|
|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
หาดทรายปลายดาว 24
คุยกันก่อนอัพ
ถึงจะอยู่เชียงใหม่มาเป็นปีๆ ก็ยังรู้สึกอดที่จะเปิดบล็อกท่องเที่ยวเชียงใหม่ไม่ได้ค่ะ อยากเข้าใจคนมาเที่ยวเชียงใหม่ ว่าเขาไปไหนยังไงกันมาบ้าง 555+ ทั้งที่หลายแห่งนั้นเราก็เคยไปแล้วล่ะ เป็นอีกนิสัยประหลาดๆค่ะมีใครเป็นบ้างไหมเนี่ย
ปลายปีนี้มีเพื่อนโทรมาจองคิวขึ้นดอยอีกราย จะมาจริงไหมหนอ...จะจัดโปรแกรมที่ยังไม่ได้ไป มารอนะจ๊ะที่รัก ฝากจุ๊บสองทีก่อนบ๋ายบาย ^ ^
Ploy666.
**************
หาดทรายปลายดาว 24 ผู้แต่ง ploy666 (สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย)
ขึ้นรถครับ...ผมขับเอง แสงปรัชญ์ร้องเรียกทุกคน
น้ำอิงยังหอบตัวโยนจากการออกมาจากเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติไม่ได้ทักท้วง แม้สีหน้าจะไม่สู้ดีเท่าใดนักจนยิหวาทักขึ้นว่า
จะไปต่อเลยเหรอคะ ดูอิงกับพี่ปรัชญ์ยังเหนื่อยอยู่นี่นา
อิงไม่เหนื่อยเท่าไหร่แล้วล่ะหวา มีนั่งพักในป่าใกล้ลำธารไปบ้างเป็นระยะๆน่ะ
แต่อิงดู...
ยังไม่ทันที่ยิหวาจะวิเคราะห์ใดๆ ปิยะธิดาก็ตัดบทขึ้นว่า
แหม! จะอะไรกันนักกันหนาเนี่ยหวา คนอื่นๆเขาเบื่อที่นี่จะแย่แล้ว หิวข้าวอีกต่างหาก รีบๆขึ้นรถให้เรียบร้อยไปสักทีได้ไหม
จิราพัชรลุกขึ้นดูนาฬิกาข้อมืออย่างงัวเงียเพราะเพิ่งตื่นจากเสียงวุ่นวายรอบตัวที่ดังอยู่
บ่ายโมงกว่าแล้วเหรอ...ไม่รู้เลยนะว่าเผลอหลับไปนานขนาดนี้
พอได้นอนเต็มอิ่ม คนป่วยก็กลับมาพร้อมสำหรับการเดินทางอีกครั้ง หล่อนจัดแจงเทน้ำดื่มในขวดลงฝ่ามือเพื่อลูบหน้าลูบตาแล้วลุกเดินตามปิยะธิดาไปขึ้นรถโดยไว
งั้นผมไปนั่งกระบะหลังกับคุณอิง เควินไม่เกี่ยง
ปิยะธิดาไม่สนใจใครอีกนอกเหนือไปจากเรื่องปากท้องที่ทำให้หล่อนหงุดหงิดอยู่เวลานี้ ไปหาข้าวกินกันต่อเลยใช่ไหมคะพี่ปรัชญ์
ครับ...เดี๋ยวผมขับรถตรงเข้าท้องศาลาแล้วเราไปหาร้านอาหารนั่งกันสบายๆค่อยคิดกันอีกทีว่าจะไปไหนต่อ
เหลือที่ไหนน่าสนใจอีกบ้างนะคะ ยิหวาถามเบาๆอย่างเกรงใจ
หาดท้องนายปานกับหาดริ้นครับ
ไม่มีใครสนใจที่จะหยิบแผนที่มากางตรวจตราอีกเมื่อท้องต่างร้องอุทธรณ์ รถยนต์แล่นจากไปทิ้งไว้เพียงสิ่งที่ผ่านเข้ามาอีกช่วงในชีวิตของแต่ละคน
สำหรับน้ำอิงมันยากเย็นสิ้นดีที่จะยอมรับว่านับแต่นี้เรื่องระหว่างตนกับแสงปรัชญ์ได้จบลงแล้ว
...หากเป็นฉากในละครมันก็เหมือนฉายซ้ำอีกรอบเมื่อสิ้นเสียงฝ่ามือที่ปิยะธิดาสะบัดฉาดใส่หน้ายิหวาเต็มแรง จากจุดที่ทั้งสองยืนอยู่ตรงระเบียงทางไปชมสวนของร้านอาหาร ไม่ได้ไกลเกินกว่าคนร่วมทางที่เหลือซึ่งกำลังนั่งละเลียดอาหารอย่างเพลินๆจะได้ยินและพากันหันขวับราวกับนัดไว้
รอยแดงเห่อขึ้นที่แก้มใสของฝ่ายโดนประทุษร้ายชัดเจน แต่รอยน้ำตาของยิหวาบอกให้รู้ว่าทั้งคู่คงเจรจาไม่ลงตัวมาสักพักแล้ว
ทว่าหนนี้มันไม่จบแค่ตบเดียว...
ปิยะธิดาชี้หน้ายิหวาด้วยมือที่สั่นระริก ความเกรี้ยวกราดปะทุรุนแรงจนเกินขอบเขตความชิงชังปกติที่จะพึงมี เหมือนกับถ้าสามารถฆ่ายิหวาลงได้ด้วยแรงอัดความคลั่งแค้นในอกที่จวนระเบิดปิยะธิดาคงทำ
หุบปากเธอได้แล้วยิหวา ฉันจะไม่ฟังเรื่องบ้าๆนี่อีกแม้แต่หนเดียว!
หวาขอร้อง...ช่วยหวานะ ยิหวายกมือหนึ่งแตะแก้ม ขณะที่น้ำตาค่อยๆไหลรินลงมา ปาล์มจะให้หวาไม่พูดไม่ได้หรอกในเมื่อนี่มันเป็นเรื่องเดียวที่หวาคิดอยู่ในหลายวันนี้แล้วก็หยุดคิดไม่ได้
ฉันบอกให้หยุดไง!
ปาล์มไม่ได้เสียอะไรสักนิดถ้าตอบตกลง
ประโยคที่ยิหวาตะโกนโต้กลับคืนนั่นจุดความเดือดดาลของปิยะธิดาเข้าอีกหนจนหล่อนถลันเข้าใส่แล้วกระชากเสื้ออีกฝ่ายเหวี่ยงสุดแรงจนยิหวาล้มลง
ใครกันที่ไม่เสียอะไร อย่ามาพูดเอาแต่ได้นะหวา น้ำตาเธอมันใช้ได้แต่คนที่ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วใครเป็นคนผิดคนถูกต่างหาก
หวาไม่ได้พยายามจะทำให้ตัวเองถูก
แล้วที่เธอทำอยู่นี่มันเรียกว่าเห็นแก่ตัวไหม
หวาไม่ได้อยากทำร้ายใคร...
อีกหนที่ปิยะธิดาพยายามจะพุ่งเข้ามาหาอย่างประสงค์ร้ายแต่ยิหวาใช้สองมือปัดป้องสุดชีวิต กระนั้นปิยะธิดายังไม่วายจิกปลายผมบางส่วนของยิหวากระชากจนคนถูกกระทำร้องออกมา
พอได้แล้ว!
แสงปรัชญ์ตะโกนลั่น ก้าวยาวๆพุ่งไปรั้งเอวปิยะธิดาที่เอาแต่กรีดร้องและดิ้นเต็มแรงไม่ยั้ง
เควินเองก็พอรู้สถานการณ์รีบตรงเข้าไปช่วยน้ำอิงดึงตัวยิหวาออกมาห่างๆ อีกหนึ่งสาวที่เหลืออย่างจิราพัชรได้แต่ยืนตะลึงหน้าซีดเผือดทำอะไรไม่ถูกอยู่ห่างออกมา
จูนช่วยหวาพูดหน่อยสิ ปาล์มไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรเลย ยิหวาหันไปร้องขอความช่วยเหลือจากจิราพัชร
ทว่าคนถูกขอให้ช่วยกลับปฏิเสธพลางชำเลืองมองไปทางปิยะธิดาอย่างขยาด
ไม่เอาหรอก นี่มันเรื่องในครอบครัวนะ
เธอมันเห็นแก่ตัวเกินไปแล้วยิหวา ปิยะธิดาหอบตัวโยนแม้จะโดนแสงปรัชญ์ดันไปตรึงร่างชิดกับราวระเบียง หากวาจาที่สาดใส่ไม่ยั้งก็เหลือบ่ากว่าแรงที่ชายหนุ่มจะห้ามปราม อย่าคิดนะว่าเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เล็กแล้วอะไรๆฉันก็ต้องยอมเธอไปหมดทุกอย่าง
เราเป็นญาติกันนะปาล์ม เห็นแก่ความเป็นญาติหน่อยได้ไหม ยิหวาสะอื้นไห้อีกหน ทรุดกายทิ้งตัวลงนั่งปิดหน้าร้องไห้อย่างหมดเรี่ยวแรง
แล้วเธอล่ะเคยเห็นฉันเป็นญาติไหม พ่อเธออีกล่ะ...เขารับรู้ไหมว่าเราเป็นญาติกัน เวลาท่านอยากได้อะไรเพื่อให้ลูกเมียตัวเองอยู่รอดก็พูดแบบไม่คิด ก่อนจะทวงถามความเป็นญาติกับใครทำไมไม่ดูตัวเองให้ดีก่อนว่าทำแบบเดียวกันกับคนอื่นเขาไว้หรือเปล่า พอจนตรอกหมดปัญญาก็มาบังคับจะเอาให้ได้ดังใจไม่คิดถึงหัวอกชาวบ้าน เธอยังมีหน้ามาขอร้องฉันอีกเหรอ!
ปิยะธิดาฉายความแกร่งกระด้างในหัวใจออกมาชัดเจน
มีแต่เพียงเสียงสะอื้นของยิหวาที่ดังในความเงียบรายรอบ
คนอื่นๆไม่กล้าเอ่ยปากสอดคำเพราะเกรงจะเป็นการยั่วยุอารมณ์ปิยะธดาอย่างไม่ตั้งใจให้ระเบิดขึ้นรอบใหม่จนหนักหนาไปกว่านี้
แสงปรัชญ์ค่อยๆคลายวงแขนที่รัดร่างปิยะธิดาออกอย่างระมัดระวัง อย่างน้อยเธอก็กลับคืนมาเป็นตัวของตัวเองและไม่มีทีท่าว่าจะจู่โจมเข้าใส่เพื่อนสาวที่ปะทะคารม หล่อนกระแทกเสียงใส่ทุกคนอย่างเย็นชาเพียงว่า
พวกคุณช่วยผิดคนแล้ว คนที่โดนทำร้ายอยู่คือปาล์มไม่ใช่หวา...รู้เอาไว้ซะ!
คนที่ดูเหมือนอ่อนแอช่วยอะไรตนเองไม่ได้มักได้รับความเห็นใจเสมอ ตรงข้ามกันกับคนแบบหล่อนที่ไม่เคยร้องขอความสงสารจากใครกลับถูกมองว่าเป็นตัวร้ายเสมอมาจนชาชิน
ปิยะธิดากล่าวจบก็สะบัดหน้าเดินเลี่ยงหายลับไปอีกทางเพื่อระงับอารมณ์ตั้งสติใหม่เพียงลำพัง
น้ำอิงบุ้ยใบ้ให้เควินตามปิยะธิดาไปในขณะที่หล่อนเข้ามาประคองยิหวาไว้แทน อย่างน้อยน้ำอิงก็ยังเป็นห่วงทั้งคู่มากพอกันตราบเท่าที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ
ลางสังหรณ์ของหล่อนกลับบอกว่าเรื่องเหล่านี้ร้ายแรงเกินกว่าที่ใครจะเข้าไปตัดสินคู่กรณีทั้งสองได้ว่าฝ่ายใดถูกหรือผิดพลั้ง...
แผนการท่องเที่ยวช่วงบ่ายถูกยกเลิกไปโดยปริยาย
รถทั้งคันเงียบสนิทจนแทบได้ยินถ้ามีเข็มสักเล่มตกลงที่พื้น บรรยากาศอึมครึมชวนให้อึดอัดเมื่อทุกฝ่ายแยกย้ายกันไปนั่งประจำที่ตน
ยิหวาขอขึ้นนั่งกระบะหลังร่วมทางไปกับเควินและน้ำอิง หล่อนให้ที่นั่งในรถว่างลงอีก
แสงปรัชญ์ลอบถอนใจแต่ก็ไม่ได้ทักท้วงสิ่งใด
ทันที่รถเคลื่อนออก ความกลัดกลุ้มกังวลของยิหวาก็เคลื่อนไปไม่น้อยกว่ากันเมื่อหล่อนหลุดปากมาว่า
แม่หวากำลังจะตาย...
ประโยคแรกของยิหวาทำให้น้ำอิงเงียบงัน เควินขมวดคิ้วรอฟังอย่างตั้งอกตั้งใจและแปลกใจไปพร้อมๆกัน
น้ารำไพ...แม่ของปาล์มเป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่หวา ยิหวาบอกเล่ากระท่อนกระแท่น ท่านถูกรถชนสมองตายใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ในไอซียูมาสองปีกว่าแล้ว ต้องใช้เงินเยอะมาก พ่อหวาเป็นคนช่วยออกค่าใช้จ่ายให้มาตลอดเพราะเห็นแก่ที่พ่อของปาล์มมาขอร้องไว้ ทั้งที่ทีแรกพ่อว่าจะไม่ไปยุ่งด้วยเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องไปรับผิดชอบมากมายขนาดนั้น จำนวนเงินมันไม่ใช่น้อยๆเลย
สาเหตุนี้ทำให้ปิยะธิดาโกรธ หากบิดาของหล่อนไม่อดทนอ้อนวอนบิดาของยิหวาที่เป็นนายจ้างและมีสายสัมพันธ์ฉันญาติ ป่านนี้แม่หล่อนคงตายไปนานแล้ว
แต่บุญคุณก็ยังคงมีทำให้ได้แต่กล้ำกลืนอดทนเอาไว้
ฟังแล้วไม่น่าแปลกใจนัก ที่ปิยะธิดาจะมีอุปนิสัยใจคอเข้มแข็งและดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี จากประสบการณ์ที่มารดาอยู่ในอาการโคม่ามาตลอดสองปีคงมากมายพอที่จะเปลี่ยนใครคนหนึ่งให้หัดยืนด้วยตัวเองโดยไม่หวังพึ่งพาคนอื่น
เมื่อต้นปีที่ผ่านมาแม่หวาเริ่มป่วย หมอตรวจแล้วบอกว่าแม่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจต้องผ่าตัดเปลี่ยนให้ไวที่สุด น้ารำไพเป็นผู้บริจาคที่เหมาะกับแม่หวาที่สุด ไม่อย่างนั้นเราต้องรอเข้ารายชื่อที่ไม่รู้ว่าจะได้ไหมหรือว่าได้มาเมื่อไหร่ แล้วถ้าเป็นคนอื่นก็มีความเสี่ยงที่ร่างกายจะปฏิเสธสูงเพราะไม่ได้มีความเกี่ยวพันทางสายเลือด แต่มันติดที่ว่าปาล์มไม่ยอมให้ถอดเครื่องช่วยหายใจออกแล้วปล่อยท่านไป พ่อของปาล์มเองก็ตัดสินใจไม่ได้...เขาคงไม่อยากทำร้ายจิตใจปาล์ม ก็เลยขอให้ปาล์มตัดสินใจเอาเองว่าจะเอายังไง
คำบอกเล่าเหล่านั้นแม้จะเลือกกลั่นกรองให้ฟังเข้าใจง่ายเพียงใด แต่คนฟังทั้งคู่ก็รู้ดีว่าไม่ง่ายเลยที่จะพูดมันทั้งหมดออกมา
ยิหวาเริ่มร้องไห้อีกครั้งด้วยความอัดอั้นตันใจ หวาไม่ได้อยากกดดันปาล์มนะ แต่ถ้าแม่หวาไม่ได้เปลี่ยนหัวใจใหม่เร็วๆนี้แม่หวาก็ต้องตาย...หวา...หวาไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน...
สองชีวิตที่ถูกผูกมัดยึดโยงเอาไว้ด้วยกัน...
น้ำอิงเองก็อดสะเทือนใจกับสิ่งที่ได้ฟังนั้นมิได้
แล้วอะไรกันที่จะมาช่วยให้ตัวเลือกมันง่ายดายขึ้นว่าหนึ่งในสองนี้ใครคนไหนสมควรจากไป
ไม่มีลูกคนไหนที่จะมองบุพการีของตนเองถูกคร่าจากไปโดยไม่ทุกข์ร้อน ยิหวากับปิยะธิดากลับต้องมาเดินอยู่บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยคำถามซึ่งไร้คำตอบ โดยมีชีวิตมารดาของแต่ละฝ่ายเป็นเดิมพัน!
ใจเย็นๆนะหวา น้ำอิงปลอบประโลม
หากก็นึกสรรถ้อยคำนอกเหนือไปจากนั้นไม่ออก
หล่อนจะกล่าวหนุนว่ายิหวาทำถูกก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากเต็มคำนัก นี่ไม่ใช่บททดสอบที่แค่ตอบถูกทุกอย่างก็จะจบลงด้วยดีได้ ความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของใครอีกคนยังลอยวนอยู่เบื้องหน้าให้ตระหนักว่าสิ่งที่ต้องการนั้นมิใช่จะได้มาโดยไม่ต้องแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่มิได้ด้อยไปกว่ากัน
ชีวิตต่อชีวิต!
ก่อนหน้านี้หากความฝันแกมยินดีของน้ำอิงจะลาดทอไปด้วยสายรุ้งเกี่ยวกับเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวอันแสนสุข หล่อนก็เริ่มเรียนรู้แล้วว่าโลกยังกว้างเกินกว่าที่ตัวเองคิด
และมิตรภาพก็ไม่ได้หยุดลงแค่คนคนดีๆที่ไร้ปัญหาด้วยเช่นกัน บางครั้งมันก็เกี่ยวพันอยู่ในแวดวงคนหลายคนที่มีปัญหาอย่างแยกไม่ได้เหมือนกรณียิหวาและปิยะธิดาเผชิญอยู่
เพียงแต่จะรับมือกับมันอย่างไรนั่นแหละประเด็น
น้ำอิงกุมมือยิหวาพลางกล่าวเชิงตริตรองว่า
เรื่องแบบนี้หวาต้องยอมรับนะว่ามันตัดสินใจไม่ง่าย ปาล์มต้องการเวลาพอๆกับที่หวาต้องทบทวนว่าสิ่งที่ขอไปน่ะมันมากเกินกว่าที่ปาล์มจะให้ได้หรือเปล่า
หวาต้องช่วยแม่...
ปาล์มก็ต้องปกป้องแม่ของเธอเหมือนกัน น้ำอิงแย้งนุ่มนวล ถึงหมอจะบอกว่าสมองตาย ในทางการแพทย์คนป่วยไม่ได้มีความหวังมากกว่านั้น แต่กับคนที่เรารักต่อให้เขานอนอย่างไม่รู้สึกรู้สาเขาก็มีค่ากับเราจนตัดขาดกันไม่ได้ง่ายๆ
ยิหวาพยักหน้า แม้จะหยุดซับน้ำตาแล้วแต่ดวงตาที่บวมแดงก็แสดงถึงความทุกข์ที่สุมในอก
เควินเป็นอีกคนที่สนับสนุนคำพูดของน้ำอิงขึ้นมาว่า
นั่นสิครับ ยื้อชีวิตกันมาตั้งสองปีจะมาขอให้เลิกหวังมันก็ทำใจลำบากกันทั้งนั้น อีกอย่างคุณหวาเองก็มีแต่ได้กับได้ ส่วนคุณปาล์มต้องเสียแม่ไปทั้งคน
เขาไม่ได้เจตนาจำตำหนิการกระทำของยิหวา แต่แจกแจงผลได้ผลเสียไปตามเหตุผล ทว่าคำพูดที่แทงใจดำเหล่านั้นก็ทำให้ยิหวาหน้าเสียหนักไปกว่าเดิม
แต่หวาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ปาล์มเสียใจ หวาเหลือทางเลือกน้อยมากค่ะคุณเควิน หมอบอกระยะหลังสุขภาพแม่เริ่มย่ำแย่ลง ถ้าหนักหนาไปกว่านี้บางทีท่านอาจไม่พร้อมจะเข้ารับการผ่าตัดด้วยซ้ำไป
เรื่องนั้นผมก็พอเข้าใจ ชายหนุ่มถอนใจหนักหน่วง
ในขณะเดียวกันก็มีอีกหลายเรื่องที่ยิหวาควรต้องเข้าใจด้วย...
เพียงน้ำอิงปรายตามองสบดวงตาสีเขียวเข้มของเควิน หล่อนก็พอมองเห็นเค้าลางของความหนักอกหนักใจไม่น้อยไปกว่ากัน
กระทั่งยิหวาพึมพำออกมาอย่างเศร้าๆว่า เย็นนี้หวาจะเข้าหน้าปาล์มติดได้ยังไง ปาล์มโกรธซะขนาดนั้นทั้งที่หวาไม่ได้ตั้งใจเลยจริงๆ...
ค่อยๆคิด อิงว่ามันคงมีทางทำให้เรื่องดีขึ้น
ทางไหนกันอิง ยิหวานัยน์ตาแดง เริ่มร้องไห้อีกระลอกอย่างสุดกลั้น หวาแค่อยากได้ความเป็นเพื่อนแบบเดิมๆที่เคยมีกลับคืนมา แต่หวาก็กลัวว่าถ้าไม่ทำอะไรเลยเพื่อจะรักษามิตรภาพนั่นเอาไว้แม่หวาก็ต้องตายไปอย่างที่หมอเคยบอกมา ทำไมหวากับปาล์มต้องมาเจอเรื่องบ้าๆแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้!
มิตรภาพกำลังจะถูกแซงแทรกด้วยภาวะความจำเป็นที่โหดร้ายซึ่งมารออยู่เบื้องหน้า น้ำอิงปรารถนาจะผลักดันมันออกจากสองบ่าที่ยิหวาแบกรับภาระเอาไว้แต่ก็ไม่อาจทำได้ เพราะเท่ากับโยนสิ่งเดียวกันไปสู่ปิยะธิดากดดันให้ต้องตัดสินใจ
ทำไมชีวิตมันไม่ง่ายกว่านี้...
และทำไมการเดินทางจึงเลือกบทเรียนอันหนาวเหน็บสุดขั้วหัวใจระหว่างเพื่อนสาวสองคนนี่มาให้น้ำอิงได้รู้เห็นและเป็นประจักษ์พยาน
...ทำไมกัน!
| Create Date : 20 พฤศจิกายน 2552 |
| Last Update : 20 พฤศจิกายน 2552 17:33:54 น. |
| |
8 comments
|
|
|
|
| | |
โดย: ploy666 (ploy666 ) 20 พฤศจิกายน 2552 17:26:26 น. |
|
|
|
| | |
โดย: Tukta21 22 พฤศจิกายน 2552 13:41:16 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: ploy666 IP: 124.157.185.11 22 พฤศจิกายน 2552 14:24:33 น. |
|
|
|
| | |
โดย: Tukta21 22 พฤศจิกายน 2552 14:34:38 น. |
|
|
|
| | |
โดย: ploy666 22 พฤศจิกายน 2552 15:00:28 น. |
|
|
|
| | |
โดย: Tukta21 22 พฤศจิกายน 2552 15:10:44 น. |
|
|
|
| | |
โดย: Tukta21 22 พฤศจิกายน 2552 15:17:45 น. |
|
|
|
| | |
โดย: ปณาลี 22 พฤศจิกายน 2552 23:39:47 น. |
|
|
|
|
|
|
|
คิวเหมือนเดิมนะ คือหาวันหยุดพักยาวไปเที่ยวหลั่นล้า ^ ^
ไม่แน่ใจว่าจะได้ลงนิยายจนถึงตอนจบก่อนหรือเปล่าค่ะ
เดี๋ยวจะแจ้งอีกทีว่าตกลงได้อัพกี่บทถึงจบจ้า
ขอบคุณที่แวะเข้ามาอย่างเงียบค่ะ 555+
(แอบฮาที่คุยคนเดียวด้วยล่ะ)