ลีลาวดี หรือ ลั่นทม ... ชื่อนั้นสำคัญไฉน
ชื่อวิทยาศาสตร์ Plumeria spp. วงศ์ Apocynaceae ชื่อสามัญ Frangipani, Temple tree, Pagoda tree ถิ่นกำเนิด เม็กซิโกใต้ถึงตอนเหนือทวีปอเมริกาใต้
ชื่อพื้นเมืองอื่น ๆ ได้แก่ จำปา จำปาลาว และจำปาขอม เป็นต้น (สำหรับชื่อภาษาอังกฤษ ได้แก่ Frangipani, Plumeria, Temple tree) เป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศลาว
ลักษณะทั่วไป
ลีลาวดี เป็นไม้กลางแจ้ง ชอบแสงแดด ทนต่อความแห้งแล้ง ไม่ชอบน้ำมาก ดินที่เหมาะสม ในการปลูกลีลาวดี ควรมีลักษณะเป็น ดินร่วนปนทราย ส่วนดินเหนียวหรือดินที่มีเนื้อดินละเอียดนัก น้ำขังง่าย จะทำให้รากเน่า โคนเน่าได้ ลีลาวดีจะเจริญเติบโตในที่ที่มีแสงแดดส่องถึง หากไม่ได้ รับแสงแดดเต็มทีก็จะไม่ออกดอก
ลีลาวดี เป็นไม้ยืนต้น มีขนาดจากที่เป็นพุ่มเตี้ยแคระสูงประมาณ 0.6 เมตร จนถึงต้นใหญ่มาก อาจสูงได้ถึง 12 เมตร ลำต้นแผ่กิ่งก้านสาขาและพุ่มใบสวยงาม มีน้ำยางข้นสีขาว เป็นพันธุ์ไม้ ที่สลัดใบในฤดูแล้งก่อนที่จะผลิดอกผลิใบรุ่นใหม่

ชนิดและพันธุ์ที่มีลักษณะดี ต้องมีทรงพุ่มแน่น มีกิ่งก้านสาขามาก ใบดกที่ปลายกิ่ง มีช่อดอกใหญ่ กิ่งที่ยังไม่แก่มีสีเขียวอ่อนนุ่ม กิ่งที่แก่มีสีเทามีรอยตะปุ่มตะป่ำ ใบเป็นใบเดี่ยว มีการเรียงตัวสลับกัน หนาแน่นใกล้ ๆ ปลายกิ่ง มีตั้งแต่สีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม มีเส้นกลางใบแตกสาขาออกไป คล้ายขนนก ขนาดใบแตกต่างกันตั้งแต่ 5-20 นิ้ว
ช่อดอกจะผลิออกมาจากปลายยอดเหนือใบ แต่ก็มีบางชนิดที่ออกช่อดอกระหว่างใบหรือออกดอก ใต้ใบ ช่อดอกบางชนิดตั้งขึ้น บางชนิดห้อยลง ใน 1 ช่อดอกจะมีดอกบานพร้อมกัน 20-30 ดอก บางต้น สมบูรณ์เต็มที่อาจมีดอกมากกว่า 100 ดอกต่อ 1 ช่อ ดอกโดยทั่วไป กลีบดอกมี 5 กลีบ เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย อยู่ลึกเข้าไปข้างใน ดอกของ ลีลาวดีมีสีสันหลากหลาย ทั้ง ขาว แดง เหลือง ชมพู ส้ม ม่วง สีทอง มีกลิ่นหอมต่าง ๆ กันไปในแต่ละชนิด ดอกมี ขนาด 2 -6 นิ้ว

ผล เป็นฝักคู่ รูปยาวรี กว้างประมาณ 1.5 - 15 ซม. เมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีก เมล็ดมี จำนวนมาก เมล็ดแบนมีปีก ลีลาวดีมีช่วงชีวิตที่ยาวนานนับ 100 ปี
การขยายพันธุ์
ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด การปักชำกิ่ง การขยายพันธุ์แบบนี้จะไม่มีรากแก้ว การเสียบยอด พันธุ์ดีสามารถทำให้ในหนึ่งต้น เสียบยอดให้ได้ดอกหลายสีได้ และการขยายพันธุ์โดยการติดตา

การปลูกและดูแลรักษา
ดินควรเป็นดินร่วนปนทราย ส่วนดินเหนียวหรือดินที่มีเนื้อดินละเอียดหนักซึ่งน้ำขังง่าย ไม่เหมาะที่จะใช้ในการปลูก ดินควรมีปริมาณอินทรีย์วัตถุที่เหมาะสม สามารถดูดยึดความชื้น ได้ดี ในขณะเดียวกันต้องมีการระบายน้ำได้ดี
การให้น้ำ ในการปลูกลงดิน ให้น้ำแต่น้อยสัปดาห์ละครั้ง ขึ้นอยูกับสภาพความชื้นอากาศด้วย ถ้าอากาศร้อนแห้งแล้งก็ต้องให้น้ำบ่อยกว่าปกติ เพื่อรักษาความเขียวของใบ ถ้าให้น้ำมากเกินไป ก็จะมีการเจริญเติบโตทางกิ่งก้านมากและทำให้ไม่ออกดอก
ลีลาวดีจะตอบสนองต่อวัสดุปลูกที่มีความอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำได้ดี มีอินทรีย์วัตถุและได้รับปุ๋ย เสริมตามความเหมาะสม สัดส่วนที่ปลูกในกระถางโดยทั่วไป 50% มูลวัวที่ย่อยสลายดีแล้ว 25% ใบไม้ผุ 25% ดิน อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบความชื้นวัสดุปลูกอย่างสม่ำเสมอ แต่วัสดุปลูกที่มี ขนาดเล็กละเอียดเมื่อถึงระยะหนึ่งจะอัดตัวแน่น และรากจะไม่สามารถเจริญผ่านจุดนี้ไปได้ น้ำก็จะขัง ไม่สามารถระบายน้ำได้ ในที่สุดจะทำให้เกิดโรครากเน่าโคนเน่าได้

การให้ปุ๋ย
ลีลาวดีจะเจริญเติบโตงอกงามได้ดีที่สุดในปุ๋ยทีมีไนโตรเจนต่ำ ฟอสฟอรัสสูง และโพแทสเซียม ในปริมาณที่เพียงพอ เนื่องจากธาตุฟอสฟอรัสจะกระตุ้นการออกดอก โดยทั่วไปลีลาวดีจะแตกกิ่งก้าน เมื่อมีดอก ดังนั้นต้องให้ปุ๋ยที่ส่งเสริมการออกดอก ซึ่งเมื่อออกดอกมากก็หมายถึงจะมีกิ่งก้านสาขา มากตามมา ส่วนธาตุไนโตรเจนจะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของลำต้น กิ่ง ก้าน ใบ แต่ถ้าได้รับมากเกินไป จะทำให้มีใบมากเกินไป และไม่มีดอก
นอกจากนั้นยังต้องได้รับธาตุอาหารรองได้แก่ แคลเซี่ยม และกำมะถัน โดยเฉพาะธาตุแมกนีเซียม เพื่อป้องกันโรคใบไหม้รวมทั้งธาตุอาหารจุลธาตุที่เพียงพอ ได้แก่ ธาตุเหล็ก อลูมิเนียม ทองแดง แมงกานีส โมลิบดินัม โบรอน และคลอไรด์ โดยเฉพาะธาตุเหล็ก ซึ่งช่วยป้องกันอาการใบซีด

โรคราสนิมในลีลาวดี
ในช่วงฤดูฝน ความชื้นในอากาศสูง เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อราสาเหตุโรคพืช หลายชนิด หากท่านมีลีลาวดีไม่ว่าพันธุ์ใดๆ ก็ตาม ท่านมีสิทธิ์พบลีลาวดีเป็นโรคราสนิม หากอยู่ในสภาพแวดล้อมดังต่อไปนี้
1. อยู่ในที่มีความชื้นในอากาศสูงเป็นระยะเวลายาวนาน หรือท่านรดน้ำบ่อยครั้งเกินไป
2. ลีลาวดีได้รับแสงแดดไม่เพียงพอกับความต้องการ ทำให้ต้นลีลาวดีไม่แข็งแรง และอ่อนแอต่อการเข้าทำลายของเชื้อราสาเหตุโรคพืช
3. มีใบปกคลุมจำนวนมากเกินไป และได้รับปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูง ทำให้ต้นอวบน้้ำมากกว่าปกติ
4. ท่านมีต้นไม้อื่น ๆ ที่มีเชื้อสาเหตุโรคพืชอยู่ใกล้ ๆ กับลีลาวดี

หากพบอาการดังกล่าวควรปฏิบัติดังต่อไปนี้
1. เก็บใบที่แสดงอาการโรคออกจากต้นให้หมด ในการเก็บใบออกควรจับที่ก้านใบบริเวณใกล้ ๆ ลำต้นและค่อยๆ ปิดด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากเชื้อราที่เป็นสาเหตุโรคราสนิมสามารถฟุ้ง กระจายได้ง่ายในอากาศ หากใบที่เป็นโรคมีจำนวนไม่มากเกินไป ควรเก็บใส่ถุงและปิดปากถุง ให้แน่นก่อนเผาทำลาย
2. ในกรณีที่เป็นต้นขนาดใหญ่และมีใบที่เป็นโรคจำนวนมาก จนไม่สามารถเด็ดใบทิ้งได้ทั้งหมด ควรเก็บกวาดใบที่เป็นโรคบริเวณโคนต้นและใบส่วนที่เก็บถึงให้มากที่สุด และเผาทำลาย
3. ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก 4. งดการให้น้ำระยะหนึ่งเพื่อลดความชื้นบริเวณรอบ ๆ ต้น
5. ในกรณีที่ยังปลูกเป็นไม้กระถาง ควรเคลื่อนย้ายมาอยู่ในที่แห้งแดดจัด ลมพัดผ่านได้ง่าย งดน้ำชั่วคราว
6. ในกรณีที่ปฏิบัติตามตั้งแต่ข้อ 1 - 4 แล้ว ยังพบการระบาดของโรค จึงควรใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัด สารเคมีที่แนะนำให้ใช้ เช่น ซาพรอล อมิตตา อัตราส่วนตามที่ระบุในฉลากยา 2 - 3 ครั้ง ห่างกัน 2 - 5 วัน/ครั้ง แล้วแต่ความรุนแรงของการระบาด

ชื่อนั้นสำคัญไฉน
ชื่่อ ลั่นทม มีที่มายาวนาน ด้วยคำว่า ลั่นทม ไปพ้องกับคำว่า ระทม ซึ่งแปลว่า เศร้าโศก ทุกข์ใจ คนก็เลยเห็นว่าชื่อไม่เป็นมงคล ไม่ควรปลูกในบ้าน แท้จริงแล้ว คำว่า ลั่นทม เป็นคำผสม จาก ลั่น+ทม โดยคำแรกหมายถึง แตกหัก ละทิ้ง และ คำหลัง หมายถึงความทุกข์โศก ความหมายที่แท้จริง คำว่า ลั่นทม จึงหมายถึง การละแล้วซึ่งความโศกเศร้าแล้วมีความสุข เล่ากันว่า ไม้นี้นำเข้ามาปลูกในไทย เมื่อคราวไปตีนครธม ได้ชัยชนะ นำต้นไม้นี้เข้ามาปลูก และเรียกชื่อเป็นที่ระลึกว่า "ลั่นธม" "ลั่น" แปลว่า ตี เช่น ลั่นฆ้อง ลั่นกลอง "ธม" หมายถึง "นครธม" ภายหลัง "ลั่นธม" เพี้ยนเป็น "ลั่นทม" หรืออีกนัยหนึ่งเพราะเป็นไม้ที่นิยมปลูกในวัด ลำต้นแผ่กิ่งก้านรอบตัว กินที่มาก อีกประการหนึ่งคือมี น้ำยางขาว เป็นพิษ คนจึงไม่นิยมปลูกในบ้าน
----------------------------- อ้างอิง : https://th.wikipedia.org/wiki https://www.watchari.com/board/index.php?topic=1696.0 https://www.fwdder.com/topic/122388
♥♫ KEVIN KERN- Sundial dreams ♥♫
| Create Date : 14 พฤษภาคม 2555 |
| Last Update : 26 พฤศจิกายน 2568 12:33:32 น. |
|
78 comments
|
| Counter : 20815 Pageviews. |
 |
|
Last Update : 14 พฤษภาคม 2555 10:34:11 น. 4 comments
Counter : 1235 Pageviews.
ดอกลีลาวดีเป็นดอกไม้ในดวงใจของใครหลายคน รวมทั้ง จขบ. ด้วย
ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่า เป็นบล็อกแรก ๆ ที่ทำ คือ ออนแอร์ครั้งแรกเมื่อ 15/11/2553
ตามคอนเซ็ปท์บล็อกนี้ คือ นำเสนอแต่เรื่องที่ จขบ. ชอบ หรือสนใจ
และเพราะเป็นบล็อกแรก ๆ ที่ทำ ก็เลยทำอย่างไม่ลืมหูลืมตา
วันหนึ่งออนซะตั้งหลายบล็อก ไม่สนใจว่าจะมีใครอ่านหรือเปล่า
รู้แต่อยากทำก็ทำ แหะ ๆ ก็เลยมีบล็อกร้างอยู่หลายอัน
เป็นที่มาของบล็อกเฉพาะกิจวันนี้ ^^
ใครอยากฝากรักบล็อกนี้ ก็ขอเชิญมาคอมเม้นท์ไว้เป็นที่ระลึก
ก่อนที่จะโยกกลับไปอยู่ที่เดิมนะคะ
ทุกท่านที่เข้ามาฝากคอมเม้นท์ไว้ จะมีรูปดอกลีลาวดีฝีมือ จขบ.
มอบให้เป็นที่ระลึกด้วยค่ะ