็นคนบอกให้ไว้ผมยาวนะ ผมสวยไว้ยาวแล้วมีเสน่ห์ เขิลล์ๆๆๆ
ขอบอกว่ากล้าพูดเลยว่าเมื่อก่อนเป็นคนที่ผมสุขภาพดีมาก ตรง นิ่ม สวย มีน้ำหนัก
ถึงขั้นว่ามีคนเคยมาขอให้ไว้ผมเพื่อขายไปทำวิกเลยนะ อิอิ
แต่ตั้งแต่เริ่มเสพติดการทำสีผม ผมโดนเคมีก็ต้องมีอาการแห้งเสียบ้างค่ะ
แต่ด้วยความโชคดีที่ต้นทุนสุขภาพผมเราดีมาก ผมก็เลยยังดูดีอยู่แม้จะไม่เริ่ดเท่าเมื่อก่อนก็ตาม
ดังนั้นช่วงก่อนถึงวันสำคัญของเค้า เค้าจะดูแลผมเป็นพิเศษยิ่งกว่าผิว หรือหน้าอีก
โดยจะเน้นบำรุงในส่วนที่มีอาการแห้งเสีย เทคนิคง่ายๆเลยคือก่อนวันสำคัญสักสองอาทิตย์
ให้เล็มปลายๆผมที่แห้งเสียหรือแตกปลายออกไปบ้าง
จากนั้นเค้าจะใช้ทรีทเมนต์แบบเข้มข้นลงที่ช่วงกลางถึงปลายผมหมักไว้ 3-5 นาที
ใช้หมวกคลุมผมคลุมเอาไว้เพื่อให้อุณหภูมิหนังศีรษะที่สูงขึ้น
ช่วยให้ทรีทเมนต์ซึมดีขึ้น หรือใครมีหมวกอบไอน้ำที่บ้านก็อบได้เลยค่า
ตลอดระยะเวลา 2 อาทิตย์คือใช้ทรีทเมนต์นี่แหละลงแทนครีมนวดไปเลย
ส่วนถ้าใครผมแห้งเสียมากสระผมแล้วลงครีมนวดเสร็จแล้วตามด้วยทรีทเมนต์ค่อยล้างออก
จะยิ่งช่วยให้ผมนุ่มลื่นขึ้นจ้า แต่ต้องล้างผมให้สะอาดจริงๆน้าอย่าให้เหลืออะไรตกค้าง
เมื่อถึงวันสำคัญผมจะได้นุ่มลื่นเป็นประกายน่าสัมผัส ความฟินมันอยู่ตรงที่
คุณผู้ชายลูบผมเราเบาๆแล้วชมว่า..........ผมนุ่มจังเลย อร๊ายฟิน Smiley
กว่าจะนุ่มได้ขนาดนี้หมดทรีทเมนต์ไปครึ่งกระปุก 555 แต่มันก็คุ้มค่านะ
โดยเฉพาะยิ่งเวลาเค้าไปเที่ยว ช่วงเที่ยวเราจะไม่ค่อยมีเวลามาดูแลผมเท่าไหร่
ดังนั้นการเตรียมผมให้พร้อมก่อนออกทริปจึงเป็นอะไรที่เค้าว่าสำคัญสุดๆไปเลยหล่ะ

- สุดท้าย "เตรียมใจ" ทำตัวเองให้สดใสร่าเริงและคิดบวกให้มากๆ
ก่อนถึงวันสำคัญถ้าเรากังวลมากไปนอกจากจะเครียดเปล่าๆแล้ว
ยังส่งผลต่อทั้งสุขภาพร่างกาย ผิว และผมด้วยน้า พยายามอย่ากังวลมากไป
มั่นใจและรักในแบบที่เราเป็น เชื่อเถอะค่ะกับเดทแรกนั้น
ผู้ชายทุกคนอยากรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเรา และอยากเห็นความสวยในแบบที่เป็นเรา
สิ่งที่ดีที่สุดไม่ใช่การเตรียมตัวแบบเต็มที่ในวันพิเศษ
แต่ให้รักและดูแลกันในทุกๆวัน เพื่อให้ทุกๆวันของเราเป็นวันพิเศษค่ะ Smiley


ท้ายนี้ขออวยพรให้สาวๆทุกคนประสบความสำเร็จในเดทแรก
และพัฒนาให้กลายเป็นรักที่ยั่งยืนนะคะ การที่เราทีใครซักคน
ที่พร้อมจะยืนข้างเราไปจนวันสุดท้ายของชีวิต เป็นเรื่องที่อธิบายความรู้สึกไม่ถูกเลย
ถ้าเจอคนที่ใช่รักษาคนคนนั้นเอาไว้ ดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน
ความรักจะทำให้เราอยู่บนโลกนี้ไปทุกวันอย่างมีความสุข โชคดีค่า

Smiley Lucky in Game & Lucky in Love Smiley

----------------------------------------------------------------------------

แถมท้ายจากที่เกริ่นไปข้างต้นแพนทีนขออาสาช่วยสาวๆแก้ปัญหาผมเสียสิบประการ
ไม่ว่าจะเป็นผมพันกัน ผมไม่เงางาม ผมเปราะขาด ผมแตกปลาย
ผมแห้งผมหยาบ ผมอ่อนแอ ผมชี้ฟู ผมลีบแบน และผมจัดทรงยาก
ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีสูตรให้เลือกตามสภาพปัญหาของเส้นผม
เสร็จแล้วมาแชร์ประสบการณ์ประทับใจกับกิจกรรม

"Moment to Shine , Moment to Share"

ได้ที่
https://apps.facebook.com/pantenemoment/


หรือบอกเล่าเรื่องราวสุดพิเศษของตนเอง ผ่านทาง Instagram
และใส่ hashtags #PanteneMoment

ระยะเวลาร่วมกิจกรรม 15 กรกฎาคม – 13 กันยายน 2556

รางวัลอลังการงานสร้างไม่ว่าจะเป็นรางวัลใหญ่เครื่องเพชร จาก Jubilee
รางวัลประจำสัปดาห์ iPad Mini พร้อมผลิตภัณฑ์จากแพนทีนอีกมากมาย
เข้าอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://apps.facebook.com/pantenemoment/ นะค้า
เค้ารอแอบอ่านเรื่องราวน่ารักๆจากสาวๆอยู่น๊า จุ๊บๆ Smiley




 

Create Date : 09 ตุลาคม 2556    
Last Update : 18 ตุลาคม 2556 20:50:49 น.
Counter : 1372 Pageviews.  

Talking : มะเร็งปากมดลูกป้องกันได้ กับเครื่องมือการตรวจด้วยตนเองแบบใหม่ไม่ต้องอายหมอแล้วจ้า!!!

สาวๆรู้กันหรือไม่ว่า "มะเร็งปากมดลูก" เป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตหญิงไทยมากที่สุด!!!
ซึ่งความน่าเจ็บใจก็คือเป็นมะเร็งประเภทที่รู้สาเหตุและสามารถป้องกันได้นี่สิ
บล็อคนี้อยากให้สาวๆทุกคนได้อ่านกันจะได้รู้จักวิธีป้องกันและดูแลตัวเองนะคะ


Credit : http://www.womeningovernment.org/oncology/hpv

มะเร็งปากมดลูก : Cancer of Cervix เกิดจากอะไร???

มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่ทางการแพทย์สามารถฟันธงได้ว่ามีสาเหตุเกิดจากอะไร
โดยปกติแล้วมะเร็งในจุดอื่นๆแพทย์ยังไม่สามารถบอกได้
ดังนั้นการที่เรารู้สาเหตุของการเกิดมะเร็งเราจึงสามารถป้องกันได้ค่ะ
โดยมะเร็งปากมดลูกนี้เกิดจาก เชื้อไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมา
หรือเชื้อเอชพีวี (Human papilloma virus – HPV )

โดยเมื่อปากมดลูกเกิดการติดเชื้อเจ้า HPV ตัวร้ายแล้ว
จะมีโอกาสก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้ในอนาคต
แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ติดเชื้อจะต้องเป็นมะเร็งนะค้า
เพราะว่าเชื้อ HPV นั้นมีหลายสายพันธุ์มากเรียกกันเป็นหมายเลข
ซึ่งแบ่งง่ายๆออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

-กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง (High risk HPV) มี 13 ชนิด คือ 16, 18,
31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 56, 58, 59, 68
-กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low risk HPV) ได้แก่ 2, 3, 6, 11, 42, 43, 44

***16 และ 18 เป็นสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง
ในการเป็นมะเร็งปากมดลูกมากที่สุดค่ะ!!!

***ส่วนสายพันธุ์อื่นๆแม้จะไม่ก่อให้เกิดมะเร็งแต่ก็เป็นสาเหตุ
ที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆได้ เช่น หูดหงอนไก่ ซิฟิลิส ฯลฯ

-------------------------------------------------------------------------------------

มะเร็งปากมดลูกขั้นต้นมีอาการอย่างไร???

นี่คือความน่ากลัวของมะเร็งปากมดลูก คือ ไม่มีอาการให้สังเกตเห็น!!!
มีระยะฟักตัวนานเป็น 10-20 ปีกว่าจะออกอาการเจ็บป่วยก็ลุกลามใหญ่โตแล้ว
ดังนั้นคนที่ติดเชื้อในช่วงแรกจึงไม่มีทางรู้ ไปตรวจพบเอาเมื่อสายไปแล้ว
แต่เราสามารถรู้ได้โดยการ "ตรวจภายใน" ซึ่งเป็นการตรวจสุขภาพที่ผู้หญิงทุกคนควรทำ

-------------------------------------------------------------------------------------

มะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันได้จริงหรือ???

ตอบได้อย่างชัดเจนว่า "จริง" เพราะเรารู้สาเหตุแล้วว่าเกิดจากเชื้อไวรัส HPV
ดังนั้นถ้าเราป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อ HPV ได้ก็คือตัดสาเหตุของการเกิดมะเร็งนั่นเอง
ก่อนอื่นต้องรู้เสียก่อนว่าเชื้อ
HPV สามารถติดต่อได้ทางใด
เชื้อ
HPV นั้นติดต่อทางเพศสัมพันธ์ !!! ดังนั้นความเสี่ยงจะเกิดมากกกก
กับผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์กับคู่ครองหลายคน สาวไหนมีกิ๊กมากพึงระวังนะคะ
สำหรับสาวๆที่มีเพศสัมพันธุ์ตั้งแต่อายุยังน้อยด้วย เพราะช่วงวัยรุ่น
จะเป็นช่วงที่ปากมดลูกกำลังเจริญพันธุ์ทำให้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อได้มากกว่า
หรือมีประวัติการเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เริม ซิฟิลิส และหนองใน เป็นต้น
เพราะโรคเหล่านี้ก็มีสาเหตุมาจากเชื้อ HPV แม้จะไม่ใช่เชื้อกลุ่มที่เป็นสาเหตุของมะเร็งก็ตาม
ซึ่งจริงๆแล้วเชื้อ HPV นั้นมีอยู่ทั่วไป แต่จะติดเชื้อและออกอาการที่ปากมดลูก
ในจุดมีรอยแผลหรือรอยถลอกเล็กๆ ซึ่งมักเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์นั่นเองค่ะ
แต่ไม่ได้หมายความว่าการมีเพศสัมพันธ์กับคู่ครองหลายคนเท่านั้นถึงจะเสี่ยง
การคลอดลูกหลายคน หรือการที่สามีเคยเป็นโรคทางเพศสัมพันธ์ การสูบบุหรี่
การทานยาคุม การที่ร่างกายไม่แข็งแรง ก็ทำให้เกิดความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น
หลายครั้งที่ภรรยาและสามีต่างไม่เคยมีความสัมพันธ์ใดๆกับคนอื่น
ก็ตรวจพบว่าภรรยาเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ ดังนั้นสรุปคือทุกคนมีความเสี่ยงค่ะ
นอกจากการดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงแล้วยังสามารถป้องกันได้
ด้วยการ "ตรวจภายใน" และ "การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV"
ซึ่งผู้หญิงเราควรตรวจภายในทุก 1-3 ปี หรือชื่อที่เคยได้ยินกันคือ
"การตรวจแปปสเมียร์" ซึ่งเป็นการตรวจภายในประเภทหนึ่ง
ที่เป็นการตรวจภายในร่วมกับการเก็บเซลล์ปากมดลูกไปตรวจทางเซลล์วิทยาค่ะ
และอีกวิธีคือ
"การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV"  ซึ่งเป็นเหมาะสำหรับฉีด
ในเด็กวัยประมาณ 13-14 ปี เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ถ้าติดเชื้อแล้ววัคซีนที่ฉีดจะไม่เป็นผล
ซึ่งในสาวๆก็สามารถฉีดได้ แต่แนะนำว่าให้ตรวจภายในคัดกรองมะเร็งปากมดลูกก่อน
ถ้าพบว่าไม่มีการติดเชื้อก็ควรทำการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันตัวเอง
โดยการแพทย์ปัจจุบันพบว่าวัคซีนสามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV
ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดมะเร็งโดยราคาแบ่งตามจำนวนสายพันธุ์
ยิ่งหลายสายพันธุ์ราคายิ่งสูง แต่จะป้องกันการติดเชื้อได้นานคาดว่าน่าจะ 10 ปีค่ะ

-------------------------------------------------------------------------------------



Credit : http://www.tips-healthy.com/2013/05/29/what-is-pap-smear/

ผู้หญิงเสียชีวิตด้วยมะเร็งปากมดลูก
เพราะว่าอายที่จะตรวจภายใน!!!


ต้องยอมรับความจริงที่ว่าสาวไทย "อาย" ที่จะไปตรวจภายใน
เพราะอย่างเค้าเองก็ยอมรับว่ายังไม่เคยตรวจ เพราะคิดว่าเราอายุยังไม่มาก
ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และการไปนอนให้คุณหมอส่อง แหะๆ ยังมิกล้าพอง่ะ
แต่จากที่ได้ไปฟังคุยหมอพูดถึงอันตรายและความเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูกแล้ว
มั่นใจว่าจะต้องหาโอกาสไปตรวจเร็วๆนี้แน่นอนค่ะ ซึ่งการตรวจภายใน
นอกจะเป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งแล้วยังเป็นการตรวจสุขภาพทั่วไป
ว่ามีอาการผิดปกติอะไรทางมดลูกหรือไม่ เช่น เนื้องอก หรือการติดโรคอื่นๆ
ซึ่งคุณหมอคอนเฟิร์มให้ว่าไม่เจ็บและใช้เวลาแป๊บเดียว 5 นาที ก็เรียบร้อยจ้า !!!

-------------------------------------------------------------------------------------

ทางเลือกใหม่กับการตรวจคัดกรอง
มะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง!!!
กับ iCheckTest Cervical Cancer

นอกจากการไปตรวจภายในกับคุณหมอที่โรงพยาบาลแล้ว
ในต่างประเทศฝั่งยุโรปอย่างเนเธอร์แลนด์ก็มีวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
แบบที่ไม่ต้องเดินทางไปขึ้นขาหยั่งให้คุณหมอส่องแล้ว
ด้วยการใช้ชุดอุปกรณ์สำหรับเก็บตัวอย่างในช่องคลอดด้วยตนเอง !!!
และปัจจุบันบ้านเราก็เริ่มนำมาใช้แล้ว กับ เจ้าอุปกรณ์
iCheckTest
ซึ่งเค้าได้ไปฟังคุณหมอบรรยายเกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกและพูดถึงอุปกรณ์นี้มา
การที่เริ่มนำวิธีการตรวจแบบนี้เข้ามาเพราะต้องการลดการเกิดมะเร็งปากมดลูก
สำหรับสาวๆที่ยังเขินอายต่อการไปตรวจภายในให้ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
วิธีการง่ายมากค่ะ แค่ซื้อเซ็ตอุปกรณ์
iCheckTest ตามคลินิก/ศูนย์การแพทย์ใกล้บ้าน
หรือซื้อทางออนไลน์ผ่าน  http://www.ichecktest.net  และ www.icheckbuy.com
ได้มาปุ๊บก็ทำการเก็บตัวอย่างด้วยตัวเอง เสร็จแล้วก็ทำการส่งตัวอย่างกลับไปทางไปรษณีย์
และก็รอรับผลการตรวจอยู่ที่บ้านได้เลย ไม่ยากไม่วุ่นวายและแก้ปัญหาเขินอายได้แน่นอนค่ะ



หน้าตาของกล่องอุปกรณ์ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง


iCheckTest
"iCheck" The HPV Self-collection Test

ราคา : 1,500 บาท
สถานที่ซื้อ
: คลินิก/ศูนย์การแพทย์ใกล้บ้าน หรือซื้อทางออนไลน์ผ่าน  http://www.ichecktest.net  และ www.icheckbuy.com



อุปกรณ์ในกล่องจะมี คู่มือวิธีการใช้ ,“แปรงอีวาลีน” (Evayn Brush)
คือ
แปรงเก็บตัวอย่างด้วยตัวเอง , ซองพลาสติกเก็บแปรงพร้อมเอกสารการส่งตรวจ
และมีเชือกกับเทปกาวใสไว้ปิดกล่องเพื่อส่งพัสดุทางไปรษณีย์ค่ะ



หน้าตาของแปรงเก็บตัวอย่างด้วยตัวเอง
“แปรงอีวาลีน” (Evayn Brush)
เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท ROVER MEDICAL DEVICES ประเทศเนเธอร์แลนด์
ซึ่งผ่านการพัฒนาและวิจัยมาแล้วว่ามีความถูกต้องทางการแพทย์
ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย ผู้หญิงทุกคนสามารถทำเองได้ปลอดภัยในการใช้งานจ้า



วิธีการใช้ก็คือถอดปลอกสีชมพูออกแล้วสอดเข้าไปในช่องคลอด
ดันหัวแปรงเข้าไปให้สุดหมุนๆแปรง 5 รอบ เสร็จแล้วดึงขนแปรงกลับ
ปิดฝาเก็บใส่กล่องแพ็คใส่ซองพลาสติกเป็นอันเรียบร้อย
ในใบคู่มือจะอธิบายวิธีการใช้ไว้อย่างละเอียด หรือ ใครยังงงๆเค้ามีคลิปให้ดูด้วยจ้า



การเก็บตัวอย่างสามารถเก็บเวลาใดก็ได้
ให้ผลไม่ต่างกัน ยกเว้นช่วงที่มีประจำเดือนค่ะ



วันที่ไปฟังคุยหมอพูดได้มีโอกาสจับตรงขนแปรงของจริงด้วย
เค้าบอกว่าดีไซน์มาให้อ่อนนุ่มแล้ว แต่เอาจริงๆจับแล้วก็ยังเป็นพลาสติก
ไม่ได้นุ่มนิ่ม แต่ก็ไม่ได้แข็งมากมาย คงเพื่อให้สามารถกวาดเก็บตัวอย่างได้อ่าเนอะ
แต่เวลาตรวจจริงห้ามเอามือไปสัมผัสส่วนของขนแปรงโดยเด็ดขาดนะค้า
เดี๋ยวจะมีการติดเชื้อโรคจากมือได้ ตั้งแต่แนวกันตรงกลางแปรงห้ามสัมผัสค่า



เมื่อเก็บตัวอย่างเรียบร้อยก็ทำการกรอกรายละเอียดในใบตรวจให้เรียบร้อย
เก็บแพ็คกล่องดังเดิม สามารถส่งไปรษณีย์ได้เลยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ

-------------------------------------------------------------------------------------

สรุป

- มะเร็งปากมดลูกป้องกันได้ด้วยการตรวจภายในเป็นประจำ

- การฉีดวัคซีนสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ในกรณีคนที่ยังไม่ได้รับเชื้อ

- การตรวจด้วยตนเองด้วยอุปกรณ์
iCheckTest จะสามารถทราบผล
เพียงแค่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ต่างจาการตรวจภายใน
ที่คุณหมอจะเช็คสุขภาพโดยรวมทั้งหมดของมดลูกให้ด้วย
ซึ่งถ้าไม่เขินอายแล้วแนะนำว่าตรวจภายในจะให้ผลที่ครอบคลุมมากกว่าจ้า

-------------------------------------------------------------------------------------

หวังว่าบล็อคนี้จะเป็นประโยชน์แก่สาวๆ
ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพและหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำนะคะ
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมค่า Smiley




 

Create Date : 13 กันยายน 2556    
Last Update : 9 ตุลาคม 2556 16:24:43 น.
Counter : 6032 Pageviews.  

Talking : มาพูดคุยไขข้อข้องใจการดูแลผมทำสีทำอย่างไรให้สีผมติดทน และม้วนผมอย่างไรให้ลอนผมอยู่ทนจ้า




 

Create Date : 09 สิงหาคม 2556    
Last Update : 9 สิงหาคม 2556 12:42:21 น.
Counter : 519 Pageviews.  

1  2  3  

SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 530 คน [?]




..........ชื่อ "ทราย" นะค๊า นามแฝงที่ใช้ก็มี SaRaY และก็ Mhunoiii (หมูน้อย) ค่า สนใจการถ่ายภาพ กะการแต่งหน้า จากเป็นงานอดิเรกจะกลายเป็นงานประจำอยู่แล้ว 555 เลยอยากจะทำบลอคเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มานะค๊า ได้มากบ้างน้อยบ้าง มั่วๆกันปายยยย อิอิ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.mhunoiii.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ปล.ห้ามมิให้นำภาพใดๆจากในบล็อคไปใช้เพื่อการขายของโดยเด็ดขาดนะคะ !!!

---------------------------------------------------------

hits
New Comments
Friends' blogs
[Add SaRaY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.