'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ เสี่ยงหัวใจพลิกไพ่รัก โดย "นับดาว"...และแล้วก็ได้อ่านเสียที...ฟิน!~





เสี่ยงหัวใจพลิกไพ่รัก
ผู้เขียน : นับดาว
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (สิงหาคม 2552)
282 หน้า ราคา 179 บาท

เรื่องย่อ ๆ (จากโปรยปก)


ฟ้าลิขิตหรือจะสู้หัวใจกำหนด
เมื่อความรักเรียกร้อง ฟ้าก็ฟ้าเถอะ!!

อมาวสี หญิงสาวที่เกิดในวันพระจันทร์ดับ ต้นตระกูลเป็นโหราจารย์ชื่อดัง
มีความเชื่อตกทอดมาว่า ชื่อของคู่แท้จะซ่อนอยู่บนร่างกายของหญิงสาวทุกคนในตระกูล!

และยิปซีสาวก็ได้พบ ‘เนื้อคู่ตุนาหงัน’...‘หมอปู’ ชื่อที่อยู่ปรากฏบนเรือนกายสุดเพอร์เฟ็คท์

ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถา
หล่อนจำเป็นต้องอาศัย ‘ตาหมีโหด’ เพื่อนบ้าน...
เป็นสะพานไปหาสัตวแพทย์หนุ่ม
แต่ที่ไหนได้ ‘สะพาน’ กลับไม่ยอมให้ข้ามซะอย่างงั้น !?!







หลังอ่าน........
(ก่อนอื่น ขออนุญาตกรี๊ดดดด...เบา ๆ สองที
กรี๊ดแรกให้กับหนังสือเล่มนี้ที่จู่ ๆ ก็ได้มาอย่างไม่คาดฝัน
กรี๊ดที่สองให้กับคนเขียน ที่เขียนนิยายได้น่ารัก และสนุกเว่อร์ค่ะ)

ดูจากชื่อเรื่องตอนแรกแอบคิด(คาดเดา)ว่าน่าจะออกแนวซีรีส์เกาหลีญี่ปุ่นอะไรไปโน่น
ซึ่งปกติส่วนตัวชอบดูอยู่หรอก แต่ถ้ามาในรูปแบบนิยายนี่จะไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่
ประกอบกับตอนนั้น...(ตอนที่หนังสือเล่มนี้ออกใหม่ ๆ อันเป็นช่วงที่ซีรีส์จากแดนกิมจิกำลังเฟื่องฟูในบ้านเราพอดีด้วย)...
ยังไม่รู้จักนักเขียนนามนี้เลย ต่อเมื่อได้อ่านผลงานของเธอ 3-4 เล่ม ภายใต้นามปากกา'จันทร์เจ้าขา'และ'นับดาว'
เกิดติดใจในฝีไม้ลายมือเธอขึ้นมา ต้องตามล่าหางานชิ้นเก่า ๆ ของเธอมาอ่าน ก็ได้มาอีกสามสี่เล่ม
แต่ยังขาดเล่มนี้แหละที่อ่านจากรีวิวหลายต่อหลายบล็อกมีแต่เสียงชื่นชม...
เช่นนี้แล้ว แฟนคลับนับดาวอย่างเราจะพลาดได้ไง!

มาเข้าเรื่องค่ะ
เป็นนิยายรักแนว...บ้านเรียงเคียงกันแอบมองทุกวันมองเมียง...ประมาณนั้นค่ะ
แล้วก็มีบรรดาสิงสาราสัตว์ทั้งหลายเป็นสื่อกลาง
ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงปกติธรรมดาอย่างคนอื่นเขา
หากแต่เป็นสัตว์แปลกจำพวกนกยูง นกเค้าจุด เจ้าเหลือมเจ้าหลามเป็นต้น

เรื่องย่อ ๆ ก็ประมาณโปรยปกที่ยกมานั่นเลยค่ะ
นางเอกเป็นเชื้อสายของตระกูลโหราจารย์ที่มีชื่อเสียง
เธอยึดมั่นในคำทำนายของบรรพบุรุษในเรื่องของเนื้อคู่อย่างเหนียวแน่น
จนเมื่อได้พบกับหมอปู สัตวแพทย์หนุ่มหล่อ เธอก็ทึกทักเอาว่าเขานี่แหละคือคู่แท้ของเธอตามที่ฟ้ากำหนด
เธอต้องพยายามทำดีกับสิกขิม เพื่อนบ้านสุดเพี้ยนที่มักจะขนเอาสัตว์ป่วยมาฝากให้เธอเลี้ยง
แล้วก็หายหน้าไปแรมเดือนแรมปี...
ด้วยท่าทีที่ดูเซอร์ ๆ กับใบหน้าที่ดูรก ๆ ตลอดเวลาเธอจึงให้ฉายาเขาว่า ตาหมีโหด
ซึ่งแต่ก่อนร่อนชะไรเธอก็ไม่เคยรู้ ไม่เคยสนใจว่าเขาทำมาหากินอะไร
จนได้รู้จักกับหมอปูนั่นแหละ เธอถึงเพิ่งจะรู้ว่าเขาก็เป็นสัตวแพทย์เช่นกัน แต่เป็นสัตวแพทย์สัตว์ป่า
และมีดีกรีเป็นถึงระดับผู้เชี่ยวชาญ ที่สำคัญ เขาเป็นทั้งรุ่นพี่และอาจารย์ของหมอปูที่เธอหมายมาดปราถนา

พระเอกชื่อเก๋...สิกขิมหรือหมอเก้งนั้น แอบมองแอบรักเพื่อนบ้านสาวมาตั้งแต่เขาพบเธอครั้งแรก
เขาเพียรเรียกร้องความสนใจจากเธอด้วยวิธีแปลก ๆ อย่างเช่นการนำสัตว์แปลก ๆ (แต่น่ารัก)มฝากให้เธอดูแล
แต่ดูเหมือนเธอจะไม่รับรู้เอาเสียเลยว่านั่นคือการ"จีบ"ของเขา
เพราะเธอเป็นนักพยากรณ์สาวที่เชื่อมั่นในคำทำนายของต้นตระกูลยิ่งนัก...
เขาจะต้องทำอย่างไร ถึงจะเปลี่ยนแปลงความเชื่อของเธอ...
และทำให้เธอรู้ว่าผู้หญิงท่าทางประหลาด ๆ อย่างเธอนั้นไม่เหมาะสมกับหมอปูผู้แสนจะอ่อนโยนเลยแม้แต่นิดเดียว
หากแต่เหมาะกับหมอสัตว์ประหลาดอย่างเขาต่างหาก!





ตัวละครสำคัญเกือบทั้งหมด(ยกเว้นนางเอก)เป็นสัตวแพทย์...ที่ผูกพันรักใคร่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน
อย่างหมอเก้ง(พระเอก)มีน้องสาวชื่อหมอกวางซึ่งแต่งงานแล้วแต่สามีเสียชีวิต มีลูกสาวหนึ่งคน
และหมอกวางนี่แหละที่หมอปูหลงรักปักใจจนไม่คิดเผื่อใจให้คนอื่น
แม้จะมีรุ่นน้องสาวอย่างหมอนภา - ชนาภามาพัวพันชิดใกล้
หรือสาวแต่งตัวประหลาดอย่างอมาวสีเข้ารุกคืบ พยายามจะใช้เจ้าเหมียวเป็นกามเทพสื่อรัก
เขาก็ไม่ไหวหวั่น
............
เรื่องราวก็จะเป็นไปในแนว ๆ ความรักที่พัลวันพัลเกผิดฝาผิดตัวแบบนี้แหละค่ะ
มีการแฝงปมปัญหา อันเป็นปมดราม่าเฉพาะตัวของตัวละครแต่ละคนไว้ในนิยายอย่างเนียน ๆ
ดำเนินไปอย่างลื่นไหลสอดคล้องกับเรื่องราวของนิยายในภาพรวม...

อย่างปมการแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ในแวดวงการทำงานของอมาวสี
ปมรักฝังใจของหมอปูที่มีต่อเพื่อนสาวอย่างหมอกวาง...
ปมปัญหาครอบครัวของชนาภา...ฯลฯ
ซึ่งแต่ละปมของแต่ละคนเขาก็มีวิธีจัดการและคลี่คลายปมของตัวเองได้อย่างฉลาด สมเหตุสมผล

ที่ชอบมากก็คือ ตัวละครแต่ละตัวมีมิติ ทุกคนมีดีมีร้าย...
มีการประชดประชัน เหวี่ยงวีน จิกกัดกันบ้างพอหอมปากหอมคอ
แต่ไม่มีการคิดร้ายต่อกันถึงขั้นฟาดฟันฆ่ากันให้ตายอะไรแบบนั้น ทำให้อ่านได้สบายๆ
อาจจะไม่มีบทรักหวาน ๆ สักเท่าไหร่ในคู่ของพระ-นาง
(เพราะเขามัวแต่เชือดเฉือน จิกกัดกันเป็นสามารถ)
แต่ก็มีบทแง่งอนให้พอได้จิ้นบ้าง
แถมตอนท้ายในตอนพิเศษยังมีเรื่องราวความรักของคู่รองที่หวานกว่า ฟินกว่าคู่เอกมาให้ชื่นมื่นอีกด้วย

พูดมากไปก็จะดูเวิ่นเว้อวกวน สรุปเลยแล้วกันว่า อ่านจบแล้วชอบมาก ฟินมาก...
จึงหยิบมาเล่าขานชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ











 

Create Date : 17 เมษายน 2557    
Last Update : 17 เมษายน 2557 15:57:06 น.
Counter : 2675 Pageviews.  

~หนึ่งคำรัก : นิยายในซีรีส์ชุด “บ้านน้อยซอยเดียวกัน” โดย 'อิสย่าห์' ~





หนึ่งคำรัก
ผู้เขียน อิสย่าห์
ผู้พิมพ์ สนพ.คำต่อคำ(มี.ค. ๕๗)
๔๖๔ หน้า ราา ๓๒๐ บาท

เรื่องย่อ ๆ (จากปกหลัง)


จะว่าไป ศีลธรรม ก็ไม่ได้จะอะไรนักหนากับการที่ผู้ช่วยส่วนตัวสักคนจะลาออก
ในเมื่อพิธีกรหนุ่มสุดฮอต หล่อ รวย และเพอร์เฟกต์อย่างเขา
จะหาพีเอคนใหม่ย่อมง่ายแค่กระดิกนิ้ว

มันติดตรงที่ว่า ณฐา พีเอคนนี้ของเขาดันอึด ถึก ทน รับคำสั่งเขาได้สารพัดสิ่ง
สนองความต้องการชนิดทะลุเพดานของเขาได้อย่างน่าทึ่ง
เหนืออื่นใดยังรู้จักรู้ใจเขาไปเสียทุกสิ่งอย่าง ชนิดไม่ต้องให้เอ่ยปากด้วยซ้ำ

มัน ‘เรื่องงาน’ ล้วนๆ ที่ทำให้เขาทนให้สาวหน้าจืดจอแบนอย่างเธอ
ทำงานชิดใกล้หนุ่มเพอร์เฟกชันนิสต์อย่างเขามาตั้งห้าปี
ทั้งที่เขาเคยมีพีเอสวย เอกซ์ เซ็กซ์ อึ๋ม มานับไม่ถ้วน
และก็ ‘เรื่องงาน’ จริงๆ อีกนั่นแหละ ที่ทำให้เขายอมคิดแผนบ้าๆ...
พาตัวเองเข้าไปอยู่ในบ้านเธอ!

ก็จะทำไงได้ ในเมื่อจู่ๆ ดันมีหนุ่มหน้าตี๋ที่ไหนไม่รู้มาวนเวียนเทียวไล้เทียวขื่อ
หนำซ้ำยังทำท่าจะชิงตำแหน่งคนสำคัญอันดับหนึ่งในสายตาเธอไปจากเขาเสียดื้อๆ

แค่คิดว่าเธอจะไปจากเขา จะไม่อยู่ใกล้เขา จะไม่เป็นพีเอของเขาอีกต่อไป
ศีลธรรมก็แทบอยู่ไม่ติด

เขาไม่ใช่สมภารกินไก่วัด และไม่เคยเปลี่ยนรสนิยมมาชื่นชมสาวจอแบน
แต่เรื่องจะให้หมอนั่นมางาบ เอ๊ย...มาชิงตัวผู้ช่วยมือหนึ่งของเขาไปง่ายๆ
คงไม่ใช่เขาแน่ และไม่ว่ามันจะดูโรคจิตและเวอร์สุดฤทธิ์ขนาดไหน
เขาก็จะทำทุกทางเพื่อชิงเธอกลับมา

ขอย้ำให้เข้าใจกันอีกครั้ง...นี่มันเรื่องงาน!







หลังอ่าน...
ว๊าว...โปรยปกเขาจัดเต็มซะขนาดนั้น แทบจะไม่ต้องเล่าอะไรเพิ่มเติมแล้วมั๊ง

ตามที่ระบุไว้บนหัวเรื่องว่านิยายเล่มนี้เป็นหนึ่งในซีรีส์ชุด'บ้านน้อยซอยเดียวกัน'
ซึ่งส่วนตัวไม่ได้นิยมชมชอบหรือให้ความสนใจกับกระแสการออกนิยายเป็นชุดเป็นเซ็ทสักเท่าไหร่
ค่อนข้างจะมีอคติเสียด้วยซ้ำไปว่าเป็นเรื่องเชิงธุรกิจเสียมากกว่า
และมองว่าเป็นการจำกัดกรอบจินตนาการของนักเขียน เป็นการเขียนตามใบสั่ง ตามกระแส...
เวลาอ่านก็มักจะมีอะไรตงิด ๆ อยู่ในใจ เหมือนจะรู้ล่วงหน้าเสียแล้วว่า
เนื้อหาเรื่องราวจะดำเนินไปในทิศทางไหน อย่างไร
เพราะจะว่าไป พล็อตนิยายในโลกนี้มันก็มีอยู่ไม่กี่พล็อตหรอก หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันใช้ไป

เพราะฉะนั้น ส่วนตัวหากจะอ่านนิยายชุดส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะอ่านของนักเขียนที่คุ้นเคย
ที่อ่านแล้วรู้สึกชื่นชอบในเรื่องของสำนวนภาษา วิธีเล่าเรื่องกับการสร้างสรรค์ตัวละครมากกว่า

อย่างเล่มนี้...หนึ่งคำรัก เป็นผลงานของคุณอิสย่าห์
(ที่เคยติดตามอ่านนิยายของเธอมาหลายเล่มหลายเรื่อง ก็ค่อนข้างชอบ
แม้เล่มหลัง ๆ ที่อ่านไปแล้วจะมีจืด ๆ จาง ๆ ไปบ้าง อย่างเจ้าสาวลุยฝน ไฮซ้อขอเป็นดาว...เป็นต้น
แต่เมื่อเทียบกับเล่มอื่นในชุดเดียวกัน ชื่อของเธอก็ยังคงเป็นลำดับหนึ่งในการเลือกอยู่ดีค่ะ)

เป็นนิยายรักเบา ๆ โรแมนติก ผสมคอเมดี้แบบกุ๊กกิ๊ก ๆ ที่น่ารัก อ่านสนุกดีค่ะ
พระเอกเป็นพิธีกรหนุ่มจอมเวอร์ ผู้จัดรายการวาไรตี้ทอล์คโชว์ชื่อเดียวกับชื่อนิยายคือ"หนึ่งคำรัก"
ซึ่งมีรูปแบบของรายการที่ค่อนข้างตรงและแรง โดยมีคอนเซ็ปต์คือการพยายามล้วงลึกความลับและความรักของแขกรับเชิญ...

บุคลิกของพระเอกเท่าที่ปรากฏต่อสาธารณะจึงค่อนข้างเนี๊ยบและเฉียบขาด
แต่ในแวดวงคนที่ทำงานด้วย จะรู้ดีว่าเขาเป็นเพอร์เฟกชันนิสต์ที่ทำอะไร คิดอะไรไม่เหมือนผู้เหมือนคนเขา
จนใครต่อใครต่างมองว่าเขาเป็นโรคจิต...(คนอ่านอ่านไปก็คิดค่ะ)

ส่วนนางเอกเป็นผู้ช่วยส่วนตัวหรือพี่เอของพระเอก ที่เข้ามาทำงานกับเขาได้ก็เพราะแม่ของเขาฝาก(ยัดเยียด)ให้มาทำ
ทั้ง ๆ ที่ตอนที่เจอเธอครั้งแรก เขาไม่นึกอยากจะรับเธอเข้าทำงานด้วยแม้แต่น้อย
เพราะเธอเป็นสาวหน้าจืด จอแบน ผิดไปจากสเป้กสาว ๆ ของเขาอย่างลิบลับ...
แต่ทำไปทำมา ณฐาหรือหนูนิ่มเกิดทำงานได้ดี อึดและและทนเกินคาด
เธอได้ดังใจเขาแทบจะทุกอย่าง จนทำงานด้วยกันมายาวนาน ล่วงเข้าห้าปีนี่แล้ว

แต่จู่ ๆ ผู้ช่วยของเขาก็เกิดจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนขึ้นมา
เวลาทั้งหมดของเธอที่เคยทุ่มเทให้กับเขา(และงาน)ก็จำเป็นต้องแบ่งสรรปันส่วนไปให้กับคนรัก...
นั่นเป็นสิ่งที่เขารับไม่ได้...เขาต้องวางแผนสกัดดาวรุ่ง กำจัดแฟนผู้ช่วยของเขาไปให้พ้นโดยด่วน






อ่านแล้วฮาดีอะค่ะ ฮาตรงแผนเว่อร์ ๆ เข้าทำนองขี่ช้างจับตั๊กแตนของพระเอกอะ
แผนการบางแผนการถึงกับเข้าขั้นพิลึกพิเรนทร์เลยทีเดียว...
ตั้งแต่เริ่มต้นมานั่นแหละ...
เขาลงทุนรีโนเวตบ้านที่อยู่ เพียงเพื่อจะหาโอกาสเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านนางเอกชั่วคราว
โดยไม่ใส่ใจสนใจความรู้สึกของสมาชิกคนอื่น ๆ ในบ้านของเธอ อันได้แก่...
ยายขนุน หญิงชราวัยกว่าเจ็ดสิบ ยายของณฐา
ณิชมน พี่สาวม่ายของณฐา ที่แสดงออกอย่างเปิดเผยว่าไม่ชอบหน้าเจ้านายของน้องสาว และเห็นว่าเขา"โรคจิต"
อีกคนก็คือป๋อมแป๋ม เด็กหญิงวัยแปดขวบ ลูกสาวของณิชมน
(ซึ่งน่าจะเป็นคนเดียวในบ้านที่ยินดีต้อนรับศีลธรรมโดยไม่มีข้อแม้)
ส่วนตัวจะชอบนิยายที่มีตัวละครเด็กเป็นตัวชูโรงค่ะ เล่มนี้จึงเข้าทางเป็นพิเศษ

และหลังจากเข้ามาอยู่ในบ้านนางเอกได้แล้ว(แบบดื้อ ๆ ทื่อ ๆ นั่นละ)
เขายังมีพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจจากนางเอกได้เแปลก ๆ อ่านแล้วทั้งขำทั้งอึ้ง
บางอย่างนี่เหลือเชื่อว่า...ทำไปด๊ายยยย.....
ต้องอ่านเองค่ะ เล่าแล้วจะเสียอรรถรสเค้าเปล่า ๆ

............

เรื่องนี้นอกจากจะเป็นนิยายรักโรแมนติก กิ๊กกั๊ก ๆ ของชายหนุ่มปากแข็งกับสาวซื่อใสจอมอึดแล้ว
ยังอาจจะเรียกได้ว่าเป็นนิยายแนวครอบครัวอีกด้วย
มีบทสะท้อนปมปัญหาสังคมผ่านทางตัวละครแบบเนียน ๆ
แต่ไม่หนักหนาหนักหน่วงอะไร อ่านได้สบายใจดีค่ะ

สรุปว่าอ่านแล้วชอบค่า...จึงหยิบมาบอกเล่าชวนอ่านกันวันนี้












 

Create Date : 09 เมษายน 2557    
Last Update : 9 เมษายน 2557 12:30:34 น.
Counter : 4257 Pageviews.  

~นิยายชุด 'ทางลัดสลัดโสด' - - "หัวใจร้อยดาว" โดย 'สิริณ' & "เจ้าสาวร้อยชั่ง" โดย 'ดวงมาลย์' ~




สองเล่มนี้เป็นนิยายชุด
ขออนุญาตรวบยอดไว้ในบล็อกเดียวเลยละกันค่ะ
เล่มแรก...




หัวใจร้อยดาว
ผู้เขียน : สิริณ
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (ธ.ค. ๕๖)
๔๒๕ หน้า ราคา ๓๑๕ บาท


โปรยปก :



เมื่อหนุ่มปารีเซียงสุดหล่อ อาสาเป็นกุนซือสอนวิธีสอยหนุ่มมาครอบครอง
แล้วหญิงสาวผู้กลัวการขึ้นคานจะทำอย่างไร
เพราะหัวใจแสนซน อยากให้เขาเป็นคนรักมากกว่า

อะไรนะ! ถ้าไม่แต่งงานภายใน ๙๐ วัน เธอต้องขึ้นคานไปตลอดชีวิตเหรอ บ้าไปแล้ว!

ดอกเตอร์โมนา วิมาลิน อยากอุทานเป็นภาษาต่างดาวชะมัด
แม้จะเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่เชื่อเรื่องงมงาย แต่รุ่นพี่ที่เจออาถรรพ์ก็ขึ้นคานไปแล้วถ้วนหน้า
เธอจะเสี่ยงเป็นคนต่อไปจริงเหรอ...

นับว่าพระเจ้ายังไม่ใจร้ายจนเกินไป เพราะท่านส่ง ชัชวิน มาจีบเธออย่างออกนอกหน้า
ตามมาด้วย เมอร์ซิเออร์โนแอล เดอแบร์มองต์ สุดหล่อ
แถมยังมี เอกชัย เทรนเนอร์หล่อล่ำ
และ กฤตนักดนตรีอารมณ์ศิลป์มาให้เลือกพร้อมเพรียง

โมนาไม่ได้โชคดีขนาดนั้น เพราะระหว่างหาทางลงจากคาน
เธอกลับต้องเผชิญปัญหาเรื่องการงานอย่างหนัก

ท่ามกลางมรสุมที่พัดจนเธอซวนเซ
โมนาจึงได้เห็นความรักของใครบางคน...ชัดเจนขึ้นในหัวใจ
อยากรู้ก็แต่ว่า...อีกฝ่ายจะรักเธอมากพอและชวนเธอลงจากคานทันเวลาไหมหนอ







หลังอ่าน...

ก่อนอื่น...ขอบอกเล่าคร่าว ๆ ถึงธีมร่วมของนิยายสองเล่มนี้ก่อน...

โมนา(นางเอกเรื่องนี้)กับตุลยา(นางเอก'เจ้าสาวร้อยชั่ง')เป็นเพื่อนซี้ที่มีวันเดือนปีเกิดตรงกัน
ทั้งสองคนเป็นสมาชิกแก๊งเจ็ดนางฟ้าที่ยึดซุ้มเล็บมือนางในมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งพบปะชุมนุมกัน
ซึ่งซุ้มนั้นมีตำนานเล่าขานว่า ผู้หญิงที่นั่งใต้ซุ้มนี้ หากไม่แต่งงานก่อนอายุครบสามสิบปีจะต้องขึ้นคานไปตลอดชีวิต
เรื่องราวอลเวงจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อทั้งโมนาและตุลยาต่างก็โสดสนิททั้งคู่
และในวันเกิดที่จะมาถึงในอีก ๙๐ วันข้างหน้านี้พวกเธอก็จะมีอายุครบสามสิบพอดิบพอดี๊
แม้จะไม่อยากเชื่อเรื่องอาถรรพณ์ซุ้มเล็บมือนาง...แต่จากตัวอย่างของรุ่นพี่ที่เคยประสบมาก็พาให้หวั่นไหวไม่น้อย
เธอทั้งสองจึงจำต้องเร่งรัดปฏิบัติการหา"ทางลัดสลัดโสด"โดยด่วน ...

นั่นคือจุดร่วมที่ทำให้นิยายชุดสองเล่มนี้ถือกำเนิด
แต่ทั้งพล็อตทั้งเนื้อหารายละเอียดต่าง ๆ ของทั้งสองเรื่องนี้แปลกแยกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงค่ะ
สามารถแยกอ่านเล่มใดเล่มหนุึ่งได้ หรือถ้ามีอยู่ทั้งคู่จะอ่านทั้งคู่ก็ดีค่ะ

ทีนี้มาว่ากันทีละเล่ม...เริ่มที่หัวใจร้อยดาวของคุณสิริณก่อนละกัน

เรื่องนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นนิยายรักในสำนักงานที่เป๊ะเว่อร์มาก
ผู้เขียนจัดเต็มในเรื่องของบรรยากาศการทำงานในบริษัทเอกชนขนาดใหญ่
ว่าด้วยเล่ห์เหลี่ยม กลโกง ทุจริต คอรัปชั่นในองค์กร ซึ่งทำกันเป็นขบวนการ
วางแผนกันอย่างแนบเนียน แถมมีการจัดเตรียมแพะไว้อย่างพรักพร้อม
แต่ก็ไม่พ้นมือซีอีโอหนุ่มลูกครึ่ง พระเอกของเราหรอกค่ะ.....
(พระเอกเรื่องนี้น่าจะเป็นลูกครึ่งเทพบุตรครึ่งพ่อพระค่ะ คนธรรมดาอะไรจะเลิศเลอเปอร์เฝ็กท์ได้ขนาดนี้ หุหุ)

ชื่อเรื่องกับโปรยปกหลังเล่มนี้หลอกคนอ่านค่ะ เวอร์ไปนิดนึงเรื่องบรรดาชายหนุ่มที่มาจีบโมนา เพราะเอาเข้าจริงก็มีแค่สองคนที่มีบทบาทเด่น คือชัชวินกับเมอร์ซิเออร์โนแอล เดอแบร์มองต์ สุดหล่อนั่นเท่านั้น อีกสองคนที่เหลือมีบทน้อยมาก แถมไม่น่าจะใช่ตัวเลือกของโมนามาแต่ต้น

จุดแรกเลยที่ประทับใจในเรื่องนี้คือตัวละครเอกค่ะ...
เริ่มที่นางเอก...
เธอมีดีกรีเป็นถึงด็อกเตอร์ และที่สำคัญ เธอเป็นสาวอ้วน! แถมเป็นสาวอ้วนที่มั่นใจในตัวเองสุด ๆ
เธอฉลาดและรู้เท่าทันเล่ห์เหลียมกลโกงได้อย่างรวดเร็วมาก...
แต่ให้ฉลาดแค่ไหน เธอก็ยังแพ้พระเอกของเราค่ะ...ก็แหม ผู้หญิงอ่ะนะ ถึงจะเก่งกาจสามารถแค่ไหน ก็ขอให้มีจุดอ่อนให้พระเอกได้ทำหน้าที่ให้สมบทบาทหน่อยเถอะ
และต่อให้เป็นสาวอ้วนสาวมั่นแค่ไหน แต่เธอก็มีจริตจก้านอันเป็นธรรมชาติของความเป็นหญิงอยู่พอตัว ชอบค่ะ

ส่วนพระเอกหรือก็...อย่างที่บอกตอนต้นว่าพระเอกเรื่องนี้เค้าเป็นลูกครึ่ง...ประมาณครึ่งเทพครึ่งพระ
แต่ที่ประทับใจในตัวเขาไม่ใช่จุดนี้หรอกค่ะ หากแต่เป็นความรักที่เขามีต่อนางเอกมากกว่า...
ชอบในความสุภาพ อ่อนโยน เฉลียวฉลาด สุขุมคัมภีรภาพ...นอกเหนือไปจากความหล่อขั้นเทพของเขา

ตัวละครประกอบหลายตัวก็มีเบื้องลึกเบื้องหลัง เป็นเงื่อนเป็นปมซับซ้อน ทำให้ยากต่อการคาดเดาตัวร้ายพอสมควร
ต่อเมื่อถึงจุดเฉลยของเรื่องราว คนอ่านก็จะสามารถมองเห็นถึงการโยงใย ที่มาที่ไปอันสมเหตุสมผล
เผยให้เห็นธาตุแท้และกิเลสในใจของผู้คนได้เป็นอย่างดี

อีกจุดที่ชื่นชอบก็คือเรื่องของบรรยากาศและรายละเอียดการทำงาน ด้วยรู้สึกว่าคนเขียนเค้าทำการบ้านมาดี
ทำเรื่องที่ค่อนข้างจะซับซ้อนยุ่งยากให้เข้าใจง่าย
คนอ่านที่อาจจะไม่ถนัดในเรื่องของธุรกิจเลยก็สามารถนึกภาพตามและรู้สึกอินได้ไม่ยาก

สรุปว่าอ่านจบแล้วก็ชอบในระดับหนึ่งค่ะ ไม่ถึงกับจี๊ดมาก แต่ก็อ่านได้เพลิน ๆ
















เล่มที่สอง...



เจ้าสาวร้อยชั่ง
ผู้เขียน : ดวงมาลย์
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (ธ.ค. ๕๖)
๔๐๓ หน้า ราคา ๒๙๕ บาท

โปรยปก :


‘ขึ้นคาน!’ คำแสลงใจของผู้หญิงทั่วปฐพี แต่มันอยู่ใกล้ตัวใครบางคนมากกว่าที่คิด!

ตุลยา หญิงสาวผู้สืบทอดเชื้อสายยิปซีมาจากต้นตระกูลอันเก่าแก่
มีอันต้องหงายเงิบเมื่อกลายเป็นผู้เคราะห์ร้าย ถูกสาปจากอาถรรพณ์ซุ้มเล็บมือนาง
ซึ่งแก๊งเจ็ดนางฟ้าอุตริไปจับจองเป็นที่นั่งของกลุ่มสมัยเรียนมหาวิทยาลัย

เรื่องราวคงไม่อลหม่าน ถ้าเพื่อนๆ จะไม่ทยอยแต่งงานกันไปหมด
ในขณะที่หล่อนยังหาแฟนเป็นตัวเป็นตนไม่ได้สักคน เหตุเพราะมีพี่สาวตัวดีคอยสกัดดาวรุ่งเสียทุกครั้ง

เหลือเวลาเพียงแค่ ๙๐ วันก่อนถึงเส้นตาย แถมผู้ชายดันหมดสต๊อก
แล้วอย่างนี้หล่อนจะหลุดพ้นจากอาถรรพณ์คานทองได้อย่างไร

โอ้ว...ไม่นะ!
ความใฝ่ฝันที่จะได้เป็นเจ้าสาวร้อยชั่ง ผู้เพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติ
และคุณสมบัติอันงดงามต้องพังทลายเพราะงานนี้หล่อนต้องหาทางมัดใจผู้ชายสักคนให้ได้โดยเร็วที่สุด






หลังอ่าน
เคยอ่านงานของนักเขียนนามปากกานี้มาสองเล่มค่ะ รู้สึกว่า...(คหสต.ล้วนๆ)'แป้ก' ทั้งสองเรื่อง
เล่มนี้ได้มาพร้อม ๆ กับเล่มข้างบน ก็เลยหยิบมาอ่านคู่กันเสียเลย...แบบไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายนัก...
ผลปรากฏออกมาว่า...สนุกเกินคาดค่ะ อ่านเพลิน ลุ้นไปกับเรื่องราวจนอ่านจบในรวดเดียวแบบชิล ๆ

อาจจะเป็นเพราะเรื่องนี้ผู้เขียนเขาเสริมความเป็นแฟนตาซีเล็ก ๆ เข้าไปในเนื้อเรื่องก็เป็นได้
ทำให้เพิ่มสีสัน เพิ่มความน่าสนใจให้กับนิยายไม่น้อย

ที่สำคัญ...จุดแรกเลยที่ดึงดูดและน่าประทับใจสุด ๆ สำหรับเรื่องนี้คือ...
ตัวละครที่เป็นสัตว์เลี้ยงสี่ขาของนางเอกนั่นเอง

นางเอกเรื่องนี้เค้าสืบเชื้อสายมาจากยิปซี ซึ่งบรรดาลูกหลานชาวยิปซีที่เป็นผู้หญิง
จะมีความสามารถพิเศษในเรื่องราวเหนือธรรมชาติบางอย่าง โดยอาจจะเหมือนหรือไม่เหมือนกันก็ได้

อย่างเรื่องนี้ ตัวนางเอกสามารถสื่อสารกับสัตว์ได้ทุกชนิด
เช่นสามารถพูดคุยกับเจ้าทอง เจ้าหมาพันธุ์ทางประจำบ้านได้รู้เรื่อง
(หรือกระทั่งสามารถทำข้อตกลงกับยุงไม่ไห้มากัดตัวเองก็ได้ด้วย!)
ในขณะที่เตชินี พี่สาวของเธอมีความสามารถพิเศษในการมองเห็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับคนใกล้ชิดล่วงหน้า
และด้วยความสามารถพิเศษอันนี้ของเธอนั่นเอง ที่ก่อให้เกิดเป็นเรื่องเป็นราวขึ้น

เตชินีกับตุลยา สองพี่น้องต้องกำพร้าแม่จากอุบัติเหตุไปตั้งแต่ยังเล็ก ๆ
เมื่อบิดาแต่งงานใหม่กับบุษกร พวกเธอก็ได้พี่ชาย ลูกติดแม่เลี้ยงมาหนึ่งคนคืดพี่บี-อชิระ
ตุลยากับอชิระแอบมีใจให้กันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่จู่ ๆ ก็ถูกขัดขวางโดยเตชินี
ทำให้ทั้งคู่ต้องเข้าใจผิดกัน อชิระหนีไปเรียนต่อเมืองนอก
ในขณะที่ตุลยาก็ใช้ชีวิตสาวโสดเปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่น...
และดูเหมือนว่า ไม่ว่าเธอจะคบกับผู้ชายคนไหน เตชินี พี่สาวคนเดียวของเธอจะต้องกีดกันขัดขวางทุกครั้งทุกคนไป
สร้างความอึดอัดขัดข้องให้กับเธอยิ่งนัก

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น เมื่ออชิระกลับมาเปิดบริษัทสถาปนิกเล็ก ๆ
และเตชินีกึ่งแนะนำกึ่งยัดเยียดให้ตุลยาเข้าทำงานที่นั่น ในตำแหน่งเลขาของอชิระ

ในช่วงเวลาเดียวกัน ตุลยาก็ได้รู้จักกับหนุ่มหล่อ โปรไฟล์เลิศอีกคน คือธิติ...
ผ่านทางบิดาของเขาที่เธอเคยช่วยชีวิตไว้อย่างบังเอิญ ทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันรวดเร็วเป็นพิเศษ
จนตุลยาหมายมั่นปั้นมือว่า คงต้องเป็นเขาคนนี้แหละที่จะช่วยเธอไม่ต้องขึ้นคานตามอาถรรพณ์ซุ้มเล็บมือนาง
และเป็นความบังเอิญอย่างยิ่งที่บริษัทของธิติเป็นลูกค้ารายสำคัญของอชิระ...
โดยทั้งอชิระกับธิติต่างมีปมรักปมแค้นต่อกันเป็นเบื้องหลังอยู่

มาร่วมลุ้นไปกับตุลยากันค่ะ ว่าสุดท้ายแล้ว เธอจะเลือกใครระหว่างลมพัดหวนอย่างพี่บี
กับหนุ่มหล่อพ่อรวยอย่างธิติ...

อ่านสนุกค่ะ ไม่ถึงกับหนักหน่วงจนชวนเครียดเหมือนเรื่องข้างบน
แต่ก็มีเรื่องมีราวให้ตามลุ้น ตามจิ้นได้ตลอด
สำนวนภาษาคนเขียนก็โอเคเลยค่ะ ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ
ที่ปลื้มเป็นพิเศษก็คือการที่ให้พระเอกพูดจาคะขากับนางเอกนี่แหละ ได้ใจคนอ่านคนนี้ไปเต็ม ๆ

สรุปแล้ว...หากพูดถึงคอนเซ็ปต์ของนิยายชุด ส่วนตัวรู้สึกชอบเล่มนี้มากกว่าเล่มข้างบนนิดนึงนะคะ
รู้สึกว่าเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างลงตัว มีโรแมนติก มีคอเมดี้ ผสมผเสแนวพารานอร์มอลนิด ๆ
ตอนท้ายเสริมดราม่าเข้าไปอีกหน่อย ๆ เป็นการหักมุมเล็ก ๆ
ชอบค่ะ...
จดชื่อนักเขียนไว้แล้วว่า...จะตามอ่านงานต่อไปค่ะ











 

Create Date : 04 เมษายน 2557    
Last Update : 4 เมษายน 2557 15:16:05 น.
Counter : 2308 Pageviews.  

~ เคหาสน์แสงตะวัน :นิยายรักแนวครอบครัวอบอุ่น โดย "อาริตา" ~





เคหาสน์แสงตะวัน
ผู้เขียน : อาริตา
ผู้พิมพ์ : สนพ. Beauty Book(พ.ศ. ๒๕๔๓)


รายละเอียด :


'บ้านแสงตะวัน' หล่อหลอมขึ้นมาได้ด้วยความรักของพ่อและแม่
เป็นบ้านที่เสมือนมีมนตรากำกับไว้ด้วยความรัก ความอบอุ่น
ทำให้เด็กหนุ่มสามคนเติบโตมาด้วยพลังแห่งรัก มีหัวใจที่ดีงาม และความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน

ไม่ว่าจะเป็น 'วงศกร' พี่ชายใหญ่ พร้อมจะดูแลปกป้องทุกคนไว้ด้วยความอบอุ่น อ่อนโยน
เขาจึงสามารถเติมเต็มส่วนที่ขาดในชีวิตของ 'กนกอร'

ส่วน 'วรวีร์' ลูกคนกลางเจ้าปัญหา หนุ่มเจ้าอารมณ์ คนที่มั่นใจในตัวเองเกินร้อยหากไม่เคยรู้จักหัวใจตนเอง
ทำให้ชีวิตเกือบพลิกคว่ำ โชคดีที่ชีวิตแวดล้อมด้วยความรัก
และ 'พิมพ์ตะวัน' พร้อมที่จะให้อภัยวรวีร์ด้วยหัวใจแห่งรัก

และ น้องเล็กของบ้าน 'นิธิวุฒิ' ชายหนุ่มที่เคยหลงระเริงกับความพร้อมของตัวเอง
จนดูเหมือนเขาจะไม่คิดจริงจังกับใคร เมื่อตกหลุมรัก 'พราวหทัย' ครูสาวที่มีชีวิตเรียบง่าย
แต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง จริงจัง เขาจึงต้องใช้ความพยายามอย่างมาก กว่าที่จะได้รับการยอมรับ

"เคหาสน์แสงตะวัน" บ้าน...ที่อยู่ใต้ร่มเงาแห่งความรักและความร่มรื่นแห่งความเอื้ออาทร
ชีวิตที่ต้องสู้ไปให้ถึงจุดหมาย หากมีบ้านเป็นที่พักพิง บ้านที่มีทั้งรักและเอื้ออาทร
บ้านที่พร้อมด้วยกำลังใจและการให้อภัย
ชีวิตต่อให้ผิดพลาดมาสักกี่ครั้ง ล้มลงสักกี่ครา ก็เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ...






เมาธ์มอยหลังอ่านจบ...

นิยายชีวิต โรแมนติกดราม่าเล่มนี้วางอยู่บนชั้นมาเนิ่่นนาน...(น่าจะไม่ต่ำกว่าสิบปี)
ไม่ได้คิดจะหยิบมาอ่าน ด้วยเห็นเป็นของตาย บวกกับความหนากว่า ๖๐๐ หน้า...
(เป็นเหตุให้ลังเลที่จะอ่าน)

แต่ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ดูละครดราม่าเข้มข้นที่กระแสมาแรงสุด ๆ อย่าง"สามีตีตรา"
และได้รับรู้ว่าผู้เขียนนิยายเรื่องนั้นคือคนเดียวกับเจ้าของนามปากกา"อาริตา" ผู้เขียน"เคหาสน์แสงตะวัน"เล่มนี้
จึงได้ฤกษ์อัญเชิญลงมาจากหิ้ง...(แอบคาดหวังความเข้มข้นสะใจแบบละครเรื่องนั้น)

หากดูจากชื่อเรื่องแล้วอาจจะชวนให้คิดถึงนิยายแนวลึกลับ ประมาณบ้านผีสิงอะไรทำนองนั้นมากกว่า
แต่เพียงเริ่มเปิดเรื่องมาก็รู้ว่าคาดผิดไปนิดหน่อย...ไม่ใช่แนวลึกลับ โบราณบ้านผีสิง
แต่น่าจะมีความเป็นดราม่าเข้มข้นอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย
เพราะเพียงเปิดเรื่องมาก็น่าติดตามเสียแล้ว

เล่าเรื่องราวย่อ ๆ เพิ่มเติมจากข้างบนอีกนิดหน่อยละกัน

'พิมพ์ตะวัน' เป็นเด็กสาวกำพร้าที่คุณยายอรให้การอุปถัมภ์ เพราะเป็นญาติห่าง ๆ
เธอจึงเติบโตมาร่วมกับเด็กหนุ่ม ๆ อีกสามคน ใหญ่ - กลาง - เล็ก ที่เป็นหลานแท้ ๆ ของคุณยายอร
เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย เธอก็ดิ้นรนออกไปอยู่หอพักตามลำพัง ทำงานส่งเสียตัวเอง และหายหน้าไป

จนอีกหลายปีต่อมาเธอก็หอบลูกชายวัยห้าขวบมาฝากไว้กับสามหนุ่ม
เพื่อที่ตัวเองจะได้เดินทางไปทำงานในต่างประเทศ

ไม่มีใครรู้ว่าพ่อของเด็กชายเต้เป็นใคร แต่ทั้งพี่ใหญ่และนายเล็กต่างยินดีที่จะดูแลและรับเป็นพ่อ
ในขณะที่วรวีร์หรือนายกลางกลับแสดงท่าทีไม่ยอมรับ และเหยียดหยามพิมพ์ตะวันว่าท้องไม่มีพ่อ
ซึ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับเธออย่างมาก เพราะเธอแอบรักวรวีร์มาตั้งแต่แรกสาว
ที่พลาดพลั้งไปก็เป็นเพราะผิดหวังจากเขานั่นเอง...

ใหญ่หรือวงศกรลงทุนไปเรียนทำอาหาร เพื่อเตรียมรับภาระดูแลเด็กชายเต้
ทำให้เขาได้พบกับกนกอร แม่ม่ายสาวลูกติดสอง ที่ไปเรียนทำอาหารที่เดียวกัน
จากพี่ใหญ่ที่ต้องใช้ชีวิตในกรอบในกฏตลอดเวลา เมื่อมาพบกับแม่ม่ายยังสาวที่อุปนิสัยร่าเริง
มองโลกในแง่บวกอยู่เป็นนิตย์ ก็ทำให้เขารู้สึกชุ่มชื่น มีชีวิตชีวาขึ้นมา

ส่วนเล็ก - นิธิวุฒิก็รับหน้าที่รับ-ส่งเด็กน้อยไปโรงเรียน จนไปถูกตาต้องใจครูสาวคนสวย-พราวหทัยเข้า
แต่เขาจะทำอย่างไร ในเมื่อภาพพจน์ของเขาในสายตาครูสาวนั้น
เขากลายเป็นพ่อเลี้ยงผู้ไม่มีความรับผิดชอบของเด็กชายเต้เท่านั้น








เรื่องราวดำเนินไปเรียบเรื่อย ค่อนข้างจะเป็นไปตามแบบแผนนิยายรุ่นเก่าอยู่บ้าง
มีพระเอกนางเอกถึงสามคู่ แต่ละคู่มีเรื่องราว มีบทบาทในเรื่อง
มีบทรัก บทกุ๊กกิ๊ก พ่อแง่แม่งอนในสัดส่วนเกือบจะเท่า ๆ กัน
แยกแยะค่อนข้างชัดเจน ไม่มีสับสนหรือผิดฝาผิดตัว

แต่ที่ผิดแผกแตกต่างจากขนบของนิยายทั่ว ๆ ไปอยู่บ้างก็คือทัศนคติของตัวละครในเรื่อง
ซึ่งเป็นจุดที่อ่านแล้วค่อนข้างชอบนะคะ

อย่างที่บอกไว้ว่าเขาเปิดเรื่องได้น่าติดตาม คือเปิดมาให้นางเอกเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว
หอบลูกชายตัวน้อยมาบ้านพระเอก เพราะต้องการให้ลูกชายมีต้นแบบที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน
ไม่สนและไม่แคร์ว่าชาวบ้านร้านถิ่นเขาจะร่ำลือกันว่าเธอเป็นนางพระยาเทครัว
มั่วกับผู้ชายสามคนในบ้านเดียวกัน จนไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อตาเต้...

ส่วนนางเอกอีกคน(กนกอร)ก็เป็นแม่ม่ายสามีตายที่ไม่ปล่อยตัวให้จมอยู่กับอดีต
ให้การเลี้ยงดูลูกทั้งสองคนโดยเป็นทั้งพ่อและแม่ (และเป็นเพื่อน)ในเวลาเดียวกัน

มีฉากของการทำการทำงานที่เข้ากับสถานการณ์ในช่วงนั้น ๆ เสริมให้นิยายมีความสมจริงยิ่งขึ้น

อีกจุดนึงที่ชอบในนิยายเรื่องนี้ก็คือ เรื่องนี้ไม่มีตัวร้ายหรือตัวอิจฉาค่ะ ทำให้อ่านได้แบบสบายใจ
อ้อ...จะว่าไม่มีก็ไม่เชิงนะคะ มีตอนท้าย ๆ เรื่องพ่อตัวจริงของตาเต้โผล่มาอยากได้ลูกชาย
เพราะลูกชายวัยรุ่นของตัวเองเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตไป
แต่นั่นก็เกิดขึ้นหลังจากที่พระเอกเริ่มรู้ใจตัวเองและหลงรักนางเอกแล้ว
จึงปกป้องนางเอกและลูกชายเต็มที่
ทำให้จากเดิมที่เคยไม่ชอบพระเอกที่ชอบพูดจาหยาบหยามนางเอก ได้ใจเราไปเต็ม ๆ ค่ะ

ตัวละครหลายตัวก็มีมิติ สมเหตุสมผลดี
ชอบนางเอกแบบพิมพ์ตะวัน เธอเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น ไม่แคร์สื่อ
เมื่อรู้ตัวว่าพลาดก็ไม่โทษคนอื่น ก้มหน้าก้มตารับผิดชอบตัวเองไป

ในนิยายเรื่องนี้ยังมีตัวละครที่เป็นเด็ก ๆ อย่างตาเต้ ลูกชายวัยห้าขวบของนางเอก
เด็กหญิงเอ - ลูกสาววัยสิบขวบของกนกอร ที่แสดงออกว่าปลื้มว่าที่คุณพ่อคนใหม่อย่างออกนอกหน้า
เด็กชายบี - ลูกชายคนเล็กที่แม้จะไม่อยากให้แม่แต่งงานใหม่ แต่ก็ไม่ได้ดึงดันก้าวร้าวหรือก่อปัญหา

จะมีติด ๆ ขัด ๆ อยู่นิดหนึ่งก็ตรงสำนวนภาษาของผู้เขียน บางทีก็ออกแนวห้วน ๆ สั้น ๆ โดยเฉพาะบทสนทนา...
ส่วนพาร์ทที่เป็นบทบรรยายก็ค่อนข้างวนเวียน เวิ่นเว้อและตอกย้ำซ้ำซากไปสักหน่อย
แต่โดยรวมแล้วก็อ่านได้เพลิน ๆ ค่ะ ถือว่าอ่านเอาเรื่อง ไม่ได้อ่านเอารสก็แล้วกัน

และหากจะเทียบกับละคร"สามีตีตรา"ล่ะก้อ...เรียกว่าเป็นคนละแนวเลยทีเดียว
มิน่า...คนเขียนเค้าถึงใช้นามปากกาที่แตกต่างไป
แต่เล่มนี้ถ้าทำเป็นละครทีวีก็น่าจะสนุกไม่น้อยเหมือนกันนะ
ยิ่งถ้านำเสนอเป็นแนวครอบครัวผสมผสานคอเมดี้นิด ๆ
ได้คนเขียนบทดี ๆ คาสติ้งดี ๆ ก็จะเป็นละครน้ำดีได้อีกเรื่องหนึ่งทีเดียว

นิยายเก่า ๆ แต่เนื้อหาทันสมัย อ่านจบแล้วหยิบมาเล่าต่อ ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ











 

Create Date : 20 มีนาคม 2557    
Last Update : 21 มีนาคม 2557 11:17:54 น.
Counter : 2532 Pageviews.  

~ Patissier...หัวใจปรุงรัก : นิยายรักนุ่ม...เบาโดย "เนตรนภัส"~





Patissier...หัวใจปรุงรัก
ผู้เขียน : เนตรนภัส
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ก.ย. ๕๖
๓๖๓ หน้า ราคา ๒๗๕ บาท


จากปกหลัง



คนบ้า! ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับเธอได้อย่างไร

ช่อชมพู
คิดอย่างหัวเสีย เมื่อกว่าสิบปีผ่านไป กันต์ ก็ยังไม่มีทีท่าจะจำได้
ใช่สิ...ก็เธอมันแค่ยายตัวตันฟันจอบ เด็กสุดแสบจากบ้านนอกน่ารำคาญที่ไม่เคยอยู่ในสายตา
ฮึ...บ้านนอกรึ เธอจะทำให้เขากลายเป็นเขยบ้านนอกให้ได้เลย คอยดู!

พอตั้งปณิธานให้ตัวเองอย่างมุ่งมั่น ช่อชมพูก็มุ่งหน้าสู่เมืองกรุง
พิธีกรรายการทำขนมน่ะหรือก็แค่ข้ออ้างเท่านั้นแหละ
จริงๆ แล้วเธอกำลังวางแผนทำมนตร์เสน่ห์อยู่ต่างหาก!
งานนี้ไม่ต้องใช้แมงมุมแม่ม่ายดำ หางจิ้งจก เขี้ยวงู หรือทากมีเขา
แค่มีเค้กกล้วยหอมเป็นตัวล่อ พี่กันต์ก็พี่กันต์เถอะ...
เจอแผนเสน่ห์ปลายจวักผัวรักจนตายเข้าไป
ถ้ายังไม่รักเธอแล้ว เขาจะไปรักแมวที่ไหน!!!







หลังอ่าน...
นิยายรักอารมณ์ดี หอมกลิ่นนมเนยกรุ่น ๆ ตั้งแต่ปกหน้าจนถึงปกหลังเลยทีเดียวเชียว
ผู้เขียนบอกไว้ในหน้าคำนำว่าเป็นชุดเดียวกับ"เลห์รักถักใจ"ที่เคยอ่านไปเมื่อปีก่อน
ซึ่งส่วนตัวค่อนข้างชอบ เพราะเป็นนิยายรักใส ๆ อ่านเพลิน ๆ
ไม่ถึงกับจี๊ดจ๊าด สนุกมากจนวางไม่ลงอะไรประมาณนั้น
แต่เรื่องราวของเขาก็มีแง่มีมุมที่เป็นสาระแฝงอยู่ไม่มากไม่น้อย
พอ ๆ กับความโรแมนติก (เกือบ ๆ จะ)หวานไหวที่ไม่เวิ่นเว้อ
พล็อตเรียบง่ายไม่ซับซ้อน หากก็มีที่มาที่ไป ลื่นไหลสอดคล้องสมเหตุสมผลเป็นอันดี

มาถึงเล่มนี้ จึงไม่พลาดที่จะหยิบมาอ่าน...
ด้วยความที่พอจะรู้แนวของคนเขียนบ้างแล้วจึงไม่ได้คาดหวังความสนุกสนาน ชวนลุ้นอะไรมากมาย
มุ่งหวังเพียงความคลี่คลายสบายอารมณ์เป็นหลัก...
ซึ่งก็...แน่นอนค่ะว่าไม่ผิดหวังเลย...นิยายน่ารักมาก...
ให้รสชาติอย่างที่คาดหวัง หวาน ๆ นุ่ม ๆ กลมกล่อมกำลังพอดี ๆ

เรื่องราวก็ประมาณปกหลังนั่นแหละค่ะ...
ชื่อเรื่องก็บ่งบอกชัดเจนว่า(น่าจะ)เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำอาหาร...
การปรุงอาหารโดยใช้หัวใจ...ว๊าว...

สาวน้อยช่อชมพูเรียนจบแล้ว เดินทางจากต่างจังหวัดเข้ากทม.
เพื่อเข้าทำงานเป็นพิธีกรรายการทำอาหารออนไลน์...ซึ่งนั่นเป็นเพียงเป้าหมายรอง
เป้าหมายหลักของเธอคือการมาทวงสัญญาจากพี่ชายร่วมโลกขี้ลืม กันต์...พี่ชายฝาแฝดของกานต์(พระเอก'เล่ห์รักถักใจ')นั่นเอง
สัญญาที่เขาหลุดปากให้ไว้ในวัยเด็ก เมื่อวันเวลาผ่านไป จนเขาลืมเลือน แต่ช่อชมพูไม่ลืม
เธอสู้ตัดใจเมื่อรู้ว่าเขามีคนรักแล้ว แต่เมื่อได้รู้ในเวลาต่อมาว่าเขาเลิกรากัน...
ความหวังก็วาบขึ้นในใจเธออีกครั้ง...
เธอหมายมั่นปั้นมือจะใช้เสน่ห์ปลายจวักที่เธอได้ไปร่ำเรียนมา
โดยเฉพาะเค้กกล้วยหอมที่กันต์โปรดปรานนักหนานั้นมามัดใจพี่ชายขี้เก๊กคนนี้ให้ได้...
แต่เธอจะทำได้สำเร็จไหมน๊อ...ในเมื่อพระเอกของเธอแสนจะฟอร์มจัดออกอย่างนั้น
หนำซ้ำอดีตแฟนสาวไฮโซที่เลิกรากันไปแล้วยังมาป้วนเปี้ยนตามตอแยอยู่ไม่ห่าง...
ทั้ง ๆ ที่ตัวเองรึ ก็มีแฟนใหม่เป็นตัวเป็นตนแล้วแท้ ๆ

งานนี้ชักจะไม่ง่ายเหมือนชิ้นเค้กเสียแล้วสิ...มาเอาใจช่วยช่อชมพูกันค่ะ





ก็อย่างที่บอกตอนต้นนั่นแหละค่ะ พล็อตง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนอะไรเลย

นางเอกแอบรักพระเอกตั้งแต่ยังเด็ก(ออกแนวแก่แดดนิดหน่อย) ก็วางแผน"จับ"เขาด้วยเสน่ห์ปลายจวัก
โดยมีกองหนุนเป็นแม่พระเอกเสียเอง จุดนี้จึงรับประกันความดราม่าในเรื่องความรักของนางเอกได้เป็นอย่างดี

ดังนั้น บทดราม่าจึงไปตกอยู่กับนางรองอย่างมิลิน แฟนเก่าพระเอก
ซึ่งตอนแรกคิดว่าเธอจะเป็นนางร้ายเสียอีก
แต่เอาเข้าจริงชีวิตเธอกลับดราม่าน่าสงสารเกินที่จะมอบตำแหน่งตัวอิจฉาให้แฮะ

ชอบบทกุ๊กกิ๊กแง่งอนระหว่างพระ-นางค่ะ...น่ารักดี
นางเอกเหมือนจะเปรี้ยวนิด ๆ เพราะเป็นฝ่ายรุกก่อน แต่อะไรหลาย ๆ อย่างในตัวเธอก็น่ารักเสียจนทำให้ไม่ดูน่าเกลียด
ส่วนพระเอกที่ดูฟอร์มจัด ท่ามาก แต่ลึก ๆ แล้วก็มีแอบเอ็นดูยาย"ตัวตันฟันจอบ" จอมจุ้นอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
ทำเป็นปากแข็งใจแข็งไปอย่างนั้นแหละ

ชอบนางเอกของคุณเนตรนภัส(ทั้งจากเรื่องเล่ห์รักถักใจกับเรื่องนี้)ตรงที่เธอไม่ได้สมบูรณ์แบบ
เหมือนจะเป็นเด็ก ๆ ใส ๆ เอาแต่ใจตัวบ้าง
แต่ก็มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ค่อนข้างสูง ไม่งี่เง่าง๊องแง๊ง ว่างั้นเถอะ

ส่วนสาระที่แฝงมากับนิยายก็มีให้ฉุกคิดอยู่บ้าง อย่างเรื่องราวการโหยหาความรักของมิลิน
เป็นประเด็นทางสังคมทีน่าคิด ในยุคสมัยที่ความรักความจริงใจขาดแคลนเสียจนผู้คนรู้สึกหิวโหย

แต่ออกจะเสียดายนิด ๆ ว่าคนเขียนพูดถึงเรื่องราวการทำขนมของนางเอกน้อยไปหน่อย
ทั้ง ๆ ที่นั่นเป็นธีมหลักของเรื่อง แต่ก็โอเคอะ เค้ามีแถมสูตรทำขนมอบง่าย ๆ ให้ตั้งสองเมนูแน่ะ

สรุปเลยแล้วกันว่า เป็นนิยายรักนุ่ม ๆ เบา ๆ ที่อ่านไปอมยิ้มไป
สำนวนภาษาคนเขียนก็ลื่นไหล อ่านได้เพลิน ๆ ไม่มีสะดุด
อ่านจบในรวดเดียวแล้วหยิบมาบอกต่อชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ










 

Create Date : 04 มีนาคม 2557    
Last Update : 4 มีนาคม 2557 11:47:49 น.
Counter : 2871 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 179 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ อ้อมฟ้าโอบดิน/"คีรี" เขียน ~

~ บทเพลงโศกแห่งคาเฟ่แสนเศร้า(The Ballad of The Sad Café)/Carson McCullers:เขียน/จุฑามาศ แอนเนียน : แปล ~

~ ทัณฑ์ลวงรัก/"FoxxTrot" เขียน ~

~ ดับแดนดารา/"อสิตา" เขียน ~

~ เทียบท้าปฐพี 1-3/ชิงหลิงเยวี่ย : เขียน/ กระบี่หลงทิศ : แปล ~

~ My Grandmother Asked Me to Tell You She’s Sorry(ยายฝากบอกว่าขอโทษ)/Fredrik Backman:เขียน/ปราชญ์ อัสนี : แปล ~

~Beautiful Girl/นางสาวฉ่ำทุกข์กับนายความสุข/นิรวาณ/เขียน ~

~หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา/อุรุดา โควินท์/เขียน ~

~บันไดหยกงาม 1-3/ชิงเซียง/เขียน พริกหอม/แปล ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.