Group Blog
 
All blogs
 

Preview : NIVEA Body Milk โลชั่นน้ำนมเนื้อบางเบาแต่บำรุงให้ผิวนุ่มด้วยวิตามินอี&น้ำมันอโวคาโด












ผิวแห้งกร้านแต่จะทาครีมก็เหนียวเหนอะหนะ
นี่แหละเนอะปัญหาที่ทำให้ผู้หญิงไทยไม่อยากทาครีมบำรุงผิว
บล็อคนี้เลยจะพาไปร่วม Workshop เปิดตัว นีเวีย บอดี้ มิลค์ กัน
กับโลชั่นเนื้อน้ำนมที่เค้าบอกมาว่าให้ผิวนุ่มเด้งแต่เนื้อบางเบาขั้นสุด
พร้อมเก็บสาระเรื่องการดูแลผิวจากในงานมาฝากกันด้วย ไปชมกันเลยค่า



อาบแดด เอ้ย...ถ่ายภาพหมู่ก่อนเข้างาน
บล็อคเกอร์มากันคับคั่ง ยิ้มจนตาหยีแดดแรงเกิ๊น



เริ่มงานกันด้วยการมาเรียนรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ผิวเราเสียความชุ่มชื้น
เหตุอย่างแรกเลยก็คือ...."แสงแดด" อ้าวเฮ้ยแล้วที่ไปยืนถ่ายรูปหมู่ตะกี๊นั้น Smiley

จากการวิจัยพบว่าแต่ละวันผิวเสียความชุ่มชื้นได้มากถึงปริมาณน้ำ 2 แก้วต่อวัน!
ซึ่งรังสี UV ในแสงแดดก็เป็นหนึ่งในสาเหตุหลัก
โดยแดดจะมีความเข้มข้นของรังสี UV มากสุดในช่วง 10 โมง - บ่าย 3
ซึ่งการใส่เสื้อแขนยาว กางร่มนั้นมิได้ช่วยปกป้องความชุ่มชื้นของผิว
ไม่ให้ระเหยออกได้ทั้งหมดนะจ๊ะ เอาง่ายๆกันร้อนยังแทบมิได้เลย แหะๆ



ยืนฟังสาเหตุการเสียความชุ่มชื้นผิวท่ามกลางแสงแดดสาเหตุหลักได้สักครู่
ก็มีเจ้าหน้าที่เอาเครื่องวัดความชุ่มชื้นมาวัดผิวให้ โถๆๆๆจะเหลือเท่าไหร่ล่ะคะลูกขา
ช็อคกับผลที่ได้ไปตามๆกันแหะๆ แต่ของเค้ารอดนะเว้ยนี่เป็นสายโบกครีม



ต่อกันด้วยสาเหตุต่อมานั่นก็คือ "การอาบน้ำ" นั่นเอง
ฟังดูไม่น่าเกี่ยวแต่เกี่ยวมากตรงที่วิธีการอาบนี่หล่ะ
เชื่อว่าหลายคนติดการอาบน้ำอุ่นเพราะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายดีใช่ไหมล่ะ

แต่การอาบน้ำที่ดีอุณหภูมิไม่ควรเกิน 27-37 องศาเซียลเซียสนะเธอ
เพราะถ้าเราอาบน้ำอุ่นที่เกิน 37 องศาขึ้นไป ความร้อนจากน้ำจะเปิดรูขุมขนเรา
รวมถึงชะน้ำมันเคลือบผิว ทำให้ความชุ่มชื้นในผิวเสียออกไป
ทั้งขณะที่อาบและหลังจากอาบน้ำ

ทำให้ผิวแห้งกร้าน และบางคนหลังอาบน้ำรู้สึกเลยว่ามีอาการแห้งคัน
หนักกว่านั้นนี่ขึ้นผดได้เลย แต่จะไม่อาบน้ำอุ่นเลยคงทำใจกันมิได้
ดังนั้นถ้าเสพย์ติดน้ำอุ่นจริงๆอย่าปรับไปร้อนมากแล้วควรอาบไม่เกิน 15 นาทีนะจ๊ะ

ส่วนตัวเค้าเป็นคนอาบน้ำเย็นตลอด
มาอาบน้ำอุ่นบ้างก็ตอนหลังออกกำลังกายบางวันนี่หล่ะ
มันช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้ดี๊ดีเนอะ
แต่จะอาบไม่นานและเสร็จแล้วจะพยายามราดตามด้วยน้ำธรรมดา
ให้รู้สึกนิดนึงว่าได้ทำการราดปิดรูขุมขนแล้วนะ Smiley



นอกจากอุณหภูมิน้ำแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่มาพรากความชุ่มชื้นจากผิวเรา
ก็คือ "สบู่/ครีมอาบน้ำ"
เพราะเค้าทำหน้าที่ทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนผิว
ซึ่งสารทำความสะอาดเหล่านี้จะดึงน้ำมันเคลือบผิวของเราออกไปด้วย
ทำให้ผิวเราสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

เฮ้อแดดก็ยังต้องโดน น้ำก็ต้องอาบทุกวัน....หรือว่าใครไม่อาบ555
เอาว่าเป็นปัจจัยรายวันที่เลี่ยงกันไม่ได้จริงๆ



และอีกหนึ่งสาเหตุที่เราชอบลืมกันไปนั่นก็คือ"การอยู่ในห้องแอร์"
ถามว่าด้วยอากาศร้อนตับแตกของเมืองไทยใครบ้างไม่อยู่ห้องแห้ง
เอาง่ายๆคนส่วนใหญ่นั่งทำงานในออฟฟิศกับนอนตอนกลางคืน
ก็อยู่แอร์ไปแล้วเกือบวัน จะออกนอกห้องแอร์แคร์ตอนพักออกไปหาอะไรทาน
แต่ร้อนเบอร์นี้ก็เลือกทานในห้างหล่ะเนอะ เพราะออกไปก็เจอแดดเข้าไปอีก

การอยู่แอร์นั้นส่งผลให้ผิวแห้งกร้านได้มากจริงๆ
เพราะในห้องแอร์ความชื้นน้อยอากาศจะแห้งกว่าปกติ
ทำให้ความชุ่มชื้นผิวสูญเสียออกไปได้ง่ายจนสังเกตได้
ว่าลูบไปจะพบว่าผิวแห้งสาก บางคนแห้งจนคัน
ยิ่งเกายิ่งมันส์ถลอกได้แผลกันเลยทีเดียว



แล้วเราจะดูแลผิวไม่ไห้ขาดความชุ่มชื้นได้อย่างไรล่ะ?
งานนี้มีคุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านผิวหนังมาเล่าวิธีดูแลผิวให้ฟังกัน
คุณหมอบอกว่าการดูแลผิวต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอ
เราไม่สามารถเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผิวเสียความชุ่มชื้นได้ทั้งหมด
ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือการป้องกันและการเติมความชุ่มชื้นนั่นเอง

สำหรับการป้องกันก็เช่น การเลี่ยงแดด การไม่อาบน้ำอุ่น ไม่อยู่แอร์นานๆ
ซึ่งก็คงเป็นไปได้ยากสำหรับการต้องใช้ชีวิตปกติเนอะ
ดังนั้นเราจึงความเติมความชุ่มชื้นให้เพียงพอซึ่งควรจะเติมจากทั้งภายในและภายนอก
นั่นก็คือการทานน้ำให้ได้ปริมาณที่เพียงพอต่อวัน
ที่เราเรียนกันมาตั้งแต่ประถมหล่ะว่าประมาณ 6-8 แก้ว
เพราะนอกจากจะช่วยชดเชยความชุ่มชื้นของผิวที่เสียไปแล้ว
แล้วยังสำคัญต่อระบบการทำงานต่างๆของร่างกายด้วย
รวมถึงการทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างพวกวิตามินเกลือแร่
ที่จะช่วยบำรุงผิวเราให้แข็งแรงจากภายใน



และอีกหนึ่งวิธีที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน
ก็คือการทาครีมบำรุงที่ช่วยเติมและล็อกความชุ่มชื้นผิว
อย่างผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของนีเวียที่เปิดตัวในวันนี้ คือ

NIVEA Intensive Moisture Body Milk


เค้าบอกว่าเป็นโลชั่นเนื้อน้ำนม ที่สามารถเข้าไปฟื้นบำรุงผิวแห้งกร้าน
และมอบความชุ่มชื้นแก่ผิวอย่างล้ำลึก พร้อมช่วยล็อกความชุ่มชื้น
ให้ผิวนุ่มเด้งอิ่มน้ำได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมง ด้วยส่วนผสมดังนี้...

- วิตามินอี 50 เท่า* ช่วยฟื้นบำรุงผิวแห้งกร้านเสียให้กลับนุ่มชุ่มชื้น อิ่มน้ำทันที
*เมื่อเทียบกับความเข้มข้นของวิตามินอีในนีเวียสูตรอื่น

- น้ำมันสกัดจากอโวคาโด ซึมเข้าบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก
ให้ผิวดูเรียบเนียน พร้อมปกป้องผิวไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื้นระหว่างวัน
และคงความนุ่มชุ่มชื้นยาวนาน

และเป็นสูตร pH Balance ที่มีค่าความเป็นกรดด่างใกล้เคียงกับผิว
จึงไม่ทำร้ายสมดุลผิวตามธรรมชาติ



ทั้งตากแดดทั้งอยู่ห้องแอร์โบกค่ะโบก
ขวดวางอยู่ตรงหน้ามีเหรอจะไม่ลอง Smiley



กลิ่นและเนื้อผลิตภัณฑ์

โลชั่นสีขาวขุ่นสมตามชื่อว่าเป็นโลชั่นแบบเนื้อน้ำนม
คือมีความเหลวลื่นปรื้ดลูบแล้วซึมผิวไวมากถึงมากที่สุด
ถ้าเทียบกับครีมบำรุงที่เคยลองมายกให้ นีเวีย บอดี้ มิ้ลค์ ตัวนี้บางเบาสุดๆไปเลย

หลังโลชั่นซึมลงผิวแล้วไม่ทิ้งความเหนอะหนะแม้แต่น้อย
ไม่มีความหนึบผิวเลยนะ ผิวไม่ขึ้นเงา ไม่มัน แห้งสนิทจริงๆ
และเมื่อเหงื่อออกจะไม่ขึ้นเป็นคราบขาวๆเยิ้มออกมา

กลิ่นเป็นสไตล์นีเวียที่คุ้นเคยแต่เค้ารู้สึกว่ากลิ่นมันละมุนขึ้น
เป็นกลิ่นแบบหอมอ่อนๆเหลือติดผิวแค่จางๆ
แต่จะได้กลิ่นของแอลกอฮอล์เล็กน้อยค่ะ

รายละเอียดส่วนผสมไปดูได้ที่ >>>CLICK<<<
มีส่วนผสมของ Alcochol Denat ซึ่งเค้าได้สอบถามโดยตรงจากแบรนด์
เค้าบอกว่าใส่มาเพื่อช่วยให้ได้เนื้อผลิตภัณฑ์ที่บางเบาซึมผิวไว
แต่ในเรื่องของผลที่จะไปทำให้ผิวเสียชุ่มชื้น
จากการวิจัยของเค้าแจ้งว่า
ความชุ่มชื้นที่ได้จากวิตามินอีและน้ำมันอโวคาโด
เพียงพอที่จะบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นได้ตลอดวัน

แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ผิวระคายเคืองง่าย
เนื่องจากมาแอลกอฮอล์และน้ำหอม
เค้าแนะนำให้ทำการเทสดูก่อนก็ดีเนอะ



หลังลองนีเวีย บอดี้ มิลค์ ก็มาวัดความชุ่มชื้นผิวกัน
ใครที่ไม่ค่อยบำรุงนี่เห็นชัดเลยว่าค่าความชุ่มชื้นจะต่างกันมากๆ

ของเค้าค่อยยังชั่วไม่ค่อยต่างเพราะเป็นคนชอบบำรุงผิวอยู่แล้ว
ปกติจะใช้ครีมเนื้อเข้มข้นผสมออยล์เข้าไปอีก
แล้วโบกแบบนี้หลังอาบน้ำทุกวัน ความชุ่มชื้นผิวเลยจัดว่าดี
ส่วนตัวเค้าทำจนชิน แต่หลายคนที่ยังไม่แอดวานซ์เบอร์นี้
ค่อยๆเริ่มบำรุงจากเนื้อเบาๆก่อนก็ได้ฮะ Smiley



สรุปให้ว่า 
นีเวีย บอดี้ มิ้ลค์ เป็นโลชั่นบำรุงผิวที่มีจุดเด่นสุดในเรื่องของเท็กซ์เจอร์เนื้อบางเบาจริงจัง
เหมาะมากๆสำหรับมือใหม่หัดบำรุงผิวที่ไม่ชอบอะไรที่เนื้อหนักหรือเหนอะหนะ
คุณผู้ชายก็สามารถใช้ได้ ไม่รู้สึกรำคาญผิวแน่นอนไม่เชื่อไปลองกันดู

นีเวีย บอดี้ มิ้ลค์ มีวางจำหน่ายแล้วตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปเลยจ้า
ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าตังสุดๆ ขนาด 250ml 65 บาท
ขนาด 400
ml 155 บาท และขนาด 600ml 225 บาท

ช่วงนี้(ธันวา59) ขวด 400ml มีโปรลดเหลือ 99 บาทด้วยถูกไปอี๊กกก!!!



จบงานกันด้วยภาพหมู เอ้ยภาพหมู่ที่มีหมูอยู่ข้างหน้า555
ไม่ใส่ส้นสูงมาก็เงี้ยยืนแล้วเป็นหลุมอากาศ

หวังว่างบล็อคนี้จะเป็นประโยชน์กัน
แล้วบล็อคหน้าจะพาไปงานเปิดตัวอะไรอย่าลืมติดตามกันน้า
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าค่า

Smiley XOXO
Smiley

-----------------------------------------------------------------------------

Disclaimer
: Sponsored Content by NIVEA
***All opinions are my own
Information : http://www.nivea.co.th
https://web.facebook.com/NIVEAThailand




 

Create Date : 09 ธันวาคม 2559    
Last Update : 21 ธันวาคม 2559 9:54:42 น.
Counter : 67390 Pageviews.  

หมูพาทัวร์งาน “Lactacyd Woman We Care” ดูแลสุขอนามัยน้องสาว& รณรงค์ป้องกันภัยจากมะเร็งปากมดลูกกันค่า

สวัสดีค่า.....มาเจอกันในหมวดอีเวนท์
ซึ่งบล็อคนี้จะชวนมาเม้ามอยกันเรื่องใกล้ตัว
เกี่ยวกับสุขอนามัยของน้องสาวและเรื่องมะเร็งปากมดลูก
จะสาวน้อยหรือสาวใหญ่ก็ไม่ควรละเลยนะจ๊ะ
เก็บความรู้จากในงานมาฝากกันเพียบไปชมกันเลยค่า



Lactacyd Woman We Care

งานจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา ณ ลานลิฟต์แก้ว CTW
กับแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่สาวๆแสนจะคุ้นเคย
แลคตาซิด (Lactacyd) นั่นเอง....ไม่น่าเชื่อเลยว่าเค้าอยู่กับเรามา 25 ปีแล้วนะนี่
ภายใต้บริษัท ซาโนฟี่ - อเวนตีส (ประเทศไทย) จำกัด

--------------------------------------------------------------------------------------

ในงานมีกิจกรรมเป็นฐานต่างๆในผู้ร่วมงานได้ร่วมสนุกกัน
โดยมีกิมมิกน่ารักๆที่ให้เราได้ความรู้เรื่องการดูแลสุขอนามัยน้องสาวแบบไม่น่าเบื่อ




มาทำความรู้จักเรื่องค่าความเป็นกรดเป็นด่างกัน!

จุดแรกเป็นฐานการทดลองเล็กๆเหมือนย้อนวัยไปสมัยประถม555
ค้ามีกระดาษลิตมัสหรือกระดาษที่ใช้เทสความเป็นกรดเป็นด่างหรือค่า pH ไว้ให้
โดยให้เราวัดค่า pH ของ น้ำสบู่ เปรียบเทียบกับ Lactacyd

ผลการทดลองชัดเจนเลยเมื่อจุ่มกระดาษลิตมัสลงในน้ำสบู่
แถบกระดาษเปลี่ยนเป็นสีเขียวปี๋ เมื่อเทียบการชาร์ตแล้วประมาณ 7 = เป็นด่าง
ส่วน Lactacyd จุ่มแล้วออกเป็นสีส้มเหลืองประมาณ 3 = เป็นกรดอ่อนๆ


ค่าความเป็นกรดเป็นด่างที่ได้บอกอะไร?

สาเหตุที่เราควรทราบค่า pH ของผลิตภัณฑ์แต่ละอย่างที่ใช้
เพราะผิวหนังแต่ละส่วนของร่างกายเรามีค่า pH ที่แตกต่างกัน
โดยจุดซ่อนเร้นของสาวๆจะมีค่าอยู่ที่ประมาณ 3.8-4.2 จัดว่าเป็นกรดอ่อนๆ

เมื่อเทียบกับค่าที่วัดได้จากด้านบน 
Lactacyd จึงมีค่า pH ที่เป็นกรดอ่อนๆซึ่งเหมาะสมใกล้เคียง
กับผิวหนังในจุดซ่อนเร้นที่บอบบางนั่นเอง


สมดุลของความเป็นกรดเป็นด่างสำคัญอย่างไร?

หากสภาพกรดอ่อนๆในจุดซ่อนเร้นดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป
จะทำให้กลไกการควบคุมเชื้อโรคตามธรรมชาตินั้นเสียไปด้วย  
ซึ่งอาจนำไปสู่การระคายเคือง คัน เจ็บ 
เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์จากแบคทีเรียชนิดไม่ดีที่เพิ่มจำนวนขึ้น 
ตลอดจนอาจเกิดการอักเสบติดเชื้อบริเวณจุดซ่อนเร้นตามมาได้

ดังนั้นค่า pH ของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ใกล้เคียงกับจุดซ่อนเร้น
ก็จะช่วยทำความสะอาดพร้อมช่วยคงสมดุล
โดยที่ไม่ไปรบกวนสมดุลความเป็นกรดด่างตามธรรมชาติจ้า

----------------------------------------------------------------------------------------

ขอมาเข้าโหมดวิชาการกันสักนิด 
แต่รับประกันว่ามีประโยชน์ไม่น้อยสำหรับผู้หญิงอย่างเรา
ว่าจริงๆแล้ว.....กลไกตามธรรมชาติของเรามีวงจรอย่างไร?
ดูตามรูปภาพจะช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้นจ้า



ตามปกติช่องคลอดของผู้หญิงจะอยู่ในสภาวะเป็นกรด
จากกลไกที่ผนังช่องคลอดถูกกระตุ้นโดยฮอร์โมนเพศที่ชื่อว่า “เอสโตรเจน”
ให้สะสมคาร์โบไฮเดรทชนิดหนึ่งเรียกว่า “ไกลโคเจน” 
โดยสารไกลโคเจนนี้จะถูกแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บริเวณช่องคลอด
ที่ชื่อว่า “แล็คโตบาซิลลัส” ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดดีย่อยจนเกิดเป็น “กรดแลคติก” 
และกรดแลคติกนี้เองจะช่วยรักษาสภาพความเป็นกรด-ด่างของช่องคลอด
ให้มีสภาพเป็นกรดอ่อนๆ (pH3.8-4.2) 
จึงช่วยปกป้องจุดซ่อนเร้นจากเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคได้

ดังนั้นหากกลไกธรรมชาติเสียสมดุล
เราก็อาจะเสี่ยงต่ออาการตกขาวที่ผิดปรกติ อาการคัน 
รวมถึงกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์นะคะ เพราะฉะนั้นการดูแลจุดซ่อนเร้นอย่างถูกวิธี
เป็นเรื่องที่ผู้หญิงอย่างเราจะละเลยไม่ได้นะจ๊ะ



อีกสองจุดก็เป็นกิจกรรมสนุกๆที่ย้ำความรู้เรื่องสมดุลของค่า pH 
ไม่ว่าจะเป็นฐานเกมส์เต้น....คือย้อนวัยมาก555 
ต้องเหยียบให้ถูกติดกันต่อเนื่องจนกว่าจะถึง pH 4
แต่ด้วยความที่สกิลอันแสนต่ำต้อยของเค้าจึงไปได้แค่ 6 แหะๆ

อีกจุดให้ถ่ายรูปมุ้งมิ้งบนฐานบาลานซ์  pH 
แชะแล้วแชร์พร้อมใส่แฮชแท็ก #lactacydwomanwecare ในงาน
ก็รับไปเลยภาพปรินท์ฟรุ้งฟริ้ง



เริ่มงานด้วยการเปิดตัวแขกรับเชิญคนสวย
ชมพู่-อารยา เจ้าสาวหมาดๆ ออร่าพุ่งมว๊ากกกก Smiley



บรรยากาศพูดคุยบนเวทีโดยมีคุณหมอจรรย์ธร กฤษฎาพงษ์
มาร่วมพูดคุยให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขอนามัยของสาวๆ
และการรณรงค์ให้ความรู้เรื่อง มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตหญิงไทยมากที่สุด
แม้จะพบน้อยเป็นอันดับสองรองจากมะเร็งเต้านมก็ตาม
แต่เป็นมะเร็งประเภทที่รักษาให้หายขาดได้ถ้าตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ
ดังนั้นการป้องกันก็คือหมั่นตรวจภายในเป็นประจำทุกปี
โดยสามารถเริ่มตรวจได้ตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไปหรือตั้งแต่เริ่มมีเพศสัมพันธ์
แต่ถ้าอายุ 30 ปีขึ้นไปควรตรวจตลอดไม่ว่าจะมีหรือไม่มีเพศสัมพันธ์ก็ตามค่ะ



ส่วนการดูแลสุขอนามัยคุณหมอเล่าให้ฟังว่า.......

"........การทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นด้วยน้ำเปล่า
ที่มีค่า pH เป็นกลาง (ประมาณ 7) สามารถใช้ล้างได้
โดยไม่ทำลายสมดุลความเป็นกรดก็จริง
แต่น้ำเปล่าสามารถทำความสะอาดสิ่งสกปรกได้เพียง 65% เท่านั้น
จึงอาจจะไม่สามารถชะล้างคราบไขมันและสิ่งสกปรกได้เพียงพอ

ดังนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีค่า pH เป็นกรดอ่อน
อย่าง Lactacyd ที่มีกรดแลคติกและสารสกัดจากน้ำนมธรรมชาติ 
ที่ผ่านการทดสอบการระคายเคืองจากแพทย์ผิวหนังแล้ว
จึงช่วยทั้งเรื่องความสะอาดและคงสมดุลความเป็นกรดอ่อนไว้
ทำให้แบคทีเรียดียังคงอยู่ ไม่ต้องกังวลในเรื่องกลิ่นอับชื้น ตกขาว
โดยสามารถใช้ ได้ทุกวันเช้า-เย็น ไม่ใช่เฉพาะช่วงมีประจำเดือนเท่านั้น
โดยใช้ล้างเฉพาะภายนอก ห้ามใช้สวนล้างภายในนะคะ........"



สำหรับบ้านเราตอนนี้ Lactacyd มีให้เลือกเยอะม้ากก ถึง 7 สูตร!
ใครงงๆเลือกไม่ถูกดูความแตกต่างของแต่ละสูตรจากในภาพนี้ได้เลยจ้า

แต่อันที่เค้าสนใจสุดจะเป็นแผ่นเช็ดทำความสะอาดแบบซอง
พกพาได้เหมาะมากเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำข้างนอกบ้านเนอะ



ตามมาด้วยการประมูลเสื้อ Lactacyd Woman We Care
ที่มีลายเซ็นต์ของชมพู่-อารยา
เพื่อช่วยระดมทุนบริจาคให้แก่สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย
ในการรณรงค์ป้องกันมะเร็งปากมดลูก



ซึ่งนอกจากการประมูลเรายังสามารถร่วมสมทบทุนด้านอื่นๆได้ด้วย
ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเสื้อในงานราคาตัวละ 200 บาท
อุดหนุน Lactacyd ทุกหนึ่งขวดก็ได้ร่วมบริจาค 1 บาท
Like & Share หรือ Post ภาพกิจกรรมโครงการก็ร่วมบริจาคได้ด้วยเหมือนกันน้า

ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2558 นะค้า
รายละเอียดเข้าไปชมได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้เลยค่า



จบกิจกรรมบนเวทีไปด้วยการมอบเงินบริจาคจาก Lactacyd
ให้กับสมาคมมะเร็งนรีเวชไทยเป็นจำนวนเงิน 101,940 บาท



และสุดท้ายไฮไลท์ตอนจบของงาน
คือการร่วมยืนแปรขบวนเป็นรูปโบว์สีชมพู
สัญลักษณ์ของการรณรงค์เรื่องโรคมะเร็ง Smiley

หวังว่าเรื่องราวที่นำมาแชร์กันในบล็อคนี้จะเป็นประโยชน์กัน
สุดท้ายอย่าลืมช่วยกันแชร์วิธีการป้องกันมะเร็งปากมดลูก
ด้วยการหมั่นตรวจภายในเป็นประจำเพื่อตัวเองและบอกต่อเพื่อคนที่เรารักเน้อ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าค่า Smiley

---------------------------------------------------------------------------------

More Information




 

Create Date : 22 มิถุนายน 2558    
Last Update : 4 กรกฎาคม 2558 20:55:01 น.
Counter : 1463 Pageviews.  

มาแล้วๆ...AIS Fibre เน็ตบ้านความเร็วสูงเวอร์ถึง 1 Gbps เริ่มต้นที่ 15/5Mbps เดือนละ 590 บาทเท่านั้น!

 ฮัลโหล.....สวัสดีค่ะหนุ่มสาวชาวโซเชียลทั้งหลาย
บล็อคนี้มีข่าวดีข่าวเด็ดมาอัพเดทให้ชมกันจ้า
เรื่องการเปิดตัวอินเตอร์เน็ตบ้านความเร็วสู๊งงงง.....เน้นว่าสูงม๊าก
เพราะจัดเต็มมาถึง 1 ฺGbps !!! กับ AIS Fibre 
เห็นความเร็วก็ตื่นเต้นกันแล้ว จะเริ่ดแค่ไหนตามไปชมกันเล้ยยยย



AIS Fibre เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา
ณ ลานพาร์คพารากอน ซึ่งเค้าได้แอบไปเก็บข่าวมาฝากกันด้วย
โดยในงานให้ทำ Speed Test พิสูจน์กันไปจะๆเลยว่าแรงจริงอะไรจริง
เค้าเทสออกมาได้ Dowload Speed 932.17 Mbps
และ Upload Speed 204.35 Mbps มายก้อดดด!!! Smiley



AIS Fibre
คือ บรอดแบรนด์อินเตอร์เน็ตบ้านที่มีความเร็วสูงสุดถึง 1 Mbps
เป็นรายแรกและรายเดียว ณ ตอนนี้ที่ให้บริการ Pure Fibre อย่างเต็มรูปแบบ
ด้วยการใช้ สายเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fibre Optic)
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ดีกว่าแทนการใช้สายโทรศัพท์หรือสายเคเบิลทีวีแบบเดิมๆ



สายเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fibre Optic) แบบ Pure Fibre
จะลากสายเข้าไปในบ้านหรือที่พักอาศัย
ต่างจากเดิมคือไม่มีการใช้สายทองแดงภายนอกอาคาร
จึงไม่มีปัญหากับความชื้นและฝน ทำให้อินเตอร์เน็ตมีความเสถียรสูง
ไม่ต้องหงุดหงิดกับปัญหาเน็ตติดๆดับๆเวลาฝนตกอีกแล้ว เย้!



ในช่วงแรกนี้พื้นที่ให้บริการ AIS Fibre
จะครอบคลุม 7 จังหวัด ได้แก่ ได้แก่ กรุงเทพฯและปริมณฑล, 
เชียงใหม่, อุดรธานี, ขอนแก่น, ภูเก็ต, ชลบุรี และ โคราช

แต่ในอนาคตจะขยายพื้นที่เพื่อรองรับความต้องการมากขึ้น
โดยสามารถเข้าไปตรวจสอบพื้นที่การใช้บริการ
ได้จากลิงค์นี้เลยฮะ >>> http://www.ais.co.th/fibre/<<<



ราคาแบ่งเป็นสองแบบคือ Home Package 
สำหรับใช้ในบ้านหรือคอนโดเล่นเน็ต อีเมล ดูหนังฟังเพลงทั่วไป
และ Professional Package สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

ในภาพคือราคาของ Home Package ราคาเริ่มต้นคือ...

 ------------------------- สำหรับคอนโด  --------------------------
Downlaod 15 Mbps / Upload 5 Mbps เดือนละ 590 บาท

 --------------------------- สำหรับบ้าน   ---------------------------
Downlaod 20 Mbps / Upload 7 Mbps เดือนละ 750 บาท

ระยะเวลาสัญญา 1 ปี (12 รอบบิล)
***ราคายังไม่รวม Vat 7% นะฮะ




โปรโมชั่นช่วงเปิดตัว 1 พ.ค. - 30 มิ.ย. 2558 
ฟรีค่าติดตั้งมูลค่า 4,000 บาท และได้รับ Wi-fi Router ไปเลย
แถมด้วย AIS Playbox อีกหนึ่งกล่องจ้า

AIS Playbox ที่ได้แถมมาก็คือกล่องดิจิตอลทีวี
ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง AIS Fibre ได้
ช่องฟรีทีวีเพียบ กีฬา หนัง ละคร ภาพยนต์ เพลง คาราโอเกะ จัดเต็ม
จะดูสดก็ได้ดูย้อนหลังก็ได้โดยไม่ต้องติดตั้งจานดาวเทียมฮะ

--------------------------------------------------------------------------------

สมัครแพ็คเกจและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

- เว็บไซด์ www.ais.co.th/fibre

- สมัครผ่าน AIS Fibre Mobile Application
โดยสามารถดาวน์โหลดผ่าน App Store, Google Play
และ Windows Phone Store

   - สมัครผ่าน AIS Shop, Telewiz Shop 
หรือตัวแทนจำหน่ายที่มีสัญลักษณ์ AIS Fibre

ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจมากสำหรับชาวโซเชียล
ใครลองสมัครใช้แล้วมาแชร์ให้ฟังกันบ้างน้า
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าค่า

Smiley XOXO Smiley




 

Create Date : 01 มิถุนายน 2558    
Last Update : 3 มิถุนายน 2558 2:54:33 น.
Counter : 750 Pageviews.  

สวยจากภายในด้วยเมนูประจำฤดูใบไม้ผลิจาก Ootoya อิ่มอร่อยแบบเฮลท์ตี้มีสาระ

 สวัสดีค่าบล็อคนี้มีอาหารมายั่วกันอีกแล้วฮี่ๆ Smiley
แต่ขอบอกว่าเป็นเมนูเฮลท์ตี้เน้นสุขภาพนะฮร้า
กับร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังที่มีกว่า 40 สาขาในประเทศไทย
ร้าน Ootoya ที่เราคุ้นเคยกันดีนั่นเองงงง!!!



ซึ่งเค้าได้เกียรติมาเป็นแขกรับเชิญให้มาพูดคุยเม้ามอย
เรื่องความสวยกับการทานอาหารร่วมกับพี่ฟี่ Madkitty
ในกิจกรรมเวิร์คช็อปดีๆที่ทางโอโตยะ
จัดร่วมกับเว็ปไซต์ความงามชื่อดัง Jeban.com กับงาน

"อาหารเครื่องสำอางจากภายใน by Ootoya"

บรรยากาศของงานจะเป็นอย่างไร 
เมนูเด็ดที่กินแล้วสวยจากภายในคือเมนูอะไรไปชมกันเลยจ้า



มาทำความรู้จักกับร้าน Ootoya กันก่อนเนอะ
ชื่อร้านคำว่า โอโตยะ แปลว่า ประตูใหญ่ ซึ่งก็เหมือนกับร้านเปิดกว้าง
ต้อนรับลูกค้าทุกคนในการเข้ามาทานอาหารที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ 
เปิดในญี่ปุ่นมายาวนานกว่า 55 ปี มีสาขากว่า 250 สาขา 
ในไทยก็ไม่น้อยหน้าน้าเพราะเปิดมาแล้วถึง 11 ปี!

คอนเซ็ปต์ของโอโตยะที่โดดเด่นกว่าร้านอื่นก็คือ
เป็นอาหารญี่ปุ่นสไตล์ Japanese Mom’s Cooking Style 
หรือเป็นอาหารสไตล์ที่คุณแม่ชาวญี่ปุ่นจะทำให้คนในครอบครัวทานที่บ้าน 

นอกจากรสชาติแล้วความใส่ใจในเรื่องของวัตถุดิบ
ก็เป็นเรื่องที่เค้าให้ความสำคัญมากๆ
เพื่อให้ลูก(ค้า)ได้ทานอาหารที่อร่อย มีคุณภาพ 
จะได้มีสุขภาพดีและมีอายุยืนยาวแบบคนญี่ปุ่นนั่นเอง
คอนเซ็ปต์อบอุ๊น อบอุ่น Smiley



เมื่อสาวๆมากันครบก็เริ่มงานกันด้วยบรรยากาศสบายๆ
เม้ามอยกันประสาสาวๆว่ากินอย่างไรให้สวย
เพราะอาหารก็เปรียบได้กับเครื่องสำอางอ่าเนอะ
แทนที่จะสวยแค่ภายนอกก็ทานเข้าไปบำรุงให้สวยจากภายใน

เทคนิคที่เค้ามาแชร์ก็คือการทานอาหารให้ครบหมู่
ตามประสาสาวสายแข็งกินได้ทุกอย่างไม่เลือกกิน 555
ที่เน้นเรื่องนี้เพราะการได้สารอาหารที่ครบถ้วน
จะทำให้ระบบร่างกายเราทำงานได้ดียิ่งขึ้นส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม
โดยเฉพาะการทานผักและผลไม้ซึ่งมีวิตามินสูงจะช่วยบำรุงผิวโดยตรงเลย

และอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เค้าย้ำเสมอคือการออกกำลังกาย
หลักการดูแลตัวเองให้มีหุ่นสวยและสุขภาพดีด้วยแบบง่ายที่สุด
และทุกคนรู้ดีอยู่แล้วก็คือการสร้างสมดุลด้วยการ กิน=เบิร์น
ถ้าเมื่อไหร่ที่กินมากเบิร์นน้อยมันก็อ้วนแค่นั้นเลยจริงๆ
ดังนั้นอยากสวยก็ต้องเลือกทานอาหารที่ด้วยและออกกำลังกายควบคู่นะจ๊ะ

แถมด้วยเคล็ดลับจากพี่ฟี่อีกนิดคือการทานน้ำเยอะๆ
ค่อยๆปรับใครที่เคยทานน้ำน้อยค่อยๆเพิ่มปริมาณ
ทำจนเป็นนิสัยจะทำให้เราทานได้เยอะขึ้นจ้า



ต่อด้วยการสาธิตเมนูอาหารสุดเฮลท์ตี้โดย เชฟน่าน หงษ์วิวัฒน์
และ เชฟชาวญี่ปุ่นจากโอโตยะ โดยเน้นส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพ
ไม่ว่าจะเป็น ปลา ผัก เต้าหู้ สาหร่าย โดยเป็นอาหารในเซ็ตเมนูฤดูใบไม้ผลิ
ซึ่งสาวๆทุกคนที่มาร่วมเวิร์คชอปจะได้หม่ำกันแบบจัดเต็มถึง 3 เมนู 
ได้แก่ ซาวาระชิราชิซูชิ สลัดเต้าหู้สด และ กิมจินาเบ ไปชมภาพแต่ละเมนูกันเล้ยยย



ซาวาระ ชิราชิซูชิ

-------------------------------------------------

เมนูพิเศษประจำฤดูไบใม้ผลิ เรียกได้ว่าเป็นเมนูไฮไลท์ของงานนี้เลย
เรียกชื่อแบบไทยก็คือ 

เมนูข้าวซูชิหน้าปลาอินทรีญี่ปุ่น
ราคาจานเดี่ยว 299 บาท เซ็ต 329 บาท



เป็นข้าวญี่ปุ่นคลุกกับน้ำส้มซูชิ ที่มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย
รองขอบๆด้ววยฟองเต้าหู้ซึ่งนำเข้าจากญี่ปุ่น
แล้วโปะหน้ามาด้วยปลาอินทรีญี่ปุ่น หรือ ปลาซาวาระ ย่างด้วยถ่านจนสุก 
คลุกเคล้ากับซอสอามาซึรสเปรี้ยวหวานซึ่งเค้าว่ารสคล้ายๆกะน้ำส้มซูชิ
ตกแต่งมาด้วยถั่วลันเตาหวานและรากบัวที่มีสรรพคุณช่วยให้ร่างกายเย็นลง
ปิดท้ายตกแต่งด้วยพริกหยวกสีเขียว สีแดง และหอมหัวแดงซอย สีสันสดใสเลย




ปลาอินทรีที่เสิร์ฟมาชิ้นเป้งมาก ซึ่งชื่อปลาซาวาระในภาษาญี่ปุ่น
มีตัวสะกดที่เหมือนกับคำว่า ฮารุ ซึ่งแปลว่า ฤดูใบไม้ผลิ ด้วย จากคำที่พ้องกัน
เค้าจึงยกให้เป็นเมนูสำหรับฤดูใบไม้ผลิ....ล้ำลึกป่ะล่า

อีกอย่างหนึ่งก็คือข้าวซูชิแบบนี้ไม่จำเป็นต้องทานตอนร้อนๆ
เมื่อเย็นแล้วความอร่อยก็ยังคงเดิม จึงเหมาะกับการทำใส่เบนโตะ
พกออกไปทานเวลาไปนั่งชมดอกไม้ช่วงฤดูใบไม้ผลิตนั่นเอง



ส่วนตัวเค้าว่ารสชาติอาจจะไม่คุ้นเคย แปลกใหม่เลยหล่ะ
ปลาเนื้ออินทรีหั่นชิ้นใหญ่เนื้อแน่นๆมีรสเปรี้ยวไปในทิศทางเดียวกับข้าว
อธิบายลำบากคล้ายๆซาบะดองแต่เนื้อแน่นกว่า
กินสลับกับผักกรอบๆเคี้ยวแล้วก็ได้เท็กซ์เจอร์ที่หลากหลายดี
ติดตรงพริกหยวกนิดนึงเพราะปกติเค้าไม่นิยมพริกหยวก
แต่หั่นซอยมาละเอียดแบบนี้ก็พอทานได้อยู่นะ
เอาว่าเป็นเมนูที่ส่วนผสม วัตถุดิบไม่ซ้ำดี
ถ้าใครอยากลองเมนูใหม่ๆเข้ากับบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิ(ของญี่ปุ่น)
ก็เป็นเมนูใหม่ล่าสุดที่โอโตยะนำมาให้คนไทยได้ชิมกันค่า


ถ้าสั่งเป็นเซ็ตจะได้ผักดอง ซุป และไข่ตุ๋นมาด้วย
เค้าชอบไข่ตุ๋นเนื้อเนี๊ยน เนียน คล่องคอ



สลัดเต้าหู้สด

-------------------------------------------------

ราคาจานเดี่ยว 129 บาท



เต้าหู้เนื้อเนียนนุ่มที่ทำสดใหม่ทุกเช้า เพื่อให้ได้รสชาติเนื้อสัมผัสที่ดี
และคงคุณค่าทางโภชนาการได้ครบถ้วน
ดูความเนียนของเนื้อเต้าหู้ซะก่อนน่าหม่ำป่ะหล่า
เสิร์ฟกับผักสลัดและสาหร่ายวากาเมะ
โรยด้วยปลาตัวเล็กๆ ราดด้วยน้ำสลัดญี่ปุ่นรสอมเปรี้ยวให้ความสดชื่น

เมนูนี้เฮลท์ตี้สุดๆได้ทั้งวิตามินจากผักจากสาหร่ายวากาเมะ
ได้โปรตีนจากถั่วเหลือง ได้แคลเซียมจากปลาเล็กปลาน้อย
น้ำสลัดก็ไม่ใช่แบบครีม ใครอยากไทเอ็ทแนะนำเลยมันใช่อ้ะ!



จานนี้หมูจอง!!! ขอยกให้เป็นเมนูที่เค้าเลิฟที่สุด Smiley
เป็นสลัดที่ทานแล้วรู้สึกสดชื่น ถูกจริตกะน้ำสลัดญี่ปุ่นมาก
รสเปรี้ยวๆทาแล้วสดชื่น เหมาะกับกินตอนอากาศร้อนๆช่วงนี้มาก



กิมจินาเบ

-------------------------------------------------

ซุปกิมจิเต้าหู้สด

ราคาจานเดี่ยว 239 บาท ราคาเซ็ต 299 บาท



ซุปกิมจิหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่นใส่เต้าหู้สดเหมือนแบบที่ใส่ในสลัด
ตามมาด้วยผักและกิมจิที่อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่
พร้อมโปรตีนจากหมูชาบูสไลด์บางสัมผัสนุ่มๆจาก S-Pure
และไข่ไก่ยางมะตูมเยิ้มๆ...ที่จะแย่งกันเจาะ555
รสชาติเบาๆไม่เผ็ดมากทานกับเต้าหู้รสจะนวลๆเหมาะกับซดทานเล่น
ด้วยความเผ็ดเล็กน้อยจะช่วยให้รู้สึกเจริญอาหารมากขึ้นฮะ



อาหารที่สั่งแบบเป็นเซ็ตสำหรับคนที่ต้องการความเฮลท์ตี้ยิ่งขึ้น
สามารถสั่งจากข้าวญี่ปุ่นขาว เป็น"ข้าวธัญพืช" ได้นะฮะ
เติมได้ไม่อั้นจนกว่าจะอิ่มตายกันไปข้างนึง 555



หม่ำครบสามเมนูสารอาหารครบเป๊ะ!
ใครอยากลิ้มลองเมนูประจำฤดูใบไม้ผลิของคนญี่ปุ่น
ก็สามารถเข้ามาชมรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆกันได้ที่ Ootoya ฮะ



จบด้วยภาพหมูท่ามกลางภาพหมู่ Smiley

ขอขอบคุณร้านอาหารญี่ปุ่น Ootoya และ Jeban.com มากๆนะค้า
ที่ให้เกียรติทรายได้มาร่วมเวิร์คชอปสนุกๆพร้อมแชร์เคล็ด(ไม่)ลับของตัวเอง
ถ้าขาดตกบกพร่องประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าค่า

Smiley XOXO Smiley

-----------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by Ootoya Thailand
Information www.ootoya.co.th




 

Create Date : 29 เมษายน 2558    
Last Update : 6 พฤษภาคม 2558 19:14:51 น.
Counter : 536 Pageviews.  

ฝังสีคิ้วคืออะไรไปดูกัน! เทรนด์คิ้วสวยเป็นธรรมชาติแนวใหม่ไม่ใช้เครื่องสักไฟฟ้า กับ ร้าน SOPRACIE

 ปัญหาคิ้วเป็นปัญหาใหญ่สุดของสาวๆจริงๆ
ไม่ว่าจะสาวที่แต่งหน้าหรือแทบไม่แต่งหน้า
เอาว่าให้สวยเป๊ะทุกจุดแต่ไรคิ้วบอกเลยดาราก็มิรอด อิอิ Smiley

สำหรับเค้าที่เกิดมาไร้คิ้วแต่โชคดีเขียนคิ้วเป็นมันก็ยังเอาตัวรอดได้
แต่ก็นะใครจะเขียนคิ้วได้ตลอดเวลา ดินสอเขียนคิ้วมันก็ไม่ได้ติดทน 100%
ไปเล่นกีฬา ว่ายน้ำ ออกกำลังกาย ก็ต้องหน้าโล้นไร้คิ้วกันบ้างแหละ
ทางออกหนึ่งสำหรับสาวๆที่อยากมีคิ้วเป๊ะตลอดเวลา
ก็คือ การสักคิ้ว/เพนท์คิ้ว นั่นเอง ซึ่งทุกวันนี้มีหลายมิติมาก 3มิติ 4 มิติ 6 มิติ Smiley
อย่างที่เราเห็นๆกันส่วนมากก็คือจะใช้เป็นลักษณะเครื่องสักที่เป็นหัวเข็มไฟฟ้า
ซึ่งจะสักลงไปถึงชั้นไขมันซึ่งเป็นชั้นลึกทำให้สีเข้มติดทนอยู่นาน
ถ้าอยากลบรอยสักจะต้องใช้การยิงเลเซอร์เพื่อลบออกเท่านั้น

แต่บล็อคนี้จะมาแชร์อีกหนึ่งวิธีการทำคิ้วให้ชมกัน
เป็นเรื่องใหม่ในชีวิตที่เค้าเพิ่งเคยได้เห็นขั้นตอนและวิธีการทำแบบชัดๆเลย
ก็คือ "การฝังสีคิ้ว" ซึ่งน่าสนใจมากตรงที่เป็นงานแฮนเมดไม่ใช้เครื่อง
เทคนิคนี้เค้าเคลมเลยว่าเป็นเอกสิทธิ์ที่แรกในไทย
ความแตกต่างจากการสักด้วยเครื่องคือจะฝังสีบางๆลงไปแค่ชั้นหนังกำพร้า
โดยสีที่ใช้เป็นสีจากธรรมชาติ 100% จึงมีระยะเวลาในการติดทนแค่ 1-2 ปี
คิ้วที่ได้จะออกมาดูเป็นธรรมชาติกว่าและไม่ต้องใช้เลเซอร์ในการลบออก
จะมีขั้นตอนอย่างไร และได้ผลลัพธ์อย่างไร ไปชมรายละเอียดกันเลยจ้า



ร้านที่จะพาไปชมเทคนิคการฝังสีคิ้วนี้ชื่อร้าน 

"SOPRACIE" อ่านว่า โซปราซี่ ค่ะ

ตั้งอยู่ที่ชั้น B ณ ห้างพารากอน เดินทางไปมาสะดวก BTS โลด


ร้านหาไม่ยากลงบันไดเลื่อนตรงร้านป๊อปคอร์นการ์เร็ต
หันซ้ายปุ๊บเจอร้านปั๊บ!



บรรยากาศด้านในร้านตกแต่งโทนขาว-เขียว-ดำ คลาสสิกดีเนอะ




ขั้นตอนแรกก่อนทำการฝังสีคิ้ว คือ

การออกแบบและตกแต่งคิ้ว 
(Eyebrow Shaping & Design) 

โดยอาร์ทติสจะค่อยๆปรับทรงคิ้วโดยดูจากโครงหน้าของแต่ละคน
ซึ่งเค้าใช้ใบมีดโกนในการกันคิ้ว ไม่ใช่การแว็กซ์คิ้ว
ข้อดีของการกันด้วยมีดโกนคือค่อยๆกันไปทีเส้นปรับรูปคิ้วไปทีละนิด
ทำให้ได้ทรงคิ้วที่เราต้องการที่สุด แต่ถ้าแว็กซ์นี่ดึงปื้ดเดียวจบแก้อะไรมิได้ละนะฮะ

ข้อดีคือจากที่นั่งสังเกตระหว่างปรับทรงคิ้วอาร์ทติสจะถามลูกค้าไปเรื่อยๆ
ให้ดูกระจกตลอดถามความพอใจว่าชอบหรือไม่ต้องการปรับส่วนไหน
ซึ่งอันนี้เค้าชอบมากนะ........คิ้วในแบบที่อาร์ทติสว่าสวยอาจจะไม่ได้สวยสำหรับเรา

.....ดังนั้นทรงคิ้วที่ใช่ที่สุดควรเป็นทรงที่เราชอบและทำให้เรารู้สึกมั่นใจเพิ่มขึ้น Smiley

หลังจากกันเรียบร้อยก็ทำการเขียนด้วยดินสอให้เห็นว่าทรงคิ้วที่เสร็จแล้วจะออกมาเป็นแบบใด
ซึ่งถ้าใครอยากแค่ปรับทรงอย่างเดียว ไม่ฝังสีคิ้วต่อก็สามารถเข้ามารับบริการ
เค้าคิด ค่าบริการในการออกแบบและตกแต่งคิ้วครั้งละ 450 บาท จ้า

***อันนี้แถมให้ถ้ากันแล้วได้ทรงที่โดนใจ หลังจากขนคิ้วขึ้นเล็กน้อยเป็นตอๆ
เราสามารถกันเองได้โดยกันตรงที่เป็นตอทิ้ง อย่ารอให้ยาวแล้วค่อยกัน
ก็จะได้ทรงคิ้วแบบเดียวกับที่อาร์ทติสออกแบบให้จ้า



สำหรับการฝังสีคิ้วจะทำในห้องกั้นเป็นส่วนตัว
ซึ่งในร้านตอนนี้มีทั้งหมด 2 ห้องค่ะ
ดังนั้นรับลูกค้าพร้อมกันได้แค่สองคน ถ้าสนใจจะจึงทำควรจองล่วงหน้าจ้า

----------------------------------------------------------



การฝ˜ังสีคิ้วชั่วคราว (Eyebrow Embroidery) 
ของร้าน SOPRACIE มีทั้งหมด 3 แบบ คือ

1. Tinta (ตินต้Œา) การฝ˜ังสีลงบนคิ้วแบบการระบายไล่‹แสงเงา
เหมาะสำหรับคนที่มีเสŒ้นคิ้วเยอะอยู่‹แล้Œว 
คนที่มีผิวมันมาก หรือเคยทำการสักคิ้วมาก่‹อน

ราคา (รวมTouch up 1 ครั้ง ) 
Senior Artist 11,500 บาท 
และ  Image Artist 14,900 บาท

2. Lenee (ลีเน่‹) การฝั˜งสีในรูปแบบลายเสŒ้นเสมือนเสŒ้นคิ้วธรรมชาติ
เหมาะสำหรับผู้Œที่ต้ŒองการเติมเสŒ้นคิ้วที่หายไป หรือเส้นบางไป
ซึ่งเป็นแบบที่แนะนำสำหรับคุณผู้ชายด้วย!
ราคา (รวม Touch up 1 ครั้ง) 
Senior Artist สำหรับผู้ชาย 13,500 บาท ผู้หญิง 16,500 บาท
Image Artist สำหรับผู้ชาย 14,500 บาท ผู้หญิง 19,500 บาท

3. Vero (เวโร) เปš็นการลงลายเส้Œนและการลงสีผสมผสานเข้Œาด้วยกัน
ซึ่งเป็šน Signature ของ SOPRACIE เปš็นแบบที่ลูกค้านิยมมากสุด
เพราะผลลัพธที่ไดŒ้คือการมีขนคิ้วผสมสีของอายแชโดวแบบฝุ่†น
เหมาะสำหรับคนที่มีคนขนคิ้วพอประมาณ ไม่ค่อยแต่งหน้าแต่อยากได้คิ้วที่ดูเป็นธรรมชาติ

ราคา (รวม Touch up 1 ครั้ง)
Senior Artist  18,500 บาท
 Image Artist 22,000 บาท

----------------------------------------------------------------------------------------------

วิธีการทำคิ้วที่เค้าได้ไปชมและเก็บภาพมาฝากกัน
คือแบบ Vero (เวโร) ที่เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้าน
ที่ให้ลุคคิ้วที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ



สีที่ใช้เป็นสีน้ำที่สกัดจากพืชได้จากธรรมชาติ 100% 
จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์และเยอรมัน มี 2 เฉดสี
คือโทนสีน้ำตาล และ โทนน้ำตาลอมเทาอมเขียวขี้ม้า
ซึ่งเค้าเคลมว่าเป็นสองโทนสีที่ดูเป็นธรรมชาติเข้ากับทุกสีผม
ของน้องนางแบบใช้เป็นสีน้ำตาลค่ะ

ความพิเศษคือด้วยความที่เป็นสีแบบสีน้ำจึงมีความโปร่งแสงระดับนึง
เมื่อฝังสีลงบนผิวแล้วสีที่ได้ก็จะปรับไปตามสีผิวของเรา
คือต่อให้เลือกทำสีเดียวกันก็จะได้สีไม่เหมือนกัน
คนผิวค่อนข้างขาวจะเห็นสีอ่อนกว่าหน่อยเมื่อเทียบกับคนผิวสองสีค่ะ

ก่อนทำการฝังสีจะมีการลงยาชาแบบน้ำให้ ซึ่งสอบถามจากน้องนางแบบ
น้องบอกก็ยังรู้สึกบ้าง จี๊ดๆเบาๆแต่เป็นระดับที่ทนได้ไม่ทรมานค่ะ

-------------------------------------------------------------------------------

เสต็ปแรกของการฝังสีคือการสร้างกรอบคิ้วก่อน
โดยใช้เป็นใบมีดเฉพาะที่ออกแบบมาเพื่อการฝังสีคิ้วด้วยเทคนิค Embriodery เท่านั้น
โดยอาร์ทติดจะแตะสีแล้วค่อยๆวาดกรอบคิ้วไปทีละนิด

***หัวใบมีดเป็นแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง
จึงสบายใจได้ในเรื่องอนามัยและความสะอาดค่ะ



สำหรับใครที่กลัวเจ็บสามารถขอลงยาชาแบบครีมได้
แต่ยาชาครีมต้องทาแล้วแปะแรพทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาทีเพื่อรอให้ยาชาออกฤทธิ์
ซึ่งน้องนางแบบลงทุนเทสให้สองแบบเลยคือใช้ยาชาน้ำอย่างเดียวหนึ่งข้าง
และใช้เป็นยาชาครีมอีกหนึ่งข้าง ซึ่งน้องบอกว่าไม่ต่างกันมาก
ดังนั้นถ้าใครทนได้แนะนำเป็นใช้ยาชาน้ำอย่างเดียวมากกว่าจ้า


ขั้นตอนการวาดเส้นคิ้วนี้ต้องใช้ความชำนาญของอาร์ทติสอย่างมาก
เพราะใช้ฝีมือล้วนๆในการค่อยๆลากทีละเส้น เพื่อเติมให้รูปคิ้วดูเต็ม 
ซึ่งอาร์ทติสจะต้องกะน้ำหนักมือหนักเบาให้ได้เส้นที่กลมกลืนคิ้วจริงที่สุด
สำหรับอาร์ทติสที่จะทำแบบนี้ได้ต้องผ่านการอบรมจาก Academy แล้วเท่านั้น

โดยจะวาดบนผิวหนังกำพร้าด้านบนแค่ชั้นที่ 1-2 เท่านั้น สีที่ติดจึงเป็นธรรมชาติ
ไม่เหมือนการสักที่หัวเข็มไฟฟ้าจะฝังสีลงไปถึงชั้นไขมันทำให้สีติดทนแต่แก้ไขได้ยาก


เบ็ดเสร็จใช้เวลาในการออกแบบ ตกแต่ง และฝังสีคิ้วทั้งหมดประมาณ 3 ชั่วโมงค่ะ



จบขั้นตอนสุดท้ายด้วยการทายาเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
หลังจากทำการฝังสีคิ้วแล้วควรงดโดนน้ำ 7 วัน



ภาพผลงานถ่ายทันทีหลังจากทำการฝังสีคิ้วแบบ Vero (เวโร)
คิ้วจะดูเข้มช่วงวันแรกๆหลังจากทำการฝังสี ทางร้านแจ้งว่าไม่ต้องกังวลไป
เพราะเกิดจากการที่สีแข็งตัวเนื่องจากโดนอากาศ
หลังจากนั้นจะค่อยๆตกสะเก็ดและหลุดลอกออกภายในเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์
โดยสีคิ้วที่แท้จริงจะอ่อนลง 40-50% และขนาดของคิ้วจะดูบางลง 10-20%



ภาพคิ้วของน้องนางแบบหลังจากผ่านไป 1 เดือน
จะเห็นว่าสีอ่อนลงและดูเป็นธรรมชาติขึ้นมาก
ซึ่งหลังจากทำไป 1-2 เดือน (ไม่เกิน 60 วัน)
ตามเทคนิคของที่นี่จะต้องเข้ามาทำการทัชอัพนะคะ!
เพราะหลังการฝังสีครั้งแรกคิ้วจะยังไม่สวยเป๊ะ
รอบทัชอัพจะเป็นขั้นตอนการเก็บรายละเอียดซึ่งสำคัญมาก

การทัชอัพใช้ขั้นตอนการทำเหมือนการฝังสีครั้งแรก
แต่จะเป็นการเก็บรายละเอียดเฉพาะจุดที่ขาดหายไป เท่านั้น
ไม่ได้้ฝังสีใหม่ทั้งหมด การลอกจึงจะน้อยกว่าการฝังสีครัั้งแรก
โดยการทัชอัพทำไปเพื่อให้ได้ลายเส้นที่สม่ำเสมอ
ซึ่งในการทัชอัพเราสามารถปรับได้ถ้าอยากได้ทรงคิ้วที่หนาเข้มขึ้นกว่าเดิมค่ะ

ดังนั้นต้องเข้ามาตามที่ร้านนัดห้ามลืมเด็ดขาดไม่งั้นสวยไม่เสร็จนะจ๊ะ
ราคาตามที่แจ้งด้านบนรวมการทัชอัพหนึ่งครั้งเรียบร้อยแล้วไม่ต้องจ่ายเพิ่มค่ะ



ภาพเทียบหลังการทัชอัพทันทีและเมื่อผ่านไปเจ็ดวัน
คิ้วที่ได้เป็นธรรมชาติมากกกก เหมือนใช้ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นเขียนเบาๆเลยอ้ะ
โทนสีก็สวยงามเป็นสีน้ำตาลที่ไม่ติดแดงหรือเหลือง
ถ้าสาวๆทำสีผมโทนธรรมชาติไม่แฟชั่นจ๋ามากเค้าว่าโทนนี้สวยเลย



ภาพเปรียบเทียบ BEFORE & AFTER 
ก่อนและหลังฝังสีคิ้วแบบ Vero (เวโร) 
เป็นระยะเวลา 1 เดือน 1 สัปดาห์

สรุปจากที่ได้เข้าไปชมขั้นตอนอย่างละเอียด
และติดตามผลหลังการทัชอัพครบขั้นตอน
เค้าว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจมากหล่ะ
สำหรับสาวๆที่ต้องการมีคิ้วเป๊ะทุกสถานการณ์

โดยเป็นคิ้วที่ได้ดูฟุ้งๆ เป็นธรรมชาติ ไม่สังเกตเค้าว่าดูไม่ออกนะ
ซึ่งจะค่อยๆจางลงไปตามลักษณะผิวและการดูแลของเราในเวลา 1-2 ปี
(ผิวมันสีจะติดยากกว่าและลอกเร็วกว่าหน่อยค่ะ)
ถ้าอยากให้อยู่ทนๆก็ไม่ควรเอารีมูฟเวอร์หรือคลีนซิ่งไปคลีนที่คิ้วนะจ๊ะ
เทียบผลลัพธ์ ระยะเวลาที่ติดทน เค้าว่าราคาสองหมื่นต้นๆก็เป็นราคาที่จัดว่าสมเหตุสมผลฮะ

--------------------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by SOPRACIE
Line : sopracie_official
Tel : 02-6109169 (10.00-17.00 น.) , 085-3572642 (หลัง 18.00 น.)




 

Create Date : 23 เมษายน 2558    
Last Update : 29 เมษายน 2558 1:30:34 น.
Counter : 10841 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  

SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 530 คน [?]




..........ชื่อ "ทราย" นะค๊า นามแฝงที่ใช้ก็มี SaRaY และก็ Mhunoiii (หมูน้อย) ค่า สนใจการถ่ายภาพ กะการแต่งหน้า จากเป็นงานอดิเรกจะกลายเป็นงานประจำอยู่แล้ว 555 เลยอยากจะทำบลอคเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มานะค๊า ได้มากบ้างน้อยบ้าง มั่วๆกันปายยยย อิอิ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.mhunoiii.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ปล.ห้ามมิให้นำภาพใดๆจากในบล็อคไปใช้เพื่อการขายของโดยเด็ดขาดนะคะ !!!

---------------------------------------------------------

hits
New Comments
Friends' blogs
[Add SaRaY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.