'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)
~ มาลัยสามชาย ~ ว.วินิจฉัยกุล





มาลัยสามชาย
ว.วินิจฉัยกุล / ประพันธ์
บริษัท ศรีสารา จำกัด / จัดพิมพ์



เรื่องย่อ :(จขบ.ย่อเอง) "ลอออร" เกิดมาในปลายรัชกาลที่ห้า มีชาติตระกูลที่สูงส่ง แต่ต้องกำพร้าแม่ตั้งแต่อายุยังน้อย
เมื่อแม่ตาย ลอออรติดตามคุณป้าเข้าวังถวายตัวเป็นคุณข้าหลวง

เธอได้พบกับ "ยศ พลาธร" ...ชายมาลัยดอกรัก...ชายแรกแห่งมาลัยชีวิตของเธอ ตั้งแต่ยังรุ่นสาว เพราะยศเป็นน้องชายของข้าหลวงรุ่นพี่ของเธอเอง
เธอแต่งงานกับยศเมื่ออายุเพียง ๑๗ ปี...มีชีวิตคู่ที่หวานชื่นดีในระยะแรกเริ่ม หากนานเข้าเธอก็ได้เรียนรู้ถึงนิสัยอันหยิบโหย่ง ฉาบฉวยของยศ ทำให้เกิดข้อขัดแย้งกันอยู่เนือง ๆ จนในที่สุดก็แตกหักเมื่อยศพา "ทองไพรำ" เข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับเขา...

หลังจากนั้นไม่นาน ชายที่สองก็ก้าวเข้ามาในชีวิต...ชายมาลัยดอกโศก...เทพ ราชศักดิ์...(หรือพระยาโยธาบดีในกาลต่อมา) พ่อม่ายลูกติด ผู้มั่นคง แข็งแกร่ง และมีชีวิตอยู่ในกรอบเกณฑ์ตามแบบฉบับนายทหารผู้มีความจงรักภักดีต่อนายเหนือหัวยิ่งชีวิต...
ชีวิตคู่ของลอออรกับ "พี่เทพ" ดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในช่วงรัชกาลที่ ๗ ...พระยาโยธาบดีต้องตามเสด็จเจ้านายออกนอกประเทศและถึงแก่กรรมในที่สุด...ลอออรจึงต้องตกพุ่มม่ายเป็นหนที่สอง

เปิดโอกาสให้ชายที่สาม...ชายมาลัยดอกบานไม่รู้โรย...มาลัยจากเมืองเหนือ เจ้าหนุ่มผู้เป็นหมอทำคลอดให้กับบุตรสาวคนเล็กของเธอ...เจ้าดิเรกรุจ...แต่กว่าที่เธอจะตัดสินใจผูกร้อยชายสุดท้ายนี้เข้ากับมาลัยชีวิตของเธอนั้นก็มีเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายเกิดขึ้น
ตลอดจนเงื่อนไขทางสังคมนานัปการที่กีดขวางความรู้สึกอันลึกซึ้งของเธอกับเจ้าหมอหนุ่ม...เงื่อนไขประการสำคัญที่สุดก็คือ...ความเป็น "คุณหญิงโยธาบดี " ของเธอนั่นเอง





(ส่วนตัว) เคยติดตามนวนิยายเรื่องนี้ บางบทบางตอนจากนิตยสารเล่มหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน...
แต่ความยืดยาวของเรื่องราวทำให้ห่าง ๆ ไปในระยะหลัง คิดในใจว่าเอาไว้รอรวมเล่มแล้วกัน

จนหนังสือรวมเล่มแล้วก็ยังคงลังเลอยู่ ด้วยความทั้งหนาและหนักของตัวหนังสือ ทำให้ผัดผ่อนอยู่เป็นเวลาพอสมควรทีเดียว...
แต่แล้วก็ได้หนังสือมาในที่สุด เมื่อต้น ๆ สัปดาห์ก่อน
หากในครึ่งแรกของเล่มก็ต้องอ่าน ๆ วาง ๆ เพราะติดภารกิจสำคัญอันเกี่ยวเนื่องกับเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา...

มาครึ่งหลังจึงได้อ่านแบบรวดเดียวจบ...
และจบไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อสักครู่นี้เอง
บอกได้คำเดียวว่า..."อิ่ม" เป็นที่สุด...
กับนิยายย้อนยุคที่ยาวเหยียดและเข้มข้นเรื่องนี้...
ท่านผู้ประพันธ์ไม่เคยทำให้ผู้อ่านที่ติดตามผลงานของท่าน
มาตลอดต้องผิดหวังเลยสักครั้ง

ท่านได้เกริ่นกล่าวไว้ในหน้าคำนำหนังสือว่า...

"...ชีวิตของคุณป้าจึงเป็นแรงบันดาลใจให้นวนิยายเรื่อง 'มาลัยสามชาย' กำเนิดขึ้นมา แต่ด้วยความเป็นนักเขียน ผู้เขียนก็ได้แต่งเติมเสริมต่อ ระบายสีจากชีวิตจริงของคุณป้าไปอีก เพื่อให้เกิดสีสันและรสชาติของนวนิยาย...ฯลฯ "


เป็นอันว่า...นิยายเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องราวที่มีเค้าโครงเรื่อง "อิง" ชีวิตจริงของผู้คนที่มีตัวตนจริง ๆ ในยุคสมัยที่ผ่านพ้นล่วงเลยไปแล้ว...
ว้าว... อ่านแล้วก็นึกถึง "ราตรีประดับดาว" ขึ้นมาโดยพลัน...แม้จะเป็นคนละเรื่องละราวกัน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะคิดเปรียบเทียบ...โดยเฉพาะตัวเอกของเรื่อง
แต่แม่เกดในราตรีประดับดาวกับลอออรในเรื่องนี้ก็มีวิถีชีวิตที่ค่อนข้างแตกต่างกัน แม้จะเกิดมา...อาจจะเรียกได้ว่าร่วมสมัยเดียวกัน...
ตรงที่แม่เกดเป็นเด็กสาวจากบ้านนอก มีชีวิตวัยเด็กที่อบอุ่นเป็นสุข เมื่อออกเรือนมีสามีเธอจึงยึดมั่นในคติชีวิตแบบ "ผัวเดียวเมียเดียว"
แต่ลอออรนั้น ถือกำเนิดมาในตระกูลที่สูงส่ง หากก็เติบโตมาอย่างเด็กกำพร้าแม่ ได้แลเห็นความทุกข์ตรมขมขื่นของผู้เป็นแม่เมื่อถูกสามีนอกใจ...จนตายจาก
ทำให้เธอไม่อาจทำใจยอมรับพฤติกรรมของสามีที่ออกนอกลู่นอกทางได้...
และเธอจะไม่ยอมปล่อยตัวเองให้ตกจมอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์เช่นเดียวกับมารดาของเธอเป็นอันขาด

นับว่าเธอได้สวนกระแสสังคมแห่งยุคสมัยนั้น ๆ ได้อย่างเข้มแข็งทีเดียว

อีกประการหนึ่ง คุณยศจากเรื่องนี้กับคุณนาถจากราตรีประดับดาวก็มีบุคลิกลักษณะที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงอีกด้วย...
"คุณยศ" เป็นชายหนุ่มเจ้าสำอาง เหลาะแหละ ฉาบฉวย ไม่ยอมทำงานทำการ แถมหูเบา ขี้อิจฉาอีกต่างหาก
นิสัยเช่นนี้ทำให้คนอ่านเกิดความเห็นอกเห็นใจลอออรจนถึงขั้นยุส่งให้เลิกรา และใจหายใจคว่ำ เกรงว่าจะใจอ่อนกลับไปคืนดีด้วยในตอนหลัง...

ผิดกับคุณนาถของแม่เกดที่แม้จะเจ้าชู้แต่ก็รับผิดชอบลูกเมียพอสมควร และเอางานเอาการ ปฏิบัติหน้าที่จนได้ดิบได้ดี
(แหะ ๆ ตอนอ่านราตรีประดับดาวก็ออกจะเกลียดคุณนาถ...แต่พอมาอ่านมาลัยสามชาย มาเจอผู้ชายแบบยศเข้า คุณนาถเลยดีขึ้นอักโข...)

หรือจะเปรียบเทียบตัวร้ายในเรื่องก็เห็นถึงความแตกต่างชัดเจน "เนื้อทอง" จากราตรีประดับดาวนั้นเป็นนางร้ายโดยสถานการณ์พาไป
เพราะต้องกลายมาเป็นเมียน้อยหลังจากที่คิดว่าตัวเองเป็นเมียคนเดียวอยู่ตั้งนาน เมื่อมาพบว่าแม่เกด เมียเดิมซึ่งเป็นเมียบ้านนอกเกิดจะเข้มแข็ง และครองตัวรอสามีอยู่อย่างอดทน ก็ต้องมีความหึงหวงจนเกิดการยื้อแย่ง ระรานกันเป็นธรรมดา

แต่แม่ทองไพรำจากเรื่องนี้เป็นหญิงคนชั่วโดยกมลสันดาน เพราะเกิดและเติบโตในซ่อง...ได้คลุกคลีอยู่กับความชั่วร้ายเสียจนไม่เกรงกลัวบาปกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น

แม้เจ้าหล่อนไม่ได้ระรานหรือรังแกลอออรโดยตรง แต่ความประพฤติของเจ้าหล่อนก็ทั้งน่ารังเกียจและน่าขยะแขยง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้คนโดยทั่ว





** อาจจะสปอยล์...

ด้วยความที่เป็นนิยายที่ยาวมาก ๆ ถ้าอ่านเป็นตอน ๆ ในขณะที่ตีพิมพ์ในนิตยสารก็อาจจะไม่สะดุดอะไรนัก
แต่เมื่อมาอ่านรวดเดียวแบบนี้ มันก็เกิดจะมีจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ชวนให้ขัด ๆ ใจอยู่บ้างเหมือนกัน
อย่างเช่นการเรียกขานชื่อตัวละครบางตัว...นับแต่นางเอกของเรื่องไปเลย ชื่อลอออรนั้นเป็นชื่อที่เสด็จทรงตั้งให้ เดิมชื่อลออเฉย ๆ ก็ไม่แปลกถ้าคนเป็นป้าจะติดเรียกแม่ลออ...
แต่ในตอนหลัง ๆ หลายครั้งที่ป้าจะเรียกแม่ลออบ้าง
แม่อรบ้าง ชวนงงเป็นยิ่งนัก

หรือตัวร้าย...แม่ทองไพรำ ที่ตอนแรก ๆ หลายคนก็เรียกนางไพ นางไพ ตัวเองหลายครั้งก็เรียกตัวเองว่าไพอย่างนั้นอย่างนี้ แต่มาช่วงกลาง ๆ จนถึงท้าย ๆ เล่ม คนที่เคยเรียกนางไพมาแต่ต้นก็เปลี่ยนเป็นเรียกนังทองมั่ง อีทองมั่ง...โอ๊ย...งง...


หรือจากแม่กิมลั้ง...(แม่เลี้ยงคนหนึ่งของยศ) ในหน้า ๑๐๖...ผ่านไปร้อยหน้าพอดิบพอดี ในหน้า ๒๐๖ เปลี่ยนชื่อเป็นกิมไล้เฉยเลย...แล้วก็เลยชื่อกิมไล้ไปจนจบเรื่อง...

อีกฉากหนึ่ง...ฉากสำคัญของเรื่อง...ตอนที่พ่อของนรินทร์พังประตูเข้าไปพบว่าลูกชายมาลักลอบเป็นชู้กับเมียน้อยตัวเอง...
ตอนต้นเหตุการณ์ (ซึ่งเป็นตอนท้ายของบทก่อนหน้า)ก็บรรยายไว้แล้วว่า..."...ถีบซ้ำอีกสองที บานประตูไม้ใส่กลอนไว้หละหลวม ก็เปิดผลัวะเข้าไป..." (ประตูถูกถีบเปิดออกแล้ว)...

แต่เหตุการณ์ตอนท้าย(อีกบทหนึ่งต่อมา) คือ..." เสียงแกร๊กดังที่ประตู เขาเหลียวขวับหันไปมอง ทองไพรำกำลังตะเกียกตะกายลนลานเปิดประตูเตรียมหนีออกไปข้างนอก..." เอ...หรือห้องนอนในบ้านเช่าหลังเล็กนั่นจะมีสองประตู ?


แต่ก็แค่จุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ แหะ ๆ ไม่ได้คิดจับผิดนะคะ แต่มันสะดุดจริง ๆ



( อ่านจบแล้วเพิ่งมาเห็นในหน้าปกในหนังสือระบุว่า...เป็น'หนังสือเล่มเล็ก'ลำดับที่ ๑๗๕...
ต้องหัวเราะกิ๊กทีเดียว...หนังสือเล่มทั้งหนาทั้งหนัก ความหนาถึง ๗๕๙ หน้า น้ำหนักสุทธิ ๑.๑๒ ก.ก. เนี่ยนะ...หนังสือเล่มเล็ก ! )















Create Date : 19 เมษายน 2551
Last Update : 5 มิถุนายน 2552 11:52:42 น. 30 comments
Counter : 8600 Pageviews.

 


โดย: shame_of_sins วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:16:12:03 น.  

 
อ่านตอนแรก ๆ
ก็นึกถึงเรื่องราตรีประดับดาว
เหมือนกันเลยค่ะ
(เคยอ่านราตรีประดับดาว
และอ่านอีกเรื่องที่เป็นตอนต่อ
ของเรื่องนี้ด้วย
ที่เป็นเรื่องของลูกสาวคุณนาถ
แต่จำชื่อเรื่องไม่ได้แล้ว)

มาลัยสามชาย
นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องค่ะ
จะพยายามหามาอ่านนะคะ


โดย: โสดในซอย วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:16:14:53 น.  

 
๗๕๙ หน้า อ่านเก่งจังเลยนะคะ




โดย: January Friend วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:17:23:38 น.  

 
ชอบราตรีประดับดาว
เรื่องนี้น่าสน แต่ไม่รู้จะได้อ่านหรือเปล่า ---


โดย: พุดน้ำบุศย์ IP: 117.121.218.50 วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:18:50:15 น.  

 
อ่านเหมือนกันอ่ะค่ะ

แต่ในหนังสือ แบบไม่ประติดประต่อ...

อยากได้รวมเล่มมั่งจัง



โดย: วารีสีชมพู วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:19:15:17 น.  

 
หนา จนหนักใจ และชวนท้อใจมากๆ เลยล่ะ
แต่ก็เป็นผลงานของ ว. วินิจฉัยกุล ที่ชวนให้ซื้อเก็บเป็นอย่างยิ่ง
เพราะมีภาพประกอบของ สุรเดช แก้วท่าไม้ ด้วยนี่ซิ

แต่ยังไงก็ตาม ราคาและความหนา ทำให้เรายังรีรอที่จะเช่าหรือซื้อมาอ่านอยู่ดีแหละ

เห็นเรื่องที่ออกใหม่ และได้รางวัลรึยังคะ ....เล่มย่อมกว่ากันหน่อยนึงล่ะ "มาลัยลายคราม" ลองพลิกอ่านดูแล้วนิดนึงแล้ว ท่าทางเนื้อหาจะเบากว่าเล่มนี้นะ


โดย: นัทธ์ วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:20:41:35 น.  

 
เห็นเล่มนี้แล้วถือไม่ไหวค่ะ เลยไม่ได้ซื้อจากในงาน
ชอบเรื่องย้อนยุคแนวนี้จัง
ตอนอ่านราตรีประดับดาว
นึกอยากให้นางเอกถีบคุณนาถตกเรือนสักที 5 5 สงสัยเล่มนี้ สามีคนแรกของแม่ลออคงชวนให้รู้สึกแบบนั้นเหมือนกันแน่ๆ


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:20:51:56 น.  

 
^
^
เอ๋...คุณนัทธ์ขา เล่มที่ได้รางวัลไม่ใช่เล่มนี้หรอกหรือคะ พอดีแม่ไก่กำลังจะมาเพิ่มข้อมูลว่านิยายเรื่องนี้ได้รับรางวัลนวนิยายดีเด่นประจำปีนี้...แหะ ๆ อ่านคอมเมนต์คุณนัทธ์เลยชักงง...

มาลัยลายครามนั่นดูเหมือนว่าจะเป็นนิยายรุ่นเก่ามาก ๆ ที่เพื่อนดีนำมาพิมพ์ใหม่ หรือไงเนี่ยค่ะ...เดี๋ยวขอเช็คข้อมูลนิดนึงนะคะ

อิอิ เราสวนทางกันค่ะ แม่ไก่เพิ่งกลับมาจากบล็อกคุณนัทธ์ล่ะ

คุณวารีสีชมพูคะ นิยายเรื่องนี้คุ้มค่ามากถ้าจะซื้อหามาครอบครองค่ะ มีภาพประกอบสวย ๆ ทั้งนั้น

คุณพุด...คอนิยายอย่างคุณพุดไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ...

ถ้าเป็นนิยายจากนักเขียนคนโปรด ไม่เคยเกี่ยงความหนาค่ะ คุณ January Friend!

คุณโสดในซอยขา...ถ้าชอบราตรีประดับดาวล่ะก้อ ไม่ควรพลาดเล่มนี้ค่ะ หนักและเข้มกว่าเยอะทีเดียว...อ้อ...เรื่องที่ต่อจากราตรีฯก็คงจะเป็นเทวาพาคู่ฝันมังคะ สนุกคนละแบบค่ะ

ตามสบายค่ะคุณ Shame of sin ...ต้องให้ปลุกไหมเอ่ย...ระวังหลับเพลินแล้วผิดนัดใครนะคะ อิอิ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:21:01:09 น.  

 
^
^
55 คุณหมี...ฯ ลอออรเขาเป็นสาวชาววังค่ะ เขาคงไม่ถีบคุณยศหรอก...

แต่ตอนท้าย ๆ มีนะคะ...เอิ้ก
ไม่อยากสปอยล์...แต่มีตอนที่คนอ่านต้องปรบมือให้ลอออรแบบสะใจสุด ๆ เชื่อเหอะ...

คอนิยายพีเรียดต้องอ่านค่ะ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:21:40:22 น.  

 

อ่านที่คุณแม่ไก่พูดเรื่องหนังสือเพลินเลยครับ

พอมาถึง>> ** อาจจะสปอยล์... ก็แอบขำ

มีปล่อยมุกด้วยเนอะคนเรา


โดย: ห่วงใย วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:1:20:22 น.  

 
สวัสดีตอนเช้า...


โดย: kiimujii วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:6:32:46 น.  

 
อ่านรีวิวด้วยความเพลิดเพลิน
+
+
+

1.12 กก.

อืม ใช้แทนดัมเบลได้เลยจ้าคุณแม่ไก่..


โดย: BeCoffee วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:9:15:04 น.  

 
เป็นหนังสือที่มีเสน่ห์มากคับ


โดย: Boyne Byron วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:12:20:00 น.  

 
วันนี้แม่ไก่มาเจิมให้สงสัยบล็อกจะขายดีจ้า
คิดถึงเช่นกันค่ะแม่ไก่ แต่ช่วงนี้ลงเรียนไว้เลยไม่ค่อยว่างมาเล่นบล็อกเลยค่ะ
กลับมาก็เหนื่อยแล้วค่ะ ^^
วันนี้หยุดเลยได้อัพบล็อกซะที
เรื่องนี้นี่เปิ้ลว่าคุ้มจริงๆค่ะแม่ไก่
ไม่ผิดหวังเลย ตอนที่ซื้อเปิ้ลก็ลังเลเหมือนกันค่ะ
ทั้งหนา หนัก แพง ^^ นั่นแหละค่ะ ^^
แม่ไก่อ่านละเอียดมากเลยค่ะ
เดี๋ยวเปิ้ลกลับไปเปิดดูอีกรอบดีกว่า
แต่ก็ว่าแหละเนอะ
เรื่องไหนที่เขียนยาวมากๆก็จะมีจุดแปลกๆบ้าง
แต่ก็ไม่เป็นไร
ตอนที่เปิ้ลอ่านเพชรฯ ก็แปลก
กับบางประโยค บางบท อยู่เหมือนกันค่ะ
แต่เพราะสนุกเลยข้ามไปได้ ^^

ปล.ยังไม่ได้ไปอ่านเรื่องของพ่อตอนล่าสุดเลยค่ะ
เดี๋ยวต้องไปเก็บตกซะหน่อย


โดย: ดอกคูณริมฝั่งโขง วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:14:01:18 น.  

 
ซื้อแล้วๆ..รวมถึงเล่มต่อจากเล่มนี้ด้วยอ่ะค่า...
แต่..แหะแหะ..ยังดองอยู่ทั้ง 2 เล่มเลยอ่ะ


โดย: หวัน (หวันยิหวา ) วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:21:27:52 น.  

 
เรื่องนี้มีอยู่ 3 เล่มค่ะ ด้วยความที่อยากอ่านมาก รู้สึกจะไปอ่านรีวิวที่บล็อกคุณผู้สาวฯเข้า อ่านรีวิวจบปุ๊บก็หาร้านสั่งซื้อปั๊บ สั่งซื้อจากที่เดียวไม่พอ เพราะกว่าจะส่งจากเมืองไทยมาถึงที่นี่ก็ปาเข้าไปครึ่งเดือน พอเห็นร้านที่อเมริกามีแล้ว ก็เลยสั่งซื้อจากที่นั่นอีก จากร้านนั้นได้มา 2 เล่มค่ะ ถ้าคิดเป็นเงินไทย 3 เล่มนี่ก็สยึมกึ๋ยจริงๆ แต่ไม่เสียดายตังค์เลยค่ะ ถึงจะชอบ ราตรีประดับดาว มากกว่าตรงที่มีความกระชับกว่า เพราะ มาลัยสามชาย ยาวมากๆ เรื่องราวตอนหลังๆชักน่าเบื่อแล้ว แต่ตอนช่วงแรกที่ลอออรแต่งงานอยู่กับยศนี่ลุ้นมากค่ะ

แต่ถึงยศจะเลวแค่ไหน ก็ยังไม่เปลี่ยนใจให้ไม่ชอบคุณนาถน้อยลงอยู่ดีค่ะ เหตุก็เพราะอ่อนแอพอๆกับยศเลย เจอผู้หญิงเจ้ามารยา ใช้เรื่องใต้กระโปรง เอ๊ย! ผ้าซิ่นเข้าครอบงำหน่อย สมองตีบตันไปเลย พอกันทั้ง 2 คน

เรื่องนี้ต้องยกย่องลอออรนะคะที่กล้าขอหย่า สมัยนั้นคงมีการหย่าน้อยมาก นับเป็นความก้าวหน้าอย่างหนึ่งของผู้หญิงค่ะ


โดย: กุลธิดา IP: 71.28.64.62 วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:2:58:05 น.  

 
มาลัยสามชาติ เอ้ย สามชายนี่ กว่าจะออก รอนานมากๆ

อ่านจบแล้วชอบมากค่ะ ครึ่งแรกก็วางๆหยุดๆเหมือนกัน แต่พอครึ่งหลังแล้วลุ้น วางไม่ลงเลยค่ะ

แต่ฮาเรื่องหนังสือเล่มเล็กเหมือนกัน เล็กตรงไหนล่ะนั่น 555


โดย: piccy วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:10:03:50 น.  

 
ซื้อมาแล้วค่ะ แต่เก็บไว้ก่อนขออ่านเล่มบางๆ ก่อนจ้า


โดย: ส้มแช่อิ่ม วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:18:45:31 น.  

 
เล่มหนาๆไม่ใช่ปัญหาค่ะ พออ่านไปจะติดหนึบกับเนื้อเรื่องอันเข้มข้น และชีวิตที่ต้องผ่านมรสุมของลอออร จนอ่านรวด 2 วันก็จบ ไม่ต้องทำงานทำการอะไรทั้งสิ้น


โดย: Wayamin วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:20:25:44 น.  

 
มาแก้ตัวแทนอาจารย์คุณหญิงฯค่ะ

เท่าที่จำได้ เรื่องสรรพนามของ ทองไพรำ ดูเหมือนจะมีการเขียนถึงไว้ ว่ามีคนเลือกเธอหลายแบบ ในขณะเดียวกันเธอก็จะชอบเรียกตัวเองอีกแบบ ส่วนการที่ตอนร้ายหลายคนในเรื่องเปลี่ยนมาเรียกเธอเป็น นัง- อี- เนี่ย ก็เพราะพฤติการณ์ของเธอแหละค่ะ

ส่วนเรื่องกิมลั้งกับกิมไล้เนี่ย ไม่น่าจะใช่คนเดียวกันนะคะ เพราะจำได้ว่าแม่เล้าที่ซ่องของทองไพรำจะเสียชีวิตลง แล้วตอนท้ายก็ยกให้ลูกสาวดูแลกิจการแทน

พอดีอ่านนานแล้ว พอจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นอย่างนี้ค่ะ


โดย: ดาว IP: 125.25.72.151 วันที่: 22 เมษายน 2551 เวลา:19:39:01 น.  

 
^
^
แหะ ๆสวัสดีค่ะ คุณดาวขา...
แม่ไก่เองก็เห็นว่าเป็นแค่จุดเล็ก ๆ น้อย ๆ อ่ะค่ะไม่ได้ติดใจอะไร...เพราะเรื่องราวสนุกเข้มข้นเกินกว่าจะไปใส่ใจในจุดนั้น
แต่ก็ขอแก้ความเข้าใจนิดหนึ่งนะคะเรื่องชื่อกิมลั้งกิมไล้เนี่ยไม่ได้หมายถึงคุณแม่ลิ้มที่เป็นเจ้าของซ่องยี่สุ่นเหลืองซึ่งต่อมายกกิจการให้กับคุณแม่หยกที่เป็นลูกสาวหรอกค่ะ
แต่คุณนายกิมไล้นี่เป็นแม่เลี้ยงของคุณยศไงคะ ตอนเปิดตัว(หน้า 107) ใช้ชื่อคุณนายกิมลั้ง แต่มาตอนหลัง (หน้า 206)กลายเป็นคุณนายกิมไล้อย่างที่บอก
(แต่เป็นตัวละครที่แทบจะไม่มีบทบาทอะไรเลย...เพียงแต่อิฉันเวลาอ่านนิยายที่ชื่นชอบ...มักจะอ่านละเอียดไปนี๊ดดดดนึง...แหะ ๆ )

ขอบคุณที่มาแชร์กันนะคะ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:14:04:50 น.  

 
ชอบอ่านราตรีประดับดาวมากที่เดียวเวลาเครียดก็หยิบมาอ่านซ้ำ ตรงแม่เกดมีการวางตนได้ดีมีการบริหารจัดการบ้านและบริวาร
การควบคุมอารมณ์ การอ่อนน้อมถ่อมตน และคำนึงถึงศักดิศรีของการเป็นคน ที่สามารถนำมาเป็นตัวอย่างได้ดีทีเดียว คุณนาถก็เป็นตัวอย่างในการมักง่ายในเรื่องผู้หญิงจนมีปัญหากับครอบครัวและสูญเสียความสุขของการครองเรือนไปหลายปี ขอยกย่องใน "ราตรีประดับดาว" สำหรับมาลัยสามชายกำลังติดตามขอเวลาหน่อยนะค่ะในการวิจารณ์


โดย: ่จันเจ้า IP: 112.142.112.28 วันที่: 24 เมษายน 2553 เวลา:8:41:08 น.  

 
รอมาจนผ่านไปสองเรื่อง เรื่องที่มอสกับพิมพ์ เล่นด้วยกัน จนถึงตราบาปสีขาว วันนี้ได้ดูตอนแรกแล้วดีใจมาก ชอบละครแนวนี้อย่างแรง แค่ฉาก เสื้อผ้า ก็คุ้มกับการดูแล้ว และยิ่งได้ดาราแนวหน้าล้วน ๆ มาเล่น ดาราเยอะเหมืองเรื่องชิงชังเลย อยากดูแรงจริง ๆ เลย


โดย: pismai IP: 110.164.239.34 วันที่: 21 กันยายน 2553 เวลา:13:46:40 น.  

 
สปอยล์ละเอียดๆเลยได้ไหมคะ เรื่องมาลัยสามชายเนี่ยค่ะ


โดย: ขอบคุณค่ะ IP: 118.20.191.210 วันที่: 24 กันยายน 2553 เวลา:19:05:06 น.  

 
อยากทราบว่าเรื่องมาลัย3ชายเป็นวรรณกรรมสมัย ร.6-ปัจจุบัน หรือเปล่าค่ะและขอบคุณสำหรับเนื้อหาข้างบนน่ะค่ะ


โดย: จะใช้ทำรายงานช่วยตอบทีน่ะค่ะ IP: 58.11.9.205 วันที่: 31 ตุลาคม 2553 เวลา:14:10:39 น.  

 
^
^
จริง ๆ แล้วลอออรเกิดตอนปลาย ๆ รัชกาลที่ ๕ ค่ะ แล้วก็มีเรื่องราวสมัยลอออรยังเล็ก ๆ อยู่บ้าง จึงน่าจะเป็น ร.๕-รัชกาลปัจจุบันมากกว่าค่ะ

ในละครดูเหมือนจะดัดแปลงจากเนื้อหาเดิมพอสมควร โดยเพิ่มบทบาทนายคะนองกับทองไพรำเยอะมากทีเดียว...
แต่ก็ไม่ได้ดูต่อเนื่องหรอกค่ะ เพราะตอนที่อ่านไม่เคยนึกภาพอ้อมเป็นลอออรเลย แหะ ๆ



โดย: แม่ไก่ วันที่: 31 ตุลาคม 2553 เวลา:19:47:55 น.  

 
อยากรู้บทสรุปของตัวละครแต่ละตัวจัง เพราะรอดูจนละครจบไม่ไหวค่ะ ตอนนี้อยู่เมืองนอก หาซื้อนิยายมาอ่านไม่ได้ค่ะ


โดย: ยุ้ย IP: 124.169.152.150 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:55:24 น.  

 
หนูอยู่ที่อุดรฯ คะ หนูหาซื้อนวนิยายเรื่องมาลัยสามชายไม่ได้ ช่วยเเนะนำหนูหน่อยได้ไหมคะ
ag_aomgib@hotmail.com


โดย: phanitnat IP: 113.53.176.77 วันที่: 9 มิถุนายน 2554 เวลา:18:14:41 น.  

 
ชอบมาลัยสามชายในหนังมากๆเลย ดูแล้วอิ่มใจ ประทับใจมาก แต่ยังไม่เคยอ่านแบบนิยาย


โดย: ชอบ IP: 125.25.244.94 วันที่: 13 กันยายน 2557 เวลา:14:25:01 น.  

 
สะดุดแม่กิมไล่เหมือนกันเลยค่ะ ถึงกับงงว่าเอ๊! กิมไล้เหรอ แล้วกิมลั้งล่ะ ...


โดย: Sunny IP: 49.228.115.147 วันที่: 3 กรกฎาคม 2560 เวลา:16:47:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 184 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ท่านหญิงในกระจก/แสงเพลิง ~

~เพชรรากษส/อลินา ~

~มนตร์ทศทิศ/ราตรี อธิษฐาน ~

~เมื่อหอยทากมีรัก 1-2/"ติงโม่"เขียน/พันมัย แปล ~

~ให้รักระบายใจ/"ณกันต์"เขียน ~

~ผมกลายเป็นแมว/Abandoned/Paul Gallico เขียน(ภูธนิน แปล) ~

~พ่อค้าซ่อนกลรัก & หมอปีศาจแสนรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~อาจารย์ยอดรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~จอมโจรพยศรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.