เมนูวันนี้ ... "ไวท์ซอสน็อกกี้" ...
ไวท์ซอสน็อกกี้

"น็อกกี้เนื้อมันๆเด้งๆหนึบๆราดไวท์ซอสรสมันเข้มข้น"



สวัสดีครับ วันนี้เราลองมาดูเมนูสไตล์อิตาเลี่ยนกันบ้างนะครับ โดยเมนูในวันนี้จะเป็นเมนูจาก "น็อกกี้" ซึ่งก็คือก้อนแป้งพาสต้าที่ทำจากมันฝรั่ง โดยเนื้อสัมผัสจะเด้งๆหนึบๆคล้ายๆกับลูกชิ้น มีรสชาติมันๆหวานๆที่ได้จากเนื้อมันฝรั่ง โดยปกติจะคนอิตาเลี่ยนจะทานน็อกกี้กับซอสรสมันๆข้นๆ หรือไม่ก็จะทานเป็น side-dish แกล้มคู่กับอาหารจานหลักอย่างพวกเนื้อสัตว์ย่างเป็นต้น ซึ่งวิธีการและส่วนผสมก็ไม่ยุ่งยากเลยครับ สามารถทำทานเองได้ง่ายๆอีกทั้งยังสามารถทำเผื่อเหลือเก็บไว้ในตู้เย็นเอาไว้ทานวันหลังก็ได้ครับ



ก่อนอื่นเราก็มาเริ่มทำ "น็อกกี้" กันก่อนเลยนะครับ โดยเริ่มจากต้มมันฝรั่งปอกเปลือกสักครึ่งกิโล โดยต้มไปเรื่อยๆจนกว่าเนื้อมันฝรั่งจะนิ่มโดยลองเอาไม้จิ้มฟันจิ้มแล้วดึงออกดู ถ้าหากว่าไม้หลุดออกมาแบบง่ายๆก็แปลว่ามันฝรั่งนิ่มได้ที่แล้ว จากนั้นก็นำมันฝรั่งขึ้นมาสะเด็ดน้ำแล้วบดให้เนียนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วพักให้เย็นลงสักหน่อยครับ



หลังจากนั้นก็ผสมแป้งสาลีลงไปสักประมาณ 200 กรัม กับเกลือสักครึ่งช้อนโต๊ะ และไข่แดงของไข่ไก่สักหนึ่งฟอง จากนั้นนวดให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันครับ โดยนวดไปเรื่อยๆจนกว่าส่วนผสมจะไม่เหนียวติดมือ โดยถ้าส่วนผสมเหนียวติดมือค่อนข้างมากก็ค่อยๆโรยแป้งสาลีลงไปทีละนิดแล้วนวดต่อไปเรื่อยๆครับ



พอนวดส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ก็แบ่งแป้งน็อกกี้ออกเป็นก้อนเล็กๆเท่าๆกันประมาณนิ้วหัวแม่มือ แล้วใช้หลังซ้อม (ด้านที่ใช้ดันอาหาร) กดลงไปบนก้อนน็อกกี้แรงพอประมาณแล้วกรีดออกด้านข้างให้เป็นช่องๆริ้วๆ



หลังจากนั้นก็นำก้อนน็อกกี้ลงไปต้มในน้ำเดือดโรยเกลือเล็กน้อย รอจนกว่าก้อนน็อกกี้จะสุกแล้วค่อยตักขึ้นโดยดูง่ายๆว่าก้อนน็อกกี้ลอยขึ้นมาหรือยังครับ จากนั้นก็ตักก้อนน็อกกี้ไปคลุกกับน้ำมันพืชสักเล็กน้อย (ถ้าหากเป็นน้ำมันมะกอกก็จะดีครับ) แค่นี้เราก็จะได้ก้อนน็อกกี้แล้วครับ



จากนั้นเราก็มาเตรียมไวท์ซอสนะครับ โดยเราจะใช้ผงไวท์ซอสสำเร็จรูปนะครับ โดยตั้งนมจืดบนกระทะจนเดือดจากนั้นก็ใส่ผงไวท์ซอสลงไปผสมแล้วคนให้เข้ากันจนข้น อาจปรุงรสด้วยเกลือสักเล็กน้อย เพียงเท่านี้เราก็จะได้ไวท์ซอสแบบง่ายๆแล้วครับ



เวลาทานก็เพียงแค่ตักไวท์ซอสราดลงไปบนก้อนน็อกกี้ โรยพริกไทยดำโขลกลงไปตัดรสมันสักเล็กน้อย ก้อนน็อกกี้รสมันๆหวานๆกับเนื้อสัมผัสเด้งๆหนึบๆเข้ากันดีกับไวท์ซอสรสหอมมันเข้มข้น เพียงแค่นี้เราก็จะได้เมนูสไตล์อิตาเลี่ยนที่ทำได้ง่ายๆแถมยังอร่อยกลมกล่อมแล้วครับ





ขอบคุณครับที่ติดตาม









Create Date : 05 พฤษภาคม 2557
Last Update : 5 พฤษภาคม 2557 13:35:17 น.
Counter : 1447 Pageviews.

0 comment
เมนูวันนี้ ... "ซี่โครงอ่อนเจี๋ยนเต้าเจี้ยว" ...
ซี่โครงอ่อนเจี๋ยนเต้าเจี้ยว

"ซี่โครงอ่อนเนื้อนุ่มๆตุ๋นเต้าเจี้ยวกลิ่นหอมๆรสกลมกล่อม"



สวัสดีครับ วันนี้เราลองมาดูเมนูจากเนื้อหมูส่วนซี่โครงอ่อนกันดูนะครับ สำหรับคนที่ชอบทานเนื้้อหมูจะรู้กันดีว่าหนึ่งในส่วนที่อร่อยที่สุดก็คือเนื้อส่วนซี่โครงเพราะเนื้อหมูจะได้รับความหวานมันจากไขกระดูกที่แอบซ่อนอยู่ภายในกระดูกซี่โครง ยิ่งถ้าเป็นส่วนซี่โครงอ่อนด้วยแล้วก็ยิ่งแล้วใหญ่เพราะนอกจากเนื้อนุ่มๆหวานๆแล้วยังสามารถเคี้ยวกระดูกอ่อนๆของหมูกันได้อย่างมันปากไปเลยครับ

โดยเมนูในวันนี้เราจะนำซี่โครงอ่อนมาเคี่ยวกับเต้าเจี้ยวจนหอมนุ่มแถมยังมีรสกลมกล่อม อีกทั้งเมนูนี้สามารถปรุงได้ง่ายๆไม่ซับซ้อนเหมาะจะเป็นเมนูติดบ้านอีกเมนูหนึ่งกันเลยทีเดียวครับ



ก่อนอื่นก็เริ่มจากนำน้ำซุปมาตั้งไฟแรงให้เดือดจากนั้นก็ใส่ซี่โครงอ่อนลงไป แล้วปรุงรสด้วย พริกไทยดำกับกระเทียมโขลกละเอียด เต้าเจี้ยว น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ น้ำตาลปี๊บ (ปรุงแบบให้มีรสมันๆเค็มๆ มีรสหวานตบนิดๆ) หลังจากปรุงรสเสร็จก็เบาไฟเป็นไฟอ่อนๆให้มีน้ำเดือดนิดๆ จากนั้นก็เคี่ยวไปเรื่อยๆจนซี่โครงอ่อนนุ่ม (ยิ่งเคี่ยวนานก็ยิ่งนุ่มครับ) ถ้าเห็นว่าน้ำเริ่มงวดแต่ซี่โครงอ่อนยังไม่นุ่มดีก็เติมน้ำเปล่าลงไปสักหน่อย หลังจากที่เห็นว่าซี่โครงอ่อนนุ่มและน้ำงวดข้นดีแล้วก็นำมาจัดลงจานให้สวยงามตามชอบเลยครับ (หรือถ้าชอบแบบน้ำข้นๆก็อาจเติมน้ำละลายแป้งมันลงไปละลายสักหน่อยก็ได้ครับ)



เพียงเท่านี้เราก็จะได้เมนูที่ปรุงได้ง่ายๆแถมยังอร่อยกลมกล่อม เนื้อส่วนซี่โครงอ่อนที่ถูกเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มกับน้ำซอสรสกลมกล่อมกลิ่นหอมเต้าเจี้ยวทานเข้ากันดีกับข้าวสวยร้อนๆหรือบะหมี่ลวกใหม่ๆสักชามแกล้มกับยอดคะน้าลวกตัดรสมันสักหน่อย แค่นี้ก็อร่อยเหาะไปเลยครับ





ขอบคุณครับที่ติดตาม





Create Date : 02 พฤษภาคม 2557
Last Update : 2 พฤษภาคม 2557 13:23:44 น.
Counter : 958 Pageviews.

1 comment
เมนูวันนี้ ... "คอหมูย่างผัดขิงเห็ดหอม" ...
คอหมูย่างผัดขิงเห็ดหอม

"คอหมูเนื้อนุ่มๆย่างหอมๆ ราดซอสขิงเห็ดหอมรสกลมกล่อม"



สวัสดีครับ วันนี้เราลองมาดูเมนูจากคอหมูกันดูนะครับ โดยถ้าให้เราลองมาเทียบกันดูก็จะพบว่าเนื้อส่วนคอหมูนั้นราคาค่อนข้างจะถูกกว่าเนื้อส่วนอื่นๆอยู่ค่อนข้างมากแถมยังมีรสมันนุ่มชุ่มลิ้น แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่นิยมนำมาปรุงอาหารเพราะกลัวว่าอาหารจะมีรสมันจนเลี่ยน แต่ปัญหานั้นจะไม่เกิดขึ้นกับเมนูที่เราจะนำมาปรุงในวันนี้แน่ๆครับเพราะเราจะใช้รสสรรพคุณของขิงมาเป็นตัวดับความมันจนเลี่ยนของเนื้อส่วนคอหมูจนได้เป็นเมนูสุดอร่อยรสนุ่มชุ่มลิ้นแถมยังมีกลิ่นหอมๆและรสกลมกล่อมของขิงมาช่วยชูโรงให้อร่อยยิ่งขึ้นไปอีกด้วยครับ



ส่วนประกอบหลักๆในวันนี้ก็จะมี คอหมูหมัก (หมักกับขิงกระเทียมโขลก เหล้าจีน และน้ำมันพืช โดยหมักทิ้งไว้ข้ามคืนก็จะดีมากๆครับ) เห็ดหอมฝานบางๆ และขิงกระเทียมโขลกครับ







ก่อนอื่นเราก็นำคอหมูหมักมาย่างไฟแรงๆให้ผิวแห้งเกรียมเล็กน้อยโดยที่เนื้อในยังมีสีชมพูสดอยู่ครับ เมื่อย่างเสร็จก็นำมาแล่บางๆพักไว้



จากนั้นเราก็มาทำซอสขิงกันต่อนะครับ โดยตั้งกระทะไฟปานกลางพอร้อนก็ผัดขิงกระเทียมโขลกไว้กับน้ำมันพืชเล็กน้อยจนส่งกลิ่นหอม จากนั้นก็เติมน้ำซุปลงไปสักครึ่งถ้วยตวง พอน้ำเดือดก็ใส่เห็ดหอมฝานลงไปแล้วปรุงรสด้วย น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำหวาน และน้ำตาลปี๊บ ชิมรสให้ออกเค็มนำหวานเล็กน้อย จากนั้นก็เติมน้ำละลายแป้งมันหรือแป้งข้าวโพดลงไป แล้วก็เคี่ยวไปเรื่อยๆจนน้ำเริ่มเหนียวข้น



พอน้ำซอสได้ที่แล้วก็ใส่คอหมูที่แล่ไว้ลงไปจากนั้นปิดไฟทันทีแล้วคลุกให้เข้ากันก็เป็นอันเสร็จครับ



นำคอหมูย่างขึ้นมาจัดใส่จานแล้วตกแต่งให้สวยงามตามชอบก็เป็นอันเสร็จครับ เพียงเท่านี้เราก็จะได้เมนูคอหมูย่างผัดขิงเห็ดหอมที่มีรสอร่อยนุ่มชุ่มลิ่นไม่มีรสเลี่ยนแถมยังมีรสเค็มๆหวานๆกลมกล่อม ทานกับข้าวสวยร้อนๆหรือหมี่ลวกซักชามรับรองว่าจะอร่อยเหาะไปเลยครับ





ขอบคุณครับที่ติดตาม






Create Date : 25 เมษายน 2557
Last Update : 25 เมษายน 2557 11:19:50 น.
Counter : 1156 Pageviews.

2 comment
เมนูวันนี้ ... "โจ๊กดำ" ...
โจ๊กดำ

"โจ๊กรสกลมกล่อมกลิ่นหอมๆเนื้อเนียนนุ่ม อุดมไปด้วยคุณประโยชน์"



สวัสดีครับวันนี้เราลองมาดูเมนูสุขภาพกันสักเมนูนะครับ พอดีแบบว่าเมื่อวานหุงข้าวหอมนิลทานแล้วของมันเหลือก็เลยเก็บเอามาทำเป็นโจ๊กทานบำรุงร่างกายซะหน่อยดีกว่า

โดยก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ ข้าวหอมนิลกันก่อนนะครับ  โดยข้าวหอมนิลหรือข้าวก่ำ เป็นข้าวที่มีสีดำโดยธรรมชาติ นิยมนำมาสีแบบข้าวกล้องแค่พอเอาเปลือกออกเพื่อรักษาคุณค่าทางอาหารไว้ ซึ่งประโยชน์ของข้าวหอมนิลคือ อุดมไปด้วยวิตามินบีและแร่ธาตุหลากลายจำนวนมาก รวมทั้งมีไฟเบอร์สูง ให้พลังงานทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน รวมถึงช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระอีกด้วยครับ



ก่อนอื่นเราก็มาเตรียมส่วนผสมกันก่อนเลยนะครับ โดยพระเอกของเราในวันนี้ก็คือข้าวหอมนิลที่เหลือจากเมื่อวาน (วิธีหุงข้าวหอมนิลก็ไม่ยากครับ เพียงแค่แช่ข้าวกับน้ำเปล่าทิ้งไว้สักคืน แล้วค่อยนำมาหุงแบบข้าวปกติ ก็จะได้ข้าวหอมนิลที่นุ่มและไม่ด้านแข็งแล้วครับ) ส่วนประกอบพระรองอื่นๆ ก็จะมี เห็ดหอมสดหั่นเป็นชิ้นๆ ไข่เยี่ยวม้าผ่าซีก กุนเชียงทอด ขิงกระเทียมโขลกละเอียด ผักกาดดองยำหั่นซอย นมถั่วเหลือง และน้ำซุปครับ















อย่างแรกก็นำข้าวหอมนิลมาขย้ำคลุกเคล้ากับไข่เยี่ยวม้าให้เข้ากัน สัดส่วนก็ประมาณ ข้าว 1 ถ้วยตวงต่อ ไข่ 1/2 ฟองครับ

จากนั้นก็ตั้งกระทะไฟปานกลางพอร้อนก็ใส่ขิงกระเทียมลงผัดให้พอหอม จากนั้นก็เติมน้ำซุปลงไป แล้วรอน้ำซุปเดือด จึงใส่ข้าว เห็ดหอม ลงไปแล้วปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว แล้วเคี่ยวไปเรื่อยๆให้ข้าวนุ่มเป็นโจ๊กครับ

จากนั้นพอเห็นว่าข้าวเริ่มนุ่มแล้วจึงใส่นมถั่วเหลืองลงไปผสมแล้วเคี่ยวให้เข้ากันก็เป็นอันเสร็จครับ



แล้วเสร็จจึงตักโจ๊กดำใส่จานแล้ว ตกแต่งให้สวยงามก็เป็นอันเสร็จครับ โจ๊กรสกลมกล่อมเนื้อเนียนๆนุ่มๆแต่ยังแฝงไว้ซึ่งความหนึบเล็กน้อยของข้าวหอมนิลอยู่ อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมๆคล้ายถ่านไม้อ่อนๆ ทานคู่กับไข่เยี่ยวม้า ผักกาดดอง และกุนเชียงทอด เพียงเท่านี้เราก็จะได้เมนูที่อร่อยกลมกล่อมแถมยังดีต่อสุขภาพอีกด้วยครับ





ขอบคุณครับที่ติดตาม




Create Date : 23 เมษายน 2557
Last Update : 23 เมษายน 2557 10:18:10 น.
Counter : 1102 Pageviews.

1 comment
เมนูวันนี้ ... "ซี่โครงแกะย่างซอสกะปิ" ...
 ซี่โครงแกะย่างซอสกะปิ

"ซี่โครงแกะย่างๆนุ่มๆ ราดซอสกะปิรสหอมหวาน เค็ม มัน"



สวัสดีหลังสงกรานต์ครับ วันนี้เราลองลงมาดูเมนูแบบใต้ๆทางฝั่งมลายูกันบ้างนะครับ ถ้าหากว่าจะพูดถึงอาหารมลายู ส่วนผสมที่แทบจะเห็นกันในทุกๆเมนูก็คือกะปิ ขนาดเรียกได้ว่าถ้าหากเมนูนั้นมีรสเค็มแปลว่าต้องใส่กะปิแน่ๆ อีกส่วนผสมที่เหมือนจะขาดไม่ได้ถ้าหากเมนูนั้นมีรสมันก็คือ น้ำนมมะพร้าว หรือที่ชาวไทยเราเรียกกันติดปากว่า "กะทิ" นั่นเอง

โดยเมนูในวันนี้จะเป็นเมนูสไตล์ฟิวชั่นที่ผสมผสานส่วนผสมหลักๆของอาหารมลายูกับอาหารหรูสไตล์ตะวันตกอย่างซี่โครงแกะย่าง จนกลายเป็นเมนู "ซี่โครงแกะซอสกะปิ" ในวันนี้ครับ



อย่างแรกเราก็เริ่มมาทำซอสกันก่อนเลยนะครับ โดยโขลกกระเทียม หอมแดง ตะไคร้ ข่า พริกขี้หนูแดง(ถ้าไม่ทานเผ็ดก็ไม่ต้องใส่ก็ได้นะครับ)อย่างละนิดละหน่อยให้เข้ากัน จากนั้นก็ตั้งกระทะไฟปานกลางน้ำมันสักเล็กน้อย จากนั้นก็ใส่ส่วนผสมที่โขลกทิ้งไว้ลงผัดพร้อมกะปิสักช้อนชาครึ่งหรือถ้าหากเป็นคนชอบรสเค็มก็ใส่ไปหนึ่งช้อนโต๊ะเต็มๆได้เลยครับ จากนั้นผัดไปเรื่อยๆพอส่วนผสมเริ่มส่งกลิ่นหอมๆก็ใส่กะทิลงไปสักครึ่งถ้วยตวง รอพอกะทิแตกมันก็ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บสักช้อนโต๊ะ จากนั้นพอกะทิเริ่มข้นก็ใส่ใบมะกรูดฉีกลงไปสักใบ คลุกให้เข้ากันแล้วปิดไฟก็เป็นอันเสร็จครับ



ส่วนซี่โครงแกะในวันนี้เราก็จะไม่จำเป็นต้องหมักแต่แค่ปรุงรสเฉยๆด้วยเกลือกับพริกไทยดำโขลกละเอียด แล้วนำลงไปย่างไฟแรงให้ผิวสุกเกรียมทั้งสองด้านแต่ตรงกลางยังคงมีสีชมพูนุ่มๆหวานๆอยู่นะครับ



พอเตรียมส่วนประกอบทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็นำซี่โครงแกะที่ย่างไว้จัดลงจานแล้วราดน้ำซอสกะปิลงไปตกแต่งให้สวยงาม ทานคู่กับผักสดๆพร้อมข้าวสวยร้อนๆ รสชาติของซี่โครงแกะย่างหอมๆนุ่มๆ เข้ากันได้ดีกับซอสกะปิรสหวานเค็มมันกลมกล่อม เป็นเมนูหรูที่ทำได้ไม่ยากแถมยังอร่อยกลมกล่อมหรือถ้าหากเป็นคนไม่ทานเนื้อ อาจจะเปลี่ยนเป็นเนื้อฟิลเล่ปลาหรือซี่โครงหมูก็ได้ตามแต่สะดวกนะครับ





ขอบคุณครับที่ติดตาม



Create Date : 18 เมษายน 2557
Last Update : 18 เมษายน 2557 18:19:52 น.
Counter : 769 Pageviews.

2 comment
1  2  

โดโด่โด้โด๊โด๋
Location :
เพชรบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



" Love me Love my Food "
New Comments