ต้นทุนชีวิตคือการสะสมความเคยชินที่ดี

เรียนรู้จากกันและกัน : เมื่อลูกพาแม่ไปพบครูใน Three Way-Conferences (3WC)

เป้าหมายของการจัดกิจกรรมการประชุมร่วมสามฝ่าย: Three Way-Conferences (3WC) คือความพยายามในการช่วยให้ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน สามารถทำงานร่วมกันในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เอื้อ และเกื้อกูลต่อการเรียนรู้อย่างรอบด้านของนักเรียน กระบวนการสำคัญคือนักเรียนจะต้องพาผู้ปกครองไปพบครูตามเวลาที่มีการนัดหมายล่วงหน้า และนักเรียนเป็นฝ่ายสะท้อนกระบวนการและผลที่ได้จากการเรียนรู้ในโรงเรียนในช่วงที่ผ่านมาให้ครูและผู้ปกครองรับทราบ นักเรียนต้องสามารถระบุจุดอ่อนจุดแข็งของแผนการเรียนของตัวเองได้ บอกเล่าเป้าหมายในการเรียนรู้ของตัวเองให้ครูและผู้ปกครองรับรู้ได้ ทั้งนี้ เพื่อที่นักเรียนจะสามารถมั่นใจในภาวะการเป็น“ผู้เรียน” ที่แท้จริงของตนเอง

ช่วงเวลาสองวันของการจัดกิจกรรม3WC ทางโรงเรียนงดการเรียนการสอน เด็กนักเรียนที่ไม่มีตารางนัดพบครูไม่ต้องไปโรงเรียน ด้วยเหตุนี้ ลูกชายจึงหน้ามุ่ยบ่นกระปอดกระแปดต่อการใช้เวลาที่เจ้าตัวถือว่าเป็น “วันหยุด”เพื่อพาแม่มารอพบครูในช่วงเวลาต่าง ๆ ของวัน

“โอ๊ยแม่ ไม่มีแม่คนไหนนัดครูทำ 3WC มากเท่าแม่เลยนะเนี่ย แม่เป็นคนเดียวของโรงเรียนหรือเปล่า นี่มันวันหยุดนะ”

ลูกชายมีสิทธิอุทธรณ์ เพราะโดยทั่วไปการประชุม 3WC ที่บังคับว่าต้องพบครูนั้น คือการ "ต้อง" พบครูที่ปรึกษาหรือครูประจำชั้นคนเดียว ส่วนการประชุมรายวิชากับครูคนอื่น ๆ จะเกิดขึ้นเฉพาะกับนักเรียนที่มีอะไรบางอย่างติดค้างในชั่วโมงเรียน และครูต้องการให้ผู้ปกครองร่วมรับทราบ เสียงบ่นกระปอดกระแปดแบบไม่ชอบใจของลูกชายจึงลอยเข้าหูอยู่เรื่อย ๆ แต่คนเป็นแม่ถือเป็นโอกาสอันดีในการเรียนรู้จักลูกจากครู บอกลูกว่า เราจะได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นไง ลูกชายเถียงว่า

“แม่ก็เรียนสบายน่ะสิ คนเตรียมประชุมไม่ใช่แม่นี่”

ข้อโต้แย้งของลูกมีส่วนจริง เพราะหลักการประชุม 3WC คือการให้นักเรียนเป็นคนนำการประชุม โดยมีครูให้ความเห็นและข้อมูลเพิ่มเติม พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่เข้าร่วมเป็นฝ่ายรับฟังแล้วให้แนวทางในการสนับสนุนช่วยเหลือนักเรียน หรือเสนอความเห็นอื่นแก่ครูตามจำเป็น

ก่อนวันประชุม ลูกชายเอาโพยเตรียมประชุมมานั่งกางดูแล้วก็ถอนหายใจเฮือก ๆ  คงคิดว่าแม่เราหนอ ช่างหางานให้ทำ เพราะในแต่ละวิชาที่ต้องพบครู เด็กนักเรียนจะต้องเตรียมนำการพูดคุยในเรื่องหลัก ๆ สี่ข้อที่เกี่ยวข้องกับวิชานั้น ๆ นั่นคือ กระบวนการเรียนรู้ ผลการเรียนที่ได้ จุดแข็งของการเรียนในวิชาที่เข้าพบครู  และประเด็นสำคัญหรือข้อบกพร่องที่ตนเองต้องปรับปรุง

จะว่าไปแล้ว นักเรียนไม่ได้เป็นเพียงฝ่ายเดียวที่ต้องเตรียมตัว แม้เจ้าตัวจะคิดตามประสาเด็กว่าตนต้องรับผิดชอบหนักกว่าคนอื่นก็ตาม เพราะครูก็ต้องเตรียมประเด็นเฉพาะเกี่ยวกับนักเรียนเป็นรายบุคคล และพ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องเตรียมในส่วนของผู้ปกครองเช่นเดียวกัน ก่อนการประชุม โรงเรียนมีหนังสือให้ผู้ปกครองทำการบ้านล่วงหน้า โดยสรุปก็คือ บอกเล่าว่าทำไมต้องมีการประชุมร่วมกัน พ่อแม่ผู้ปกครองควรมีบทบาทและความรับผิดชอบอย่างไรทั้งก่อนประชุม ระหว่างประชุม หลังการประชุม และในฐานะพ่อแม่ ควรคาดหวังอะไรจากลูกและครูในช่วงก่อน – ระหว่าง- และ หลัง การประชุมนั้น

ในการประชุม 3WC นักเรียนต้องเป็นฝ่ายกำหนดหัวข้อการพูดคุย พิจารณาจุดดีและข้อด้อยที่ต้องปรับปรุงของตัวเองในวิชานั้น ๆ รวมไปถึงข้อท้าทายอื่น ๆ ในการพัฒนาตนเองไปสู่เป้าหมาย และสามารถประเมินตนเองได้ว่าอยู่ตรงไหนของการเดินทางสู่เป้าหมายนั้น นักเรียนถูกคาดหวังให้เป็นคนนำการประชุมและแบ่งปัน SMART Goal ของตัวเองกับครูและผู้ปกครอง และที่สำคัญ เมื่อประชุมเสร็จต้องสามารถสรุปได้ว่าผลการประชุมเป็นอย่างไร มีเป้าหมายใหม่หรือไม่อย่างไร  และหลังการประชุมก็ต้องพยายามปรับตัวเองให้ไปถึงเป้าหมายใหม่นั้นให้ได้

จะว่าไป ภาระของนักเรียนในการประชุมสามฝ่ายครั้งนี้ก็หนักหนาสาหัสเอาการ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับความคุ้นเคยในการใช้ภาษาที่ยังไม่อยู่ในระดับใช้การได้อย่างที่เจ้าของภาษาใช้กัน แต่ภาระที่ว่าก็ใช่จะเป็นอุปสรรคในการปิดกั้นไม่ให้ลูกได้เรียนรู้บทบาทอะไรใหม่ ๆ และแม่เชื่อว่าลูกชายสามารถเอาตัวรอดในสถานการณ์ยุ่งยากเหล่านี้ได้ เพราะบทบาทหลักของครูที่พ่อแม่รับรู้ ก็คือการเป็นผู้ช่วยให้เด็กนักเรียนสามารถไปถึงบทบาทหน้าที่ที่ระบุไว้ในการประชุม ฉะนั้น การเข้าประชุม 3WC นอกจากได้เรียนรู้จักลูกตัวเองในแง่มุมอื่นเพิ่มขึ้นแล้ว ยังได้เรียนรู้จักครู ทั้งในแง่ทัศนคติ การใช้ภาษาและวิธีการสอน แบบกระชับฉับไวในเวลาสั้น ๆ ของการประชุมที่มีช่วงเวลาเพียงสิบถึงสิบห้านาที

ตามใบนัดประชุมที่แม่ได้รับพร้อมใบรายงานผลการเรียน (ซึ่งมีวิธีประเมินคุณลักษณะการเรียนรู้ในแต่ละวิชาด้วย รายละเอียดขอยกไปไว้ตอนต่อ ๆ ไปนะคะ) แจ้งว่า นอกจากต้องพบครูประจำชั้นแล้ว ครูประจำวิชาเทคโนโลยีและการออกแบบขอนัดพบ 3WC กับลูกชายด้วย ครูประจำวิชานี้เคยเขียนอีเมล์ถึงแม่ครั้งหนึ่งเมื่อตอนเปิดเทอมใหม่ ๆ แจ้งว่าลูกชายไม่ส่งการบ้านและจะต้องเข้า catch up session ซึ่งก็คือการบังคับให้“ตามให้ทัน” โดยใช้เวลาพักช่วงอาหารกลางวันเข้าห้องทำการบ้าน แล้วให้ครูเซ็นสมุดบันทึกส่งผู้ปกครองเพื่อรับทราบ ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่ลูกชายสารภาพว่า ฟังไม่ทันว่าครูสั่งอะไรและส่งเมื่อไหร่ เมื่อรู้เหตุผลและเนื่องจากเป็นครั้งแรก ครูจึงหยวน ๆ ให้และแม่ก็ไม่ว่าอะไร

ถัดมาเพียงสัปดาห์เดียวก็เจอปัญหาเดิมอีก คราวนี้แม่ออกอาการโกรธ ลูกชายพยายามอธิบายว่า การบ้านทำเสร็จแล้วแต่วันที่ครูสั่งให้ส่งไม่มีวิชาครูนี่นา คำตอบนี้ทำเอาทั้งแม่ทั้งครูอึ้งไปพอ ๆ กัน แม่ฉุนว่าลูกยังติดนิสัยเด็ก ๆ ส่งการบ้านในห้องเรียนแต่ครูส่ายหัวแบบไม่เข้าใจ คิดว่าเด็กนักเรียนไทยทำไมเบบี๋อย่างนี้ แต่เรื่องของเรื่องมาได้รับการเฉลยในการทำ3WC ร่วมกับครูประจำชั้นว่า หนุ่มน้อยของแม่ไม่ค่อยยอมพูดยอมถามในห้อง จับกลุ่มเฉพาะคนที่พูดภาษาเดียวกัน ครูบอกว่าเป็นธรรมชาติของเด็กที่จะเข้ากลุ่มที่ตัวเองสื่อสารได้ ในห้อง (ที่มีนักเรียนเพียงสิบกว่าคน) แบ่งออกเป็นสามกลุ่มหลัก คือกลุ่มที่พูดภาษาอังกฤษ กลุ่มที่พูดภาษาเกาหลี และกลุ่มที่พูดภาษาไทย ในความเห็นของครู การเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติคือโอกาสอันดีที่นักเรียนต้องปรับตัวให้สามารถอยู่ในกลุ่มคนที่ไม่พูดภาษาของตัวเองให้ได้ ข้อแนะนำของครูคือ ต่อจากนี้ ตอนกลางวันอย่ากินข้าวกับเพื่อนกลุ่มที่พูดภาษาไทย!!

แล้วแม่ก็ได้พบกับครูวิชาเทคโนโลยี คุณครูเป็นชาวออสซี่พูดเร็วปรื๋อ อธิบายหลักสูตรว่าเทอมนี้จะสอนอะไร ทำไม และอย่างไร เป็นนัย ๆว่าถ้าแม่เข้าใจแล้วจะได้แนะนำลูกได้ แม่ฟังครูแล้วสงสารลูกอยู่ในใจว่า หนุ่มน้อยของแม่จะตามครูทันได้อย่างไรหนอ… สปีดในการพูดของคุณครูเป็นไอพ่นเชียวนะนั่น แม่พยายามอธิบายให้ครูเข้าใจว่า ลูกชายของแม่ต้องการเวลาในการปรับตัว (และปรับหูให้ทันคุณครู-อันนี้แม่ต่อเองในใจ) คุณครูช่วยพูดช้าลงหน่อยได้ไหม ใช้ศัพท์แสงให้มันง่ายกว่านี้หน่อยได้ไหม คุณครูบอกไม่ได้เพราะ

“ภาษาที่ใช้ ศัพท์ที่ใช้ เป็นตัวชี้วัดความสามารถในการเรียน หน้าที่ของนักเรียนคือปรับตัวเองขึ้นมาให้ทันคนอื่น ให้เข้าใจ ให้รู้เรื่อง”

“นักเรียนใช้ภาษาง่าย ๆ ก็ได้ แต่คะแนนจะไม่มีทางได้ดี เพราะเกณฑ์ในการวัดผลกำหนดระดับของการใช้ภาษาด้วย”

และที่คุณครูบอกว่า “กรุณา” สุด ๆ แล้ว คือโพยคำศัพท์ที่คุณครูย่อยให้แบบว่า… ง่ายลงมาหน่อย… แม่หยิบกระดาษปึกใหญ่ที่ครูยื่นให้ ลองอ่านดูแล้วรู้สึก-อีกครั้ง-ว่าแม้กระทั่งไอ้ที่ว่าง่ายของครู ลูกชายของแม่คงต้องใช้เวลาอีกนาน

การพบครูรายวิชาอื่น ๆ ไม่ทำให้ลูกชายต้องลำบากใจเท่าไรนัก เพราะแม้จะไม่เป็นดาวเด่นของห้อง ไม่ว่าในวิชาอะไร แต่หนุ่มน้อยก็ไม่ถึงกับไม่ผ่านกระบวนการปรับตัวเพื่อเรียน เพื่อรู้ ครูคณิตศาสตร์บอกว่าลูกชายไปได้ดีในการคำนวณ ยกเว้นตอนไม่เข้าใจคำถาม และหากเข้าใจคำถามแล้วหนุ่มน้อยของแม่สามารถหาคำตอบได้ไวและถูกต้อง พร้อมทั้งสามารถอธิบายวิธีทำให้เพื่อนๆ เข้าใจตามได้ด้วย แม่สงสัยอยู่ว่าพูดยังไม่ค่อยได้แล้วจะอธิบายเพื่อนให้เข้าใจได้อย่างไร ลูกชายคนเก่งตอบว่า “ก็ไม่ต้องพูดสิ แค่เขียนวิธีทำบนกระดาน” ก็จริงอะนะ ตัวเลขเป็นภาษาสากลอย่างหนึ่งเหมือนกัน คราวนี้แม่เลยได้รู้วิธีการเอาตัวรอดในห้องเรียนของลูก โดยเฉพาะเมื่อเจ้าหนูอธิบายเพิ่มว่า เวลาไม่เข้าใจคำถามก็ถามคนข้าง ๆ แลกกับทำคำตอบให้ดู หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ให้เพื่อนลอกการบ้าน!? Smiley

เอาเป็นว่า ปัญหาหลักในการเรียนครึ่งเทอมแรกอยู่ที่ภาษา อื่น ๆ พอเอาตัวรอดได้ ครูวิชาวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นครูคนสุดท้ายที่เข้าพบบอกว่า ขอให้หัดเขียนศัพท์เฉพาะของวิชาไว้หลังสมุด แล้วก็หมั่นท่องบ่อย ๆ ด้วยล่ะ แม่บอกว่า ชอบบทความเรื่อง A star is made ที่ครูให้ลูกชายอ่านในวันแรก คุณครูยิ้ม ท่าทางประทับใจที่แม่อ่านการบ้านลูกด้วย แม่บอกคุณครูว่า ขอบคุณสำหรับการเป็นผู้สร้างดวงดาวทั้งหลายในท้องฟ้าแห่งวิชาวิทยาศาสตร์

แม่ไม่รู้ว่าหนุ่มน้อยของแม่จะเลือกอะไรและเป็นอย่างไรในอนาคต ได้แต่หวังว่าอีกไม่นาน ลูกชายของแม่จะค้นพบแสงในตัวเอง และเปล่งประกายจรัสนั้นบนฟากฟ้าแห่งอนาคต




 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2555
10 comments
Last Update : 22 กรกฎาคม 2555 11:09:16 น.
Counter : 5966 Pageviews.

 

พี่พีคะ เพิ่งเข้ามาอ่าน ประเทศไทยเรา (เท่าที่ทราบ) ไม่เห็นมีกระบวนการ 3 wc แบบนี้เลยค่ะ หนูว่าเป็นวิธีการที่ทำให้ผู้เรียน ผู้สอน และผู้สนับสนุนการศึกษา (พ่อ แม่ ฯลฯ) ได้ฝึกฝนกระบวนการคิดการวิเคราะห์ รวมถึงการนำเสนอได้ดีจริง ๆ ชอบค่ะ เพราะเด็กไทยไม่ค่อยได้คิด วิเคราะห์ แบบนี้เลย พี่พีสบายดีหรือเปล่าค่ะ คิดถึงค่ะ

 

โดย: นก IP: 203.151.15.245 11 กันยายน 2555 11:21:44 น.  

 

'วัสดีค่ะนก พี่เองก็เพิ่งแวะเข้ามาเหมือนกัน ฮา ... คุณนิดไม่อยู่ ไม่มีคนชวนคุยระหว่างพวกเราเลย คิดถึงเนอะ

ช่วงนี้กลับไปทำงานใหม่ เลยไม่ค่อยได้เขียนอะไร แต่อีกสักระยะจะมาเขียนต่อเรื่องนี้ อย่างน้อยก็ให้จบปี เหอะ ๆ น้องนกสบายดีหรือเปล่า พี่ย้ายไปอยู่พนมเปญได้สักพักแล้วนะคะ ชั่วคราวค่ะ (คราวละปีสองปี !!)

คิดถึงน้องนกเช่นกันค่ะ แล้วแวะมาคุยใหม่น้า...
:)

 

โดย: พี่พี IP: 111.92.240.30 11 กันยายน 2555 19:56:51 น.  

 

อ่านแล้วคิดถึงหน้าน้องไผ่ เสียงเป็นหนุ่มแล้ว รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไปมากไหมคะ

 

โดย: แมลงจ่่่่อย (Bug in the garden ) 31 ตุลาคม 2555 20:58:32 น.  

 

รบกวนสอบถามคุณแม่หน่อยครับ ว่าโรงเรียนที่ว่านี่คือโรงเรียนอะไรหรือครับ

 

โดย: เหมียวน้อยๆ IP: 175.100.125.86 27 มกราคม 2556 22:52:50 น.  

 

คุณเหมียวน้อย ๆ ครับ..

ขอโทษทีเพิ่งเข้ามาอ่านเจอนะคะ โรงเรียนที่คุยถึงนี้คือ Vientiane International School ที่เวียงจันทน์นะคะ มีโอกาสให้ลูกเรียนที่นั่นปีเดียวค่ะ ปีนี้ย้ายโรงเรียนอีกแล้ว แต่เป็นหลักสูตรเดียวกันก็ต่อกันได้ง่ายค่ะ

 

โดย: กังสดาล IP: 111.92.240.30 19 กุมภาพันธ์ 2556 8:18:11 น.  

 

ชอบที่พี่เขียนมากค่ะกำลังปรึกษากันภายในครอบครัวเกี่ยวกับส่งลูกไปเรียนที่ VIS ค่ะโดยส่วนตัวชอบมากค่ะ

 

โดย: อัมพร อุดรธานีเมืองไทย IP: 171.101.7.33 12 มิถุนายน 2556 15:41:15 น.  

 

ขอบคุณพี่นะค่ะที่ช่วยเล่าประสพการณ์ที่ รร.ให้ฟังเพราะมันทำให้เราหนักแน่นในความคิดมากขึ้นว่าเราได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกของเรา

 

โดย: อัมพร อุดรธานีเมืองไทย IP: 171.101.7.33 12 มิถุนายน 2556 15:43:59 น.  

 

ขอบคุณด้วยค่ะ ได้ข้อมูลและเพิ่มความเข้าใจของระบบIB มากขึ้นค่ะอยู่ที่เวียงจันเหมือนกันเลยค่ะ

 

โดย: ชัชชฎาชัชวาล IP: 119.42.85.27 25 มิถุนายน 2556 23:06:14 น.  

 

ขอบคุณด้วยค่ะ ได้ข้อมูลและเพิ่มความเข้าใจของระบบIB มากขึ้นค่ะอยู่ที่เวียงจันเหมือนกันเลยค่ะ

 

โดย: ชัชชฎาชัชวาล IP: 119.42.85.27 25 มิถุนายน 2556 23:06:53 น.  

 

อีแพรว มุจรินทร์ ฆะระบุตร(Mudjarin Kharabut)เลขบัตรประชาชน 1412000062681 เกิด 13 ตุลาคม 2536ที่อยู่ 55หมู่8 ต.สร้างคอม อ.สร้างคอม จ.อุดรธานี บิดาชื่อนายเมรี ฆะระบุตร พีน้องอีก 2คนของอีดอกทองมุจรินทร์ชื่อ นายนัฐกรณ์ ฆะระบุตร และนายกฤษดา ฆะระบุตร ผู้หญิงคนนี้ทำลายครอบครัวคนอื่น เป็นเมียเก็บผู้ชายที่เขามีลูกมีเมียแล้วอยู่ 2ปี (ระหว่าง 2557-2558) ทั้งๆที่ยังเรียนไม่จบ และรู้มาตลอดว่าผู้ชายมีครอบครัวแล้ว ทำให้ผู้หญิงด้วยกันต้องตกนรกทั้งเป็น ต้องอยู่กับความทรงจำอันเลวร้ายไปชั่วชีวิต ขอให้เอาเงินที่ผู้ชายไปเลี้ยงดูมาคืนก็หน้าด้านหนีไปเฉยๆ ขอให้ผลกรรมที่มันได้ทำไว้กับครอบครัวคนอื่นจงตกถึงครอบครัวของมันบ้าง ขอให้ตราบาปจงติดอยู่ในใจมันไปชั่วชีวิต พ่อแม่มันที่ไม่รู้จักสั่งสอนเลือดเนื้อให้รู้จักผิดชอบชั่วดี ปล่อยให้ไปทำร้ายคนอื่น จงได้รับกรรมที่ลูกสาวตัวเองได้ก่อไว้ด้วยเถิด ขอให้แรงอธิษฐานในครั้งนี้จงส่งไปยังครอบครัวฆะระบุตรด้วยเถิด
#Mudjarin #Kharabut #Mudjarinkharabut #มุจรินทร์ #ฆะระบุตร #มุจรินทร์ฆะระบุตร #เมรีฆะระบุตร #นัฐกรณ์ฆะระบุตร #กฤษดาฆะระบุตร #เมียน้อย #เมียเก็บ #เมียเช่า #นางบำเรอ #เป็นชู้กับผัวคนอื่น #นักศึกษาใจแตก #ไร้ยางอาย #หน้าด้าน #เดรัจฉาน #เปรตขอส่วนบุญ #สัมภเวสี #ทำลายคู่เขา #ทำลายครอบครัวเขา #บาปกรรมมีจริง #ผิดศีลธรรม #ตกนรกทั้งเป็น #มีตราบาปชั่วชีวิต

 

โดย: อ้างแต่ความเป็นเด็ก ร้ายขนาดกล้าแย่งผัวเขา ก็เด็กร่านนน มุจรินทร์ ฆะระบุตร IP: 134.196.149.27 10 กรกฎาคม 2559 23:54:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


kangsadal
Location :
เวียงจัน Laos

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]






พระจันทร์เต็มดวงคนมองเห็นได้บางวัน
เช่นกันกับวันที่เห็นพระจันทร์เสี้ยว
แต่ทุกวัน....
พระจันทร์เต็มดวง
online
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2555
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
20 กรกฏาคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add kangsadal's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.