'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ดับแดนดารา : โรแมนติกแฟนตาซีอ่านสนุก โดย "อสิตา" ~




ดับแดนดารา
ผู้เขียน : อสิตา
สนพ.เก้าหาง/พิมพ์(2561)
442 หน้า ราคา 430 บาท

คำโปรย

เขา... คือเจ้าชายจากดวงจันทร์
เธอ... คือเผ่าหมาป่าที่ได้แต่แหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
โลกทั้งใบกำลังดับสลาย
แต่ลิขิตดารายังส่องนำทาง 
ให้ทั้งคู่ได้มาพบกัน

........

'ข้ากลายเป็นคนที่ต้องอยู่ดูชะตากรรมของพวกเจ้า จนวันสุดท้าย
วันที่ดวงจันทร์กับโลกจะถึงกาลอวสานลงพร้อมกัน...
ข้าเฝ้ามองดูพวกเจ้าจากบนนี้ และได้แต่ถามตัวเอง...
เผ่าพันธุ์มนุษย์ มีค่าพอหรือ?'






โรแมนติกแฟนตาซีเล่มล่าสุดจาก 'อสิตา'...
ทว่า เป็นนิยายเรื่องแรกของผู้เขียน ตามคำบอกเล่าจากหน้าคำนำ

โปรยปกไม่บอกอะไร เล่าเรื่องย่อๆ แล้วกัน...
(แม้จะเล่าค่อนข้างยาก แต่จะพยายามค่ะ)

...............

หลังโลกดับสลาย มนุษย์บางส่วนพากันอพยพไปยังดาวอความารีน่า 
ดำรงเผ่าพันธุ์สืบต่อกันมานับพันปี 

บัดนี้ถึงคราที่ดาวดวงนี้ใกล้ถึงกาลแตกดับอีกครั้ง...
ตามคำพยากรณ์แห่งลูกแก้วจันทราที่ไลคาน่าที่ 3 
ทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดคำทำนายนั้น
พวกเขาจะต้องอพยพไปยังดาวดวงใหม่...

ทว่า ด้วยวิสัยแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่สืบเนื่องมาแต่โลกเก่า
ที่มักจะยึดมั่นถือมั่นอยู่กับอัตตาตัวตน 
ทำให้ผู้มีอำนาจบางคนไม่ยอมรับในคำทำนาย
และคิดว่าตัวเองจะสามารถเอาชนะธรรมชาติได้

สังคมโลก ณ ดาวอความารีน่านี้ก็คล้ายๆ สังคมในโลกเก่า
 มีขั้วอำนาจ 2-3 ฝ่ายคะคานกันอยู่
 แต่มีศูนย์รวมความเชื่อความศรัทธาอยู่ที่ไลคาน่า
ไลคาน่าเป็นประหนึ่งเทพพยากรณ์ที่เกิดมาจากการโคลนนิ่ง
เพราะไลคาน่าจะต้องเป็นหญิงพรหมจรรย์เท่านั้น

ไลคาน่าคนปัจจุบันเป็นคนที่ 3 อายุก็ราวๆ 20 กว่า
 หลายคนจึงมองว่าเธอยังเด็กและอ่อนประสบการณ์นัก 
เมื่อเทียบกับไลคาน่าสองรุ่นก่อน 
โดยเฉพาะผู้นำทางการทหารอย่างนายพลเบลินด์ 
ที่ถึงกับลอบโคลนไลคาน่าขึ้นมาเอง 
เพื่อจะใช้เป็นฐานอำนาจให้ตัวเองก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดบนดวงดาว
ก็เลยเกิดมีไลคาน่าตัวจริงและตัวปลอม
 โดยต่างฝ่ายต่างมีผู้สนับสนุนและปกป้องอยู่เบื้องหลัง





อย่างที่บอกตอนต้นว่าเรื่องนี้เป็นโรแมนติกแฟนตาซี 
แน่นอนว่าแกนหลักของเรื่องก็ต้องเป็นเรื่องของความรัก
 มีความรักหลากหลายรูปแบบอยู่ในเรื่อง 
ความรักแห่งสายเลือด ความรักของหนุ่มสาว
 ความรักแบบหมายจะครอบครองและความรักแบบเสียสละ

อ่านได้สนุกสนานเพลิดเพลินดีค่ะ 
พล็อตแม้จะไม่ถึงกับแปลก แหวกหรือพิสดารเลิศล้ำ 
อ่านๆไปก็พอจะเดาทางได้ แถมตัวละครก็เยอะแยะมากมายชวนงงอยู่ไม่น้อย...
แต่ก็ชื่นชอบและชื่นชมในแง่คิดและทัศนคติที่แฝงมาในเรื่อง 

บวกกับการเล่าเรื่องด้วยสำนวนที่เรียบง่าย ลื่นไหล
มีการแอบแทรกสำนวนประชดประเทียดเสียดเย้ยประปรายตามสไตล์นักเขียน...
มีปุ่มมีปมให้แคะไค้ บางจุดมีหยอดมุกมัดยิ้ม
บางตอนมีแซมดราม่าโศกซึ้ง...
จึงจัดได้ว่าเป็นแฟนตาซีที่ครบรสเล่มหนึ่งทีเดียว

(ถ้าไม่นับคำผิดที่...เยอะไปหน่อยนะ )SmileySmiley





 

Create Date : 15 สิงหาคม 2561    
Last Update : 15 สิงหาคม 2561 12:07:53 น.
Counter : 228 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ Beautiful Girl /นางสาวฉ่ำทุกข์กับนายความสุข : นิยายธรรมะร่วมสมัย โดย "นิรวาณ" ~




Beautiful Girl /นางสาวฉ่ำทุกข์กับนายความสุข
ผู้เขียน : นิรวาณ (ภาพประกอบ โดย กะว่าก๋า)
สนพ.คูคังบุ๊คส์/พิมพ์
๒๖๙ หน้า ราคา ๙๕ บาท

คำโปรย

เมื่อโลกนำพาเหตุผลนับร้อย ให้คุณต้อง'ร้องไห้'
จงแสดงให้โลกเห็นว่า คุณมีเหตุผลนับพันที่จะ 'ยิ้ม'





เรื่องย่อ(ย่อเอง)

นิยายรักร่วมสมัยอิงธรรมะ เล่าเรื่องผ่านชีวิตของพลอย
 หญิงสาวที่เคยเป็นเด็กบ้านแตก ทั้งหน้าตาก็ธรรมดา
จนถูกเพื่อนชายหลายคนมองข้าม 
ทำให้เธอมุ่งมั่นที่จะแสวงหาความสมบูรณ์แบบให้กับชีวิตตัวเอง 
ซึ่งเบื้องต้นเธอก็ทำได้สำเร็จเมื่อเรียนจบ
และเข้าทำงานในตำแหน่งงานที่สูงลิบเงินเดือนสูงลิ่ว 

พลอยปรับโฉมตัวเองด้วยศัลยกรรมจนกลายเป็นหญิงสาวแสนสวย 
มีผู้ชายหลายคนรุมล้อมเอาใจ แต่เธอก็ไม่เลือกใครเพราะไม่มีใครเหมาะสม
 จนกระทั่งได้พบกับภาคิณ ชายหนุ่มโพรไฟล์หรู
 ทั้งคู่คบหาดูใจกันเพียงไม่กี่เดือนก็แต่งงาน และมีลูกสาวที่น่ารักหนึ่งคน...
สองสามีภรรยาต่างทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาให้ครอบครัว
 แต่ชีวิตคู่ยังราบรื่นดีอยู่ ผู้คนรอบข้างต่างชื่นชมในชีวิต
ที่แสนจะเพอร์เฟ็กต์ของพลอย

แต่แล้วทุกอย่างก็พลิกผัน...
 เมื่อวันหนึ่งภาคิณเผลอไผลไปมีความสัมพันธ์กับเลขาฯ 
ซึ่งเป็นหลานสาวประธานบริษัทที่ภาคิณทำงานอยู่เขาจึงต้องเลิกรากับพลอย 
ทำให้เธอเสียศูนย์อย่างรุนแรง 
เธอจมอยู่กับความทุกข์ครั้งนั้นพักใหญ่ๆ 
จนกระทั่งได้รู้จัก"นาทีแห่งความสุข"ผ่านโปรแกรมสนทนาออนไลน์ 
เขาค่อยๆใช้ธรรมะกล่อมเกลาจิตใจของพลอยให้คลายความยึดมั่นถือมั่น
และปล่อยวางความทุกข์ เบื้องแรกพลอยยังไม่ได้คล้อยตามทั้งหมด
 แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจของคู่สนทนาและเริ่มหันเข้าหาการปฏิบัติธรรม...

และนั่นก็ทำให้เธอเข้มแข็งขึ้น ได้เรียนรู้ถึงคุณค่า
และความหมายของชีวิตอย่างแท้จริง...
แม้ภายหลังเธอยังคงถูกกระหน่ำด้วยมรสุมชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เธอก็ยังคงยืนหยัดดำเนินชีวิตต่อไปด้วยสติที่มั่นคง





ถือเป็นนิยายรักร่วมสมัยที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งที่ได้อ่านในช่วงนี้ค่ะ 
ผู้เขียนได้สะท้อนภาพสังคมสมัยใหม่
ที่ผู้คนต่างดิ้นรนไขว่คว้าหาความเป็นเลิศให้กับชีวิต
 ทั้งรูปร่างหน้าตา ยศถาบรรดาศักดิ์ ชื่อเสียงเงินทอง
 นำมาเป็นเปลือกห่อหุ้มตัวตนให้ผู้คนยกย่องเชิดชู 
จนหลงลืมเนื้อในที่เป็นแก่นแท้ของชีวิต

พล็อตเรื่องค่อนข้างสมจริง เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพลอยก็สมเหตุสมผล
และมีโอกาสที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับทุกๆคน 
ธรรมะคำสอนที่สอดแทรกมาในเรื่องก็ทันสมัย อ่านง่าย เข้าใจง่าย
สอดคล้องกลมกลืนไปกับเนื้อหาได้อย่างพอเหมาะพอสม
 ไม่ถึงกับยัดเยียดจนชวนเครียด ตรงกันข้ามกลับจะทำให้ผู้อ่านได้ฉุกคิด
แล้วย้อนกลับมาดูเข้าไปในชีวิตตัวเองแล้วเกิดเป็นแรงบันดาลใจ
ในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องและถูกตรงตามมรรคา

สำนวนภาษาผู้เขียนอ่านง่ายลื่นไหลดีค่ะ 
การดำเนินเรื่องก็กระชับฉับไวไม่ยืดยาดเยิ่นเย้อ 
การสร้างสรรค์ตัวละครก็ทำได้สมเหตุสมผล สมจริง...

จะติดนิดนึงก็ตรงการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษเยอะไปหน่อย
 ในส่วนที่เป็นบทสนทนาอาจจะพอเข้าใจได้ว่าเป็นบุคลิกของตัวละคร
 แต่ในส่วนที่เป็นบทบรรยายมีหลายคำที่น่าจะใช้ภาษาไทยได้
 แต่ผู้เขียนก็เลือกที่จะทับศัพท์ เช่นคำว่า chat, gadget, facetime...ฯลฯ 
ใช้เยอะและบ่อยด้วย

มีคำผิดประปรายด้วยค่ะ เช่นคำว่ากะพริบ
 ในเรื่องพิมพ์เป็นกระพริบตลอดทั้งเรื่อง

อ้อ...มีข้อน่าเสียดายอีกจุดหนึ่งก็คือการเลือกใช้ฟอนต์
ที่ตอนแรกคิดว่าน่าจะอ่านง่ายเพราะตัวอักษรขนาดใหญ่เหมาะกับวัยผู้อ่าน
แถมเป็นหนังสือแนวอิงธรรมะด้วย
 แต่เอาเข้าจริงปรากฎว่าเป็นฟอนต์ที่อ่านค่อนข้างยากค่ะ
มันดูทึบๆ พรืดติดกันไปหมด...Smiley





สำหรับหนังสือเล่มนี้ต้องขอขอบคุณคุณก๋า -กะว่าก๋า 
บล็อกเกอร์คนดังแห่งบล็อกแก็งค์ของเรา
ที่เอื้อเฟื้อส่งมาให้อ่านค่ะ 
ในฐานะที่เจ้าตัวเป็นผู้วาดภาพประกอบในเรื่อง 
เป็นภาพพู่กันเดียวแนวเซนที่สอดคล้องกับเนื้อหาเรื่องราวของนิยายเป็นอย่างยิ่ง

ขอบคุณค่ะ SmileySmileySmiley




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2561    
Last Update : 20 มิถุนายน 2561 12:58:04 น.
Counter : 603 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา :ผลึกความทรงจำอันมิมีวันลบเลือน โดย "อุรุดา โควินท์" ~




หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา
อุรุดา โควินท์ / เขียน
สนพ.มติชน / พิมพ์(มิ.ย.๖๐)
๔๐๔ หน้า ราคา ๓๗๐ บาท

โปรยปก :

ความรัก ความงาม และความเศร้า
รูปเงาความทรงจำจากคนรักของนักเขียนหนุ่มแห่งหุบเขาฝนโปรยไฟ
...........
สิ่งล้ำค่าที่ "กนกพงศ์ สงสมพันธุ์" 
ฝากไว้ให้คนรุ่นหลังก็คือผลงานวรรณกรรมอันทรงคุณค่า 
ทว่ายังมีอีกสิ่งหนึ่งที่คงเหลือร่องรอยให้เล่าขาน 
นั่นคือความรักอันเบ่งบานระหว่างเขากับ "อุรุดา โควินท์" 

"หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา" จึงเป็นนวนิยายที่ถูกเขียนขึ้น
เพื่อจดจารถึง "เขา" และ "เธอ" เมื่อกว่าสิบปีก่อน
อย่างน้อยก็เพื่อตระหนักว่า...ถึงแม้บางอย่างจะผันแปรเปลี่ยนไป
ทว่าความรัก ความผูกพันที่เคยกำเนิดเกิดก่อย่อมไม่อาจลบลืมได้..






หลังอ่าน...
อีกเล่มกับนักเขียนสาวสำนวนสวย อุรุดา โควินท์  
เล่มนี้เป็นกึ่งๆ นิยายรัก กึ่งๆ เรื่องเล่าจากชีวิตจริง...

ขอสารภาพว่า...เบื้องแรกที่รู้ถึงความเป็นมาของหนังสือเล่มนี้ ฉันลังเลที่จะหยิบมาอ่าน
 เพราะหวั่นเกรงความหม่น ความเศร้า ด้วยรู้ดีแก่ใจว่าหากเป็นนิยาย...
 นิยายเรื่องนี้ก็จบไม่สวย เพราะพระเอกตายตอนจบ...

แต่กระนั้น เมื่อในที่สุดก็ได้รับหนังสือมา
มันก็อดไม่ได้อยู่ดีที่จะต้องพลิกอ่าน เริ่มตั้งแต่หน้าคำนำ 
กะว่าอ่านคำนำแล้วคงต้องพักเตรียมใจสักระยะแล้วค่อยอ่านต่อ 
ทว่า...จากคำนำสำนักพิมพ์ ต่อด้วยคำนำผู้เขียน เรื่อยไป...เรื่อยไป
แล้วก็หยุดไม่ได้...
 ถ้อยคำ เรื่องเล่าแห่งความรักของนักเขียนสองคน
ที่แสนจะแปลกแยก แตกต่างมันช่างเร้ารึงดึงดูด จนหยุดไม่ได้ 

เรื่องราวไม่ได้เศร้าสร้อยหดหู่อย่างที่กริ่งเกรง 
หากโลดแล่น เรื่อยไหล อบอุ่นมีชีวิตชีวาเป็นที่สุด




หลังจากรู้จักอุรุดา ผ่านตัวหนังสือของเธอสองสามเล่ม 
ซึมซับรับรู้ในตัวตนของเธอประมาณหนึ่ง แต่กระนั้นก็รู้สึกได้ว่า...
นั่นยังไม่ใช่ที่สุดของเรื่องรักที่เธอถ่ายทอดออกมา...
เล่มนี้ต่างหากล่ะ นิยายรักที่ดีที่สุดของเธอ..
เพราะเธอได้กรีดเลือด หลั่งน้ำตา บีบคั้นกลั่นแล้วก็กรองจนออกมา
เป็นผลึกที่วับวาว...เปล่งประกาย

เรื่องเล่าของเธอเต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ...
และการยอมรับในความเป็นไปของโลก...
รวมถึงแรงบันดาลใจที่เปี่ยมล้น...ที่ส่งต่อไปยังผู้อ่าน

เราจะสามารถสัมผัสได้ถึงความเข้มแข็งจริงใจ ซื่อตรงและเปิดเผย...
เปิดเผยจนบางทีเราแอบเขินเสียเอง เหมือนเราก้าวล่วงเข้าไป"ซาบ"
 ในความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง ดึ่มด่ำ 
หากไร้ชื่อไร้กรอบใดๆ เป็นตัวกำหนดขีดคั่นความสัมพันธ์นั้นๆ 
ของเธอกับคนรักหนุ่ม...

ที่หากเป็นนิยายจริงๆ ผู้ชายอย่างพระเอกของเธอจะเป็นพระเอกที่เราแอบยี้ล่ะ
 เขาช่างอินดี้อึมครึมเหลือใจ ถนอมคำพูด เครียดเคร่งเย็นชา เข้าถึงยาก...
คงอึดอัดน่าดูหากจะต้องอยู่ด้วย

แต่บังเอิญนี่ไม่ใช่นิยาย เขาคนนั้นเป็นมนุษย์ผู้ชายที่มีชีวิต มีตัวมีตน 
มีความคิดของตัวเอง และที่สำคัญเขาเป็นนักเขียนผู้แบกความสำเร็จไว้บนบ่า...

อ่านแล้วนับถือผู้เขียนสุดใจที่เธอสามารถเข้าถึง เข้าใจ 
และถ่ายทอดความเป็นเขา
ให้เรารู้จักอย่างลึกซึ้ง ละเอียดลออ...จนสามารถยอมรับนับถือตัวตนของเขา
 ตลอดถึงงานของเขาอย่างสุดใจเช่นกัน




เดิมที ในฐานะนักอ่าน ฉันยอมรับว่ารู้จักกนกพงศ์น้อยมาก
 รู้แต่ว่าเขาเป็นนักเขียนซีไรต์ เป็นนักเขียนเพื่อชีวิต
 เรื่องสั้นของเขาฉันก็เคยอ่านเพียงเรื่องเดียว รับรู้ว่าเป็นวรรณกรรมเนื้อดี 
กระตุ้นต่อมคิด ต่อมจิตสำนึก...ทว่าออกแนวหน่วงหนัก...
หนักเกินคนใจบางๆ อย่างเราจะรับไหว...

ทั้งในปีที่เขาล้มป่วย และเสียชีวิตจากไป...
ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ฉันกำลังเฝ้าดูลมหายใจอันแผ่วผ่าวของพ่อ
 จนไม่มีแก่ใจจะไปติดตามรับรู้ข่าวสารของใครอีก*


ต่อเมื่อได้มาอ่านหนังสือเล่มนี้นี่แหละ...
ที่ทำให้ฉันได้สัมผัสอีกแง่มุมหนึ่งของนักเขียนนาม "กนกพงศ์ สงสมพันธ์"

*(คุณกนกพงศ์ จากไปในเช้าวันที่ ๑๓ ก.พ ๒๕๔๙...
ส่วนพ่อของฉันเสียชีวิตในวันที่ ๓ มี.ค. ปีเดียวกัน)




"สำหรับนักเขียน ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าความล้มเหลว 
และความล้มเหลวของนักเขียนมีเพียงหนึ่งเดียว...
 ไม่อาจสร้างผลงานที่ตนพอใจ"

"ฉันอ่านเพื่อเรียนรู้ ไม่ใช่ค้นหาเขตแดนแห่งความดีงาม
 ฉันเขียนเพราะต้องการแบ่งปัน เล่าเรื่องจากมุมที่ฉันเข้าใจ 
หาได้เจาะจงว่านี่คือความถูกต้องหรือความจริง

...ความพยายามเป็นคุณสมบัติหนึ่งของฉัน แต่งานที่พอใจ
ควรเกิดจากการหลั่งไหลพรั่งพรูของถ้อยคำ ฉันยินดีรอจนกว่าจะถึงเวลานั้น

หากเขียนหนังสือไม่ได้ ฉันจะหาอย่างอื่นทำ 
เพราะฉันเชื่อว่าชีวิตที่ดีจะทำให้เกิดงานเขียนที่ดี..."

กนกพงศ์ สงสมพันธ์










 

Create Date : 13 มิถุนายน 2561    
Last Update : 13 มิถุนายน 2561 11:21:41 น.
Counter : 308 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ ดั่งลมหวน : เมื่อความรักความหลังครั้งอดีต...พัดหวนคืน / "ปิยะพร ศักดิ์เกษม" ~




ดั่งลมหวน
ผู้เขียน : ปิยะพร ศักดิ์เกษม
สนพ.อรุณ/พิมพ์
๔๔๑ หน้า ราคา ๓๒๕ บาท

เรื่องย่อๆ(จากเว็บสนพ.)

เรื่องราวความรักที่เป็นดั่งลมพัดหวนของ "เฉิด" 
หลานทวดคุณวัน (จากเรื่อง 'ในวารวัน') สาวน้อยสดใส ไม่กลัวใคร 
ผู้ซึ่งเป็นเสมือนกุญแจสำคัญในการเปิดประตูอดีต 
กับ "เจดีย์" หนุ่มอเมริกันโดยกำเนิด 
หลานทวดของคุณพระทูนคดียุติธรรม (น้องชายคุณเทิด สามีคุณวัน)
เมื่อเจดีย์เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยเพื่อตามรอยสถานที่
ที่คุณตาของเขาเคยใช้ชีวิตอยู่ จึงได้พบกับเฉิดและเครือญาติ 
เรื่องราวในอดีตทางสายคุณพระทูนคดียุติธรรม
จึงค่อยๆ เผยออกมา...

ผ่านคำบอกเล่าของคุณย่าเทวี 
และจากตัวชายหนุ่มเองในรูปของความฝัน...
ความลับที่ค้างคาใจเมื่อครั้งอดีต
กลับมาคลี่คลายให้พวกเขาได้รับรู้ 

เรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไร ต้องติดตาม




(ดองเล่มนี้ไว้พักใหญ่ๆ ทั้งๆ ที่ปกติจะไม่ค่อยดองงานของนักเขียนท่านนี้นะคะ
ดองจนลืม เผลอคิดว่าตัวเองอ่านไปแล้วอีกต่างหาก เฟอะฟะ(แก่)จริงๆ)

สืบเนื่องมาจากดูรากนคราจบไปแล้ว ละครจบ คนไม่จบ 
ตามไปเสิร์ชหาเรื่องราวต่อเนื่อง
 จำได้ว่าเคยมีคนทำผังเครือญาติสายตระกูลต่างๆ 
ของตัวละครในนิยายคุณปิยะพร ที่โยงใยเกี่ยวข้องกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

 จนไปเจอชื่อหอมนวล ที่สืบเชื้อสายมาไกลมากจากยุครากนครานู่น 
ประมาณว่าเป็นหลานสาวเจ้าหน่อหอหน้าแห่งเชียงเงิน
(เจ้าหน่อเมือง พี่ชายหัวดื้อของเจ้าแม้นเมืองนั่นเอง)
 ก็รู้สึกเอะใจว่าเอ๊ะ...เหมือนจะยังไม่ผ่านตาผ่านใจแฮะ??


*****

เรื่องนี้เป็นเรื่องราวต่อเนื่องจาก...ในวารวัน...ตะวันเบิกฟ้า...ขอบฟ้าราตรีค่ะ
 ซึ่งทั้งสามเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของแม่วัน กับลูกๆหลานๆ สายตรงของเธอ 

แต่เรื่องนี้ แม้นางเอกจะเป็นเหลนของแม่วัน
 แต่เนื้อหาเรื่องราวส่วนใหญ่ จะบอกเล่าถึงความเป็นมาเป็นไป
ของลูกหลานของคุณพระทูนฯ 
ซึ่งเป็นน้องชายคนเดียวของพ่อเทิด สามีของแม่วันเป็นหลัก

 โดยผ่านการกลับมาตามหาอดีตให้คุณตาของพระเอก- 
เจดีย์ หลานชายของคุณตาทำนอง
 (คุณตาทำนองเป็นลูกชายคุณพระทูนฯ ที่เกิดจากแม่หอมนวล
 ที่กล่าวถึงไปแล้วนั่นเอง) 
ที่ไปเกิดและเติบโตในเมืองนอก เพราะแม่กับตา
มีความหลังฝังใจที่เจ็บปวดจากครอบครัวทางเมืองไทย 

เรื่องราวในนิยายแบ่งออกเป็นสองพาร์ทใหญ่ๆ 
คือเรื่องที่ดำเนินไปในปัจจุบัน เริ่มต้นที่เจดีย์เดินทางมาเมืองไทย
แล้วบังเอิญเข้าพักในเกสต์เฮ้าส์ที่เฉิดทำงานอยู่
 เมื่อได้คุยกันก็ได้รู้ว่าพวกเขาเกี่ยวดองเป็นญาติห่างๆ 
ทั้งคู่จึงเหมือนจะถูกชะตากันอย่างรวดเร็ว...

และพวกเขาก็ร่วมกันตามรอยอดีต 
โดยในพาร์ทอดีตนี้ก็ดำเนินเรื่องผ่านการบอกเล่าของญาติผู้ใหญ่บ้าง
 ผ่านความฝัน บวกกับกระแสนึกคิดของคนนั้นคนนี้บ้าง...




ตัวละครเยอะแยะมากมายโยงใยซับซ้อน แต่อ่านได้ไม่งงไม่สับสนค่ะ
 เพราะผู้เขียนมีโครงเรื่องที่แข็งแรงและชัดเจนอยู่แล้ว
ประกอบกับแนวการเดินเรื่องที่เหมือนจะเรียบๆ เรื่อยๆ ตามสไตล์ 
แต่ก็มีแฝงแง่คิดมุมมองต่อชีวิต โลกและสังคมอยู่ทุกช่วงตอน 
ในขณะที่เรื่องราวก็มีสีสันโลดแล่น มีความสมจริง สมเหตุสมผล
 มีจุดพีค จุดหักมุมที่บังเอิญมีจังหวะสอดคล้อง เชื่อมโยงกันทั้งสองพาร์ท

อ่านแล้วค่อนข้างชอบเลยค่ะ ไม่เคยผิดหวังจริงๆ กับงานเขียนของคุณปิยะพร
โดยเฉพาะการตั้งชื่อเรื่องที่ให้ความหมายคมคายลึกซึ้ง 
สอดคล้องกับเรื่องราวทีดำเนินไปอย่างมีชีวิตชีวา

เป็นอีกเล่มที่ชวนอ่านอย่างแรงค่ะ Smiley







 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2561    
Last Update : 22 พฤษภาคม 2561 15:35:49 น.
Counter : 431 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ 'เอกเทพ' : เรื่องสุดท้าย...แต่ยังไม่ท้ายสุดใน 'นวหิมพานต์' โดย 'อลินา' ~




 'เอกเทพ'
ผู้แต่ง : อลินา
สนพ.ลูกองุ่น/พิมพ์
489 หน้า  ราคา 375 บาท

เรื่องย่อๆ(ปกหลัง)

ปาราวตีเทวี...อสุรีผู้ประกาศตัวเป็นศัตรูกับเทพอย่างเปิดเผย
 น้องสาวคนเล็กของปราสาทอสูร 
คนสวนของปราสาทผู้เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาความสดใส
 และความงามประหนึ่งดอกกล้วยไม้ป่า

ทว่าใต้ความงามสดใสคือความลับมืดดำที่เลวร้าย 
ปาราวตีไม่รู้ว่าสิ่งที่หล่อนเป็นคือคำพรหรือคำสาป
 รู้เพียงว่าสิ่งนั้นทำให้หล่อนอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปชั่วชีวิต

          ศิวนฤบดี...บรเทพผู้เย็นชาและมารยาทงามเสมอ
เทพีทั่วนวหิมพานต์ขนานนามเขาว่า ‘หัวใจศิลา’
 เพราะเขาเย็นชาเหมือนศิลาไม่เคยสนใจเทพีใด
ทว่าผู้ใดจะรู้บรเทพไร้หัวใจเพราะเขามอบมันให้อสุรีนางหนึ่งไปจนสิ้นแล้ว

          ในวิกฤตยังมีโอกาส  ในสถานการณ์ที่เลวร้ายยังมีเรื่องที่งดงามเช่นกัน

 เมื่อหนึ่งอสุรีหนึ่งเทพถูกลักพาไปยังเกาะเมืองอกแตก...
เกาะต้องห้ามที่ทำให้ทั้งเทพและอสูร
ผู้เหยียบย่างลงไปเสื่อมทั้งพลังและอำนาจมนตร์ 
หนำซ้ำยังถูกตามไล่ล่าจากศัตรูเก่า 
ราชันเทพและอสุรีผู้ชังเทพจะต้องร่วมมือกันเอาชีวิตรอด 
แต่หัวใจจะรอดหรือไม่นั้น...นี่คือปัญหา





ขอข้ามเล่ม'เพชรรากษส'มาอ่านเล่มนี้ก่อนนะคะ
 เพราะเรื่องราว(และไทม์ไลน์)ต่อเนื่องกัน
....
เล่มนี้เป็นเรื่องราวของบรเทพ ศิวนฤบดี
 ผู้ที่สาวๆ ทั่วทั้งนวหิมพานต์กล่าวขานกันว่าเป็นเทพผู้เย็นชา ไร้หัวใจ
กับสาวน้อยปาราวตี อสุรีผู้แสดงออกชัดเจน(ตั้งแต่เล่มแรก)
ว่าเกลียดเทพเข้าไส้...

(จริงๆแล้ว ก็เห็นแววตั้งแต่เล่มแรกนั่นแหละ ว่าในที่สุดใครคู่กับใคร)

เรื่องย่อๆ ตามปกหลังค่อนข้างละเอียดนะคะ คงไม่ต้องเพิ่มเติมอะไรอีก...

เรื่องราวมันเริ่มต้นขึ้นในท้ายเล่มทุติยอสูรนั่นเอง..

เมื่อปาราวตีแอบหยิบสร้อยลูกปัดกำราบพลังของทิพย์อาภาไปสวมใส่
เพื่อจะได้หนีออกไปเที่ยวเล่นแบบไม่ให้ใครจำได้...
แล้วไปเจอเข้ากับคนร้ายที่จับตัวบรเทพกำลังจะพาไปทิ้งทะเล
นอกเขตนวหิมพานต์พอดี เมื่อเธอเข้าไปดูใกล้ๆ จึงพลอยถูกจับตัวไปด้วยกัน...

**********

จะว่าไป เส้นเรื่องค่อนข้างใกล้เคียงกับเรื่องก่อนหน้านะคะ 
พระเอก- นางเอกเป็นประหนึ่งคู่แค้นคู่กัดกันมาก่อน 
แต่ต้องได้มารอนแรมผจญภัยร่วมกัน ได้เปิดเผยตัวตนแก่กัน 
จนค่อยๆ เปลี่ยนมุมมองและคลายอคติที่มีต่อกัน

เพียงแต่รายละเอียดของเหตุการณ์ก็แตกต่างกันไป
ซึ่งสิ่งที่เหมือนกันคือ...อ่านสนุก อ่านเพลินมากแบบไม่จบไม่วางกันเลยทีเดียว

เล่มนี้มีเพิ่มเติมคือความหวานนนน...
หวานแบบไม่บันยะบันยังของบรเทพ ผู้ที่ภายนอกใครๆ ต่างบอกว่าเขาเย็นชามารยาทงามเสมอ
แต่เมื่อเปิดตัวเปิดใจแล้วเขาก็รุกอย่างมาดมั่นชัดเจน 
ทำเอาอสุรีสาวห้าวอย่างปาราวตีแทบจะหลอมละลาย
ชอบค่ะ ทึ่งและชื่นชมผู้เขียนมากที่สามารถสร้างสรรค์โลกแห่งนวหิมพานต์ขึ้นมาได้อย่าง...สมจริง ชวนตื่นเต้นเร้าใจสุดๆ 
อ่านได้ลื่นไหลเพลิดเพลิน ผูกปม คลายปมสอดรับกันไปเป็นเปลาะๆ
เล่มนี้เห็นว่าเป็นเล่มจบชุด(เพราะตัวร้ายตัวหลักถูกกำจัดไปแล้ว)
แต่ยังไม่วายทิ้งท้ายให้คนอ่านเกิดความสนใจใคร่รู้ว่า...
จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปใน"นวหิมพานต์" 
(โดยเฉพาะเรื่องของนรสิงห์หนุ่ม พี่ชายบุญธรรมของทิพย์อาภากับเด็กน้อยจอมเกรียนอย่างเจ้าแสง...)
ตามที่ผู้เขียนได้เอ่ยไว้ในหน้าคำนำ...

'ถึงแม้จะเป็นเล่มสุดท้ายของชุดใหญ่ แต่เรื่องราวจะยังไม่จบเพียงเท่านี้' 








 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2561    
Last Update : 16 พฤษภาคม 2561 14:19:58 น.
Counter : 313 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  

BlogGang Popular Award#14


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 181 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ให้รักระบายใจ/"ณกันต์"เขียน ~

~ผมกลายเป็นแมว/Abandoned/Paul Gallico เขียน(ภูธนิน แปล) ~

~พ่อค้าซ่อนกลรัก & หมอปีศาจแสนรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~อาจารย์ยอดรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~จอมโจรพยศรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~ฉันไม่ชอบทั้งโลก ฉันชอบแค่เธอคนเดียว/"เฉียวยี" เขียน(ภิรมณ ประพฤติประยูร/แปล) ~

~อลวนกลสลับร่าง/"เจ๋อมู่" เขียน(เสี่ยวหวา/แปล) ~

~ โลกที่รัก/ Dear World/"Bana Alabed/บานา อัลอาเบด" เขียน ~

~ นางทิพย์/"แก้วเก้า" เขียน ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.