บีทรูท (Beetroot)
 https://blogs.food24.com/ninaskitchen/tag/beetroot/
บีทรูท (Beetroot)
ชื่อเรียกภาษาไทย : ผักกาดฝรั่ง ผักกาดแดง ชื่ออื่น ๆ : Chard, Sugarbeet, Mangel-wurzel ชื่อวิทยาศาสตร์ : Beta Vulgaris Linn. วงศ์ : Chenopodiaceae
บีทรูท คือหัวผักกาดที่อยู่ใต้ดินชนิดหนึ่ง ลักษณะใบเดี่ยวเรียงตัวสลับ ใบเป็นรูปหัวใจรี ก้านและเส้นใบสีแดง มีดอกเดี่ยวออกเป็นช่อสีเขียวอ่อนขนาดเล็ก หัวใต้ดินมีขนาดเล็ก ทรงกลมป้อม เปลือกดำแดง เป็นผักเมืองหนาว ต้นกำเนิดอยู่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ปัจจุบันสามารถปลูกได้ในแถบภาคเหนือของไทย

ราก หรือ หัวพืชที่สะสมอาหารอยู่ใต้ดิน มีลักษณะทรงกลมป้อม เส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 เซนติเมตร เนื้อด้านในฉ่ำน้ำเป็นชั้น ๆ สีแดงเลือดหมู ม่วงแดง และเหลือง บีทรูท รับประทานได้ หมดทั้งต้น หัว ก้าน ใบ เมื่อปอกเปลือกสีแดงจะติดมือ สารสีแดงในหัวบีทรูท คือ เบทานิน (betanin) เป็นกรดอะมิโนที่มีสรรพคุณยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกและมะเร็ง
 https://goo.gl/c5abFT https://goo.gl/9SEGz0
บีทรูท อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารอาหารที่มีประโยชน์อื่น ๆ ช่วยป้องกันความเสื่อม ของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณทางยาอื่น ๆ อีก เช่น ช่วยทำให้การไหลเวียน ของโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น ช่วยขับปัสสาวะ ลดอาการบวม บำรุงตับ เป็นยาระบาย เจริญอาหาร แก้เจ็บคอ ขับเสมหะ แก้อาการไอ บีทรูทช่วยปรับสมดุลระบบเลือดได้ดี หัวบีทรูทเป็นผักทางเลือกที่ดีที่จะป้องกันร่างกายจากสารอนุมูลอิสระ และกระตุ้นตับให้สามารถ กำจัดสารพิษออกจากกระแสเลือดได้มากขึ้น  https://goo.gl/7dXQ6m บีทรูท มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีไฟเบอร์อยู่มาก ให้ วิตามินเอ บี 1 บี 2 วิตามินซี โซเดียม โปแตสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และสารสีแดงในหัวบีทรูทคือเบทานิน (betanin) เป็นกรดอะมิโนที่มีสรรพคุณยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกและมะเร็ง บำรุงเลือด บำรุงไต ถุงน้ำดี เป็นอาหารล้างพิษ

https://goo.gl/lLqKrA
การเลือกซื้อและการเก็บรักษาบีทรูท ควรเลือกหัวบีทรูทที่มีขนาดเล็ก เพราะจะมีเนื้อ ละเอียดและให้รสหวานมากกว่าหัวบีทรูทขนาดใหญ่ ผิวไม่เหี่ยว จับดูเนื้อไม่นิ่ม ถ้ามีใบติดอยู่ด้วย ก็ให้เลือกหัวที่ใบยังสดอยู่ ตัดใบให้เหลือก้านประมาณ 3 ซม. นำไปล้างน้ำให้สะอาดแล้วเก็บ ใส่ในถุงตาข่าย วางไว้ในร่มหรือจะนำมาแช่ในตู้เย็นตรงช่องเก็บผัก จะเก็บได้นาน 2 สัปดาห์
 https://goo.gl/YVcGQe
ปลูกบีทรูทกินเอง ... แค่ปลูกให้มันขึ้นด้วยความนึกสนุกก็พอ ดูว่ามันจะสามารถโตได้ ในถิ่นที่ไม่ค่อยหนาวมากโดยเฉพาะในแถบที่อยู่ในส่วนภาคกลางได้หรือไม่ ลองปลูกบีทรูทในกระถางดู มันก็ใช้ได้เหมือนกัน เพียงแต่ต้องปลูกในหน้าหนาว เพราะ อากาศเย็น ถ้าปลูกฤดูอื่น หัวจะไม่ค่อยโตหรือไม่ค่อยงอกเท่าไหร่ นอกจากกินเป็นผักสลัด หรือดองไว้ผัดกับเนื้อ ต้มหรือดองสามรสเป็นเครื่องเคียงสเต๊ก หรือพาสต้า หรือกินกับเนย ทำซุป สีสันของบีทรูทยังใช้ตกแต่งอาหารให้มีสีสัน หรือใช้แทนสี ผสมอาหาร ทำขนม หุงกับข้าว แต่ที่นิยมมากคือนำไปคั้นด้วยเครื่องแยกกาก ผสมกับผักผลไม้อื่น หรือฉายเดี่ยว เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพส่วนใบบีทรูทก็กินได้ เลือกเฉพาะใบอ่อน กินสด ๆ มีวิตามินเอสูง มีผลผลิตออกสู่ตลาดตลอดทั้งปีและมีมากในช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม
 https://goo.gl/yP89ZA
น้ำบีทรูทกระตุ้นสมอง สารประกอบไนโตรเจนในเนื้อสีแดงของผลบีทรูท จะช่วยขยายหลอดเลือดและกระตุ้น การไหลเวียนของโลหิตให้ไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น จากผลการวิจัยล่าสุดของออสเตรเลียพบว่า ผู้ที่ดื่มน้ำบีทรูทคั้นสดทุกเช้า มีระดับความดันโลหิตในสมองที่ลดต่ำลง และมีความจำที่ดีขึ้นอีกด้วย
 https://goo.gl/RZfHUW Greens, Orange, and Beet Salad
ไฟเบอร์จากบีทรูทจะเพิ่มการผลิตเอ็มไซม์ต่อต้านอนุมูลอิสระในตับซึ่งจะช่วยตับและถุงน้ำดี กำจัดสารพิษอื่น ๆ ออกจากร่างกาย ยังมีสารเบทาไซอานิน (betacyanin) ซึ่งเป็นแอนตี้ ออกซิแดนท์ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส แต่ถ้าต้องการให้ได้รับวิตามินครบถ้วน ควรรับประทานสด ๆ เช่น คั้นน้ำดื่มหรือทานเป็นผักสลัด
 https://goo.gl/XbSGT4
สรรพคุณและประโยชน์ของบีทรูท 26 ข้อ https://goo.gl/VJtqPc
บีทรูทมีสารสีแดงชื่อว่า เบทานิน (Betanin) ซึ่งเป็นกรดอะมิโน เป็นตัวช่วยยับยั้งการเกิด โรคมะเร็ง ช่วยลดการเติบโตของเนื้องอกได้ แถมยังทำให้เลือดลมและระบบการไหลเวียนของ เลือดทำงานได้ดีมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีสารสีม่วงที่ชื่อว่าแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดสารก่อมะเร็งและช่วยลดความเสี่ยงของ การเกิดโรคหัวใจและอัมพาตได้อีกด้วย

เครดิต : https://goo.gl/E2AzmS https://goo.gl/mv4sRa https://www.rspg.or.th/plants_data/use/color3-5.htm
| Create Date : 16 มิถุนายน 2557 |
| Last Update : 3 พฤศจิกายน 2568 21:17:10 น. |
|
53 comments
|
| Counter : 28970 Pageviews. |
 |
|
สารพัดเรื่องในครัว คลิกที่นี่ค่ะ