'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)
สุดแต่ใจจะไขว่คว้า ~ "โบตั๋น"




สุดแต่ใจจะไขว่คว้า
โบตั๋น / แต่ง
สุวีริยาสาส์น /จัดพิมพ์ครั้งแรก มีนาคม ๒๕๒๙






ขออินเทรนด์หน่อย...
หยิบหนังสือเล่มนี้มารีวิวช่วงนี้เพราะเห็นผ่าน ๆ ตาว่าทีเซอร์ละครออกถี่เหลือเกิน น่าจะใกล้ออนแอร์เต็มที...
แต่ปกติไม่ค่อยได้ดูละครทีวีสักเท่าไหร่ เว้นแต่จะ"น่าดู"จริง ๆ

นิยายเรื่องนี้เห็นว่าทำเป็นละครมาหลายเวอร์ชั่นแล้ว
แต่ขอสารภาพว่าจขบ.ไม่เคยได้ดูเลย

แต่เคยอ่านหนังสือหลายรอบ เมื่อนานมากแล้ว...และเห็นว่าแม้ผู้เขียนจะเขียนไว้เมื่อเวลาล่วงผ่านไปนานพอสมควร
แต่แก่นหรือแกนเรื่องไม่เคยล้าสมัยเลย...
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแนวคิดที่ขัดแย้งกันว่า
คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องการลูกที่เป็น 'คนเก่ง' หรือ 'คนดี' มากกว่ากัน...
และต้องทำอย่างไร ถึงจะทำให้ลูก ๆ ของตนเป็นทั้งเด็กดีและเด็กเก่งในคนคนเดียว...
น่าจะเป็นกระแสที่กำลังมาแรงมากในยุคนี้

นิยายชีวิตละท้อนสังคมคนรากหญ้า...เอ๊ย...คนในระดับหาเช้ากินค่ำ เช่นนี้ นับเป็นแนวถนัดของนักเขียนท่านนี้ทีเดียวเชียว





เรื่องย่อ ๆ :

"พัฒนะ" หรือพัด เกิดและเติบโตมาในครอบครัวชาวสวนที่ค่อนข้างใหญ่ มีพี่น้องร่วมท้องทั้งหมดถึงห้าคน...เขาเป็นคนกลาง มีพี่สาวพี่ชายอย่างละหนึ่ง...พุดจีบพี่สาวคนโต กับพรรณพงศ์ - พี่ชาย
และน้องสาวน้องชายอีกอย่างละหนึ่ง...พรพุฒิกับพิณรมย์ ...(ชื่อเพราะ ๆ เหล่านี้พระที่วัดท่านตั้งให้ ลำพงพ่อแม่ชาวสวนไม่อยากจะคิดชื่อเรียกยาก ๆ เลย...)

จะด้วยความเป็นลูกชายคนกลางหรืออะไรก็ตามแต่ที่ทำให้พัดรู้สึกว่าพ่อไม่ค่อยจะรักเขาสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับพงศ์ หรือ"พรรณพงศ์"...
จริง ๆ แล้วพ่อก็รักพงศ์มากกว่าใครเพราะพงศ์เป็นเด็กเรียนเก่ง ทำให้พ่อภูมิใจและมีความหวังว่าเมื่อโตขึ้นพงศ์จะได้ทำงานที่มีเกียรติ ได้เป็น "เจ้าคนนายคน"
พ่อกับแม่ลงทุนขายที่เพื่อเอาเงินมาซื้อบ้านในกรุงเทพฯ ให้พงศ์มาเรียนต่อในโรงเรียนดัง...ในขณะที่พัดไม่ยอมเรียนต่อ แต่ไปฝึกงานเป็นช่างฟิต เพราะเขามีความสนใจเป็นพิเศษในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์มาตั้งแต่เล็ก ๆ แล้ว

ในขณะที่พงศ์ได้เรียนหนังสือในโรงเรียนดี ๆ และใช้ชีวิตอย่างสบาย มีเงินทองจับจ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายเพราะพ่อตามใจ
พัดก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างขยันและอดออมจนสามารถช่วยแบ่งเบาภาระแม่ในการส่งเสียน้องอีกสองคนและมีเงินพอที่จะซื้อที่ซื้อรถและสร้างกิจการของตัวเอง...
ในที่สุด พงศ์เรียนจนจบมหาวิทยาลัย...

ด้วยนิสัยที่เห็นแก่ตัว เหยียดพี่เหยียบน้องอย่างเขา จะสามารถนำความภาคภูมิ ความสมหวังมาให้พ่อกับแม่ได้หรือไม่...เรามารอดูกันค่ะ

อ้อ...นอกจากครอบครัวนี้แล้ว ในเรื่องก็ยังบอกเล่าถึงตัวละครเด่น ๆ ในอีกครอบครัวหนึ่งเทียบเคียงกันไป นั่นคือเรื่องราวของพ่อกำนังกับสองสาวพี่น้อง วันแรมกับวันสว่าง..
วันแรมคนพี่นั้นชอบชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อ สนุกสนาน ชอบคบแต่กับคนที่มีเปลือกนอกหรูหราร่ำรวย...
แต่วันสว่างนั้นตรงกันข้าม เธอเป็นเด็กสาวที่เรียบง่าย จริงใจ มองคนที่นิสัยใจคอมากกว่าจะเลือกดูเพียงเปลือกนอกอันฉาบฉวย...






ชอบนิยายชีวิตบ้าน ๆ แนวครอบครัวแบบนี้มากค่ะ ผู้เขียนสามารถให้ภาพชีวิตแต่ละชีวิตผ่านไดอะล็อกของตัวละครได้อย่างชัดเจน...
มีข้อคิดเตือนจิตสะกิดใจแทรกแซมอยู่ทั่วไป
เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้ในวัยเด็ก เราก็จะคิดแบบเด็ก ๆ คือเห็นใจพระเอกและเกลียดพี่ชาย...พาลชิงชังคนเป็นพ่อที่ลำเอียง...
แต่เมื่อมาอ่านอีกครั้งในวัยที่โตขึ้น เข้าใจโลกและสังคมมากขึ้น...ก็จะเห็นถึงความคาดหวังของคนเป็นพ่อเป็นแม่ และความกดดันที่คนเป็นลูกต้องได้รับ พอที่จะรู้สึกเข้าใจและเห็นใจในระดับหนึ่ง...

ชอบบทของแม่ในเรื่องนี้มาก ผู้หญิงชาวสวนธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่ต้องอบรมเลี้ยงดูลูก ๆ ถึงห้าคน เป็นภาระที่ยิ่งใหญ่มากในความรู้สึกของเรา...แม่มักจะมีคำพูดที่ให้แง่คิด และมีเหตุมีผลให้กับพ่อและลูก ๆ เสมอ...


"...คนเราถ้าคิดจะเป็นใหญ่เป็นโต เป็นผู้ปกครองคนอื่น มันต้องมีน้ำใจกรุณา คิดถึงอกเขาอกเรา พ่อจะเอาแต่เข้าข้างมันเพราะมันเรียนเก่งน่ะไม่ได้หรอก เก่งเท่าเก่ง ถ้าไม่มีธรรมะในหัวใจ มันก็เป็นผู้นำใครเขาไม่ได้หรอก"

และ...

"แม่ไม่เชื่อหรอกว่าเราจะมีความสุขไปได้กับการรู้ว่าลูกชายร่ำรวยมีหน้ามีตาเพราะโกงเพราะใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางที่ผิด บางคนเขาอาจจะชอบเพราะเขารักเงิน แต่แม่ไม่เคยชอบเลย เราพอใจแค่สิ่งที่เรามี พอมีพอกิน...ใช้ชีวิตอยู่ในทำนองคลองธรรม มีความสุขจริง ๆ ไม่ต้องหวาดระแวง..."


แต่ไม่ว่าความคาดหวังของคนเป็นพ่อและแม่จะเป็นเช่นไร ต้องใช้ความพยายามหล่อหลอมกล่อมเกลาลูก ๆ มากแค่ไหน...สิ่งที่เป็นไปก็ต้องเป็นไปตามครรลองของชีวิตของแต่ละคน...เพราะทั้งนี้และทั้งนั้น...สุดแต่ใจจะไขว่คว้า...จริง ๆ


หนังสือดี ๆ ที่น่าอ่าน...สำหรับคนทุกเพศทุกวัย...หยิบมาบอกต่อกันในหน้านี้ค่ะ











Create Date : 21 พฤษภาคม 2551
Last Update : 5 มิถุนายน 2552 11:20:01 น. 28 comments
Counter : 4018 Pageviews.

 
ร้องไห้ทั้งที่อ่านหนังสือกับที่ดูเป็นละครเลยค่ะ จำได้ว่าเพลงประกอบของเรื่องนี้เศร้าละห้อยหัวใจมากๆ


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:25:48 น.  

 
นิยายของโบตั๋น มีเสน่ห์และมีความคิดดีๆ สอดแทรกอยู่เสมอค่ะ

หนึ่งในนักเขียนที่เราชอบเลย


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:36:08 น.  

 
ดูละครแล้วเศร้า เพราะเพลงประกอบละครเศร้าเหมือนคุณหมีว่าค่ะ..
แต่ละครเศร้าจริงๆ ผู้ชมอย่างเราๆ เลยต้องพกผ้าเช็ดน้ำตาค่า


โดย: โมกสีเงิน วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:48:04 น.  

 
ชอบมากครับ
ถือว่าเป็นละครในดวงใจสมัยนั้น(หนุ่มเสก+รอน+อารดา+ชุดาภา)

พอมาสมัยที่อาร์เอสทำยังใช้เพลงเดิมอยู่ก็ชอบ

แต่มาเวอร์ชั่นนี้..
ตัวพันธ์พงษ์ กับพัฒนะ รู้สึกว่าจะอายุห่างกันมากไปหน่อยนะครับ..

แต่คงไม่ดูแล้ว สองรอบแล้วและอ่านหนังสืออยู่บ่อย ๆ..

เวลาท้อ ๆ เอาไว้สู้ชีวิตได้ครับ..


โดย: F_nakhon วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:51:00 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


นวนิยายดีดีบางครั้งก็ดูไม่สนุกค่ะ
อ้อ ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมกันจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:06:27 น.  

 
เพลงนี้ฟังทีไรเศร้าทุกที

ดนตรีบีบคั้นอารมณ์จริงๆ

ยิ่งเสียงหนุ่มเสก ฟังแล้วน้ำตาจะไหล


โดย: January Friend วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:08:24 น.  

 
จำได้ว่าเคยดูละคร แล้วด้วย
ตอนนั้น อินมาก เพราะวัยไกล้เคียง ตัวละคร อิอิ
แต่ชักลืมไปแล้ว ได้ จบข.บ้านนี้เล่าย่อๆ อีกที ก็อืมๆๆๆ
ชอบงานเขียนคุณโบตั๋น (บางเรื่อง เหมือนกันค่ะ เหมือนกับที่ จบข. บอกว่าเข้าถึง ชนชั้นกลาง เกือบทุกเรื่อง) แต่ที่ติดตามอ่านเกือบจะทุกเรื่องที่หาเจอ ก็คุณกิ่งฉัตร ค่ะ แบบภาษา สำนวน แหม ..แหะ แบบคนมันชอบอ่ะ ค่ะ เลยดีไปหมด อิอิ
ขอบคุณที่แวะเจิม ตอนนั้นยังไม่เรียบร้อยค่ะ ต้องแต่งๆแก้ๆ
กว่าจะได้มา ขอบคุณเพื่อนๆ
ล่วงเพลา ไปแล้ว
แต่ตั้งใจมาขอบคุณ จริงๆค่ะ
แถม ได้อ่านเรื่องราวหนังสืออีกหลายเรื่อง นับถือๆๆ จบข.บ้านนี้เป็นนักอ่าน จริงๆ
ว่างๆ แวะไปอ่านใหม่นะค่ะ
แหะมันพอดูได้ดีกว่าเดิมอีกนิดนะค่ะ อิอิ


โดย: กชมนวรรณ วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:50:01 น.  

 
ละครก็ไม่เคยดู
ได้แค่ผ่านๆ ตาไปมา

แต่หนังสืออยากอ่านมากเลยค่ะ
เพื่อนคนหนึ่งเล่าว่าผู้ชายอย่างเขาเสียน้ำตาให้ตอนตรวจบรูฟกับหนังสือเล่มนี้
ซึ่งเขียนได้ดีกว่าที่ทำออกมาเป็นละครนัก


โดย: นกที่ไม่มีเสียง วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:27:10 น.  

 
อ่านก่อนเป็นละครเนาะ


โดย: Boyne Byron วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:17:24:07 น.  

 
ยังไม่เคยอ่าน
ละครก็ดูแว้ปๆ
แต่ว่าเพลงประกอบจำติดหูเลยค่ะ


โดย: BeCoffee วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:17:41:07 น.  

 


แวะมาเยี่ยมบ้านหนังสือ
ดีใจที่เจอคนชื่อคล้ายกัน
แต่ยายคง สว.กว่า
เพราะเจ้าของบ้านเป็นแค่แม่
แต่ยายปาไปตั้งยายแล้ว

งั้นเอาแค่ป้าแล้วกันนะลดลงมาพอให้ใกล้เคียงกัน

บ้านนี้หนังสือเยอะดี
แนวธรรมก็มีด้วย
คงต้องแวะมาบ่อยๆซะแล้ว

ว่างๆแวะไปทักทายป้าบ้างนะ



โดย: ยายกุ๊กไก่ วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:19:18 น.  

 
เคยอ่านแล้วชอบค่ะ

อ่านไปประณามตัวละครไป...นายพงศ์นั่นแหละ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:43:06 น.  

 
นักเขียนคนโปรดเลยครับ
ให้ข้อคิดดีๆ เสมอ


โดย: คนขับช้า วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:22:01 น.  

 
ละคร ก็นานมาแล้วล่ะ
แต่เสียงร้องของหนุ่มเสกที่ทอดเสียง บอกว่า
"สุดแต่ใจจะไขว่คว้า" ยังจำได้

แต่นิยายเรื่องนี้ ยังไม่เคยอ่านเลยล่ะ
งานเขียนของ "โบตั๋น" มีอยู่ใน collection ไม่มากนัก
และเท่าที่ผ่านตามา ก็เป็นเรื่องชีวิตของคนชั้นกลาง ระดับเราๆ จับต้องได้ เปรียบเทียบได้
อ่านแล้ว กระทบใจเหมือนกันนะ
สำหรับเรื่องนี้ จากถ้อยคำที่ยกมา ทำให้เราอยากอ่านเล่มเต็มบ้างแล้วล่ะ


โดย: นัทธ์ วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:25:26 น.  

 
อ่านรีวิวของคุณแม่ไก่จบจะสั่งซื้อเรื่องนี้ทันทีค่ะ

ตอนนี้กำลังอ่าน อเวจีสีชมพู ของ โบตั๋น สั่งซื้อหลังจากอ่านรีวิวที่บล็อกคุณ piccy สนุกมากค่ะ ไม่ผิดหวังเลยสำหรับนักเขียนท่านนี้


โดย: กุลธิดา IP: 206.74.208.158 วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:15:31 น.  

 
เรื่องนี้เคยดูไม่เคยอ่านค่ะ...

ขอบคุณแม่ไก่ที่ไปร่วมฉลองวันเกิดให้นะคะ


ขอบคุณทุกน้ำใจที่ให้กัน ดั่งละอองสวรรค์จากชั้นฟ้า หยาดชุ่มชื่นอาบห้วงดวงวิญญาณ์ ทั้งอบอุ่นคุณค่าแห่งหัวใจ +++++ปลิวตามลม++++++
สร้าง Comment ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง คลิ๊ก //glitter.postjung.com


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 22 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:09:13 น.  

 
สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ขออนุญาตทักทายรวม ๆ (อีกแล้ว) วันนี้เน็ตที่บ้านหลังดอยแม่ไก่เนี่ยค่อนข้างรวนค่ะ เลยไม่กล้าคุยยาว...

ที่บ้านมีนิยายของโบตั๋นอีกหลายเล่มค่ะ ล้วนแล้วแต่เป็นหนังสือที่สะท้อนสังคมคนชั้นกลาง ๆประเภทปากกัดตีนถีบแทบทั้งนั้น...อ่านแล้วมันให้ความรู้สึกเหมือนกับได้อ่านชีวิตจริง ๆ ของคนจริง ๆ ...สมบูรณ์ทั้งเนื้อเรื่องทั้งแง่คิดทางจริยธรรม...

ถ้าใครเจอหนังสือของนักเขียนท่านนี้ อยากให้อ่านค่ะ ซื้อได้ซื้อ ยืมได้ยืมเลยค่ะ

ขอบคุณสำหรับทุก ๆ คอมเม้นต์นะคะ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 22 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:05:30 น.  

 

ผมดูที่เป็นละครทีวีครับนั่งซึมเลย

แต่ยังไม่ได้อ่านที่เป็นหนังสือ

มีคนบอกว่าในหนังสือละเอียดกว่ามาก

ผมก็คิดว่า ขนาดละครทีวียังกลั้นน้ำตาไม่ค่อยได้

แล้วหนังสือผมจะรอดหรือครับนี่


โดย: ห่วงใย วันที่: 22 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:33:32 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ถ้าสนใจอยากลองอ่านแนวนี้ดูบ้าง ก็ลองหางานของนิ้วกลมมาอ่านดูก็ได้ค่ะ แต่งานส่วนใหญ่ของนิ้วกลมไม่ได้เป็นนิยายนะคะ

ออกแนวบันทึกการเดินทางมากกว่า

ถ้าได้อ่านแล้วก็ไปคุยกันนะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 22 พฤษภาคม 2551 เวลา:17:36:37 น.  

 

ขอบคุณหลายเด้อออคนชื่อเดียวกัน

ขอแอดด้วยแล้วกัน

ช่วงนี้ขอหายตัวไปทำธุระสัก 2 - 3 วันนะจ๊ะ

ฝากบ้านด้วยจ๊ะ



โดย: ยายกุ๊กไก่ วันที่: 22 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:49:24 น.  

 
สวัสดีครับแม่ไก่

เรื่องคำสารภาพของพ่อนั้นเขียนไว้นานแล้ว

และยังคงมีข้อบกพร่องอยู่หลายอย่าง ทั้งทางด้านความคิดและอื่นๆ
รวมทั้งความผิดพลาดต่างๆที่เคยทำมา

หากไม่ยัดเยียดเกินไปผมอยากให้คุณลองอ่านเรื่อง "ห่างไกล ไม่ห่างกัน"

ซึ่งเป็นจดหมายเขียนถึงลูกสาวเหมือนกัน แต่ทว่าเป็นเหตุการณ์ล่าสุดในชีวิต เพิ่งได้รับรางวัล "รักลูก อวอร์ด" ปีนี้ครับ

หลายๆอย่างในตัวพ่อเปลี่ยนไปจากตอนนั้นครับ




ขอบคุณครับ


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 22 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:39:50 น.  

 
แทบไม่เคยอ่านงานของโบตั๋นเลย
เพราะส่วนมากโลกแคบค่ะ..อ่านหนังสือของนักเขียนอยู่ไม่กี่คนเอง
แต่คลับคล้ายคลับคลา...ว่าเคยดูละครนิดหน่อย..สอนใจดีค่ะ

แต่ชื่อโบตั๋น..จะลองหาหนังสือมาอ่านข้างค่ะ
พอดีได้ดู"อเวจีสีชมพู"ติดใจน้าโป๊ะอย่างแรง
จดรายชื่อไว้...เตรียมหามาอ่านอีกแล้วค่ะ

เริ่มต้นที่สุดแต่ใจฯ..แต่มาจบลงที่อเวจีฯได้ไง
นองเรื่อง...ขอโทษกร๊าบ..บ..บ


โดย: nikanda วันที่: 23 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:46:27 น.  

 
สรีสวัสดีเจ้าปี้สาว

ชอบหนังสือเล่มนี้
เหมือนเงาสะท้อนของคนในสังคม

บางคนอาจจะข้างนอกสุกใส แต่ข้างในกล๋วงกะได้

สู้ตั๋นๆอย่างพัดหมะได้เน๊าะเจ้า มันแน่นกว่า อิอิ


โดย: เจ๋วะรัฐถะ IP: 124.157.164.107 วันที่: 24 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:07:06 น.  

 
ไม่เคยอ่านหนังสือ
เคยดูทีวีสมัยที่หนุ่มเสกเล่นค่ะ

ขอบคุณแม่ไก่ที่ไปอวยพรวันเกิดให้ ดีใจมากเลย
ขอให้คุณแม่ไก่ มีความสุขมากๆ และอยู่ท่ามกลางคนที่รักเราเช่นกันค่ะ


โดย: นวลกนก วันที่: 25 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:53:59 น.  

 
สุดแล้วแต่เวรแต่กรรม...จะนำไป


โดย: กวินทรากร วันที่: 25 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:51:20 น.  

 

ไม่ได้ดูละครตอนนั้น ตอนนี้ก็คงไม่ได้ดู แต่เพลงน่ะไม่เคยลืม อยากหางานเก่าๆ ของโบตั๋นมาอ่านจัง


โดย: อั๊งอังอา IP: 124.120.117.49 วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:36:29 น.  

 
เรื่องนี้ทำเปิ้ลอินมากเลยค่ะแม่ไก่
อ่านแล้วเครียด T-T


โดย: ดอกคูณริมฝั่งโขง วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:25:38 น.  

 
เคยอ่านนานมากแล้วเหมือนกันค่ะ เล่มนี้ และได้ดูละครตอนที่คุณหนุ่มเสกเล่น ประทับใจมาก เผลอแป๊บเดียวน้องอเล็กซ์ดาราเด็กที่เคยชื่นชอบมารับบทนี้แล้วหรือนี่ โอ เป็นอะไรที่บ่งบอกถึงความแก่ของเราเลยนะเนี่ย


โดย: เมณี วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:40:52 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 184 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ท่านหญิงในกระจก/แสงเพลิง ~

~เพชรรากษส/อลินา ~

~มนตร์ทศทิศ/ราตรี อธิษฐาน ~

~เมื่อหอยทากมีรัก 1-2/"ติงโม่"เขียน/พันมัย แปล ~

~ให้รักระบายใจ/"ณกันต์"เขียน ~

~ผมกลายเป็นแมว/Abandoned/Paul Gallico เขียน(ภูธนิน แปล) ~

~พ่อค้าซ่อนกลรัก & หมอปีศาจแสนรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~อาจารย์ยอดรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~จอมโจรพยศรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.