Bloggang.com : weblog for you and your gang

Group Blog

 
<<
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
20 พฤศจิกายน 2552

 
All Blogs

 

 

หาดทรายปลายดาว 24


คุยกันก่อนอัพ

ถึงจะอยู่เชียงใหม่มาเป็นปีๆ ก็ยังรู้สึกอดที่จะเปิดบล็อกท่องเที่ยวเชียงใหม่ไม่ได้ค่ะ
อยากเข้าใจคนมาเที่ยวเชียงใหม่ ว่าเขาไปไหนยังไงกันมาบ้าง 555+
ทั้งที่หลายแห่งนั้นเราก็เคยไปแล้วล่ะ เป็นอีกนิสัยประหลาดๆค่ะมีใครเป็นบ้างไหมเนี่ย

ปลายปีนี้มีเพื่อนโทรมาจองคิวขึ้นดอยอีกราย จะมาจริงไหมหนอ...จะจัดโปรแกรมที่ยังไม่ได้ไป มารอนะจ๊ะที่รัก
ฝากจุ๊บสองทีก่อนบ๋ายบาย ^ ^

Ploy666.


**************

หาดทรายปลายดาว 24
ผู้แต่ง ploy666 (สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย)



“ขึ้นรถครับ...ผมขับเอง” แสงปรัชญ์ร้องเรียกทุกคน

น้ำอิงยังหอบตัวโยนจากการออกมาจากเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติไม่ได้ทักท้วง แม้สีหน้าจะไม่สู้ดีเท่าใดนักจนยิหวาทักขึ้นว่า

“จะไปต่อเลยเหรอคะ ดูอิงกับพี่ปรัชญ์ยังเหนื่อยอยู่นี่นา”

“อิงไม่เหนื่อยเท่าไหร่แล้วล่ะหวา มีนั่งพักในป่าใกล้ลำธารไปบ้างเป็นระยะๆน่ะ”

“แต่อิงดู...”

ยังไม่ทันที่ยิหวาจะวิเคราะห์ใดๆ ปิยะธิดาก็ตัดบทขึ้นว่า

“แหม! จะอะไรกันนักกันหนาเนี่ยหวา คนอื่นๆเขาเบื่อที่นี่จะแย่แล้ว หิวข้าวอีกต่างหาก รีบๆขึ้นรถให้เรียบร้อยไปสักทีได้ไหม”

จิราพัชรลุกขึ้นดูนาฬิกาข้อมืออย่างงัวเงียเพราะเพิ่งตื่นจากเสียงวุ่นวายรอบตัวที่ดังอยู่

“บ่ายโมงกว่าแล้วเหรอ...ไม่รู้เลยนะว่าเผลอหลับไปนานขนาดนี้”

พอได้นอนเต็มอิ่ม คนป่วยก็กลับมาพร้อมสำหรับการเดินทางอีกครั้ง หล่อนจัดแจงเทน้ำดื่มในขวดลงฝ่ามือเพื่อลูบหน้าลูบตาแล้วลุกเดินตามปิยะธิดาไปขึ้นรถโดยไว

“งั้นผมไปนั่งกระบะหลังกับคุณอิง” เควินไม่เกี่ยง

ปิยะธิดาไม่สนใจใครอีกนอกเหนือไปจากเรื่องปากท้องที่ทำให้หล่อนหงุดหงิดอยู่เวลานี้ “ไปหาข้าวกินกันต่อเลยใช่ไหมคะพี่ปรัชญ์”

“ครับ...เดี๋ยวผมขับรถตรงเข้าท้องศาลาแล้วเราไปหาร้านอาหารนั่งกันสบายๆค่อยคิดกันอีกทีว่าจะไปไหนต่อ”

“เหลือที่ไหนน่าสนใจอีกบ้างนะคะ” ยิหวาถามเบาๆอย่างเกรงใจ

“หาดท้องนายปานกับหาดริ้นครับ”

ไม่มีใครสนใจที่จะหยิบแผนที่มากางตรวจตราอีกเมื่อท้องต่างร้องอุทธรณ์ รถยนต์แล่นจากไปทิ้งไว้เพียงสิ่งที่ผ่านเข้ามาอีกช่วงในชีวิตของแต่ละคน

สำหรับน้ำอิงมันยากเย็นสิ้นดีที่จะยอมรับว่านับแต่นี้เรื่องระหว่างตนกับแสงปรัชญ์ได้จบลงแล้ว



...หากเป็นฉากในละครมันก็เหมือนฉายซ้ำอีกรอบเมื่อสิ้นเสียงฝ่ามือที่ปิยะธิดาสะบัดฉาดใส่หน้ายิหวาเต็มแรง จากจุดที่ทั้งสองยืนอยู่ตรงระเบียงทางไปชมสวนของร้านอาหาร ไม่ได้ไกลเกินกว่าคนร่วมทางที่เหลือซึ่งกำลังนั่งละเลียดอาหารอย่างเพลินๆจะได้ยินและพากันหันขวับราวกับนัดไว้

รอยแดงเห่อขึ้นที่แก้มใสของฝ่ายโดนประทุษร้ายชัดเจน แต่รอยน้ำตาของยิหวาบอกให้รู้ว่าทั้งคู่คงเจรจาไม่ลงตัวมาสักพักแล้ว

ทว่าหนนี้มันไม่จบแค่ตบเดียว...

ปิยะธิดาชี้หน้ายิหวาด้วยมือที่สั่นระริก ความเกรี้ยวกราดปะทุรุนแรงจนเกินขอบเขตความชิงชังปกติที่จะพึงมี เหมือนกับถ้าสามารถฆ่ายิหวาลงได้ด้วยแรงอัดความคลั่งแค้นในอกที่จวนระเบิดปิยะธิดาคงทำ

“หุบปากเธอได้แล้วยิหวา ฉันจะไม่ฟังเรื่องบ้าๆนี่อีกแม้แต่หนเดียว!”

“หวาขอร้อง...ช่วยหวานะ” ยิหวายกมือหนึ่งแตะแก้ม ขณะที่น้ำตาค่อยๆไหลรินลงมา “ปาล์มจะให้หวาไม่พูดไม่ได้หรอกในเมื่อนี่มันเป็นเรื่องเดียวที่หวาคิดอยู่ในหลายวันนี้แล้วก็หยุดคิดไม่ได้”

“ฉันบอกให้หยุดไง!”

“ปาล์มไม่ได้เสียอะไรสักนิดถ้าตอบตกลง”

ประโยคที่ยิหวาตะโกนโต้กลับคืนนั่นจุดความเดือดดาลของปิยะธิดาเข้าอีกหนจนหล่อนถลันเข้าใส่แล้วกระชากเสื้ออีกฝ่ายเหวี่ยงสุดแรงจนยิหวาล้มลง

“ใครกันที่ไม่เสียอะไร อย่ามาพูดเอาแต่ได้นะหวา น้ำตาเธอมันใช้ได้แต่คนที่ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วใครเป็นคนผิดคนถูกต่างหาก”

“หวาไม่ได้พยายามจะทำให้ตัวเองถูก”

“แล้วที่เธอทำอยู่นี่มันเรียกว่าเห็นแก่ตัวไหม”

“หวาไม่ได้อยากทำร้ายใคร...”

อีกหนที่ปิยะธิดาพยายามจะพุ่งเข้ามาหาอย่างประสงค์ร้ายแต่ยิหวาใช้สองมือปัดป้องสุดชีวิต กระนั้นปิยะธิดายังไม่วายจิกปลายผมบางส่วนของยิหวากระชากจนคนถูกกระทำร้องออกมา

“พอได้แล้ว!”

แสงปรัชญ์ตะโกนลั่น ก้าวยาวๆพุ่งไปรั้งเอวปิยะธิดาที่เอาแต่กรีดร้องและดิ้นเต็มแรงไม่ยั้ง

เควินเองก็พอรู้สถานการณ์รีบตรงเข้าไปช่วยน้ำอิงดึงตัวยิหวาออกมาห่างๆ อีกหนึ่งสาวที่เหลืออย่างจิราพัชรได้แต่ยืนตะลึงหน้าซีดเผือดทำอะไรไม่ถูกอยู่ห่างออกมา

“จูนช่วยหวาพูดหน่อยสิ ปาล์มไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรเลย” ยิหวาหันไปร้องขอความช่วยเหลือจากจิราพัชร

ทว่าคนถูกขอให้ช่วยกลับปฏิเสธพลางชำเลืองมองไปทางปิยะธิดาอย่างขยาด

“ไม่เอาหรอก นี่มันเรื่องในครอบครัวนะ”

“เธอมันเห็นแก่ตัวเกินไปแล้วยิหวา” ปิยะธิดาหอบตัวโยนแม้จะโดนแสงปรัชญ์ดันไปตรึงร่างชิดกับราวระเบียง หากวาจาที่สาดใส่ไม่ยั้งก็เหลือบ่ากว่าแรงที่ชายหนุ่มจะห้ามปราม “อย่าคิดนะว่าเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เล็กแล้วอะไรๆฉันก็ต้องยอมเธอไปหมดทุกอย่าง”

“เราเป็นญาติกันนะปาล์ม เห็นแก่ความเป็นญาติหน่อยได้ไหม” ยิหวาสะอื้นไห้อีกหน ทรุดกายทิ้งตัวลงนั่งปิดหน้าร้องไห้อย่างหมดเรี่ยวแรง

“แล้วเธอล่ะเคยเห็นฉันเป็นญาติไหม พ่อเธออีกล่ะ...เขารับรู้ไหมว่าเราเป็นญาติกัน เวลาท่านอยากได้อะไรเพื่อให้ลูกเมียตัวเองอยู่รอดก็พูดแบบไม่คิด ก่อนจะทวงถามความเป็นญาติกับใครทำไมไม่ดูตัวเองให้ดีก่อนว่าทำแบบเดียวกันกับคนอื่นเขาไว้หรือเปล่า พอจนตรอกหมดปัญญาก็มาบังคับจะเอาให้ได้ดังใจไม่คิดถึงหัวอกชาวบ้าน เธอยังมีหน้ามาขอร้องฉันอีกเหรอ!”

ปิยะธิดาฉายความแกร่งกระด้างในหัวใจออกมาชัดเจน

มีแต่เพียงเสียงสะอื้นของยิหวาที่ดังในความเงียบรายรอบ

คนอื่นๆไม่กล้าเอ่ยปากสอดคำเพราะเกรงจะเป็นการยั่วยุอารมณ์ปิยะธดาอย่างไม่ตั้งใจให้ระเบิดขึ้นรอบใหม่จนหนักหนาไปกว่านี้

แสงปรัชญ์ค่อยๆคลายวงแขนที่รัดร่างปิยะธิดาออกอย่างระมัดระวัง อย่างน้อยเธอก็กลับคืนมาเป็นตัวของตัวเองและไม่มีทีท่าว่าจะจู่โจมเข้าใส่เพื่อนสาวที่ปะทะคารม หล่อนกระแทกเสียงใส่ทุกคนอย่างเย็นชาเพียงว่า

“พวกคุณช่วยผิดคนแล้ว คนที่โดนทำร้ายอยู่คือปาล์มไม่ใช่หวา...รู้เอาไว้ซะ!”

คนที่ดูเหมือนอ่อนแอช่วยอะไรตนเองไม่ได้มักได้รับความเห็นใจเสมอ ตรงข้ามกันกับคนแบบหล่อนที่ไม่เคยร้องขอความสงสารจากใครกลับถูกมองว่าเป็นตัวร้ายเสมอมาจนชาชิน

ปิยะธิดากล่าวจบก็สะบัดหน้าเดินเลี่ยงหายลับไปอีกทางเพื่อระงับอารมณ์ตั้งสติใหม่เพียงลำพัง

น้ำอิงบุ้ยใบ้ให้เควินตามปิยะธิดาไปในขณะที่หล่อนเข้ามาประคองยิหวาไว้แทน อย่างน้อยน้ำอิงก็ยังเป็นห่วงทั้งคู่มากพอกันตราบเท่าที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ

ลางสังหรณ์ของหล่อนกลับบอกว่าเรื่องเหล่านี้ร้ายแรงเกินกว่าที่ใครจะเข้าไปตัดสินคู่กรณีทั้งสองได้ว่าฝ่ายใดถูกหรือผิดพลั้ง...



แผนการท่องเที่ยวช่วงบ่ายถูกยกเลิกไปโดยปริยาย

รถทั้งคันเงียบสนิทจนแทบได้ยินถ้ามีเข็มสักเล่มตกลงที่พื้น บรรยากาศอึมครึมชวนให้อึดอัดเมื่อทุกฝ่ายแยกย้ายกันไปนั่งประจำที่ตน

ยิหวาขอขึ้นนั่งกระบะหลังร่วมทางไปกับเควินและน้ำอิง หล่อนให้ที่นั่งในรถว่างลงอีก

แสงปรัชญ์ลอบถอนใจแต่ก็ไม่ได้ทักท้วงสิ่งใด

ทันที่รถเคลื่อนออก ความกลัดกลุ้มกังวลของยิหวาก็เคลื่อนไปไม่น้อยกว่ากันเมื่อหล่อนหลุดปากมาว่า

“แม่หวากำลังจะตาย...”

ประโยคแรกของยิหวาทำให้น้ำอิงเงียบงัน เควินขมวดคิ้วรอฟังอย่างตั้งอกตั้งใจและแปลกใจไปพร้อมๆกัน

“น้ารำไพ...แม่ของปาล์มเป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่หวา” ยิหวาบอกเล่ากระท่อนกระแท่น “ท่านถูกรถชนสมองตายใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ในไอซียูมาสองปีกว่าแล้ว ต้องใช้เงินเยอะมาก พ่อหวาเป็นคนช่วยออกค่าใช้จ่ายให้มาตลอดเพราะเห็นแก่ที่พ่อของปาล์มมาขอร้องไว้ ทั้งที่ทีแรกพ่อว่าจะไม่ไปยุ่งด้วยเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องไปรับผิดชอบมากมายขนาดนั้น จำนวนเงินมันไม่ใช่น้อยๆเลย”

สาเหตุนี้ทำให้ปิยะธิดาโกรธ หากบิดาของหล่อนไม่อดทนอ้อนวอนบิดาของยิหวาที่เป็นนายจ้างและมีสายสัมพันธ์ฉันญาติ ป่านนี้แม่หล่อนคงตายไปนานแล้ว

แต่บุญคุณก็ยังคงมีทำให้ได้แต่กล้ำกลืนอดทนเอาไว้

ฟังแล้วไม่น่าแปลกใจนัก ที่ปิยะธิดาจะมีอุปนิสัยใจคอเข้มแข็งและดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี จากประสบการณ์ที่มารดาอยู่ในอาการโคม่ามาตลอดสองปีคงมากมายพอที่จะเปลี่ยนใครคนหนึ่งให้หัดยืนด้วยตัวเองโดยไม่หวังพึ่งพาคนอื่น

“เมื่อต้นปีที่ผ่านมาแม่หวาเริ่มป่วย หมอตรวจแล้วบอกว่าแม่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจต้องผ่าตัดเปลี่ยนให้ไวที่สุด น้ารำไพเป็นผู้บริจาคที่เหมาะกับแม่หวาที่สุด ไม่อย่างนั้นเราต้องรอเข้ารายชื่อที่ไม่รู้ว่าจะได้ไหมหรือว่าได้มาเมื่อไหร่ แล้วถ้าเป็นคนอื่นก็มีความเสี่ยงที่ร่างกายจะปฏิเสธสูงเพราะไม่ได้มีความเกี่ยวพันทางสายเลือด แต่มันติดที่ว่าปาล์มไม่ยอมให้ถอดเครื่องช่วยหายใจออกแล้วปล่อยท่านไป พ่อของปาล์มเองก็ตัดสินใจไม่ได้...เขาคงไม่อยากทำร้ายจิตใจปาล์ม ก็เลยขอให้ปาล์มตัดสินใจเอาเองว่าจะเอายังไง”

คำบอกเล่าเหล่านั้นแม้จะเลือกกลั่นกรองให้ฟังเข้าใจง่ายเพียงใด แต่คนฟังทั้งคู่ก็รู้ดีว่าไม่ง่ายเลยที่จะพูดมันทั้งหมดออกมา

ยิหวาเริ่มร้องไห้อีกครั้งด้วยความอัดอั้นตันใจ “หวาไม่ได้อยากกดดันปาล์มนะ แต่ถ้าแม่หวาไม่ได้เปลี่ยนหัวใจใหม่เร็วๆนี้แม่หวาก็ต้องตาย...หวา...หวาไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน...”

สองชีวิตที่ถูกผูกมัดยึดโยงเอาไว้ด้วยกัน...

น้ำอิงเองก็อดสะเทือนใจกับสิ่งที่ได้ฟังนั้นมิได้

แล้วอะไรกันที่จะมาช่วยให้ตัวเลือกมันง่ายดายขึ้นว่าหนึ่งในสองนี้ใครคนไหนสมควรจากไป

ไม่มีลูกคนไหนที่จะมองบุพการีของตนเองถูกคร่าจากไปโดยไม่ทุกข์ร้อน ยิหวากับปิยะธิดากลับต้องมาเดินอยู่บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยคำถามซึ่งไร้คำตอบ โดยมีชีวิตมารดาของแต่ละฝ่ายเป็นเดิมพัน!

“ใจเย็นๆนะหวา” น้ำอิงปลอบประโลม

หากก็นึกสรรถ้อยคำนอกเหนือไปจากนั้นไม่ออก

หล่อนจะกล่าวหนุนว่ายิหวาทำถูกก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากเต็มคำนัก นี่ไม่ใช่บททดสอบที่แค่ตอบถูกทุกอย่างก็จะจบลงด้วยดีได้ ความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของใครอีกคนยังลอยวนอยู่เบื้องหน้าให้ตระหนักว่าสิ่งที่ต้องการนั้นมิใช่จะได้มาโดยไม่ต้องแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่มิได้ด้อยไปกว่ากัน

ชีวิตต่อชีวิต!

ก่อนหน้านี้หากความฝันแกมยินดีของน้ำอิงจะลาดทอไปด้วยสายรุ้งเกี่ยวกับเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวอันแสนสุข หล่อนก็เริ่มเรียนรู้แล้วว่าโลกยังกว้างเกินกว่าที่ตัวเองคิด

และมิตรภาพก็ไม่ได้หยุดลงแค่คนคนดีๆที่ไร้ปัญหาด้วยเช่นกัน บางครั้งมันก็เกี่ยวพันอยู่ในแวดวงคนหลายคนที่มีปัญหาอย่างแยกไม่ได้เหมือนกรณียิหวาและปิยะธิดาเผชิญอยู่

เพียงแต่จะรับมือกับมันอย่างไรนั่นแหละประเด็น

น้ำอิงกุมมือยิหวาพลางกล่าวเชิงตริตรองว่า

“เรื่องแบบนี้หวาต้องยอมรับนะว่ามันตัดสินใจไม่ง่าย ปาล์มต้องการเวลาพอๆกับที่หวาต้องทบทวนว่าสิ่งที่ขอไปน่ะมันมากเกินกว่าที่ปาล์มจะให้ได้หรือเปล่า”

“หวาต้องช่วยแม่...”

“ปาล์มก็ต้องปกป้องแม่ของเธอเหมือนกัน” น้ำอิงแย้งนุ่มนวล “ถึงหมอจะบอกว่าสมองตาย ในทางการแพทย์คนป่วยไม่ได้มีความหวังมากกว่านั้น แต่กับคนที่เรารักต่อให้เขานอนอย่างไม่รู้สึกรู้สาเขาก็มีค่ากับเราจนตัดขาดกันไม่ได้ง่ายๆ”

ยิหวาพยักหน้า แม้จะหยุดซับน้ำตาแล้วแต่ดวงตาที่บวมแดงก็แสดงถึงความทุกข์ที่สุมในอก

เควินเป็นอีกคนที่สนับสนุนคำพูดของน้ำอิงขึ้นมาว่า

“นั่นสิครับ ยื้อชีวิตกันมาตั้งสองปีจะมาขอให้เลิกหวังมันก็ทำใจลำบากกันทั้งนั้น อีกอย่างคุณหวาเองก็มีแต่ได้กับได้ ส่วนคุณปาล์มต้องเสียแม่ไปทั้งคน”

เขาไม่ได้เจตนาจำตำหนิการกระทำของยิหวา แต่แจกแจงผลได้ผลเสียไปตามเหตุผล ทว่าคำพูดที่แทงใจดำเหล่านั้นก็ทำให้ยิหวาหน้าเสียหนักไปกว่าเดิม

“แต่หวาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ปาล์มเสียใจ หวาเหลือทางเลือกน้อยมากค่ะคุณเควิน หมอบอกระยะหลังสุขภาพแม่เริ่มย่ำแย่ลง ถ้าหนักหนาไปกว่านี้บางทีท่านอาจไม่พร้อมจะเข้ารับการผ่าตัดด้วยซ้ำไป”

“เรื่องนั้นผมก็พอเข้าใจ” ชายหนุ่มถอนใจหนักหน่วง

ในขณะเดียวกันก็มีอีกหลายเรื่องที่ยิหวาควรต้องเข้าใจด้วย...

เพียงน้ำอิงปรายตามองสบดวงตาสีเขียวเข้มของเควิน หล่อนก็พอมองเห็นเค้าลางของความหนักอกหนักใจไม่น้อยไปกว่ากัน

กระทั่งยิหวาพึมพำออกมาอย่างเศร้าๆว่า “เย็นนี้หวาจะเข้าหน้าปาล์มติดได้ยังไง ปาล์มโกรธซะขนาดนั้นทั้งที่หวาไม่ได้ตั้งใจเลยจริงๆ...”

“ค่อยๆคิด อิงว่ามันคงมีทางทำให้เรื่องดีขึ้น”

“ทางไหนกันอิง” ยิหวานัยน์ตาแดง เริ่มร้องไห้อีกระลอกอย่างสุดกลั้น “หวาแค่อยากได้ความเป็นเพื่อนแบบเดิมๆที่เคยมีกลับคืนมา แต่หวาก็กลัวว่าถ้าไม่ทำอะไรเลยเพื่อจะรักษามิตรภาพนั่นเอาไว้แม่หวาก็ต้องตายไปอย่างที่หมอเคยบอกมา ทำไมหวากับปาล์มต้องมาเจอเรื่องบ้าๆแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้!”

มิตรภาพกำลังจะถูกแซงแทรกด้วยภาวะความจำเป็นที่โหดร้ายซึ่งมารออยู่เบื้องหน้า น้ำอิงปรารถนาจะผลักดันมันออกจากสองบ่าที่ยิหวาแบกรับภาระเอาไว้แต่ก็ไม่อาจทำได้ เพราะเท่ากับโยนสิ่งเดียวกันไปสู่ปิยะธิดากดดันให้ต้องตัดสินใจ

ทำไมชีวิตมันไม่ง่ายกว่านี้...

และทำไมการเดินทางจึงเลือกบทเรียนอันหนาวเหน็บสุดขั้วหัวใจระหว่างเพื่อนสาวสองคนนี่มาให้น้ำอิงได้รู้เห็นและเป็นประจักษ์พยาน

...ทำไมกัน!














 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2552 17:33:54 น.
8 comments
Counter : Pageviews.

 

อีกนิดเดียวก็ปีใหม่แล้วค่ะ
คิวเหมือนเดิมนะ คือหาวันหยุดพักยาวไปเที่ยวหลั่นล้า ^ ^
ไม่แน่ใจว่าจะได้ลงนิยายจนถึงตอนจบก่อนหรือเปล่าค่ะ
เดี๋ยวจะแจ้งอีกทีว่าตกลงได้อัพกี่บทถึงจบจ้า

ขอบคุณที่แวะเข้ามาอย่างเงียบค่ะ 555+
(แอบฮาที่คุยคนเดียวด้วยล่ะ)


 

โดย: ploy666 (ploy666 ) 20 พฤศจิกายน 2552 17:26:26 น.  

 

หาดทรายปลายดาว 22


คุยกันก่อนอัพ

ย้อนคิดถึงการเจอเพื่อนสมัยเด็กหนหนึ่งที่ไม่ได้พบกันมาสิบกว่าปีค่ะ
ได้แต่ส่งข่าวคราวกันนานๆหน จนวันหนึ่งเราก็นัดพบกัน และมีเรื่องที่น่าตกใจคือรถคันที่นั่งกันอยู่นั้น
ชนสุนัขข้างทางในยามดึกสงัด...ทุกวันนี้ยังคงตกใจอยู่ไม่หายเพราะสงสารและรู้สึกไม่สบายใจนัก

ทว่าลึกๆก็อดสงสัยไม่ได้ค่ะว่า นับสิบปีที่ไม่เจอกันไม่เคยเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นในชีวิต
ทำไมต้องเป็นวันนั้นล่ะ?
ลิขิตกรรมเหมือนจะรอให้พวกเราอยู่พร้อมหน้าชอบกล

วันนี้ก็ยังคงถอนใจเฮือกๆกับเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้น
พรุ่งนี้ไปถวายสังฆทานคงได้แผ่ส่วนกุศลไปให้สุนัขตัวนั้น ขออโหสิกรรมเสียที...

Ploy666.


**************


หาดทรายปลายดาว 22
ผู้แต่ง ploy666 (สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย)



“จูนเอาขนมอะไรไหม เดี๋ยวหวาไปซื้อมาให้” ยิหวายื่นผ้าเช็ดหน้าที่เทน้ำใส่และบิดหมาดยื่นให้พลางถามอย่างอาทร

เพื่อนสาวที่ยังมีท่าทางอ่อนระโหยโรยแรงปฏิเสธพอได้ยิน ก่อนรับผ้ามาเช็ดใบหน้าและซอกคอให้สดชื่นขึ้น ร่มไม้ที่แผ่ใบบังสูงขึ้นไปทำให้แดดร้อนจ้าไม่อาจเสียดแทรกลงมายังพื้นบริเวณนั้นได้เต็มที่นัก ประกอบกับความชุ่มชื้นของผืนป่ากว้างใหญ่ที่ห้อมล้อมและลำธารอีกสายในละแวกใกล้เคียงสร้างไอเย็นเมื่อสายลมพัดผ่านจนจิราพัชรเผลอปิดปากหาวขึ้น

“ขอเป้มาหนุนนอนที่ม้านั่งนี่ได้ไหม ที่เวียนหัวก็เริ่มค่อยยังชั่วขึ้น แต่กว่าพวกนั้นจะออกมาก็อีกนานไม่ใช่เหรอ จูนขอออมแรงก่อนไปลุยต่อดีกว่า”

ม้านั่งยาวถูกปัดผ่านๆให้สะอาดพอจะเอนตัวลงได้ อยู่ไม่ห่างจากบริเวณร้านค้าที่ขายของมากนัก ยิหวามองคล้ายจะให้แน่ใจว่าความง่วงงุนของจิราพัชรเกิดจากความผ่อนคลายในบรรยากาศธรรมชาติสวยงาม มิใช่เกิดอาการแทรกซ้อนใดๆจากความอ่อนเพลียก่อนหน้านี้

ยิหวาทำตามคำขออย่างว่องไว เมื่อจิราพัชรจัดท่านอนได้ถนัดก็ทำท่าจะหลับลงโดยไว

“จูนว่าเย็นนี้ปาล์มจะอารมณ์ดีขึ้นพอที่จะคุยเรื่องแม่ของหวาหรือยัง...”

สุ้มเสียงแผ่วหวั่นเกรงนั่นทำให้จิราพัชรถอนใจยาว

“หวาอยากได้อะไรก็ต้องหัดสู้เสียบ้าง เรื่องบางเรื่องของบางอย่างไม่ได้มีใครยกมาวางให้ตรงหน้าเหมือนที่พ่อหวาชอบทำให้ทุกอย่างหรอกนะ” หางเสียงเหน็บแนมแซมแทรกมาอย่างอดไม่ได้

คนถูกสอนนิ่งงัน ทิ้งสะโพกพิงกับไม้ยืนต้นที่อยู่ตรงข้ามกันพลางมองมาอย่างหม่นเศร้า มือที่สอดประสานกันอยู่นั้นสั่นระริกด้วยความรู้สึกภายในที่ไม่สู้จะเป็นปกติดีเท่าไหร่

บางครั้งความเป็นเพื่อนก็ช่างเป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนยากเย็นเมื่อมีอะไรบางอย่างมาแทรกเพิ่มเติม

มันจะดีกว่านี้ไหมนะถ้าพวกหล่อนเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน...

ยิหวาถามตัวเองซ้ำๆก่อนจะบอกว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ตัวหล่อนต้องการสักนิด ถึงชีวิตหล่อนเคยวนเวียนอยู่ในโลกแคบๆหล่อนก็ไม่โง่ขนาดที่จะไม่ไยดีมิตรภาพที่ตนเองและเพื่อนๆมีต่อกัน ต่อให้มันวางอยู่บนสายใยอันเปราะบางพร้อมสายลมที่พัดแพ้วพานก็ตามที

“หวาจะพูดกับปาล์มตรงๆแล้วล่ะ หวาเหนื่อยที่จะรอให้ปาล์มถ่วงเวลา...”

คำสารภาพอย่างเศร้าๆชวนหดหู่เหมือนสิ้นไร้หนทางของยิหวา ทำให้จิราพัชรยกแขนอีกข้างมาเกยปิดแสงที่ลอดเข้าเปลือกตา ซ่อนความเห็นของตนไว้มิดชิดจนกว่าจะถึงเวลาอันควร

...เวลาที่ความเป็นเพื่อนจบลงหรืออะไรก็ตามที



ใบไม้ในมือที่ถูกพลิกพินิจยังเป็นสีเขียวสด น้ำอิงมองเห็นเยื่อสีเข้มกว่าส่วนใบที่แตกแขนงออกไปสานกันชัดเจน ก้านที่หลุดจากกิ่งมีรอยยางสดซึมอยู่เล็กน้อยทำให้หญิงสาวเงยหน้ามองหาที่มา

ร่างสูงของแสงปรัชญ์เดินมาซ้อนทางเบื้องหลัง เขาถือวิสาสะเอื้อมมือผ่านข้างตัวมาแตะปลายนิ้วเลื่อนไล่ตามลายบนผิวใบสีเขียวมันวับนั่นอย่างพินิจพิจารณา ก่อนจะหยิบมาถือเสียเองและพลิกดู ทว่าไออุ่นปะปนกับกลิ่นเหงื่อของกิริยาใกล้ชิดที่คล้ายจะถูกโอบกอดกลายๆนั่นทำให้น้ำอิงรู้ดีว่าหัวใจตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

เสียงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ตอนนี้เป็นของเขาหรือของหล่อนกันแน่

...น้ำอิงใคร่ถามแต่ก็ไม่กล้าพอ

น้ำเสียงห้าวเป็นกังวานแว่วใกล้“ยังสดอยู่เลยนี่”

“อิงไม่ได้เด็ดนะคะ กระรอกเพิ่งผ่านไปเมื่อครู่นี้เอง คงเหยียบแล้วทำร่วงลงมา”

“ผมยังไม่ได้ว่าอะไร”

มะกี้ย้อนไปอ่านตอนที่ 22ค่ะ เจอบทสนทนานี้เข้า อดขำไม่ได้ นึกถึงเวลามอลลี่เถียงกะลูกพี่ อารมณ์นี้เลย

พ่อเจ้าประคุณชอบทำหน้าเข้มใส่ ไม่ก็ยิ้มแบบตั้งคำถาม พอเราร้อนตัว อธิบายไป เขาก็ย้อนว่า "ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย"

55+ สู้ๆ อัพต่อนะคะพลอย เดี๋ยวมาอ่านต่อ





 

โดย: Tukta21 22 พฤศจิกายน 2552 13:41:16 น.  

 

สู้ๆจ้ามอลลี่ แต้งค์กิ้ว
เดี๋ยวหยุดรอ (จริงๆแอบอู้ หุหุ)

เชียงใหม่เริ่มหนาวแล้วล่ะ ขอซุกในผ้าห่มสักพักใหญ่ๆค่ะ
^ ^

 

โดย: ploy666 IP: 124.157.185.11 22 พฤศจิกายน 2552 14:24:33 น.  

 

แสงปรัชญ์เหมาะที่จะเป็นคนในจิตนาการมากกว่าที่หล่อนจะไปทึกทักว่าเขาคือความจริงของหัวใจในอนาคต

โอ๊ย ประโยคนี้ก็โดนค่ะ

 

โดย: Tukta21 22 พฤศจิกายน 2552 14:34:38 น.  

 

มอลลี่...มาไว
วันหยุดนี่ขยัน (เข้าเน็ต) เนาะ 555+

 

โดย: ploy666 22 พฤศจิกายน 2552 15:00:28 น.  

 

อืม เข้าใจแล้วละว่าทำไมจูนถึงร้ายนัก เพราะงี้นี่เอง

 

โดย: Tukta21 22 พฤศจิกายน 2552 15:10:44 น.  

 

เอออยากอ่านฝนพรางฟ้าอีกอะค่ะ รักดีจะกลับมาอัพอีกมะไหร่น้อ

 

โดย: Tukta21 22 พฤศจิกายน 2552 15:17:45 น.  

 

มาสวัสดีเจ้าของบล็อกค่ะ

 

โดย: ปณาลี 22 พฤศจิกายน 2552 23:39:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ploy666

Location :

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]

หนังสือที่มีวางจำหน่ายเฉพาะในบล็อก
http://ploy666.bloggang.com





ชื่อเรื่อง : เงาบรรณ
นามปากกา : ลายน้ำ
ราคา : 259.- บาท
สั่งซื้อที่ vr_molecule@hotmail.com

สินค้าหมดค่ะ


หมายเหตุ : ต้องการลายเซ็นนักเขียน กรุณาแจ้งพร้อมการสั่งซื้อ

****************



บล็อกนี้นิยมอยู่อย่างสงบค่ะ
ฮั่นแน่ะ...มิน่ามีแต่นักอ่านเงา (แป่ว... -"-)

ป.ล.ข่าวคราวนิยายที่จะออก
ถ้ามี--จะแจ้งค่ะ
ถ้าไม่มี--ก็ตามที่ไม่ได้แจ้งค่ะ 555+

ยิ้มหน่อยน่า อย่าเครียดๆ มิดีเน้อ เดี๋ยวแก่ไวนะ

******* ***

Profile เหรอคะ...
อ่านนิยายสิ แล้วคุณจะรู้จักพวกเราทุกคนในบล็อกนี้เลย


**************

เนื้อหาต่างๆที่อัพในบล็อก
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย



 
Friends' blogs
[Add ploy666's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.