'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ แม่น้ำนี้ชื่อนิจนิรันดร์ โดย "ร่มแก้ว" ~





~ แม่น้ำนี้ชื่อนิจนิรันดร์
ผู้เขียน : ร่มแก้ว
ผู้พิมพ์ : พิมพ์คำสำนักพิมพ์
(พิมพ์ครั้งแรก ต.ค. ๒๕๕๒)
๓๑๘ หน้า ราคา ๒๒๐ บาท


โปรยปกหลัง:


เมื่อ‘ปาฏิหาริย์’ ให้โอกาสนัทชา
ย้อนเวลากลับไปเจอชายหนุ่มผู้เป็น'รักแรก'
ก่อนที่เขาจะแต่งงาน...

แต่กลับต้องพบว่า ‘กนธี’ ในอดีตช่างไม่มีอะไรเหมือนที่คิดไว้สักอย่าง
‘เปรมชล’ น้องชายของเขาต่างหาก
ที่สามารถทำให้หัวใจหวั่นไหว
ที่ร้ายก็คือ ชายหนุ่มทั้งคู่กำลังจะถูกจับ ‘คลุมถุงชน’ กับคนอื่น
จะทำอย่างไร เมื่อรักนี้เธอต้อง ‘เลือก’
เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น!







เรื่องย่อ(จากเว็บสำนักพิมพ์):


นวนิยายรักเรื่องนี้ใช้แนวคิด “ย้อนเวลาไปหารัก”
ความน่าสนใจของนวนิยายแนวนี้คือ ผู้เขียนจะกำหนดให้ตัวละครข้ามเวลาด้วยวิธีใด
ซึ่งร่มแก้วเลือกใช้ “น้ำ” มาเป็นช่องทางในการข้ามเวลา
และตัวละครเอกจะมีชื่อที่แปลว่าน้ำ
เน้นย้ำแนวคิดหลักของเรื่อง ‘แม่น้ำนี้ชื่อนิจนิรันดร์’ ที่ว่า
อดีตไม่มีวันหวนคืนและไม่อาจแก้ไขได้
ประดุจแม่น้ำไม่มีวันไหลย้อนคืน มีแต่ความรักและความทรงจำดีๆ เท่านั้น
ที่จะจดจำไว้ในหัวใจตลอดไป






หลังอ่าน...
เรื่องราวย่อ ๆ ก็ประมาณข้างบนนั่นเลยค่ะ
บังเอิญเพิ่งอ่านแฟนตาซีแบบเหมียว ๆ จบไป
ยังอยากหลุดโลกอยู่จึงหยิบเล่มนี้มาอ่านต่อเนื่อง
ก็ไม่ผิดหวังนะคะ...อ่านได้เพลิน ๆ ชิล ๆ รวดเดียวจบภายในเวลาแค่สองชั่วโมง
เพราะนิยายเล่มไม่หนาไม่บาง

เล่มนี้ไม่ใช่แฟนตาซีจ๋า แต่เป็นเรื่องเหนือจริงของการย้อนเวลาไปในอดีตของนางเอก
โดยมีสายน้ำเป็นตัวเชื่อมระหว่างมิติ
ซึ่งต้องชมผู้เขียนเลยค่ะว่าสร้างพล็อตได้เก๋ไก๋ทีเดียว...
มีข้อคิดในเรื่องของการทำปัจจุบันให้ดีที่สุด...
รักษาสิ่งมีค่าในปัจจุบันให้ดี
เพราะหากปล่อยให้วันเวลาผ่านไปเหมือนสายน้ำที่ไม่มีวันหวนกลับ
แม้มีความผิดพลาดใด ๆ เกิดขึ้น เราไม่อาจแก้อดีตได้
ต่อให้มีปาฏิหาริย์ที่ให้โอกาสเรากลับไปยังมิติแห่งอดีตนั้น ๆ
เราก็แค่เข้าไปรับรู้เรื่องราวที่เป็นไปเท่านั้น...ไม่อาจพลิกผันโชคชะตาได้อย่างแน่นอน

ตรงนี้ชื่นชมวิธีคิดของผู้เขียนมาก ๆ

แต่...มีแอบขัด ๆ ใจในส่วนของเนื้อหาในช่วงที่นางเอกย้อนอดีตไป
คือช่วงเวลาย้อนหลังไปแค่ 7 - 8 ปี
บริบทของเวลาไม่น่าจะแตกต่างจากห้วงปัจจุบันมากนัก...
แต่ไหงมีเรื่องราวออกแนวโบร๊าณ-โบราณ
ยังกับย้อนเวลาไปซักยี่สิบสามสิบปีประมาณนั้น...

ก็ทั้งพระเอกพระรองยังเรียนหนังสือกันทั้งคู่ก็จะถูกจับคลุมถุงชนเสียแล้ว
และคู่ที่จะให้แต่งงานด้วยก็ยังเด็กเหลือเกิน...
มันเลยอ่านแล้วรู้สึกขัด ๆ

อีกจุดหนึ่งที่รู้สึกสะดุด...ก็คือเรื่องของสำนวนภาษาในส่วนที่เป็นบทพูด
มันยังไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร นางเอกใช้สรรพนามแทนตัวเดี๋ยวก็ดิฉัน เดี๋ยวก็ฉัน บางทีก็ใช้ชื่อแทนตัวกับคนคนเดียวกัน
แล้วเรียกพระเอกเดี๋ยวก็พี่ เดี๋ยวก็คุณ...ในบริบทเดียวกัน
มันอ่านแล้วสะดุด ๆ อยู่นะ

นอกนั้น โดยรวมแล้วถือว่าเป็นนิยายที่โอเคเลยค่ะ


หยิบมาชวนอ่านคั่นเวลาช่วงนี้ เพราะกำลังอ่านนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่เนื้อหาค่อนข้าหนักอยู่
อ่านจบเมื่อไหร่คงได้เก็บเกี่ยวเนื้อหามาเล่าต่อค่ะ








 

Create Date : 23 สิงหาคม 2555    
Last Update : 23 สิงหาคม 2555 11:06:02 น.
Counter : 4661 Pageviews.  

~ มนตร์อธิษฐาน : แฟนตาซีแบบแมว ๆ โดย"กัลฐิดา" ~





มนตร์อธิษฐาน
ผู้เขียน : กัลฐิดา
ผู้พิมพ์ : พิมพ์คำ(ครั้งแรก /พ.ค. ๒๕๕๕)
๕๑๐ หน้า ราคา ๓๐๐ บาท


คำโปรย :


หนึ่งคน...โกหกเพื่อปกปิดตัวเอง
หนึ่งคน...โกหกเพื่อเปิดเผยตัวเอง
คำโกหกล้านคำจะไร้ความหมาย...
หากความจริงของหัวใจมีเพียงคำว่า...รัก


..............


เรื่องย่อ(จากเว็บสำนักพิมพ์):


หากมีใครสักคนเดินเข้ามาบอกว่า...
“ลองอธิษฐานสิ แล้วฉันจะทำความปรารถนานั้นให้เป็นจริง” ก็คงจะดีนะคะ
แต่เพราะเราไม่ใช่นางเอกของนิยายเรื่องใหม่ของ กัลฐิดา นักเขียนมากความสามารถ
ความฝันนั้นก็เลยต้องพับเก็บไปก่อน

'มนตร์อธิษฐาน' ถ่ายทอดเรื่องราวของคำอธิษฐาน
เพียงคำอธิษฐานข้อเดียวของพัตรพิมล ชีวิตของเธอจึงต้องชุลมุนวุ่นวาย
เมื่ออยู่ๆ ก็มีแมววิเศษพูดได้เข้ามาบอกว่าจะทำความฝันของเธอให้เป็นจริง
แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน

ทว่าใครจะไปคิดว่าข้อแลกเปลี่ยนนั้นคือเธอจะต้องทำความหวังของผีตนหนึ่งให้เป็นจริง
เพื่อความฝัน พัตรพิมลยอมรับข้อแลกเปลี่ยนอันนำไปสู่ ‘การโกหก’
ที่ทำให้หัวใจและชีวิตของเธอต้องปั่นป่วนวุ่นวาย

เมื่อเธอต้องปลอมตัวเป็นผู้หญิงอีกคนไปหลอก ‘เขา’
พร้อมๆ กับได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาก็โกหกเธอว่าเป็นอีกคนเช่นเดียวกัน

ทั้งคู่ต่างโกหกกันไปโกหกกันมาทำให้เรื่องราวสับสนวุ่นวายจนปวดหัวไปหมดทั้งผีทั้งคน








หลังอ่าน...
นิยายแนวแฟนตาซีปนโรแมนติกนิด ๆ คอเมดี้หน่อย ๆ อ่านแล้วอมยิ้ม อารมณ์ดีค่ะ

เรื่องย่อก็ตามข้างบนนั่น...เพิ่มเติมอีกนิดหน่อยละกัน(จะระวังไม่สปอยล์นะคะ)

พัตรพิมลเป็นเด็กสาวกำพร้าที่มีโอกาสได้เข้าทำงานในบริษัทใหญ่
แต่เธอยังอยู่ในช่วงทดลองงานจึงต้องทำงานหนักเป็นพิเศษ

เธอพักอยู่ในหอพักของบริษัท เพราะเธอขายบ้านที่เคยอยู่ไปแล้ว
หลังจากพ่อกับแม่เสียชีวิตเพื่อส่งเสียตัวเองจนเรียนจบ...

เธอมีความฝันที่จะมีบ้านของตัวเองให้ได้ จึงเพียรเก็บหอมรอมริบและทำงานหนัก

วันหนึ่งพัตรพิมลก็เจอเจ้าแมวเปอร์เซียขนฟูตัวหนึ่ง มาติดอยู่ที่ระเบียงหอพัก
เธอช่วยเอาตัวมันลงมาและแอบเอาเข้าไปไว้ในห้องพัก...

แล้วเธอก็ได้พบสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดในชีวิต...
เมื่อเจ้าแมวตัวนั้นพูดได้!

........

เจ้าแมวเหมียวแนะนำตัวเองว่ามันชื่อพาชต์ และเป็นแมวที่มีพลังพิเศษบางอย่าง
และการที่พัตรพิมลบังเอิญช่วยชีวิตมันไว้ มันจึงต้องให้พรวิเศษแก่เธอ...
ให้เธอได้ในสิ่งที่เธอปรารถนา

ในภวังค์ที่งุนงง...พัตรพิมลนึกออกเพียงอย่างเดียวที่เป็นยอดปรารถนาของเธอ
นั่นก็คือ...บ้าน
ซึ่งก็เข้าทางเจ้าแมวประหลาดนั่นพอดี...

แต่การที่พัตรพิมลจะได้รับมรดกเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่นั้น
เธอต้องปฏิบัติภารกิจสำคัญให้ลุล่วง
นั่นคือการตามหาทายาทผู้สาบสูญของเจ้าของคฤหาสน์นั้น...
ด้วยความช่วยเหลือของเจ้าแมววิเศษกับผีอีกสองตนที่สิงสถิตย์อยู่ในบ้านหลังนั้น...

พัตรพิมลจะยอมรับเงื่อนไขนั้นหรือไม่ และเรื่องราวจะชุลมุนวุ่นวายยังไง
คงต้องไปอ่านต่อในนิยายแล้วล่ะค่ะ







แต่รับรองได้ว่านิยายเค้าอ่านสนุกจริง ๆ
อ่านแล้วชอบมาก ๆ
คนเขียนเขาเข้าใจสร้างพล็อตได้แปลก ๆ หลุดโลกดี
แต่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ
ด้วยสำนวนภาษาที่ทันสมัย การดำเนินเรื่องที่กระชับฉับไวไม่เยิ่นเย้อ

มีมุกชวนฮาชวนขำกับความใสซื่อปนซุ่มซ่ามของนางเอก...
ความฉลาดและทันเกมของพระเอก...
ความรักอันพิลึกพิลั่นปั่นป่วนของคู่พระรอง-นางรอง...
ความขี้เล่นกุ๊กกิ๊กของผีจิตรกรหนุ่มชาวฝรั่งเศส...
การรอคอยที่อดทนของผีสาวที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร...

และที่สำคัญ...ความเจ้าเล่ห์กวนโอ๊ยของเจ้าแมวเหมียวมหัศจรรย์ตัวนั้น!

นิยายมีตัวร้ายเหมือนกันนะคะ แต่คนอ่านอ่านอย่างสบายใจ...
ก็นางเอกเขามีผู้ช่วยเป็นทั้งผีทั้งแมว...
รวมถึงพี่เลี้ยงที่วิเศษซะขนาดนั้น ใครจะไปทำอะไรเธอได้

บทรักก็มีพอให้กุ๊กกิ๊ก ๆ ไม่พร่ำเพรื่อมากมายจนติดเรท
แต่ก็ไม่ชืดจืดสนิทจนเหมือนนิยายแฟนตาซีสำหรับเด็กๆไป

มีจุดขัดใจนิดหน่อย(อีกแล้ว!)...
คือขัดใจตอนจบน่ะ...ว่าสรุปจบง่ายไปไหม
มันเหมือนยังไม่จุใจสักเท่าไหร่เลยแฮะ...
คือ...(ความรู้สึกส่วนตั๊ว-ส่วนตัว)เหมือนคนเขียนเค้าพยายามจะหักมุม
โดยการเฉลยปมทั้งหมดที่ผูกไว้ในทีเดียว
แต่มันรวบรัดตัดความไปหน่อย...มันเลยเหมือนจะขาด ๆ ห้วน ๆ ไปนิดนึง...

แต่สรุปโดยรวมก็ชอบค่ะ...
หยิบมาอ่านเพราะภาพเจ้าเหมียวตาแป๋วบนหน้าปกแท้ ๆ เชียว
แล้วก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ ...

ชวนอ่านค่ะ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนทีชื่นชอบเจ้าสี่ขาประเภทนี้...เมี๊ยว...!









 

Create Date : 17 สิงหาคม 2555    
Last Update : 17 สิงหาคม 2555 14:19:42 น.
Counter : 4282 Pageviews.  

~ แผนก่อการรัก โดย "สิริณ" ~





แผนก่อการรัก
ผู้เขียน : สิริณ
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ครั้งแรก/มิ.ย. ๒๕๕๕)
๔๘๓ หน้า ราคา ๓๒๕ บาท


โปรยปกหน้า-หลัง


เมื่อเธอและเขาต่างมีวาระซ่อนเร้น
เกมชิงไหวชิงพริบเดิมพันหัวใจจึงเริ่มขึ้น
แล้วใครกันนะ...ที่จะเป็นผู้ชนะ

ชีวิตรักของอันดามันที่กำลังเป็นไปด้วยดีแท้ๆกลับต้องมีอันสะดุด
เมื่อมารดาของคนรักเกลียดความจนของเธอเข้าไส้!
แถมยังพยายามกีดกันทุกวิถีทางเพื่อให้เลิกกัน

แต่เรื่องนี้ยังไม่สำคัญเท่าภารกิจที่เธอต้องทำให้สำเร็จ
นั่นคือ การเอาคืนรัฐมนตรีที่ว่ากันว่ามือสะอาดนักหนา
ทว่าเธอกลับต้องเข้าไปพัวพันกับศิรามากขึ้นเรื่อย ๆ

ระหว่างบุรัณที่เคยสวมแหวนแทนใจให้กัน
กับศิรา ศิวกรณ์...ผู้บริหารหนุ่มหล่อแห่งคีรีธารากรุ๊ป
แต่มีฐานะห้อยท้ายเป็นบุตรชายของคนที่เธอต้องแก้แค้น

ไม่ว่าอันดามันจะเลือกใคร สิ่งหนึ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจก็คือ...
ซินเดอเรลล่ามีอยู่แค่ในเทพนิยายเท่านั้น!






เรื่องย่อ:(ย่อเอง)


อันดามันลอบคบหากับบุรัณแบบลับ ๆ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าบุรัณแต่งงานแล้วกับผู้หญิงที่แม่ของเขาจัดหาให้
แต่เพราะบุรัณสัญญากับเธอว่าเขาจะหย่ากับภรรยาภายในหนึ่งปี อีกทั้งเหตุพัวพันทางธุรกิจระหว่างกัน
ทำให้เธอต้องอดทนรอเขา...

อันดามันเข้าใจมาตลอดว่าที่พ่อของเธอต้องประสบอุบัติเหตุจนสียชีวิตและแม่ต้องสูญเสียการมองเห็น
เป็นเพราะถูกคุกคามโดยนายคีรี...ผู้มีอิทธิพลทางการเมืองคนหนึ่ง
เธอจึงเฝ้ารอโอกาสที่จะเข้าไปใกล้ชิดและหาทางแก้แค้น...

แต่ศิรา ศิวกรณ์ไม่เปิดโอกาสให้เธอทำเช่นนั้น...
เขาต้องทำทุกอย่าง...
เพื่อดึงเธอให้ออกห่างจากการเป็นผู้หญิงของพ่อของเขา
แล้วมาเป็นผู้หญิงของเขาแทน...
แต่เขาจะทำได้ล่ะหรือ...
ในเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับผู้หญิงคนนั้นมันพัวพันซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะคาดถึงมากมายนัก
แล้วไหนจะความผูกพันของเธอที่มีต่อคนรักเก่าอีกล่ะ...?






ความรู้สึกหลังอ่าน...
เป็นนิยายรักแนวอ่านเพลิน ๆ อีกเล่มหนึ่ง
ที่มีโครงเรื่องอันเป็นแบบฉบับนิยายไทยทั่วไป
มีปมรักในรอยแค้น...ปมความรักต่างชนชั้น-ฐานะ...ปมแม่ผัวลูกสะใภ้ ฯลฯ
สอดแทรกด้วยการแข่งขัน ชิงไหวชิงพริบกันในเชิงธุรกิจที่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
ทำให้เรื่องราวไม่ดูโหรงเหรง มีแต่เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ มากจนเกินไป...

อ้ะ...แต่ก็มีบทหวาน ๆ ระหว่างพระเอกนางเอกอยู่เยอะเหมือนกัน

เล่มนี้เป็นเรื่องที่สองของนักเขียนนามนี้ที่ได้อ่านค่ะ
เรื่องแรกที่ได้อ่านคือ"รอยตะวัน"(ที่เคยเล่าไว้ในบล็อกว่า
อ่านแล้วได้อารมณ์ซีรียส์เกาหลีมาก ๆ แหะ ๆ )

แต่ในเรื่องนี้ ดูเหมือนเธอจะพัฒนาขึ้นมากในแง่ของการผูกปม วางพล็อตแล้วดำเนินเรื่องไปตามพล็อตนั้น ๆ
สำนวนภาษาก็นุ่มนวล ลื่นไหล อ่านได้ไม่มีสะดุด...
(ถ้าไม่นับจุดที่พิมพ์ผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างคำว่าสนามบินเป็นสถามบินในหน้า ๒๑๖ เป็นต้น)

แต่จะมีจุดขัดใจเล็ก ๆ อยู่นิดหน่อย...(พยายามจะไม่สปอยล์)
ผู้เขียนกำหนดบุคลิกนางเอกไว้ให้เป็นสาวทำงานที่เก่งกาจมาดมั่น
เป็นถึงระดับผู้บริหารในบริษัทที่ตัวเองร่วมทุนอยู่
สามารถทำได้ทุกอย่าง(โดยไม่แคร์สื่อ)เพื่อให้ได้มาซึ่งงาน...
และไม่สนใจเสียงนกเสียงกาที่กล่าวหาเธอเสีย ๆ หาย ๆ
แต่ทำไมไพล่ไปคิดมากกับความแตกต่างระหว่างเธอกับพระเอกนักหนา
ถึงกับเปรียบเปรยตัวเองว่าต่ำต้อย...
ไม่อาจเป็นได้กระทั่งซินเดอเรลล่า อะไรประมาณนั้น

อ่านแล้วมันรู้สึกขัดแย้งยังไงชอบก๊ล...

แต่ก็เพียงเล็กน้อยอย่างที่บอก
โดยรวมถือว่าเป็นนิยายที่อ่านได้เพลิน ๆ
มีมุกมีเกร็ดแทรกแซมอยู่ประปราย
แถมตอนท้ายมีการหักมุมให้ได้ลุ้นอีกต่างหาก...

อ้อ...อีกนิด เล่มนี้ทำปกสวยและเก๋มาก...

อ่านจบแล้ว...หยิบมาเล่าขานชวนอ่านค่ะ











 

Create Date : 15 สิงหาคม 2555    
Last Update : 15 สิงหาคม 2555 16:12:56 น.
Counter : 3196 Pageviews.  

~ ดั่งสายลม โดย"แม่ช้อง" ~





ดั่งสายลม
ผู้เขียน : แม่ช้อง
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ครั้งแรก พ.ค. ๒๕๕๕)
๒๙๗ หน้า ราคา ๒๑๙ บาท



โปรยปกหน้า-หลัง:


หากคุณไม่พูดคำว่า “รัก” ออกมา แล้วฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าใจเราตรงกัน

สายลมเป็นได้ทั้งสัญลักษณ์แห่งอิสรเสรี และการโอบรับประคับประคอง
สายลมให้ได้ทั้งความเย็นชื่นใจและการทำลายล้าง
เราจะนำพาชีวิตไปในทิศทางใด...
ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกของเราเอง



อ๊าย-ย-ย จะมีใครโชคร้ายกว่านี้อีกไหมเนี่ย...

อรอิสราได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า เธอไปซุ่มซ่ามเดินเตะเครื่องสังเวยของเทพเจ้าองค์ใดเข้า...
ท่านจึงพิโรธจนลงโทษสถานหนัก ให้เธอต้องอกหักพร้อมๆ กับตกงาน
ยัง! เท่านั้นยังไม่พอ เทพเจ้ายังไม่ยอมยั้งมือให้กับมัณฑนากรสาวขี้แยคนนี้
ท่านยังปล่อยให้ผู้ร้ายมากระชากกระเป๋าเธอไปง่ายๆ เสียอีก
แล้วผู้หญิงอ่อนไหวอย่างอรอิสราจะทำอะไรได้ นอกจากเป่าปี่...โฮๆๆๆ

แต่แล้ว ในท่ามกลางความวิปโยคโศกเศร้านั้น
สายลมก็พัดพาผู้ชายใจดีเจ้าของคำขวัญประจำตัวว่า “ช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป” เข้ามาในชีวิตเธอ

ความช่วยเหลือครั้งที่หนึ่ง...ผ่านไป
ความช่วยเหลือครั้งที่สอง...ผ่านไป
ให้ตายเถอะ! อรอิสราลืมถามชื่อเขาทั้งสองครั้ง
แล้วมันจะมีครั้งที่สามอีกไหมนะ???








ความรู้สึกหลังอ่าน...
เรื่องย่อ ๆ ก็ตามข้างบนเลยค่ะ...เพิ่มเติมอีกนิดเอ้า...

นางเอกพบว่าแฟนพากิ๊กมากกในห้อง...พร้อม ๆ กับที่ถูกบีบให้ลาออกจากงานที่ทำอยู่
ในภาวะที่สูญสลาย เธอก็พบกับพระเอกที่ดีแสนดี...
เมื่อคุ้นกันมากขึ้น เขารู้ว่าเธอตกงานจึงชวนให้ไปทำงานด้วย
ในตำแหน่งผู้ช่วยของเขา...

เรื่องราวก็(แทบจะ)ไม่มีอะไรเลย...
วันดีคืนดีแฟนเก่าก็หวนมาง้องอนเธอในขณะที่เธอเริ่มจะรู้สึกดี ๆ กับเจ้านายหนุ่ม...

ชายหนุ่มผู้แสนจะเยือกเย็น(ดั่งสายลม)และแสนจะใจดี...
จะสามารถดึงเธอให้ออกห่างความผูกพันเดิม ๆ ของเธอได้หรือไม่ อย่างไร...
ต้องตามไปลุ้นในนิยายเล่มนี้แล้วล่ะค่ะ

อ้อ...จริง ๆ แล้วเขาก็ไม่ได้มีแต่เรื่องราวของพระนางคู่นี้คู่เดียวหรอกค่ะ
มันมีเรื่องของวิชนี...ลูกพี่ลูกน้องนางเอกซึ่งเป็นเด็กสาววัยรุ่นที่กำลังอยู่ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ...
กับดาราหนุ่ม ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของพระเอก...ที่ถูกสกัดดาวรุ่งด้วยข่าวฉาว...
ซึ่งมีแฟนคลับอย่างวิชนีเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย...

เป็นนิยายที่นุ่ม ๆ เบา ๆ สมชื่อเรื่องเลยค่ะ เป็นนิยายแนวฟีลกู้ดทำนองนั้น
แล้วก็ฟีลกู้ดได้จริง ๆ ด้วยค่ะ เพราะคนเขียนเขาใช้สำนวนภาษาละเมียดละไมทีเดียว
เพียงแต่เรื่องราว เนื้อหามันเอื่อยเฉื่อย...จืดชืดไปนี๊ดดดด...นึง

คนที่ชอบอะไรที่จึ๊ดจ๊าดอาจจะไม่ถูกจริต...
แต่สำหรับแม่ไก่ก็อ่านได้เรื่อย ๆ ไม่ถึงกับสนุกมากอยากบอกต่ออะไรประมาณนั้น
แต่ก็ถือว่าโอเคในระดับหนึ่ง...มีซีนหวาน ๆ บ้าง แต่ก็เป็นไปแบบเย็น ๆ เบา ๆ ไม่หวือหวา
เพราะพระเอกเขาทำตัวสมตำแหน่งจริง ๆ ค่ะ...
ตำแหน่งพระ...(เอก)ไงคะ...อ้ะ...ล้อเล่น

(จริง ๆ แล้วแอบแซวในใจว่า...
คนเขียนคนนี้เค้าน่าไปเขียนนิยายอิงธรรมะนะ
อ่านหนังสือเค้ามาสี่เล่ม...เป็นแนวเดียวกันโม้ดดด...
พระเอกเป็นพ่อพร๊ะ-พ่อพระ...หุหุ)

อีกเล่มที่เพิ่งอ่านจบไปแล้วหยิบมาเล่าต่อค่า...








 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 26 กรกฎาคม 2555 22:12:47 น.
Counter : 2881 Pageviews.  

~ มนต์จันทรา มายาลวง โดย "เรซิน" ~





มนต์จันทรา มายาลวง
ผู้เขียน : เรซิน
ผู้พิมพ์ : สนพ.ไฟน์บุ้ค(ครั้งที่ 2/ก,ค.2551)
672 หน้า ราคา 325 บาท

คำโปรยปกหน้า-หลัง :



“ฉันยินดีเสียใจภายหลังแต่ยังมีช่วงเวลาดีๆ เก็บไว้ในความทรงจำ
ดีกว่าต้องเสียใจวันนี้เดี๋ยวนี้ โดยไม่มีอะไรเหลือในความทรงจำเลย”

‘คาเธย์’ นครต้องคำสาปในตำนานนิทานของชาวถิ่นทะเลทรายที่ใครๆ พยายามค้นหา
หากทว่ามันมีอยู่จริงละหรือ
และเมื่อการค้นหานำไปสู่จุดเริ่มต้นแห่งโชคชะตา
เพื่อปลุก ‘ราชินี’ ผู้หลับไหลให้คืนคง ณ วันสุริยันแผดเผาและจันทราดับแสง
แต่เหตุใดเล่าจึงมีคำกล่าว....

เมื่อใดที่ ผู้เป็น‘ราชินี’ฟื้นคืนจากการหลับใหลอันแสนนาน เมื่อนั้นจันทรามหามายาจะเสื่อมสูญ…

เธอ...สตรีผู้เพียบพร้อม ตัวแทนจากโลกอารยธรรมใหม่
ผู้ร่วมเดินทางไปกับคณะสำรวจเพื่อตามหานครที่สาบสูญ

เขา...บุรุษปริศนา ผู้ลึกลับ ตัวแทนจากโลกอารยธรรมเก่า
ผู้ทำทุกอย่างเพื่อขัดขวางการฟื้นคืนของ ‘ราชินีแห่งทะเลทราย’

เมื่อโลกอารยธรรมทั้งสองเคลื่อนซ้อนทับ
นำพาทั้งเขาและเธอให้มาพบกันท่ามกลางความเร้นลับและมนต์เสน่ห์แห่งทะเลทราย

หากทว่า...ถ้าต้องเลือกระหว่างความรักกับหน้าที่ คุณ...จะเลือกสิ่งใด...






เรื่องย่อ ๆ (จากหน้าคำนำ)

"กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีนครแห่งหนึ่งฝังตัวอยู่ในหุบเขาอันสลับซับซ้อน
ท่ามกลางทะเลทรายที่กลบฝัง
วันดีคืนดีก็จะปรากฏให้ผู้คนได้พบเห็น
ผู้คนต่างเล่าขานถึงความน่าสะพรึงกลัว...
นครแห่งความตาย...นครมรณะ..."


นั่นคือจุดเริ่มต้นของมนต์จันทรามายาลวง.....
เมื่อจัสมินดื้อดึงที่จะขอร่วมขบวนไปกับคณะสำรวจเพื่อค้นหานครคาเธ่ย์...นครต้องคำสาปที่มีอยู่ในตำนานของชาวทะเลทราย
โดยมีคีล ไกด์หนุ่มผู้ลึกลับเป็นผู้นำทาง
หญิงสาวไม่รู้เลยว่า ยิ่งเข้าใกล้นครต้องคำสาปมากเท่าใด
จุดพลิกผันแห่งโชคชะตาก็ใกล้มาถึงทุกที
เมื่อราชินีอาบรีซา ที่ถูกสะกดอยู่ภายใต้คำสาปกำลังรอเวลาฟื้นคืน







ความรู้สึกหลังอ่าน...
นิยายยาวโพด ๆ แต่ก็อ่านได้สนุก เพลิดเพลินเป็นอันดี เพียงแต่บางครั้งต้องพักเบรคไปทำอะไรอย่างอื่นบ้าง
จึงไม่อาจเรียกได้ว่า...สนุกจนวางไม่ลงอะไรทำนองนั้น

แต่ก็ชอบค่ะ เป็นนิยายแนวทะเลทรายที่ผสมผสานแฟนตาซีนิด ๆ ลึกลับหน่อย ๆ ได้อย่างลงตัวมาก
อ้อ...มีแซมการเมืองการปกครองด้วยอีกต่างหาก...แต่ไม่เครียดนะคะ เพราะเขาไม่ได้เน้นตรงจุดนั้น
เป็นเพียงส่วนเสริมของโครงเรื่องหลักมากกว่า...
เรียกได้ว่าหนังสือเล่มหนาแต่ก็มีน้ำมีเนื้อ...ไมโบ๋เบ๋อย่างที่นึกเกรงและเกร็งล่วงหน้า

เขาผูกเรื่องได้ซับซ้อนพอประมาณ แต่อ่านได้ไม่งง
แรก ๆ ก็อาจจะสับสนเรื่องชื่อตัวละครอยู่บ้าง แต่ดีที่เป็นตัวละครที่ไม่โดดเด่นมาก
ส่วนชื่อนางเอกพระเอก และตัวรอง ๆ นั้นเขาตั้งไว้ง่าย ๆ อ่านและจำไม่ยากนัก

ในส่วนที่เป็นแฟนตาซีกับความลึกลับนั้นก็อ่านสนุกและสมเหตุสมผลทีเดียว...
แม้อ่านแล้วจะได้บรรยากาศเหมือนอ่านนิยายพวกคำสาปฟาโรห์
หรือมนต์ดำมนต์ขาวอะไรเทือกนั้นก็ตาม...
แต่เขาก็มีลูกเล่น มีมุกมีเกร็ดที่สามารถกระตุ้นความสนใจใคร่รู้ของเราได้โดยตลอดทั้งเรื่อง...

อยากจะเล่าอยู่นะ...แต่เกรงว่าจะสปอยล์คนที่ยังไม่ได้อ่านอ่ะ...
(แล้วมันก็ยาวมากอีกต่างหาก...เล่าไม่ไหว แหะ ๆ )

เอาเป็นว่าอ่านแล้วชอบก็แล้วกัน...

จุดที่ชอบมาก ๆ คือบทสนทนา โดยเฉพาะระหว่างคู่พระ-นาง
กับคู่ของพระรอง(พี่ชายนางเอก) กับนางรอง(น้องสาวพระเอก)

ทั้งสองคู่เขาจะมีการถกเถียงต่อปากต่อคำกันแทบจะตลอดเวลา...
แต่ก็ไม่ใช่ลักษณะเถียงเพื่อเอาชนะคะคานอะไร เป็นการโต้แย้งกันด้วยเหตุด้วยผล...
มันแสดงให้เห็นว่าตัวละครของเขา ถึงแม้จะถือตัวว่าเป็นคุณหนูที่อาจจะดื้อและเอาแต่ใจอยู่บ้าง
แต่ก็ไม่งี่เง่าหรือเจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจตนแต่อย่างใด...

หรืออย่างพระเอกที่มีที่มาคลุมเคลือลึกลับ แต่ก็ทำให้นางเอกรู้สึกวางใจ ไว้ใจได้ง่าย ๆ ...
และแม้จะมีท่าทีเจ้าเล่ห์เฉโก ชอบแกล้งนางเอก
แต่ก็เป็นไปด้วยอารมณ์กุ๊กกิ๊กขี้เล่นมากกว่าที่จะประชดประชันหรือหยามหยัน

ชอบค่ะชอบตัวละครแบบนี้ดูมีรสชาติและสีสันน่าสนใจดี...

จริง ๆ แล้วอ่านจบไปหลายวันแล้วล่ะ แต่บังเอิญช่วงนี้ภารกิจชีวิตค่อนข้างยุ่ง ๆ อยู่สักหน่อย
เลยเพิ่งได้ฤกษ์หยิบมาบอกเล่ากล่าวขานชวนอ่านกันในวันนี้ค่ะ...












 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 24 กรกฎาคม 2555 13:19:53 น.
Counter : 4264 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 179 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ อ้อมฟ้าโอบดิน/"คีรี" เขียน ~

~ บทเพลงโศกแห่งคาเฟ่แสนเศร้า(The Ballad of The Sad Café)/Carson McCullers:เขียน/จุฑามาศ แอนเนียน : แปล ~

~ ทัณฑ์ลวงรัก/"FoxxTrot" เขียน ~

~ ดับแดนดารา/"อสิตา" เขียน ~

~ เทียบท้าปฐพี 1-3/ชิงหลิงเยวี่ย : เขียน/ กระบี่หลงทิศ : แปล ~

~ My Grandmother Asked Me to Tell You She’s Sorry(ยายฝากบอกว่าขอโทษ)/Fredrik Backman:เขียน/ปราชญ์ อัสนี : แปล ~

~Beautiful Girl/นางสาวฉ่ำทุกข์กับนายความสุข/นิรวาณ/เขียน ~

~หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา/อุรุดา โควินท์/เขียน ~

~บันไดหยกงาม 1-3/ชิงเซียง/เขียน พริกหอม/แปล ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.