“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

~ ศิลาหลอมรัก (1+2) : หมิงเยวี่ยทิงเฟิง (ภาคต่อจาก "หงส์ฟ้อน มังกรเหิน" และ "สามคราวิวาห์รัก") ~





ศิลาหลอมรัก (1+2)
หมิงเยวี่ยทิงเฟิง/เขียน - ลี่ลี่/แปล
สนพ.แจ่มใส(มากกว่ารัก)/พิมพ์
1,334 หน้า ราคา(ชุด) 789 บาท

เรื่องราวย่อๆจากปกหลัง


‘เนี่ยเฉิงเหยียน’ เจ้าเมืองที่ผู้คนทั่วหล้าต่างกล่าวขวัญถึง
สร้างเมืองอันดับหนึ่งแห่งการแพทย์ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยหมอมีชื่อและยาวิเศษ
ภาพของเขาคือผู้ยิ่งใหญ่ที่มีจิตใจเมตตา เป็นที่เคารพนับถือของทุกผู้คน

หากใครเลยจะรู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเขานั้นสามารถใช้คำสามคำมานิยาม
‘แข็งกระด้าง’ ‘โหดเหี้ยม’ และ ‘ดุดัน’ โดยเฉพาะกับคนใกล้ตัวอย่าง ‘หานเซี่ยว’
บ่าวแพทย์ข้างกายที่มีชีวิตรอดอยู่ได้เพราะมีดาวนำโชคคอยค้ำจุน

คนป่วยที่ผ่านมือนางนั้นไม่เคยมีผู้ใดไม่รอดชีวิต
หากแต่ครานี้ศัตรูที่แฝงกายในเงามืดมิใช่โรคภัย
ในเมื่อผู้เป็นนายตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง
นางหรือจะยอมให้ภัยใดเข้าถึงตัวเขาได้ ถึงแม้จะต้องสละชีวิต
นางก็จะต้องปกป้องและรักษาผู้เป็นนายที่นาง ‘รัก’ เอาไว้ให้ได้!







ใครที่เคยอ่านสามคราวิวาห์รักมาก่อนน่าจะคุ้นเคยกันเป็นอันดีแล้ว
กับชื่อของเนี่ยเฉิงเหยียนกับหานเซี่ยว หมอหญิงผู้เลื่องชื่อ
ทั้งสองคนเคยมีบทบาท โลดแล่นเป็นตัวประกอบอยู่ในเรื่องสามคราวิวาห์รัก
กับหงส์ฟ้อนมังกรเหินมาก่อน ซึ่งจากตรงนั้นมันก็ช่างปลุกเร้า
กระตุ้นให้เราอยากทำความรู้จักสองสามีภรรยาคู่นี้ให้มากขึ้น
มาถึงเรื่องนี้ผู้เขียนจึงจัดเต็มให้เสียเลย

เริ่มเปิดตัวนางเอกตั้งแต่เป็นเด็กหญิงกำพร้าวัยเพียงสิบกว่าขวบ
กับชีวิตสุดลำเค็ญ เพราะต้องดูแลน้องชายพิการ
นางต้องแบกน้องชายขึ้นหลัง ตะลอนไปทั่วทุกหัวเมืองเพื่อหาหมอ
ที่จะสามารถรักษาขาของน้องชายได้
นางสนใจใฝ่ศึกษาวิชาแพทย์ จนกลายเป็นบ่าวแพทย์ที่มีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง
ในฐานะที่นางมีดาวนำโชคติดตัว

จนกระทั่งวันหนึ่ง แม้แต่ผู้เฒ่าอวิ๋นอู้ หมอเทวดาแห่งเขาอวิ๋นอู้
ที่หานเซี่ยวใฝ่ฝันว่าจะต้องพาน้องชายขึ้นเขาไปรักษาที่นั่นให้ได้
ก็ยังยอมรับให้นางขึ้นมาบนเขา โดยเขายอมรักษาอาการป่วยของน้องชายนาง
แลกกับการที่นางยอมเป็นบ่าวรับใช้ประจำตัวเนี่ยเฉิงเหยียน - หลานชายคนเดียวของผู้เฒ่า
ผู้ที่ต้องกลายมาเป็นคนพิการเพราะถูกวางยาพิษ แถมถูกตัดเอ็นข้อเท้าทั้งสองข้าง
ทำให้เดินไม่ได้ต้องนั่งรถเข็น
จากชายหนุ่มรูปงาม มีฐานะเป็นถึงเจ้าเมืองไป่เฉียวผู้ยิ่งใหญ่
เนี่ยเฉิงเหยียนกลายเป็นคนเจ้าอารมณ์ โมโหร้ายฉุนเฉียว

แรกเริ่มเดิมทีที่ปู่ของเขามอบหานเซี่ยวมาให้เป็นบ่าวประจำตัว เขาสารพัดจะแผลงฤทธิ์ใส่นาง
แต่ว่านางก็ช่างดื้อตาใส อดทนอดกลั้นต่อนิสัยอันร้ายกาจของเขา
ทั้งยังปรนนิบัตพัดวีเขาอย่างดีทุกอย่าง จนความรำคาญในตอนแรก
ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสายใยผูกพันและเอื้อเอ็นดูทีละน้อยๆ...






มาถึงเล่มสอง เรื่องราวจะเริ่มคลี่คลายปมที่ติดค้างในใจของเนี่ยเฉิงเหยียน
เกี่ยวกับคนที่วางยาและทำร้ายเขา จนพลอยทำให้คนรักเก่าของเขาต้องตายจากไป

ทั้งยังมีเรื่องราวขององค์หญิงหรูอี้ที่หลงรักเนี่ยเฉิงเหยียน แต่เขาปฏิเสธนาง
จนนางถูกส่งตัวไปแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับซย่าอ๋องแห่งแคว้นซย่า
แต่ซย่าอ๋องเป็นคนวิปริต ทำร้ายนางจนนางต้องหนีกลับมา เกิดเป็นสงครามสู้รบกันขึ้น...

ซึ่งในตอนนี้ก็มีตัวละครที่มีบทบาทโดดเด่นเพิ่มมาอีกหลายตัว
เช่นแม่ทัพมู่หย่วนที่เดิมทีเหมือนจะมาติดพันหานเซี่ยว หากก็ถูกนายท่านตัดหน้าไปเสียก่อน
ตอนหลังจึงหันมาทำหน้าที่ปกป้ององค์หญิงหรูอี้อย่างเต็มกำลัง (ท้ายเล่มมีตอนพิเศษของคู่นี้ด้วย :) )

(ช่วงนี้ไทม์ไลน์ของเรื่องจะซ้อนทับกับเรื่องหงส์ฟ้อนมังกรเหินเป็นบางส่วน
เราจึงจะได้เห็นหลงซานกับเฟิ่งหนิงเข้ามามีบทบาทในเรื่องเยอะอยู่
โดยเฉพาะเฟิ่งหนิงที่ทำหน้าที่ประกบหานเซี่ยว คอยช่วยเหลือนางอยู่ตลอดๆ)

ช่วงนี้เป็นช่วงที่หานเซี่ยวแยกตัวเองออกจากนายท่านระยะหนึ่ง...
ซึ่งส่วนตัวอ่านแล้วรู้สึกดี เหมือนกับเป็นการให้เวลากับทั้งคู่คลี่คลายปมในใจของตนเอง
หานเซี่ยวเองก็ค่อย ๆ เติบโตขึ้น ฝึกฝนวิชาทางการแพทย์ให้ช่ำชองเชี่ยวชาญยิ่งขึ้น
ในขณะที่นายท่านเองก็ต้องควบคุมสติอารมณ์ตัวเองให้มั่นคง
และจัดการเคลียร์ปัญหาของตัวเองในฝั่งที่พัวพันกับคนรักเก่าให้สิ้นสุด ชัดเจนลงไป






ยังคงรักษามาตรฐานในการเปิดเรื่องได้น่าสนใจ น่าติดตามเหมือนเช่นเคยค่ะ
สำหรับนักเขียนนามนี้
อ่านสนุกอีกแล้ว เรื่องนี้มีแถมเกร็ดสาระที่เกี่ยวกับการแพทย์
การใช้พิษ และการใช้สมุนไพรเพียบเลยค่ะ
ทีชอบมาก ๆ ในเรื่องนี้ก็คือพัฒนาการทั้งของตัวละครหลาย ๆ ตัว
กับความสัมพันธ์ของคู่พระ-นาง รู้สึกว่าน่ารักดี
แบบรู้จักรู้ใจกันโดยผ่านการกระทำมากกว่าคำพูดคำจา
แต่บทจะพูดคุยสนทนากันก็เหมือนจะทันกันตลอดๆ
ถือว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมาก แม้ว่าอายุจะห่างกันพอประมาณทีเดียว
เปิดตัวมานางเอกยังเป็นเด็กหญิงอยู่เลย ดีที่นางเป็นเด็กฉลาด
หัวไวมีไหวพริบ แถมเป็นคนสู้งานและอดทนชั้นยอด
เลยสามารถรับมือ"นายท่าน"ขี้โมโหได้สบาย ๆ

.................

จุดที่ชอบมากๆอีกจุดคือ...การที่ผู้เขียนเขาลากเส้นเรื่องให้ยาว
จนนางเอกโตและเก่งกล้าสามารถทัดเทียมกับพระเอก
โดยผ่านเรื่องราว เหตุการณ์และอุปสรรคต่างๆ นานา
โดยที่พระเอกเองก็ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนนิสัยตัวเองให้มีความอดทนมากขึ้น
คอยส่งเสริม ดูแลนางเอกอยู่ห่างๆ ไม่เร่งรัดเอาแต่ใจ
รอคอยให้นางยินยอมพร้อมใจและรับเขาได้อย่างที่เขาเป็น ไม่ใช่โอนอ่อนให้เขาด้วยฐานะนาย-บ่าว
อ่านสนุกมากกกกก...ชอบมากกกกก...(ก.ไก่ล้านตัว)
สรุปดื้อๆแบบนี้ได้ไหมเนี่ย?














 

Create Date : 09 ตุลาคม 2560    
Last Update : 12 ตุลาคม 2560 13:07:20 น.
Counter : 248 Pageviews.  

~ หงส์ฟ้อนมังกรเหิน (1+2) : หมิงเยวี่ยทิงเฟิง (ภาคต่อของ"สามคราวิวาห์รัก") ~





หงส์ฟ้อนมังกรเหิน (1+2)
หมิงเยวี่ยทิงเฟิง/เขียน -เบบี้นาคราช/แปล
สนพ.แจ่มใส(มากกว่ารัก)/พิมพ์
1,141 หน้า ราคา 699 บาท

เรื่องราวย่อๆจากปกหลัง



แม้เฟิ่งหนิงจะโชคดีเหลือแสน สามารถรอดชีวิตมาได้จากการถูกทำร้าย
และได้รับความช่วยเหลือทันท่วงที
ทว่าสิ่งที่นางต้องสูญเสียไปจนไม่เหลือแม้แต่น้อยคือ ‘ความทรงจำ’ ของตนเอง
และ ‘ความเป็นห่วงเป็นใย’ จากคนรอบข้าง

น่าแปลก ทั้งที่ใครๆ ก็เรียกนางว่า ‘ฮูหยิน’ ของนายท่านสามแห่งคฤหาสน์สกุลหลง
ไฉนนางกลับเป็นที่รังเกียจของผู้คน
กระทั่งสามีที่แต่งงานกันมาแล้วสามปีของนางก็ไม่เคยมาหานางเลยสักครั้ง
นี่มันออกจะผิดปกติเกินไปแล้ว นี่นางทำความผิดสถานใดกันจึงกลายเป็นคนน่าสงสารเช่นนี้ได้

อดีตที่ผ่านมาจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออนาคตต่อจากนี้
ความผิดใดที่นางกระทำ นางจะหาทางชดใช้คืน
แต่นางยอมรับไม่ได้เด็ดขาดกับฐานะ ‘ภรรยาผู้ถูกทอดทิ้ง’ !






หลังอ่าน...
ติดตามนักเขียนนามนี้มาจาก"สามคราวิวาห์รัก"...'มากกว่ารัก' ชุดแรกๆ ที่อ่านแล้วติดหนึบ
หลงใหลคลั่งไคล้ท่านหลงเอ้อร์หนักมาก
มาถึงเรื่องนี้ ก็ตามที่เขาหยอดทิ้งท้ายไว้ในท้ายเล่มของ"สามคราฯ"นั่นเลยค่ะ เป็นเรื่องราวของคุณชายสามแห่งสกุลหลง...หลงซาน
ผู้มีบุคลิกที่แตกต่างจากท่านหลงเอ้อร์ค่อนข้างจะสิ้นเชิงทีเดียว
แต่ก็โดดเด่นไปอีกแนว

เรื่องย่อ ๆ จากปกหลัง เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้ชูบทบาทของนางเอก...
เฟิ่งหนิง - ฮูหยินคนสวยของนายท่านสามแห่งบ้านสกุลหลง ที่จู่ๆ ก็ถูกทำร้าย
ตกน้ำตกท่าพอถูกช่วยขึ้นมาได้ก็ดันสูญเสียความทรงจำซะงั้น
เมื่อถูกพากลับมาบ้าน ทุกสิ่งทุกอย่างยังว่างโหวงในความทรงจำ
แถมผู้คนรอบข้างในบ้านของนางเองแท้ๆ ก็ทำท่าไม่อินังขังขอบ
ไม่สนใจใยดี กระทั่งสามีของนางก็ยังไม่มาเยี่ยมกราย
นางต้องมะงุมมะงาหราคลำหาตัวตนในอดีตและความทรงจำที่หายไปตามลำพัง
ท่ามกลางท่าทีเดียดฉันท์ของผู้คนในบ้านสามี กับข้อกล่าวหาร้ายแรงหลายประการ
ที่เมื่อดูจากหลักฐานพยานแวดล้อมแล้วนางต้องยอมรับว่านางไม่อาจปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านั้นได้





ในเมื่ออดีตคือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่อาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงใด ๆ ได้
สิ่งเดียวที่นางจะทำได้ในตอนนี้ก็คือ ปรับปรุง แก้ไข ชดใช้ในความผิดพลาดแต่หนหลังอย่างจริงใจ ตรงไปตรงมา...
ตามความคิดความเชื่อที่ดูเหมือนจะแฝงฝังอยู่ในพื้นอุปนิสัยดั้งเดิมของนาง
และผุดพ้นขึ้นมาจากความทรงจำอันลบเลือน
.............
และนั่นก็สร้างความฉงนฉงายให้แก่หลงซาน...พระเอกของเรื่องเป็นยิ่งนัก
เพราะนับตั้งแต่เขาถูกจับคลุมถุงชนแต่งงานกับเฟิ่งหนิง พวกเขาก็ไม่เคยมีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา
ทั้งนางเองก็ไม่ได้ประพฤติตัวอยู่ในกรอบอันดีสักเท่าใด และทำผิดต่อบ้านสกุลหลงอย่างร้ายแรง
ทำให้เขารู้สึกรังเกียจจนเมินเฉยเย็นชากับนางเรื่อยมา...
จนกระทั่งหลังจากนางสูญเสียความทรงจำนั่นแหละ ที่เขารู้สึกว่านางเปลี่ยนไป
ทั้งบุคลิกลักษณะ ตลอดถึงจริตนิสัยส่วนตัว
นางดูซื่อใสตรงไปตรงมา ไร้จริตมารยาใดๆ กลายเป็นเฟิ่งหนิงคนใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมโดยค่อนข้างจะสิ้นเชิง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่สะดุดใจหลงซานเป็นที่สุดก็คือ เฟิ่งหนิงคนใหม่มีวรยุทธ์ แถมไม่ใช่ระดับไก่กา เรียกได้ว่าเก่งกาจเลยทีเดียว
กับนิสัยการกินที่เปลี่ยนไป...นางคนใหม่ช่างกินเก่ง กินจุเหลือเกิน
แม้ในภาวะคับขัน สิ่งสำคัญที่สุดของนางก็ยังเป็นเรื่องของการกิน
จากที่เคยไม่สนใจนาง กลายเป็นว่าเขาต้องคอยตามติด ตามตื๊อ ตามหวงตามห่วงนางซะงั้น





สนุกอะ เป็นนิยายจีนแนวที่ต้องจริตมากกกก....
อ่านลุ้นอ่านเพลินแทบไม่อยากวางหากไม่จบเล่ม
มีครบครันทั้งปมสืบสวนสอบสวน ดราม่าโรแมนติก
โดยเฉพาะช่วงต้น ๆ เรื่อง อ่านแล้วอินไปกับนางเอกมาก จนรู้สึกอึดอัด คับข้องใจไปกับนาง

สอดแทรกด้วยมุกขำมุกฮาเป็นระยะๆ ที่มาอย่างเหมาะสมกลมกลืน ถูกจังหวะจะโคน
การสร้างเรื่อง ผูกปม คลี่คลายปมก็ค่อยเป็นค่อยไป สมเหตุสมผล
บุคลิกตัวละครแต่ละคนก็ชัดเจนเข้มแข็ง...
โดยเฉพาะในเรื่องนี้ท่านหลงเอ้อร์แห่งสามคราวิวาห์รักมีบทบาทประมาณหนึ่งทีเดียว
ซึ่งไทม์ไลน์ในเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนสามคราฯ พออ่านเรื่องนี้จบส่วนตัวกลับไปรื้อเล่มนี้มาอ่านใหม่
ยิ่งได้อารมณ์ฟินกับบุคลิกอินดี้ของท่านหลงเอ้อร์มากขึ้น
ยิ่งตอนที่ต้องดูแลเป่าเอ๋อร์ หลานนอกไส้ด้วยแล้ว ท่านหลงเอ้อร์ช่างน่ารักเป็นพิเศษ

จริงๆแล้วเรื่องราวของเฟิ่งหนิงกับหลงซานจบลงตั้งแต่ต้น ๆ เล่มสอง
แต่น่าจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของนักเขียนไปแล้วที่มีการแต่งเสริมเติมต่อเรื่องราวข้างเคียงเป็นตอนพิเศษแถมท้าย
อย่างในชุดนี้ ตอนพิเศษจะเป็นเรื่องราวของเนี่ยนอี ศิษย์พี่ของนางเอก
กับเรื่องของเป่าเอ๋อร์ตอนโต...
ซึ่งก็อ่านได้เพลินพอกันกับเรื่องหลักเลยทีเดียว แม้จะรู้สึกว่าสั้นไปนิดนึง
ชอบมากกกกก....













 

Create Date : 09 ตุลาคม 2560    
Last Update : 9 ตุลาคม 2560 13:39:39 น.
Counter : 190 Pageviews.  

~ เพียงหนึ่งใจ : เมื่อฮ่องเต้ต้องกลายเป็นโฮ่งเต้...เซินไป๋เซ่อ/เขียน เฉินซี/แปล ~







เพียงหนึ่งใจ (2 เล่มจบ)
ผู้เขียน : เซินไป๋เซ่อ/ ผู้แปล : เฉินซี
ผู้พิมพ์ : สนพ.แจ่มใส (สิงหาคม 2559)
443 + 435 = 878 หน้า ราคา 579 บาท

เรื่องราวโดยย่อจากปกหลัง:


นางคือ ‘เมิงซังอวี๋’ผู้มีฐานะเป็นเต๋อเฟย หนึ่งในสี่ราชชายา
ที่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้มากที่สุด
ทว่าหาได้มีใครล่วงรู้ไม่ว่าทุกอย่างเป็นแค่ภาพลวง
นางเพียงถูกใช้เป็นโล่กันธนูให้สตรีที่ฮ่องเต้ทรงรักและทะนุถนอมอย่างแท้จริง

เขาคือ ‘กู่เซ่าเจ๋อ’ฮ่องเต้ผู้ปรีชาชาญ รูปโฉมสง่างาม หลักแหลมฉลาดเฉลียว
แม้ภายนอกเขาจะแสดงท่าทีว่าโปรดปรานเต๋อเฟยอย่างยิ่งยวด
แต่แท้จริงแล้วนางกลับเป็นสตรีที่เขาเกลียดชังไม่อยากข้องเกี่ยว
ด้วยเพราะนางหยิ่งผยอง วางอำนาจและโหดเหี้ยมเย็นชา

ทว่านางและเขาไม่เคยรู้เลยว่าสุดท้ายแล้วทั้งสองกลับต้องมาพบกัน
ในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
นาง...จากสตรีเย่อหยิ่งไร้ความสามารถ
กลายเป็นหญิงสาวที่เฉียบแหลม เปี่ยมความรู้ สดใสและน่ารัก
เขา...จากฮ่องเต้ผู้สูงศักดิ์กลายเป็นสุนัขที่แสนจะน่าเกลียด
และอ่อนแอตัวหนึ่ง!






หลังอ่าน...
คงแทบไม่ต้องเล่าเรื่องอะไรอีกแล้วมัง สำหรับ'มากกว่ารัก' เรื่องนี้
เพราะกระแสมาแรงเหลือเกิน คอนิยายจีนหลายท่านน่าจะได้อ่านกันจนเกือบจะทั่วถ้วน
ต่อให้ไม่ได้อ่านหนังสือ แตจากรีวิวกระหน่ำจากบรรดาบล็อกเกอร์นักอ่านทั้งหลาย
ก็คงพอจะทำให้รู้จักนิยายเรื่องนี้กันเยอะแล้ว

เป็นโรแมนติกคอเมดี้ที่อิงดราม่าวังหลังของจีน
ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของการแก่งแย่งแข่งขัน ชิงดีชิงเด่นของฝ่ายใน
และแม้จะบอกว่าเป็นแนวคอเมดี้ แต่อ่าน ๆ ไป
เราจะพบว่าผู้เขียนได้แฝงนัยยะประชดประเทียดเสียดสีไว้อย่างสอดคล้อง
กลมกลืนไปกับเนื้อหาเต็มไปหมด ซึ่งจุดนี้เองทีเราชอบมาก ๆ

เปิดเรื่องมาด้วยการเปิดตัวนางเอกของเรื่อง เมิ่งซังอวี๋
พระชายาองค์หนึ่งของฮ่องเต้กู่เซ่าเจ๋อผู้ซึ่งมีรูปโฉมงดงาม
แต่ภาพลักษณ์ภายนอกค่อนข้างเย่อหยิ่งและโหดเหี้ยม
นางมีฐานะเป็นถึงเต๋อเฟยที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานเหนือใคร
จนกลายเป็นเป้าให้บรรดาสนมชายาอื่น ๆ (อีกนับพัน)ในวังหลัง
เกิดความอิจฉาตาร้อนและลอบใส่ไคล้นินทา





ฮ่องเต้กู่เซ่าเจ๋อทรงเป็นกษัตริย์ผู้ปรีชาสามารถ
แต่วันหนึ่งก็ประสบเคราะห์กรรมอันเลวร้าย ตกจากหลังม้าสลบแน่นิ่งไป
ไม่เพียงเท่านั้น ชะตาบันดาลให้ดวงวิญญาณหลุดลอยออกจากร่าง
จับพลัดจับผลูไปเข้าร่างเจ้าสุนัขพูเดิ้ลเกิดใหม่ตัวเล็กจ้อยตัวหนึ่ง...
และให้บังเอิญยิ่งไปกว่านั้น ในขณะที่เขากำลังงุนงงสับสนในชะตาชีวิตของตนเอง
เจ้าสุนัขตัวน้อยนี้ก็ได้รับเลือกให้เป็นสุนัขเลี้ยงของเมิ่งซังอวี๋
ชายาที่เขาทรงรังเกียจในความแข็งกร้าว โหดเหี้ยมของนาง
แต่ที่เขาเคยแสดงว่าโปรดปรานนางนักหนานั้น เขาเพียงแต่เสแสร้ง
เพื่อจะหลอกใช้นางเป็นประหนึ่งโล่กันธนูให้ชายาอีกองค์ที่เขาทรงรักใคร่อย่างแท้จริง
เมิ่งซังอวี๋ตั้งชื่อให้เขาว่า"อาเป่า" ที่แปลว่าแก้วตาดวงใจ

แต่เพียงวันแรกที่เขาเข้ามาอยู่ในการดูแลของเมิ่งซังอวี๋ในคราบร่างของอาเป่า
สิ่งที่เขาได้รับรู้และสัมผัสในตัวตนที่แท้ของเมิ่งซังอวี๋มันกลับตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ต่อหน้าอาเป่าในที่อันเป็นส่วนตัวของนาง นางช่างเป็นหญิงสาวที่งดงามเป็นธรรมชาติ
สดใสมีชีวิตชีวา ซ้ำยังเปี่ยมเมตตาล้นเหลือ

และในทางกลับกัน...กับชายาผู้งดงามอ่อนหวาน แสนจะสงบเสงี่ยมเจียมตัว
อย่างเสิ่นฮุ่ยหรู ธิดาของราชครูเสิ่นขุนนางคู่พระทัยที่พระองค์โปรดปรานนั้น
ก็กลับกลายเป็นหญิงสาวเจ้ามารยา หน้าไหว้หลังหลอก...
ที่ร้ายที่สุด...นางกับบิดาของนางวางแผนการใหญ่หลวง
ที่อาจจะทำให้เขาต้องกลายเป็นฮ่องเต้ไร้บัลลังก์เลยทีเดียว!

จำเขาจะต้องรีบหาทางคืนร่างเดิมเพื่อจัดการอะไร ๆ ให้มันถูกต้องเสียที
แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ เขา ฮ่องเต้ผู้ทรงศักดิ์ต้องมาติดตังอยู่ในร่างหมาน้อยอยู่นี่






อ่านสนุกค่ะ ชอบมาก...(ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงกับที่สุดแฮะ)
ชอบพล็อตเค้าเก๋ แหวกแนว บอกเล่าเรื่องราวได้เป็นธรรมชาติดี
ไม่ได้อิงประวัติศาสตร์อะไรมากมายให้เราต้องเกร็ง
กับเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับในรั้วในวัง โดยเฉพาะตำแหน่งต่าง ๆ ของฝ่ายใน
รวมถึงสำนวนโวหาร คำคมที่ใช้ในเรื่องผู้แปลก็มีการทำเชิงอรรถ
อธิบายความไว้ค่อนข้างละเอียดทำให้อ่านได้ลื่นไหลไม่สะดุด

ชอบ(และแอบสะใจ)ฮ่องเต้ในคราบหมาน้อยมาก
การบอกเล่าบรรยายถึงกิริยาท่าทาง และจริตนิสัยต่าง ๆ
ของสุนัขก็ทำได้อย่างค่อนข้างเป็นธรรมชาติ สมจริงมาก
ทั้งน่ารักน่าเอ็นดู น่าหมั่นไส้ไปพร้อม ๆ กัน
แล้วการที่ต้องอยู่คลุกคลีกันแบบตัวติดกันถึงห้าเดือน...
เมื่อในที่สุดฮ่องเต้สามารถคืนร่างเดิมได้...
ความที่เขาอยากจะชดเชยให้กับชายารักของเขา
ท่ามกลางความไม่รู้อิโหนอิเหน่ของเมิ่งซังอวี๋
นางก็ต้องทั้งแปลกใจ ประหลาดใจรวมทั้งหวาดระแวงแคลงใจ
ในความรักอันท่วมท้นกับความหวานเว่อร์ที่ฮ่องเต้ประเคนให้





ก็อย่างที่บอกตอนต้นว่าชอบมากต่ยังไม่ถึงที่สุด....
คือเรื่องมันสนุกอยู่หรอกค่ะ แต่มันก็มีจุดสะดุด ๆ มั่งเหมือนกัน
เช่นการกำหนดให้นางเอกเป็นคนในยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติ
ข้ามภพไปเกิดเป็นเมิ่งซังอวี๋...แล้วก็ไม่ได้ท้าวความถึงตัวตน
หรือชะตากรรมของผู้หญิงคนนั้นในภพปัจจุบันนี้อีกเลย
ส่วนเมิ่งซังอวี๋ข้ามภพไปเป็นเด็กแรกเกิด ทำไมยังมีความทรงจำของภพนี้ติดตัวไปได้
ทั้งดูเหมือนว่าจะไม่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของนางสักเท่าไหร่
จะว่านางฉลาดปราดเปรื่องมีไหวพริบดีเพราะเป็นคนยุคนี้มันก็ใช่ที...
ผู้หญิงในยุคไหน ๆ ถ้าจะฉลาด รู้จักพลิกแพลงแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า
อย่างที่เมิ่งซังอวี๋ทำก็มีออกถมเถไปในประวัติศาสตร์...
มันเลยตงิด ๆ ว่าทำไมต้องข้ามมิติ ทำไมต้องข้ามภพ...

เรื่องราวส่วนใหญ่ดูเหมือนจะวนๆเวียนๆอยู่แต่วังหลัง
มีแต่เรื่องของการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นระหว่างบรรดาสนมชายาจำนวนมากมายของฮ่องเต้

สำนวนภาษาที่ใช้ก็มีบางจุดทีซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ เหมือนจะเป็นมุกฮาๆขำ ๆ
อ่านเจอครั้งแรกก็ขำอยู่หรอก พอเจอรอบที่สองที่สามมันชักจะเยอะไปล่ะ
ฮาไม่ออกแล้ว พานเซ็งอีกต่างหาก...เช่นสำนวน 'ลอบชูนิ้วกลางอย่างสง่างาม'...
หรือสำนวน 'พิรุณพรมทุกหย่อมหญ้า' เป็นต้น

ก็นิดๆหน่อย ๆ อ่ะค่ะ โดยรวมถือว่าเป็นนิยายที่อ่านเพลิน
อ่านได้สนุกสนานบันเทิง คุมค่า คุ้มเวลาทีได้อ่านค่ะ











 

Create Date : 28 ธันวาคม 2559    
Last Update : 9 ตุลาคม 2560 13:41:46 น.
Counter : 172 Pageviews.  

~เรื่องเล่าของเหล่าปีศาจในเหลาสุรา... จิบเมรัยเคล้าเรื่องราวพิสดารลุ่มลึก โดย เคอสุ้ยอวี้โหยวโจ่ว ~







เรื่องเล่าของเหล่าปีศาจในเหลาสุรา.
ผู้เขียน : เคอสุ้ยอวี้โหยวโจ่ว
ผู้แปล : ซินโป – หย่งซุน
Earnest Publishing/พิมพ์(ตุลาคม 2557)
464 หน้า ราคา 400 บาท


โปรยปกหลัง:



ยินดีต้อนรับสู่เรือนมัจฉา
เหลาสุราปีศาจแห่งความพิสดารลุ่มลึก

จิบเมรัยเคล้าเรื่องราวบุญคุณความแค้น
ระหว่างมนุษย์กับอมนุษย์

สดับนิทานแห่งโลกคู่ขนาน
ที่ความมืดปรากฏในจิตใจคน
และความสว่างปรากฏในร่างภูตผี

พบพานการผจญภัยสุดพิสดาร
และตำนานรักสะท้านฟ้าสะเทือนดิน







หลังอ่าน
หนังสือเล่มนี้ประกอบไปด้วยเรื่องเล่าสิบเรื่อง
ที่ในแต่ละเรื่องก็จะมีเรื่องเล่าซ้อนซ่อนอยู่
อย่างล้ำลึก ลี้ลับมหัศจรรย์

แต่ละเรื่องจบในตอน หากทิ้งร่องรอยตกค้างไว้ในอารมณ์
ความรู้สึกและความทรงจำของผู้ที่ร่วมรับรู้รับฟัง
ณ เหลาสุราแห่งหนึง อันได้แก่...
เจ้าของร้าน - เถ้าแกเนี้ยอวี๋จี๋ผู้งดงามหยดย้อยและฉลาดสุขุมลุ่มลึก
ท่านหลงหยา มือปราบอันดับหนึ่งแห่งนครหลวงบูรพาผู้กร้าวแกร่งห้าวหาญ
ปีศาจแมวฝีปากกล้า ผู้บำเพ็ญเพียรเพื่อหวังหลุดพ้นจากวัฏสงสารมากว่าร้อยปี
และ...เจ้าภูตจิ้งจอกซานผีผู้กะล่อนไหลลื่น

เหลาสุราแห่งนั้นตั้งอยู่อย่างเรียบง่ายตรงกันข้ามกับหอคณิกาอันเลื่องชื่อของเมือง
บุรุษผู้มาเยือน เมื่อมายืนอยู่ตรงกลางระหว่างสถานที่ทั้งสองย่อมต้องลำบากใจไม่น้อยหากจะต้องเลือก
ว่าจะเข้ามาดื่มสุราเลิศรสแต่เงียบเหงา
หรือจะก้าวเข้าสู่อ้อมแขนอันอ่อนละมุนของเหล่าคณิกาสาวด้วยจิตใจอันฟุ้งซ่านเปี่ยมปรารถนา


แล้วก็มีไม่น้อยที่เลือกอย่างแรก...
ในเหลาสุราแห่งนี้จึงปรากฏมีเรื่องเล่ามาให้เราได้ดึ่มด่ำ
ดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแห่งจิตใจมนุษย์ ผ่านเรื่องราวอันพิสดารล้ำลึก





เรื่องเล่าทั้ง 10 ประกอบด้วย...


- เถาอาวรณ์ - - ในป่าหนึ่งทิวา โลกีย์พันปี...แม้นมิอาจรักหากมีเยื่อใยอาวรณ์

- บุปผาฝาแฝด - - - ต่างเกิดจากรากเหง้าเดียวกัน เดิมทีสมควรไม่แยกเป็นสอง
ทว่ากลับถูกบุรุษผู้เดียวกระทำจนไม่เป็นมนุษย์ ไม่เป็นปีศาจ

- หญ้าลืมรัก- - - กรรมสนองกรรม ปีศาจเกิดแต่ใจ

- ตะไคร่ม่วง - - - มนุษย์มีวิถีแห่งมนุษย์ ปีศาจมีกฏแห่งปีศาจ
มรรคาธรรมชาติย่อมมิอาจก้าวล่วง เรื่องราวในโลกมนุษย์เดิมทีเป็นเช่นนี้
ไฉนจะมีความยุติธรรมมากมายให้กล่าวอ้าง

- น้ำตาจระเข้- - - สำเร็จเซียนมีอันใดดี ปีศาจล้วนมักคิดสำเร็จเซียน
หารู้ไม่ว่าแดนสวรรค์เงียบเหงา ไฉนจะอิสระ มีสุขเสรีเท่าแดนมนุษย์...

- หยกวิเศษคุนหลุน- - - มนุษย์โลกหามีผู้ใดไม่ละโมบสิ่งมหัศจรรย์ล้ำค่า
แดนมนุษย์หักหลังแย่งชิงเข่นฆ่า เยี่ยงนี้แล้วสุดท้ายยังคงจบลงอย่างว่างเปล่าเท่านั้น

- เหลียนฉาน- - - หนึงสตรี สองบุรุษ ย่อมมีการจากพราก - - ตำนานรักแห่งองค์ชายหุยเหอ(อุยกูร์)

- ชิงหลวน- - - ตำนานซ้อนตำนาน เรื่องของวิญญาณในกระจกเงา

- มู่เซียงกง- - - มนุษย์ช่างน่าสนใจจริง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงเพียงกำหนดมั่น
เพราะความผูกพันฝ่ายนี้และฝ่ายนั้น ย้อนกลับถึงสุดปลายรากเดิม
มิเพียงมิอาจ'ตัดใจ'คำเดียวเท่านั้นเอง

- สุราวัฏจักร- - - อนาคตเวิ้งว้าง เร้นลับเกินไป จิตใจมนุษย์กลับเป็นของจริง...







ในทุก ๆ เรื่องเล่าล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวลี้ลับเหนือธรรมชาติ
ที่มหัศจรรย์เกินบรรยาย แต่ผู้เขียน(รวมถึงผู้แปล)
เขาก็ช่างบอกเล่าบรรยายได้ชวนอ่าน ชวนติดตามเป็นอย่างยิ่ง

ด้วยเรื่องราวที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ พิสดารล้ำลึกนั้น
แท้จริงหาใช่เรื่องไกลตัวเลย
จะมนุษย์ อมนุษย์ ปีศาจ เทพ เซียน ที่ปรากฏในเรื่องนั้น
หาใช่อื่นไกล ล้วนแต่เป็นภาวะต่าง ๆ ที่แฝงฝังอย่างลึกเร้นในจิตในใจของมนุษย์เรานี่เอง
เป็นปริศนาธรรมที่ลึกซึ้งที่ต้องอาศัยการตีความและครุ่นคิด

ตัวละครหลักๆ ทั้งสี่ตัว(ดังกล่าวแล้วด้านบน)ล้วนแต่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน
แล้วเกาะเกี่ยวโยงใยไปถึงตัวละครที่ปรากฏในเรื่องเล่าแต่ละเรื่อง
บางเรื่องเป็นเพียงผู้ดูผู้ฟัง บางเรื่องก็เข้าไปมีบทบาทพัวพันด้วย


..................

อ่านเพลินค่ะ สำนวนภาษา การแปลเรียบลื่นคมคาย
จะมีสะดุดนิด ๆ ก็บางคำที่ใช้ ทีแรกคิดว่าพิมพ์ผิด
แต่พอเจอครั้งที่สองที่สามก็เอ๊ะ...หรือเค้าเรียกอย่างนี้จริง ๆ
อย่างคำว่า"ผีผา" ซึ่งเป็นชื่อเครื่องดนตรีจีนชนิดหนึ่ง ประเภทพิณ
ในหนังสือจะพิมพ์เป็น"ผีพา"ทุกคำ

มีคำผิดประปราย แต่ด้วยหนังสือเป็นหนังสือแปลจีน
ที่มีเนื้อหาเรื่องราวเต็มไปด้วยเรื่องมหัศจรรย์ และออกแนวโบราณ
เลยไม่ถือสากับความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย
แต่หากจะมีการพิมพ์ซ้ำ หรือในเล่มสองที่กำลังจะตามมา
อยากให้ทางสำนักพิมพ์ตรวจตราให้ละเอียดกว่านี้อีกสักนิดค่ะ








 

Create Date : 16 มิถุนายน 2559    
Last Update : 9 ตุลาคม 2560 13:58:11 น.
Counter : 176 Pageviews.  

~สามคราวิวาห์รัก 1-2 : หมิงเยวี่ยทิงเฟิง/เขียน,เบบี้นาคราช/แปล ~







สามคราวิวาห์รัก 1-2
หมิงเยวี่ยทิงเฟิง/เขียน,
เบบี้นาคราช/แปล
สนพ.แจ่มใส/พิมพ์(ก.พ. 2559)
528 +585 หน้า ราคา 679 บาท


โปรยปกหลัง :

‘ไม่มีผลประโยชน์ข้าไม่ทำ’

คือคติประจำตัวของเขา ‘หลงเอ้อร์’นายท่านรองแห่งคฤหาสน์สกุลหลง
แต่กลับมีหญิงสาวตาบอดคนหนึ่งมาหลอกใช้เล่ห์กล
ทำให้เขาต้องควักกระเป๋าออกมาทำสิ่งที่ไร้ผลประโยชน์ตอบแทน
แล้วเขาจะปล่อยให้นางอยู่อย่างสุขสบายหรือ ไม่มีทาง!

‘จวีมู่เอ๋อร์’ รู้ว่าเขามีกิตติศัพท์เรื่องความเห็นแก่เงิน
เจ้าคิดเจ้าแค้น ซ้ำยังเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย
แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะไม่เลิกราเสียทีเช่นนี้
แต่ละวิธีที่เขาสรรหามากลั่นแกล้งล้วนทำให้นางปวดหัวทั้งสิ้น
แล้วนางจะยอมให้เขารังแกอยู่ฝ่ายเดียวหรือ ไม่มีทาง!

ปะทะฝีมือกันก็หลายครั้ง ประฝีปากกันก็หลายครา
ทว่าเมื่อนางพูดประโยคหนึ่งออกมา
‘ข้าอยากให้ท่านหลงเอ้อร์แต่งงานกับข้า’
นับจากนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไป






หลังอ่าน...
จบแล้วด้วยความปลื้มปริ่มอิ่มเอม
(แหะๆ งานเข้าฉุกเฉิน ทำให้อ่านจบช้ากว่าที่คาดไว้)

เป็นนิยายสายจีนที่น่ารัก และอ่านสนุกมากกกกกก...(ก.ไก่อีกล้านเจ็ดตัว)
มีทั้งกุ๊กกิ๊กโรแมนติก มีทั้งมุกตลกขบขัน มีทั้งบทดราม่าซาบซึ้งน้ำตาซึม
รวมทั้งปมสืบสวนสอบสวนคดีปริศนาที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน...
ที่แต่ละมุกแต่ละปมนั้นมันเกี่ยวพันเชื่อมโยงกันราวใยแมงมุม
กว่าจะสาง กว่าจะสาวไปถึงต้นเหตุที่แท้จริงนั้น
พวกเขาก็ต้องฝ่าฟัน เผชิญภยันตรายนานาประการจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด
ชวนลุ้นชวนให้ติดตามตลอดทั้งเรื่อง


คงไม่ต้องเล่าเรื่องย่อแล้วกระมัง
แต่จะขอเกริ่นเล่าความเป็นมาคร่าว ๆ ผ่านเรื่องราวของตัวละครเอกแล้วกันค่ะ
(พยายามจะไม่สปอยล์เนื้อหาสำคัญค่ะ)

.................

คนที่โดดเด่นที่สุดก็ต้องนางเอกเลยค่ะ เพราะเรื่องนี้เขาก็บอกตั้งแต่ต้นแล้วว่า
เป็นเรื่องของหญิงตาบอดที่แต่งงานกับผู้ชายคนเดียวกันถึงสามครั้งสามครา...ตามชื่อเรื่อง

'จวีมู่เอ๋อร์' คือชื่อของนางค่ะ นางเป็นลูกสาวเถ้าแก่ร้านเหล้า อายุยี่สิบปี
อดีตเคยเป็นเซียนพิณที่มีฝีมือ ผู้คนต่างร่ำลือว่า...เสียงพิณของนางราวกับดังมาจากสวรรค์
น่าเสียดายที่เมื่อสองปีก่อนนางเกิดล้มป่วยจนทำให้ดวงตามืดบอด จึงตัดสินใจยกเลิกการแต่งงาน
กับคู่หมั้นหนุ่มที่หมั้นกันมาแต่เด็ก เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน
มีเพียงบางเวลาที่ออกไปสอนการดีดพิณกับไปเทียบเสียงพิณให้ตามร้าน

ถึงแม้นางจะตาบอด แต่สติปัญญาของนางกลับสว่างไสวเจิดแจ่ม
การกระทำทุกอย่างของนางล้วนมีเหตุมีผล
ทั้งเป็นคนช่างสังเกตสังกา ช่างจดจำรายละเอียดยิบย่อยอย่างแจ่มชัดมาก
เมื่อนางมาพบกับท่านหลงเอ้อร์เป็นครั้งแรกนั้น นางทราบดีถึงชื่อเสียงของเขาอยู่แล้ว
แต่ด้วยปฏิภาณไหวพริบของนาง
นางสามารถทำให้เขายอมตกปากรับคำทำในสิ่งที่เขาไม่ได้คิดอยากจะทำแม้แต่น้อย
นั่นจึงเป็นการจุดประกายความสนใจในตัวนางขึ้นมาในใจของชายหนุ่มอย่าง'หลงเอ้อร์'





พระเอกของเราเป็น"ชายแก่" ที่ตระหนี่ถี่เหนียว
คิดเล็กคิดน้อยจนต้องครองความเป็นโสดมาจนอายุยี่สิบหกปี
เพียงเพราะเขาไม่อยากเสียเงินให้กับแม่สื่อ(ตามธรรมเนียมจีน)

เขาเป็นนายท่านรองของบ้านสกุลหลง ชีวิตของเขาไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าการทำการค้า
การดีดลูกคิดทำบัญชีจนเงินตราเพิ่มพูนมากขึ้น ๆ
จนกระทั่งวันหนึ่ง หญิงสาวตาบอดคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาในชีวิตของเขา พร้อมด้วยคำร้องขอ
ให้เขาทำบางสิ่งบางอย่างที่เขาตอบปฏิเสธไปในทันที
ตามคติประจำใจ...‘ไม่มีผลประโยชน์ข้าไม่ทำ’
แต่หญิงสาวนางนั้นก็ใช้กลอุบายล่อหลอกให้เขาต้องยอมรับปากนางอย่างมิอาจบิดพลิ้ว...

ด้วยความเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น หลังจากเสียทีหญิงตาบอดในครั้งนั้น
ท่านหลงเอ้อร์ก็ให้ปั่นป่วนในจิตใจ อยู่ไม่เป็นสุขหากไม่ได้เอาคืน

ปฏิบัติการตามตอแยหญิงตาบอดของเด็กชาย(แก่)หลงเอ้อร์จึงเริ่มต้นขึ้น

แต่ทำไมนะ ไม่ว่าเขาจะกลั่นแกล้งนางอย่างไร
ดูเหมือนว่านางจะรู้ทัน
และสามารถแก้ลำเขาได้ชิว ๆ ทุกทีไป
แทนที่จะขุ่นเคืองจริงจัง เขากลับรู้สึกสนุกสนานเบิกบานใจจนใคร่จะเก็บนางมาไว้ใกล้ๆ ตัว
จะได้แกล้งนางได้ถนัดถนี่ยิ่งๆ ขึ้น

แล้ววันดีคืนร้าย เกิดเหตุฆาตกรรมในโรงเตี๊ยมที่คนของสกุลหลงพัวพัน ตกเป็นผู้ต้องหา
แล้วให้เผอิ๊ญ จวีมู่เอ๋อร์กลายเป็นพยานปากเอกเพราะถูกฆาตกรตัวจริงทำร้าย
เพราะดันออกไป(เห็น)ประสบกับเหตุการณ์พอดี

จังหวะนั้นเป็นช่วงที่จวีมู่เอ๋อร์กำลังหาทางหลบเลี่ยงการแต่งงานกับอีกชายหนึ่งทีมาพัวพัน
ชายผู้นั้นมีดีกรีเป็นถึงรองเสนาบดีกรมอาญา เสียเพียงแต่ว่าเขาแต่งงานแล้ว
กับลูกสาวคนโตของเสนาบดีกรมอาญานั่นเอง และผู้ที่มาสู่ขอจวีมู่เอ๋อร์ก็ไม่ใช่ใคร
หากแต่เป็นฮูหยินของเขา ด้วยความอยากเอาใจสามี
ทำให้นางถึงกับมาทาบทามจวีมู่เอ๋อร์ไปเป็นภรรยาน้อยของตัวเอง

เมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมดังกล่าว จวีมู่เอ๋อร์จึงอาศัยโอกาสนี้ต่อรองยื่นเงื่อนไขต่อท่านหลงเอ้อร์ว่า...
นางจะล้างมลทินให้กับคนของเขา ถ้าเขายอมแต่งงานกับนาง

หลงเอ้อร์ถึงกับตกตะลึงพรึงเพริด

แล้วนางก็ทำได้จริงๆ งานวิวาห์คราแรกจึงเกิดขึ้น...
สมใจใครต่อใครหลายคนที่รอลุ้นการแต่งงานของนายท่านรอง





ข้างบนนั่นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของเรื่องราวความเป็นมาแห่งความสัมพันธ์อันไม่ธรรมดา
ของคู่วิวาห์คู่หนึ่ง ที่มีเหตุให้ต้องแต่งแล้วหย่า แต่งแล้วหย่าถึงสองครั้งสองครา
จนมาถึงคราที่สามนี้ก็ยังไม่แน่ว่าจะมีการหย่าเกิดขึ้นอีกหรือไม่

เล่าได้เพลินมาก อยากเล่าอีกยาวๆ แต่เล่าไม่ได้แล้ว
เดี๋ยวเข้าเขตสปอยล์ ฮ่า ๆ

ชอบมากกกกก...อ่านไปยิ้มไป
อ่านไปคิดตามไป แล้วก็ทึ่งในความคิดอับซับซ้อนแต่ชาญฉลาดสุดๆ ของคู่พระ-นาง
ที่ยอกย้อนกัน แล้วก็ทันกันตลอด ๆ

(การบอกเล่าบรรยายการใช้ชีวิตของจวีมู่เอ๋อร์ ในฐานะของคนตาบอด
ก็ทำได้ไม่รู้สึกเกินจริงเลย คนอ่านอ่านแล้วอินจนแอบลองนั่งปิดตา
แล้วทำอะไรๆที่เคยชินดู มันก็พอได้อยู่นะ แต่ทำได้ไม่ถึงห้านาทีก็เหลือจะทนแล้วอะ...
แต่นางเอกเค้าฉลาดไง นางเป็นเซียนพิณฝีมือดี จึงไวต่อสัมผัสต่างๆ อยู่แล้ว
เมื่อสูญเสียการมองเห็นไป ประสาทสัมผัสส่วนอื่น ๆ ก็แจ่มชัดขึ้นมาชดเชย...ชอบมาก)

คนเขียนช่างสร้างสองคนนี้ให้มาคู่กันได้อย่างลงตัว สมบูรณ์แบบที่สุด
แม้จะเริ่มต้นความสัมพันธ์ในบรรยากาศที่ไม่น่าอภิรมย์นักก็เถอะ
แต่เรื่องราวต่อจากนั้นมันน่ารักน่าจิ้นซะ...

ท่านหลงเอ้อร์ผู้เย่อหยิ่งเย็นชา แม้สาว ๆ ทั่วแคว้นต่างเสนอตัวเข้ามาหาเขาก็ไม่ไยดี
พยายามหาอุบายหลีกหนีอยู่ร่ำไป จนเป็นที่เลื่องลือว่าหรือเขาจะเป็นชายลักเพศ
หรือไม่ก็เป็นโรคร้ายประหลาด...บลา ๆ ๆ ๆ
กลับตามตอแยกลั่นแกล้งผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ที่ตาบอดอีกต่างหาก...





ฮ่า ๆ อ่านแล้วมันย้อนวัยอะ นึกถึงสมัยเรียนชั้นประถมที่เด็กผู้ชายชอบแกล้งเพื่อนนักเรียนหญิง...
แบบ...แอบเอาของไปซ่อนมั่ง ดึงผมเปียมั่ง ที่แรง ๆ หน่อยก็แอบเปิด
กระโปรง...
ในใจไม่ได้มุ่งร้ายหมายขวัญอะไรร๊อก ก็แค่อยากเรียกร้องความสนใจ อยากใกล้ชิด...
อีตานายท่านรองก็น่าจะอารมณ์ประมาณนั้นแหละ

แต่ดูเหมือนว่ายิ่งแกล้งเขาไปเท่าไหร่ เวลาเขาเอาคืนมันเจ็บแสบกว่าเป็นหลายเท่า...

อย่างตอนหนึ่ง ท่านหลงเอ้อร์แอบไปขโมยไม้เท้าของแม่นางจวีไปซ่อน
เจ้าหล่อนลำบากแต่ตอนแรก ๆ เท่านั้น แต่พ่อของนางก็ทำไม้เท้าให้ใหม่...ใช้ชีวิตได้เป็นปกติสุข
ซึ่งนั่นก็ได้สร้างความหงุดหงิดในใจให้กับท่านหลงเอ้อร์เป็นอย่างยิ่ง
จำต้องแสดงตัวว่า...ที่ไม้เท้าของนางหายไปซ้ำ ๆ นั่นน่ะ ฝีมือเขาเอง

และเมื่อนางรู้ว่าเป็นฝีมือของท่านหลงเอ้อร์ นางก็แก้ลำ
ด้วยการส่งพิณมาให้เขาพร้อมโน้ตกำกับมาด้วยว่า'เรียนพิณฝึกนิสัย ลดเวลาว่าคลายทุกข์'
แถมด้วยคำพูดฝากมาลอย ๆ ว่า..."เด็กซนนั้น ให้เรียนพิณจึงจะดีที่สุด"
ได้ยินอย่างนี้ท่านหลงเอ้อร์ก็กระอักไปเท่านั้นเอง
เพราะสำหรับคนที่ไม่เคยสนจในเรื่องอื่นใดนอกจากเงิน เงิน เงินแล้ว
การส่งพิณมาให้ถือเป็นการเหน็บแนมแบบนิ่มนวล ทว่าส่งผลเผ็ดร้อนสุด ๆ
เช่นนี้มีหรือท่านหลงเอ้อร์จะยอมเลิกแล้วต่อนางง่าย ๆ





นั่นเป็นแค่น้ำจิ้มเพียงเล็กน้อย...แต่มันจะแสดงให้เห็นถึงเยื่อใยความผูกพัน
ของคู่พระ-นางที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นจากความสะดุดใจใความ"พิเศษ"ของกันและกัน
จนมองข้ามรูปโฉมหรือภาพลักษณ์ภายนอก...

ท่านหลงเอ้อร์นั้น ปกติเขาไม่ใช่คนที่จะสนใจใส่ใจช่วยเหลือใครโดยไม่มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง...
แต่เมื่อใดที่เขารู้สึกถึงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ เขาก็จะต้องหวงแหน พร้อมปกป้องรักษาด้วยชีวิต
เช่นเดียวกับที่เขารู้สึกกับ"มู่เอ๋อร์ของเขา" ในเวลาต่อมา...
หลังจากที่นาง'ขอ'แต่งงานกับเขา และเขาได้คิดสะระตะในใจอย่างถี่ถ้วนและได้ตอบตกลงไปแล้ว...

แต่เรื่องราวทั้งหมดข้างบนนั่นยังไม่ถึงหนึงในสิบของเรื่องราวอันเป็นพล็อตหลักของเรื่องเลยนะคะ
พล็อตหลักจริง ๆ ไม่ได้พูดถึงเลยด้วยซ้ำ...
เพราะนั่นคือปมสืบสวนสอบสวนที่นางเอกของเราบังเอิญเข้าไปพัวพัน
และหลังจากแต่งงานกับพระเอกแล้ว เขาก็เข้ามาเกี่ยวด้วยเต็มตัว...ในฐานะสามี

ทั้งคู่ต้องเผชิญภยันตรายอะไรบ้างที่เกียวข้องกับคดีซับซ้อนนั่น เล่าไม่ได้
ต้องตามไปลุ้นกันในนิยายเองแล้วล่ะค่ะ

ชวนอ่านอย่างแรงค่ะ










 

Create Date : 11 มีนาคม 2559    
Last Update : 9 ตุลาคม 2560 13:59:24 น.
Counter : 83 Pageviews.  

1  2  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 171 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ เดเปอโร รักยิ่งใหญ่จากใจดวงเล็ก/เคท ดิคามิลโล/เขียน งามพรรณ เวชชาชีวะ/แปล ~

~สูญมนุษย์วันสิ้นโลก/Z for Zachariah/Robert C. O'Brien/เขียน วิลาส วศินสังวร/แปล ~

~ บ้านใหม่บนดิน The People of Sparks/ฌานน์ ดูโปร เขียน/แสงตะวัน แปล~

~ บ้านริมทะลสาบ/เข็มพลอย~

~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.