'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ ราชบุตรเขยเจ้าสำราญ ๑-๒-๓ โดย BiscuitBus ~





ราชบุตรเขยเจ้าสำราญ ๑-๒-๓
ผู้เขียน : BiscuitBus
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (มีนาคม ๒๕๕๘)
๓๒๕ - ๔๕๖ - ๕๗๑ หน้า, ราคา ๒๕๐ - ๓๒๕ - ๓๗๕ บาท


เรื่องย่อ ๆ จากคำโปรยปก...

(เล่ม ๑)


ลิขิตสวรรค์ไม่อาจคาดเดา

หนึ่งบ่าว หนึ่งองค์หญิง
หนึ่งสตรี หนึ่งบุรุษ
เรื่องราวกลับตาลปัตร
เมื่อหญิงไม่ใช่หญิง ชายไม่ใช่ชาย
ความอลหม่าน...จึงเริ่มต้น

ไต้หยี่ บ่าวน้อยจากตระกูลบ้านนอก ปากกล้า ทว่ามากน้ำใจยิ่ง
ท่องเที่ยวทั่วหล้าสวมชุดรัดกุม คุ้มกันข้าวของ
ทำงานสนองพระคุณนายท่าน ผู้คนไม่เห็นว่ามันเป็นสตรี
มันยิ่งลืมไปแล้วว่าตนเป็นสตรี

กระทั่งได้พบกับองค์หญิงเจียงจูผู้อ่อนช้อยงดงามยิ่ง
แต่แท้จริงกลับเป็นบุรุษ!

(เล่ม ๒)

เหตุใดสวรรค์จึงชอบกลั่นแกล่งนัก

ไต้หยี่ ที่คิดเพียงแต่จะเดินทางกลับบ้าน
แต่จู่ๆ กลับได้เป็นบุตรบุญธรรมของอิงอ๋องจ้าวฝาน
จากที่คิดจะมีชีวิตอย่างเรียบง่ายต่ำต้อย
ยังต้องมาเป็น'อ๋องน้อย'อยู่ในเมืองหลวง
กลการเมืองวุ่นวายซับซ้อนอย่างยิ่ง ทุกก้าวย่างควรระแวดระวัง

สวรรค์เอ๋ย...
หากฮ่องเต้ทรงทราบว่าบ่าวน้อยล่วงเกินองค์หญิงไปอย่างไรแล้ว
ต่อให้บ่าวน้อยมีสักสิบหัวก็ยังคงไม่พอให้กุดเป็นแน่!

(เล่ม ๓)

พบเพียงเพื่อผ่าน ทว่ายิ่งนานวันกลับยิ่งผูกพัน

สำหรับไต้หยี่ หากสามารถอยู่อย่างสงบสุข
ไม่ต้องเข่นฆ่าทำร้ายผู้อื่น คบสหายดื่มสุราไม่ต้องแบ่งแยกเชื้อพันธุ์
นี่ย่อมเป็นชีวิตที่ประเสริฐยิ่ง
กบฏเริงโลด สงครามคุโหม บ้านเมืองวุ่นวาย
หากเป็นเพียงบ่าวน้อยหนึ่ง ยังสามารถหันหน้าหนีไม่มอง ไม่ฟัง ไม่รับทราบ
ทว่าหน้าที่'ราชบุตรเขย'บนบ่ากดทับ
สถานที่อันสุขสงบมีเพียงอ้อมกอดของตัวโง่งมของมันเท่านั้น
และมันยินดีปกป้องสิ่งนี้ด้วยชีวิต!






เม้าท์มอยหลังอ่าน...
ตอนที่หนังสือชุดนี้ออกใหม่ ๆ ดูเหมือนจะเป็นที่ฮือฮามาก
มีเพื่อนบล็อกหยิบยกมาอ่านแล้วเล่าขานกันให้เอิกเกริก
แทบจะทุกรีวิวกล่าวค่อนข้างตรงกันว่าสนุก...

สิ่งที่จุดประกายความสนใจมีอยู่สองประการ:
ประการแรกก็คือ คนเขียนนิยายเรื่องนี้เป็นคนไทย
แถมที่รู้ ๆ กันโดยนัยก็คือเธอเป็นหญิงสาว อายุอานามก็น่าจะยังไม่มากไม่มายนัก...
เธอ"กล้าดี"อย่างไรถึงได้อาจหาญมาจับงานที่ดูเหมือนจะสงวนไว้เฉพาะ"จอมยุทธ์"ตัวจริงเท่านั้น
ช่างท้าทายฟ้าดิน...

อีกประการก็คือ...จากเสียงร่ำลือถึงเนื้อหาในนิยาย
มีจุดที่แปลก แหวก และแตกต่างจากนิยายจีนกำลังภายในโดยทั่วไปอยู่อย่างหนึ่ง
กับคำโปรยที่ว่า...

'.. เมื่อหญิงไม่ใช่หญิง ชายไม่ใช่ชาย
ความอลหม่าน...จึงเริ่มต้น'

ก่อให้เกิดการคาดเดาไปต่าง ๆ นานา...
พยายามประพิมพ์ประพายภาพนางเอกหนังจีนสวย ๆ แต่มีวรยุทธ์ห้าวหาญราวบุรุษ
หรือไม่ก็พระเอกหน้าหวานที่ต้องปลอมตัวเป็นสตรีด้วยเหตุผลบางประการ...
แล้วโชคชะตาก็นำพาเขาทังสองให้มาพบกัน ต่างฝ่ายต่างก็ไม่รู้กัน บลา...บลา...บลา
แหม...ออกจะโรแมนติก...

...............

แต่พอได้อ่านเข้าจริง...เงิบค่ะเงิบ มันไม่ยักกะเป็นไปอย่างที่คาดหรือคุ้นเคยแฮะ

หากมันล้ำ...และเหนือกว่านั้นเยอะ...
ทั้งแปลก แหวกและแตกต่าง แหกกฏประดามีของนิยายจีนกำลังภายในเท่าที่เคยอ่านผ่านมา

ก็จะไม่แปลก...แหวกได้อย่างไร ก็นิยายเรื่องนี้มีพระเอกเป็นผู้หญิง...จริง-จริ๊ง
ชื่อเรื่อง "ราชบุตรเขยเจ้าสำราญ" ก็บ่งชัดอยู่แล้วว่าชูตัวเอกที่มีฐานะตำแหน่งเป็น"ราชบุตรเขย"
ซึ่งในที่นี้ก็หมายถึง "ไต้หยี่" บ่าวคุ้มภัยแห่งบ้านตระกูลมู่
เจ้าตัวมันเองก็ตระหนักแน่แก่ใจ (ทั้งไม่เคยปิดบังตัวตน)ว่ามันเป็นสตรีเพศ
แต่อาจจะเป็นด้วยอุปนิสัยใจคออันกว้างขวางเปิดเผย
คุณสมบัติต่าง ๆ ที่พระเอกหนังจีนคนหนึ่งควรมี ก็อยู่ที่มันทั้งสิ้น
เก่งกล้าสามารถในเชิงวรยุทธ์ เฉลียดฉลาดว่องไวมีไหวพริบปฏิภาณ
ด้านอุปนิสัยก็ถ่อมเนื้อถ่อมตัว...ดังถ้อยคำที่ติดปากมันอยู่สำนวนหนึ่งคือ...
“ข้าพเจ้าไม่มีสิ่งใดอวดอ้าง มีแต่เอาตัวรอดเก่งกับสหายเยอะนี่แหละ”
แม้ภายนอกจะดูห่าม ๆ ทะลึ่งทะเล้นปนเจ้าเล่ห์เฉโก
หากลึก ๆ แล้วมันออกจะมีมารยาท รู้กาละเทศะและเป็นสุภาพบุรุษพอสมควรเลยแหละ...

กอปรกับลักษณะการทำงานที่ต้องคลุกคลีกับสหายบ่าว ตลอดถึงภาวะผู้นำที่ค้ำคอมันอยู่
ทำให้ผู้คนรอบข้างต่างพร้อมใจกันลืมเลือนเสียสิ้นว่า...มันเป็นหญิง!

ตอนอ่านตลอดเรื่องทั้งสามเล่ม คนอ่านเองก็แทบจะไม่รู้สึก หรือมีจินตภาพได้เลยว่ามันเป็นผู้หญิง


เมื่อโชคชะตาบันดาลให้มันได้มาพบกับองค์หญิงเจียงจู พระขนิษฐาที่องค์ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานนักหนา...
แน่นอน...นางเป็นนางเอก...
ทว่า...เพียงช่วงแรก ๆ ที่ได้พบพาน ไต้หยี่มันก็ได้รู้และเห็นเต็มตามันว่า...
องค์หญิงผู้สิริโฉมงดงามยิ่งกว่าหญิงใดในแผ่นดินนี้มีเครื่องเพศเป็นบุรุษ!

นางไม่ใช่กะเทย ไม่ใช่เกย์ ไม่ใช่ทอมหรือสาววายอะไรทั้งนั้น
นางเป็นชายทั้งแท่งนั่นล่ะ เพียงแต่นางไม่รู้จักเพศสภาพของตัวเอง
ด้วยถูกเลี้ยงดูฟูมฟักมาเยี่ยงสตรีนางหนึ่งมาแต่อ้อนแต่ออก...

เช่นนี้แล้วจะไม่ให้ไต้หยี่มันเรียกขานนางว่า"ตัวโง่งม"กระไรได้...

และตอนที่ได้พบกันนั้น เป็นการพบกันในซ่องโจร...
ไต้หยี่มันมีวรยุทธ์แกร่งกล้าพิสดาร เพราะก่อนหน้านี้จับพลัดจับผลูได้รับวิทยายุทธ์อันมิสามัญ
สามารถเอาชนะหมู่โจร จนหัวหน้าโจรชอบใจ สาบานเป็นพี่น้อง และมอบหญิงงามให้เป็นกำนัล
โดยหญิงงามนั้นก็เป็นของมีค่าที่กองโจรปล้นชิงมาได้
โดยที่หารู้ไม่ว่านั่นคือองค์หญิงที่ลอบหนีออกจากวังหลวงเพื่อออกเดินทางไปหาชายคนรักที่อยู่ต่างเมือง

นางตัวสั่นงันงกยามถูกไต้หยี่จับต้องแม้เพียงปลายเท้า...
ด้วยนางถูกเลี้ยงดูมาอย่างทนุถนอมมิเคยต้องมือชาย
เมื่อมาถูกยกให้เป็นเมียโจร ต้องถูกมันแหย่เย้าตามใจชอบ นางย่อมรู้สึกเกลียดกลัวมันยิ่งนัก
จึงเง้างอดเรียกขานมันเป็น "โจรชั่ว" ทุกคำ





นอกเหนือไปจากเรื่องราวความรักอันโลดโผนพิสดาร สลับบทบาทระหว่างโจรชั่วไต้หยี่
กับตัวโง่งมจ้าวเหลียนหยา อันเป็นปมหลักของนิยายชุดนี้แล้ว...

เรื่องราวรายละเอียดอื่น ๆ ของนิยายก็ดำเนินไปตามคัลลองของนิยายกำลังภายในทั้งหลายเป็นอย่างดี
ผู้เขียนได้วางเค้าโครงเรื่องไว้อย่างแน่นหนาแข็งแรง และแยบคายมาก
แล้วก็นำเสนอออกมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โลดแล่นเรียบเรื่อย มีเหตุมีผล ที่มาที่ไปชัดเจน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมืองระดับแผ่นดิน ระดับเมือง ไล่ลงมาถึงระดับกลุ่มก๊วนชาวยุทธ์
รวมถึงการเมืองภายในวังหลวง...การแก่งแย่งแข่งดี จี้ชิงอำนาจ...ฯลฯ

โอยยยย...เรื่องมันเยอะค่ะ เล่าได้ไม่หวาดไม่ไหว
ชะตาชีวิตของเจ้าโจรชั่วไต้หยี่มันมหัศจรรย์พันลึกเหนือคำบรรยายจริง ๆ

ตัวละครเยอะแยะมากมาย แต่อ่านได้เพลิดเพลินไม่สับสน
เพราะคนเขียนเค้าเรียงลำดับการบอกเล่าได้ดี นำเสนอตัวละครแต่ละตัวออกมาได้อย่างมีเป้าหมายชัดเจน

สำนวนภาษา ลีลาท่าร่าง การบรรยาย ไม่ว่าจะบทรักบทใคร่ บทบู๊ บทกระเง้ากระงอด กุ๊กกิ๊ก ๆ...
บทรำพึงรำพัน ความรู้สึกนึกคิดของตัวละครแต่ละตัว ทำได้เนียนมากกกกกกกกกก...(ก.ไก่ล้านตัว)
มันครบรสครบครันไปหมด...

อ่านแล้วได้อารมณ์และบรรยากาศไม่ผิดแผกแตกต่างไปจากการอ่านนิยายจีนกำลังภายในทั้งหลาย
ที่รจนาโดยบรรดานักเขียนแถวหน้า ๆ เลยแม้แต่น้อย

เรียกได้ว่าลื่นไหลไร้ที่ติ...ชอบมากกกกกกกก....(ก.ไก่อีกหนึ่งพันตัว)
ขอคารวะด้วยใจจริง !!!

อ่านจบแล้วหยิบมาเล่าขาน ชวนอ่านกันอย่างแรงค่ะ
(เพราะเท่าที่เล่าไปยังไม่ได้แม้เพียงเศษเสี้ยวของความสนุกสนาน เพลิดเพลินที่ได้รับ...
เช่นนั้น...ต้องอ่านเองค่ะ)










 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 18 กรกฎาคม 2558 15:58:25 น.
Counter : 2893 Pageviews.  

~ ลิขิตชีวิต : หรือต้องฆ่า...หากการุณย์...? โดย "พงศกร" ~





ลิขิตชีวิต
ผู้เขียน : พงศกร
ผู้พิมพ์ : บ.กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง
๖๓๑ หน้า ราคา ๔๘๐ บาท


บางส่วนจากบทเปิดเรื่อง...


.................

“อันความกรุณาปราณี...จะมีใครบังคับก็หาไม่”

ขณะที่แขนสองข้างที่กดหมอนลงบนใบหน้าและลำคอของพ่อเกร็งแน่น
แม่ก็สะอื้นไห้และร้องเพลงประจำวิชาชีพของแม่ไปพร้อมกัน

“หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ...จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน...”

มือ ที่พิกลพิการของสัตว์ประหลาดบนเตียงคนไข้ ยังคงเอื้อมสะเปะสะปะ
เหมือนจะไขว่คว้าอะไรบางอย่าง เสียงลมหายใจครืดคราดสะดุดเป็นห้วง
ก่อนจะหยุดนิ่งในท้ายที่สุด
เด็กชายยกมือขึ้นอุดปากของตัวเองจนแน่น พยายามบังคับไม่ให้ร้องไห้โฮออกมา
เพราะไม่อยากให้แม่รู้ว่าเขาแอบอยู่ตรงนั้น

เสียงลมหายใจดังน่าหวาดกลัวนั้นหยุดลงแล้ว...

ท่ามกลางราตรีที่เงียบสงัด เหลือแต่เพียงเสียงร่ำไห้
ด้วยหัวใจที่แตกสลายของผู้เป็นมารดาของเด็กชาย

เสียงสะอื้นนั้นสะท้อนก้องกลับไปกลับมา ราวไม่มีวันจะสิ้นสุด...






เรื่องย่อ(ย่อเอง) :

หมอพัด - พัทธยา ศัลยแพทย์มือดีแห่งรพ.อรรถเวช
ได้พบกับพลอยโกเมนที่อิตาลี
เพราะนาตาลี เพื่อนหมอคนหนึ่งของเขาไหว้วานให้เขาทำหน้าที่ดูแลเธอ
ระหว่างที่เธอเดินทางจากอเมริกา ที่ที่เธอเพิ่งเรียนจบทางด้านศิลปะ
มาแวะที่นั่นเพื่อท่องเที่ยว ก่อนกลับไทย

จากเบื้องแรกทั้งคู่ดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกชะตากันเท่าไหร่
แต่หลังจากที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมอง ทั้งคู่ก็สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว

เมื่อกลับถึงเมืองไทย พลอยโกเมนก็ต้องเจอกับข่าวร้าย
เมื่อบิดาของเธอที่กำลังป่วยเป็นโรคไต ได้เกิดอุบัติเหตุจนเกิดอาการสมองตาย
เขาเข้ารักษาตัวอยู่ที่รพ.อรรถเวชและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ท่ามกลางความเศร้าโศกและความรู้สึกผิดของพลอยโกเมน
เพราะเธอไม่มีโอกาสดูแลพ่อในวาระสุดท้ายของท่าน

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ทางรพ.อรรถเวชก็เกิดคดีความ...

เมื่อจู่ ๆ คนไข้รายหนึ่งที่เป็นคนมีชื่อเสียงเข้ารับการผ่าตัดไส้ติ่งโดยหมอพัทธยา
เกิดอาการแพ้ยาจนช็อคและเสียชีวิต
พัทธยาถูกสอบและถูกพักงาน

พัทธยาต้องสืบหาให้ได้ว่า ใครกันที่เป็นผู้เปลี่ยนใบสั่งยาที่คนไข้แพ้
แต่ยิ่งสืบค้น เขาก็ยิ่งตระหนก เมื่อพบว่าคนไข้หลายรายที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้
ไม่ได้เสียชีวิตด้วยสาเหตุแห่งโรคตามธรรมชาติ
แต่พวกเขาได้รับการทำการุณยฆาต - - ฆ่าด้วยความปรานี
เพื่อให้คนไข้พ้นไปจากความทุกข์ทรมาน!

เมื่อความตายและฆาตกรวนเวียนอยู่ไม่ไกล
จึงเป็นหน้าที่ของชายหนุ่ม ที่จะต้องหยุดยั้งมันเอาไว้ให้ได้
ก่อนที่ความตายนั้นจะมาถึงพลอยโกเมน...หญิงสาวที่เขารักจนสุดหัวใจ







หลังอ่าน...
เป็นนิยายแนวหนักหน่วง กึ่ง ๆ ธีมนิยายปนสืบสวนสอบสวน
ว่าด้วยประเด็นการุณยฆาต - - การฆ่าด้วยปรานี
โดยมีเรื่องราวความรักซาบซึ้งเป็นตัวช่วยทำให้นิยายมีโทนนุ่มนวลลง...

หลังจากที่ได้อ่าน(ผ่าน ๆ )นิยายชุดผีผ้าของคุณหมอนักเขียนท่านนี้ไปสองเล่ม
บอกตัวเองว่า...งานของคุณหมอคงไม่ต้องจริตเราสักเท่าไหร่
มันมีจุดเล็กจุดน้อยที่คอยดึงรั้ง ทำให้อ่านสะดุด ๆ อยู่เรื่อย ๆ
ไม่ว่าจะเป็นด้วยพล็อต ด้วยเนื้อหาเรื่องราว หรือบุคลิกตัวละคร...
ที่ดูเหมือนว่าจะมีแพทเทิร์นเดียวกันหมด เปลี่ยนแต่ชื่อตัวละครกับรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น
ตลอดถึงสำนวนภาษาที่ยังขาดความนุ่มนวล ขาดความเป็นธรรมชาติอยู่มาก
โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นบทสนทนา...
รู้สึกว่าอ่านเล่มเดียวก็เหมือนกับได้อ่านสี่ถึงห้าเรื่องไปพร้อม ๆ กัน
ก็เลยพานให้ข้ามผ่านงานของนักเขียนนามนี้ไปหลายเล่มเลย

จนมาถึงเล่มนี้ มันวางสงบอยู่บนชั้นมาพักใหญ่ ๆ แล้ว ...
(ด้วยชื่ออันจืดสนิทกับขนาดรูปเล่มอันหนาเตอะ ทำให้มันยังคงสถิตอยู่ตรงนั้นมาเนิ่นนาน)

เผอิ๊ญ...วันก่อนมีน้องคนหนึ่งทักถามมาถึงนิยายที่มีตัวเอกเป็นหมอ
แว่บแรกเลยนึกถึงบรรดาคุณหมอจอมเฮี้ยวของนักเขียนค่ายแจ่มใสท่านหนึ่ง
แต่น้องเขาบอกไม่เอาแบบนั้น ต้องการหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวในแวดวงการแพทย์โดยตรง
ก็เลยลองอัญเชิญหนังสือเล่มนี้ลงจากชั้น
ในเมื่ออ่านคร่าว ๆ จากคำโปรยปกหลังกับภาพหน้าปกคิดว่าน่าจะเข้าข่าย
ซ้ำคนเขียนเองก็เป็นคุณหมอด้วย...

แต่ก่อนจะส่งต่อให้คนอื่น เราก็ต้องลองอ่านผ่าน ๆ ดูก่อน...
แล้วก็เป็นไปดังคาด





เปิดมาบทแรกก็สะดุดกึกเลยค่ะ...
ที่สะดุดไม่ใช่ความซ้ำความเหมือนอย่างที่เกริ่นถึงนิยายเล่มอื่น ๆ ของนามปากกานี้
หากแต่สะดุดกับความแปลก ความแหวกแนวที่น่าสนใจต่างหาก
คุณนักเขียนเปิดเรื่องมาบทแรกได้น่าสนใจและชวนติดตามมาก ๆ

เด็กผู้ชายคนหนึ่ง เคยมีชีวิตที่สดใสเป็นสุข
แต่จู่ ๆ โลกของเขาก็ต้องหม่นมัวลงชั่วกาล เมื่อเขาต้องมองเห็นผู้เป็นแม่
ปลิดชีวิตพ่อของเขาต่อหน้าต่อตา...
ซึ่งนั่นก็กลายเป็นปมติดตัวเด็กชายมากระทั่งเติบโต
และเลือกเดินเส้นทางชีวิตเป็นนายแพทย์
เพื่อจะได้ดำเนินรอยตามกรรมกิริยาของผู้เป็นมารดา...
จึงฆ่า...ด้วยการุณย์

..........

ดังนั้น หลังจากอ่านบทแรกผ่านไป นิยายก็ดำเนินเรียบเรื่อยตามขนบ
พระเอกนางเอกพบกัน รู้จักและรักใคร่กันในระยะเวลาอันสั้น
ทำให้อ่านได้เรื่อย ๆ
ความที่นางเอกเป็นศิลปิน เรื่องราวก็จะมีแง่มุมทางศิลปะเข้ามาเกี่ยวข้องประปราย
และด้วยธีมหลักของนิยายเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเจ็บไข้ได้ป่วยและความตาย
ผู้เขียนก็ได้สอดแทรกธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้าไว้อย่างสอดคล้องกับบริบท
ด้วยสำนวนภาษาที่นุ่มนวล เรียบรื่นไม่ซับซ้อน อ่านแล้วเข้าใจง่าย
เหมือนกับผู้เขียนกำลังพยายามกล่อมเกลาให้ผู้อ่านได้รับรสแห่งธรรมนั้นไปพร้อม ๆ กับตัวละครในเรื่อง

ส่วนนี้ต้องขอชมเลยค่ะ

ในส่วนของการสืบสวน-สอบสวนหาตัวฆาตกรในเสื้อกาวน์
ที่กระทำการ"ลิขิต"ชีวิตคนไข้ โดยอาศัยคำว่า"การุณยฆาต"เป็นข้ออ้าง ผู้เขียนก็ทำได้ดีทีเดียวค่ะ
มีการหลอกคนอ่านอย่างเนียน ๆ ชวนให้ลุ้นให้ติดตามอย่างสนใจใคร่รู้ว่าจะใช่คนที่เราสงสัยหรือเปล่านะ...

ไม่อยากสปอยล์เนื้อหานะคะ แต่แง้ม ๆ ได้นิดหน่อยว่านิยายจบเศร้าค่ะ
แต่เป็นความเศร้าที่งดงามและสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว

ท้ายเล่ม...ผู้เขียนยังมีบทความสั้น ๆ ว่าด้วยประเด็นการุณยฆาต - Euthanasia
ทั้งในแง่มุมทางการแพทย์ และในมุมมองทางศาสนาที่น่าสนใจ
ให้ข้อคิดและทัศนคติต่อชีวิตและความตาย...

"ผู้คนมากมายที่ร้องขอความตายนั้น
เป็นเพราะกลัวว่าความตายเป็นเรื่องที่มิอาจจะทนทานได้
กลัวว่าตนเองจะขยับเขยื้อนไม่ได้ คลุ้มคลั่ง
หรือเจ็บปวดอย่างสุดแสนทนมานและไร้จุดสิ้นสุด
แต่หากเรายึดมั่นในหลักธรรมของพระพุทธศาสนา
ใช้วิจารณญาณพิจารณาความตายด้วยสติ
หันมาทำความเข้าใจกับความตายและความกลัวภายในจิตใจ ...
บางทีเราก็จะได้พบกับความสงบงามแห่งความตาย..."


อ่านหนังสือเล่มนี้จบลง พร้อมกับความรู้สึกที่เปลี่ยนไปต่องานเขียนของนักเขียนนามปากกานี้

ขอสารภาพบาปกับผู้เขียนไว้ตรงนี้ว่า...
อคติใด ๆ ที่เคยมีก่อนหน้านี้
บัดนี้มันได้ถูกหักกลบลบหายไปแล้วด้วยความงดงามของนิยายเล่มนี้ค่ะ

ขอบคุณที่เปิดโลก(และเปิดใจ)ของคนอ่านคนนี้ให้กว้างขึ้น...

ป.ล. นิยายเรื่องนี้เป็นหนังสือเล่มแรกของสนพ.นี้ที่ได้อ่าน พบว่าเจอคำผิดเยอะพอสมควรเลยค่ะ หนังสือความหนากว่า ๖๐๐ หน้า แต่เจอคำผิดถึงสิบกว่าจุด ส่วนตัวคิดว่าเยอะไปหน่อยค่ะ












 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 1 กรกฎาคม 2558 16:04:32 น.
Counter : 1677 Pageviews.  

~ Eternal นิรัตินิรันดร์กาล : แฟนตาซีพีเรียดที่อ่านเพลินเกินคาดโดย 'มายาโรส' ~





Eternal นิรัตินิรันดร์กาล
ผู้เขียน :มายาโรส
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (เม.ย. ๒๕๕๘)
๒๖๐ หน้า ราคา ๒๓๕ บาท

โปรยปกหลัง :

ตามตำนานนาฬิกาแห่งทริเบิร์ทกล่าวว่า
ในราตรีที่พระจันทร์เป็นสีกุหลาบ
จะแว่วเสียงสวดลึกลับจากกองคาราวานเร่ร่อน
มนตราจากแสงจันทร์จะห่มคลุมนาฬิกาโบราณ
เมื่อนั้นประตูแห่งกาลเวลาจะเปิดออก


และอำนาจลึกลับนั้นเรียกเร้าให้ โรสรินทร์ เว็บดีไซเนอร์สาวลูกครึ่ง
หยิบฉวยนาฬิกาทองเหลืองโบราณมาเป็นของตัวเอง
มนตร์ปริศนานำพาหญิงสาวสู่ประเทศอังกฤษ ในยุคต้นศตวรรษที่ ๑๙ อันรุ่งโรจน์
หล่อนหลงเข้าสู่งานเลี้ยงเต้นรำใต้แสงเทียนสว่างไสว
ในคฤหาสน์เก่าแก่บนเนินเขาเล็กๆ
และได้พบ ริชาร์ด ดัฟฟ์ บุรุษลึกลับผู้รอคอยอยู่อีกฟากของม่านมิติ

ท่ามกลางยุคสมัยที่ผิดแผก ภาระหน้าที่ ความลับและการทรยศ
มนตราจากนาฬิกาโบราณ นำพาให้ทั้งสองได้ค้นพบความรู้สึกเร้นลับในหัวใจของตัวเอง
กาลเวลาอาจเปี่ยมอำนาจ ยาวนานและยิ่งใหญ่
แต่ความรัก...เป็นนิรันดร์ยิ่งกว่ากาลเวลา





เพิ่มเติมเรื่องย่อจากคำนำสำนักพิมพ์อีกนิดหน่อย...

Eternal นิรัตินิรันดร์กาล
เป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่ถูกมนตราลึกลับ
ดึงดูดให้เธอย้อนอดีตไปอยู่ในคฤหาสน์แสนสวยแห่งหนึ่งที่ประเทศอังกฤษ
ในยุคศตวรรษที่ ๑๙ จนได้พบกับเรื่องราวที่ไม่คาดฝันมากมาย
หนึ่งในนั้นคือการได้พบกับ 'ริชาร์ด ดัฟฟ์' บารอนหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่เข้าใจผิดว่า
หล่อนคือสายลับจากฝรั่งเศส!

เรื่องราววุ่นๆ นี้จะจบลงอย่างไร
โรสรินทร์จะหลุดพ้นจากอุปสรรคของอำนาจแห่งกาลเวลาหรือไม่

...............

ความรู้สึกหลังอ่าน...

เรื่องราวโดยย่อก็ประมาณข้างบนนั่นเลยค่ะ
เป็นนิยายเล่มบาง ๆ จากนักเขียนนามปากกาใหม่มากสำหรับตัวเอง
(แต่ดูจากประวัติท้ายเล่มแล้ว คิดว่าเธอมือเก๋าพอสมควรค่ะ
มีผลงานมาแล้วมากกว่าสิบเล่ม แถมมีรางวัลการันตีอีกต่างหาก...
ไปอยู่ที่ไหนมาเนี่ยไม่รู้จักเขาอ่ะ...)
หยิบมาอ่านเพราะชื่อเรื่องเก๋ไก๋ โปรยปกหลังน่าสนใจ
มีกลิ่นอ่ายของโรแมนติกแฟนตาซีผสมผสานตำนานพีเรียดอันเป็นแนวที่ส่วนตัวชื่นชอบอยู่ด้วย...

จากองค์ประกอบทั้งหมดดังกล่าวแล้วข้างต้น ทำให้แอบคาดหวังนิด ๆ ขณะอ่าน
แล้วก็ไม่ผิดหวังค่ะ อ่านเพลินมาก รวดเดียวจบ...

...............

เรื่องราวทั้งหมดดำเนินไปในประเทศอังกฤษค่ะ นางเอกโรสรินทร์เป็นสาวลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส
เธอกับเพื่อน ๆ รับงานออกแบบเว็บไซต์ให้กับเจ้าของปราสาทโบราณแห่งหนึ่งในเมืองคอตส์โวลส์
ทำให้พวกเธอได้มีโอกาสไปทำงานกึ่ง ๆ พักผ่อนที่นั่น
ในห้องที่เจ้าของบ้านจัดให้โรสรินทร์พักนั้น เธอได้พบสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง...
ซึ่งเธอได้แอบอ่านด้วยความสนใจใคร่รู้...ในสมุดบันทึกเล่มนั้นระบุวันที่เขียนเป็นปี ค.ศ. ๑๘๑๕
ซึ่งนั่นก็คือย้อนหลังไปถึงสองร้อยปีในอดีต...

แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อโรสรินทร์ขีดเขียนอะไรบางอย่างลงในสมุดเล่มนั้น...
เธอก็พบว่าเจ้าของบันทึกได้มีปฏิกิริยาตอบกลับข้อความของเธอ
ราวกับว่าเขาได้มีตัวตนจริง ๆ อยู่ในทีที่เดียวกับเธอนั่นเอง
เพียงแต่...อาจจะต่างกันที่มิติเวลาเท่านั้นเอง...

............

วันหนึ่ง...โรสรินทร์ก็พบนาฬิกาโบราณเรือนหนึ่ง...
อะไรบางอย่างในนาฬิกาเรือนนั้นดึงดูดให้โรสรินทร์ถือโอกาสหยิบฉวยมันมา
และด้วยมนตราลึกลับนั่นเอง ก็พาเธอข้ามมิติแห่งเวลา ผ่านสะพานไม้ผุพัง
ไปปรากฏตัวต่อหน้าบารอนหนุ่ม จนเป็นเหตุให้เขาพลัดตกจากหลังม้า ตกลงไปในธารน้ำพร้อม ๆ กับเธอ
และเมื่อเธอวิ่งเตลิดกลับเข้าในคฤหาสน์ ในสภาพเปียกปอน
เธอก็พบว่าทุกสิ่งทุกอย่างได้เปลี่ยนแปร แตกต่างไปจากที่ที่เธอเคยเห็นอย่างสิ้นเชิง






เรื่องราวสนุกน่าติดตาม สำนวนภาษาลื่นไหล สละสลวย
การดำเนินเรื่องก็กระชับ ฉับไวไม่เยิ่นเย้อยืดยาด
ทั้งการบรรยายฉากที่สวยงาม อ่านแล้วนึกภาพตาม ให้บรรยากาศเหมือนได้ดูหนังพีเรียดฝรั่ง
มีฉากงานเต้นรำอลังการ มีท่านเคานต์ ท่านเอิร์ล...
ทั้งบทสนทนาที่ให้อารมณ์ความรู้สึกเร้าใจ ชวนติดตาม
บอกเล่าถึงสภาพสังคมและบ้านเมืองในยุคเรืองสงครามได้สมจริงพอควร
สาระข้อมูลในพาร์ทประวัติศาสตร์ก็ดูเป็นเรื่องเป็นราว น่าเชื่อถือ
คิดว่าผู้เขียนคงมีการทำการบ้านมาเป็นอย่างดีทีเดียว

การสร้างสรรค์ตัวละครก็สมเหตุสมผลใช้ได้ แต่ละตัวมีปูมหลัง
มีความเป็นไปได้ในการกระทำ...

มีฉากรักที่อ่อนหวาน ละมุนละไมพอให้ได้ลุ้น ได้เอาใจช่วยอยู่พอประมาณ...

แล้วความรักระหว่างคนสองมิติจะลงเอยยังไง ต้องตามไปดูในนิยายแล้วล่ะค่ะ

สรุปว่าเป็นการลองของใหม่ที่ไม่เลวเลย
ส่วนตัวคิดว่าถ้าเจอผลงานเล่มอื่นของนามปากกานี้อีก คงหยิบลงมาจากชั้นได้โดยไม่ลังเลค่ะ










 

Create Date : 19 มิถุนายน 2558    
Last Update : 23 มิถุนายน 2558 15:28:22 น.
Counter : 2147 Pageviews.  

~ "รักษ์" กับความหมายที่มากกว่ารัก โดย ราตรี อธิษฐาน ~






รักษ์
ผู้เขียน: ราตรี อธิษฐาน
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(พิมพ์ครั้งแรก มี.ค. ๕๘)
๖๐๒ หน้า ราคา ๓๖๕ บาท


โปรยปก...


สำหรับใครบางคนอาจจะยอมสละทุกอย่างเพื่อความรัก
แต่สำหรับเธอ แม้แต่ความรัก เธอก็สละได้
เพียงเพื่อต้องการรักษาสิ่งที่เธอรักไว้ให้ดีที่สุดเท่านั้น

ดารัณ สาวโสดวัย ๓๓ ปีผู้ใช้ชิวิตแสนธรรมดาอยู่ในตึกแถวเล็กๆ
ทว่า ชีวิตที่ต้องปากกันตีนถีบเลี้ยงดูแม่และน้องๆ อีกสองคน ต้องมาเปลี่ยนไป
เมื่อดาราหนุ่มผู้แสนโด่งดังได้ก้าวเดินเข้ามาในร้านมินิมาร์ทที่เธอประจำอยู่
ทำให้เธอต้องออกจากงานและจำเป็นต้องเข้าไปสมัคร
เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง

จากนั้นบางสิ่งที่เธอเฝ้าเก็บรักษาไว้สุดหัวใจ ก็ค่อยๆ เปิดเผยขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อเธอได้กับ 'เขา' คนทีเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล

คืนที่พระจันทร์ทรงกลด ฝนโปรยปราย ความรักครั้งสุดท้ายกำลังเพรียกหา
ความเหน็บหนาวที่แสนยาวนานจะสิ้นสุดลงเมื่อใด
สุดท้าย...ใครจะเป็นกุญแจผู้ไขเวลาในหัวใจของเธอ
ให้กลับมาหมุนวนต่อไปอีกครั้ง...






เล่าเรื่องย่อ ๆ เพิ่มเติมจากข้างบนหน่อย ๆ แล้วกัน...

ดารัณนักเรียนเบอร์หนึ่งของโรงเรียน และอนาคตนักเทควันโดทีมชาติ
ต้องกลายมาเป็นเสาหลักของครอบครัวตั้งแต่เรียนจบเพียงมัธยมหก
เนื่องจากบิดาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตลงกะทันหัน...กับความพลั้งพลาดแห่งวัย

เธอต้องทำงานหนักเพื่อดูแลสมาชิกในครอบครัว
ที่มีแม่ซึ่งกำลังป่วยด้วยโรคหัวใจกับน้องชายน้องสาววัยเรียนอีกสองคน

เธอทำงานในมินิมาร์ทแห่งหนึ่ง แต่วันดีคืนร้ายมินิมาร์ทแห่งนั้นจำต้องปิดตัวลง
หลังจากถูกโจรปล้น และถูกรถพุ่งเข้าชนบ่อยครั้ง
ซ้ำร้าย ร้านกาแฟที่เธอทำงานอยู่อีกกะหนึ่งก็โดนพิษเศรษฐกิจเล่นงานจนต้องลดคนงานลง
เธอตัดสินใจไปสมัครเป็นยามที่สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเขารับคนจบม.๖
เงินเดือนและสวัสดิการดี
และเธอเองมีพื้นฐานด้านการต่อสู้ป้องกันตัวมาก่อน

และที่นี่เอง เธอก็ได้พบกับรังสิมันต์ ผู้บริหารสูงสุดของสถานี
พร้อมด้วยนาตาชา คู่หมั้นของเขา...
การได้พบกับคนทั้งสอง ได้นำมาซึ่งความทรงจำในอดีตที่เธอเคยคิดว่าเธอได้กลบฝังมันไว้แล้วอย่างลึกเร้น
ให้ผุดพรายขึ้นมา แล้วก็หลั่งไหลพรั่งพรูเข้าสู่หัวใจอันเย็นชาของเธอ...
จนทำให้คืนวันอันเหน็บหนาวและยาวนานของเธอ ค่อย ๆ อบอุ่น มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง






เมาท์กันหลังอ่านจบ...

นิยายชีวิต ดราม่ากระจายเล่มนี้ เป็นนิยายเล่มหนาเตอะเล่มแรกมั๊ง...
ในบรรดาหนังสือนิยายหลาย ๆ เล่มที่ได้อ่านในช่วงหลัง ๆ แล้วก็ติดหนึบหนับ
ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกหยิบมาอ่านตามกระแสไปงั้นๆ กะว่าจะพลิกอ่านคร่าวๆ
แล้วคงต้องวางไว้ก่อน รอคิวว่างจริง ๆ ค่อยตั้งอกตั้งใจอ่านอย่างจริงจัง

ทว่า...เพียงเริ่มอ่านหน้าแรกๆ ของบทแรกๆ ก็เผลอเพลินอ่านไปเรื่อย ๆ
กว่าจะเงยหน้าขึ้นมาอีกที เหลือบดูนาฬิกาก็พบว่าตัวเองจมอยู่กับหน้าหนังสือเล่มนี้มานานกว่าสามชั่วโมงแล้ว
และเรื่องราวก็กำลังดำเนินมาถึงจุดสำคัญ หยุดไม่ได้ล่ะซีทีนี้ ก็เลยต้องเลยตามเลย
อ่านต่อเนื่องอีกราว ๆ สามชั่วโมงเต็ม ๆ ...จนจบได้ในที่สุดด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ

กาดอกจันดวงโต ๆ และขีดเส้นใต้กำกับอีกครั้งไว้ใต้ชื่อนักเขียน หมายเหตุไว้ว่า...
เป็นนักเขียนนามใหม่ที่ต้องติดตามผลงานกันต่อไปค่ะ


ถามว่า...นิยายเค้าสนุกขนาดนั้นเลยหรือ ก็อาจจะบอกได้ว่ามันก็ไม่ถึงขนาดนั้น
เรื่องนี้ไม่ใช่นิยายรักโรแมนติก ซาบซึ้งตรึงใจ ไม่ใช่นิยายชีวิตรันทดชวนหดหู่
ทั้งไม่ใช่เรื่องเศร้าเคล้าน้ำตา หรืออิจฉาริษยา เชือดเฉือนฟาดฟันอะไรทำนองนั้น...

เนื้อหาในนิยายก็ไม่ได้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนอะไรมากมายเลย
อ่าน ๆ ไปก็อาจจะคาดเดาปมบางปมได้อย่างง่ายดายเสียด้วยซ้ำ...

แล้วทำไมเราอ่านแล้วติดหนึบจนอ่านได้ต่อเนื่องยาวนาน...?

ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นด้วยสำนวนภาษาคนเขียนเขาลื่นไหล
การเล่าเรื่องที่เรียบเรื่อย(แม้จะดูเอื่อยเฉื่อยสักหน่อยแต่ก็ไม่น่าเบื่อ)
การวางพล็อตและการดำเนินเรื่องเป็นไปในรูปแบบที่เราคุ้นชิน...
หรืออาจจะเป็นด้วยตัวละครที่เหมือนจะมีตัวมีตนจริงให้เราจับต้องได้...
กับเรื่องราวที่ค่อนข้างใกล้ตัวและสมเหตุสมผล
ความรู้สึกขณะอ่านจึงให้อารมณ์และบรรยากาศเหมือนได้ย้อนยุคย้อนวัย...
ย้อนอดีตนิด ๆ นั่นเอง

เบื้องต้นผู้เขียนบอกเล่าเรื่องราวผ่านการดำเนินชีวิตของดารัณ...
ผู้อ่านจะได้ทำความรู้จักเธอในภาพของสาวโสดวัยสามสิบต้น ๆ ที่ต้องทำงานหนัก
ปากกัดตีนถีบเพื่อดูแลครอบครัวที่มีแม่และน้องสองคน...
(ช่วงนี้คนอ่านอาจจะนึกไปถึงนิยายชีวิตรุ่นเก่า ๆ หลายเรื่อง)

จากนั้นคนเขียนก็หลอกล่อคนอ่านนิด ๆ ด้วยการส่งแซม-รณภพ พระเอกหนุ่มลูกครึ่งเข้ามาพบกับนางเอกอย่างบังเอิญที่สุด
แล้วก็มีเรื่องมีราวให้เกิดการเข้าใจผิด ตามด้วยความสนใจใคร่รู้ความเป็นไปในชีวิตของเธอ
จนพัวพันเป็นความพึงพอใจ...(พลอยให้คนอ่านแอบลุ้นว่า...หรือเขาจะเป็นพระเอกในชีวิตจริงของดารัณ)

จนกระทั่ง...เขานั่นแหละที่เป็นคนชักนำให้ดารัณได้เข้ามาทำงานในสถานีโทรทัศน์ที่เขาสังกัดอยู่...
ซึ่งมีรังสิมันตุ์ เพื่อนสนิทของเขาเป็นเจ้าของ...

ตอนนี้นี่เองที่ความลับความหลังต่าง ๆ ของดารัณก็ค่อยๆ เปิดเผย...
ผ่านกระแสความรู้สึกนึกคิดของนางเอก

ถึงได้บอกว่าเป็นแนวเรื่องที่คุ้นเคยไงคะ
เพราะคนเขียนเขาอิงพล็อตแบบนิยายรุ่นเก่าหลายต่อหลายเรื่อง
เริ่มต้นด้วยภาพชีวิตในปัจจุบัน แล้วก็มีการตัดสลับย้อนอดีตเป็นช่วง ๆ
ซึ่งถือว่าทำได้ดี และน่าสนใจมากทีเดียวสำหรับนักเขียนมือใหม่

คือรอยต่อของการแฟลชแบ็กแต่ละช่วงค่อนข้างลื่นไหลไม่มีสะดุด
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงอดีตก็เป็นอะไรที่เรายอมรับ และเข้าใจได้...
ไม่ว่าจะเรื่องของรักในวัยเรียน การชิงดีชิงเด่น และอิจฉาริษยากันของเด็กมัธยมปลาย...ฯลฯ

ไปจนถึงการตัดสินใจที่จะ "รักษา" สิ่งใดสิ่งหนึงไว้ แม้จะต้องสละทิ้งแม้กระทั่งความรักที่ใคร ๆ ต่างโหยหา

การสร้างสรรค์ตัวละครก็สมเหตุสมผล มีที่มาที่ไป มีความเป็นไปได้ของพฤติกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะร้ายหรือดี

อย่างนางเอก ผู้เขียนก็ปูทางมาแต่ต้นว่าเธอเป็นสาวมั่นสาวเก่ง มีความเป็นผู้นำ...
จึงไม่น่าแปลกใจกับการตัดสินใจของเธอ

พระเอกอย่างรังสิมันตุ์ก็ชัดเจนในเรื่องของความรัก
แม้จะเป๋ไปบ้างที่ยอมหมั้นกับนาตาชาเพื่อธุรกิจของครอบครัว...
แต่เมื่อดูจากอุปนิสัยดึงดื้อถือดีและเอาแต่ใจของนาตาชาแล้ว
เราก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมเขาถึงรักเจ้าหล่อนไม่ลง
ในวัยที่เป็นเพียงเด็กหนุ่ม เขาอาจจะพลาดพลั้งไปที่ละทิ้งหัวใจตัวเองด้วยความเข้าใจผิด
แต่เมื่อเติบโตขึ้น ด้วยวุฒิภาวะที่สูงขึ้น เมื่อได้รับรู้ความจริง
เขาก็มุ่งมั่นแก้ไขเพื่อรับผิดชอบและชดเชยให้กับความผิดแต่หนหลัง...
และไขว่คว้าหัวใจตัวเองกลับคืน

ส่วนตัวชื่นชอบตัวประกอบที่น่าสนใจมากอย่างอเล็กซ์
หรือรังสฤษดิ์ น้องชายต่างมารดาของรังสิมันตุ์
จากเด็กชายแหยๆ ที่ถูกเพื่อนแหย่และล้อเลียนอยู่เสมอ
จนพี่ม.หกอย่างดารัณอดรนทนไม่ได้ ต้องอ้าขาผวาปีกเข้าปกป้อง
เธอจึงเป็นประดุจ"นางฟ้า"ของเขานับแต่นั้น
เมื่อเขาเติบโตขึ้นมากลายเป็นนักดนตรีหนุ่ม...
ที่ยังคงชื่นชม ตามติดดูแล"นางฟ้า"ของเขาอยู่ไม่ห่าง

เขาเหมือนจะมีบทบาทพอสมควรเลยนะ เพราะขณะที่อ่าน
เราแอบวางใจว่าอย่างน้อยชีวิตนางเอกก็ไม่ได้รันทดและโดดเดี่ยวโดยสิ้นเชิง
เพราะเธอยังมีหนุ่มน้อยคนนี้คอยดูแลอยู่ห่าง ๆ...
แต่น่าเสียดายที่ตอนท้าย ๆ บทบาทของเขาเฟดหายไปซะเฉย ๆ
(แอบหวังว่านักเขียนจะเขียนนิยายเรื่องใหม่ให้เขาเป็นพระเอกเต็มตัวสักเรื่อง)

สรุปเลยแล้วกันค่ะว่า เป็นนิยายชีวิตดราม่า... ที่อาจจะมีมุมน้ำเน่าปนอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
แต่เมื่อเล่าผ่านสำนวนที่สละสลวย ไหลลื่นก็ทำให้กลายเป็นนิยายที่อ่านเพลินมากเล่มหนึ่งทีเดียว
กับความหนาร่วม ๆ ๖๐๐ หน้า แม้อารมณ์ที่ได้จากนิยายก็ยังคงซ้ำ ๆ กับนิยายรักเล่มอื่น ๆ ทั่วไป
แต่สำหรับคอนิยายแล้ว ส่วนตัวถือว่าคุ้มค่าและไม่เสียเวลาที่ได้อ่านค่ะ

จึงหยิบมาบอกเล่า ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ

ปอลอ...เล่มนี้เจอคำผิดบ้างเหมือนกัน แต่น้อยมากค่ะ ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับหนังสือเล่มหนาขนาดนี้









 

Create Date : 08 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 8 พฤษภาคม 2558 15:14:26 น.
Counter : 6318 Pageviews.  

~ นิยายชุด "ต้องมนตร์รัก : มนตร์ธารา - มนตร์ลวงรัก" โดย "มาภา" ~





มนตร์ธารา - มนตร์ลวงรัก
ผู้เขียน : มาภา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (มกราคม ๕๘)
๔๑๖ / ๔๒๔ หน้า ราคา ๒๗๕ / ๒๙๕ บาท


โปรยปก'มนตร์ธารา'


ความทุกข์ใดในโลกใบนี้ หากไม่อยู่ที่เรา ก็อยู่ที่คนอื่น
เธอจึงเลือกกอดความทุกข์ไว้เอง เพื่อให้คนที่เธอรัก...มีความสุขเสมอ

ศิรา อัครจินดา หญิงสาวผู้เกิดมามีพร้อมทุกอย่าง
ทว่าหัวใจไร้เดียงสาของเธอกลับมอบไว้ให้แด่ชายหนุ่มต้องห้าม
แต่ถึงกระนั้นความรักของเธอก็ไม่เคยทำร้ายใคร
เพราะเธอไม่ปรารถนาจะครอบครองเขา
แม้โชคชะตาจะขีดเขียนให้เธอมีสิทธิ์ทำอย่างนั้น
แล้วศิราควรทำอย่างไร เมื่อวันหนึ่งเธอต้องเลือก
ระหว่างลมหายใจของคนที่เธอรัก กับความสุขตลอดชีวิตของคนที่รักเธอ

ชวดล ศิริวัฒนวัลลภ สถาปนิกหนุ่มผู้เติบโตอยู่ภายใต้เงามืดของอดีต
ความรักคือสิ่งเดียวเท่านั้นที่เขาไม่เคยสัมผัสถึง
แม้สองมือจะดึงรั้งไขว่คว้าให้ได้มาอย่างไรก็ตาม

มนตร์ธารา คือความอ่อนโยนของความรักอีกรูปแบบหนึ่ง
ไม่มีความโหดร้าย ไม่มีความริษยา
มีเพียงความเคว้งคว้างของผู้คนที่หาความสุขไม่พบ
หัวใจเท่านั้นที่จะนำทาง และโอบกอดคืนวันอันเหน็บหนาว
ให้กลายเป็นอบอุ่นชั่วกาลนาน






โปรยปก'มนตร์ลวงรัก'

นรุตม์ เมฆาอนันต์ สถาปนิกหนุ่มดีกรีปริญญาเอกจากอังกฤษ
เพิ่งกลับมารับงานแทนรุ่นพี่คนหนึ่ง
งานแรกที่เขาต้องเจอคืองานปรับแต่งออฟฟิศใหม่ให้ รสา อัครจินดา
ผู้ซึ่งเป็นพี่สาวของหญิงที่เขาปักใจรักมาตลอดสิบปี
แต่กลับต้องผิดหวังเมื่อหัวใจเธอไม่มีเขาอยู่ในนั้น

งานชิ้นแรกของเขาคงไม่ใช่งานหิน
ถ้ารสาจะมีนิสัยที่เหมือนกับน้องสาวของเธอสักนิด
และไม่ใช่ผู้หญิงเป๊ะเวอร์และมีความเยอะตั้งแต่เริ่มคุยงาน

แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเขากลับพบว่า ในความเอาแต่ใจของเธอมีอะไรซุกซ่อนมากกว่านั้น
และความสัมพันธ์ของเธอกับเขาก็คงสวยงาม หากพ่อไม่คิดอะไรแผลงๆ

แต่สำหรับรสา ซีอีโอสาวมือใหม่ หัวใจที่มีไว้รักตัวเอง
กลับเต้นแรงให้กับผู้ชายที่น้องสาวเคยสลัดทิ้ง
แถมผู้ชายคนนี้อายุน้อยกว่าเธอตั้งหลายปี
แล้วความสวย เริด เชิด หยิ่งของเธอที่สั่งสมมาตลอดชีวิต
จะยอมให้เขาทำลายง่ายๆ ได้อย่างไร!






เคยติดใจนักเขียนนามนี้มาแล้วจากหนาวหวาน และเก็บรัก...
เมื่อเห็นว่าเธอมีผลงานออกใหม่มาเป็นชุดสองเล่ม
จึงไม่พลาดที่จะสรรหามาอ่านโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
อ่านจบแล้วก็บอกได้เลยว่า...ไม่ผิดหวังค่ะ

ทั้งสองเล่มสองเรื่องนี้เป็นเรื่องราวต่อเนื่องกัน ตัวละครโยงใยสัมพันธ์กัน
ก็เลยจะขออนุญาตบอกเล่าเรื่องราวแบบรวบรัดตัดความควบคู่ไปเลยนะคะ

เรื่องย่อจริง ๆ เล่าค่อนข้างยากค่ะ เพราะแค่เริ่มเรื่องก็อาจจะสปอยล์เนื้อหาทั้งหมดทันที
เอาเป็นว่าจะค่อย ๆ เล่าถึงตัวละครเด่น ๆ ทีละตัวแล้วกันค่ะ

ตัวละครหลัก ๆ ของทั้งสองเรื่องนี้มีสี่คนค่ะ... สองคู่พระ-นางนั่นเอง
เริ่มจากคู่แรกจากเรื่องแรก...เลค ศิรา กับโซ่ ชวดล

..................

ศิรา เด็กสาววัยยี่สิบต้น ๆ ที่มีปมในใจว่าแม่ไม่รัก
โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับพี่สาวอย่างชาร์ม รสา ที่มารดาเอาอกเอาใจ
และแสดงความรักใคร่ชื่นชมอย่างเปิดเผย
เธอหลงรักชวดลมาตั้งแต่อายุสิบสี่ แต่ก็เฝ้าเก็บงำความรักนั้นไว้อย่างมิดเม้น
เพราะตระหนักแน่แก่ใจว่าความรักของเธอคงไม่มีทางเป็นไปได้
เพราะชวดลเป็นคู่หมั้นของพี่สาวของเธอ...
หรืออีกนัยหนึ่ง เขาเป็นว่าที่พี่เขยของเธอนั่นเอง

แต่เธอก็คงยินดีที่จะเพียงแอบรักเขาอยู่เรื่อย ๆ ไปเช่นนั้น
ถ้าไม่เกิดเหตุผิดพลาดในความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างเธอกับเขาขึ้นเสียก่อน

ถึงกระนั้น...ต่อให้รักแสนรักแค่ไหน แต่ถ้าเขาไม่มีใจให้
และเพื่อความสุขของพี่สาวคนเดียว เธอพร้อมที่จะเฉือนหัวใจตัวเอง...
เดินออกจากชีวิตเขา...อย่างเด็ดเดี่ยวและเข้มแข็ง

....................

ชวดล หรือพี่โซ่ ชายหนุ่มเก็บกด ด้วยมีปมชาติกำเนิดอันคลุมเครือ
นับแต่น้อยคุ้มใหญ่ชีวิตของเขาถูกขีดเส้นไว้แล้วโดยผู้เป็นแม่และพ่อ...
ซึ่งเขาจะต้องเดินตามโดยห้ามมีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น
รวมทั้งการหมั้นกับรสา...ตั้งแต่เขายังเรียนไม่จบจากมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ

เมื่อวันหนึ่ง เขาได้รับรู้ว่ามีเด็กสาวคนหนึ่งเฝ้าติดตาม
แอบรักแอบชื่นชมเขามาเนิ่นนาน ทำให้เขารู้สึกถึงการมีตัวตนของตัวเองบนโลกใบนี้
เขาเริ่มเรียนรู้ที่จะรัก และถูกรัก...
แต่ทว่า...ด้วยพื้นฐานการเลี้ยงดูที่เขาไม่เคยได้เลือกหรือตัดสินใจในทางเดินชีวิตของตัวเองมาก่อน
ทำให้เขาเกือบจะต้องสูญเสียความรักที่เขาเพิ่งจะได้สัมผัสไปอย่างไม่มีวันหวนคืน...

......................

รสา หรือชาร์ม อดีตแอร์โฮสเตสสาวมั่นแสนสวย เปี่ยมเสน่ห์สมชื่อ
ที่ผันตัวมาทำงานบริหารเพื่อสืบทอดกิจการของมารดา
แม้จะไม่มีใจรักแต่เธอก็ทุ่มเทและเอาใจใส่ในงานอย่างเต็มที่

ภายนอกเธออาจจะดูแกร่ง ดูเปรี้ยวเป็นสาวเชิดสาวมั่น
แต่ภายในนั้นเธอรู้ตัวดีว่าเธอไม่ได้เข้มแข็งแกร่งกล้าอะไรเลย
เธอก็แค่ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่มีจุดอ่อนที่ซุกซ่อนไว้ภายใต้กำแพงที่เธอสร้างขึ้นมา...
จะมีก็เพียงคนใกล้ชิดที่เธอรักและรักเธอที่สุดเท่านั้นจึงจะได้แลเห็น...
ซึ่งสำหรับเธอแล้ว คนคนนั้นก็ได้แก่ศิรา น้องสาวคนเดียวที่เธอแสนรักนั่นเอง

รสายอมตามใจมารดาในการรับหมั้นชวดล และคิดว่าเธอคงจะรักเขาได้ไม่ยาก
ด้วยรู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายที่แสนดีคนหนึ่ง...
แม้เธอจะไม่ได้รู้สึกวูบไหวใจเต้นรัวเมื่ออยู่ใกล้ๆ เขาก็ตามที

และเมื่อวันหนึ่งเธอได้รับรู้ว่าชวดลเป็นความรักและความสุขของน้องสาวคนเดียวของเธอ
เธอก็ยินดีและเต็มใจที่จะปล่อยมือจากเขา...

เพื่อทีจะพบในเวลาต่อมาว่า
หัวใจของเธอสามารถสัมผัสได้ถึงความรักที่แท้จริงได้อีกครั้ง...
จากผู้ชายอีกคนหนึ่ง

.................

นรุตม์ หรือแบงค์ เด็กหนุ่มมาดเซอร์ผู้เฝ้าแอบรักศิรามานานนับปี
เขาเฝ้าติดตามดูแล ห่วงใยเธอตลอดเวลา
แม้จะรู้ดีว่าเธอให้เขาได้เพียงความเป็นเพื่อน
ถึงกระนั้น เขาก็ไม่คิดว่าจะมีใครมาแทนที่เธอได้...

ถ้าไม่เป็นเพราะบิดาจอมเจ้าเล่ห์ของเขาจะไมปฏิบัติการประหนึ่งว่าตัวเองเป็นเทพอุ้มสม...
นำพาความรักในรูปแบบใหม่มาทำให้หัวใจที่ห่อเหี่ยวของเขาได้ชุ่มชื่นอีกครั้ง

....................






เม้าท์มอยหลังอ่าน....

ถ้าใครเคยอ่านงานของ"มาภา"มาก่อน
คงรู้ดีว่าจุดเด่นในนิยายของนักเขียนคนนี้คือเรื่องของความสัมพันธ์
โดยเฉพาะความสัมพันธ์ในครอบครัว...
กับการเล่นกับปมที่ค่อนข้างยากในเบื้องต้น ที่ดึงดูดให้คนอ่านได้ร่วมลุ้น
ไปกับตัวละครว่าเขาจะคลี่คลายมันออกมาในทิศทางใด

ในมนตร์ธารา เธอเปิดเรื่องมาด้วยการช็อคคนอ่านเล็ก ๆ
กับพฤติกรรมที่รับไม่ได้ของคู่พระ-นาง...ชนิดที่อ่านแล้วแอบยี้พระเอกเลยทีเดียว
(ต้องพลิกไปอ่านตอนจบเพื่อจะดูให้แน่ใจว่า...นายคนนี้เป็นพระเอกจริง ๆ ล่ะหรือ...
นี่เองคือ'ปมยากๆ'ที่บอกตอนต้น ซึ่งเล่าละเอียดไม่ได้เลย ใครอยากรู้ต้องไปลุ้นในเรื่องแล้วล่ะค่ะ)
แล้วก็คาดเดาเรื่องราวระหว่างกลางเรื่องไปในทางร้าย ๆ แบบดราม่าน้ำเน่า...
ประมาณปมสุดแค้นแสนรัก อิจฉาริษยา ปมศึกสายเลือดอะไรไปโน่น...แหะ ๆ

แต่อย่างน้อยยังให้โอกาสนางเอก อาจจะด้วยวัย ด้วยความอ่อนเดียงสา และด้วยหัวใจรักอันมั่นคงของเธอ...

แต่พออ่านไปเรื่อย ๆ ผู้เขียนมีการสลับมุมมองในการเล่าเรื่อง
เริ่มเข้าใจบทบาท ที่มาที่ไปและความรู้สึกนึกคิดของแต่ละตัวละครมากขึ้น
ก็ค่อย ๆ วางตัวเป็นกลาง ไม่ด่วนตัดสินเอาผิดเอาถูกกับใครโดยที่เราไม่ได้อยู่ร่วมในสถานการณ์เดียวกับเขา

และถึงแม้จะมีดราม่าน้ำเน่าจริง ๆ ตามคาด ทว่าก็มิได้เป็นไปในทางร้าย ๆ อย่างที่คิดแต่อย่างใด
กลับกลายเป็นต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงของการกระทำของตัวละครตัวนั้นตัวนี้ตัวโน้น...

ซึ่งเมื่ออ่าน ๆ ไป...จากที่เคยยี้ ๆ ตาพระเอก กลับกลายเป็นเข้าใจ เห็นใจ สงสารและเอาใจช่วยซะงั้น




มาถึงเรื่องที่สอง...มนตร์ลวงรัก
ความที่ได้รู้จักตัวละครเด่น ๆ จากเล่มข้างบนมาแล้ว เล่มนี้รู้สึกอ่านได้สบาย ๆ มากขึ้น
ปมยากของเรื่องนี้ก็เป็นเพียงกำแพงในใจของนางเอกท่เธอสร้างขึ้นปิดบังปมในใจบางอย่าง...
ซ้ำพระเอกอย่างนรุตม์ก็เป็นชายหนุ่มรุ่นน้อง...ที่สำคัญ เขาเคยหลงรักน้องสาวของเธอมาร่วมสิบปี
เป็นหน้าที่ของนรุตม์ที่จะต้องพิสูจน์ให้เธอเห็นว่า
เขาไม่ได้เห็นเธอเป็นตัวแทนของผู้หญิงอีกคนหนึ่งเท่านั้นเอง

เล่มนี้ก็ไม่วายมีดราม่าปมอดีตรันทด ปมชาติกำเนิดที่ซ้อนซับแทรกแฝงอยู่...
ซึ่ง...ทำไปทำมาดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นกิมมิกประจำตัวนักเขียนคนนี้ไปเสียแล้ว
อ่านไปสี่เรื่อง มีเรื่องราวซ้ำ ๆ แบบนี้แฝงอยู่ทุกเรื่อง

เอิ่ม...เปลี่ยนมั่งดีไหมอ่า...มันเชยแล้วก้อ...โบราณมาก ขอบอก
อีกอย่าง...พอจับทางคนเขียนได้แล้วแบบนี้มันทำให้อรรถรสในการอ่านดร็อปลงไปจึ๋งหนึ่ง แหะ ๆ

สรุปโดยรวมถือว่าเป็นนิยายที่อ่านได้อ่านดีอีกชุดหนึ่งแหละค่ะ ด้วยสำนวนภาษาที่อบอุ่นละมุนละไม
กับการดำเนินเรื่องที่นุ่มนวล แบบค่อยเป็นค่อยไปของคนเขียน
มีการสอดแทรกแง่คิดมุมมองในเรื่องของการใช้ชีวิต
และการถนอมรักษาความสัมพันธ์ระหว่างกัน
ไม่ว่าจะระหว่างคนในครอบครัว ระหว่างเพื่อนหรือกับคนรอบข้าง...

มีเลิฟซีนชวนวูบไหวพอประมาณ แต่ก็ไม่ถึงกับเร่าร้อนชวนติดเรท
เรียกว่ากลมกล่อมกำลังดีค่ะ

.....................

สุดท้าย เช่นเคยค่ะ...มีจุดติติงที่อยากจะฝากผ่านไปถึงนักเขียนและสำนักพิมพ์นิดหน่อย
ช่วงหลัง ๆ นี้ อ่านหนังสือของสำนักพิมพ์อรุณแล้วไม่ค่อยรู้สึกรื่นรมย์ ลื่นไหลเหมือนแต่ก่อน
ด้วยมักจะสะดุดในเรื่องของการพิสูจน์อักษรอยู่เรื่อย ๆ
ถ้าเล็ก ๆ น้อย ๆ เจอคำผิดสักจุดสองจุดยังพอทำเนา พอทำใจให้กล้อมแกล้ม ๆ ผ่านไปได้
แต่นี่บางเล่ม... เช่นสองเล่มนี้เจอคำผิดไม่ต่ำกว่าเล่มละสิบจุดเป็นอย่างน้อย
ทั้งเป็นการเจอโดยการอ่านแบบผ่าน ๆ เพียงเพื่อความบันเทิงส่วนตัวเท่านั้น
ไม่ใช่การอ่านแบบแสกนทุกถ้อยกระทงความอย่างที่นักพิสูจน์อักษรมืออาชีพน่าจะต้องทำกัน

ยกต.ย.นิดหน่อย...
ในเล่ม "มนตร์ธารา"
(โผล่มาหน้าแรกก็เจอเลยทีเดียว) ในบทนำ หน้า ๑ ...กางเกงยีนเข้ารูปสีชีด...มันควรจะเป็น...สีซีด มากกว่านะคะ
ข้ามไปแค่สองหน้า ในบทเดียวกัน หน้าที่ ๔ ก็เจออีกจุด ...สวนดอกไม้สดชื่นแบ่งบาน ...เอิ่ม...น่าจะเป็น เบ่งบานค่ะ
จากนั้นก็เจออีกเรื่อย ๆ เช่น คำว่าเดือดร้อน กลายเป็นเดือนร้อน
คำว่าปิดสนิท กลายเป็นเปิดสนิท...ยิ้ม เป็น ยิ้ว ชื่อมงคล กลายเป็น มลคง ฯลฯ

แต่คำผิดที่เห็นแล้วไม่อยากปล่อยผ่านปรากฏอยู่ในหน้า ๔๑๐
คือคำว่า รัชกาลที่หก ในหนังสือพิมพ์เป็น รัชการที่หก...
คำว่ากาลต้องล.ลิงสะกดค่ะ ไม่ใช่ร.เรือ ทราบแล้วเปลี่ยน เอ้ย แก้ไขโดยด่วนค่า

ในเล่มที่สอง "มนตร์ลวงรัก" ก็ไม่ต่างกัน
เจอคำผิดตั้งแต่หน้าแรก ๆ ของหนังสือ แล้วก็เจอตรงนั้นตรงนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่ต่ำกว่าสิบจุด...
(*ถ้าคุณนักเขียนสนใจ อยากทราบว่ามีจุดไหนบ้างเชิญหลังไมค์ได้ค่ะ )

มันทำให้รู้สึกตงิด ๆ ในใจต่อมาตรฐานการทำงานของกองบก.ของสำนักพิมพ์ใหญ่ขนาดนี้น่ะค่ะ
ว่าน่าจะระมัดระวัง ใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ได้มากกว่านี้

ซึ่งนั่นก็เป็นจุดผิดพลาดทางกระบวนการจัดพิมพ์
ในส่วนของเนื้อหาเรื่องราว นิยายชุดนี้ถือว่าเป็นนิยายน้ำดีที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกอุ่นๆ อวลๆ ในหัวใจดีค่ะ
อ่านจบแล้วจึงหยิบมาบอกต่อชวนกันอ่านในวันนี้ค่า








 

Create Date : 30 เมษายน 2558    
Last Update : 30 เมษายน 2558 15:42:38 น.
Counter : 5972 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 179 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ อ้อมฟ้าโอบดิน/"คีรี" เขียน ~

~ บทเพลงโศกแห่งคาเฟ่แสนเศร้า(The Ballad of The Sad Café)/Carson McCullers:เขียน/จุฑามาศ แอนเนียน : แปล ~

~ ทัณฑ์ลวงรัก/"FoxxTrot" เขียน ~

~ ดับแดนดารา/"อสิตา" เขียน ~

~ เทียบท้าปฐพี 1-3/ชิงหลิงเยวี่ย : เขียน/ กระบี่หลงทิศ : แปล ~

~ My Grandmother Asked Me to Tell You She’s Sorry(ยายฝากบอกว่าขอโทษ)/Fredrik Backman:เขียน/ปราชญ์ อัสนี : แปล ~

~Beautiful Girl/นางสาวฉ่ำทุกข์กับนายความสุข/นิรวาณ/เขียน ~

~หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา/อุรุดา โควินท์/เขียน ~

~บันไดหยกงาม 1-3/ชิงเซียง/เขียน พริกหอม/แปล ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.