'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ เร้นรักบุปผาหยก (The Jade Temptress) : ภาคต่อจาก "บุปผาซ่อนจันทร์" ~




เร้นรักบุปผาหยก (The  Jade Temptress)
ผู้แต่ง : จีนนี หลิน /ผู้แปล  : วรินทร์ วารีนุกูล
สำนักพิมพ์ อรุณ/พิมพ์
331 หน้า ราคา 285 บาท

โปรยปก

เมื่อปีกลาย หมิงยวี้ นางคณิกาผู้งามงดแห่งหอดอกบัว
เพิ่งรอดพ้นจากการกล่าวหามีส่วนในการตายของหญิงคณิกาชื่อดังนางหนึ่ง 
แต่นางกลับต้องมาตกเป็นผู้ต้องสงสัยในเหตุฆาตกรรมอีกครั้ง 
เมื่อนางเป็นผู้พบเห็นร่างไร้ศีรษะของผู้อุปถัมภ์นางอยู่ในบ้าน
อันเป็นที่นัดพบของทั้งสอง 
นางรู้ดีว่า อู๋ไคเฟิง จะช่วยนางได้ จึงได้ขอความช่วยเหลือจากเขา
แม้จะเกลียดเขาปานใด

ทว่าความใกล้ชิดระหว่างทั้งสองกลับทำให้นางและเขาได้รู้หัวใจตัวเองมากขึ้น 
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของคดีฆาตกรรม
บ่วงแร้วจากสัญญาทาสของแม่เล้าและความห่วงหาต่อน้องสาว 
ทำให้หมิงยวี้ต้องครุ่นคิดหนักถึงอนาคตของนาง
ว่านางจะเลือกให้ชายหนุ่มมีส่วนร่วมอยู่ด้วยหรือไม่ 
หรือจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวต่อไป





หลังอ่าน...
จากเมื่อปีก่อนนู้น เคยได้อ่าน 'บุปผาซ่อนจันทร์' ไปแล้ว รู้สึกชื่นชอบในระดับนึง
 เมื่อมาเจอเล่มนี้ ซึ่งถือว่าเป็นภาคต่อของเรื่องนั้น
ในสนนราคาที่ไตพอรับไหวจึงคว้ามา

สองเรื่องนี้เป็นโรแมนติกซัสเป้นซ์แบบจีนๆ 
ที่เขียนโดยนักเขียนชาวจีนที่เกิดและโตอยู่ใน สหรัฐฯ 
ดังนั้น ถึงแม้นิยายจะใช้ฉาก ตัวละครและเนื้อหาที่อิงประวัติศาสตร์ของจีน
 แต่สำนวนภาษาก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายนมเนยอย่างเลี่ยงไม่พ้นจริงๆ
ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของคนอ่านที่จะต้องปรับจูนตัวเอง
หากต้องการเข้าถึงงานของเธอ..
.(ส่วนตัวตอนอ่านบุปผาซ่อนจันทร์ก็คิดว่าพอข้ามได้ 
แต่ช่วงที่ผ่านมา ได้อ่านนิยายจีนแท้ๆ ไปเยอะพอสมควร 
พอกลับมาอ่านแนวนี้ก็เกิดอาการขลุกขลักเล็กๆ อยู่ 
แต่พอผ่านบท สองบทแรก เรื่องราวเริ่มเข้มข้นขึ้น 
ก็ทำให้อ่านได้ตลอดรอดฝั่ง แหะๆ)

*******

มาเข้าเรื่องนิยายค่ะ...
จากเล่มก่อนที่เป็นเรื่องของเยว้อิง คณิกาสาวคนน้อง 
ซึ่งจากเล่มนั้นนางก็ถูกพี่สาวกลบรัศมีจนแทบจะจืดสนิท...
มาเล่มนี้จึงเป็นเรื่องของพี่สาวเต็มๆ เสียที

เรื่องย่อๆก็ประมาณปกหลังนั่นเลยค่ะ ... 
ยังคงแหวกขนบนิยายรักทั่วไปตรงที่...นางเอกเป็นนางคณิกาค่ะ...
ส่วนตัวแม้จะรู้สึกแปลกๆแปร่งๆ บ้างแต่ก็รับได้นะคะ...
และยังคงอิงพล็อตสืบสวนสอบสวนอิงประวัติศาสตร์ในยุคราชวงศ์ถัง
 พระเอกเป็นมือปราบฝีมือฉกาจ 
เขาจะต้องตามสืบคดีคดีหนึ่งที่พัวพันกับนางเอก...

จากเริ่มแรกที่ต่างฝ่ายต่างไม่ค่อยชอบหน้ากันนัก
(มันมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ทำให้นางเอกเกลียดขี้หน้าพระเอก)...
แต่หลังจากเกิดเหตุ ทั้งคู่ต้องร่วมมือกันในการคลี่คลายคดี 
ความสัมพันธ์ก็ค่อยๆแปรเปลี่ยน กลายเป็นความผูกพันและความรักในที่สุด...

แต่หมิงยวี้ยังมีปมในใจ ที่จะต้องเคลียร์ให้ได้
ก่อนที่จะมีความสัมพันธ์อันจริงจังกับใครอีกคน




ก็อ่านได้เรื่อยๆนะคะ ไม่ถึงกับสนุกมาก วางไม่ลงอะไรประมาณนั้น
 แต่ก็ถือว่าเรื่องราวซับซ้อน น่าลุ้น ชวนติดตามไม่น้อย...

ปัญหาในการอ่านยังคงเป็นเรื่องเดิมๆ 
สำนวนแปลที่ยังไงๆ ก็ติดกลิ่นนมกลิ่นเนยอยู่มาก...
กับการเรียกชื่อตัวละครที่ฟังดู...ขัดหูแปลกๆ 
(ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกันกับตอนที่อ่านบุปผาซ่อนจันทร์นั่นแหละค่ะ)

นอกนั้นก็ถือว่าเป็นนิยายอ่านสนุก อ่านแล้วก็ชอบในระดับหนึ่งค่ะ

*****

“หลินเก่งในการสอดแทรกประวัติศาสตร์ในนิยายโรมานซ์ของเธอ
 ให้ทั้งความรู้สึกและอารมณ์อันลึกซึ้ง ”
(Publishers Weekly)

“เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ความรักแสนเศร้า 
ความลึกลับแสนเย้ายวนใจ
 และจบอย่างมีความสุข! ยังจะมีใครที่ไหนให้มากกว่านี้ไหม” 
(Patricia Rice, นักเขียนขายดีจาก New York Times)






 

Create Date : 12 มีนาคม 2561    
Last Update : 12 มีนาคม 2561 13:18:45 น.
Counter : 180 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ นางใน 1-2 : นิยายจีนโบราณฝีมือนักเขียนคนไทย "ธาดาพร" ~




นางใน 1-2
ผู้เขียน : ธาดาพร
ผู้พิมพ์ : สนพ.นวนิตา
731 หน้า ราคา 790 บาท

โปรยปก :

เบื้องหน้าของฮาหลินปาหล่า มู่อิง คือประตูเสินอู่ที่ใหญ่มหึมาที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในชีวิต
เบื้องหลังประตูบานมหึมานี้ มีเรื่องราว มีชีวิต มีรอยยิ้ม มีน้ำตา
หลายชีวิตที่ก้าวข้ามประตูบานนี้เข้าไปแล้ว ไม่มีโอกาสได้กลับออกมาอีกเลย

ชีวิตของอิงเอ๋อร์ เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เมื่อถูกเลือกให้เป็นสาวใช้ของวังอี้คุน  หนึ่งในหกตำหนักตะวันตก
พร้อมกับหยาเอ๋อร์ และเสี่ยวเฉียว

เด็กหญิงทั้งสามเติบโตขึ้นเป็นสาวน้อยที่สะสวยสามนาง  
ภายใต้กฎเกณฑ์ในวังหลังแห่งราชวงศ์ชิง 
ด้วยการอบรมอย่างเข้มงวดของมี่กูกูและเซียงกูกู  
ใต้ร่มเงาของพระสนมเต๋อเฟยผู้แสนเมตตาแห่งอี้คุนกง

สาวสามผู้รักกันดุจพี่น้อง คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน 
จวบจนชะตาแปรผัน  สิ้นบุญพระสนมเต๋อที่คอยปกป้องคุ้มครอง 
ชะตากรรมที่ต้องเผชิญหลังจากนั้น สะท้อนภาพชีวิตของเหล่า "นางใน" ในวังหลังแห่งราชวงศ์ชิงอันแสนโหดร้าย เศร้าหมอง
เป็นชะตาชีวิตของคนในวังหลังที่ไม่มีโอกาสเลือกทางเดินของตนเอง
ชีวิตของเหล่าข้าคนหญิงรับใช้ล้วนอยู่ในมือของ "เจ้านาย"
โอกาสที่จะพบความสุข พบรัก มีคู่ครองเช่นสตรีทั่วไปแทบจะเป็นไปไม่ได้  
แต่โชคชะตาของสามนาง....กลับเหนือความคาดหมายของทุกผู้คน





หลังอ่าน...
เรื่องย่อๆ ตามโปรยปกข้างบนเลยค่ะ 
เรื่องนี้ได้อ่านโดยบังเอิญ(ยืมเค้ามา) ตามแรงยุของเจ้าของหนังสือ
 กำกับมาด้วยว่าสนุกมากกกก...
กับรู้จักชื่อผู้เขียน...ธาดาพร...จากนิยายจีนเรื่องแรกของคุณกิ่งฉัตร
(วาสนาชะตารัก/ชื่อถง)
ที่เธอกล่าวถึงในหน้าคำนำ...ทำให้รู้สึกว่าน่าจะเป็นการันตี
ถึงความเชี่ยวชาญเรื่องจีนได้ในระดับหนึ่ง...
จึงเลือกมาอ่าน แซงคิวกองดองอีกหลายเล่ม

***

สนุกมากจริงด้วยค่ะ 
อ่านแล้วแทบไม่อยากเชื่อว่านี่เป็นนิยายแนววังหลัง
ของจีนที่เขียนโดยนักเขียนคนไทย...
เพราะทั้งเนื้อหาเรื่องราวที่อัดแน่นด้วยสาระข้อมูลเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
อันเกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณีวิถีชีวิต ความคิดความเชื่อ
 ตลอดถึงความเป็นอยู่ของบรรดาคนเล็กคนน้อยในวังหลัง
ที่ชะตาชีวิตต้องขึ้นอยู่กับผู้เป็นนายเหนือหัว

ตัวละคร ทั้งตัวเอกตัวรองตัวประกอบมีที่มาที่ไป บุคลิกลักษณะ 
จริตนิสัย การกระทำทุกอย่างสมเหตุสมผล สมจริงไปเสียหมด....

สมชื่อนิยายนั่นแหละค่ะ เรื่องนี้เป็นนิยายที่ใช้เรื่องราวในวังหลัง
แห่งราชวงศ์ชิงเป็นฉากหลังก็จริง แต่เน้นหนักในเรื่องของบรรดานางใน
และผู้คนระดับล่างมากกว่า
 หากก็ต้องพัวพันกับเหล่าเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงอยู่ดี 
 โดยเฉพาะบรรดาพระสนมระดับต่างๆ 
ที่แก่งแย่งแข่งขันกันเพื่อชิงอำนาจอันสูงสุดในวังหลัง

เรื่องราวบอกเล่าถึงชีวิตของนางเอก นับตั้งแต่นางเป็นเพียงเด็กหญิงตัวเล็กๆ 
อยู่ในชนบทห่างไกล ชะตาชีวิตถูกลิขิตให้ต้องเข้ามาเป็นบ่าวรับใช้อยู่ในวังหลวง
 โชคดีที่นางได้พบเพื่อนในวัยเดียวกันอีกสองคน
 กลายเป็นเพื่อนสนิทที่รักใคร่กันยิ่งกว่าพี่น้องในเวลาต่อมา
 และได้เข้าไปอยู่ในตำหนักของพระสนมผู้มีเมตตา 
แต่พระสนมองค์นั้นกลับชนมายุสั้นนัก สิ้นชีวิตเสียก่อนวัยอันควร
 เด็กสาวทั้งสามจึงต้องแตกสานซ่านเซ็น...

***

นิยายมีพระเอกค่ะ รักนางเอกมากด้วย แต่ด้วยนิยายไม่ได้เน้นเรื่องรักโรแมนติก...
จึงแทบไม่มีเลิฟซีนหวานๆ ระหว่างพระ-นางให้ได้ฟินเท่าไหร่...
ผู้เขียนก็มีการดำเนินเรื่องโดยบอกเล่าความเป็นไป
ทั้งของพระเอกนางเอกควบคู่กันไป
 ทำให้ผู้อ่านสามารถสัมผัสได้ถึงพัฒนาการทางด้านความคิดจิตใจของตัวละคร...

เพียงแต่...กว่าทั้งคู่จะได้เจอกัน...ก็ปาเข้าไปกลางๆ เล่มสองนู่น..
.(อ้อ...แต่พวกเขาเคยเจอและรู้จักกันตั้งแต่นางเอกเพิ่งจะเข้าวังมาใหม่ๆ
 สมัยที่นางยังเป็นเด็กหญิงแล้วครั้งนึง)
แล้วยังต้องมาฝ่าฟันกับเรื่องชนชั้นฐานันดรอีกนิดหน่อยกว่าจะได้สมรัก

......แต่ส่วนตัวชอบค่ะ ชอบเรื่องเล่าแนวดราม่าชีวิตที่ลื่นไหลแบบนี้ 
มันให้ความรู้สึกที่เรียลดี






 

Create Date : 08 มีนาคม 2561    
Last Update : 8 มีนาคม 2561 12:29:20 น.
Counter : 337 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ วาสนาชะตารัก : นิยายสายจีนจากนักเขียนนาม(ปากกา)ใหม่ "ชื่อถง" ~:




วาสนาชะตารัก
ผู้เขียน : ชื่อถง
สำนักพิมพ์ลูกองุ่น/พิมพ์
610 หน้า ราคา 440 บาท

เรื่องราวย่อๆ(ปกหลัง)

จ้าวชิงเซียนต้องการเพียงแค่รอพี่ชายที่พลัดพรากกันอย่างเงียบ ๆ 
ที่เมืองหน้าด่าน แต่ชะตาชีวิตกลับลากแม่ทัพปีศาจผู้มีดวงกัดกินพระชายา
กับคู่หมั้นผู้งามล่มเมืองแต่ไม่อยากวิวาห์เข้ามาพัวพัน 

นางไม่ใช่คนจู้จี้อะไร ไม่ต้องการเป็นหมอเทวดามีชื่อเสียงแบบบิดา
ไม่ได้อยากเป็นท่านหมอที่โดดเด่นแบบพี่ใหญ่
แค่อยากเก็บตัวเงียบ ๆ รอพี่ใหญ่ที่พลัดพรากจากกันเท่านั้น 

แค่เงียบ ๆ แต่งกายเป็นหมอชาย รับรักษาเล็ก ๆ น้อย ๆ พอกินพอใช้ประทังชีวิต 
ว่าง ๆ ก็กวนขี้ผึ้งสารพัดประโยชน์ขายเตรียมหาทุนรอนเดินทางกลับบ้าน

แล้วท่านอ๋องแม่ทัพปีศาจ คุณหนูรองผู้เอาแต่ใจ คุณหนูใหญ่ผู้เก็บกด 
กุนซือขี้สงสัย รองแม่ทัพผู้อ่อนโยน ฆาตกรในเงามืดกับกองทัพศัตรูนี่...
มาได้ยังไง?





หลังอ่าน...
ผลงานแนวใหม่ของนักเขียนที่เราคุ้นเคยกันดีนาม"กิ่งฉัตร"นั่นเอง
 แล้วก็ด้วยความคุ้นเคยนี่แหละเลยต้องจัดเสียหน่อย...ไม่ดองด้วยนะ...
(แต่ดองชุดหิมพานต์ของอีกนามปากกาไว้อะ...)

เรื่องย่อๆก็ประมาณด้านบนนั้น...เพิ่มเติมอีกนิดๆ

จ้าวชิงเทียนกับจ้าวชิงเซียนสองพี่น้องทายาทหมอเทวดา
ต้องระหกระเหินเร่ร่อนหนีออกจากเกาะบ้านเกิดหลังจากมารดาบิดาเสียชีวิต 
ด้วยข่าวลือที่แพร่สะพัดว่าก่อนตาย บิดาของพวกเขาได้มอบมรดกล้ำค่า
เป็นยาวิเศษสามารถสลายพิษได้ทุกชนิดในโลก...ซึ่งมีอยู่เพียงสองเม็ด

พวกเขาต้องเปลี่ยนชื่อแซ่แล้วแยกย้ายกันเดินทาง
โดยมีจุดหมายปลายทางที่เมืองอู่เฉิง บ้านเกิดของมารดา
.........
จ้าวชิงเซียนต้องแต่งกายเป็นบุรุษ มารอพี่ชายที่เมืองนั้น
 แต่นับวันรอพี่ชายก็ไม่ปรากฏตัว เงินที่ติดตัวมาก็ร่อยหรอ

 นางจึงต้องอาศัยวิชาแพทย์ที่ได้เรียนรู้มาจากบิดา
รับรักษาโรคและทำยาออกขายเพื่อหาเงินเลี้ยงตัว





มิคาด วันหนึ่งนางก็ได้ไปรักษาโรคให้คุณหนูรองของสกุลฟาง
ผู้งดงามและเป็นถึงคู่หมั้นของท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกรเสิ่นอู๋จี้...
(ชื่อคุ้นๆนะ...แค่เปลี่ยนแซ่หน่อยเราก็จะนึกถึงหน้าเอ๊ดดี้เผิงรำไรๆแล้วละ...
แต่ไม่หรอก แม่ทัพเสิ่นอู๋จี้คนนี้มีใบหน้าที่เต็มไปด้วยแผลเป็น
จนใครๆ ต่างเรียกขานเขาว่าแม่ทัพปีศาจ...!) 

คุณหนูฟางหลีหลีเป็นสาวน้อยโฉมสะคราญ ผู้แสนจะเอาแต่ใจ
ด้วยถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจมาตลอด
 นางรู้ตัวว่าตัวเองงดงามปานจะล่มบ้านล่มเมือง 
จึงทั้งเกลียดทั้งกลัวแม่ทัพผู้อัปลักษณ์ยิ่งนัก
 นางหาทางหลีกเลี่ยงสารพัด เมื่อมาเจอหมอหนุ่ม
ผู้มีใบหน้างดงามราวอิสตรี นางก็หลงใหลในตัวเขา

ทำให้แม่ทัพเสิ่นอู๋จี้รู้สึกโกรธยิ่งนัก จนต้องแกล้งป่วย
แล้วให้คนไปตามหมอเผยชิงเทียนมารักษา...
แต่พอได้พบหมอผู้มีจริตกิริยาสมชื่อ...คือยิ้มทีราวฟ้ากระจ่าง...
ท่านแม่ทัพก็เกิดอาการ...ตกหลุมเสน่ห์ท่านหมอหนุ่มหน้าใสโดยไม่รู้ตัว

เมื่อคู่หมั้นคู่หมาย หนึ่งชายหนึ่งหญิงต่างก็ตกหลุมรักคนคนเดียวกัน...
 ความอลเวงพลันบังเกิด




ก็อ่านสนุก ลื่นไหลตามสไตล์นักเขียนเขาแหละค่ะ
 ฝีมือระดับนี้รับรองไม่มีผิดหวัง...
แม้จะสัมผัสได้ถึงการเก็บเล็กผสมน้อย นู่นนิดนี่หน่อย แต่ก็ไม่สะดุด
พล็อตโอเค เนื้อเรื่องน่าสนใจ (ชอบเกร็ดสาระเรื่องสมุนไพรต่างๆ 
เห็นได้ชัดว่าผู้เขียนทำการบ้านมาดีมาก) ตัวละครสมเหตุสมผล 
การดำเนินเรื่องทำได้กระชับฉับไวไม่เยิ่นเย้อ...

มีมุมกุ๊กกิ๊กๆ เลิฟซีนประปราย แทรกด้วยแก๊กตลกอย่างถูกจังหวะจะโคน
แถมด้วยหลักคิดในเรื่องของการสานความสัมพันธ์
ทั้งระดับส่วนตัวไปจนถึงระดับบ้านเมือง

ชอบค่ะ... รอลุ้นภาคต่อที่ผู้เขียนเปิดปมค้างไว้กับเรื่องของพี่ชายนางเอกอะ...
หวังว่าคงจะไม่ต้องรอเก้อ(เหมือนที่เคยรอสาระสะมา) นะคะ







 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2561    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2561 13:54:53 น.
Counter : 275 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ เล่ห์รักหักเหลี่ยมบัลลังก์(1-2) : Su Xing Le/เขียน,เหมยสี่ฤดู/แปล ~





เล่ห์รักหักเหลี่ยมบัลลังก์(1-2) 
 Su Xing Le/เขียน,เหมยสี่ฤดู/แปล
สนพ. Happy Banana/พิมพ์
 734 หน้า  ราคา 590 บาท  

เรื่องย่อๆ(ปกหลัง)

(เล่ม 1)

เผยจิ่น โอรสองค์ที่เก้าของฮ่องเต้ นิสัยสุภาพอ่อนน้อมมาแต่ไหนแต่ไร 
ผู้คนต่างเรียกขานเขาว่า อ๋องเก้าผู้ทรงคุณธรรม
เป็นองค์ชายที่ไม่มีความปรารถนาและความทะเยอทะยานใดๆ 
ในสายตาของทุกคน

เหยียนซื่อหนิง บุตรีของอัครเสนาบดี กุลสตรีผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม 
แต่น่าเสียดายที่ยังไม่ได้ออกเรือนเสียที

ตั้งแต่อายุหกขวบจนถึงสิบแปดปี นางรู้มาตลอดว่า
เผยจิ่นเป็นเดรัจฉานในคราบมนุษย์ที่ตบตาเก่งเป็นที่หนึ่ง
ภายนอกสุภาพเรียบร้อยก็จริง แต่ภายในกลับต่ำช้าไร้ยางอาย

**********

(เล่ม 2)

ในช่วงที่มืดมนที่สุดของเผยจิ่น เหยียนซื่อหนิงตกลงมาในหลุมพรางที่เขาขุดไว้
ไม่ว่าจะที่หมู่บ้านเล็กๆ ในเมืองเซวียนเฉิง 
หรือในคฤหาสน์และวังหลวงในเมืองหลวง

ไม่ว่านางจะเป็นเด็กในชนบทที่ดุร้ายเซ่อซ่า หรือเป็นสาวงาม
ที่แกล้งทำตัวเป็นกุลสตรีผู้อ่อนหวาน
เขาก็อยากรังแกนางมาตลอด ไม่ต้องพูดถึงชีวิตหลังแต่งงาน
เป็นสามีภรรยากันแล้ว
แน่นอนว่าเขาย่อมเปิดศึกหนักกับนางทุกคืนอย่างไม่บันยะบันยัง 

ดังนั้นข่าวลือที่ชายาอ๋องผู้ทรงคุณธรรมชอบนอนตื่นสายจึงแพร่ออกไป





ชุดนี้อ่านเพราะตามคนแปลค่ะ(ติดใจฝีมือจาก'ลิขิตรักด้ายแดง' นั่นเอง)
ผิดคาดนิดหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับผิดหวังค่ะ

เรื่องนี้ก็ตามชื่อเรื่องเลยค่ะ เป็นเรื่องของการแย่งชิงบัลลังก์ 
พระเอกเป็นหนึ่งในขั้วอำนาจสามฝ่ายที่อยู่ในวังวนของการแย่งชิงนั้น
 เพียงแต่เขาออกแนวสุขุมลุ่มลึก ลอยตัวอยู่เหนือการแข่งขันใดๆ
 เพราะรู้ตัวดีว่าพ่อไม่รัก...

พระเอกมีปมชาติกำเนิด แม่ตายตั้งแต่คลอดตัวเองออกมา 
มีพระสนมใจดีรับเลี้ยง พระสนมก็มาถูกวางยาเสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเล็ก
 พ่อก็หมางเมินโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาจึงเลี่ยงไปทำงานอยู่ต่างเมืองเสียนาน... 
ในสายตาคนภายนอกเขาเป็นประหนึ่งท่านอ๋องผู้ทรงคุณธรรม
 สุภาพนอบน้อมถ่อมตน...ใช้ชีวิตเรียบง่าย ติดจะเจ้าสำราญหน่อยๆ
 และประกาศชัดว่าไม่ปรารถนาในบัลลังก์...

ในขณะที่อีกสองฝ่ายอย่างองค์รัชทายาทหรืออ๋องสิบ
ภายใต้การชักเชิดโดยฮองเฮา
 กับอ๋องเจ็ด ผู้แสดงออกอย่างเปิดเผยว่า...
หากไม่มีรัชทายาทเขาก็พร้อมจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดแห่งแผ่นดิน...
แต่อาจจะยากอยู่สักหน่อย เพราะเป็นที่รู้กันว่ารัชทายาทเป็นลูกรัก
 เขาและบรรดาผู้สนับสนุนเขาอย่างมารดาจึงต้องใช้เหลี่ยมเล่ห์เพทุบายสารพัดในการได้มาซึ่งอำนาจวาสนา...

...........


ฝั่งนางเอกก็มีปมชาติกำเนิดเหมือนกัน พ่อเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ แต่มีสองบ้าน
 แม่ของนางแม้จะมาก่อนแต่ก็ต้องถูกทอดทิ้งเพราะเมียสองมีศักดิ์ฐานะเป็นถึงองค์หญิง...

เล็กๆ นางก็อยู่กับแม่ที่ต่างเมือง พอแม่ตายก็ต้องย้ายมาอยู่กับพ่อ 
กลายเป็นลูกเมียน้อยคอยตามหลังน้องสาวต่างแม่ที่เป็นคู่หมายของรัชทายาท

แต่ด้วยยึดถือตามธรรมเนียม คนเป็นน้องจะแต่งออกไม่ได้ถ้าพี่สาวยังไม่ได้แต่ง 
นางจึงต้องยอมให้คนเป็นพ่อจัดการหาคู่ครองให้ จะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม...

นั่นจึงเข้าทางพระเอกของเรา...ที่จริงๆแล้วแอบหมายตานางไว้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ
 (พวกเขาเคยเป็นคู่กัดคู่เล่นกันตอนเด็ก
 เมื่อครั้งที่พระเอกลี้ภัยจากในวังมาอยู่หมู่บ้านเดียวกับนางเอกนั่นเอง)




ในเล่มแรกจะเป็นเรื่องราวกุ๊กกิ๊กๆ ระหว่างพระ-นางเสียเยอะ
 (ฉากเรตเยอะมากกกกก...Smiley )

แต่เรื่องราวก็ดำเนินไปพร้อมกับคลี่คลายปมได้หลายเปลาะอยู่เหมือนกัน... 
อย่างปมการตายของแม่นางเอก 
ปมการสกัดการให้กำเนิดทายาทของคนนั้นคนนี้...บลาๆๆๆ

มาเล่มสองถึงเริ่มเข้มข้นขึ้นกับเรื่องของการชิงบัลลังก์ล้วนๆ...
อ๋องเก้า(พระเอก)เริ่มออกลายโหด หากก็ยังเป็นไปแบบเนียนๆ...
ฝ่ายนางเอกก็ฉลาด หัวไวมาก...
ชอบตอนที่นางถูกใส่ร้ายเรื่องวางยาสนมอ๋องเจ็ด 
นางแก้ปัญหาได้อย่างมีสติ ฉับไว แม้จะเสี่ยงสุดๆ แต่นางก็ต้องตัดสินใจ
 โอยยย...ชอบนางเอกแบบนี้

.........

จุดที่ชอบที่สุดในเรื่องนี้คือความรักมั่นคงของพระเอก-นางเอก
 จริงๆแล้วพระเอกเค้าปิ๊งนางเอกมาตั้งนานแล้วแต่แกล้งทำเหมือนไม่ใยดี 
ใครให้แต่งก็แต่ง แต่พอมาเป็นผู้หญิงของเขาเขาก็ต้องปกป้องดูแล...
ฝั่งนางเอกก็ทำซึนไปงั้นแหละ จริงๆแล้วก็รักและชื่นชมเขามากเหมือนกัน



มีจุดคาใจสองจุด...เพื่อนพระเอกที่เป็นหมอ 
ช่วงแรกๆกับกลางๆ เรื่องดูจะมีบทบาทมาก 
เป็นตัวแปรสำคัญตัวนึงทีเดียวในการวางแผนต่างๆ ของพระเอก 
แต่ตอนท้ายๆ เฝดหายไปเฉยๆ แฮะ

อีกจุดคือชะตากรรมของรัชทายาท อ๋องสิบ...
ทั้งๆที่วางแผนพาตัวออกจากการแย่งชิงได้แนบเนียนจนจะสำเร็จอยู่แล้ว 
ทำไมต้องให้จบลงอย่างนั้น เสียดายอะ


จะว่าไปก็ถือเป็นนิยายครบรสที่อ่านสนุกได้เรื่องหนึ่งแหละค่ะ
 มีดราม่า โรแมนติก คอเมดี้ครบครัน 
ชอบค่ะ Smiley




 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2561    
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2561 12:29:15 น.
Counter : 246 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ แม่ทัพอยู่บน ข้าอยู่ล่าง ( 3 เล่มจบ )/ จวี๋ฮวาซั่นหลี่ เขียน/Honey Toast แปล ~




แม่ทัพอยู่บน ข้าอยู่ล่าง ( 3 เล่มจบ )
ผู้เขียน : จวี๋ฮวาซั่นหลี่ / ผู้แปล: Honey Toast 
ผู้พิมพ์ :สนพ.แจ่มใส (ต.ค. 58)
จำนวนหน้ารวม 1,116 หน้า ราคารวม 707 บาท

คำโปรยปกหลัง

เป็นเพราะยี่สิบสองปีที่ผ่านมา เขาซย่าอวี้จิ่นมิได้ทำบุญสร้างกุศล
ทำมาแล้วทุกสิ่งยกเว้นเรื่องเป็นงานเป็นการใช่หรือไม่ 
เสด็จลุงผู้มีอำนาจล้นฟ้าจึงได้ ‘ลงทัณฑ์’ เขาสถานหนัก
ยัดเยียด ‘พญายมแห่งแดนดิน’ ที่ไม่มีใครหาญกล้าแตะต้อง
ให้มาเป็นภรรยาของเขา

ที่ผ่านมาผู้อื่นบอกว่าเขามีดีเพียงรูปโฉมภายนอก เขาไม่เจ็บไม่คัน
ที่ผ่านมาผู้อื่นบอกว่าเขาเป็นตัวไร้ค่าที่ใช้การมิได้ เขาไม่สะดุ้งสะเทือน
แต่หากผู้อื่นบอกว่าเขาคือบุรุษที่ถูกภรรยา ‘เหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้า’ 
เขาไม่ยอมถูกกล่าวหาเช่นนั้น! 
ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้ ต่อให้หัวเดียวกระเทียมลีบ
เขาก็จะดื้อแพ่งแข็งข้อถึงที่สุด 
จะไม่ยอมให้สตรีน่าชังผู้นั้นมีอำนาจเหนือเขาเป็นอันขาด





คงไม่ต้องเล่าเรื่องย่อเพิ่มเติมแล้วกระมังสำหรับนิยายจีนชุดนี้
นักอ่านสายจีนคงอ่านกันจนทั่วถ้วนแล้วแหะ ๆ 
ตอนแรกส่วนตัวมองเมินเพราะอคติกับชื่อเรื่องภาษาไทย
ที่ช่าง...ไร้ซึ่งวรรณศิลป์เอาเสียจริง
 แถมส่อนัยชวนให้คิด(ทะลึ่ง)ไปถึงไหนต่อไหน
(และพออ่านเข้าจริง...ชื่อเรื่องก็บอกความหมายตรงตามนั้นเป๊ะ 
หาได้เกินเลยจากที่เราคิดแต่อย่างใด!)

นิยายชุดนี้เป็นโรแมนติกคอมเมดี้(ที่หนักไปข้างคอเมดี้เสียมากกว่า)ค่ะ
น่าจะเป็นความพยายามจะฉีกแนวนิยายจีน
พล็อตเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทั้งหลายของคนเขียนนะคะ

โดยจริง ๆ แล้วเรื่องราวหลักๆก็ยังคงอิงแนวจีนๆนั่นแหละ 
เพียงแต่มีการสลับบทบาทชาย-หญิงของคู่พระ-นางเท่านั้น

เยี่ยเจา - นางเอกของเรื่องนี้เป็นแม่ทัพใหญ่ที่เก่งกล้าสามารถ
ทั้งเกิดในตระกูลแม่ทัพที่ทำหน้าทีปกป้องบ้านเมือง 
พลีชีพเพื่อชาติมาหลายชั่วอายุคน
ผู้คนต่างแซ่ซร้องสรรเสริญ แต่เมื่อองค์จักรพรรดิเรียกตัวให้เข้าเฝ้า
เพื่อรับการปูนบำเหน็จ เยี่ยเจาจึงส่งสารมากราบทูลความจริงว่านางเป็นสตรี
สร้างความตื่นตะลึงงงงันกันไปทั่ว

แต่อย่างไรก็ดี ถึงนางจะเป็นสตรีแต่เมื่อมีความดีความชอบ
ก็ต้องปูนบำเหน็จตามสมควร

นอกจากองค์จักรพรรดิจะแต่งตั้งให้นางเป็น
'แม่ทัพผู้เกริกไกร'ประจำเมืองหลวงแล้ว 
พระพันปียังมีพระราชเสาวนีย์ให้มีการสมรสพระราชทาน
ให้แม่ทัพเยี่ยกับท่านอ๋องซย่าอวี้จิ่น
ซึ่งมีศักดิ์ฐานะเป็นหลานลุงขององค์จักรพรรดิ 
และเป็นหลานรักของพระพันปีด้วย...
แต่ความที่ซย่าอวี้จิ่นนั้นเป็นบุตรชายคนเล็กของพระวรชายา
 ที่กำพร้าบิดาตั้งแต่ยังเล็กๆ
ซ้ำมีร่างกายอ่อนแอขี้โรคสารพัด จึงถูกเลี้ยงดูมาอย่างลูกคุณหนู
มารดาตามใจสุด ๆ จึงออกจะมีนิสัยเอาแต่ใจตนเองไม่เกรงใคร 
เมื่อเติบใหญ่จึงกลายเป็นจอมเสเพลแห่งวังหลวงจนเป็นที่เลื่องลือ...

เมื่อรู้ว่าตนเองจะถูกจับคลุมถุงชนกับแม่ทัพใหญ่ผู้มีฉายาว่าพญายมแห่งแดนดิน
มีหรือที่เขาจะอยู่เฉยๆ ให้คนมาจับแต่งงาน...
เขาหาทางหลีกหนีสารพัด  แกล้งตกน้ำตกท่าจนล้มป่วยก็แล้ว 
แกล้งปล่อยข่าวลืออื้อฉาวของตัวเองก็ตาม 
แต่ยังไง ๆ ก็หนีไม่พ้นต้องเข้าพิธีแต่งงานกับแม่ทัพเยี่ยเจาจนได้
นั่นแหละ เรื่องราวสุดฮาจึงบังเกิด...




หลังอ่าน....
สารภาพว่าอ่านแล้วค่อนข้างรู้สึกเฉย...เฉื่อยแฮะ 
หรือชักจะเริ่มอิ่ม ๆ(ปนเอือม)กับนิยายจีนแนวๆนี้มั่งแล้วอะ
(ชุดนี้อ่านเพราะมีคนให้ยืมหนังสือมา 
กับเห็นว่าคนแต่งคนเดียวกับที่แต่ง'นิยายรักอลเวง'
ที่เคยอ่านแล้วชื่นชอบ(พล็อต)ในระดับหนึ่ง...)

มาถึงเรื่องนี้...มันก็ขำๆ ฮาๆ ดีแหละนะ
แต่อ่าน ๆ ไปมันรู้สึกถึงความเฟค ความประดิษฐ์ ความไม่สมจริงมากไปหน่อย
ไม่ว่าจะบุคลิกลักษณะของตัวละคร 
ทั้งตัวเอกตัวรองรวมถึงตัวประกอบยิบย่อยทั้งหลาย

พล็อตสลับบทบาทชาย-หญิง มุกขำมุกฮาที่เน้นทะลึ่งทะเล้น...
คนอื่นอาจจะอ่านแล้วขำ แต่ทำไมอิชั้นอ่านแล้วไม่รู้สึกอะ 
ไม่ต้องอื่นไกล มุกที่อธิบายชื่อเรื่องนี่แหละ...ไม่รู้สินะ อ่านไม่ขำอะ




#นางเอก
ถ้าใครเคยอ่านนิยายชุดนี้แล้วคงซาบซึ้งดีว่านางเอกเรื่องนี้มีความแสบสันยังไง
ความที่นางเป็นถึงแม่ทัพใหญ่
 คลุกคลีอยู่แต่กับลูกน้องเพื่อนพ้องที่เป็นชายฉกรรจ์
กิริยาอาการนางก็จะออกห้าวๆ ห่าม ๆ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นความแสบหรอก 

ที่รู้สึกว่านางแสบก็คือความเจ้าเล่ห์เฉโกของนางต่างหาก...
ส่วนตัวรู้สึกว่านางออกจะเจ้าเล่ห์นะกับการล่อหลอกให้บรรดาเมียๆ คนก่อน ๆ ของซย่าอวี้จิ่นยอมตนอยู่ใต้...
ทั้งยังยอมเขียนหนังสือหย่าล่วงหน้าให้กับซย่าอวี้จิ่น 
เพื่อให้เขายอมทำตามที่นางต้องการ 

อย่างการกลับไปเยี่ยมบ้านนางและแสดงตนเป็นคู่สามีภรรยาที่ปรองดองราบรื่น
เมื่อพูดถึงเรื่องการเรียนรู้เรื่องของการประพฤติปฏิบัติตัวของสตรีชาววัง 
นางก็อ้างนู่นนี่นั่น และสุดท้ายก็กลายเป็นซย่าอวี้จิ่น 
ต้องกลายเป็นคนที่อ่านบัญญัติสตรีแทนนาง...

และที่น่าจะแสบสันทรวงในที่สุดสำหรับพระเอกก็คือ เวลานางเมา
นางมักจะเป็นฝ่ายแทะโลมลวนลามเขา ทำให้เขาต้องอับอายขายหน้า
และรู้สึกเสียศักดิ์ศรีความเป็นชายยิ่งนัก




ส่วนที่ชอบในเรื่องอาจจะเป็นเรื่องสำนวนภาษา
ถ้อยคารมเปรียบเปรยที่ผู้แปลเขามีการทำเชิงอรรถ
ขยายความไว้ให้เข้าใจโดยง่าย
มีสำนวนแปลก ๆ เช่นสำนวน 'ส่งถ่านกลางหิมะ' สำนวน 'สวมหมวกเขียว'
หรือตำนานว่าด้วยเรื่อง #ตัดแขนเสื้อ เป็นต้น

แต่จุดที่ชอบที่สุดอยู่ในเล่ม 3 คือรู้สึกว่าหลายต่อหลายปมมาคลี่คลายเอาในเล่มนี้
เลยทำให้อ่านได้ลื่นไหลรวดเร็วไม่อืดเอื่อยเหมือนช่วงแรก ๆ 
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของหลิวซีอิน ลูกผู้น้องของเยี่ยเจา 
เรื่องดราม่าของฉีอ๋อง อันอ๋อง เรื่องการตั้งครรภ์ของเยี่ยเจา ฯลฯ
มันมาพีคเอาเล่มสุดท้ายนี่เอง

สรุปโดยรวมคืออ่านได้ อ่านจบ แต่ไม่ถึงกับชื่นชอบหรือฟินอะไรมากมาย 
เทียบกับมากกว่ารักเล่มอื่น ๆ ที่อ่านผ่านไป รู้สึกชอบเรื่องนี้น้อยที่สุดอะ...

หรือมุกเขาจะอยู่ลึกเกินไป แล้วเราขุดไม่ถึง... ?






 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2561    
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2561 12:32:36 น.
Counter : 206 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 173 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ตำรารักยอดพธู & ตำรารักยอดดวงใจ/รอมแพง/เขียน ~

~เร้นรักบุปผาหยก/จินนี่ หลิน/เขียน,วรินทร์ วารีนุกุล/แปล ~

~นางใน(2 เล่มจบ)/ธาดาพร/เขียน ~

~วาสนาชะตารัก/ชื่อถง/เขียน ~

~เล่ห์รักหักเหลี่ยมบัลลังก์/Su Xing Le/เขียน,เหมยสี่ฤดู/แปล ~

~แม่ทัพอยู่บน ข้าอยู่ล่าง(3เล่มจบ)/จวี๋ฮวาซั่นหลี่ เขียน/ Honey Toast แปล ~

~บุพเพสันนิวาส/รอมแพง ~

~ลิขิตรักด้ายแดง(3เล่มจบ)/หมิงเยวี่ยทิงเฟิง เขียน/เหมยสี่ฤดู แปล ~

~มีไว้เพื่อซาบ/อุรุดา โควินท์ ~

~ เรื่องเล่าของเหล่าปีศาจในเหลาสุรา (2)/เคอสุ้ยอวี้โหยวโจ่ว/เขียน ซินโป-หย่งชุน/แปล ~

~ ทุกสิ่งอันที่เรามิเคยเอื้อนเอ่ยต่อกัน/มาร์ก เลอวี เขียน/อธิชา มัญชุนากร แปล~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.