'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~เทียบท้าปฐพี(1- 3)/ชิงหลิงเยวี่ย :เขียน/กระบี่หลงทิศ :แปล ~




เทียบท้าปฐพี(1- 3)
ผู้เขียน : ชิงหลิงเยวี่ย/ผู้แปล : กระบี่หลงทิศ
สนพ.แจ่มใส/พิมพ์

คำโปรย...

ท่ามกลางกลียุค บนยอดเขาชังหมังมีหมากกระดานจนกลหนึ่ง 
ที่รอผู้กล้าฟ้าใหม่ ผู้ใดชนะกลหมากนี้ได้ ผู้นั้นได้ครองปฐพี

เรื่องราวย่อๆ(ปกหลังเล่ม 1)

ท่ามกลางกลียุค
ข้างกระดานหมากที่เวิ้งว้างเพียงร้างรอ ณ ยอดเขาชังหมังมีอักษรสลักไว้
‘หมากจนบนชังหมัง เว้นอาสน์ร้างว่างรอรา 
ฟ้าใหม่เหล่าผู้กล้า เทียบฤทธาชิงปฐพี’
ยอดบุรุษมากมายวาดหวังจะกำปฐพีไว้ในมือ
ไม่ว่าจะเป็นเฮยเฟิงซีผู้มีท่วงทีสูงส่ง กิตติศัพท์ลือเลื่อง เล่ห์กลลึกล้ำ
หวงเฉาผู้อหังการ สูงศักดิ์และหยิ่งทระนง
เฟิงหลันซีผู้เก็บคมงำประกาย งามสง่าดุจกล้วยไม้ในหุบเขาลึก
กระทั่งจอมยุทธ์หญิงไป๋เฟิงซีที่ท่องเที่ยวยืนหยัดเพียงลำพังไปทั่วแดน
ท่าทีผ่อนคลายไม่แยแสยังถูกม้วนเข้าไปสู่วังวนของการแย่งชิง
ทว่ากระดานหมากบนยอดเขาต้องการเพียงสอง
ยอดคนผู้ครองโลกหล้าต้องการเพียงหนึ่ง
พวกเขาจะจบหมากกระดานสำคัญนี้อย่างไร
ใครจะเป็นผู้เทียบฤทธาท้าชิงปฐพี
และสุดท้ายใครจะเป็นผู้กุมผืนหล้าไว้ในฝ่ามือ!




(ปกหลังเล่ม 2)

เมื่อเภรีศึกดังกึกก้อง 
หวงเฉาผู้อหังการ มีปณิธานอย่างเอกอุก็กลายเป็นศัตรู 
เฟิงหลันซีผู้เก็บคมงำประกาย งามสง่าดุจดุจกล้วยไม้กลายเป็นพันธมิตรที่ต้องระแวงระวัง 
อวี้อู๋หยวนผู้สูงส่ง ไร้ธุลีแห่งโลกิยะกลายเป็นกุนซือให้ต่างแคว้น
แล้วไป๋เฟิงซีผู้ไร้ทุกข์โศกดั่งสายลม ท่องเที่ยวไปทั่วหล้า
จะแสดงท่าทีนิ่งเฉยไม่แยแสเฉกในอดีตได้เช่นไร
เพราะจะอย่างไรนางก็คือซีอวิ๋นกงจู่แห่งแคว้นชิงโจว! 
คือเฟิ่งหวงที่จำต้องสยายปีกทะยานขึ้นสู่เก้าชั้นฟ้า 
เพื่อปกป้องแผ่นดินและประชาชนของตน! 



(ปกหลังเล่ม 3)

เหล่าผู้หาญกล้าย่างเท้าก้าวเข้าสู่สมรภูมิรบ 
วิญญาณวีรบุรุษทัพวายุเมฆานับไม่ถ้วนมีอันต้องตกล่วงไปบนเขาลั่วอิง
ทว่ากลับไร้เงาของทัพปีกกาฬและคนผู้นั้น...
หัวใจนางผู้เฉิดฉันจับตาราวกับเฟิ่งรวดร้าวแสนสาหัส
เพื่อให้ได้มาซึ่งสายน้ำขุนเขาหมื่นลี้ ทุกสิ่งย่อมสละได้จริงหรือ
เพื่อเทียบฤทธาชิงปฐพี ทุกสิ่งย่อมสละได้จริง ๆ ละหรือ

อันว่าหัวใจของบุรุษนั้นใหญ่ยิ่ง 
หวังจะเก็บใต้หล้า เก็บอำนาจ เก็บชื่อเสียง เก็บหญิงงาม...
บรรจุสิ่งต่าง ๆ ไว้มากมายนัก 
ทว่าหัวใจของสตรีมักจะเล็กแคบ เก็บบุรษไว้ได้เพียงผู้เดียวเท่านั้น

นี่คือตำนานที่จะถูกเล่าขานไปตราบนานเท่านาน
ไม่ว่าบทสรุปจะเป็นเช่นไร สุขสงบหรือโศกเศร้า 
นั่นก็คือสิ่งที่พวกเขาล้วนเลือกด้วยตัวเอง!






หลังอ่าน...
จุดที่ดึงดูดจุดแรกเลยคือสำนวนภาษาค่ะ
ภาษาที่ใช้ในเรื่องนี้เป็นแบบจีนโบราณที่โบราณจริงๆ
มีการใช้ภาษาสัญลักษณ์ มีบทกวี มีสำนวนโวหาร คารมคมคายเยอะแยะไปหมด
ในเล่มแรกนี้เป็นประหนึ่งการปูพื้น บอกเล่าถึงสภาพโดยทั่วไปของเรื่องราว
 พร้อมๆกับเป็นการเปิดตัว แนะนำตัวละครแต่ละตัว...(ซึ่งมีอยู่เยอะมากกกก...)

สืบเนื่องมาจากยุคสมัยนั้นฮ่องเต้ผู้ครองแผ่นดินต้าตงไร้ซึ่งคุณธรรม
 เกิดเป็นกลียุคปั่นป่วน ป้ายขั้วกาฬอันเป็นประหนึ่งป้ายอาญาสิทธิ์สูงสุดก็สูญหาย 
บรรดาเจ้าแคว้นต่างๆ แตกแยกเป็นก๊กเป็นเหล่า
 ต่างตั้งตนเป็นใหญ่หมายแย่งชิงป้ายขั้วกาฬเพื่อครอบครองใต้หล้า

นางเอกไป๋เฟิงซีเป็นจอมยุทธหญิงที่มีชื่อเสียง
 มีอุปนิสัยรักอิสระชอบเที่ยวซุกซนไปทั่ว
 นางมักจะได้รับการกล่าวขานนามคู่กับเฮยเฟิงซี 
จอมยุทธผู้เก่งกาจอีกคนหนึ่งที่อยู่ในวังวนแห่งการแย่งชิงใต้หล้าเช่นกัน

ว่าด้วยความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ในเล่มแรกนี้ 
ดูเหมือนจะเป็นสหายสนิทกันมากกว่าที่จะเป็นคู่รัก 
ในขณะที่ฝ่ายหญิงมักจะเรียกอีกฝ่ายอย่างกึ่งล้อเลียนกึ่งหยันว่าจิ้งจอกดำ 
ฝ่ายชายก็คอยเรียกฝ่ายหญิงว่า'สตรี' เพื่อเป็นการปรามไม่ให้นางทำตัวห้าวห่ามเกินหญิงนั่นเอง...

ในเล่มแรก บทที่ชอบที่สุดก็จะเป็นตอนที่มีเด็กน้อยหานผู่
มาคอยตามติดพี่สาว-ไป๋เฟิงซี 
มีมุมน่ารักๆให้อ่านแล้วอมยิ้มตาม

แต่ก็มีแอบรำคาญนางเอกนิดๆ นะ ตรงที่นางเที่ยวไปปิ๊งคนนั้นคนนี้ง่ายไปหน่อย
 ทั้งๆ ที่ลึกๆ แล้วก็คงมีใจให้เฮยเฟิงซีมั่งแหละ
ถึงได้คอยไปพูดจากระทบกระเทียบตอนที่เขามีหญิงอื่นมาติดตาม

เล่มแรกนี้อ่านสบายๆค่ะ แม้จะเริ่มรู้สึกถึงกลิ่นอายแห่งสงคราม
ที่กำลังจะประทุขึ้นในท้ายๆ เล่ม



มาถึงเล่ม 2....

โผล่มาเล่มนี้ก็จัดหนักจัดเต็มค่ะ
เปิดฉากมาก็สู้รบกันโครมๆ แต่เรื่องราวความรักก็ดำเนินควบคู่กันไป
เป็นความรักที่แฝงไปด้วยสำนึกในภาระหน้าที่และความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง
เป็นความรักที่อึมครึม ต่างฝ่ายต่างมีข้อกินแหนงแคลงใจในกันและกัน

ไป๋เฟิงซีต้องสืบทอดตำแหน่งอ๋องจากบิดาที่สิ้นชีวิต
ต้องเปลี่ยนบทบาทตัวเองอย่างค่อนข้างจะสิ้นเชิง 
กลายเป็นท่านอ๋องหญิงแห่งชิงโจว-เฟิงซีอวิ๋น 
ที่นำทัพเข้าสู่สงครามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

นางยอมเข้าพิธีแต่งงานกับเฟิงหลันซี...
(ซึ่งก็คือเฮยเฟิงซี เจ้าจิ้งจอกดำของนางนั่นเอง)
เพื่อความมั่นคงของแคว้น...
และเพื่อการรวมตัวกันของกองทัพที่เกรียงไกรยิ่งขึ้น

ทว่า...เมื่อถึงคราคับขันมันกลับมีม่านหมอกของความระแวงแคลงใจ 
ความไม่เข้าใจไม่มั่นใจมาบดบัง จนเกิดเป็นความสูญเสีย 
และกลายเป็นรอยแผลบาดลึกขึ้นในใจ

ฮือ...เล่มนี้จบเศร้าค่ะ หน่วงในอารมณ์แบบสุดๆ ไปเลย (มีแอบน้ำตาซึมอะ)
แถมเด็กน้อยผู่เอ๋อร์ที่เรารอคอยก็ไม่ได้โผล่มาแจมเลยแม้เงา


เล่ม 3...(เล่มจบ)

มาถึงเล่มนี้ก็ยังคงรบรายืดเยื้อติดพันสืบเนื่องมาจากเล่มสอง...

แต่เพียงไม่นานก็ถึงจุดพีค... 
เมื่อชิงอ๋องเฟิงซีอวิ๋นเกิดต้องศรพิษของหวงเฉาเข้าอย่างจัง
 ว่ากันว่าผู้ใดต้องศรนี้ไม่มีทางรอดชีวิต สร้างความตระหนกตกตื่นให้แก่เหล่าทหารแม่ทัพนายกองน้อยใหญ่....
รวมทั้งยงอ๋อง-เฟิงหลันซีผู้เป็นสามีที่...
ณ ตอนนั้นเอง เพิ่งจะตระหนักชัดในใจว่านางมีค่าต่อเขามากเพียงใด
อาจจะมากเสียยิ่งกว่าบัลลังก์ใต้หล้าที่ใครๆ ต่างหมายปองเสียอีก
เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อยื้อชีวิตนางไว้...แม้จะต้องแลกด้วยวิญญาณของเขาเอง

เล่มนี้...อาจจะดูเหมือนรวบรัดตัดจบง่ายไปนิดหนึ่ง
 เพราะเรื่องราวจบลงเพียงครึ่งเล่มนี้นี่เอง

แต่ปมต่างๆ ก็คลี่คลายได้ครบถ้วนกระบวนความอยู่นะ 
โดยเฉพาะความเป็นไปเป็นมาของอวี้อู๋หย่วน ที่ตอบคำถามตงิดๆ ในใจ
ตั้งแต่ในเล่มแรกว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นฝ่ายดีหรือฝ่ายตัวร้าย 
การที่เขาเหมือนจะปฏิเสธไมตรีจากไป๋เฟิงซีแล้วเข้าเป็นพันธมิตรกับหวงเฉา
มันต้องมีเหตุผลมากกว่าความเป็นเพื่อนกันมานาน...
ซึ่งในเล่มนี้ถึงบทเฉลยละ
จบดีค่ะ มีสุขมีซึ้ง มีเศร้าคละเคล้ากันไป

แต่ที่พีคในพีคอยู่ในบทพิเศษค่ะ...
มีอะไรๆหลายอย่างที่คลี่คลายอยู่ในบทพิเศษ
 โดยเฉพาะหนุ่มน้อยหานผู่ที่เรารอคอย โผล่มาได้เสียทีในตอนท้าย
 แล้วก็ได้พบกับพี่สาวแล้วสมใจ(คนอ่าน)

สรุปว่าอ่านจบทั้งสามเล่ม ขอคารวะผู้แปลเลยค่ะ
 ภาษางดงามอลังการมาก ทั้งสำนวนโวหารบรรยาย 
ทั้งบทกวีประกอบเรื่อง มันเหมาะเจาะลงตัวที่สุด
 ไม่ถึงกับต้องปีนกะไดอ่าน แต่ก็ไม่อาจข้ามผ่านได้เลยสักตอน 
หาไม่จะอ่านไม่รู้เรื่อง 
เพราะเรื่องราวดำเนินต่อเนื่อง มีการเคลื่อนไหวพลิกผันอยู่เรื่อยๆ
ชอบมากกกกก...Smiley





 

Create Date : 13 สิงหาคม 2561    
Last Update : 13 สิงหาคม 2561 13:30:10 น.
Counter : 155 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ บันไดหยกงาม (1-3) ชิงเซียง เขียน /พริกหอม แปล ~




บันไดหยกงาม (1-3) 
ผู้เขียน : ชิงเซียง / ผู้แปล : พริกหอม
สนพ.แจ่มใส/พิมพ์
1,036 หน้า  ราคา (3 เล่ม) 887 บาท

ปกหลัง(คัดมาเฉพาะเล่ม 1 ค่ะ)

'ฉีซู่’เดินทางเข้าเมืองหลวงพร้อมกับโลงศพของบิดา
ตรากตรำยากแค้นจนมิอาจลืมเลือนวันคืนเหล่านั้นได้
แต่มิคาดว่าชะตากรรมชีวิตที่เหลือของนางนับจากนี้ได้ถูกกำหนดแล้ว
นางจำต้องเข้าวัง เพราะนี่คือรับสั่งของผู้ที่สูงส่งเหนือแผ่นดิน

ความรักใคร่เอ็นดูจากฮองเฮาและฮ่องเต้
ช่วยปลอบประโลมให้นางผ่านพ้นคืนวันเลวร้าย
และความรักใคร่เอ็นดูนั้นก็ได้สร้างความเกี่ยวโยงผูกพัน
กับความเคียดแค้นแก่งแย่งชิงชังเช่นกัน

ที่สุดแล้วนางมิอาจหนีพ้นวังวนแห่งอำนาจ...วังวนแห่งวังหลวง...
ช่วงชีวิตที่เหลืออยู่มิอาจดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและผาสุกได้
ใครกันกำหนดให้ชีวิตนางต้องเป็นเช่นนี้
ใครกันเขียนเส้นทางชีวิตให้นางต้องพบเจอกับความรักความเจ็บปวด
 แต่ต้องหยัดยืนต่อไปให้ได้เช่นนี้ด้วย!





หลังอ่าน...
นับว่าเป็นนิยายจีนโบราณแนววังหลวงวังหลังอีกชุดที่ดีงามในความรู้สึก
ชอบมากกกกก...

เรื่องราวเล่าผ่านชีวิตของฉีซู่ ตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงวัยเพียงเก้าขวบ
ที่หลังบิดาเสียชีวิต นางกับแม่ต้องเดินทางเข้าเมืองหลวง
 แม่ไปพักอยู่กับญาติส่วนตัวเองถูกส่งเข้าวังหลวง
 ได้รับพระเมตตาจากฮองเฮารับเป็นบุตรีบุญธรรม 
อบรมเลี้ยงดูควบคู่มากับองค์รัชทายาทที่เป็นโอรสฮองเฮา
จนกลายเป็นความผูกพันรักใคร่ แม้รัชทายาทจะไม่ได้สนใจในราชกิจ
 ห่วงแต่เที่ยวเล่นไปวันๆ จนฉีซู่ต้องเป็นฝ่ายคอยดูแลปกป้อง

วันหนึ่ง ฉีซู่ก็ได้พบกับจิ้นอ๋อง พี่ชายต่างมารดาของรัชทายาท
ที่ถูกส่งไปประจำอยู่ชายแดนตั้งแต่อายุ 12 ปี 
เขามาช่วยฉีซู่ไว้จากกับดักที่รัชทายาททำไว้เล่นๆ จนแขนเสื้อขาด
ฉีซู่จึงอาสาซ่อมแซมให้เป็นการขอบคุณ
 นั่นจึงกลายเป็นความประทับใจครั้งแรกที่จิ้นอ๋องมีต่อฉีซู่

แต่ความรู้สึกนั้นก็คลี่คลายไปเมื่อเขาจับได้ว่าฉีซู่มีใจให้องค์รัชทายาท
 เขาคิดว่าฉีซู่ก็เหมือนกับผู้หญิงทั่วไปที่ใฝ่ฝันจะได้ครองคู่กับรัชทายาท...




แต่จนกระทั่ง...เมื่อวันหนึ่งรัชทายาทถูกปลด
(เพราะพฤติกรรมเกเรไม่เอาไหนของเขานั่นเอง)
 ฉีซู่กลับยอมแต่งงานและออกไปใช้ชีวิตอยู่ต่างเมืองกับเขา
อย่างไม่ได้ใส่ใจในยศถาบรรดาศักดิ์...
นั่นทำให้จิ้นอ๋องที่ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นรัชทายาทองค์ใหม่
หวนรู้สึกว่าตนเองมองนางผิดไป

ฉีซู่กับสามีใช้ชีวิตอยู่ชนบทอย่างเรียบง่ายสงบสุข กระทั่งฮ่องเต้สวรรคต 
ฮ่องเต้องค์ใหม่(จิ้นอ๋อง)ขึ้นครองราชย์ เรียกตัวสองสามีภรรยากลับเมืองหลวง 
ฮ่องเต้ต้อนรับพวกเขาอย่างอบอุ่นฉันพี่น้อง พระราชทานสิ่งของต่างๆ มากมาย
จนผู้คนต่างเห็นว่าฮ่องเต้ช่างมีคุณธรรมน้ำใจสูงส่ง

ไม่นานหลังจากนั้นฉีซู่ก็ตั้งครรภ์ แต่ก็ต้องพลัดพรากจากสามี
เมื่อเขาถูกจับได้ว่าก่อกบฎ...
เขาถูกเนรเทศไปต่างเมืองและป่วยตายในเวลาต่อมา

ฉีซู่คลอดลูกชาย และยกให้ไทเฮาเป็นผู้เลี้ยงดู
ส่วนตัวเองก็ไปอยู่วัดศึกษาพระธรรมคัมภีร์...
มิคาด ลูกชายอายุเพียงสามขวบก็เกิดอุบัติเหตุพลัดตกน้ำเสียชีวิต!

เมื่อฮ่องเต้แสดงว่าปรารถนาในตัวนาง ฉีซู่รู้ดีว่านางมิอาจปฏิเสธ 
เพราะเขาเป็นเจ้าแผ่นดิน 
แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่นางยอมเป็นสนมฮ่องเต้ 
ยอมถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงสองสามีก็คือ...

นางต้องการเอาคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่นางสูญเสียไป...
โดยเฉพาะลูกที่นางไม่มีโอกาสได้เชยชม!!!

ทุกก้าวย่างของนางนับจากนั้น เป็นไปเพื่อแผนการอันล้ำลึกที่ฝังแน่นในใจ!!!




โอยยยย...ยาวค่ะ แต่ที่เล่าๆมาด้านบนนั่นย่นย่อสุดๆแล้ว 
และทั้งหมดทั้งมวลนั่นดำเนินเรื่องอยู่ในเล่ม 1 เท่านั้น...
แต่เล่าต่อไม่ไหวแล้วค่ะ รู้แต่ว่าเป็นนิยายที่อ่านสนุก อ่านเพลินและอินมาก
เรื่องราวละเอียดลออสมจริงสุดๆ เหมือนอ่านนิยายอิงประวัติศาสตร์ยังไงยังงั้น

ชอบแนวการเล่าเรื่องที่เหมือนจะเรียบเรื่อย 
ทว่ามีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เปลี่ยนแปลงพลิกผันตลอดเวลา
 ผู้อ่านสามารถร่วมรับรู้ สะท้อนสะเทือนในอารมณ์ไปกับตัวละคร
แทบทุกตัวในเรื่องทุกช่วงตอน

แม้ว่าเรื่องราวส่วนใหญ่จะเล่าผ่านมุมมองของฉีซู่ 
แต่ด้วยสายตาอันฉลาดเฉียบแหลมของนาง
 บวกกับวิธีเล่าเรื่องที่ละเอียด กระชับรวดเร็ว 
ผู้อ่านจะสามารถสัมผัสและรับรู้ถึงตัวตนและความรู้สึกนึกคิด
ของตัวละครเด่นๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวนางได้เป็นอย่างดี 

เห็นถึงความรักความชัง ความหวาดหวั่นเกรงกลัวของผู้คนที่มีต่อนาง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉีซู่ได้แสดงให้เราเห็นถึงว่า 
การจะใช้ชีวิตในวังหลวงอย่างรู้รอดปลอดภัย
 ต้องอาศัยความอดทนอดกลั้นและสติปัญญาอันเข้มแข็งเท่านั้น

******

ถือเป็นนิยายจีนที่ค่อนข้างครบรสเข้มข้นมาก มีรักมีหวาน 
มีโศกซึ้งสะเทือนซาง มีเหลี่ยมเล่ห์เพทุบาย มีการแก่งแย่งชิงดี...

ชอบตอนจบมาก รู้สึกว่าเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง 
สมกับชื่อเรื่องที่มีความหมายลึกซึ้ง
เสริมท้ายด้วยบทพิเศษที่เพิ่มความเศร้าสลดรันทดใจ
พอๆ กับความสาแก่ใจให้กับผู้อ่านได้เห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในมุมมองที่แตกต่าง

ย้ำอีกรอบว่าชอบมากกกก...เก็บขึ้นหิ้งได้อีกชุด Smiley









 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2561    
Last Update : 23 พฤษภาคม 2561 13:07:04 น.
Counter : 996 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ ตงกง ตำหนักบูรพา(1-2): เฝยหว่อซีฉุน เขียน / ดารินทิพย์ แปล ~




ตงกง ตำหนักบูรพา(1-2)
ผู้เขียน : เฝยหว่อซีฉุน/ดารินทิพย์ แปล
สนพ.Siam Inter Book 
 457 หน้า ราคา 400 บาท  

เรื่องย่อๆ(ปกหลัง)

นาง คือองค์หญิงเก้าแห่งแคว้นซีเหลียง เป็นที่รักใคร่เอ็นดูเหนือผู้ใด
จำต้องก้าวเข้าสู่ดินแดนจงหยวนเพื่อแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี

เขา คือรัชทายาทองค์ปัจจุบัน มีอำนาจยิ่งใหญ่เป็นรองเพียงบุคคลเดียว
จำต้องอภิเษกสมรสกับองค์หญิงต่างแคว้นเพื่อเหตุผลทางการเมือง
เขา...มีเจ้าเหลียงตี้ สนมคนโปรด
นาง...มีชีวิตของนาง 

เส้นขนานสองเส้นที่ไม่มีวันเดินทางมาบรรจบ

 หากแต่การช่วงชิงอำนาจในตำหนักบูรพา
 เหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นไม่จบไม่สิ้น 
กลอุบายคร่าชีวิตที่ซุกซ่อนอยู่ทุกแห่งหน 
กลับผลักนางเข้าสู่วังวนโดยมิอาจหลีกหนี
กลายเป็นตำนานรักอันตราตรึงสะเทือนใจบทหนึ่ง 





หลังอ่าน...
สืบเนื่องจาก 'บุหลันไร้ใจ' ที่อ่านไปวันวาน 
หลายเสียงเชียร์ให้อ่านเรื่องนี้ ซึ่งเป็นผลงานของนักเขียนคนเดียวกัน...
ก็จัดไป

อาจจะเป็นด้วยผู้แปลใช้นามปากกาที่แตกต่าง 
หรือจะเป็นความสามารถเฉพาะตัวของคนเขียนก็ไม่รู้ได้..
ที่ทำให้รู้สึกว่า เรื่องนี้(ตงกงฯ)กับเรื่องนั้น(บุหลันฯ)มันเหมือนจะไม่มีอะไรที่คลับคล้ายกันสักเท่าไหร่...

อาจจะมีนิดนึง...มีความเหมือนตรงตอนจบที่อึนและหน่วงพอๆกัน...


ว่าด้วยเรื่องนี้...

ตงกง ตำหนักบูรพา ดำเนินเรื่องในลักษณะเป็นเรื่องเล่า 
ที่เล่าผ่านสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง...

ผู้เล่าเป็นนางเอกของเรื่อง ซึ่งก็คือองค์หญิงเก้าแห่งแคว้นซีเหลียง 
นัยว่าเป็นแคว้นเล็กๆ แถบชนบท ต้องเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองหลวง 
เป็นชายาของรัชทายาท
 พื้นนิสัยเดิมนางเป็นคนร่าเริง เปิดเผยจริงใจ 
ตามธรรมชาติของผู้คนในชนเผ่าของนาง
นางมิใคร่สนใจขนบธรรมเนียม ระบบระเบียบวังหลวงสักเท่าไหร่ 

ความสัมพันธ์กับสามีก็ลุ่มๆดอนๆ ทะเลาะวิวาทกันเป็นอาจิณ
(แต่อ่านๆดูก็เหมือนเด็กๆอะ ทะเลาะกัน ดีกัน เล่นกัน...)
วันดีคืนดีนางก็แต่งตัวเป็นชายออกไปเที่ยวเตร่กับอาตู้ 
องครักษ์ใบ้คู่ใจสนุกสนานเพลิดเพลินไป...

แต่ทว่า...วันเวลาล่วงไป นางก็ค่อยๆ เรียนรู้ถึงความแตกต่างของวิถีชีวิต
 ความคิดและการกระทำของผู้คนที่บ้านเกิดนางกับในเมืองหลวง...
โดยเฉพาะเหลี่ยมเล่ห์เพทุบายต่างๆที่นางคาดไม่ถึง 
ผู้คนแวดล้อมนางล้วนปากอย่างใจอย่างจนนางรู้สึกกลัว 
อ้างว้างและคิดถึงบ้าน...
นางอยากกลับบ้าน
ทว่า...จะยังมี'บ้าน'ให้นางได้กลับไปอีกหรือ...?




หนังสือแบ่งออกเป็นสองเล่ม 
ผู้เขียนแบ่งโทนของเรื่องออกเป็นสองพาร์ทอย่างค่อนข้างชัดเจน...

เริ่มจากเรื่องราวที่เหมือนจะเป็นนิยายจีนแนววังหลังทั่วๆไป
 รัชทายาทถูกบังคับให้แต่งงานกับองค์หญิงต่างเมือง
ทั้งๆ ที่ตัวเองมีสนมรักอยู่แล้ว 
ซึ่งฝ่ายองค์หญิงก็รับรู้อยู่เต็มอก...แต่นางก็หาได้แคร์ 
ยังคงร่าเริงเบิกบานตามปกตินิสัยของตัวเอง 
ซ้ำยังปฏิบัติต่อสนมของสามีอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมอีกด้วย

โทนเรื่องเริ่มพลิกผันในเล่มสอง...
เมื่อนางเพิ่งจะมาตระหนักรู้ว่าวันคืนของนางในตำหนักบูรพานั้น
นางอยู่อย่างไร้ความทรงจำมาตลอด...
ถูกหลอกซ้ำหลอกซ้อนโดยคนที่นางรู้สึกดีด้วยมาตลอด

บรรยากาศการอ่านเล่มสองจึงพลิกผันตามอารมณ์ความรู้สึกนางเอกเลยค่ะ 
มันเจ็บปวด คุมแค้น เศร้า และโดดเดี่ยว
 รอบตัวนางไม่มีใครรักใคร่จริงใจกับนางเลย...ยกเว้นอาตู้

..............

ชอบตอนจบมากกกก...
ถึงแม้จะต้องเสียน้ำตาให้กับฉากนี้ไปไม่น้อยเลย ถือเป็นหนึ่งในนิยายจีนไม่กี่เรื่องที่ทำให้เราอินได้ถึงขั้นหลั่งน้ำตาSmiley

ผู้แปลสำนวนดีมาก อ่านๆ ไปก็รู้สึกว่า
ในแง่ของสำนวนภาษาใกล้เคียงกับบุหลันไร้ใจพอสมควรทีเดียว
โดยเฉพาะบทบรรยายฉาก สถานที่ ธรรมชาติ ฯลฯ 
สำนวนโวหาร พรรณนาโวหารแบบจัดเต็ม 
มีแทรกบทกวีที่มีความหมายลึกซึ้งกินใจ
 สอดคล้องกับเนื้อหาเรื่องราว อ่านลื่นไหลละมุนละไมมาก...









 

Create Date : 18 พฤษภาคม 2561    
Last Update : 18 พฤษภาคม 2561 12:49:25 น.
Counter : 237 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ บุหลันไร้ใจ : โศกนาฏกรรมของความรัก โดย "เฝยหว่อซือฉุน" (มิราทิพย์ /แปล) ~




บุหลันไร้ใจ
เฝยหว่อซือฉุน เขียน /มิราทิพย์ แปล 
สนพ.อรุณ
337 หน้า  ราคา 285 บาท

เรื่องย่อๆ(จากคำโปรย)

-- นางมิได้กลัวตาย หากแต่กลัวว่าความตายจะทำให้นางไม่ได้แก้แค้น --

เขามองนางด้วยความรู้สึกติดค้างในใจ...ติดค้างสตรีอีกผู้หนึ่ง
นางมองเขาด้วยความรู้สึกเคียดแค้นเต็มอก...เคียดแค้นที่ผู้เป็นฮ่องเต้เช่นเขา
ประกาศราชโองการสังหารทุกคนในตระกูลมู่ของนาง!!

'อี้ชินอ๋องติ้งฉุน' รับ 'มู่หรูซวง' เข้าวังด้วยความรู้สึกโหยหาอาวรณ์
 เพราะดวงหน้าของนางที่ละม้ายคล้าย 'หวงกุ้ยเฟย' จนน่าตกใจ
 ด้วยเหตุนี้จึงโปรดปรานนางเหนือผู้ใด ยอมอ่อนข้อและตามใจนางทุกอย่าง
 เพราะเขาติดค้างตระกูลนาง ดังนั้นไม่ว่าอย่างไร เขาจะต้องชดใช้อย่างสาสม

ภายใต้รูปโฉมอันงดงามเฉกเช่นมนตร์สะกดอันเย้ายวน 
หากทว่าสุดท้ายก็กลับกลายเป็นอาวุธแห่งการแก้แค้น
ท่ามกลางความรักลึกซึ้ง กลับถูกขวางกั้นด้วยหนี้เลือดอันฝังรากหยั่งลึก
 ในที่สุด มู่หรูซวงก็ก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่เหนือทุกคนในฝ่ายใน

กลอุบาย ความริษยา การยุแยง ทำให้นางกำจัดศัตรูทั้งในตำหนักใน
และในราชสำนักไปทีละคน!
สุดท้ายแล้วความรักความแค้นนี้จะลงเอยเช่นไร 





หลังอ่าน...
เป็นแนวจีนโบราณแนวแย่งชิงบัลลังก์อีกเล่ม
ที่อ่านแล้วให้อารมณ์หม่นทึมได้ใจทีเดียวค่ะ

จริงๆแล้ว พล็อตแย่งชิงบัลลังก์นั่นถือเป็นพล็อตรองมากกว่า
 เพราะพล็อตหลักจริงๆของเรื่องคือ...
ความแค้นของหญิงสาว ซึ่งก็...ตามชื่อเรื่องนั่นเลย 

ผู้เขียนเปรียบเปรยหญิงสาวเป็นเช่นดวงบุหลันที่งดงามสูงส่ง
 ทว่าถูกบดบังด้วยความแค้นมืดดำในหัวใจ

เรื่องย่อๆ ก็ประมาณปกหลัง...เพิ่มเติมนิดหน่อย

***

มู่หรูซวงรอดพ้นจากการถูกฆ่าล้างตระกูลเพราะนางอายุไม่ถึงเกณฑ์ 
นางถูกส่งมาเป็นทาสอยู่ในจวนของรุ่ยชินอ๋อง...
และเมื่อเขาเห็นหน้านาง เขาก็วางแผนใช้นางเป็นเครื่องมือ
ที่จะแย่งชิงบัลลังก์จากฮ่องเต้...
ซึ่งก็สอดคล้องกันพอดีกับความแค้นที่แน่นในอกหรูซวง

เมื่อเข้าไปอยู่ในวังได้ นางก็ไม่ได้เจียมเนื้อเจียมตัวเยี่ยงนางกำนัลทั่วไป
 นางแผลงฤทธิ์แบบไม่กลัวตาย กระทั่งแข็งขืนเย็นชากับฮ่องเต้ 
แต่ฮ่องเต้กลับโอนอ่อนผ่อนปรนและตามใจนางทุกอย่าง
 เพียงเพราะนางหน้าตาเหมือนสนมรักที่จากไป...

ผู้คนต่างเรียกนางว่าเป็นนางมาร แต่ก็ไม่มีใครสามารถกำจัดนางได้
 ในทางกลับกัน นางแทบไม่ต้องออกแรงทำอะไรมากมาย 
แค่ใช้มารยาเล็กๆน้อยๆ ก็สามารถกำจัดพระสนมออกไปได้ทีละคนสองคน...


***

จะว่าไปเรื่องราวก็คล้ายๆ นิยายจีนแนววังหน้าวังหลังทั่วๆไปอยู่หรอกค่ะ 
มีการแก่งแย่งชิงดี มีการสกัดดาวรุ่ง วางแผนถึงขั้นฆ่ากันตาย 
กระทั่งกับเด็กเล็กก็ไม่เว้น ...

ซึ่งปกติจะไม่ค่อยชอบอ่านอะไรแนวนี้เท่าไหร่
แต่เล่มนี้ที่อ่านเรื่อยๆ จนจบได้เพราะชอบการเล่าเรื่อง 
ชอบสำนวนการบรรยายที่แม้หลายจุดจะออกแนวตอกย้ำซ้ำซากสักนิด 
แต่ก็ไม่เป็นปัญหาค่ะ
 ชอบภาษาสัญลักษณ์หลายตอนที่นักเขียนใช้ 
และรู้สึกว่าผู้แปลเค้าก็แปลได้ดีทีเดียว
นับตั้งแต่การตั้งชื่อเรื่องนั่นเลยค่ะ...

เห็นชื่อเราก็ไม่ได้คาดหวังความสุขสมหวังในเรื่องราวอยู่แล้ว
เพียงแต่ก็ไม่ได้คาดคิดว่ามันจะหม่นทึมและดาร์กได้ใจขนาดนี้

(สารภาพเลยว่า...อ่านจบไปพักใหญ่ๆ
 แต่ดองรีวิวจนลืมเลือนจุดที่อยากพูดถึงไปเกือบหมดแล้ว งือ...:( 
จำได้แต่ความรู้สึกที่...หน่วง...อึน)






 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2561    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2561 12:35:33 น.
Counter : 224 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ เร้นรักบุปผาหยก (The Jade Temptress) : ภาคต่อจาก "บุปผาซ่อนจันทร์" ~




เร้นรักบุปผาหยก (The  Jade Temptress)
ผู้แต่ง : จีนนี หลิน /ผู้แปล  : วรินทร์ วารีนุกูล
สำนักพิมพ์ อรุณ/พิมพ์
331 หน้า ราคา 285 บาท

โปรยปก

เมื่อปีกลาย หมิงยวี้ นางคณิกาผู้งามงดแห่งหอดอกบัว
เพิ่งรอดพ้นจากการกล่าวหามีส่วนในการตายของหญิงคณิกาชื่อดังนางหนึ่ง 
แต่นางกลับต้องมาตกเป็นผู้ต้องสงสัยในเหตุฆาตกรรมอีกครั้ง 
เมื่อนางเป็นผู้พบเห็นร่างไร้ศีรษะของผู้อุปถัมภ์นางอยู่ในบ้าน
อันเป็นที่นัดพบของทั้งสอง 
นางรู้ดีว่า อู๋ไคเฟิง จะช่วยนางได้ จึงได้ขอความช่วยเหลือจากเขา
แม้จะเกลียดเขาปานใด

ทว่าความใกล้ชิดระหว่างทั้งสองกลับทำให้นางและเขาได้รู้หัวใจตัวเองมากขึ้น 
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของคดีฆาตกรรม
บ่วงแร้วจากสัญญาทาสของแม่เล้าและความห่วงหาต่อน้องสาว 
ทำให้หมิงยวี้ต้องครุ่นคิดหนักถึงอนาคตของนาง
ว่านางจะเลือกให้ชายหนุ่มมีส่วนร่วมอยู่ด้วยหรือไม่ 
หรือจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวต่อไป





หลังอ่าน...
จากเมื่อปีก่อนนู้น เคยได้อ่าน 'บุปผาซ่อนจันทร์' ไปแล้ว รู้สึกชื่นชอบในระดับนึง
 เมื่อมาเจอเล่มนี้ ซึ่งถือว่าเป็นภาคต่อของเรื่องนั้น
ในสนนราคาที่ไตพอรับไหวจึงคว้ามา

สองเรื่องนี้เป็นโรแมนติกซัสเป้นซ์แบบจีนๆ 
ที่เขียนโดยนักเขียนชาวจีนที่เกิดและโตอยู่ใน สหรัฐฯ 
ดังนั้น ถึงแม้นิยายจะใช้ฉาก ตัวละครและเนื้อหาที่อิงประวัติศาสตร์ของจีน
 แต่สำนวนภาษาก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายนมเนยอย่างเลี่ยงไม่พ้นจริงๆ
ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของคนอ่านที่จะต้องปรับจูนตัวเอง
หากต้องการเข้าถึงงานของเธอ..
.(ส่วนตัวตอนอ่านบุปผาซ่อนจันทร์ก็คิดว่าพอข้ามได้ 
แต่ช่วงที่ผ่านมา ได้อ่านนิยายจีนแท้ๆ ไปเยอะพอสมควร 
พอกลับมาอ่านแนวนี้ก็เกิดอาการขลุกขลักเล็กๆ อยู่ 
แต่พอผ่านบท สองบทแรก เรื่องราวเริ่มเข้มข้นขึ้น 
ก็ทำให้อ่านได้ตลอดรอดฝั่ง แหะๆ)

*******

มาเข้าเรื่องนิยายค่ะ...
จากเล่มก่อนที่เป็นเรื่องของเยว้อิง คณิกาสาวคนน้อง 
ซึ่งจากเล่มนั้นนางก็ถูกพี่สาวกลบรัศมีจนแทบจะจืดสนิท...
มาเล่มนี้จึงเป็นเรื่องของพี่สาวเต็มๆ เสียที

เรื่องย่อๆก็ประมาณปกหลังนั่นเลยค่ะ ... 
ยังคงแหวกขนบนิยายรักทั่วไปตรงที่...นางเอกเป็นนางคณิกาค่ะ...
ส่วนตัวแม้จะรู้สึกแปลกๆแปร่งๆ บ้างแต่ก็รับได้นะคะ...
และยังคงอิงพล็อตสืบสวนสอบสวนอิงประวัติศาสตร์ในยุคราชวงศ์ถัง
 พระเอกเป็นมือปราบฝีมือฉกาจ 
เขาจะต้องตามสืบคดีคดีหนึ่งที่พัวพันกับนางเอก...

จากเริ่มแรกที่ต่างฝ่ายต่างไม่ค่อยชอบหน้ากันนัก
(มันมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ทำให้นางเอกเกลียดขี้หน้าพระเอก)...
แต่หลังจากเกิดเหตุ ทั้งคู่ต้องร่วมมือกันในการคลี่คลายคดี 
ความสัมพันธ์ก็ค่อยๆแปรเปลี่ยน กลายเป็นความผูกพันและความรักในที่สุด...

แต่หมิงยวี้ยังมีปมในใจ ที่จะต้องเคลียร์ให้ได้
ก่อนที่จะมีความสัมพันธ์อันจริงจังกับใครอีกคน




ก็อ่านได้เรื่อยๆนะคะ ไม่ถึงกับสนุกมาก วางไม่ลงอะไรประมาณนั้น
 แต่ก็ถือว่าเรื่องราวซับซ้อน น่าลุ้น ชวนติดตามไม่น้อย...

ปัญหาในการอ่านยังคงเป็นเรื่องเดิมๆ 
สำนวนแปลที่ยังไงๆ ก็ติดกลิ่นนมกลิ่นเนยอยู่มาก...
กับการเรียกชื่อตัวละครที่ฟังดู...ขัดหูแปลกๆ 
(ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกันกับตอนที่อ่านบุปผาซ่อนจันทร์นั่นแหละค่ะ)

นอกนั้นก็ถือว่าเป็นนิยายอ่านสนุก อ่านแล้วก็ชอบในระดับหนึ่งค่ะ

*****

“หลินเก่งในการสอดแทรกประวัติศาสตร์ในนิยายโรมานซ์ของเธอ
 ให้ทั้งความรู้สึกและอารมณ์อันลึกซึ้ง ”
(Publishers Weekly)

“เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ความรักแสนเศร้า 
ความลึกลับแสนเย้ายวนใจ
 และจบอย่างมีความสุข! ยังจะมีใครที่ไหนให้มากกว่านี้ไหม” 
(Patricia Rice, นักเขียนขายดีจาก New York Times)






 

Create Date : 12 มีนาคม 2561    
Last Update : 12 มีนาคม 2561 13:18:45 น.
Counter : 770 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 179 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ อ้อมฟ้าโอบดิน/"คีรี" เขียน ~

~ บทเพลงโศกแห่งคาเฟ่แสนเศร้า(The Ballad of The Sad Café)/Carson McCullers:เขียน/จุฑามาศ แอนเนียน : แปล ~

~ ทัณฑ์ลวงรัก/"FoxxTrot" เขียน ~

~ ดับแดนดารา/"อสิตา" เขียน ~

~ เทียบท้าปฐพี 1-3/ชิงหลิงเยวี่ย : เขียน/ กระบี่หลงทิศ : แปล ~

~ My Grandmother Asked Me to Tell You She’s Sorry(ยายฝากบอกว่าขอโทษ)/Fredrik Backman:เขียน/ปราชญ์ อัสนี : แปล ~

~Beautiful Girl/นางสาวฉ่ำทุกข์กับนายความสุข/นิรวาณ/เขียน ~

~หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา/อุรุดา โควินท์/เขียน ~

~บันไดหยกงาม 1-3/ชิงเซียง/เขียน พริกหอม/แปล ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.