'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ หนึ่งรักเหนือรุ้ง โดย "ปลายสี" & หนาวหวาน โดย "มาภา" : สองนิยายรักหวานจากค่ายอรุณ~





หนึ่งรักเหนือรุ้ง
ผู้เขียน : ปลายสี
ผู้พิมพ์ : สำนักพิมพ์อรุณ(ส.ค. ๕๗)
339 หน้า ราคา 265 บาท


โปรยปกหลัง :

“ถ้ารุ้งอยากไปจากพี่… เอาชนะพี่ให้ได้สิ”


เหนือฟ้าเออีสาวผู้มากด้วยความสามารถถึงกับตกตะลึง
เมื่อได้เห็นหน้าผู้บริหารบริษัทคนใหม่
เพราะเขาคือชายหนุ่มผู้เคยฝากรอยแผลลึกไว้ในหัวใจของเธอ
คุณชินชนะ หัวหน้าผู้มีลักยิ้มพราวเสน่ห์ของทุกคนในบริษัท
หรือ…พี่หนึ่ง…”พี่ชาย” ผู้ทรยศความไว้วางใจที่เธอพยายามลืม

ทว่าในขณะที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว ฝ่ายนั้นก็เปิดเกมรุกประชิดทำเอาเธอหัวปั่น
ยิ่งเธอพยายามถอยห่าง เขาก็ยิ่งตามติด
จนสุดท้าย ชินชนะได้หยิบยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นหนทางเดียวสู่อิสรภาพของเธอมาให้
คือ ต้องเอาชนะเขาให้ได้ในการเดิมพันงานโฆษณาที่มีเงื่อนไขไม่ธรรมดา

แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เธอควรเป็นห่วงที่สุดไม่ใช่เรื่องว่าเขาจะใช้กลยุทธ์ชนิดไหน
แต่เป็นใจของตัวเธอเองนี่แหละ!!






หลังอ่าน...
จะว่าไป...เล่มนี้อาจจะนับเนื่องเป็นภาคต่อ(กลาย ๆ)ของ"เพลงลิขิตบันดาลชักพา"
ที่เคยอ่านแล้วติดใจเมื่อปีก่อนได้เหมือนกัน แม้ว่าเรื่องราวไม่ได้มีอะไรต่อเนื่องกันเลย
แต่มีตัวละครที่ดึงมาจากเรื่องนั้น มาปรากฏตัว มีบทบาทอยู่ในเรื่องนี้หลายคนอยู่

เรื่องย่อ ๆ ก็ตามโปรยปกหลังนั่นเลยค่ะ...
นางเอก - รุ้ง หรือเหนือฟ้า เป็นลูกติดแม่เลี้ยงของพระเอก - หนึ่ง ชินชนะ
ผูกพันชิดใกล้เป็นพี่เป็นน้องกันมานาน แต่จู่ ๆ นางเอกก็แอบไปได้ยินความในใจบางอย่างของพระเอก
เลยเกิดอาการงอน ตัดเป็นตัดตายกับพี่ชายร่วมโลก
และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เขาต้องแยกไปเรียนต่อที่เมืองนอกพอดี
วันเวลาผ่านไป...จู่ ๆ พี่ชายก็กลับมาพยายามง้องอน โดยใช้งานเป็นตัวล่อ...
ทำให้เธอไม่อาจหนีไปจากเขาได้

ก็...อ่านเพลิน ๆ ชิล ๆ ค่ะ นิยายอิงพล็อตคลาสสิค...
ประมาณรอยรักในอดีต พี่ชายน้องสาว มุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง...
แต่ถ้ามีแต่ปมนี้ปมเดียว นิยายคงโหรงเหรง ๆ น่าดู ในเรื่องเขาจึงมีพล็อตย่อยซ้อนอีกชั้น
(ที่...ทำไปทำมา ปมย่อยที่ซ้อนอยู่นั่นออกจะน่าสนใจกว่าเรื่องหลัก ๆ ของคู่พระ-นางเสียอีกแน่ะ)
นั่นคือเรื่องของอิงตะวัน เด็กสาวเจ้าปัญหาที่มีพฤติกรรมแปลกแยก
เนื่องจากเสียแม่ไปในวัยที่กำลังเติบโต เธอก้าวร้าว และแยกตัวเองออกจากผู้คน
จนพ่อของเธอต้องต่อรองให้ชินชนะกับเหนือฟ้าเข้าให้ถึงเด็กสาวและเปลี่ยนพฤติกรรมของเธอให้ได้
เขาถึงจะยอมรับงานจากบริษัทของทั้งคู่...

นั่นจึงเป็นที่มาของมุกปลอมตัว ตลอดถึงการทำงานเพื่อสังคมอย่างการออกค่ายอาสา การทำงานศิลปะ นู่นนี่นั่น...
ซึ่งกลายเป็นสาระสำคัญที่ช่วยให้นิยายมีแก่นสาร มีเนื้อมีน้ำขึ้นมา

สำนวนภาษาของคนเขียนก็ลื่นไหลอ่านไม่สะดุดค่ะ...
ชอบการตั้งชื่อตัวละครในเรื่องมากค่ะ ตั้งแต่ชื่อคู่พระ-นางนั่นทีเดียว... เหนือฟ้ากับชินชนะ
นางเอกมีเพื่อนรักชื่อขีโรชา ฉายฉันท์(ชื่อเล่น"คุณหนูขา")
รุ่นน้องที่ทำงานกับนางเอกคนหนึ่งชื่อทำนุทัพ เป็นน้องชายของมุกมาลา...ชื่อของแต่ละคน ช่างสรรตั้ง

แต่จะมาตงิด ๆ ใจเล็ก ๆ กับชื่อเรื่อง..."หนึ่งรักเหนือรุ้ง"...
ก็ไม่ทราบว่าผู้เขียนเขามีแอบแฝงนัยยะอะไรลึกเร้นหรือเปล่า
แต่ถ้าแค่จับเอาชื่อพระเอก(หนึ่ง)กับนางเอก(เหนือฟ้า ชื่อเล่ยรุ้ง)มาเรียงกันให้ฟังสวย ๆ แปลก ๆ
ส่วนตัวไม่ค่อยปลื้มอะค่ะ
มันดูไม่มีความหมาย ไม่มีรสนิยมและเชยเอาเสียมาก
ซึ่งต่างจากเรื่องก่อน...เพลงลิขิตบันดาลชักพา...ที่ผู้เขียนตั้งชื่อเรื่องได้เก๋ไก๋
น่าสนใจและมีความหมายบ่งบอกถึงธีมและแนวของเรื่องชัดเจน
แหะ ๆ นี่เป็นแค่ความเห็นส่วนตัวล้วน ๆ ค่ะ

แต่ในส่วนของเนื้อหา เรื่องราว ก็อย่างที่บอกในตอนต้น...อ่านเพลิน ๆ
อ่านแล้วชอบในระดับหนึ่งทีเดียวค่ะ








The Sweetest Winter/หนาวหวาน
ผู้เขียน : มาภา
ผู้พิมพ์ : สำนักพิมพ์อรุณ(ส.ค. ๕๗)
383 หน้า ราคา 250 บาท



โปรยปกหลัง :

ใครจะไปคิดว่าในโลกนี้ยังมีทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้านต้องปลอมตัว
มาเป็นเด็กล้างจานถึงเมืองนอกเมืองนา เพื่อตามหารักแท้ให้ได้ภายในครึ่งปี


เมื่อชานนท์ วงศ์สวัณณ์ วิศวกรหนุ่มพ่วงท้ายด้วยตำแหน่งเอ็มดีของ 'คริสตัล'
กิจการลูกในเครือ 'แชนเดอร์เลียร์' อันยิ่งใหญ่ของบิดา
รับพนันเพื่อนรักให้ต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงเมืองผู้ดีอังกฤษ
เพื่อตามหาผู้หญิงสักคนที่จะรักและจริงใจกับเขาโดยไม่ต้องใช้เงินซื้อใจเลยแม้แต่บาทเดียว

และคงเป็นเพราะโชคชะตาเข้าข้าง เมื่อสาวไทยคนแรกที่เขาพบในสนามบิน
ได้นำทางเขาไปสู่ร้าน 'ดอกรัก' ร้านอาหารไทยใจกลางกรุงลอนดอน
สถานที่ที่ทำให้ดอกรักในหัวใจของเขาได้แบ่งบานขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ศิโรธร วานิชธนาเวทย์...พนักงานเสิร์ฟสาวที่หยิบยื่นตั๋วโดยสารรถไฟใต้ดิน
ให้กับชายหนุ่มแปลกหน้าเพราะมันหมดประโยชน์กับเธอ
โดยที่เธอเองก็ไม่คาดคิดว่า 'เพื่อนร่วมชายคา' อย่างเขา
จะกลายมาเป็น 'เพื่อนร่วมเส้นทางชีวิต'

แม้จะหนาวติดลบ แต่หัวใจของทั้งเขาและเธอกลับอบอุ่นเมื่อมีกันและกัน
ร่วมฝ่าฟันปัญหาทุกอย่าง แม้หิมะจะตกหนัก
แต่เขากลับเป็นไออุ่นของแสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องในหัวใจของเธอ






หลังอ่าน....
อีกเล่มจากค่ายเดียวกัน แถมแนวเรื่องใกล้เคียงกันกับเล่มข้างบน
เลยหยิบมาบอกเล่าพร้อม ๆ กันเสียเลย

เล่มนี้สะดุดใจกับชื่อเรื่องค่ะ ฟังดูอบอุ่น อ่อนโยน นุ่มนวลชวนฝัน
และเมื่ออ่าน ๆ ไป ก็เป็นไปตามนั้นเลยค่ะ
เรื่องย่อ ๆ ก็ตามปกหลังนั่นเลยค่ะ อิงพล็อตโบราณประมาณเล่มข้างบนเหมือนกัน
เพียงแต่มีการปรับเรื่องราวให้เข้ายุคเข้าสมัย ทำให้อ่านได้สนุกเหนือความคาดหมายค่ะ

เรื่องราวทั้งหมดดำเนินไปในประเทศอังกฤษทั้งหมดค่ะ
เพราะพระเอกต้องเดินทางไปตามหารักแท้ถึงที่นั่น
ด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้าอยู่เมืองไทย ไม่มีใครไม่รู้จักตระกูลรวยล้นฟ้าของเขาแน่
เขาต้องไปในฐานะนักเรียนธรรมดา และมีงบค่าใช้จ่ายที่จำกัด...
เพียงวันแรกที่เขาเหยียบแผ่นดินอังกฤษ เขาก็ได้พบสาวไทยใจดีที่มอบตั๋วรถไฟที่เธอไม่ได้ใช้แล้วให้กับเขา
ทั้งการพูดคุยกันของเธอกับเพื่อนก็ยังกลายเป็นลายแทงให้เขาสามารถเดินทาง
ไปสมัครงานเป็นเด็กล้างจานในร้านอาหารไทย...
ที่เดียวกับที่นางเอกทำงานพิเศษเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่นั่นเอง

เมื่อมาพบกันอีกครั้ง ทั้งยังกลายเป็นเพื่อนร่วมบ้านกันอีก
แรกเริ่มมิ้มหรือศิโรธรก็ตั้งแง่เล็ก ๆ กับนายหมอก หรือชานนท์
แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นาน จากการได้ช่วยเหลือกันเล็ก ๆ น้อย ๆ
กับน้ำใสใจจริงที่นายหมอกแสดงต่อเธอทำให้กำแพงที่ก่อไว้ค่อย ๆ ทลายลงทีละน้อย ๆ

...........

ชอบมากค่ะ เรื่องนี้ ทั้งอบอุ่น อ่อนหวาน ละมุนละม่อมกลมกล่อมไปทั้งเรื่องจริง ๆ
ไม่น่าเชื่อว่านี่เป็นงานเขียนชิ้นแรกของคนเขียน
ด้วยสำนวนภาษาที่...นุ่มนวล สละสลวยมาก ไม่ว่าจะเป็นการบรรยายฉาก
อารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร หรือบทสนทนาก็ลื่นไหล เป็นธรรมชาติ
ผู้อ่านอ่านแล้วสามารถจินตนาการตามได้เคลิ้มคล้อย

ชอบพระเอก นางเอกเรื่องนี้มาก
พระเอกดูดีมีเสน่ห์ ฉลาด รักมั่นคง
ส่วนนางเอกก็มุ่งมั่น แม้จะมีปมครอบครัวแต่ก็เข้มแข็ง
เป็นตัวของตัวเอง ไม่อ่อนแออ่อนไหวจนเกินเหตุ

และแม้จะอิงพล็อตเก่า ๆ ...อย่างที่บอกในตอนต้น
แต่เรื่องราวหลังจากนั้นก็ค่อนข้างพลิกผัน ผิดคาด แหวกขนบน้ำเน่าพอสมควรเลยค่ะ

เรียกได้ว่าเป็นนิยายแนวฟีลกู้ดที่อ่านสนุก อ่านเพลินทังสองเล่ม
อ่านแล้วรู้สึกดี จึงหยิบมาเล่าขาน ชวนอ่านกันค่ะ












 

Create Date : 29 ตุลาคม 2557    
Last Update : 29 ตุลาคม 2557 12:15:37 น.
Counter : 3308 Pageviews.  

~ คู่เรียงเคียงขวัญ : โดย "อัญชรีย์" ~






คู่เรียงเคียงขวัญ
ผู้แต่ง : อัญชรีย์
ผู้พิมพ์ : สนพ.แจ่มใส
352 หน้า ราคา 239 บาท


โปรยปกหลัง :


‘กตัญญู’ หรือ ‘หมอวิน’ ขึ้นชื่อในเรื่องปากหมะ...
เอ่อ ปากไม่ดี ห้าว ห่าม ดื้อรั้น และหวงความโสดเป็นที่หนึ่ง
แม้จะขี้อ่อยไปทั่วแต่ไม่มีทางคิดจริงจังกับใครง่ายๆ
เพื่อนๆ มักบอกว่าเขาคือ ‘แรดตัวพ่อ’

เมื่อวันหนึ่ง ‘แรดตัวพ่อ’ ถูกบังคับให้ต้องแต่งงานกับผู้หญิงเนี้ยบ เคร่ง เครียด เป๊ะทุกองศา
เขาจึงทั้งช็อคทั้งอึ้ง แต่ทุกอย่างบีบให้ปฏิเสธไม่ได้
เขาจึงได้แต่ดิ้นรนหาทางให้เธอเป็นฝ่ายยกเลิกการแต่งงานครั้งนี้
แต่...นอกจากเธอจะอดทนได้แม้ว่าเขาจะทำตัวให้ถ่อย...เอ่อ แย่สุดๆ แล้ว
เธอยังยืนยันอีกว่าพร้อมจะใช้ชีวิตคู่แบบจริงจัง ไม่ใช่แต่งงานกันแค่ในนาม
แถมยังบอกเขาอย่างมั่นใจว่า เชื่อว่าเขาจะต้องหลงรักเธออย่างแน่นอน
ฮะ!ผู้หญิงคนนี้จะประหลาด น่ากลัว ชวนหลอนไปไหน?!

ก่อนหน้านี้เขากับเธอไม่เคยพูดกันซักครั้งด้วยซ้ำ
ถ้าไม่นับที่เขาเอาริมฝีปากไปประกบริมฝีปากเธอมาก่อน...ก็แค่นั้นเอง!







เพิ่มเติมเรื่องย่อ ๆ จากข้างบนอีกนิด ๆ...

'หมอวิน' หรือกตัญญู เป็นเด็กในอุปการะของคิรากร (พระเอกจาก"เจ้าหญิงเม็ดทราย")
ที่ส่งเสียเขามาตั้งแต่เด็กจนเติบโต เรียนจบแพทย์ได้
บุญคุณคิรากรจึงท่วมหัวหมอวิน จนเมื่อเขาขอร้องเชิงบังคับให้รับหน้าที่เป็นเจ้าบ่าวแทนจิรพัส...
(น้องชายของคิรากร ตัวละครเด่นอีกตัวจากเจ้าหญิงเม็ดทรายเช่นกัน)
แต่งงานกับครองขวัญ หญิงสาวผู้ไม่เคยอยู่ในสายตา ไม่เคยเป็นสเป้กของเขามาก่อน...
หมอวินจึงยากจะปฏิเสธได้

คิรากรขอร้องเขาว่าให้แต่งงานแล้วคงสถานะสามีภรรยากับครองขวัญแค่ระยะหนึ่ง
หลังจากนั้น หากไปกันไม่ได้จริง ๆ ก็สามารถหย่ากันได้
ตอนนี้แค่ช่วยรักษาหน้าให้ครองขวัญ ไม่ต้องเป็นหม้ายขันหมากเท่านั้น

หลังจากแต่งงานแล้ว หมอวินต้องย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของครองขวัญที่เธออยู่ร่วมกับแม่เลี้ยงและน้องสาว
ที่นั่นเขาก็ได้สัมผัสตัวตนอีกมุมหนึ่งของครองขวัญ โดยเฉพาะปมเหตุที่ทำให้เธอเป็นคนเย็นชา...
และโหยหาความอบอุ่นจากครอบครัว
ทำให้ความรู้สึกของเขาที่มีต่อครองขวัญค่อย ๆ เปลี่ยนแปรไปทีละน้อย ๆ

และทั้ง ๆ ที่เขาเป็นฝ่ายเร่งเร้าการเลิกราในช่วงแรก ๆ ของการใช้ชีวิตคู่
ทว่าเมื่อครองขวัญยอมถอดใจจากเขาจริง ๆ ในวันหนึ่ง เขากลับใจหาย และเป็นฝ่ายยื้อซะงั้น...






หลังอ่าน...
ก็สนุกดีค่ะ อ่านเพลิน ๆ ง่าย ๆ ตามสไตล์ 'อัญชรีย์'
ที่จริง ๆ แล้ว ทั้งพล็อตทั้งปมก็วน ๆ เวียนๆ อยู่กับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ นั่นแหละ
โดยเฉพาะมุกแต่งงานหลอก ๆ ปลอม ๆ หรือตกกะไดพลอยกระโจนอะไรนี่
ดูเหมือนจะเป็นมุกถนัด เป็นเมนูประจำของนักเขียนนามนี้ไปเสียแล้ว
เห็นมาหลายเรื่องเหลือเกินนิ

แต่เล่มนี้อาจจะมีจุดแตกต่างเล็กน้อยตรงที่เหมือนจะมีการสลับบทบาทกันนิดหน่อย
เพราะเรื่องนี้ พระเอกเป็นฝ่ายถูกบังคับอ่ะ ฮ่า...เรื่องราวมันน่าสนใจตรงนี้เอง
กับบุคลิกของนางเอกอย่างครองขวัญ ที่ช่างมั่น ดันทุรัง และเอาแต่ใจตัวสุด ๆ
จนดูแข็งกระด้างและออกแนวเย็นชา...
(แต่ก็ไม่วายคิดเองเออเองเหมือนนางเอกคนอื่น ๆ อยู่บ้างเหมือนกัน)
จนอ่านช่วงต้น ๆ เรื่องรู้สึกไม่ค่อยชอบนางเอกคนนี้เลยแฮะ แล้วก็เห็นใจพระเอกมาก ๆ
เป็นใครก็คงหลอนแหละ จู่ ๆ ต้องมารับเซ้งเจ้าสาวต่อจากคนอื่นแบบเนี๊ยะ
ต่อให้สวย ให้เป๊ะขนาดไหนก็เหอะ

แต่อีกด้านหนึ่ง หากมองลึกลงไปในปูมหลังของชีวิตเธอ
เธอก็ดูจะน่าสงสาร น่าเห็นใจไม่น้อย

ปกติเราจะเห็นแต่พระเอกของอัญชรีย์ที่มีปมจิต ๆ หน่อย แต่เล่มนี้เปลี่ยนให้นางเอกเป็นฝ่ายมีปมมั่่งค่ะ
ก็...โอเคนะคะ มาถึงยุคนี้สมัยนี้ หญิง-ชายทัดเทียมกันแล้ว
ก็ไม่แปลกถ้าจะให้พระเอกเป็นฝ่ายถูกรุกมั่ง 55...

อ้อ...แม้ว่านางเอกเขาจะเอาแต่ใจและเย็นชาสุด ๆ อย่างที่บอก
ก็ไม่ต้องห่วงว่าเลิฟซีนจะด้อยน้อยหน้าเล่มอื่นนะคะ

ยังคงเพียบ...จัดเต็มเช่นเคยค่ะ...
ก็พระเอกเขาทั้งห้าวทั้งห่ามปานนั้น...
มีเพื่อนร่วมก๊วนแบบหมอภีมกับหมอปั๊ปเป็นการันตีค่ะ!

อ่านรวดเดียวจบไปเมื่อตะกี้...แซงคิวบอกเล่าเพราะเป็นหนังสือยืมอ่านค่ะ
เจ้าของเขา แฟนขับตัวจริงคุณอัญชรีย์เขายังไม่ได้อ่านเลย แหะ ๆ











 

Create Date : 22 ตุลาคม 2557    
Last Update : 22 ตุลาคม 2557 12:06:04 น.
Counter : 1647 Pageviews.  

~ นิยายชุด "ต้นรักเสน่หา" : นิยายรักโรแมนติกอวลกลิ่นอายธรรมชาติ จากสามนักเขียนแห่งค่าย"อรุณ" ~





เก็บรักไว้ที่ปลายฟ้า / โอบพสุธาด้วยรัก / ปลูกรักใต้เงาใจ
ดวงมาลย์ / คีตา / บุลินทร
สนพ.อรุณ (มีนาคม ๒๕๕๗)
๓๕๗ / ๓๐๑ / ๓๔๕ หน้า, ราคา ๒๗๕ / ๒๓๕ / ๒๕๐ บาท

สั้น ๆ จากคำนำสนพ.


นวนิยายชุด'ต้นรักเสน่หา' เริ่มต้นมาจากแนวคิดของบ.ก.ที่ว่า
ในปัจจุบันป่าไม้ของประเทศไทยถูกลักลอบตัดทำลายเป็นจำนวนมาก
และวันนี้ แทบจะไม่เหลือผืนป่าให้ลูกหลานในอนาคต ซึ่งถ้าหากคนไทยยังไม่สำนึกรักธรรมชาติ
อีกไม่นานป่าไม้ก็คงหมดไป รวมถึงชีวิตสัตว์ป่าที่อาศัยพึ่งพิงอยู่ในป่าอันอุดมสมบูรณ์

นี่จึงเป็นที่มา ของความรักอันแสนจะโรแมนติก ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพร ในนิยายชุดนี้






นิยายชุดนี้มีเพื่อน ๆ บล็อกรีวิวกันให้เอิกเกริกในช่วงที่หนังสือออกใหม่ ๆ
เรื่องย่อก็คงมีให้อ่านกันไปเยอะแล้ว
ส่วนตัวจึงขออนุญาตที่จะไม่ก๊อปเรื่องย่อหรือโปรยปกหลังมาลงอีก
ขอบอกเล่าเมาท์มอยหลังอ่านแบบรวบยอด ทรีอินวันเลยละกันนะคะ

ได้ชื่อว่าเป็นนิยายชุดด้วยทั้งสามเรื่องมีธีมเดียวกันคือเน้นในเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติ
กับมีตัวละครที่ยึดโยง เชื่อมเรื่องราวเข้าด้วยกัน เป็นพระเอกสามหนุ่ม...(แต่)มุมเดียว
คือ ทั้งสามคนเป็นเพื่อนร่วมก๊วน กวนและเกรียนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมนู่น...

ที่บอกว่าพระเอกเป็นสามหนุ่มมุมเดียวก็เพราะทั้งสามเรื่องเขามีคอนเซปต์ร่วมว่า...
พระเอกทั้งสามจะต้องร้าย ดิบ เถื่อน...แต่เมื่อมาเจอนางเอกที่ร้ายกว่า
พวกเขาก็ให้มีอันต้องแพ้ทางพวกเธอ...

ฉากของเรื่องทั้งสามก็จะเป็นต่างจังหวัดที่ยังหลงเหลือธรรมชาติ
มีป่าเขาลำเนาไพรให้คู่พระ-นางได้ร่วมกันบ่มเพาะต้นรัก

แต่นอกเหนือจากคอนเซ็ปต์ร่วมดังกล่าวข้างบนแล้ว
ทั้งสามเรื่องก็มีเนื้อหาและแนวเรื่องค่อนข้างเป็นอิสระต่อกัน สามารถแยกอ่านเดี่ยว ๆ ได้
หรือจะเลือกอ่านตามลำดับก่อนหลังยังไงก็ได้...

............

เจ้าของบ้านนี้เลือกเริ่มที่ "เก็บรักไว้ที่ปลายฟ้า" ของ"ดวงมาลย์"ค่ะ...

เรื่องนี้เป็นเรื่องของกวินทร์หมอหนุ่มหน้าตี๋ที่หนีการคลุมถุงชนจากเมืองกรุง
มุ่งสู่'ม่อนเจ้าคำ' เพื่อไปเป็นหมออยู่บนดอย
แต่หารู้ไม่ว่า นั่นเท่ากับเป็นการหนีเสือปะจระเข้
เพราะที่บนดอยนั้น ก็มีคนจ้องจะจับคู่ให้กับเขาอยู่เหมือนกัน...

ยายแก้วสายเป็นเจ้าของรีสอร์ตแห่งเดียวบนม่อนเจ้าคำ
รู้สึกพอใจในตัวหมอหนุ่มจนอยากจะได้เขามาเป็นหลานเขย
จึงวางแผนหลอกล่อให้หลานสาวคนเดียวอย่างขวัญชมัย ครีเอทีฟสาวสุดเปรี้ยว
ให้เดินทางกลับมาอยู่ที่บ้านบนดอยกับเธอ...
ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ขวัญชมัยกำลังมีปัญหาที่ทำงานอยู่พอดี
เธอจึงตามใจผู้เป็นยาย กลับมาบ้านเกิดที่ม่อนเจ้าคำ
...
จากนั้นก็เป็นเรื่องราวของสาวหัวดื้อกับหนุ่มหัวแข็ง ที่จะต้องปะ ฉะ ดะ กันทุกครั้งที่พบหน้า
จนกลายเป็นพัวพันชิดใกล้ตามแผนลับของคนเป็นยาย


......................


ก็ชื่นชอบพอประมาณค่ะ สำนวนภาษาคนเขียนลื่นไหลดีอ่านไม่มีสะดุด
การเปิดเรื่องทำได้น่าสนใจ น่าติดตามทีเดียว
มีเรื่องราวอันเป็นสาระว่าด้วยการสาธารณสุขระดับชุมชน
กับการอนุรักษ์ธรรมชาติที่ดำเนินควบคู่กันไปอย่างสอดคล้องกลมกลืน
แถมมีปมซับซ้อนเรื่อง"ขุมทอง"ที่ซ่อนอยู่ในม่อนเจ้าคำอีก ช่วยเพิ่มสีสันให้นิยายไม่น้อย

ชอบพระเอก-นางเอกเรื่องนี้ที่แสบและร้ายพอกัน สมน้ำสมเนื้อกันดี
แต่ตัวละครประกอบ โดยเฉพาะตัวอิจฉาอย่างบัวหอมออกจะหน่อมแน้มไปหน่อย
คือมันเห็นได้ชัดเกินไปว่า...มันคนละชั้น ไม่น่าเอามาเปรียบเทียบกันได้เลย
ถึงตอนท้ายจะมีสาวหมวยคู่หมายของพระเอกแทรกเข้ามา ก็กลายเป็นตัวตลกไปเสียนี่
ส่วนปมดราม่าเรื่องพ่อนางเอกนั่น...แหะ ๆ นี่มันซีรีส์เกาหลีชัด ๆ

อ้อ...อีกนิด ม่อนเจ้าคำนี่อยู่บนดอยแถบภาคเหนือ แต่ไฉนข้าเจ้าอ่านแล้ว
กลับไม่ค่อยสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของบรรยากาศทางเหนือ ๆ สักเท่าไหร่เลยแฮะ





เล่มที่สอง อ่าน"โอบพสุธาด้วยรัก" ของ 'คีตา' ค่ะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องของหนุ่มทิม ทีปกร ครีเอทีฟหนุ่มไฟแรง
ที่ต้องเดินทางไปเป็นนักสืบจำเป็น ที่ไร่แสงจันทร์ ในดินแดนอันไกลโพ้น
เพราะน้าสาวที่เขาเคารพรักดุจแม่ ผู้เป็นเจ้าของไร่นั้น ถูกวางยา

ที่นั่นเขามีผู้ช่วยคนหนึ่ง ตามที่ทนายของน้าสาวฝากฝังมา...
ปีย์วรา หญิงสาวสุดเซอร์ที่มีอาชีพไม่ธรรมดา
เพราะเธอเป็นช่างซ่อมรถ มีอู่ซ่อมรถเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง

ทั้งคู่จะต้องร่วมมือกัน สืบหาตัวคนร้ายที่วางยาน้าสาวของทีปกร
รวมถึงการแก้ปัญหา สางปมขัดแย้งในไร่ระหว่างน้าสาวของเขากับหลานชายของน้าเขย...หุ้นส่วนคนสำคัญ
ที่จู่ ๆ ก็ต้องการแบ่งแยกดินแดนซะงั้น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นเขาเคยให้ควาเคารพป้าสะใภ้มาตลอด...
อะไรคือสาเหตุแห่งความขัดแย้งและเข้าใจผิด นั่นคือสิ่งที่ทีปกรต้องค้นหา...
ด้วยความร่วมมือจากสาวยิ้มยากอย่างปีย์วรา


........................


พูดได้เลยว่าในชุดนี้ ชอบเล่มนี้ที่สุด
แม้จะตอบโจทย์ธีมในเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติได้น้อยที่สุดก็เถอะ
(แล้วก็โรแมนติกน้อยที่สุดด้วยเช่นกัน)

เรื่องนี้จะเน้นไปที่เรื่องของการสืบสวนสอบสวน(ซึ่งน่าจะเป็นแนวถนัดของผู้เขียน)
แต่อาศัยฉากที่เป็นชนบท มีธรรมชาติที่เป็นไร่เป็นป่าเขาลำเนาไพร
ทำให้โทนของเรื่องไม่ฉีกแนวไปจากธีมที่กำหนดให้มากนัก

การสร้างเรื่อง วางพล็อต และตัวละครก็พอดิบพอดี มีที่มาที่ไปสมเหตุสมผล
การเดินเรื่องก็ทำได้กระชับฉับไวไม่เยิ่นเย้อ

ชอบนางเอกของเรื่องนี้จัง เธอเท่ เธอแนว เธอไม่เหมือนใคร
ปูมหลังชีวิตของเธอค่อนข้างดราม่า
แต่เธอก็ไม่เอาจุดนั้นมาเป็นปมด้อยคอยถ่วงตัวเองให้ตกจม...
เพียงแต่มันอาจจะถ่วงหัวใจเธอนิด ๆ ทำให้เธอกลายเป็นคนที่ค่อนข้างปิดตัว ปิดหัวใจรักใครยากอยู่สักหน่อย...
จึงเป็นงานที่หนักหนาเอาการสำหรับพระเอกของเรา
อาจจะหนักกว่างานสืบสวนที่เขากำลังทำอยู่ด้วยซ้ำในการที่จะเปิดใจหญิงสาวที่เขามองว่า...
ไม่ธรรมดาคนนี้

เอาเป็นว่า...เล่มนี้ค่อนข้างบางที่สุดในชุด หากก็ครบรสลงตัวที่สุดเช่นกันค่ะในความรู้สึกส่วนตัว





เล่มที่สาม "ปลูกรักใต้เงาใจ" ของ 'บุลินทร'

เรื่องนี้ถึงคิวของนายเบน บุลวัชร เจ้าหน้าที่ป่าไม้หนุ่มหน้าเข้ม
ที่จู่ ๆ ก็ต้องมารับงานไซด์ไลน์ ทำหน้าที่ดัดนิสัยลูกสาวหัวหน้าป่าไม้จอมวีนอย่างน้ำ-นลินา
หลังจากที่บิดาของเจ้าหล่อนชักจะเหลืออดกับความเอาแต่ใจของลูกสาว
ที่ถูกเลี้ยงดูแบบตามใจตะพึดโดยผู้เป็นยาย

ด้วยความเกรงใจผู้เป็นหัวหน้างาน บุลวัชรจำต้องยอมรับนลินา
ให้เป็นผู้ช่วยในสำนักงานพิทักษ์ป่าบ้านภูไพรที่เขาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าหน่วยอยู่

จากนั้นก็เป็นเรื่องราวของการรับมือกับความเหวี่ยง วีน และเอาแต่ใจของนลินา
ควบคู่ไปกับการรุกคืบของโครงการพัฒนาพื้นที่ป่าโดยผู้มีอิทธิพลที่ร่วมมือกับผู้นำชุมชนท้องถิ่น
ซึ่งในฐานะเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เขาจะต้องขัดขวางโครงการดังกล่าวด้วยชีวิต


.......................


ยอมรับค่ะว่าอ่านเล่มนี้อย่างไม่คาดหวังนัก ด้วยยังเกร็ง ๆ กับผลงานของนักเขียนนามนี้อยู่
(หลังจากได้อ่านไปสองเล่ม แล้วไม่ประทับใจนัก)
ทั้ง ๆ ที่จะว่าไป...
ดูเหมือนว่าเล่มนี้จะตอบโจทย์ธีมได้ชัดเจนที่สุดเพราะพระเอกเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้โดยตรง

อ่านช่วงแรก ๆ ต้น ๆ เรื่อง อาการเกร็งยังคงอยู่ค่ะ
ก็เล่นเปิดเรื่องมาด้วยซีนละครหลังข่าวซะขนาดนั้น...

(นางเอกคุณหนูเดินทางไปหาพ่อ พระเอกมารับสายทำเอาคุณหนูวีนซะ...)

แล้วก็ต้อง"ทน"อ่านความไม่สมเหตุสมผลของเรื่องราวช่วงต้น ๆ ไปอีกระยะหนึ่ง...

(พ่อนางเอกยกลูกสาวให้เป็นผู้ช่วยของพระเอก แล้วก็ปล่อยให้ลูกสาวที่เพิ่งเดินทางมาถึงให้อยู่บ้านตามลำพัง ฝากฝังให้พระเอกดูแลดัดนิสัยในขณะที่ตัวเองเดินทางไปราชการที่อื่น...เอิ่ม...ต่อให้คุณไว้ใจผู้ชายขนาดไหน เป็นคุณจะกล้าทิ้งลูกสาวที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานไปทันทีทันใดแบบนั้นไหมอ่า...?)

พอเข้าเรื่องของการเปิดตัวฝ่ายผู้ร้ายนั่นล่ะ เรื่องราวค่อยดูจะน่าสนใจ
มีเนื้อหาสาระ มีมุกมีปมให้ลุ้นมากขึ้น ทำให้สามารถตามอ่านได้เรื่อย ๆ

แต่ก็นั่นแหละ อาจจะเป็นด้วยคนอ่านคนนี้ใช้ชีวิตอยู่บ้านนอก หลังดอยหลังเขามากว่าครึ่งค่อนชีวิต
รู้สึกว่าหลายจุดหลายมุมยังขาดความสมจริงอยู่อีกมาก

เท่าที่อ่านงานของนักเขียนนามนี้มาสามเล่ม(รวมทั้งเล่มนี้)
ก็พอจะวิเคราะห์ได้ว่า...(ผิดถูกไม่รับประกันค่ะ เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วน ๆ )
อาจจะเป็นเพราะผู้เขียนเป็นชายหนุ่ม ยังไม่ลึกซึ้งถึงอุปนิสัยใจคอของผู้หญิงมากพอ
ตัวละครฝ่ายหญิงของเขา ไม่ว่าจะเป็นนางเอกหรือนางร้าย มักจะมีอะไรที่ขาด ๆ เกิน ๆ อยู่เสมอ

อย่างนางเอกเรื่องนี้ ชีร้ายได้น่ารำคาญมากกกกกกก....พูดเลย
มองไม่เห็นความน่ารักซักกะนิด
มันชวนให้สงสัยว่า เอ...ผู้หญิงแบบนี้ พระเอกมันรักเข้าไปลงได้ยังไงหว่า...

หรือนางร้ายอย่างน้องผลส้มก็เหมือนกัน ก็เห็นเกริ่นกล่าวว่าเธอเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วในเรื่อง
แต่ไฉน พฤติกรรมพฤติการณ์ของเธอถึงช่างดูโลว์คลาสเอามาก ๆ
ต่อให้เป็นบ้านนอกชนบทขนาดไหน เมื่อได้รับการศึกษาที่สูงในระดับหนึ่ง
การแสดงออกมันก็น่าจะ"สูง"กว่าที่เป็นอยู่บ้าง
และ...ต่อให้นางร้ายขนาดไหน ในตอนท้ายก็ไม่น่าจะต้องมีชะตากรรมเลวร้ายถึงขั้นนั้น
ในจุดนี้รู้สึกว่าคนเขียนโหดอะ

แต่ในส่วนของเนื้อหา การวางพล็อตและการดำเนินเรื่อง รวมถึงการใช้ภาษาในภาคบรรยาย
รู้สึกว่าผู้เขียนจะมีพัฒนาการขึ้นเยอะมาก ขอชื่นชมค่ะ

(ส่วนที่ติง ๆ ไป คนเขียนหากได้เข้ามาอ่านก็อย่าเพ่อน้อยใจไปนะคะ
คิดเสียว่ายายป้าคนนี้มันเรื่องมากไปหน่อย...
ป้าไม่ชอบ คนอื่นที่เขาชอบคงมีอีกเยอะแยะ
ยังไง ๆ ก็เป็นกำลังใจให้พัฒนาฝีมือยิ่ง ๆ ขึ้นไปค่ะ แหะ ๆ )





สรุปสั้น ๆ เลยละกันค่ะว่า...ชื่อว่าเป็นนิยายชุดแต่สามารถอ่านแยกเดี่ยวได้ค่ะ
เรื่องราวไม่ได้ต่อเนื่องกัน
ชอบในความสร้างสรรค์ของโจทย์ธีมที่กำหนดให้เปรียบเทียบความรักเป็นประหนึ่งการการปลูกต้นไม้(และดูแลธรรมชาติ)
ขออนุญาตโควทข้อความในหน้าปกในของเรื่อง"โอบพสุธาด้วยรัก"มาลงไว้ตรงนี้

"ความรักนั้นเหมือนต้นไม้ อยากให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งก็ต้องใจเย็น
ค่อย ๆ ดูแลรักษาอย่างเอาใจใส่
และเมื่อมันเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ มันก็จะดูแลเราเอง...
ความรักจะดูแลเรา"


อ่านจบไปแล้วสักพักใหญ่ ๆ
เพิ่งจะมีเวลา(และโอกาส)มาอัพบล็อก บอกเล่าชวนอ่านกันค่า...










 

Create Date : 17 ตุลาคม 2557    
Last Update : 17 ตุลาคม 2557 15:40:57 น.
Counter : 3347 Pageviews.  

~ หลังคาใบบัว : นิยายชีวิตสะท้อนสังคม(ที่แสน...จะ)สมจริงโดย "กัญญ์ชลา" ~





หลังคาใบบัว
ผู้เขียน : กัญญ์ชลา
ผู้พิมพ์ : สนพ.แสงดาว
552 หน้า 390 บาท

เรื่องย่อ(จากสนพ.) :


“สิมะลา” สาวน้อยผู้ถูกเลี้ยงมาให้ทะเยอทะยาน
เธอพยายามหนีสิ่งที่เธอและครอบครัวเผชิญอยู่

หลังคาใบบัว...บ้านหลังเล็กซอมซ่อ ที่ “เธอ” อาศัย
เป็นบ้านที่เธอจะต้องทะยานจากไปไกลๆ
ไปอยู่บ้านหลังใหม่ หลังใหญ่ที่ควรจะดีกว่า
บ้านที่เธอและครอบครัวจะเชิดหน้าชูตาอยู่ได้!

ทางลัดสำหรับชีวิต เธอจึงมุ่งหวังผู้ชายสักคนที่เพียบพร้อมทุกอย่าง
เพื่อมาพลิกชะตาชีวิตและครอบครัว...

“เขา” ชายหนุ่มหน้าตาดี เนื้อหอมในวงการ
แม้ชาติตระกูลจะดูคลุมเครือในสายตา คือที่หมายของเธอ...

ทว่า เขาเล่า จะไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเดียวกันกับเธอละหรือ
ในเมื่อเขาก็กำลังเสาะแสวงหาในสิ่งเดียวกับเธอ!

การปิดบังซ่อนเร้น ระหว่างเธอกับเขา
ก็เพียงเพื่อจะแสดงภาพลักษณ์ที่ดี โก้หรู มีฐานะต่อกัน
เพื่อจะใช้เป็นเหยื่อล่อปลา เพื่อให้ปลามาหลงเหยื่อ

แต่ทว่า ทั้งคู่ ใครจะเป็นเหยื่อ หรือเป็นปลาก็ยากจะคาดเดา
หรือเพราะที่สุดแล้ว... ทั้งเธอและเขา ต่างอยู่ในสภาพเดียวกัน!







เรื่องย่อ ๆ ก็ตามข้างบนนั่นเลยค่ะ

อ่านนิยายเรื่องนี้แล้วนึกถึงเวลาที่อ่านกระทู้ในบอร์ดห้องสมุดพันทิป
บางครั้งจะมีเพื่อนนักอ่านมาตั้งกระทู้ถามถึงนิยายที่พระเอกร้าย ๆ หรือนางเอกร้าย ๆ
คำตอบของเราก็จะวน ๆ เวียน ๆ อยู่กับนิยายเก่า ดัง ๆ ไม่กี่เรื่อง อย่างลำยองจากทองเนื้อเก้า
อีสา ทองประกายแสด ฯลฯ
นิยายรุ่นใหม่ ๆ ก็มีอยู่บ้าง อย่างเรยา(ดอกส้มสีทอง) หรือทรายจากทรายสีเพลิง...

แต่กระนั้น นั่นก็เป็นความร้ายอันมีที่มาที่ไป
อาจจะด้วยสถานการณ์พาไปหรือเป็นปม'แค้นฝังหุ่น' เพราะถูกกระทำ...อะไรประมาณนั้น
เมื่อเรื่องราวดำเนินไปถึงจุดหนึ่ง นางเอกตัวร้ายเหล่านั้นต่างก็ได้รับบทเรียน
เกิดการเปลี่ยนแปลง กลับเนื้อกลับตัว แล้วก็กลายมาเป็นนางเอกตัวจริง
ให้คนอ่านคนชมได้ลุ้น ได้เห็นอกเห็นใจและเอาใจช่วย...

ซึ่งต่างจาก"สิมะลา"กับ"วโรดม" นางเอก พระเอก หญิงร้ายชายแสบจากเรื่องนี้
ทั้งคู่ในนิยายเรื่องนี้เป็นความร้ายที่เกิดมาจากการเลี้ยงดูแบบผิด ๆ ของคนเป็นพ่อเป็นแม่...
จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง บิดเบี้ยว และจากกระแสวัตถุนิยมที่ถั่งโถมเข้ามา

นิยายเรื่องนี้ ผู้เขียนได้เปิดเปลือย กระเทาะเปลือกสังคมอันจอมปลอมไว้อย่างถึงแก่นทีเดียว
นางเอก"สิมะลา"เป็นหญิงสาวสวยจัดที่ถูกปลูกฝังค่านิยมอันฟุ้งเฟ้อเปรอปรนโดยผู้เป็นพ่อ
ที่วาดหวังสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกสาว เขาทุ่มเทลงทุนเพื่อ...
"แต่ง"ให้หล่อนดูเป็นเด็กสาวมีฐานะ มีราคาค่างวด...

จนหล่อหลอมให้หล่อนกลายเป็นคนที่ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมและทะเยอทะยาน...

เมื่อพ่อพาเธอ"ออกงาน"ครั้งแรก เธอก็พบกับชายหนุ่มที่มาติดพันเธอพร้อม ๆ กันถึงสี่คน
เมื่อมีการพบปะกันอีกไม่กี่ครั้งในตอนหลัง เธอก็คัดตัวเลือกออกไปสอง
เหลือเพียงสองคน คือ"วโรดม" - ชายหนุ่มเจ้าของรถสปอร์ตหรู รูปหล่อประเปรียวและเจ้าเสน่ห์
กับ"สุรสิทธิ์" หนุ่มรูปไม่หล่อแต่พ่อแม่รวย ตรงสเป้กที่ผู้เป็นพ่อกำหนดทุกอย่าง

ใจของสิมะลานั้น ออกจะหลงเสน่ห์ความรูปหล่อของวโรดมอยู่ไม่น้อย
หากก็หวนหาเสียดายการเอาอกเอาใจพร้อมของกำนัลหรู ๆ จากสุรสิทธิ์

อยู่ที่เธอแล้ว...ว่าจะเลือกรักหรือรวย...หรือจะเก็บไว้ทั้งสองคน?







อ่านแล้วก็ชอบค่ะ ชอบในความร้ายของสิมะลาที่...
เรียกได้ว่าผู้เขียนเขียนให้เธอร้ายได้แบบ...ไม่ห่วงสวย ไม่แคร์สื่อเอาเสียเลย
และร้ายได้จนถึงหยดสุดท้ายจริง ๆ

ส่วนพระเอกจอมแสบอย่างวโรดมนั้นเล่า...
ที่ไม่ใช้คำว่า"เลว" กับเขา ก็เพราะจะว่าไปแล้ว วโรดมก็ไม่ได้เลวเกวอะไรมาก
เพียงแต่เขาออกจะเป็นหนุ่มที่ถูกสปอยล์มาจนเคยตัว ด้วยความที่เป็นลูกชายคนเดียว
เจ้าเล่ห์...แล้วก็แสบ...เท่านั้นเอง
เมื่อได้พบกับสิมะลา เขาพึงใจในรูปลักษณ์อันงดงาม
กับท่าทีที่ดูเหมือนจะหวงเนื้อหวงตัวเป็นกุลสตรีของเธอ...

"แต่ฐานะหล่อนนั่นสิ ที่เขายังปักใจไม่ได้ ...เผื่อหล่อนมีรากฐานดี เขาจะได้ผละจากอู่ข้าวอู่น้ำ'แก้ขัด' เหล่านั้น แต่งงานเป็นเรื่องเป็นราว..." .....

เขาจึงพาตัวเข้าไปพัวพัน จนเมื่อได้เข้าไปใกล้ชิดจนรู้จักกันถึงเนื้อแท้แล้ว
เขาก็ยังไม่ถอยห่าง แม้จะไม่ได้รักใคร่ใยดี แต่สิมะลายังมีผลประโยชน์ให้เขากอบโกย

และที่สำคัญ อย่างน้อย วโรดมยังมีจิตสำนึกพอที่จะรู้สึกเวทนาสิมะลาบ้างเป็นครั้งคราว
ถึงได้บอกว่าเขาแสบ...แต่ไม่ถึงขั้นเลว

ผู้เขียนเขียนนิยายเรื่องนี้ตั้งแต่ประมาณปี ๓๐ - ๓๑ กว่าสองทศวรรษที่ผ่านไป
แม้บริบททางสังคมภายนอกจะเปลี่ยนแปลงไปมากมาย(ยุคนั้นค่าแรงขั้นต่ำเพิ่งจะขึ้นเป็น ๓๕ บาทต่อวัน!)
แต่ในแง่ของธีมเรื่อง กับบทบาท ลักษณะนิสัยของตัวละคร
รวมทั้งเนื้อหา ตลอดถึงสำนวนภาษาที่ใช้ยังไม่ได้ตกยุคหรือล้าสมัยเลยแม้แต่น้อย...

โดยเฉพาะถ้อยสำนวนเสียดสีประชดประชันมันแสบสันดี...
ยกตัวอย่างนิด ๆ หน่อย ๆ

เมื่อสิมะลาถูกเพื่อนสนิทพ่อสั่งสอนว่าให้มีน้ำใจ กตัญญูต่อพ่อแม่หน่อย...
เจ้าหล่อนโต้ว่า...
"อาคะ...อาน่ะอยากให้คนเป็นอะไรมากกว่าคนหรือคะ..."

หรืออย่างตอนที่สิมะลาแอบไปสืบดูบ้านวโรดม แล้วพบว่าบ้านเขาก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร
แถมทั้งเก่าทั้งโทรม พบแม่เขา แม่เขาก็ทำท่ารังเกียจหล่อนอีก
เมื่อกลับมาบ่นให้พ่อฟัง พ่อหล่อนก็ว่าเขาเป็นลูกชายคนเดียว แม่ก็คงหวงเป็นธรรมดา หล่อนก็ว่า...
"จะเก็บลูกไว้เป็นผัวหรือไง"
เออแน่ะ...เอากะหล่อนสิ...

หรือกระทั่งตอนที่สิมะลาตัดสินใจ"ลอง" ใช้ชีวิตคู่กับวโรดม...
เขาสอนเธอว่า

"เราอยู่กันแบบนี้ ต่างคนต่างทำใจให้สบายจะมีความสุขกว่า นึกเสียว่าเราเป็นเพื่อนกัน
เป็นคนจรจัดเหมือนกันมาอยู่ในศาลาพักร้อนเดียวกัน...
คุณเรียนรู้โลกจากผมได้...ได้อย่างดีถ้าคุณอยากรู้...และถ้าวันหนึ่งเราจากกันไป
คุณก็จะรู้จักโลกดีกว่าที่คุณรู้จัก...โอเค้...
...........
ผมเป็นผู้ชายคนแรกของคุณ ...เนื้อของเราเปลือยเข้าหากัน
เรารู้จักกันทุกซอกทุกมุมแล้ว นั่นว่าโดยร่างกาย แต่คุณยังจะต้องล่วงลึกเข้าไปมากกว่าเนื้อ
คุณจะต้องรู้จักธาตุแท้ อารมณ์ ความรู้สึกอุปนิสัยของเขาด้วย..."

สิมะลารู้สึกว่าวโรดมไม่ใช่ผู้ชาย'ง่าย ๆ' อย่างที่หล่อนคิด
เขาออกจะเป็นคนเสเพลระดับสูงอยู่สักหน่อยเหมือนกัน
เพราะมีปรัชญาสอดแทรกอยู่ในความเสเพลนั้น...
หล่อนเริ่มพิศวงต่อบทบาทของผู้ชายและผู้หญิงที่จะครองรักกัน
มันคงไม่ใช่"แค่หางอึ่ง"อย่างที่หล่อนเคยคิดมาตลอดชีวิตนั่นเลย


เป็นนิยายชีวิตที่สะท้อนสังคมได้อย่างเปรี้ยว ๆ มัน ๆ ดี
อ่านจบแล้วนำมาเล่าต่อค่า









 

Create Date : 03 ตุลาคม 2557    
Last Update : 3 ตุลาคม 2557 12:34:48 น.
Counter : 2871 Pageviews.  

~ นิยายซีรีส์ "อัญมณีเหนือกาล" : เรื่องที่ ๓. "มรกตสนธยา" โดย "ริญจน์ธร" ~





มรกตสนธยา
ผู้เขียน : ริญจน์ธร
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ ม.ค. ๕๗
๔๑๗ หน้า ราคา ๒๙๕ บาท

คำโปรย


เขาอาจไม่ใช่เจ้าชายในฝัน
แต่คืนวันต่อจากนี้จะมีเพียงเธอ

คณิตา หญิงสาวผู้ไม่เชื่อในความรัก ต้องตกไปอยู่ในสถานการณ์อันไม่อาจเลือก
หลังจากได้เพริดอต พลอยสีเขียวที่พาเธอไปพบกับใครคนหนึ่ง
ที่ไม่อาจหาได้ในโลกปัจจุบัน
เธอจะทำอย่างไรกับสถานการณที่เกิดขึ้น
ต้องติดตาม...






ความเป็นมาโดยย่อ...
(เอิ่ม...มันย่อตรงไหนเนี่ย...)

เรื่องนี้เป็นเรื่องต่อจาก "มนตรามุกจันทรา" ซึ่งเป็นเรื่องที่ชอบที่สุดในชุด "มนตราอัญมณี"
ก่อนอ่านเรื่องนี้จึงค่อนข้างคาดหวังมากเป็นพิเศษ

ภาคนี้เป็นเรื่องราวของคณิตา - เพื่อนรักของมุกดานางเอกจากเรื่องก่อน
ซึ่งในเรื่องนั้นเธอก็มีบทบาทไม่น้อยในฐานะเพื่อนสนิทนางเอกกับเป็นพี่สาวของครองขวัญ
หนึ่งในเคสที่มุกดาต้องเกี่ยวข้องด้วย

คณิตาเป็นหญิงสาวทีมีปมเรื่องผู้ชายกับความรัก เพราะเธอเป็นเด็กบ้านแตก
พ่อนอกใจแม่ไปแต่งงานใหม่กับน้องสาวแม่ น้าแท้ ๆ ของเธอเอง
ต่อมาเมื่อแม่แต่งงานใหม่มั่งเธอจึงแยกตัวมอยู่บ้านที่ย่ายกให้เธอตามลำพัง
และทำธุรกิจเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานร่วมกับมุกดา...
เธอเกลียดผู้ชายเจ้าชู้และไม่เชื่อในความรัก

วันหนึ่งเธอก็ได้พบร้านขายอัญมณีชื่อ'กาลเวลา'เข้าโดยบังเอิญ
เธอสะดุดตาในอัญมณีสีเขียวสองชิ้นที่เป็นรูปหัวใจครึ่งซีก
ซึ่ง"มิตร" เจ้าของร้านก็บอกกับเธอว่านั่นคือเพริดอต ไม่ใช่มรกตอย่างที่เธอเข้าใจ
เพริดอตมีฉายาว่า 'มรกตยามเย็น' ที่เชื่อกันว่ามันจะสั่งสมพลังในเวลากลางวัน
และมีอำนาจเต็มเปี่ยมยามค่ำคืน
อะไรบางอย่างทำให้เธอตัดสินใจซื้อเพริดอตทั้งสองชิ้นนั้นมา
แต่เมื่อกลับถึงบ้านเธอก็พบว่าเธอทำมันหายไปหนึ่งชิ้น...

และแล้ว เย็นนั้นเองเพริดอตครึ่งซีกก็สำแดงพลังของมัน
เมื่อคณิตาหยิบมันขึ้นมาพิจารณา จู่ ๆ มันก็ฝังตัวเองเข้าไปในมือของเธอ...
แล้วก็พาเธอลอยละล่องข้ามผ่านกาลเวลาไปโผล่ยังใจกลางกรุงเทพมหานครในวันก่อนสิ้นปี 2099

ที่นั่น โชคดีที่เธอพบอัญมณีอีกชิ้นที่เธอทำหล่นหาย
แต่โชคร้ายทีเธอไม่รู้ว่าตัวเองอยู่จุดไหนของประเทศไทย เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันแปลกเปลี่ยนไปหมด
ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทางหรือตึกรามบ้านช่อง
ท่ามกลางความสับสนหวาดกลัว เธอก็ถูกทำร้าย แต่อัทธ์ก็มาช่วยเธอไว้ได้
เขาพาเธอมาพักที่คอนโดของเขา แต่พอรุ่งเช้าเธอก็หายตัวไปต่อหน้าต่อตาเขา

เมื่อคณิตาตื่นขึ้นมาในโลกปัจจุบันของเธอ เธอก็เข้าใจได้ถึงพลังของพลอยสีเขียวนั้น
เธอกลับไปหาร้านกาลเวลาในซอยที่เธอเคยพบ แต่ปรากฏว่าร้านนั้นหายไปแล้ว
และคืนนั้นเธอก็ถูกดึงดูดให้กลับไปที่โลกแห่งอนาคตอีกครั้ง
เพื่อที่จะพบว่าพลอยอีกครึ่งซีกที่เธอลืมทิ้งไว้ในคอนโดของอัทธ์ได้หายเข้าไปในหลังมือของชายหนุ่มแล้วเรียบร้อย
และต่างก็ไม่รู้วิธีที่จะเอาพลอยสีเขียวนั้นออกจากหลังมือทั้งคู่...
นั่นหมายความว่า...คณิตาต้องเดินทางไปมาระหว่างโลกทั้งสอง
และต้องใช้เวลายามค่ำคืนอยู่ร่วมห้องกับอัทธ์ตลอดเวลา

และหลังจากนั้น...เรื่องราวมหัศจรรย์ต่าง ๆ ก็ประเดประดังเข้ามาในชีวิตที่เคยเรียบง่ายของคณิตา...
พร้อม ๆ กับความรักที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น ทีละน้อย ทีละน้อย...







หลังอ่าน...
โอยยย...กรี๊ดอ่ะเล่มนี้ ชอบมากกกกกกกกกกกก......(ก.ไก่อีกล้านเจ็ดตัว)
มันครบรสครบครันไปหมด ทั้งรักโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ไซ-ไพ สืบสวน ฆาตกรรม อาชญากรรม ฯลฯ

ที่เล่า ๆ ไปข้างบนนั่น เป็นแค่เศษเสี้ยวเดียวของเรื่องราวทั้งหมด
ด้วยนอกจากพล็อตรักระหว่างกาลของคู่พระ-นางแล้ว ก็ยังมีปมซับซ้อน ซ่อนเงื่อนอีกหลายปม
ทั้งในกาลปัจจุบัน และในโลกอนาคต

ถ้าใครเป็นแฟนนิยายคุณ"ริญจน์ธร" หรืออย่างน้อยก็เคยอ่านงานของเธอมาบ้าง
ก็คงพอจะคุ้นชินกับสไตล์การเขียนของเธอ ว่าส่วนใหญ่จะออกแนวโรแมนติกแฟนตาซี...
ที่หวานจนน้ำตาลเรียกพี่
โดยเฉพาะบรรดานิยายที่แผลงมาจากตำนานเทพเจ้ากรีกทั้งหลาย

โดยส่วนตัวได้อ่านไปหลายเล่มอยู่ค่ะ ก็ค่อนข้างชอบแหละ ชอบในสำนวนภาษาที่นุ่มนวลลื่นไหล
กับจินตนาการอันเหนือจริง บ่งชัดว่าเป็นแฟนตาซี ขณะอ่าน เราจึงไม่ต้องคาดหวังความสมจริง

มาถึงชุด "มนตราอัญมณี" จาก "มนตรามุกจันทรา" อันเป็นภาคต้นของเล่มนี้
ความเป็นแฟนตาซีลดน้อยลงไป แต่ก็ยังคงความเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ
และที่สำคัญ...ยังคงคอนเซ็ปต์ความโรแมนติกแสนหวานไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย

ดังนั้น เมื่อมาถึงเล่มนี้ หลายคนอาจจะคาดหวังซีนรักหวาน ๆ ระหว่างพระ-นางเหมือนในเล่มก่อน ๆ
ซึ่ง...มันก็มีอยู่อ่ะนะ เพียงแต่มันอาจจะน้อยไปนิดนึง เพราะผู้เขียนไปโฟกัสตรงจุดอื่นมากกว่า

สำหรับตัวเองออกจะผิดคาดค่ะ แต่ไม่ผิดหวังเลย กลับจะชอบมากกว่าเดิมด้วยซ้ำไป
ด้วยพล็อตที่ค่อนข้างแปลก แตกต่างและแอบแหวกขนบของตัวนักเขียนเอง...

ตั้งแต่บทนำเป็นต้นไปเลย ผู้เขียนเปิดเรื่องของเธอด้วยเรื่องราวของ'ขบวนการโจรกรรม'
มีฉากการติดตามไล่ล่าเพื่อฉกชิงของสำคัญ...
แต่แล้ว เธอก็ค้างไว้เพียงนั้น...
หันมาเปิดตัวนางเอก ตามด้วยพระเอก ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกริ่นไว้ในบทนำเลย

เป็นการผูกปมปริศนาที่ค้างคาใจคนอ่านตงิด ๆ
หากก็ปลุกเร้าและกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นและชวนให้ติดตามอยู่ในที...





จากเล่มแรกในชุด "โมรารัตติกาล" กาละของเรื่องนั้นเป็นการย้อนอดีต...
มาเล่มที่สอง ผู้เขียนกำหนดให้กาละเป็นช่วงเวลาปัจจุบัน จึงใช้ทริคโลกคู่ขนาน
พอถึงเล่มนี้...คำว่า'สนธยา'หมายถึงห้วงเวลาที่คาบเกี่ยวระหว่างกลางวันกับกลางคืน
กาละของเรื่องนี้จึงเป็นโลกในอนาคต...

จุดนี้เองที่จขบ.ชื่นชอบเป็นพิเศษ...
คนเขียนเขาสร้างสรรค์โลกอนาคตได้น่าทึ่ง น่าสนใจและดูสมจริงน่าเชื่อมาก
ไม่ว่าจะเป็นฉาก ผู้คนและวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีทั้งหลาย...จินตนาการล้ำเลิศสุด ๆ
โดยเฉพาะโปรแกรมดูแลบ้านและจัดการชีวิตแบบสำเร็จรูป - - อดัมกับเอวา...อยากได้อะ

การบรรยายฉากของกรุงเทพฯในโลกอนาคต คนเขียนเขาก็บรรยายได้ด้วยสำนวนง่าย ๆ
ไม่ว่าจะเป็นคอนโด อาคารสูง รถไฟฟ้า โรงหนัง เมืองลอยน้ำ ฯลฯ
อ่านแล้วนึกภาพตาม แล้วก็ทึ่งในจินตนาการของเขาแฮะ

อัทธ์ในความคิดของคณิตาดูจะห่างไกลจากผู้ชายในฝันของเธอมาก
เพราะเขาออกแนวเพลย์บอย เจ้าชู้และปากว่ามือถึง...
ซึ่งเธอก็เข้าใจและยอมรับได้ ก็เขาเป็นผู้ชายในยุค 2100 ล้ำหน้าไปกว่ายุคของเธอถึงกว่าแปดสิบปี
ความคิดความอ่านของผู้คนในสังคมย่อมเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดา

(ในจุดนี้ ไม่เพียงแต่คณิตาเท่านั้นที่ยอมรับได้ คนอ่านเองก็เข้าใจ
ยอมรับและเชื่อเป็นตุเป็นตะว่า ผู้ชายในยุคศตวรรษหน้าก็คงจะมีลักษณะนิสัยคล้าย ๆ อัทธ์นี่แหละ)


แต่คณิตาก็ตั้งป้อม ก่อกำแพงกั้นกลางระหว่างเธอกับเขาไว้ ด้วยปม"เกลียดผู้ชายเจ้าชู้"ที่มีอยู่ในใจ
พยายามตามหาร้าน"กาลเวลา"อย่างไร้ผลต่อไป

แต่ก็โชคดีที่อัทธ์มีความเป็นสุภาพบุรุษพอ เขายอมรับข้อตกลงของการอยู่ร่วมกันง่าย ๆ ไม่โยกโย้
แต่ก็ไม่วายหยอดเล็กหยอดน้อย ตามประสาผู้ชายมือไว
ซึ่งนั่นก็สร้างความหวั่นไหวขึ้นในใจคณิตาอยู่เรื่อย ๆ





ชอบนะ...ชอบพระเอกที่ร้ายหน่อย ๆ กรุ้มกริ่ม ๆ แบบนี้
และเมื่อเขารู้ตัวว่ารักนางเอกก็พยายามปรับเปลี่ยนตัวเอง
ส่วนนางเอกก็ชอบตรงที่เธอมีสติ มีเหตุมีผล ไม่กลัวจนลนลาน แต่ก็ไม่กล้าจนเกินความเป็นผู้หญิง

แต่ถึงแม้ว่าในโลกอนาคต เทคโนโลยีจะสูงส่งเพียงใด วิทยาการทางการแพทย์จะก้าวล้ำนำหน้าไปแค่ไหน
แต่ศีลธรรม จริยธรรมในใจผู้คนยังคงไม่ได้พัฒนาตาม...
กลับจะลดน้อยลงกว่าเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้เสียด้วยซ้ำกระมัง
...


เมื่ออัทธ์พยายามทำให้คณิตามีตัวตนในโลกของเขา
รหัสดีเอ็นเอของเธอจึงไปปรากฏในฐานข้อมูลที่มีผู้เฝ้าตรวจสอบอยู่
และเมื่อพบว่า ดีเอ็นเอของเธอ'แมทช์'กับผู้ที่ต้องการอวัยวะสำคัญ ชีวิตของเธอก็ต้องตกอยู่ในอันตราย

มาถึงตอนนี้ก็มีตัวละครสำคัญที่จะเว้นกล่าวถึงไม่ได้เลย...
'อันนา' เป็นพี่สาวต่างมารดาของอัทธ์
เธอเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานให้กับบริษัทผลิตอวัยวะเทียมที่ได้มาจากสเต็มเซลล์ของเจ้าของอวัยวะนั้น ๆ
เธอเข้ามาทำงานในบริษัทนี้อย่างมีวาระซ่อนเร้น
เพราะต้องการสืบหาเงื่อนงำการเสียชีวิตของคนรักกับน้องสาวของเขา...
ซึ่งกว่าเธอจะสืบเสาะจนถึงต้นตอได้ เธอก็เกือบจะต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเอง
อันนาเป็นตัวละครที่โดดเด่น แย่งซีนคู่พระนางไปเต็ม ๆ

เรื่องราวตอนนี้เองที่สะท้อนให้เรามองเห็นถึงวิวัฒนาการอันก้าวไกล
ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเทคโนโลยีหรือวิทยาการทางการแพทย์ในโลกอนาคต
ผู้เขียนจัดเต็มมาก...อ่านแล้วเชื่อ อ่านแล้วลุ้นตามน่ะค่ะ

ที่สำคัญ...เธอสามารถสร้างความเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ของตัวละครได้อย่างน่าทึ่ง คนอ่านคาดไม่ถึง
มันดู...มีที่มาที่ไปและสมเหตุสมผลดี

แม้ว่าตอนท้าย ๆ อาจจะดูรวบรัดตัดความไปหน่อย แต่ก็ไม่รู้สึกสะดุดอะไรค่ะ
ผู้เขียนเขาคลี่คลายทุกปมที่ขมวดไว้(อย่างค่อนข้างซับซ้อน)แต่ตอนต้นได้ละเอียดลออ
อ้อ...รวมทั้งเลิฟซีนที่มีวุฒิภาวะและถูกจังหวะจะโคนด้วยล่ะ...

อ่านแล้วอิน แล้วก็ฟิน...











 

Create Date : 12 กันยายน 2557    
Last Update : 12 กันยายน 2557 14:55:14 น.
Counter : 1483 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 179 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ อ้อมฟ้าโอบดิน/"คีรี" เขียน ~

~ บทเพลงโศกแห่งคาเฟ่แสนเศร้า(The Ballad of The Sad Café)/Carson McCullers:เขียน/จุฑามาศ แอนเนียน : แปล ~

~ ทัณฑ์ลวงรัก/"FoxxTrot" เขียน ~

~ ดับแดนดารา/"อสิตา" เขียน ~

~ เทียบท้าปฐพี 1-3/ชิงหลิงเยวี่ย : เขียน/ กระบี่หลงทิศ : แปล ~

~ My Grandmother Asked Me to Tell You She’s Sorry(ยายฝากบอกว่าขอโทษ)/Fredrik Backman:เขียน/ปราชญ์ อัสนี : แปล ~

~Beautiful Girl/นางสาวฉ่ำทุกข์กับนายความสุข/นิรวาณ/เขียน ~

~หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา/อุรุดา โควินท์/เขียน ~

~บันไดหยกงาม 1-3/ชิงเซียง/เขียน พริกหอม/แปล ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.