'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ ตำรารักยอดพธู & ตำรารักยอดดวงใจ By รอมแพง ~




ตำรารักยอดพธู & ตำรารักยอดดวงใจ
ผู้เขียน: รอมแพง
สนพ.แฮปปี้บานาน่า



เรื่องแรก...

ตำรารักยอดพธู



เรื่องย่อๆ(ปกหลัง)

“ยอดพธู” ถูกป้าจับคู่จนต้องเผ่นหนี 
เธอไม่รู้เลยว่ากำลังจะเดินทางไปเจอกับใครบางคนใน “บ้านไร่สายสุดา”

และแล้วอภิมหากาพย์แห่งการจับคู่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง 
เมื่อเธอต้องมาเจอกับสาวๆ ในฮาเร็มของ “หริชา”
ที่วันๆ เอาแต่คิดว่า “ใครรักใคร...ใครไม่รักใคร” 
ไหนจะเพื่อนรักเพื่อนสนิทอย่าง “ทิพย์วรางค์” 
ที่มีท่าทีประหลาดๆ ไปกับเขาด้วย

...งานนี้คนสวยอยากจะบ้า! 


**********

หลังอ่าน...
เรื่องราวก็ตามปกหลังนั่นเลยค่ะ เป็นโรแมนติกคอเมดี้ที่อ่านง่ายๆเพลินๆอีกเล่ม
 จากคนแต่งคนเดียวกับที่เขียน'บุพเพสันนิวาส'อันลือลั่น 
แต่เรื่องนี้คนละแนวกับเรื่องนั้นเลยค่ะ จะมีความคล้ายอยู่นิดหน่อย
ก็ตรงแคแร็กเตอร์ของนางเอกนั่นเอง มีความโก๊ะกัง มีความรั่วๆล้นๆ
 แต่ก็ฉลาด มั่นใจในตัวเอง คิดเร็วทำเร็ว...
ยอดพธูในเรื่องนี้ก็ประมาณนั้นเลย

เรื่องนี้เป็นนิยายรักร่วมสมัย ผู้เขียนจับเอาเรื่องใกล้ตัว
เข้ามาใส่ในนิยายของเธอได้อย่างสนุกสนาน 
เริ่มตั้งแต่ให้นางเอกเป็นนักเขียน เขียนนิยายโรแมนซ์อีกต่างหาก...
มีการจับเอากระแสรายการเรียลลิตี้อย่างนักล่าฝันมาต่อยอด
แล้วสอดประสานกับมุกโบราณๆ อย่างการจับคู่คลุมถุงชนได้อย่างชวนฮา

เรื่องนี้มีสองคู่ค่ะ...เดิมทีน่ะเพื่อนของนางเอกจะถูกจับคู่ให้กับพระเอก
 ที่เป็นเกษตรกรหนุ่มระดับนายหัว แต่บังเอิ๊ญแม่ยอดพธู...
(ที่คุณย่าพระเอกดูเหมือนจะถูกใจตั้งแต่ยังไม่เจอตัว 
ด้วยเหตุผลที่ว่า...ชื่อโบราณดี )
ก็เกิดจะหนี(แม่)เสืออย่างป้านุดีไปขอลี้ภัยอยู่กับเพื่อนจังหวะนั้นพอดี...
(เลยมาปะเข้ากับจระเข้เข้าอย่างจัง...)

ใครจะไปรู้ว่าการที่เธอชิ่งหนีการคลุมถุงชนจากป้า
 จะกลายเป็นว่าเธอได้กลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้กับนายหัวเข้มแห่งไร่สายสุดาไปโดยปริยาย..
.(ซึ่งนอกเหนือจากเธอกับเพื่อนแล้ว 'ในบ้าน'นั้นยังมีสาวๆ อยู่รอคิวให้พระเอกเลือกอีกสามถึงสีคน!)
..............
ก็อ่านสนุกในระดับหนึ่งค่ะ ขนาดเล่มไม่หนาไม่บาง อ่านแป๊บเดียวจบแล้ว
 สำนวนการเล่าเรื่องลื่นไหลดีค่ะ มีแทรกมุกขำๆฮาๆตลอดๆ 
ชอบๆ :)



เรื่องที่สอง...

ตำรารักยอดดวงใจ




โปรยปก :

เมื่อยอดดวงใจต้องตกกะไดพลอยกระโจน
ไปเยอรมนีกับหนุ่มหล่อที่เกลียดเธอเข้าไส้
มันคงไม่สาหัสนักถ้าหนุ่มคนนั้นไม่ใช่ “ศิขริน” คนที่ทำให้เธอหวั่นไหว
...เธอต้องตายแน่ๆ ถ้าต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้...
แต่ทว่ายอดดวงใจกลับยอมรับกับตัวเองอย่างไม่อาย
ว่าอยากใกล้ชิดศิขรินให้นานที่สุดเท่าที่โอกาสจะเอื้ออำนวย
เพราะเธอเห็นว่า งานนี้กำไร…กำไรชัดๆ

**********

เล่มนี้มาคู่กันกับเล่มก่อนหน้าที่เพิ่งอ่านไปค่ะ...'ตำรารักยอดพธู' 
ซึ่งเรื่องนั้นส่วนตัวถือว่าอ่านสนุก น่ารักดีในระดับหนึ่งทีเดียว 
พอหยิบเล่มนี้มาก็แอบคาดหวังนิดๆ...
แล้วก็เลยผิดหวังหน่อยๆไปตามระเบียบ แหะๆ :)

เป็นโรแมนติกพาฝันผสมผสานไพรัชนิยายได้แบบ...ปากกาพาไปมากๆ 
ไม่ต้องคำนึงถึงเหตุและผลหรือความสมจริงใดๆ 
ขอให้จับพระเอกนางเอกให้ร่วมทางไปด้วยกันได้เป็นพอ...
ประมาณนั้น

นางเอก'ยอดดวงใจ'(แฝดพี่ของยอดพธู)จับพลัดจับผลู
ไปอยู่ในวงโคจรของวนัส-นักร้องหนุ่มจอมเจ้าชู้
กับพิมประภา แฟนสาวขี้โรคเข้าโดยบังเอิญ

จนทำให้ต้องตกกะไดพลอยกระโจนรับสมอ้างเป็นคนรักของศิขริน
พี่ชายวนัสเพื่อไม่ให้พิมประภาเสียใจจนไม่ยอมเข้ารับการผ่าตัด

ทั้งคู่ต้องเล่นละครเป็นคู่รักกำมะลอ
 เตลิดไปจนถึงกับต้องเดินทางไปต่างประเทศด้วยกัน
 กินๆเที่ยวๆ นู่นนี่นั่นด้วยกัน จนต่างก็มีแอบเห็นมุมดีๆ ของกันและกัน
 ความใกล้ชิดก็ทำให้หวั่นไหวเผลอไผลไปมั่ง...
แต่กระนั้นอคติในใจพระเอกก็ยังคงเหนียวแน่น หนาเตอะ

**********

ที่บอกว่าไม่สมเหตุสมผลคือไม่เข้าใจ๊-ไม่เข้าใจทั้งนางเอกพระเอกนั่นแหละ

 นางเอกจะใจดี ใจง่ายไปถึงไหน เขาเข้าใจผิด ทั้งด่าว่า เสียดสีสารพัด
ยังไปหลงรักเข้าไปลง...ตามเค้าไปตะลอนๆ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นอะไรกันนั่นแหละ
อีตาพระเอกรึก็เป็นถึงผู้บริหารระดับสูง ทำไมคิดและทำอะไรตื้นเขินงี่เง่า...

โอย อ่านไปหงุดหงิดไป มันไม่เชื่อ ไม่อินกับตัวละครซักตัว...
เดชะบุญที่นิยายเรื่องนี้มีจุดดีอยู่จุดหนึ่งที่ทำให้เราไม่วางเสียกลางเล่ม 
นั่นก็คือส่วนที่เป็นไพรัชนิยายนั่นเอง 
ฉากการท่องเที่ยวเยอรมันของคู่พระนางกับผองเพื่อน 
การบอกเล่าบรรยายจุดนั้นจุดนี้ทำได้ดี น่าสนใจทีเดียว
ก็เลยช่วยให้กล้อมแกล้มอ่านจนจบได้...
(แบบไม่อินๆนั่นแหละ)







 

Create Date : 14 มีนาคม 2561    
Last Update : 14 มีนาคม 2561 12:53:42 น.
Counter : 427 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ บุพเพสันนิวาส : อ่านนิยายก่อนละครออนแอร์ โดย รอมแพง ~




บุพเพสันนิวาส
ผู้เขียน : รอมแพง
สำนักพิมพ์ แฮปปี้ บานานา
505 หน้า ราคา 285 บาท

เรื่องย่อๆ(โปรยปก)

"กลุ่มผู้หญิงที่เธอมองเห็นนั้น บ้างก็ตัดผมเกรียนไว้ปีกกันรอบลงน้ำมัน
 จนเห็นขอบตั้งขึ้นเด่นชัด สองข้างหูมีจอนผมยาวเคลียแก้ม
 บ้างก็ตัดผมสั้นเพียงต้นคอ บ้างก็ตัดเป็นทรงดอกกระทุ่ม

"ตอนนี้ท่านใดเป็นพระเจ้าอยู่หัวล่ะพี่ผิน"
"สมเด็จพระนารายณ์เจ้าค่ะ" พระนารายณ์มหาราช!

"คงสาสะใจแล้วสิหนา" 
เสียงทุ้มเข้มนั้นเอ่ยออกมาพร้อมวงตาอริที่จ้องมองมา 
ยิ่งได้มองเห็นสายตาของบ่าวไพร่คนอื่นๆ ที่มองเธออย่างตำหนิชิงชัง 
ก็ยิ่งทำให้รู้ว่านิสัยของแม่หญิงการะเกด 
คนที่เธอมาอาศัยร่างนี้คงร้ายกาจไม่เบาเลยทีเดียว 
"เออเนาะ เขามีแต่ข้ามภพมาเป็นนางเอก 
ตูดันข้ามมาเป็นนางร้ายซะงั้น เฮ้อ เครียดได้โล่!





เป็นกึ่งๆ พีเรียดกึ่งๆพารานอร์มอลที่อิงพล็อตข้ามภพข้ามชาติได้...
สนุกและสมจริงในระดับหนึ่งค่ะ

เกศสุรางค์ หญิงสาววัยทำงานร่างอวบเกินพิกัด 
ประสบอุบัติเหตุขณะเดินทางกลับจากอยุธยา
 วิญญาณหลุดออกจากร่าง ไปฟื้นอีกทีกลายเป็นแม่นายการะเกด 
สาวน้อยวัย 16 ชาวอโยธยา 
ผู้มีชีวิตอยู่ในยุคสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช!

การะเกดเป็นเด็กสาวกำพร้า มาอาศัยอยู่กับออกญาโหราธิบดีผู้เป็นลุง
 และผู้ใหญ่ได้สั่งเสียไว้ให้หมั้นหมายกับบุตรชายรองของท่าน
แต่แม่นางการะเกดผู้นี้เป็นหญิงเอาแต่ใจ มักข่มเหงรังแกข้าทาสบริวารเป็นประจำ
 จนผู้คนต่างพากันเดียดฉันท์ รวมถึง'คุณพี่' ผู้เป็นคู่หมาย...

วีรกรรมล่าสุดของเจ้าหล่อนคือให้บ่าวไปล่มเรือแม่หญิงจันทร์วาด 
จนทำให้บ่าวของแม่หญิงผู้นั้นจมน้ำตายไป ทำให้ท่านโหราธิบดีเหลืออด
 ต้องร่ายมนต์กฤษณะกาลีอันเป็นมนต์สาปแช่ง
 หากผู้ใดทำความผิดจริงต้องมนต์นี้ก็จะมีอันเป็นไปแม้นไม่ตายก็อาจจะวิปลาส

เมื่อเกศสุรางค์ฟื้นขึ้นมาในช่วงแรกๆ เธอยังงงๆ 
ตั้งรับกับสถานการณ์ยังไม่ได้ จึงมีจริตกิริยาแผกเพี้ยนไปจากเดิม 
จึงถูกมองว่า...เธอวิปลาสไปเสียแล้ว


ทว่า...เพียงผ่านไปไม่กี่วันผู้คนกลับสังเกตว่า
ความเปลี่ยนแปลงไปของการะเกดนั้น
 แม้จะดูกระโดกกระเดก หากก็เป็นไปในทางที่ดีขึ้น...
เธอใฝ่ใจในการใส่บาตรทำบุญ
 มีการเย็บปักถักร้อย แม้จะพูดจาแปลกๆ แต่ก็ไม่กระโชกโฮกฮาก 
ทั้งยังมีจิตใจเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่บ่าวไพร่...

ที่สำคัญสำหรับคุณพี่คู่หมายของเธอ ดูเธอจะไม่มีท่าทีพิศวาสบาดจิต
ติดหน้าตามหลังเหมือนดังเดิม มีแต่จะปะเหลาะเอาใจให้พาเที่ยวเท่านั้น




หยิบเล่มนี้มาอ่านอีกรอบ หลังจากที่อ่านผ่านๆเมื่อนานมาแล้ว...
แบบไม่ค่อยอินสักเท่าไหร่ แต่พักนี้เห็นทีเซอร์ละครออกมารุกเร้าเหลือเกิน
 ไหนๆ ก็ดองหนังสือไว้นานนม กระแสชื่นชมก็ถล่มทลาย 
เลยขอลองอีกสักรอบเหอะ เผื่อที่ผ่านมาเราอาจจะยังไม่ได้ตั้งใจ...
หรือเปิดใจเพียงพอก็เป็นได้

ซึ่งก็ใช้เวลาอ่านหลายวันอยู่...

พบว่ามีทั้งจุดที่ชอบและจุดที่เฉยๆ 
แล้วก็ผิดคาดที่กลับมาอ่านรอบนี้...อาจจะเป็นด้วยเราเปิดใจรอหรือเปล่า
เลยรู้สึกว่า...อ๊ะ เขาก็เขียนสนุกดีอะ มีความทันยุคทันสมัยในการสร้างพล็อต

 (ในช่วง 2-3 ปีมานี้ กระแสนิยายจีนแนวข้ามภพข้ามชาติมาแรงมาก...
แถมเป็นที่ชื่นชอบของนักอ่านชาวไทยจำนวนไม่น้อย
.นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นก่อนหน้าตั้งหลายปีจึงนับว่าเป็นแนวคิดที่...
ทันสมัยพอสมควร)




ชอบที่ผู้เขียนเค้าสามารถสอดร้อยเรื่องแต่งเข้ากับเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ได้อย่างแนบเนียนกลมกลืน 
สมจริงจนเราอ่านแล้วอินตาม...
คอยลุ้นว่าเกศสุรางค์จะหลุดบทของการะเกดไปมากน้อยแค่ไหน
 และคุณพี่ของนางจะจับได้เมื่อไหร่ว่านางไม่ใช่การะเกด

ตัวละครหลากหลายที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ก็มีเรื่องราว 
ต่างก็มีที่มาที่ไป มีดราม่าในชีวิตที่น่าทึ่ง น่าสนใจมาก
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพระยาวิไชยเยนทร์(สมัยเรียนเราเคยท่องจำว่า
เขาชื่อ"เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ - คอนสแตนติน ฟอลคอน"นะ)
 กับภรรยาอย่างนางตองกีมาร์ หรือ'ท้าวทองกีบม้า' 
ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นเพื่อนสนิทนางเอกของเราได้
 และมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงต่างๆของบ้านเมืองในยุคนั้น

แล้วไหนจะพระเอกของเราที่เป็นถึงลูกชายท่านโหราธิบดี 
ทั้งยังเป็นน้องชายของกวีเอกแห่งยุคอย่างศรีปราชญ์อีกต่างหาก
มีบุคลิกเฉลียวฉลาดและมีบทบาทโดดเด่นในการเจริญสัมพันธไมตรี
กับชาติทางยุโรป มีหลักฐานปรากฎชัดในพงศาวดาร...


จุดนี้มีแอบอิจฉาเกศสุรางค์นิดๆละ จากที่เป็นยายอ้วนพุงยุ้ย
 ตายแล้วได้ไปเกิดใหม่ในร่างเด็กสาวที่อายุน้อยลงกว่าเดิมร่วมๆสิบปี
 รูปร่างหน้าตาสะสวยงามลออยังไม่พอ...
ได้คู่หมั้นคู่หมายเป็นพี่หมื่นพี่ขุนสุดหล่อแสนดีเสียอีกแน่ะ...
อะไรจะโชคดีปานนั้น...

(ในเรื่องนี้ตัวละครที่เป็นขุนน้ำขุนนางในอดีตนั้น
 เขามีการเลื่อนยศกันไวมาก เลื่อนทีก็เปลี่ยนชื่อเรียกกันที 
คุณพี่ของนางเอกเดิมทีก็เป็นท่านหมื่น เดี๋ยวๆก็เป็นท่านขุน 
แป๊บๆก็เป็นคุณหลวงคุณพระ..

.นางเอกย้อนภพไปสี่ปี พระเอกของเราเปลี่ยนชื่อเรียก 3-4 ครั้งทีเดียว
 แล้วไหนจะคนอื่นๆ อีก ส่วนตัวเลยเลือกโฟกัสแต่ตัวละครหลักๆ บางตัวเท่านั้น 
อย่างพระเอก พ่อพระเอก และตัวร้าย(ในเรื่อง)อย่างขุนนางฝรั่งคนนั้น เป็นต้น)




แต่อ่านๆ ไปมันก็มีฉุกคิดเหมือนกันนะ...
การที่นางเอกหลุดโลกเข้าไปอยู่ท่ามกลางผู้คนในประวัติศาสตร์
ที่เราๆท่านๆ ต่างก็เคยได้เรียนรู้ถึงชะตาชีวิตของพวกเขาว่าจะตกต่ำหรือรุ่งเรือง
 จะต้องตกตายหรือถูกเข่นฆ่าเมื่อไหร่นั้น มันเป็นความโชคดีจริงหรือ...?

ณ จุดนี้ต้องอ่านกันเองแล้วล่ะค่ะ ผู้เขียนเขาก็มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลอยู่


ดูจากรายชื่อหนังสืออ้างอิงท้ายเล่ม คิดว่าผู้เขียนคงต้องทำการบ้านขนานใหญ่
 ส่วนตัวแม้จะสนใจและชื่นชอบอ่านนิยายอิงประวัติศาสตร์มาไม่น้อย 
แต่ก็ถือว่ายังอ่อนด้อยนัก 

มาอ่านเรื่องนี้รู้สึกนับถือคนเขียนเลยทีเดียว 
เธอสามารถสร้างพล็อตข้ามภพข้ามชาติแล้วโยง
เข้ากับเรื่องราวในประวัติศาสตร์ได้สอดคล้องกลมกลืน...

มีสัดส่วนของเรื่องแต่งและเรื่องจริงพอเหมาะพอสม...
มีปมดราม่า มีอารมณ์ขัน รวมถึงฉากรักโรแมนติกครบครัน 
ทำให้คนอ่านอ่านแล้วรู้สึกสนุกและอินตามได้ 
ไม่รู้สึกติดขัดกับข้อมูลในแง่ประวัติศาสตร์แต่อย่างใด

แถมท้ายด้วยสาระทางพุทธศาสนาอันว่าด้วยเรื่องของกฎแห่งกรรม
 อันเป็นเหตุปัจจัยหลักที่ทำให้นางเอกของเราต้องพลัดหลุดจากโลกปัจจุบัน
เข้าไปในภพอดีต ได้มีส่วนรับรู้และเห็นความเป็นไปในบ้านเมืองยุคโบราณ...
ซึ่งมีหลายเหตุการณ์ที่เธอรู้ล่วงหน้าถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น 
แต่เธอไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรได้...
ประเด็นนี้จึงมิอาจพูดได้เต็มปากนักว่าเธอโชคดี เพราะถ้าเป็นเราคงอึดอัดน่าดู...

ส่วนจุดที่เฉยๆ ค่อนไปข้างที่ตงิดๆ ก็คือเรื่องของการเลือกใช้คำ
ในบางจุดทำให้อ่านแล้วชะงักนิดหน่อย
 เช่น หัวใจข้าจะราญรอน...เอิ่ม...ขาดรอนรึเปล่า ราญรอนนั่นมันจะไปรบแล้วนะ
 กับอีกหลายจุดที่สะดุดๆ...
แต่ก็นิดๆหน่อยๆ จริง ๆ ปล่อยผ่านได้ค่ะ 






 

Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2561    
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2561 15:50:05 น.
Counter : 24772 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ มีไว้เพื่อซาบ : รวมเรื่องสั้นอารมณ์ไหว โดย อุรุดา โควินท์ ~




มีไว้เพื่อซาบ
ผู้เขียน : อุรุดา โควินท์
ผู้พิมพ์ : สนพ.Din-Dan Book
233 หน้า ราคา 300 บาท

บางส่วนจากคำนำ 

รวมเรื่องสั้นเล่มที่ 3 ในชีวิตการเขียนของ อุรุดา โควินท์ 
บรรจุเรื่องสั้นจำนวน 12 เรื่อง ประกอบไปด้วย แค่มือเอื้อม,
 จุดหมายข้างนอก, ต้นไม้ต้นใด, มีไว้เพื่อซาบ, เสียดายมือ,
 เมียไอ้บ่าวทำแพนเค้ก, เงาะเพื่อชีวิต, ช่างทำผม,
 โทรศัพท์สามสาย, หัวใจที่ไม่ยอมช้าลง 
และในการพิมพ์ครั้งนี้ได้บรรจุเรื่องใหม่เพิ่มเข้ามาอีก 2 เรื่อง
 คือ มิตรภาพชั่วนิรันดร์ และเผาผี

ในงานชุดนี้ผลงานทั้งหมดอุรุดาเขียนขึ้นที่ “หมู่บ้านฝนป๊อกแป๊ก”
 ซึ่งเธอเรียกมันเช่นนั้น อันเป็นสถานที่ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยไปใช้ชีวิตที่นั่น
 สิ่งที่สะท้อนออกมาในงานเขียนก็คือเรื่องราว และมุมมองของผู้หญิงคนหนึ่ง
ที่เฝ้าสังเกตการณ์ความเปลี่ยนแปลงของชีวิตและสังคมรอบข้าง
 รวมทั้งสื่อสะท้อนแนวความคิดและความรู้สึกผ่านสายตา
ของหญิงสาวที่แลเห็นบางสิ่งบางอย่างของสภาวการณ์อันเป็นไป
เรื่องสั้นทุกชิ้นที่ปรากฏในเล่มนี้เคยผ่านการตีพิมพ์ในหน้านิตยสารมาก่อน
 ทั้งบางเรื่องดังเช่นเรื่อง “เสียดายมือ” ก็ได้รับรางวัลในการประกวดเรื่องสั้นรางวัลอมรินทร์มาก่อนหน้านี้ 
งานเรื่องสั้นชุดนี้เคยตีพิมพ์มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อสิบปีที่ผ่านมา 
กระนั้นในการจัดพิมพ์ครั้งนี้นอกจากเพิ่มเนื้อหาเข้าไปแล้ว
ยังพยายามจัดสรรและจัดพิมพ์ให้มีความประณีตมากยิ่งขึ้นอีกด้วย





หลังอ่าน...
ชอบมากอีกแล้ว กับผลงานของอุรุดา โควินท์ เล่มนี้ 
เธอช่างมีลีลาการเล่าเรื่องได้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ
เป็นรวมเรื่องสั้นที่ต้องใช้เวลา...ประมาณหนึ่งในการค่อยๆละเลียด และเล็ม
เพื่อซึมซับเรื่องราวอันเป็นประหนึ่งบทเพลงแห่งชีวิตของผู้หญิง ๑๒ คน
ที่ต่างบทบาท ต่างลีลาอารมณ์ ทว่ามีจุดร่วมอย่างหนึ่ง 
พวกเธอล้วนเป็นผู้หญิงที่มี่ความเป็นศิลปิน มีจินตนาการสูง
 และเหนือสิ่งอื่นใด...พวกเธอรักอิสระ รักและเห็นคุณค่าในตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็นแม่กับลูกสาวที่เป็นนักเขียนใน"แค่เอื้อมมือ"
หรือ'แจง'ใน "จุดหมายข้างนอก"
'หล่อน'จาก "ต้นไม้ต้นใด"
หรือ'เธอ'จาก"มีไว้เพื่อซาบ"
ฯลฯ
ชอบทุกเรื่องจริงๆ บางเรื่องถึงกับอ่านซ้ำสอง สามรอบ...
บางเรื่องอ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยน บางเรื่องราวกับจะได้ยินเสียงฝนตกป๊อกแป๊ก
พร้อมกับได้กลิ่นดินกลิ่นหญ้าหลังฝนตก
ประกอบกันไป
บางเรื่องให้อารมณ์ขันปนขื่น...
บางเรื่องเจือขมเจือหวาน...
บางเรื่องให้อารมณ์ย้อนแย้ง...
...
คนเขียนได้ทิ้งท้ายไว้ที่หน้าคำนำของเธอว่า...

'การเขียนเป็นของฉัน การอ่านของคุณคือบทกวี'

เธอขอบคุณคนอ่าน...
แต่เราอยากขอบคุณเธอ ที่ช่างร้อยเรียงบทกวีอันไพเราะให้เราได้เสพสม




***หมายเหตุท้ายบล็อก

หนังสือมีจุดบกพร่องทางการพิมพ์...
พิมพ์ผิดค่อนข้างเยอะมาก....
ทำให้อรรถรสทางการอ่านดร็อปลงอย่างน่าเสียดาย
เสียดายในเนื้อหาที่ผู้เขียนบรรจงร้อยเรียง
เสียดายรูปเล่มที่ทางสำนักพิมพ์บรรจงสร้างสรรค์อย่างมีศิลปะ 

หากมีโอกาสพิมพ์ใหม่ 
อยากให้มีการตรวจทานพิสูจน์อักษรให้ละเอียดกว่านี้อีกสักนิดค่ะ

ยกตัวอย่างจุดผิด...คร่าวๆ 

เริ่มตั้งแต่หน้าคำนำสำนักพิมพ์...
หน้า 2 - - และเชื่อว่าของทุก ๆ (??) ด้วยเช่นกัน
หน้า 17 แค่เอื้อมมือ - - (หรือ) แค่มือเอื้อม ?
หน้า 29 - - แค่มาร่มงาน - - ร่วมงาน
หน้า 84 - - ข้าวสุกภายในสิบหน้านาที - - สิบห้า
หน้า 87 - - เขาต้องก่อไฟไล่แมลงทั้งวัน - -
หน้า 101 - - เราจะทำยังไงดีค่ะ - - คะ
หน้า 107 - - เราเชียร์เดนมาร์กัน - - เดนมาร์ก
หน้า 109 - - แดดส่งตลอดวัน - - แดดส่อง
หน้า 134 - - บลูเบอร์นี่ - - บลูเบอร์รี่
หน้า 146 - - ศัพท์แสง
หน้า 204 - - แบล็คแคยยอน - - แบล็คแคนยอน
ฯลฯ







 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2561    
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2561 12:45:54 น.
Counter : 233 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ บ้านริมทะเลสาบ : นิยายรักสะท้อนสังคมร่วมสมัย โดย"เข็มพลอย" ~





บ้านริมทะเลสาบ
ผู้เขียน : เข็มพลอย
สนพ.เพื่อนดี(พ.ค. 2548)
319 หน้า ราคา 200 บาท

ปกหลัง


"ผมว่าความรักก็เหมือนบ้านนะครับ...
บ้านหลังใหญ่แบบคฤหาสน์ตกแต่งสวยงามก็ไม่ได้เป็นที่ถูกใจของทุกคน
บางทีเราเข้าไปแล้ว รู้สึกไม่กลมกลืนไปกับบ้านหลังนั้นก็มี
แต่บ้านบางหลังพอเข้าไปแล้วรู้เลยว่าใช่ เพราะลงตัวกับใจไปหมด"







หลังอ่าน

เคยอ่านผลงานนักเขียนนามนี้แล้วหนึ่งเล่ม 'โถงสีเทา' ค่อนข้างชอบเลยค่ะ
พอมาเจอเล่มนี้เลยคว้ามาโดยไม่ลังเล คาดหวังแนวเรื่องแบบ...บ้านเล็กในป่าใหญ่...ริมทะเลสาบสีเงิน อะไรเทือก ๆ นั้น

แต่พอได้อ่านเข้าจริง...ออกอาการเงิบนิด ๆ มันคนละเรื่อง คนละโทน คนละอารมณ์เลยทีเดียว

เล่มนี้เป็นนิยายชีวิตที่สะท้อนสังคมสมัยใหม่
ว่าด้วยเรื่องของการใช้ชีวิตในยุคที่เร่งรีบและฉาบฉวย เน้นหนักไปในเรื่องของการทำธุรกิจบ้านจัดสรร

เริ่มต้นที่ครอบครัวนางเอก-เจนนี่หรือเจนจิรา เริ่มรู้สึกว่าบ้านที่อยู่มานานนับสิบปีชักจะพลุกพล่านเสียงดังไม่น่าอยู่อีกต่อไป
จึงคิดจะย้ายบ้าน แล้วพวกเขาก็ไปถูกใจบ้านริมทะเลสาบชานเมืองที่เป็นหมู่บ้านจัดสรรของครอบครัวพระเอก
นายหิน ลูกชายคนรองของบ้าน"หอพัฒนะทรัพย์"
แต่ครั้งแรกที่เจอ เจนนี่กับคุณย่าเข้าใจผิดคิดว่านายหินเป็นเซลส์ขายบ้านเท่านั้น
เจนนี่กับหินนั้นเคยเจอกันครั้งหนึ่งแบบบรรยากาศไม่น่าประทับใจนัก
ฝ่ายหินนั้นมองว่าเจนนี่ก็เหมือนกับเด็กวัยรุ่นลูกคุณหนูทั่ว ๆ ไปที่เอาแต่ใจตัว
ในขณะที่เจนนี่ก็มองว่านายหินเป็นตาแก่ทึ่มทื่อขี้บ่น...
แต่เมื่อมาเจอกันครั้งนี้ทั้งคู่ต่างรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นอย่างที่เคยคิด
ทั้งคู่จึงสามารถสานสัมพันธ์และสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว

แต่ก็เป็นความสัมพันธ์ฉันผู้ซื้อผู้ขาย หรือเพื่อนบ้านเท่านั้น
เพราะนายหินนั้นมีคู่รักที่คบหากันสมัยที่เขาเรียนอยู่เมืองนอก
เจ้าหล่อนเป็นสาวเกาหลีที่กำลังจะบินตามมาหาเขาเร็วๆนี้





เรื่องราวส่วนใหญ่จะเล่าแบบเรียบๆเรื่อยๆ เน้นหนักในเรื่องของปัญหาในการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
คู่ขนานไปกับปัญหาชีวิตรักของหนุ่มๆสาวๆในเรื่อง...
ตั้งแต่คู่ของอิฐ พี่ชายคนโต ที่มีภรรยาเป็นสาวไต้หวัน มีลูกชายแล้ว 1 คน
แต่ยังไม่วายมีมือที่สามอย่างสาวสมัยใหม่เข้ามาพัวพันหมายแย่งชิง
โดยไม่แคร์ว่าจะไปทำลายครอบครัวใคร...งานนี้ต้องลุ้นในความรักของอิฐกับภรรยาว่าจะมั่นคงเพียงพอหรือไม่

ในขณะที่คู่ของหินก็มีปัญหา เพราะคิมไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมครอบครัวแบบไทย ๆ ที่บ้านของหินได้
ประจวบกับจิตใจของหินก็เริ่มจะเอนเอียงออกห่างตั้งแต่มารู้จักเจนนี่แล้ว

ชอบตรงที่ผู้เขียนสามารถเปรียบเทียบ เชื่อมโยงเรื่องราวการสร้างบ้าน
การเลือกบ้าน ปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ในการทำธุรกิจบ้านจัดสรร
ให้เข้ากับเรื่องราวการใช้ชีวิต ความรักและการเลือกคู่ครองได้อย่างกลมกลืนสอดคล้อง...
ด้วยสำนวนภาษาที่เรียบง่าย ร่วมสมัย ให้ภาพชัดเจน...


ดังส่วนหนึ่งของคำนำสำนักพิมพ์...

".....ชีวิตครอบครัวจำเป็นต้องอาศัยความรัก
ความรักที่ประกอบด้วยความเห็นใจ เข้าใจซึ่งกันและกัน
อีกทั้งยังต้องมีความเสียสละและอดทนต่อปัญหาต่างๆที่เข้ามารุมเร้ารบกวน
โครงสร้างของความรักเช่นนี้จะช่วยประคับประคองให้่ชีวิตคู่ของเรานั้นคงทนและยืนยาว
ไม่ต่างไปจาก "บ้าน" ที่มีโครงสร้างฐานรากที่แข็งแรงซึ่งพร้อมจะรับน้ำหนักที่ถั่งโถมลงมา"



อ่านแล้วรู้สึกดี...หยิบมาชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ












 

Create Date : 17 สิงหาคม 2560    
Last Update : 17 สิงหาคม 2560 13:42:04 น.
Counter : 1062 Pageviews.  

~ อาคม : ไสยศาสตร์ มนตร์ดำหรือกรรมวิบาก...โดย "ชลนิล" ~





อาคม
ผู้เขียน : ชลนิล
สนพ. คำต่อคำ/พิมพ์(ครั้งที่ 3 /ก.ย. 58)
487 หน้า ราคา 340 บาท



โปรยปก(เรื่องราวโดยย่อ)


เสน่หา มนตรา พยาบาท

ผลชันสูตรศพมาเฟียรายใหญ่ที่ขัดแย้งกับลักษณะอาการก่อนตายอย่างน่าพิศวง
ดึงให้ ‘เอื้อกานต์’ คุณหมอสาวผู้มีสัมผัสพิเศษ และ ‘ทีเกื้อ’ นายตำรวจหนุ่ม น้องชายฝาแฝด
ก้าวเข้าสู่เส้นทางอันมืดดำอำมหิตของการแก้แค้นโดยไม่ทันตั้งตัว

คำสั่งลับจากสำนักงานตำรวจฯ ที่ตกมาถึง ทำให้ทีเกื้อได้รู้ว่า
การตายอย่างแปลกประหลาดนี้ มิใช่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก
หากก่อนหน้านี้ยังมีบุคคลสำคัญที่เกี่ยวพันกับพรรคแกนนำรัฐบาล
อีกสามรายเสียชีวิตในลักษณะใกล้เคียงและในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน
ทีมสืบสวนพิเศษจึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อดูแล ‘วีไอพี’ ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
และติดตามค้นหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายที่ดูคล้ายการฆาตกรรมต่อเนื่องนี้

สัมผัสพิเศษ รวมทั้งความช่วยเหลือจากพี่สาวฝาแฝด
ทำให้ทีเกื้อมั่นใจว่า ‘อาวุธ’ ที่คนร้ายใช้สังหารเหยื่อ คือ ‘อาคม’ อันลึกล้ำและมีพลังแรงกล้า
เหยื่อแต่ละรายจึงถูกปลิดชีวิตอย่างโหดเหี้ยมโดยไร้ร่องรอยหลักฐานใดๆ ที่จะสาวถึงตัวคนร้าย
ทว่า...ต่อให้รู้ตัว รู้หน้า ก็ใช่ว่าใครจะหาญกล้าต่อกรกับฆาตกรอาคมเช่นนี้ได้

เหนืออื่นใด ยิ่งสืบสาวลงลึก เขาก็ยิ่งพบว่ามือสังหารลึกลับวนเวียนใกล้ตัวเข้ามาทุกที
นายตำรวจหนุ่มจะทำเช่นไร เมื่อเป้าหมายรายต่อไป
คือคนสำคัญที่มีความหมายต่อหัวใจซึ่งเขาอาจยอมแลกได้ทั้งชีวิต!







เป็นนิยายแนวเหนือจริง อิงไสยศาสตร์มนตร์ดำ ปนสืบสวนสอบสวนอย่างมีชั้นเชิง
เจือด้วยปมดราม่าสุดคลาสสิคประปราย...
ซึ่ง...บอกตามตรงว่าไม่ใช่แนวนิยมของตัวเองสักเทาไหร่ แต่ให้อ่านก็อ่านได้...
โดยเฉพาะเรื่องนี้ถูกเร้าความสนใจจากกระแสละคร และบังเอิญมีหนังสืออยู่ในกองดองพอดี...

(อย่างที่บอกว่าไม่ใช่แนว...แน่นอนว่าหนังสือย่อมไม่ได้ซื้อหามาเอง
เล่มนี้ได้รับมาจากการเล่นเกมอ่านหนังสือในห้องสมุดพันทิปเมื่อร่วม ๆ 2 ปีก่อน)

เรื่องย่อก็ประมาณข้างบนนั่นเลยค่ะ คงไม่ต้องเล่าเพิ่มเติมอีก
ตอนที่อ่านเรื่องนี้ ละครออนแอร์ไปสองตอนแล้ว...
เห็นได้ชัดว่าจากนิยายเป็นละครนี่ต้องมีการปรับเปลี่ยนบทมหาศาลมาก

ในนิยาย บทเด่นจะอยู่ที่ทีเกื้อ นายตำรวจหนุ่มผู้มีจิตสัมผัสเหนือธรรมดา
ที่ต้องทำหน้าที่ตามล่าหาตัวฆาตกรต่อเนื่อง ที่ใช้อาคมมืดในการก่ออาชญากรรมแต่ละครั้ง
เหยื่อของฆาตกรแต่ละรายล้วนมีส่วนพัวพันเกี่ยวข้องกับคดีๆ หนึ่งที่เกิดขึ้นในอดีต...
ที่สำคัญ จากการตามแกะรอย...เหยื่อรายต่อไปอาจจะเป็นคนใกล้ตัวของเขาเอง!







กับพี่สาวฝาแฝดของเขา แพทย์หญิงเอื้อกานต์ ผู้มีสัมผัสพิเศษเช่นเดียวกับทีเกื้อ...
ออกจะมากกว่าด้วยซ้ำ ด้วยความเป็นคนที่มีจิตนิ่งกว่า...

ในหนังสือการดำเนินเรื่องส่วนใหญ่จะเล่าผ่านความเป็นไปในชีวิตของฝาแฝดสองพี่น้องนี้เป็นหลัก...
จะถือว่าทีเกื้อเป็นพระเอกเต็มตัวก็ว่าได้

แต่ในละครจะแตกต่างออกไป... จริง ๆ แล้วปมหลักและเส้นเรื่องก็ยังคงเดิมนั่นแหละ
เพียงแต่เปลี่ยนสถานะทางสังคมของตัวละครหลัก ๆ จากบรรดานักการเมืองทั้งหลาย
กลายเป็นผู้มีอิทธิพลทางด้านสื่อมั่ง นักธุรกิจมั่ง
และไปเพิ่มบทบาทให้กับตัว'ฆาตกร'อย่างทรงกลด จนกลายเป็น"พระเอก" เต็มตัวในภาคละคร

ส่วนปมฆาตกรรม ปมล้างแค้น ปมดราม่าครอบครัวต่างๆนานานั่น
ก็เป็นไปตามขนบนิยายแนว ๆ นี้เป๊ะ ๆ เดาได้ไม่ยากนัก....







ความโดดเด่นและจุดที่ตัวเองชื่นชอบมาก ๆ ในนิยายเรื่องนี้
คือเรื่องราวความผูกพันและความสัมพันธ์ของสองพี่น้องฝาแฝดอย่างทีเกื้อกับเอื้อกานต์ค่ะ
อ่านแล้วชอบมากเวลาที่ทั้งสองสื่อสารกันทางจิต ทั้งแบบรู้ทันกัน เย้าแหย่กัน
กับถ้อยทีถ้อยอาศัย ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยนในหัวใจดี

อีกจุดที่ชื่นชอบก็คือเรื่องของการดำเนินเรื่องกับสำนวนภาษาที่ใช้ค่ะ...
การเล่าเรื่องทำได้ค่อนข้างกระชับฉับไวไม่เยิ่นเย้อ แม้จะย้อนไปย้อนมาอยู่บางช่วง
หากก็เป็นไปเพื่อบอกเล่าถึงเบื้องหลังของตัวละครหลัก ๆ กับปมสำคัญในอดีต

ผู้เขียนมีสำนวนภาษาที่สละสลวยลื่นไหลมาก ไม่ว่าจะบทบรรยายหรือบทสนทนา
ไม่ถึงขั้นซับซ้อนหรือลุ่มลึกจนต้องตีความ แต่ก็มีสำนวนโวหาร คารมคมคาย
เรียบง่ายทว่าหนักแน่นชัดเจน

ยกตัวอย่างเล็กๆ...

'ปีกรัตติกาลภายนอกโอบล้อมผู้คนและโลกไว้ด้วยความอบอุ่น
ทว่าปีกแห่งมัจจุราชกลับโบกสะบัด กระพือด้วยความเริงร่า
ดังต้องการจะบอกว่า...ความตาย...อยู่ใกล้เกินกว่าใครจะคาดคิด'


หรือจากข้อความตอนหนึ่ง จากบันทึกของคุณตาของทีเกื้อ...

"ข้าพเจ้าพบว่า...มีสิ่งหนึ่งอยู่เหนือวิชาคาถาอาคมเหล่านั้น
เป็นสิ่งง่ายๆธรรมดาที่ชาวพุทธทั่วไปรู้จัก แต่มักมองข้าม..
สิ่งนั้นคือ 'กรรมวิบาก' "


พบว่า...นิยายก็อ่านได้เพลินๆ แต่เวอร์ชั่นละครก็ดูสนุกตื่นเต้นดีค่ะ













 

Create Date : 04 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 4 กรกฎาคม 2560 15:52:20 น.
Counter : 971 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 173 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ตำรารักยอดพธู & ตำรารักยอดดวงใจ/รอมแพง/เขียน ~

~เร้นรักบุปผาหยก/จินนี่ หลิน/เขียน,วรินทร์ วารีนุกุล/แปล ~

~นางใน(2 เล่มจบ)/ธาดาพร/เขียน ~

~วาสนาชะตารัก/ชื่อถง/เขียน ~

~เล่ห์รักหักเหลี่ยมบัลลังก์/Su Xing Le/เขียน,เหมยสี่ฤดู/แปล ~

~แม่ทัพอยู่บน ข้าอยู่ล่าง(3เล่มจบ)/จวี๋ฮวาซั่นหลี่ เขียน/ Honey Toast แปล ~

~บุพเพสันนิวาส/รอมแพง ~

~ลิขิตรักด้ายแดง(3เล่มจบ)/หมิงเยวี่ยทิงเฟิง เขียน/เหมยสี่ฤดู แปล ~

~มีไว้เพื่อซาบ/อุรุดา โควินท์ ~

~ เรื่องเล่าของเหล่าปีศาจในเหลาสุรา (2)/เคอสุ้ยอวี้โหยวโจ่ว/เขียน ซินโป-หย่งชุน/แปล ~

~ ทุกสิ่งอันที่เรามิเคยเอื้อนเอ่ยต่อกัน/มาร์ก เลอวี เขียน/อธิชา มัญชุนากร แปล~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.